Puey Ungphakorn Institute for Economic Research - PIER

Puey Ungphakorn Institute for Economic Research - PIER สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (Puey Ungphakorn Institute for Economic Research - PIER) PIER operates as a semi-autonomous body within the Bank of Thailand.

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (สถาบันวิจัยป๋วยฯ) เป็นองค์กรที่มุ่งสร้างงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับการเผยแพร่งานวิจัยที่มีคุณภาพ และเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงนักวิจัยกับทรัพยากรต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมให้นโยบายเศรษฐกิจไทยตั้งอยู่บนพื้นฐานของงานวิจัย โดยมีการบริหารงานกึ่งอิสระภายใต้การกำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

Puey Ungphakorn Institute for Economic Research (

PIER) endeavours to foster and promote high-quality economic research in Thailand through a centralized platform for collaboration and dissemination of policy-relevant research.

"Can news-based measures of inflation expectations improve the forecasting of inflation and expectation dynamics?"📌Read ...
04/08/2026

"Can news-based measures of inflation expectations improve the forecasting of inflation and expectation dynamics?"
📌Read more: "News-Based Inflation Expectations: LLM-Assisted Measurement and Forecasting" by Tanisa Tawichsri, Suppawong Tuarob, Nuwat Nookhwun, Chinjuta Sa-ngasaeng https://www.pier.or.th/dp/252/

📢สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เปิดรับสมัครงานตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย📌รายละเอียดการสมัครงาน https://fa-exfj-sa...
04/08/2026

📢สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เปิดรับสมัครงานตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย
📌รายละเอียดการสมัครงาน https://fa-exfj-saasfaprod1.fa.ocs.oraclecloud.com/hcmUI/CandidateExperience/th/sites/CX_1/job/2001

📢 ธปท. เปิดรับสมัคร หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์

ความรับผิดชอบ
✨เป็นผู้นำโครงการและผลิตงานวิจัยเชิงลึก ที่ได้รับการยอมรับในวงวิชาการทั้งในและต่างประเทศ
✨สื่อสารและเผยแพร่งานวิจัย พร้อมสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย และให้ความเห็นต่อประเด็นเศรษฐกิจเพื่อสร้างผลกระทบเชิงนโยบาย
✨พัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่และเครือข่ายวิชาการ พร้อมสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางวิชาการของสถาบันวิจัยฯ

มาร่วมสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพระดับสากล ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคม
และพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ไปกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ สมัครเลย!

คุณเจตวัฒน์ ภัทรรังรอง นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้นำเสนองานวิจัยในงาน "The New Dynamics of Int...
31/07/2026

คุณเจตวัฒน์ ภัทรรังรอง นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้นำเสนองานวิจัยในงาน "The New Dynamics of International Finance and Trade: Geoeconomics, Supply Chains, and the Future of Global Integration" ซึ่งจัดขึ้นที่ Shanghai University of Finance and Economics สาธารณรัฐประชาชนจีน
คุณเจตวัฒน์ นำเสนองานวิจัยเรื่อง "Trade Diversion, Supply-Chain Reconfiguration, and Rerouting During the U.S.–China Trade War" ซึ่งศึกษาผลกระทบของสงครามการค้าสหรัฐฯ–จีนในปี 2018 ต่อภาคการส่งออกของไทย พบว่า การขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ต่อสินค้าจีนส่งผลให้การส่งออกของไทยไปยังสหรัฐฯ ทดแทนสินค้าจีน (trade diversion) เพิ่มขึ้นในระยะ 3–4 ปีถัดมา จากทั้งการสวมสิทธิ์สินค้า (transshipment) และการปรับห่วงโซ่อุปทาน (supply chain reallocation) แม้จะคำนึงถึงสองปัจจัยนี้แล้ว การส่งออกที่เพิ่มขึ้นสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ผลกระทบจากการขึ้นภาษีของจีนต่อสินค้าสหรัฐฯ มีต่อการส่งออกของไทยค่อนข้างจำกัด
เข้าชมสไลด์ประกอบการบรรยายได้ที่ https://www.pier.or.th/announcements/2026/0703/
📌ขอขอบคุณภาพจาก Global South Institute of Finance and Economics, SUFE

