สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ Office of the National Human Rights Commission of Thailand

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

องค์กรตามรัฐธรรมนูญเพื่อการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน

"สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องของทุกคน"

สายด่วนร้องเรียน 1377

การประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านบริหาร ครั้งที่ 15/2567วันที่ 10 เมษายน 2567 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห...
10/04/2024

การประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านบริหาร ครั้งที่ 15/2567

วันที่ 10 เมษายน 2567 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านบริหาร ครั้งที่ 15/2567 ณ ห้องประชุม 704 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบออนไลน์ (Zoom meeting) โดยมีมติการประชุมที่สำคัญ ดังนี้

1. พิจารณาการเป็นองค์กรร่วมจัดการรับฟังความคิดเห็นระดับชาติต่อร่างปฏิญญาอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 26 เมษายน 2567 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

2. พิจารณาการเข้าร่วมประชุมและร่วมเป็นวิทยากรในการประชุม AICHR Consultation on Human Rights Index 2024 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 – 30 เมษายน 2567 ณ จังหวัดบันเติน สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

3. การติดตาม UN Zero Draft of the Declaration on Future Generations. เพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดทำท่าทีของ กสม. ในส่วนที่เกี่ยวข้อง

สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ร่วมเสวนาและเผยแพร่ความรู้สิทธิมนุษยชนในโครงการ Youth Thopia in Hatyai “สงขลาสร้างสุข วัยรุ่...
10/04/2024

สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ร่วมเสวนาและเผยแพร่ความรู้สิทธิมนุษยชนในโครงการ Youth Thopia in Hatyai “สงขลาสร้างสุข วัยรุ่นสร้างสรรค์”

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2567 เวลา 15.30 น. ณ ลานกิจกรรมสวนหย่อมท่งเซียเซี่ยงตึ้ง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายสุเรนทร์ ปะดุกา ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคใต้ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ และนักศึกษาฝึกงานจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วมโครงการ Youth Thopia in Hatyai “สงขลาสร้างสุข วัยรุ่นสร้างสรรค์” ซึ่งภายในงานมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชนที่ขับเคลื่อนงานด้านสิทธิเด็กและเยาวชน ร่วมเสวนาและจัดกิจกรรมส่งเสริมพื้นที่สร้างสรรค์แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนกล้าแสดงออกทางความคิดอย่างสร้างสรรค์ ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านการทดลองสิ่งใหม่ ๆ การค้นหาความชอบและอาชีพในฝัน การสร้างเครือข่ายทางสังคมของเด็กและเยาวชน รวมถึงร่วมหารือแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์แก่เด็กและเยาวชนตามภารกิจและหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
.
ในกิจกรรมดังกล่าว สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ได้ร่วมเวทีเสวนา เรื่อง “สงขลาสร้างสุขเพื่อวัยรุ่นสร้างสรรค์ เราจะร่วมมือกันอย่างไร” และจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้เรื่องหลักการพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน ผ่านเกมบิงโกสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้รับความสนใจจากเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ จะร่วมกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่หลักสิทธิมนุษยชนให้กับเด็กและเยาวชนกับภาคีองค์กรเพื่อเยาวชนจังหวัดสงขลาในโอกาสต่อไป

การประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 14/2567วันที่ 9 เมษายน 25...
10/04/2024

การประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 14/2567
วันที่ 9 เมษายน 2567 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 14/2567 ณ ห้องประชุม 704 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบสื่อออนไลน์ (Zoom meeting) โดยมีวาระการประชุม ดังนี้

1. พิจารณาร่างรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้แก่
- สิทธิชุมชน กรณีการดำเนินโครงการขุดลอกร่องน้ำสาธารณประโยชน์อ่าวกุ้ง (ท่าเล) จังหวัดภูเก็ต อาจกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตชุมชน
- สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย กรณีร้องเรียนว่าหน่วยงานของรัฐตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะนักเรียนในลักษณะเหมารวม
- สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย กรณีร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองภูเก็ตใช้อำนาจบังคับข่มขู่ให้สะบัดผ้า เพื่อตรวจค้นร่างกายหาสารเสพติด
- สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรดอยสะเก็ด เข้าตรวจค้น จับกุม และยึดทรัพย์สินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- สิทธิในสัญชาติ กรณีร้องเรียนว่าอำเภอเชียงดาวดำเนินการล่าช้าในการพิจารณาคำขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ. 2543

