04/08/2026
อี. โอ. วิลสัน (E. O. Wilson) นักกีฎวิทยาผู้โด่งดังประจำมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เคยกล่าวถึงการสูญพันธุ์แมลงไว้ว่า
“มนุษย์จะมีชีวิตรอดอยู่ไม่กี่เดือน หลังจากนั้นไม่นาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน นก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็จะค่อยๆ สูญพันธุ์ ตามมาด้วยพืชดอก พื้นผิวโลกจะถูกทับถมด้วยซากพืชซากสัตว์ที่ไม่ยอมย่อยสลาย พวกเห็ดราอาจเติบโตอย่างรวดเร็วในเวลาสั้นๆ แต่ไม่นาน พวกมันก็จะตายตามไป”
อี. โอ. วิลสัน (E. O. Wilson) นักกีฎวิทยาผู้โด่งดังประจำมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เคยกล่าวถึงการสูญพันธุ์แมลงไว้ว่า
“มนุษย์จะมีชีวิตรอดอยู่ไม่กี่เดือน หลังจากนั้นไม่นาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน นก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็จะค่อยๆ สูญพันธุ์ ตามมาด้วยพืชดอก พื้นผิวโลกจะถูกทับถมด้วยซากพืชซากสัตว์ที่ไม่ยอมย่อยสลาย พวกเห็ดราอาจเติบโตอย่างรวดเร็วในเวลาสั้นๆ แต่ไม่นาน พวกมันก็จะตายตามไป”
“โลกจะกลับไปสู่สภาพที่เคยเป็นเมื่อ 440 ล้านปีก่อน ที่บนพื้นดินจะมีแต่สิ่งมีชีวิตที่ยังคงเป็นกลุ่มก้อนของเซลล์ เช่น ฟองน้ำ หรือมอส รอเวลาที่กุ้งผู้กล้าจะมาเสี่ยงโชคบนแผ่นดิน”
แม้มันดูเหมือนเหตุการณ์ที่ตัดฉากออกมาจากภาพยนตร์แนวไซไฟ แต่ปฏิเสธมิได้ว่าสิ่งที่วิลสันเคยกล่าวไว้มีมูลเหตุตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่แสดงถึงสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนของแมลงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพบนโลกนี้
เมื่อแมลงทยอยลดลงจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ?
มีงานวิจัยหลายชิ้น แสดงให้เห็นว่า พืชที่ให้วิตามินและแร่ธาตุส่วนใหญ่แก่เรา ผลไม้ ผัก และถั่ว ล้วนต้องพึ่งพาแมลงผสมเกสรและสิ่งมีชีวิตในดินที่คอยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของพืชผล ในการศึกษาหนึ่งประมาณการว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ของพืชผลอาหารต้องพึ่งพาแมลงผสมเกสร
ศาสตราจารย์ไซมอน พอตส์ (Simon Potts) จากมหาวิทยาลัยเรดดิง หนึ่งในผู้ศึกษา อธิบายว่า หากการผสมเกสรน้อยลง ผลผลิตจะน้อยลงตาม และไม่เพียงแต่ผลผลิตหรือน้ำหนักที่ลดลงเท่านั้น คุณภาพของผลผลิตก็จะลดลงด้วย สตรอว์เบอร์รีจะเสียรูปทรงและจะไม่มีรสหวานเหมือนเก่าก่อน
อ่านบทความฉบับเต็มที่ https://www.seub.or.th/bloging/news/global-news/2025-202/