“คาร์บอนกำลังกลายเป็นต้นทุนใหม่ของการแข่งขัน — แล้วธุรกิจไทยพร้อมแค่ไหน?”การเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำไม่ใช่แค่เรื่...
27/07/2026

“คาร์บอนกำลังกลายเป็นต้นทุนใหม่ของการแข่งขัน — แล้วธุรกิจไทยพร้อมแค่ไหน?”
การเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการค้า การลงทุน และความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่มที่ปล่อยคาร์บอนสูง รวมทั้งต้องลงทุนปรับเทคโนโลยี กระบวนการผลิต และสินทรัพย์เดิม
บทความนี้ประเมินว่า ธุรกิจกลุ่มเปลี่ยนผ่านของไทยอาจต้องใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 26,287–134,476 ล้านบาท และต้องพึ่งพาเงินทุนจากภายนอกประมาณ 13,144–107,581 ล้านบาท แต่ข้อค้นพบสำคัญคือ แม้ธุรกิจกลุ่มนี้จะมีขนาดใหญ่และดำเนินกิจการมายาวนานกว่าโดยเฉลี่ย แต่ไม่ได้มีสภาพคล่องหรือความสามารถในการทำกำไรสูงกว่าธุรกิจทั่วไปอย่างชัดเจน
ดังนั้น โจทย์ของประเทศไทยจึงไม่ใช่แค่การหาเงินเพิ่ม แต่คือการออกแบบ Transition Finance ที่ “ตรงจุด” และ “ใช้ได้จริง” เพราะธุรกิจแต่ละกลุ่มไม่ได้ต้องการเงินทุนแบบเดียวกัน บางรายต้องใช้วงเงินขนาดใหญ่เพื่อเปลี่ยนเทคโนโลยีหลัก ขณะที่ SMEs จำนวนมากอาจต้องการสินเชื่อขนาดเล็กกว่า ควบคู่กับการค้ำประกัน เงินทุนต้นทุนต่ำ และคำปรึกษาด้านเทคโนโลยี
หากต้องการให้เงินทุนช่วยลดคาร์บอนได้จริง ประเทศไทยจำเป็นต้องเชื่อม taxonomy, sectoral pathways, transition plans, incentives และ financial products เข้าด้วยกัน เพื่อให้ธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านได้แบบ less disruptive คือ ค่อย ๆ ขยับจาก brown ไปสู่ less brown และ green โดยยังรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ได้
📌อ่านบทความวิจัย aBRIDGEd เรื่อง “ธุรกิจไทยบนเส้นทางสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ: ความพร้อมและบทบาทของ Transition Finance” ได้ที่ https://www.pier.or.th/abridged/2026/18/
📌บทความวิจัยโดย ดร.มุทิตา อริยะวุฒิกุล, ดร.กรรณิการ์ ธรรมพานิชวงค์

“นโยบาย EV ของไทยอาจช่วยให้คนไทยหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้เร็วขึ้น แต่การสร้างฐานการผลิต EV ที่แข่งขันได้ในระยะยาวยังเป็นโจท...
24/07/2026

“นโยบาย EV ของไทยอาจช่วยให้คนไทยหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้เร็วขึ้น แต่การสร้างฐานการผลิต EV ที่แข่งขันได้ในระยะยาวยังเป็นโจทย์สำคัญ”
ศ. ดร.อาชนัน เกาะไพบูลย์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำเสนอส่วนหนึ่งในหนังสือ "Electric Vehicles: Implications for Developing Countries" ซึ่งอาจารย์เป็นผู้เขียนและบรรณาธิการ โดยชี้ว่า แม้นโยบาย EV ของไทย โดยเฉพาะมาตรการ EV 3.0 จะประสบความสำเร็จในการกระตุ้นการใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่ผลที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ยังเป็นการเพิ่มยอดขายรถ EV นำเข้า ขณะที่การพัฒนาการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน EV ในประเทศยังต้องใช้เวลา
ทั้งนี้ การผลักดันอุตสาหกรรม EV ของไทยยังเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะจาก EV นำเข้าราคาถูก ซึ่งเข้ามาแข่งขันกับรถยนต์สันดาปที่ผลิตในประเทศ ขณะที่ห่วงโซ่การผลิตของไทยยังพึ่งพาอุตสาหกรรมยานยนต์เดิมเป็นสำคัญ และเทคโนโลยี EV เองก็ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่านโยบายภาครัฐจะสามารถปรับตัวได้รวดเร็วและมีประสิทธิผลเพียงพอที่จะยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม EV ไทยในระยะยาวได้หรือไม่
📌ที่มา: PIER Economics Seminar ในหัวข้อ "อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยกับการเปลี่ยนผ่านทางด้านเทคโนโลยี" โดย ศ. ดร.อาชนัน เกาะไพบูลย์
📌เข้าชมสไลด์ประกอบการบรรยายและดาวน์โหลดหนังสือได้ที่ https://www.pier.or.th/seminars/2026/05/