2. พิจารณาร่างรายงานผลการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ได้แก่
- สิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียงและครอบครัว กรณีขอให้เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายความมั่นคงยุติการตรวจเยี่ยมบ้านโดยไม่มีเหตุอันควร
- ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน อันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว กรณีการประกอบกิจการของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่
- สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีขอให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลโคกคราม เร่งรัดการดำเนินคดี
- สิทธิและสถานะบุคคล กรณีขอให้เร่งรัดอำเภอเมืองตราดในการพิจารณาคำขอพิสูจน์ความเป็นคนไทยพลัดถิ่น

3. พิจารณาคำร้องที่ครบกำหนดและขอขยายเวลาดำเนินการ จำนวน 1 เรื่อง

4. พิจารณาเห็นชอบให้นายภวิสร ชื่นชุ่ม เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นประกอบการพิจารณาและจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ สิทธิชุมชน กรณีร้องเรียนว่า โครงการขุดลอกคลองส้านแดง จังหวัดพัทลุง ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างรอบด้าน และอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต

5. พิจารณาร่างข้อเสนอแนะ เรื่อง การคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของเด็ก กรณีการไว้ทรงผมของนักเรียน

6. พิจารณาเรื่องร้องเรียนที่เห็นควรไม่รับไว้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ให้ความช่วยเหลือ จำนวน 3 เรื่อง

7. รับทราบเรื่องร้องเรียนที่เห็นควรรับไว้เป็นคำร้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน จำนวน 1 เรื่อง

8. รับทราบเรื่องร้องเรียนที่เห็นควรรับไว้เป็นคำร้อง เพื่อดำเนินการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน จำนวน 1 เรื่อง

9. รับทราบเรื่องร้องเรียนที่เห็นควรรับไว้ดำเนินการ / ให้ความช่วยเหลือ จำนวน 4 เรื่อง

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับกา...
10/04/2024

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์

คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด ขอความร่วมมือแจ้งข้อมูล ข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุด จำนวน 5 คน โดยขอให้จัดส่งข้อมูลไปยังประธานคณะกรรมาธิการสามัญ สำนักกำกับและตรวจสอบ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เลขที่ 1111 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 หรือที่ตู้ ป.ณ. 45 ปณฝ. รัฐสภา กรุงเทพมหานคร 10305 หรือแจ้งข้อมูลได้ที่ลิงก์ที่ปรากฏ ภายในวันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2567

https://www.senate.go.th/view/1/ข่าวสารวุฒิสภา/การสรรหาแต่งตั้ง/15808/TH-TH

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขอเชิญติดตามรับชมการถ่ายทอดสด (Live) การประชุมทางวิชาการประจำปี เนื่องในโอกาส ...
09/04/2024

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขอเชิญติดตามรับชมการถ่ายทอดสด (Live) การประชุมทางวิชาการประจำปี เนื่องในโอกาส 26 ปี แห่งการสถาปนาศาลรัฐธรรมนูญ หัวข้อ “ศาลรัฐธรรมนูญกับการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ”
ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2567 ตั้งแต่เวลา 09.30 น.
ถ่ายทอดสดจาก โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพมหานคร
ติดตามรับชมและเข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ Youtube และ Facebook ตามลิงก์ดังแนบ
Youtube : https://youtube.com/-zm9pr6eo1b?si=cptD1TG_rfKugHaI
Facebook : https://www.facebook.com/constitutionalcourt.thailand?mibextid=LQQJ4d

สำนักงาน กสม. อีสาน ร่วมกับเครือข่าย มอบหนังสือสิทธิมนุษยชนให้ห้องสมุดเรือนจำกลางขอนแก่น เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้สิทธิมน...
09/04/2024

สำนักงาน กสม. อีสาน ร่วมกับเครือข่าย มอบหนังสือสิทธิมนุษยชนให้ห้องสมุดเรือนจำกลางขอนแก่น เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้สิทธิมนุษยชนแก่เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังในเรือนจำ

วันที่ 9 เมษายน 2567 เวลา 11.00 น. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) พร้อมด้วยเครือข่ายเฟมินิสต์ปลาแดก และนายวีระนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต 1 พรรคก้าวไกล ร่วมกันมอบหนังสือสิทธิมนุษยชนและหนังสือความรู้ และวรรณกรรมประเภทต่าง ๆ ให้แก่ เรือนจำกลางขอนแก่น โดยมี นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับมอบ ณ เรือนจำกลางขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น กล่าวว่า สำหรับหนังสือที่ได้รับมอบจะนำไปคัดแยกเพื่อส่งมอบไปยังห้องสมุดเรือนจำเพื่อส่งเสริมให้ผู้ต้องขังทั้งชายและหญิง ซึ่งปัจจุบันมีประมาณกว่า 4,000 คนในเรือนจำกลางขอนแก่นสามารถเข้าถึงการอ่านและหนังสือที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิผู้หญิง ความรู้ด้านกฎหมาย วรรณกรรม และการพัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มเติมองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังได้ต่อไป
ทั้งนี้ เรือนจำกลางขอนแก่นยังมีความยินดีที่จะร่วมมือกับสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเครือข่ายเพื่อพัฒนางานด้านการพัฒนาศักยภาพ และการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนภายในเรือนจำทั้งในส่วนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ต้องขังที่กำลังจะพ้นโทษแล้วต่อไป

