กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช วิสัยทัศน์​ : คุ้มครอง ฟื้นฟู ป่าอนุรักษ์ให้มีความสมบูรณ์ เพื่ออำนวยประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน

FanPage กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการขึ้นเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสาร ภารกิจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ส่งเสริมและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์

เพื่อกระตุ้นในการอนุรักษ์ และปลุก จิตสำนึกให้ชุมชนมีความหวงแหนและการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรท้องถิ่น ให้ทุกภาคส่วน ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ อันเป

็นแหล่งต้นน้ำลำธาร แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า แหล่งอาหาร แหล่งนันทนาการและการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของประเทศไทย

“รมว.สุชาติ” เผยข่าวเศร้า “เจ้าจิ๋วน้อย” ลูกช้างป่าพลัดหลง เสียชีวิตแล้ว จากภาวะไตวายเฉียบพลัน ยกย่องทีมสัตวแพทย์ทุ่มเทส...
04/08/2026

“รมว.สุชาติ” เผยข่าวเศร้า “เจ้าจิ๋วน้อย” ลูกช้างป่าพลัดหลง เสียชีวิตแล้ว จากภาวะไตวายเฉียบพลัน ยกย่องทีมสัตวแพทย์ทุ่มเทสุดกำลัง ย้ำเดินหน้าหาสาเหตุอย่างละเอียด

4 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถึงกรณีการดูแลรักษา “เจ้าจิ๋วน้อย” ลูกช้างป่าพลัดหลงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ว่า ลูกช้างได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 4 สิงหาคม 2569 แม้ว่าทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จะทุ่มเทดูแลอย่างเต็มกำลังและพยายามช่วยชีวิตอย่างต่อเนื่องจนถึงวินาทีสุดท้าย

นายสุชาติ กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการสูญเสียครั้งนี้ โดยเมื่อวานนี้ (3 สิงหาคม 2569) เวลา 10.00 น. ตนได้เดินทางไปเยี่ยมอาการของ “เจ้าจิ๋วน้อย” ด้วยตนเองที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค เพื่อติดตามการรักษาและให้กำลังใจทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมกำชับให้ดูแลลูกช้างอย่างดีที่สุดตามหลักวิชาการ เพราะยังมีความหวังว่าลูกช้างจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ แต่สุดท้ายก็ได้รับข่าวการจากไปของเจ้าจิ๋วน้อยในช่วงเช้ามืดของวันนี้ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่สร้างความเสียใจแก่ตนเองและเจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นอย่างมาก

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ระดมสรรพกำลังในการดูแลลูกช้างอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ การให้ออกซิเจน การติดตามอาการตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการให้นมทุก 2-3 ชั่วโมง ซึ่งลูกช้างยังสามารถกินนมได้ตามปกติ แม้จะมีอาการอ่อนแรงสลับกับพยายามลุกยืน มีอาการถ่ายเหลวหลายครั้ง และปัสสาวะมีสีเข้ม กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ลูกช้างได้นอนหลับไปอย่างสงบ โดยทีมสัตวแพทย์ได้ทำการกู้ชีพอย่างเต็มความสามารถ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

จากการประเมินเบื้องต้นของทีมสัตวแพทย์ สันนิษฐานว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะไตวายเฉียบพลัน โดยผลการตรวจเลือดพบค่าการสลายของกล้ามเนื้อสูงกว่าปกติ และอาจมีความผิดปกติของอวัยวะภายในแต่กำเนิด อย่างไรก็ตาม จะมีการผ่าชันสูตรและส่งตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการสัตวแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียด และจะแจ้งผลให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป

“ผมขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเจ้าจิ๋วน้อย และขอขอบคุณสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ดูแลลูกช้างตัวนี้อย่างสุดความสามารถ แม้ผลจะไม่เป็นไปตามที่ทุกคนคาดหวัง แต่ความทุ่มเทของทุกคนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่าของประเทศไทย” นายสุชาติ กล่าว

☁️🐾 4 สิงหาคม "วันเสือลายเมฆสากล" 🐆✨​วันที่ 4 สิงหาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันเสือลายเมฆสากล" (International Clouded...
04/08/2026