“How do the dispersions of earnings and consumption evolve over the life cycle in developing economies, and what do they...
22/07/2026

“How do the dispersions of earnings and consumption evolve over the life cycle in developing economies, and what do they reveal about household risk sharing?”
📌Read more: “Consumption Inequality, Life-Cycle Risk Sharing and the COVID-19 Crisis in a Developing Economy: Evidence from Thailand, Indonesia and Vietnam” by Mutita Ariyavutikul, Minchung Hsu, Trang Le, Trisukon Sawatrukkiat https://www.pier.or.th/dp/251/

🧟ช่วงนี้เพลง "Zombie" กลับมาก้องหูอีกครั้ง... แต่รู้ไหมว่าในเศรษฐกิจไทยก็มี "ผีดิบ" ซ่อนอยู่จริง ๆคำว่า Zombie ไม่ได้อยู...
20/07/2026

🧟ช่วงนี้เพลง "Zombie" กลับมาก้องหูอีกครั้ง... แต่รู้ไหมว่าในเศรษฐกิจไทยก็มี "ผีดิบ" ซ่อนอยู่จริง ๆ
คำว่า Zombie ไม่ได้อยู่แค่ในเพลงร็อกสุดปังที่กำลังฮิตอยู่ตอนนี้ เพราะในโลกเศรษฐกิจ นักวิจัยก็ใช้คำนี้เรียกสิ่งที่มีอยู่จริง นั่นคือ "บริษัทผีดิบ" (zombie firms) และงานวิจัยของ PIER พบว่าบริษัทเหล่านี้ส่งผลลบต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่าที่เราคิด นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็ได้พูดคุยเรื่องข้อกังวลดังกล่าวในการประชุมครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมาอีกด้วย
🧟‍♂️บริษัทผีดิบ คืออะไร?
ลองนึกถึงธุรกิจที่ "อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ" — มีกำไรจากการดำเนินงานต่ำกว่าภาระที่ต้องจ่าย ซึ่งจริง ๆ ควรจะปิดตัวไปนานแล้ว แต่ก็ยังฝืนพยุงตัวอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ ปีแล้วปีเล่า ไม่ถึงกับตาย แต่ก็ไปต่อไม่ไหว เดินวนอยู่กับที่เหมือน "ผีดิบ" นั่นเอง
💥แล้วทำไมต้องกังวล?
เพราะบริษัทผีดิบไม่ได้แค่อยู่ไปวัน ๆ แต่ "ยึด" ทรัพยากรที่ธุรกิจสุขภาพดีต้องการเอาไว้ บริษัทเหล่านี้ต้องกู้เงินเพื่อให้อยู่รอดในแต่ละปี ยังต้องจ้างคนไว้ ยังกินพื้นที่ในตลาด ทำให้เงินทุน สินเชื่อ และแรงงาน ที่ควรไหลไปหาธุรกิจที่มีอนาคตกว่า กลับติดค้างอยู่กับผีดิบแทน บริษัทหน้าใหม่ไฟแรงจึงเกิดยากขึ้น และเติบโตยากขึ้นตามไปด้วย
งานวิจัย PIER พบว่า เมื่อสัดส่วนบริษัทผีดิบในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1% การลงทุนของบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันจะลดลงราว 0.8% กลุ่มบริษัทที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือธุรกิจเกิดใหม่ (อายุไม่ถึง 5 ปี) ที่ลดการลงทุนลงถึง 0.9% เรียกได้ว่าทุกพื้นที่ที่ผีดิบยึดไว้ คือโอกาสที่ธุรกิจหน้าใหม่ไม่ได้เกิด
คำถามที่น่าคิดคือ ภาคการเงินควรอุ้มธุรกิจที่ไปต่อไม่ไหวไว้แค่ไหน หากบริษัทผีดิบเหล่านี้ทำให้บริษัทที่ควรจะมีอนาคต โดยเฉพาะบริษัทใหม่ ๆ ลงทุนได้น้อยลง เพราะ creative destruction หรือการทำลายเพื่อการสร้างสรรค์ เป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจที่แข็งแรง
📄อ่านงานวิจัยฉบับเต็ม: https://www.pier.or.th/abridged/2019/22
📄รายงานการประชุม กนง. (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 3/2569:https://www.bot.or.th/content/dam/bot/documents/th/research-and-publications/reports/monetary-policy/minutes-mpc/mpc-minutes-2569-3.pdf
#บริษัทผีดิบ #เศรษฐกิจไทย