กสม. ตั้ง “8 กรอบ 36 ประเด็น” รับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เตรียมทดลองตรวจเยี่ยม “เรือนจำ” เพื่อป้องกันการทรมานและ...
07/04/2024

กสม. ตั้ง “8 กรอบ 36 ประเด็น” รับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เตรียมทดลองตรวจเยี่ยม “เรือนจำ” เพื่อป้องกันการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี ตามมาตรฐานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 4 – 5 เมษายน 2567 กรุงเทพฯ – คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดรับฟังความเห็นผู้แทนฝ่ายปฏิบัติและฝ่ายมาตรฐานนโยบายด้านราชทัณฑ์ และผู้แทนองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ จาก 13 หน่วย เพื่อพัฒนาเครื่องมือและมาตรฐานการตรวจเยี่ยมเรือนจำ โดยเริ่มต้นเดินเครื่องทดลองตรวจเยี่ยม “เรือนจำ” ในเดือนพฤษภาคมนี้ ก่อนที่จะปรับปรุง และใช้เป็นเครื่องมือการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี ตามมาตรฐานระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับเรือนจำทั่วประเทศ
นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชี้แจงในตอนต้นของการรับฟังความเห็น ว่า เครื่องมือนี้เป็นเสมือนกรอบประเด็น (checklist) ในการตรวจเยี่ยม มิใช่ “การประเมิน” และการตรวจเยี่ยมในที่นี้ เน้นบทบาทเชิงป้องกันด้านสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ มิใช่การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามการร้องเรียน แต่อย่างใด
ทั้งนี้ (ร่าง) เครื่องมือการตรวจเยี่ยมเรือนจำ ตามมาตรฐานอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) และพิธีสารที่เกี่ยวข้อง เป็นผลผลิตที่จัดทำขึ้นจากชุดโครงการวิจัยที่ กสม. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อพัฒนาเครื่องมือ มาตรฐาน และระบบการป้องกันคุ้มครองและเยียวยา ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ (OPCAT) กระบวนการพัฒนาเครื่องมือ เริ่มจากการนำหลักการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง มาพิจารณาเชิงมาตรฐาน และประมวล พร้อมกับการสัมภาษณ์ผู้ที่เคยก้าวพลาด ผู้ปฏิบัติงาน ผู้จัดทำนโยบาย และ/หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและหว่างประเทศ
โดยเบื้องต้น แบ่งเป็น 8 กรอบ 36 ประเด็น ซึ่งพัฒนาจากเอกสารข้อกำหนดเนลสันแมนเดลลา (ข้อกำหนดแมนเดลลา หรือ Mandela Rules) และข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง (ข้อกำหนดกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Rules) นำมาเทียบเคียงกับมาตรฐานและบทบัญญัติที่อยู่ทั้งในกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายภายในประเทศที่เกี่ยวข้อง อาทิ อนุสัญญา CAT พิธีสารเลือกรับ OPCAT พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
เครื่องมือ นำเสนอองค์ประกอบหลักใน 2 ส่วน คือ ส่วนแรก ความเป็นมา วิธีการทำงานตรวจเยี่ยม องค์ประกอบของคณะผู้ตรวจเยี่ยม (ทีมสหวิชาชีพ อาทิ แพทย์/พยาบาล วิศวกร นักกฎหมาย นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ เป็นต้น) และ ส่วนที่สอง กระบวนการตรวจเยี่ยม โดยการใช้แนวทาง “สามเส้า (tri-angulation)” ในการสมดุลข้อมูล ทั้งจากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน ผู้ต้องขัง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพิจารณาเอกสารข้อมูลต่าง ๆ โดยลดหรือเลี่ยงการใช้ข้อมูลแบบอัตวิสัย (subjectivity) และเน้นการใช้ข้อมูลแบบภววิสัย (objectivity) เป็นหลัก โดยผลผลิตสุดท้ายของการตรวจเยี่ยม คือ การนำเสนอความเห็นในการปรับปรุงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยรับตรวจ และหน่วยนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
นายชนินทร์ เกตุปราชญ์ รองเลขาธิการ กสม. กล่าวเสริมรายละเอียดว่า เป้าหมายของการจัดทำเครื่องมือโดยภาพรวม จะนำมาปรับใช้ในการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันในสถานที่ลิดรอนเสรีภาพ (deprivation of liberty) ที่เข้าข่ายเป็นสถานที่ควบคุมตัว ภายใต้การดำเนินงานหรือการกำกับของรัฐ เช่น สถานีตำรวจ โรงพัก ห้องขัง เรือนจำ สถานที่ควบคุมตัวของทหาร พื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยจากความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน สถาบันจิตเวช และสถานที่ดูแลกลุ่มเปราะบางหรือผู้ด้อยโอกาส โดยเป็นไปตามหน้าที่ของ กสม. โดยตรง และนำหลักการ “การป้องกันไม่เกิดอันตราย หรือความเจ็บปวดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง (Do No Harm)” มาปรับใช้พัฒนาเครื่องมืออย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับหลักการ และมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในการตรวจเยี่ยมมีขั้นตอนการจัดก็บข้อมูล หลักฐาน และมาใช้เทียบเคียงกับมาตรฐาน โดยการตรวจแต่ละครั้ง จะหารือแนวทางการตรวจ และสรุปข้อค้นพบกับหน่วยรับตรวจโดยตรง เพื่อเสนอให้พิจารณาปรับปรุงมาตรฐาน และ กสม. นำผลการตรวจหลาย ๆ ครั้ง มาประมวลผลจัดทำข้อเสนอในเชิงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน กายภาพ กระบวนการ ผลผลิต ผลลัพธ์ รวมถึงระบบ โครงสร้างเชิงสถาบัน กฎหมาย และนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในการประชุมครั้งนี้ ผู้แทนฝ่ายปฏิบัติและฝ่ายมาตรฐานนโยบายด้านราชทัณฑ์ และผู้แทนองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ จาก 13 หน่วย ได้ให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงทั้งรูปแบบ วิธีการ การเก็บข้อมูล/หลักฐาน และประเด็นซักถามเพิ่มเติม เพื่อให้เครื่องมือและกระบวนการ มีความละเอียดอ่อน สอดคล้อง และเหมาะสมกับบริบทและการปฏิบัติงานจริงตามมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเกิดประโยชน์สำหรับใช้ป้องกันการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี ในเรือนจำ ในประเทศไทย ได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ภายหลังจากการพัฒนาและปรับปรุงเครื่องมือและกระบวนการดังกล่าวแล้ว กสม. จะเริ่มต้นทดลอง (tryout) เครื่องมือดังกล่าว ในเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และดำเนินการปรับปรุง เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี ตามมาตรฐานระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับเรือนจำต่าง ๆ ทั่วประเทศ ต่อไป