☁️🐾 4 สิงหาคม "วันเสือลายเมฆสากล" 🐆✨

วันที่ 4 สิงหาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันเสือลายเมฆสากล" (International Clouded Leopard Day) 🗓️ ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 โดยองค์กรอนุรักษ์ทั่วโลก เพื่อส่งเสียงแทนสัตว์ป่าผู้น่ารักและหายากที่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตใกล้สูญพันธุ์ 🥺

"เสือลายเมฆ" (Clouded Leopard) 🐆☁️ เป็นเสือขนาดเล็กสุดปราดเปรียว 📏 ลำตัวยาวเพียง 60-110 ซม. และน้ำหนักกรุบกริบแค่ 11-20 กิโลกรัม

🌳 เป็น "ยอดนักปีนป่าย" ชอบใช้ชีวิตอยู่บนต้นไม้สูง พบได้ในป่าแถบเอเชียกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ "ลวดลายบนตัว" ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ราวกับก้อนเมฆ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง

​⚠️ แต่ความสวยงามนี้... กลับกลายเป็นดาบสองคมเพราะลวดลายที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทำให้เสี่ยงต่อการถูกพรากจากป่า ทั้งการล่าเพื่อเอาผืนหนังไปขาย และการลักลอบจับไปเป็นสัตว์เลี้ยง 😢 ปัจจุบันสถานการณ์ของเสือลายเมฆน่าเป็นห่วงมาก โดยมีสถานะทางกฎหมายและการอนุรักษ์ ดังนี้

🔴 ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม "ใกล้สูญพันธุ์" (Vulnerable) ตามบัญชี IUCN Red List
🇹🇭 เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของไทย ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562
🌍 สถานะในไซเตส (CITES) อยู่ในบัญชีหมายเลข 1 (Appendix I) ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด

​💚 วันเสือลายเมฆสากลปีนี้ อยากชวนทุกคนมาช่วยกันเป็นกระบอกเสียง แชร์เรื่องราวของเสือลายเมฆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของการอนุรักษ์ธรรมชาติ

​มาร่วมกันปกป้องดูแล ปล่อยให้ก้อนเมฆลวดลายสวยงามนี้... ได้โลดแล่นอย่างอิสระบนต้นไม้ในป่าใหญ่ ควบคู่กับธรรมชาติของเราตลอดไปกันเถอะ! 🌳🐆☁️

​ #กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช #วันเสือลายเมฆสากล #4สิงหาคม #เสือลายเมฆสากล #เสือลายเมฆ

𝙁𝙡𝙤𝙧𝙖  : "เพชรหึง" กล้วยไม้แสนงดงามแห่งป่าสมบูรณ์และภูมิปัญญาไทยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง สำนักบริหารพื้นที่อนุรัก...
03/08/2026