17/07/2026

🎓 เก็บตก PIER Research Workshop ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 25–26 มิถุนายนที่ผ่านมา
📄งานวิจัยที่ 6 | เงินโอนกลับบ้าน ช่วยเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาได้แค่ไหน?
"Remittances, Financial Development, and Growth: Cross-Country Evidence" โดย คุณอธิวัฒน์ ธูปทอง (University of Michigan) และ Henry Young
เงินโอนจากแรงงานในต่างประเทศ (remittances) กลายเป็นแหล่งเงินทุนจากภายนอกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศกำลังพัฒนา งานวิจัยนี้ประเมินผลของเงินโอนต่อเศรษฐกิจมหภาคของ 166 ประเทศ (ปี 2000–2024) ด้วยเทคนิค shift-share IV เพื่อแยกผลเชิงสาเหตุ ประกอบกับ general equilibrium model ที่เชื่อมโยงหลายประเทศเข้าด้วยกันผ่านเครือข่ายการค้า
ผลการศึกษาพบว่า เงินโอนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญในประเทศกำลังพัฒนา (เงินโอนที่เพิ่มขึ้น 1% เชื่อมโยงกับ GDP ที่สูงขึ้นราว 0.07% และการบริโภคและการลงทุนราว 0.19%) แต่แทบไม่มีผลในกลุ่มประเทศรายได้สูง โดยกลไกสำคัญในงานวิจัยชิ้นนี้ คือเงินโอนช่วยผ่อนคลายข้อจำกัดด้านเงินทุนในการลงทุน โดยเฉพาะในประเทศที่ตลาดสินเชื่อยังพัฒนาไม่มาก นอกจากนี้ แบบจำลองยังชี้ว่าการที่โลกเชื่อมโยงการค้ากันมากขึ้น กลับลดทอนผลบวกต่อ GDP ลงราว 45% เพราะอุปสงค์ที่เงินโอนสร้างขึ้นบางส่วนรั่วไหลไปยังประเทศผู้ส่งออกอื่น
📌รายละเอียดงาน PIER Research Workshop 2026 https://www.pier.or.th/workshops/2026/research-workshop/

“ประกันภัยพืชผล จะเป็นทางออกจากวังวนความทุกข์ของชาวนาไทยได้หรือไม่?”ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ภัยพิบัติที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้...
16/07/2026