กสม. ปรีดาประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2567 ...
07/04/2024

กสม. ปรีดาประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2567 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมอาลัมภางค์ ศาลากลางจังหวัดลำปาง นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ร่วมกับผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (ลำปาง) และผู้แทนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งในจังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดลำปาง และเครือข่าย P-Move รวม 7 กรณี ซึ่งมีกรณีการเตรียมการประกาศอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ตามรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) รวมอยู่ด้วย เพื่อสรุปผลการพิจารณา การแก้ไขปัญหาและหาข้อสรุป โดยจัดให้มีมาตรการแก้ไขปัญหาในระดับคณะทำงาน ระดับกรม ระดับกระทรวง หรือระดับนโยบาย
ในการนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีข้อห่วงกังวลในประเด็นปัญหาการจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคแก่ประชาชนในพื้นที่โดย กสม. เคยมีมติว่าการที่รัฐไม่จัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคแก่ประชาชนเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงขอให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องผลักดัน และนำเสนอปัญหาดังกล่าวถึงคณะรัฐมนตรีเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในระดับนโยบายต่อไป

กสม. ศยามล ประชุมรับฟังข้อเท็จจริงและการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนกั้นแม่น้ำชีเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2567 เวลา 09.00 น. ที่ศ...
07/04/2024

กสม. ศยามล ประชุมรับฟังข้อเท็จจริงและการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนกั้นแม่น้ำชี