𝙁𝙡𝙤𝙧𝙖 : "เพชรหึง" กล้วยไม้แสนงดงามแห่งป่าสมบูรณ์และภูมิปัญญาไทย
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 (สงขลา) เผยแพร่ความรู้ด้านพฤกษศาสตร์เพื่อการประชาสัมพันธ์ ชวนทำความรู้จัก “ว่านเพชรหึง” (Scientific name: Grammatophyllum speciosum) หรือที่รู้จักกันในชื่อภาษาอังกฤษว่า Letter Plant กล้วยไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการขนานนามให้เป็น “ราชินีแห่งกล้วยไม้” สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าไม้ในประเทศไทย
ในทางพฤกษศาสตร์ ว่านเพชรหึงเป็นกล้วยไม้ที่มีลักษณะโดดเด่นทางกายภาพอย่างชัดเจน ลำต้นเจริญเติบโตขนาดใหญ่สูงได้มากกว่า 3 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นกว้างถึง 5 เซนติเมตร ข้อบนลำต้นห่างกันประมาณ 4 เซนติเมตร เมื่อลำต้นแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและสามารถแตกหน่อออกทางด้านข้างได้ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปร่างเรียวยาวกว้างประมาณ 3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 60 เซนติเมตร โดยใบอ่อนจะโค้งลงด้านล่าง เมื่อใบแก่จัดจะร่วงหลุดไปทิ้งรอยแผลเป็นไว้เป็นระยะ ทำให้เห็นลำต้นเป็นข้อปล้องคล้ายต้นกาฝากหรือไผ่
ฤดูกาลออกดอกของเพชรหึงจะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคมของทุกปี โดยจะทยอยบานต่อเนื่องยาวนานถึง 3 เดือน ช่อดอกมีทั้งลักษณะช่อตั้งและช่อห้อย ความยาวช่อสูงถึง 1.5–2 เมตร ก้านดอกยาว 15–30 เซนติเมตร แต่ละต้นสามารถส่งช่อดอกบริเวณยอดได้ครั้งละ 2–3 ช่อ ดอกประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบ พื้นกลีบสีเหลืองสะดุดตา แต้มด้วยจุดประสีแดงเข้ม (ซึ่งอาจพบต้นที่ไม่ปรากฏจุดสีแดงได้ในธรรมชาติ) เมื่อดอกได้รับการผสมจะพัฒนาเป็นผลลักษณะ 3 พู รูปร่างค่อนข้างยาว เมื่อผลแก่จัดจะแตกออกเป็น 3 กลีบ ปลดปล่อยเมล็ดสีดำขนาดเล็กจำนวนมากให้ปลิวไปตามลมเพื่อขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ
ด้วยการกระจายพันธุ์ที่พบได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ส่งผลให้พืชชนิดนี้มีชื่อท้องถิ่นที่หลากหลายสะท้อนเอกลักษณ์แต่ละพื้นที่ เช่น ภาคใต้และสุราษฎร์ธานีเรียก “กล้วยกา” หรือ “ว่านงูเหลือม”, ชุมพรเรียกว่า “มือตับแก”, ภาคเหนือและเชียงใหม่เรียกว่า “เอื้องพร้าว”, กรุงเทพฯ และเลยเรียกว่า “ว่านหางช้าง” ส่วนจังหวัดแพร่เรียกว่า “ตับตาน” นอกจากความโดดเด่นทางกายภาพแล้ว ในเชิงวัฒนธรรมและความเชื่อ เพชรหึงยังถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่ยั่งยืน ความงดงาม และความผูกพันที่ไร้กาลเวลา จึงมักนำมาใช้ประกอบพิธีการสำคัญเพื่อสื่อถึงความเคารพและความปรารถนาดี
ขณะเดียวกัน การที่คนไทยในอดีตเรียกกล้วยไม้ชนิดนี้ว่า "ว่าน" มีที่มาจากสรรพคุณในตำรับยาแผนโบราณและภูมิปัญญาพื้นบ้าน ที่มีการนำส่วนต่างๆ ของต้นมาใช้บรรเทาอาการป่วย เช่น แก้พิษงูกัด พิษตะขาบและแมงป่อง รักษาฝีประคำร้อย ผื่นคันมีน้ำเหลือง รวมถึงช่วยบรรเทาอาการไอและเจ็บคอ

#สารานุกรมพืชในประเทศไทย #พรรณไม้น่ารู้ #หอพรรณไม้ #กรมอุทยานแห่งชาติ #ว่านเพชรหึง #กล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก #เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง #พฤกษศาสตร์ไทย #อนุรักษ์ธรรมชาติ

สุดยื้อ​ "จิ๋วไทรโยค" ลูกช้างป่าพลัดหลงจากไปอย่างสงบด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน​ ​"จิ๋วไทรโยค" ลูกช้างป่าพลัดหลงที่ได้รับการ...
03/08/2026

สุดยื้อ​ "จิ๋วไทรโยค" ลูกช้างป่าพลัดหลงจากไปอย่างสงบด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน​

​"จิ๋วไทรโยค" ลูกช้างป่าพลัดหลงที่ได้รับการดูแลที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ได้ล้มลงอย่างสงบแล้วเมื่อช่วงเวลา​ 02.00 น.​ ของวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ท่ามกลางความเสียใจของทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