“ประกันภัยพืชผล จะเป็นทางออกจากวังวนความทุกข์ของชาวนาไทยได้หรือไม่?”
ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ภัยพิบัติที่เกิดถี่และรุนแรงขึ้นส่งผลกระทบต่อชาวนาไทยกว่า 1.3 ล้านครัวเรือน แม้ว่ารัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่เกษตรกรจำนวนมากยังคงเผชิญปัญหารายได้ผันผวน ผลผลิตเสียหาย และต้องพึ่งพามาตรการพักหนี้หรือสินเชื่อฉุกเฉิน
ท่ามกลางภาวะเอลนีโญที่รุนแรงขึ้นและโจทย์ใหญ่ในการปรับโครงสร้างภาคเกษตรไทย คำถามสำคัญคือ ระบบประกันภัยพืชผลที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเกษตรกรอย่างไร?
Scrollytelling ชิ้นนี้ ชวนสำรวจวงจรความเปราะบางของชาวนาไทยและปัญหาของเครื่องมือจัดการความเสี่ยงที่มีอยู่ในปัจจุบัน สู่ทางออกที่ยั่งยืนกว่าเดิม
งานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลที่บูรณาการจากหลายหน่วยงาน และชี้ให้เห็นว่า ระบบเงินเยียวยาภัยพิบัติและประกันภัยข้าวนาปีในปัจจุบันยังขาดประสิทธิภาพในการตรวจสอบความเสียหายและการจ่ายเงินชดเชย รูปแบบประกันภัยยังไม่ตอบโจทย์ครัวเรือนที่มีความต้องการที่หลากหลาย และรูปแบบการช่วยเหลืออาจสร้างแรงจูงใจที่ไม่เหมาะสม
ทางออกที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน คือการพัฒนาระบบประกันภัยพืชผลของประเทศไทยให้ดีขึ้นใน 3 ด้าน
❶ Better data พัฒนาฐานข้อมูลและผลักดันการใช้ข้อมูลที่ดี
❷ Better design ออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยพืชผลที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วย เพื่อให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรมากขึ้น
❸ Better government การปรับบทบาทภาครัฐ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ชาวนาทำประกันภัยเองมากขึ้น ลดภาระทางการคลัง และให้ตลาดประกันภัยพืชผลพัฒนาได้อย่างยั่งยืน
📌เข้าอ่าน Data scrollytelling "ประกันภัยพืชผล
ทางออกจากวังวนความทุกข์ชาวนาไทย?" ได้เลยที่ https://projects.pier.or.th/crop-insurance/

🎓 เก็บตก PIER Research Workshop ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 25–26 มิถุนายนที่ผ่านมาปีนี้เป็นปีที่สองแล้วที่ PIER Research W...
15/07/2026