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2567 เวลา 09.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาวมณีรัตน์ มิตรปราสาท ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 เข้าร่วมประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องสิทธิชุมชน กรณีการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนกั้นแม่น้ำชี 3 แห่งได้แก่ เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร- พนมไพร และเขื่อนธาตุน้อย จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร และโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอาคารบังคับน้ำ (เขื่อนกั้นน้ำ) ในลำน้ำชี บริเวณพื้นที่บ้านไชยวาน จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับนายชัยวัฒน์ ชัยเวชพิสิฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้แทนจังหวัดยโสธร และผู้แทนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานชลประทานที่ 6 และ 7 โครงการชลประทานยโสธร โครงการชลประทานร้อยเอ็ด โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีล่างและเซบายล่าง รวมทั้งพยานผู้เชี่ยวชาญ พยานบุคคล และผู้ร้อง เพื่อรับฟังข้อเท็จจริง การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนกั้นแม่น้ำชีรวมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรคและแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานและหลายจังหวัด ตั้งแต่ต้นน้ำชี กลางน้ำ และปลายน้ำที่ต้องบูรณการร่วมกันในการบริหารจัดการน้ำ ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จะนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบการพิจารณาจัดทำรายงานผลการตรวจสอบพร้อมกับแจ้งข้อเสนอแนะที่ได้ไปยังจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดยโสธรเพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

กสม. ปรีดา ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการตามคำร้องและรับฟังความเดือดร้อนของประชาชาชน จ.ลำปางเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2567 เวลา...
07/04/2024

กสม. ปรีดา ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการตามคำร้องและรับฟังความเดือดร้อนของประชาชาชน จ.ลำปาง

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2567 เวลา 10.00น. นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ประชุมติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตามรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีการเตรียมการประกาศอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไททับพื้นที่ทางจิตวิญญาณและขาดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ร่วมกับผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ ผู้แทนสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 13 (ลำปาง) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติถ้าผาไท และเครือข่าย P-Move ณ ศาลาประชาคมบ้านกลาง ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
ในการนี้ ประชาชนที่มาร่วมประชุม ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพิ่มเติม จำนวน 4 เรื่อง โดย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรับเรื่องไว้และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
จากนั้น เวลา 16.00 น. กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะ เดินทางไปที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่จังหวัดลำปาง กรณีขอให้ตรวจสอบการขอสร้างฟาร์มหมูบ้านหัวเสือ โดยเครือข่ายคัดค้านการสร้างฟาร์มหมูตำบลหัวเสือ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง และกรณีปัญหากลิ่นขี้หมูส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต โดย ผู้ประสานงานกลุ่มฮักบ้านกิ่ว - hug บ้านเกิด ตำบลบ้านกิ่ว อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง
ในการนี้ ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือนร้อน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกล่าว โดย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรับเรื่องไว้และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป

สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคอีสานร่วมลงพื้นที่สังเกตการณ์การตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีร้องคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่หินอุ...
07/04/2024

สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคอีสานร่วมลงพื้นที่สังเกตการณ์การตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีร้องคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรม ชนิดหินปูน จ.ขอนแก่น

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2567 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ได้รับการประสานจากเครือข่ายรักษ์ดงลานให้ร่วมลงพื้นที่สังเกตการณ์การตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจังหวัดขอนแก่น กรณีร้องคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่หินอุตสาหกรรม ชนิดหินปูน ในพื้นที่อำเภอสีขมพู จังหวัดขอนแก่น โดยมีนายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 ขอนแก่น สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น พร้อมด้วยนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง บริเวนพื้นที่บ้านซำขาม ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น โดยลงพื้นที่บริเวณที่อาจเข้าข่ายเป็นพื้นที่ต้องห้ามทำเหมืองแร่ตาม มาตรา 17 วรรคท้ายแห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 จำนวน 3 จุด ซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นที่ขอประทานบัตร ได้แก่ จุดภาพเขียนสีโบราณ บริเวณผาแต้ม หรือ ผาสูง จุดพื้นที่แหล่งต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึม บริเวณซำเว่อและซำขาม และบริเวณโสกลึก รวมทั้งสำรวจพื้นที่ชุมชน ได้แก่ วัดป่าชำขามสามัคคีธรรมซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นที่ขอประทานบัตรอีกด้วย
ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้เคยรับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มรักษ์ดงลานโดยได้ขอ ให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตรวจสอบกระบวนการขอออกประทานบัตรเหมืองหินดังกล่าว และขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลความปลอดภัยของชาวบ้านจากการข่มขู่คุกคามด้วย

ทปษ. สำนักงาน กสม. ร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะเนื่องในวันจักรี วันที่ 6 เมษายน 2567 เวลา 08.30 น. นายภาณุวัฒน...
06/04/2024

ทปษ. สำนักงาน กสม. ร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะเนื่องในวันจักรี

วันที่ 6 เมษายน 2567 เวลา 08.30 น. นายภาณุวัฒน์ ทองสุข ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบาททสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์และวันจักรี ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า กรุงเทพมหานคร

06/04/2024
ที่ปรึกษาประจำ กสม. ร่วมการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวัน...
05/04/2024