สำหรับลูกช้างป่า "จิ๋วไทรโยค" เป็นลูกช้างป่าพลัดหลงที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน​ พบลูกช้างป่าอยู่บริเวณชายน้ำห้วยแม่น้ำน้อย เมื่อวันที่​ 30 กรกฎาคม​ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจึงดำเนินเข้าช่วยเหลือด้วยเรือ​เนื่องจากเป็นพื้นที่ยาก​ ลูกช้างมีสภาพอิดโรยและไม่พบโขลงช้างบริเวณนั้น คาดถูกทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน เจ้าหน้าที่จึงได้นอนเฝ้าเพื่อสังเกตพฤติกรรม และรอโขลงช้างมารับ ตลอดทั้งคืนลูกช้างป่าส่งเสียงร้องเรียกหาแม่ช้างเป็นช่วงๆ แต่ไม่มีเสียงฝูงตอบรับ

ต่อมาวันที่ 31 กรกฎาคม ทีมสัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง) และ สัตวแพทย์ สบอ.3 สาขาเพชรบุรี ได้เข้าพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์ลูกช้างป่า โดยเส้นทางการเข้าไปตรวจสอบต้องนั่งเรือเข้าไปยังจุดพบลูกช้างป่าใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ประกอบกับในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก ทีมสัตวแพทย์ฯได้ประเมินอาการลูกช้างเบื้องต้นพบมีสภาพอิดโรยมีแผลถลอกพุพอง และหลุมแผลหลายจุดในช่องปาก มีแผลคล้ายร้อนใน ขาดน้ำอย่างรุนแรง มีแผลที่สะดือ งวงมีแผลพุพองมีเศษเนื้อตาย ไม่มีหนอง ไม่มีไข่แมลงวัน ปากเป็นแผลร้อนในขนาดเท่าเหรียญ 10 กินนมได้น้อย มีแมลงตอมที่บริเวณตา ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มแดง อาจเกิดจากการติดเชื้อหรือขาดน้ำ ถ่ายเหลวมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว สุขภาพอยู่ในแนวโน้มน่าเป็นห่วง จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยคและอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาสัตวแพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และให้ดมออกซิเจนอย่างต่อเนื่อง​ ในระหว่างการดูแลรักษา ลูกช้างป่ายังคงมีความพยายามต่อสู้ โดยยังสามารถกินนมได้ตามปกติทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ปริมาณครั้งละ 350 - 500 มิลลิลิตร แม้ในบางช่วงจะมีอาการอ่อนแรงสลับกับความพยายามลุกยืน แต่ยังมีอาการถ่ายเหลว และมีปัสสาวะสีเข้ม จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 02.00 น. ลูกช้างป่าได้นอนหลับและจากไปอย่างสงบ ทีมสัตวแพทย์ได้เร่งทำการกู้ชีพอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้

​เบื้องต้นสัตวแพทย์สันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะมาจาก "สภาวะไตวายเฉียบพลัน" โดยอ้างอิงจากผลการตรวจเลือดจากห้องแล็ป​ ประกอบกับอาจมีภาวะความผิดปกติของอวัยวะภายในมาแต่กำเนิด ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินการผ่าชันสูตรซาก พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียดต่อไป

​ขอส่งกำลังใจให้ทีมสัตวแพทย์และทีมงานช่วยเหลือทุกคน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลรักษาลูกช้างป่าพลัดหลง​ "จิ๋วไทรโยค" อย่างดีที่สุดจนถึงนาทีสุดท้าย...

03/08/2026

"น้องจิ๋วไทรโยค" ลูกช้างป่า​พลัดหลง จากไปอย่างสงบด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน เมื่อเวลาประมาณตี 2 ที่ผ่านมา

𝙉𝙀𝙒𝙎 : สบอ.12 เฝ้าระวัง "เสือปิ่น" ออกนอกป่าอนุรักษ์ ล่าสุดพบรอยตีนมุ่งหน้ากลับเขตป่าคลองลาน เดินหน้าประชาสัมพันธ์ชาวบ้า...
03/08/2026

𝙉𝙀𝙒𝙎 : สบอ.12 เฝ้าระวัง "เสือปิ่น" ออกนอกป่าอนุรักษ์ ล่าสุดพบรอยตีนมุ่งหน้ากลับเขตป่าคลองลาน เดินหน้าประชาสัมพันธ์ชาวบ้านเฝ้าระวังคอกปศุสัตว์ต่อเนื่อง

นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามสถานการณ์เสือโคร่งเพศเมีย "เสือปิ่น" (รหัส HKT236F) ซึ่งเคลื่อนที่ออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นระยะ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ตรวจพบสัญญาณปลอกคอติดตามตัวบริเวณพื้นที่เกษตรกรรมท้ายบ้านคลองพลู หมู่ที่ 9 ตำบลคลองน้ำไหล อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งอยู่ติดแนวเขตอุทยานแห่งชาติคลองลาน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดทันที

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคลองลานในพื้นที่ดังกล่าว พบรอยตีนเสือโคร่งขนาดอุ้งตีนประมาณ 9 เซนติเมตร มีทิศทางมุ่งหน้ากลับเข้าสู่ผืนป่าอนุรักษ์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ บ้านรวงผึ้งพัฒนา บ้านคลองพลู และบ้านใหม่ศรีสุวรรณ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการดูแลคอกปศุสัตว์ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ร่วมบินโดรนสำรวจและเดินลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ "เสือปิ่น" เคยออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์มาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณตำบลปางไว อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งได้เข้ากัดสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับตัวและนำไปปล่อยคืนสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569

ต่อมาในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน เสือปิ่นได้เคลื่อนออกจากพื้นที่อีกครั้งและสร้างความเสียหายแก่ปศุสัตว์ของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวเข้าพักฟื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ก่อนดำเนินการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ซึ่งจากการติดตามสัญญาณปลอกคอหลังจากนั้น พบว่าเสือปิ่นเคลื่อนที่มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จนกระทั่งเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติคลองลานในปัจจุบัน

ผอ.สบอ.12 กล่าวเพิ่มเติมว่า การเฝ้าระวังเสือปิ่นเป็นภารกิจสำคัญเพื่อสร้างความปลอดภัยให้ทั้งประชาชนและสัตว์ป่า โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนกว่าเสือปิ่นจะกลับเข้าสู่พื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างถาวร พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหากพบร่องรอยหรือพบเห็นตัวเสือ ให้รีบแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ทันที

สำหรับขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะยังคงติดตามสัญญาณปลอกคอตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการลาดตระเวนภาคพื้นดินและการสำรวจทางอากาศด้วยโดรน พร้อมประสานหน่วยงานท้องถิ่นในการให้คำแนะนำเรื่องการป้องกันสัตว์เลี้ยงแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด

#เสือปิ่น #กรมอุทยานแห่งชาติ #สัตว์ป่าและพันธุ์พืช #สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่12 #อุทยานแห่งชาติคลองลาน #อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ #เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง #เฝ้าระวังสัตว์ป่า

𝙉𝙀𝙒𝙎: สบอ. 9 ยกระดับความปลอดภัยพิทักษ์ป่าชายแดน จัดอบรม "เผชิญเหตุระเบิด-กู้ชีพเบื้องต้น" ครอบคลุม 6 พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไ...
03/08/2026

𝙉𝙀𝙒𝙎: สบอ. 9 ยกระดับความปลอดภัยพิทักษ์ป่าชายแดน จัดอบรม "เผชิญเหตุระเบิด-กู้ชีพเบื้องต้น" ครอบคลุม 6 พื้นที่ป่าอนุรักษ์ไทย-กัมพูชา
3 สิงหาคม 2569 — สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) เปิดโครงการฝึกอบรม "การเผชิญเหตุวัตถุระเบิดและการกู้ชีพกู้ภัยเบื้องต้น" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 เป็นประธานในพิธีเปิด เพื่อมุ่งเสริมทักษะการรับมือวัตถุระเบิดตกค้างและการปฐมพยาบาลฉุกเฉิน ให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ติดชายแดนไทย–กัมพูชา รวม 6 แห่ง (เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 4 แห่ง และอุทยานแห่งชาติ 2 แห่ง)
การฝึกอบรมครั้งนี้จัดขึ้นตามนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เน้นย้ำความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย สอดรับกับข้อสั่งการของ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการยกระดับมาตรฐานความพร้อมเผชิญเหตุฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทั่วประเทศ
นายภัทรยศ วิชญพงศ์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร กล่าวรายงานว่า โครงการนี้มุ่งเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและองค์ความรู้ โดยแบ่งการอบรมเป็น 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ 1 (3–6 สิงหาคม 2569)จัดขึ้น ณ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย มีเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เข้าร่วมรวม 100 นาย และรุ่นที่ 2 (8–11 สิงหาคม 2569) จัดอบรมแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก
สำหรับการอบรมวันแรก ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ได้แก่ พันเอก ภคพล มีทิพย์ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 6 และรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 4, นายวันจักร จันทร์สว่าง ที่ปรึกษาศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติที่ 5 จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยทีมวิทยากรจากศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) หลักสูตรการอบรมมุ่งเน้น 2 ทักษะสำคัญ ได้แก่ การประเมินสถานการณ์และการรับมือเมื่อเผชิญเหตุวัตถุระเบิด และ เทคนิคการปฐมพยาบาลเบื้องต้นรวมถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ในพื้นที่แนวชายแดน

นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผอ.สบอ. 9 กล่าวเน้นย้ำว่า "ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด การอบรมครั้งนี้จะสร้างความมั่นใจและเสริมทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานท่ามกลางความเสี่ยง ทั้งยังช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที"
สำหรับผลที่จะได้รับภายหลังจบการอบรมทั้ง 2 รุ่น เจ้าหน้าที่ผู้ผ่านการฝึกอบรมจะทำหน้าที่เป็นวิทยากรตัวคูณ ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะดังกล่าวให้แก่เพื่อนร่วมงานในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อขยายผลการเสริมสร้างศักยภาพในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานในการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืนต่อไป

#สบอ9 #อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย #อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร #เผชิญเหตุวัตถุระเบิด #กู้ชีพกู้ภัยเบื้องต้น #ชายแดนไทยกัมพูชา #กรมอุทยานแห่งชาติ #อุบลราชธานี
#กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

𝙉𝙀𝙒𝙎: กรมอุทยานฯ เผยผลตรวจเลือดลูกช้างป่า​ " จิ๋วไทรโยค" ไม่พบเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ (EEHV) ทั้ง 2 ประเภท ด้านทีมสัตวแพทย์ย...
03/08/2026

𝙉𝙀𝙒𝙎: กรมอุทยานฯ เผยผลตรวจเลือดลูกช้างป่า​ " จิ๋วไทรโยค" ไม่พบเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ (EEHV) ทั้ง 2 ประเภท ด้านทีมสัตวแพทย์ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลสุขภาพลูกช้างป่าอุทยานแห่งชาติไทรโยค หลังทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังและเก็บตัวอย่างเลือดส่งตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด

​วันนี้ (3 สิงหาคม 2569) ผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดของลูกช้างป่าดังกล่าว ได้ออกผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นข่าวดีหลังผลจากห้องปฏิบัติไม่พบเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ในช้าง (Elephant Endotheliotropic Herpesvirus - EEHV) ประเภทที่ 1 ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ​ และไม่พบเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ในช้าง (EEHV) ประเภทที่ 4 ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร​ แม้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในครั้งนี้จะไม่พบเชื้อไวรัสทั้งสองประเภทดังกล่าว แต่ทีมสัตวแพทย์ระบุว่ายังคงต้องมีการติดตามและตรวจหาเชื้อไวรัสนี้เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

​ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทในการเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินตามมาตรการดูแลสุขภาพตามหลักวิชาการอย่างเข้มงวด โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับอาการและการดูแลลูกช้างป่าให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะต่อไป

📌 กองอุทยานแห่งชาติ ชี้แจงแนวทางประทับตราพาสปอร์ตอุทยาน ยันไม่ยกเลิกกิจกรรมสะสมตราแต่อย่างใดกองอุทยานแห่งชาติ ชี้แจงกรณี...
03/08/2026

📌 กองอุทยานแห่งชาติ ชี้แจงแนวทางประทับตราพาสปอร์ตอุทยาน ยันไม่ยกเลิกกิจกรรมสะสมตราแต่อย่างใด
กองอุทยานแห่งชาติ ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อนในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการประทับตราสัญลักษณ์ในสมุดพาสปอร์ตท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ยืนยันว่ากิจกรรมดังกล่าวยังคงดำเนินการตามปกติ พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ตามหนังสือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ ทส 0910.302/12287 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2569 เพื่อให้การประทับตราเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกิจกรรมอย่างแท้จริง
สืบเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวสอบถามผ่านสื่อออนไลน์ ภายหลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติบางแห่งว่ามีการปรับเปลี่ยนแนวทางเกี่ยวกับจุดประทับตรา จนเกิดความเข้าใจว่ากิจกรรมสะสมตราประทับอาจถูกยกเลิก กองอุทยานแห่งชาติ จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวรับทราบโดยทั่วกัน

ทั้งนี้ แนวทางปฏิบัติที่ปรับปรุงใหม่ กำหนดให้การประทับตราสามารถทำได้ ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหรือจุดที่อุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งกำหนดไว้เท่านั้น โดยงดเว้นการประทับตราบริเวณด่านเก็บค่าบริการ และงดประทับตราในช่วงเวลาที่อุทยานแห่งชาติปิดให้บริการ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและลดความคับคั่งบริเวณจุดให้บริการหน้าด่าน

สำหรับประเด็นที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคมออนไลน์ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอยืนยันว่า ไม่มีคำสั่งห้ามลงลายมือชื่อกำกับการประทับตราแต่อย่างใด และไม่มีข้อกำหนดห้ามนักท่องเที่ยวครอบครองสมุดพาสปอร์ตมากกว่า 1 เล่ม หรือเงื่อนไขอื่นใดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อาจพิจารณางดประทับตราในกรณีที่พบการครอบครองสมุดพาสปอร์ตจำนวนมากผิดปกติ และไม่ปรากฏผู้ร่วมเดินทางที่ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อรักษาไว้ซึ่งเจตนารมณ์ของกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติด้วยตนเองอย่างแท้จริง
นางสายสุดใจ ชุนเชาวฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองอุทยานแห่งชาติ ระบุว่า “กิจกรรมสะสมตราประทับอุทยานแห่งชาติเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมและสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยวธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง กองอุทยานแห่งชาติจึงยังคงสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวสะสมตราประทับตามปกติ เพียงแต่ปรับจุดให้บริการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลและลงนามกำกับตราประทับได้อย่างถูกต้องครบถ้วน”

ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศมีจำนวนรวม 156 แห่ง โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนและได้รับการประทับตราพร้อมลายมือชื่อเจ้าหน้าที่และวันที่กำกับครบทั้ง 156 แห่ง สามารถติดต่อขอรับของที่ระลึกได้ที่ส่วนจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ กองอุทยานแห่งชาติ

ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือปฏิบัติตามระเบียบและแนวทางของแต่ละพื้นที่ เพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นระเบียบและยั่งยืน ทั้งนี้ ในระยะเปลี่ยนผ่านของการปรับจุดให้บริการ อาจมีบางพื้นที่ที่ยังอยู่ระหว่างการสื่อสารทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ประจำหน้างาน กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะเร่งประสานให้ทุกพื้นที่ดำเนินการตามแนวทางเดียวกันโดยเร็วที่สุด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนจัดการท่องเที่ยวและนันทนาการ กองอุทยานแห่งชาติ โทรศัพท์ 02 561 0777 ต่อ 1742 ในวันและเวลาราชการ

#กองอุทยานแห่งชาติ #พาสปอร์ตอุทยาน #ประทับตรา #ชี้แจง

03/08/2026

📽️ “รมว.ทส.สุชาติ” ติดตามช่วยเหลือ “ช้างสีดอทองม้วน-ลูกช้างพลัดหลง” จ.กาญจนบุรี ย้ำ รักษาตามหลักวิชาการ มุ่งคุ้มครองสวัสดิภาพช้างและความปลอดภัยทุกฝ่าย

#สีดอทองม้วน #ลูกช้างพลัดหลง #กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #อุทยานแห่งชาติไทรโยค #เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ #สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3บ้านโป่ง #กาญจนบุรี #กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ที่อยู่

61, ถนนพหลโยธิน
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6625610777

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช:

แชร์