🎓 เก็บตก PIER Research Workshop ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 25–26 มิถุนายนที่ผ่านมา
ปีนี้เป็นปีที่สองแล้วที่ PIER Research Workshop จัด Poster Sessions ให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงานวิจัยในกลุ่มย่อย ทำให้ทั้งผู้นำเสนอและผู้ฟังมีโอกาสได้พูดคุยกันอย่างเต็มที่และเป็นกันเอง โดยในวันที่สอง มีการนำเสนอจากงานวิจัยทั้งหมด 6 ชิ้น ได้แก่
❶ 𝗖𝗮𝘀𝗵 𝗼𝗿 𝗟𝗼𝘁𝘁𝗲𝗿𝘆? 𝗘𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗺𝗲𝗻𝘁𝗮𝗹 𝗘𝘃𝗶𝗱𝗲𝗻𝗰𝗲 𝗼𝗻 𝗥𝗲𝗱𝘂𝗰𝗶𝗻𝗴 𝗖𝗿𝗼𝗽 𝗥𝗲𝘀𝗶𝗱𝘂𝗲 𝗕𝘂𝗿𝗻𝗶𝗻𝗴 𝗶𝗻 𝗧𝗵𝗮𝗶𝗹𝗮𝗻𝗱 (รศ. ดร.วิษณุ อรรถวานิช - มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
ศึกษาแรงจูงใจเพื่อลดการเผาตอซังข้าวของเกษตรกรไทยด้วยการทดลองภาคสนามแบบสุ่มกับเกษตรกร 299 ราย โดยเปรียบเทียบระหว่างล็อตเตอรี เงินสดแบบคงที่ และการจ่ายแบบกลุ่ม ที่มีมูลค่าคาดหวัง (expected payoff) เท่ากัน พบว่าแรงจูงใจแบบล็อตเตอรีลดการเผาได้มากที่สุด (จาก 29% เหลือ 17%) ขณะที่การจ่ายเงินแบบกลุ่มไม่ได้ผล สะท้อนว่า "การออกแบบ" แรงจูงใจอาจสำคัญไม่แพ้ "ขนาด" ของแรงจูงใจ
📌working paper:https://www.pier.or.th/files/workshops/2026/workshop2026_witsanu_paper.pdf
📌poster:https://www.pier.or.th/files/workshops/2026/workshop2026_witsanu_poster.pdf
❷ 𝗙𝗮𝘀𝘁 𝗮𝗻𝗱 𝗙𝘂𝗿𝗶𝗼𝘂𝘀: 𝗗𝗮𝗶𝗹𝘆 𝗘𝘅𝗽𝗼𝗿𝘁 𝗥𝗲𝘀𝗽𝗼𝗻𝘀𝗲𝘀 𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗲 𝗟𝗶𝗯𝗲𝗿𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗗𝗮𝘆 𝗧𝗮𝗿𝗶𝗳𝗳 𝗦𝗵𝗼𝗰𝗸 (คุณเจตวัฒน์ ภัทรรังรอง - สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์)
ศึกษาผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าต่อผู้ส่งออกไทย ในช่วงที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ (Liberation Day Tariff) โดยประกาศล่วงหน้าไม่กี่วันก่อนภาษีถูกเก็บจริง ซึ่งคาดว่าไทยจะถูกเก็บภาษีในอัตรา 36% และสูงกว่าหลายประเทศ ผู้ส่งออกไทยจะสามารถเร่งส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ได้หรือไม่ในช่วงเวลาที่จำกัดนี้? โดยใช้ส่วนต่างของอัตราภาษีโดยเปรียบเทียบกับคู่แข่งของสินค้าเดียวกันในตลาดสหรัฐฯ พบว่าผู้ส่งออกไทยสามารถเร่งส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ได้ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน โดยพบมากในสินค้ากลุ่มเกษตรและสินค้าเพื่อการบริโภค ขณะที่ไม่พบการปรับของราคา
📌working paper: https://www.pier.or.th/dp/244/
📌poster:https://www.pier.or.th/files/workshops/2026/workshop2026_jettawat_poster.pdf
❸ 𝗦𝗶𝗹𝘃𝗲𝗿 𝗛𝗮𝗶𝗿 𝗮𝗻𝗱 𝗛𝗲𝗮𝗹𝘁𝗵𝘆 𝗚𝗿𝗼𝘄𝘁𝗵: 𝗚𝗿𝗮𝗻𝗱𝗽𝗮𝗿𝗲𝗻𝘁𝘀 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗲 𝗛𝗲𝗮𝗹𝘁𝗵 𝗼𝗳 𝗧𝗵𝗮𝗶 𝗦𝗰𝗵𝗼𝗼𝗹-𝗔𝗴𝗲 𝗖𝗵𝗶𝗹𝗱𝗿𝗲𝗻 (ผศ. ดร.ภัททา เกิดเรือง - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนกับภาวะโภชนาการของเด็กวัยเรียนกลุ่มเปราะบางในไทย และผลของ "เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ" ต่อสุขภาพเด็กที่อยู่กับปู่ย่าตายาย โดยใช้ข้อมูลคัดกรองทุนเสมอภาค (กสศ.) กว่า 1.4 ล้านคน ร่วมกับวิธี OLS และ difference-in-difference-in-differences (DDD) พบว่าเด็กที่อยู่กับปู่ย่าตายาย (ครอบครัวขยายและครอบครัวข้ามรุ่น) มีภาวะโภชนาการดีกว่าครอบครัวเดี่ยว และการได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมีผลเชิงบวกต่อภาวะโภชนาการของเด็ก 6–7 ปีในบางกรณี