ที่ปรึกษาประจำ กสม. ร่วมการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1/2567

ระหว่างวันที่ 3 - 4 เมษายน 2567 นางรัตติกุล จันทร์สุริยา ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Technical Working Group of the South East Asia National Human Rights Institutions Forum: TWG SEANF) ครั้งที่ 1/2567 ณ โรงแรม Ramelau กรุงดิลี ประเทศติมอร์ – เลสเต
โดยผู้ตรวจการแผ่นดินของติมอร์-เลสเต หรือ PDHJ เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมในฐานะประธาน SEANF ปี 2567 สมาชิก SEANF ที่เข้าร่วมการประชุม ได้แก่ ผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) อินโดนีเซีย (Komnas HAM) ผู้แทน กสม. มาเลเซีย (SUHAKAM) ผู้แทน กสม. ฟิลิปปินส์ (CHRP) ประธาน PDHJ ผู้แทน กสม. ไทย และผู้แทน กสม. เมียนมา (MNHRC) ซึ่งเข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ ดังนี้
1. การแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินกิจกรรมที่สำคัญหลังการประชุมประจำปี SEANF ครั้งที่ 20 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566
2. การแลกเปลี่ยนข้อมูลความก้าวหน้าในการปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ของ SEANF พ.ศ. 2565-2569
- ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าในการปฏิบัติตามแผนป้องกันการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ของ กสม. ไทยซึ่งมีบทบาทนำในประเด็นยุทธศาสตร์นี้ รวมทั้งรับทราบความคืบหน้าในการดำเนินการของสมาชิกอื่น ๆ ซึ่งจะนำข้อมูลการดำเนินการไปจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการการป้องกันการทรมานของตน และจะจัดส่งให้ กสม. ไทย ก่อนประชุม TWG ครั้งที่ 2/67 ต่อไป
- ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการหารือผ่านระบบ on line เรื่องการแก้ไขข้อบังคับการดำเนินงานของ SEANF (ROP) ก่อนการประชุม TWG ครั้งที่ 2
3. การจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่าง SEANF กับคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR) ซึ่ง กสม.ไทยได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคืบหน้าในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาค เรื่อง Regional Workshop: Sharing Good Practices on Business and Human Rights and Enhancing Access to Remedy for Migrant Workers in ASEAN ซึ่งคาดว่าจะจัดในเดือนกันยายน 2567 และกิจกรรมระหว่าง กสม. ไทยกับ AICHR Thailand และภาคีเครือข่าย ในการจัดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิในสิ่งแวดล้อม (ASEAN declaration on environmental rights) ในวันที่ 25-26 เมษายน 2567
4. การแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน โดย Komnas HAM และ PDHJ
5. การนำเสนอแนวทางความร่วมมือในการส่งตัวนักโทษหรือผู้ต้องหากลับประเทศต้นทาง โดย SUHAKAM
6. การพิจารณาข้อเสนอในการจัดทำแถลงการณ์ร่วมของ SEANF ต่อการจัดทำร่างปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิทางสิ่งแวดล้อม การรับทราบข้อเสนอเพื่อทบทวนแนวทางในการจัดตั้งกลไกการไต่สวนระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (Inter-NHRI Inquiry Mechanism – INIM) และการรับทราบความคืบหน้าในการประชุมของคณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยผู้สูงอายุ (UN Opened-ended Working Group on Ageing) สมัยที่ 14 นำเสนอโดย CHRP
7.การปฏิสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3 องค์กร ได้แก่ การนำเสนอประเด็นบุคคลสูญหายและการลักพาตัวเด็ก โดย Centro Nacional Chega (CNC) และ Asia Justice and Rights (AJAR) และการนำเสนอในประเด็นสิทธิดิจิทัล (Digital Rights) โดย American Bar Association Rule of Law Initiative (ABA LORI)
8. การเตรียมการประชุม TWG SEANF ครั้งที่ 2/2567 ซึ่งคาดว่าจะจัดช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนกรกฎาคม 2567 และการประชุมประจำปี SEANF ครั้งที่ 21 ซึ่งคาดว่าจะจัดช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤศจิกายน 2567

สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคอีสาน ร่วมเวทีเสวนาและรับเรื่องร้องเรียนปัญหาของชาวบ้านชุมชนสามพร้าว กรณีถูกขับไล่ที่ "แปลงโคกขุ...
05/04/2024

สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคอีสาน ร่วมเวทีเสวนาและรับเรื่องร้องเรียนปัญหาของชาวบ้านชุมชนสามพร้าว กรณีถูกขับไล่ที่ "แปลงโคกขุมปูน" จ.อุดรธานี

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ร่วมเวทีเสวนาและรับฟังปัญหาของชาวบ้านชุมชนสามพร้าว กรณีถูกขับไล่ที่ "แปลงโคกขุมปูน" จากโครงการก่อสร้างของรัฐ จัดโดย คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ณ โรงเรียนสามพร้าววิทยา ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี
โดยเป็นกรณีปัญหาชาวบ้านชุมชนสามพร้าวกว่า 129 หลังคาเรือน ซึ่งมีที่อยู่อาศัยในพื้นที่ริมถนนบ้านสามพร้าว-มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ถูกประกาศให้รื้อสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เนื่องจากจะมีโครงการก่อสร้างของรัฐ ทำให้เกิดการโต้แย้งเนื่องจากมีชาวบ้านหลายครัวเรือนอยู่อาศัยก่อนที่รัฐจะประกาศเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์มาเป็นเวลานาน และหากต้องถูกขับไล่ออกจากพื้นที่จะเกิดผลกระทบกับชาวบ้านกว่า 800 คน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการทำหนังสือเพื่อร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไขปัญหาแต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด โดยในเวทีกลุ่มชาวบ้านชุมชนสามพร้าวได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้แทน กมธ. ที่ดิน ฯ และสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อขอให้มีการแก้ไขปัญหา โดยประสานการช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ชาวบ้านหลายครัวเรือนยังไม่มีน้ำประปาและไฟฟ้าใช้ และขอให้มีการหาทางออกเพื่อให้ชาวบ้านได้อยู่ในที่ดินทำกินต่อไป นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่มีปัญหาพิพาทที่ดินทำกินในกรณีอื่น มายื่นเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติม โดยสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อไป

สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคอีสาน ลงพื้นที่สังเกตการณ์การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการโรงงานผลิตน้ำตาลและโครงการโรงไฟฟ้า...
05/04/2024

สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคอีสาน ลงพื้นที่สังเกตการณ์การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการโรงงานผลิตน้ำตาลและโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล จ.ร้อยเอ็ด

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ได้รับการประสานให้ลงพื้นที่สังเกตการณ์การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 (เพิ่มเติม) โครงการโรงงานผลิตน้ำตาลและโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล (ชานอ้อย) ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอปทุมรัตต์ ตำบลบัวแดง จังหวัดร้อยเอ็ด
ในการลงพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมสังเกตการณ์กระบวนการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งมีการจัดกำลังรักษาความปลอดภัยและความเรียบร้อยในการจัดเวทีโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในกระบวนการดังกล่าวมีการโต้แย้งสิทธิและการกระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่มชาวบ้านเครือข่ายคนฮักทุ่งกุลา ตำบลโนนสวรรค์ ซึ่งเป็นตำบลในพื้นที่ก่อตั้งโรงงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความปลอดภัยในประเด็นการมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย
ทั้งนี้ กสม. ได้เคยรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการก่อตั้งโรงงานน้ำตาลในพื้นที่อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด ในประเด็นสิทธิชุมชนและการมีส่วนร่วม ไว้ตรวจสอบแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ ซึ่ง สำนักงาน กสม. จะนำข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ครั้งนี้ประกอบการทำรายงานและรวบรวมเป็นข้อมูลการเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ต่อไป

กสม.ศยามล ลงพื้นที่ตรวจสอบและรับฟังข้อเสนอการบริหารจัดการน้ำเขื่อนกั้นแม่น้ำชีเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 เวลา 09.00 - 12....
05/04/2024

กสม.ศยามล ลงพื้นที่ตรวจสอบและรับฟังข้อเสนอการบริหารจัดการน้ำเขื่อนกั้นแม่น้ำชี

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 เวลา 09.00 - 12.00 น. นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนางสาวมณีรัตน์ มิตรปราสาท ที่ปรึกษาประจำ กสม. และเจ้าหน้าที่สำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและรับฟังข้อเสนอแนะการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนกั้นแม่น้ำชี ยโสธร-พนมไพร จังหวัดยโสธร โดยมีหัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำ และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ร่วมรับฟังข้อเสนอแนะ นำชี้บริเวณที่เกิดปัญหาและเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำต่อคณะ
จากนั้น เวลา 14.00 - 17.00 น. กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะลงพื้นที่บริเวณเขื่อนกั้นน้ำชีร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลาง หัวหน้าวิศวกรและลูกทีมนำชี้บริเวณที่เกิดปัญหาและให้ข้อมูล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่มาใช้ประกอบการพิจารณาต่อไป

กสม. ศยามล ประชุมแนวทางแก้ไขปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำส่งผลต่อระบบนิเวศและประมงชายฝั่งในพื้นที่ภาคกลางเมื่อวันที่ 3 เมษ...
05/04/2024