📌working paper:https://www.pier.or.th/files/workshops/2026/workshop2026_phatta_paper.pdf
📌poster:https://www.pier.or.th/files/workshops/2026/workshop2026_phatta_poster.pdf
❹ 𝗣𝗼𝘀𝘁-𝗘𝗮𝗿𝗻𝗶𝗻𝗴𝘀 𝗔𝗻𝗻𝗼𝘂𝗻𝗰𝗲𝗺𝗲𝗻𝘁 𝗗𝗿𝗶𝗳𝘁 𝗶𝗻 𝗮 𝗥𝗲𝘁𝗮𝗶𝗹-𝗗𝗼𝗺𝗶𝗻𝗮𝘁𝗲𝗱 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁: 𝗘𝘃𝗶𝗱𝗲𝗻𝗰𝗲 𝗳𝗿𝗼𝗺 𝗧𝗵𝗮𝗶𝗹𝗮𝗻𝗱 (รศ. ดร.สัมพันธ์ เนตยานันท์ - มหาวิทยาลัยนเรศวร และ รศ. ดร.คณิสร์ แสงโชติ - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
ศึกษาการเคลื่อนตัวของราคาหุ้นหลังประกาศงบ (PEAD) ในตลาดหุ้นไทยที่ปริมาณการซื้อขายกว่าครึ่งเกิดจากนักลงทุนรายย่อย โดยใช้ข้อมูลปี 2001–2025 พบว่า PEAD ในไทยมีขนาดใหญ่กว่าตลาดพัฒนาแล้วมาก กระจุกอยู่ในหุ้นที่มีข่าวดี และเข้มข้นขึ้นเมื่อรายย่อยซื้อขายมากขึ้น สอดคล้องกับสมมติฐานว่านักลงทุนรายย่อยตอบสนองต่อข่าวงบการเงินช้า
📌poster:https://www.pier.or.th/files/workshops/2026/workshop2026_sampan_poster.pdf
❺ 𝗪𝗮𝗴𝗲𝘀, 𝗧𝗮𝘅𝗲𝘀, 𝗮𝗻𝗱 𝗟𝗮𝗯𝗼𝗿 𝗦𝘂𝗽𝗽𝗹𝘆 𝗘𝗹𝗮𝘀𝘁𝗶𝗰𝗶𝘁𝗶𝗲𝘀: 𝗧𝗵𝗲 𝗥𝗼𝗹𝗲 𝗼𝗳 𝗦𝗼𝗰𝗶𝗮𝗹 𝗣𝗿𝗲𝗳𝗲𝗿𝗲𝗻𝗰𝗲𝘀 (ผศ. ดร.จัญจลา จิระกิจจา - Monash University)
ศึกษาว่าการเปลี่ยนแปลงของ "ค่าจ้าง" และ "ภาษี" มีผลต่างกันต่อการเลือกทำงานหรือไม่ โดยใช้การทดลองกับกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันกว่า 5,400 คน พบว่าแรงงานตอบสนองต่อค่าจ้างมากกว่าต่อภาษีราว 1.5 เท่า เพราะคนให้คุณค่ากับการที่ภาษีถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยเฉพาะเมื่อผู้เข้าร่วมเชื่อมั่นในรัฐบาลหรือชอบโครงการที่ภาษีนั้นสนับสนุน
📌working paper:https://www.pier.or.th/files/workshops/2026/workshop2026_janjala_paper.pdf
📌poster:https://www.pier.or.th/files/workshops/2026/workshop2026_janjala_poster.pdf
❻ 𝗙𝗿𝗲𝗲 𝗧𝗿𝗮𝗱𝗲 𝗮𝗻𝗱 𝗕𝘂𝘀𝗶𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗘𝗹𝗶𝘁𝗲𝘀: 𝗪𝗵𝗼 𝗔𝗿𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝗪𝗶𝗻𝗻𝗲𝗿𝘀 𝗼𝗳 𝗚𝗹𝗼𝗯𝗮𝗹𝗶𝘇𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻? (ผศ. ดร.บดินทร์ บดีรัฐ - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
ศึกษาว่าใครคือผู้ได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีการค้า ระหว่างผู้ประกอบการหน้าใหม่กับตระกูลธุรกิจเก่า โดยใช้วิธี stacked difference-in-differences กับข้อตกลงการค้าเสรี 36 ฉบับ (ปี 1986–2020) ร่วมกับข้อมูลมหาเศรษฐีที่แยกที่มาของความมั่งคั่งแบบ "สืบทอด" ออกจาก "สร้างเอง" การศึกษาพบว่าการเปิดเสรีการค้าเพิ่มความมั่งคั่งให้ตระกูลธุรกิจเก่า แต่ไม่เพิ่มให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ โดยผลนี้เด่นชัดในประเทศที่ระบบการเงินยังพัฒนาไม่มาก (รวมถึงไทย)
📌poster:https://www.pier.or.th/files/workshops/2026/workshop2026_bordin_poster.pdf
📌 รายละเอียดงาน PIER Research Workshop 2026 https://www.pier.or.th/workshops/2026/research-workshop/

ที่อยู่

273 Samsen Road, Watsamphraya, Phra Nakhon District
Bangkok
10200

เบอร์โทรศัพท์

+6622836066

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Puey Ungphakorn Institute for Economic Research - PIERผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์