กสม. ศยามล ประชุมแนวทางแก้ไขปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำส่งผลต่อระบบนิเวศและประมงชายฝั่งในพื้นที่ภาคกลาง

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมแม่กลอง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหา สิทธิชุมชน กรณีขอให้ยกระดับการแก้ไขปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำส่งผลต่อระบบนิเวศและประมงชายฝั่งในพื้นที่ภาคกลางบริเวณอ่าวตัว ก. โดยมี นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดร. ชวลิต วิทยานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) เข้าร่วม โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมบัญชีกลาง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขตบางขุนเทียน จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สภาทนายความจังหวัดสมุทรสงคราม ชาวบ้านเครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน และเครือข่ายชาวบ้านต่าง ๆ ในพื้นที่ 7 จังหวัด จำนวน 90 คน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้

ระยะเร่งด่วน สำนักงาน กสม. จะมีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตลอดแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ตั้งแต่ภาคตะวันออก อ่าวตัว ก ถึงภาคใต้ตอนล่าง เพื่อขอให้จัดประชุมคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด เพื่อหารือแนวทางการออกประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตผ่อนผัน การอนุญาตและระยะเวลาการผ่อนผันให้ใช้เครื่องมือทำการประมงบางประเภทในการกำจัดปลาหมอคางดำ โดยมุ่งเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นจากเครือข่ายชาวประมงในพื้นที่ด้วย
ระยะสั้น กรมประมง จะมีหนังสือหารือไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อสอบถามกรณีการนำระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดลองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 มาใช้แก้ไขปัญหาข้างต้นในพื้นที่ พร้อมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหาเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
ระยะกลาง สำนักงาน กสม. จะจัดประชุมร่วมกับกรมประมง หน่วยงานเอกชน คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้อง และจะประมวลสถานการณ์และข้อเสนอต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาในเชิงระบบต่อไป

กสม. สุภัทรา ประชุมหารือแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับระเบียบกองทัพไทย ว่าด้วยโรงเรียนเตรียมทหาร พ.ศ.  2561 อันอาจเป็นการลิดรอนสิทธ...
05/04/2024

กสม. สุภัทรา ประชุมหารือแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับระเบียบกองทัพไทย ว่าด้วยโรงเรียนเตรียมทหาร พ.ศ. 2561 อันอาจเป็นการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพ และจำกัดโอกาสในการศึกษาของเด็ก

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 เวลา 09.30 น. นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาววันรุ่ง แสนแก้ว ผู้อำนวยการสำนักรับเรื่องร้องเรียนและประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สำนักงาน กสม. ประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับระเบียบกองทัพไทยว่าด้วยโรงเรียนเตรียมทหาร พ.ศ. 2561 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขให้ผู้สมัครจะต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด และบิดามารดาต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด อันอาจเป็นการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพ และจำกัดโอกาสในการศึกษาของเด็ก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ กสม. ด้านสิทธิของกลุ่มเปราะบาง เด็ก สตรี ผู้พิการ และการเลือกปฏิบัติ ผู้แทนโรงเรียนเตรียมทหาร ผู้แทนสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ผู้แทนกองทัพไทย ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมกิจการเด็กและเยาวชน ผู้แทนศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ผู้แทนสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท และผู้ร้อง ณ ห้องประชุม 709 ชั้น 7 สำนักงาน กสม.

สืบเนื่องจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีมีเด็กอายุ 16 ปี เป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีฐานะเป็นบุตรบุญธรรม ประสงค์จะสมัครสอบคัดเลือกเข้าสถาบันโรงเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพบก ประจำปี พ.ศ. 2567 แต่ตามระเบียบกองทัพไทยว่าด้วยโรงเรียนเตรียมทหาร พ.ศ. 2561 หมวด 2 ข้อ 11.3 กำหนดเงื่อนไขให้ผู้สมัครจะต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด และบิดามารดามีสัญชาติไทยโดยกำเนิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตร นายตำรวจสัญญาบัตร หรือนายทหารประทวน นายตำรวจประทวน ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกำเนิดแล้ว มารดาจะมิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดก็ได้ โดยที่ประชุมได้มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลากหลาย ทั้งมิติด้านสิทธิมนุษยชน และมิติด้านความมั่นคง
ทั้งนี้ กสม. จะนำข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ ต่อไป

ที่อยู่

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารรัฐประศาสนภักดี ฝั่งทิศใต้ ชั้น 6-7 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621413800

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ:

วิดีโอทั้งหมด

แชร์

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด