สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ Office of the National Human Rights Commission of Thailand

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

องค์กรตามรัฐธรรมนูญเพื่อการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน

"สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องของทุกคน"

สายด่วนร้องเรียน 1377

สำนักงาน กสม. ร่วมกับทีมบูรณาการ “ออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ ” เร่งแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคลในพื้นที่จังหวั...
31/07/2026

สำนักงาน กสม. ร่วมกับทีมบูรณาการ “ออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ ” เร่งแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคลในพื้นที่จังหวัดระนอง ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน

ระหว่างวันที่ 20 – 24 กรกฎาคม 2569 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง จังหวัดระนอง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับทีมบูรณาการจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย ภาคประชาสังคม ประกอบด้วย จังหวัดระนอง อำเภอเมืองระนอง กรมการปกครอง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลระนอง กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดระนอง สำนักงานยุติธรรมจังหวัดระนอง และเครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย จังหวัดพังงา จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน เพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล สำหรับกลุ่มมอแกน กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น และกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G ในพื้นที่จังหวัดระนอง
กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายวิธรัช รามัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานกล่าวเปิดและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยมีนายสมควร ปล้องอ่อน นายอำเภอเมืองระนอง กล่าวรายงาน ทั้งนี้ จังหวัดระนองเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีผู้ประสบปัญหาด้านสถานะบุคคลจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์มอแกนในพื้นที่เกาะพยาม เกาะเหลา เกาะช้าง และหมู่เกาะสุรินทร์ รวมถึงกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น และกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G ซึ่งยังประสบข้อจำกัดในการเข้าถึงกระบวนการรับรองสถานะบุคคลและสิทธิตามกฎหมาย
รูปแบบการดำเนินงานเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมในการแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล โดยจัดให้มีการตรวจสารพันธุกรรมในกลุ่มมอแกนและกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นเพื่อนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G ให้ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและความคุ้มครองตามกฎหมาย
การออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ดังกล่าว ทีมบูรณาการได้ร่วมให้คำปรึกษาด้านสิทธิและสถานะบุคคล รับคำร้องเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคล ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน จัดเก็บสารพันธุกรรมบุคคล รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในการออกบัตรประจำตัวแก่ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนโดยสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ทั้งนี้ มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 924 คน ประกอบด้วย กลุ่มมอแกนและกลุ่มเพิ่มชื่อคนไทยพลัดถิ่นได้รับการจัดเก็บสารพันธุกรรม 146 ครอบครัว จำนวน 444 คน และกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G จำนวน 480 คนในจำนวนนี้ ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บุตรแรงงานต่างด้าวในสถานศึกษา) บุคคลประเภท 00 จำนวน 258 คน บันทึกข้อมูลรายงานผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาในระบบทะเบียนราษฎร กรณีขาดคุณสมบัติ จำนวน 180 คน และให้คำปรึกษาและตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแก่ผู้ที่ยังมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งต้องรวบรวมพยานเอกสารและสอบสวนพยานบุคคลเพิ่มเติม จำนวน 42 คน
ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวมุ่งผลักดันให้ผู้มีสิทธิตามกฎหมายที่ยังตกหล่นจากระบบทะเบียนราษฎรและการรับรองสัญชาติ ได้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์และรับรองสถานะบุคคลอย่างถูกต้อง อันจะนำไปสู่การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน การได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งช่วยลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมการพัฒนาสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ประธาน กสม. หารือ International IDEA ส่งเสริมความร่วมมือด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ประธาน...
31/07/2026

ประธาน กสม. หารือ International IDEA ส่งเสริมความร่วมมือด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พรประไพ กาญจนรินทร์ พร้อมด้วยที่ปรึกษาประจำกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รัตติกุล จันทร์สุริยา และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้การต้อนรับผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก Ms. Leena Rikkilä Tamang และที่ปรึกษาด้านการระดมทรัพยากรและสร้างความเป็นหุ้นส่วน Ms. Maria Shumusti สถาบันระหว่างประเทศเพื่อประชาธิปไตยและความช่วยเหลือในการเลือกตั้ง (International Institute for Democracy and Electoral Assistance: International IDEA) ในโอกาสเข้าหารือเพื่อแนะนำองค์กร วิสัยทัศน์และพันธกิจของ International IDEA แลกเปลี่ยนความเห็นด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือระหว่างกัน โดยได้หารือในประเด็นสำคัญ อาทิ การส่งเสริมกระบวนการเลือกตั้งและการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปอย่างโปร่งใส การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและการป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก (SLAPP) ตลอดจนการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิทางดิจิทัลของประชาชนจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า ปัจจุบันโลกยังคงเผชิญความท้าทายด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยประธาน กสม. เห็นว่าสถานการณ์ด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนของไทยเชื่อมโยงกับทั้งประเด็นปัญหาเดิมและประเด็นความท้าทายใหม่ ซึ่งการสร้างสังคมที่เคารพประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนจำเป็นต้องอาศัยการเสริมสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การปฏิรูประบบการเงินภาคการเมือง (Political Finance) การคุ้มครองสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน (Climate Assemblies)
ในช่วงท้าย ทั้งสองฝ่ายเห็นควรหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือในประเด็นข้างต้น รวมถึงประเด็นการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย โดย International IDEA ยินดีแบ่งปันข้อมูลงานวิจัยเชิงเปรียบเทียบและแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศ เพื่อประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนทางวิชาการอื่น ๆ ร่วมกันในอนาคต

ผู้แทนสำนักงาน กสม. นำเสนอความก้าวหน้าด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในการประชุมกรอบความร่วมมือ SEANF ณ กรุงกัวลา...
31/07/2026

ผู้แทนสำนักงาน กสม. นำเสนอความก้าวหน้าด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในการประชุมกรอบความร่วมมือ SEANF ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์

เมื่อวันที่ 21 - 23 กรกฎาคม 2569 นางสาวศศิพิมพ์ อร่ามพิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในฐานะได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ ครั้งที่ 2/2569 (2nd Technical Working Group Meeting: TWG) ในกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia National Human Rights Institutions Forum: SEANF) และกิจกรรมคู่ขนาน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ในการประชุมดังกล่าว ผู้แทนสำนักงาน กสม. ได้นำเสนอผลการดำเนินงานที่สำคัญของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อมรายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ SEANF ด้านการป้องกันการทรมาน ซึ่ง กสม. มีบทบาทนำ โดยที่แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในปี 2569 กสม. จะรวบรวมผลการดำเนินงาน พัฒนาการที่เกิดขึ้น ตลอดจนแนวทางรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการทรมานของสมาชิก SEANF รายงานต่อที่ประชุมประจำปี SEANF ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ต่อไป ในโอกาสนี้ คณะผู้แทน กสม. ได้เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานเรื่อง Forum on Refugees and Trafficking in Persons Crisis in the Region – Challenges and Opportunities for Regional Cooperation โดยผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศร่วมอภิปรายในหัวข้อ Strengthening Accountability: The Role of NHRIs in Investigations and Oversight Mechanisms ด้วย
เครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ ประกอบด้วย สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ ไทย และติมอร์ เลสเต โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งมาเลเซีย (SUHAKAM) ในฐานะประธาน SEANF ประจำปี 2569 กำหนดจัดการประชุมประจำปี ครั้งที่ 23 (23rd Annual Conference of SEANF) ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยนอกจากการประชุมในวาระหลักแล้ว จะจัดกิจกรรมคู่ขนานในหัวข้อ “การทุจริตกับสิทธิมนุษยชน” และอาจมีการหารือประเด็นสิทธิสตรี เนื่องในโอกาสที่ปี 2569 เป็นวาระครบรอบ 45 ปี ของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) ด้วย

กสม. เดินหน้าคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการพัฒนาเมือง จัดเวทีอีสานสัญจรถกร่างกฎหมายพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD)...
31/07/2026

กสม. เดินหน้าคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการพัฒนาเมือง จัดเวทีอีสานสัญจรถกร่างกฎหมายพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) ชี้ 4 ประเด็นเสี่ยงกระทบสิทธิประชาชน
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลาประชาคมจังหวัดขอนแก่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “กสม. อีสานสัญจร ครั้งที่ 2” หัวข้อ “การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างกฎหมายการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit-Oriented Development หรือ TOD)” เพื่อทำหน้าที่ตามกฎหมายในการติดตามตรวจสอบนโยบายและโครงการของรัฐที่อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของประชาชน โดยมีผู้เข้าร่วมจากภาคประชาชน ชุมชน ภาคประชาสังคม หน่วยงานภาครัฐ และนักวิชาการกว่า 400 คน
• สิทธิในที่อยู่อาศัยคือแกนกลางของการจัดงาน

นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำว่า สิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอและสิทธิในที่อยู่อาศัยเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี การพัฒนาเมืองจึงต้องยอมรับความหลากหลายของวิถีชีวิต เนื่องจากผู้มีรายได้น้อยไม่จำเป็นต้องอยู่อาศัยในอาคารสูงเสมอไป นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงสิทธิชุมชน สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี และที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและความโปร่งใสในการตรวจสอบโครงการพัฒนาของรัฐ ซึ่งเป็นหลักการที่ กสม. ยึดถือในการพิจารณากฎหมายและนโยบายทุกฉบับที่อาจกระทบต่อสิทธิของประชาชน
นายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดขอนแก่น อุดรธานี และนครราชสีมา ที่อาจได้รับผลกระทบจากร่างกฎหมายดังกล่าว สร้างความตระหนักรู้ในสาระสำคัญของร่างกฎหมาย และนำข้อมูลที่ได้ไปจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนเสนอต่อรัฐบาลต่อไป
• 4 ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่ กสม. หยิบยกขึ้นพิจารณา

จากการวิเคราะห์เนื้อหาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง พ.ศ. …. ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กสม. พบว่ามีบทบัญญัติหลายมาตราที่ให้อำนาจพิเศษแก่กลไกภาครัฐเพื่อความรวดเร็วในการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนใน 4 มิติสำคัญ สรุปได้ดังนี้
(1) สิทธิในทรัพย์สินและการถูกบังคับย้ายถิ่นฐาน จากบทบัญญัติที่เปิดช่องให้ขยายระยะพื้นที่พัฒนาเกิน 500 เมตรจากโครงสร้างพื้นฐานและกำหนดให้การเวนคืนที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่รอบสถานีถือเป็น “ประโยชน์สาธารณะ” อาจนำไปสู่การเวนคืนที่ดินของประชาชนโดยเจ้าของเดิมไม่เต็มใจ

(2) สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีและสุขภาวะ จากกรอบเวลาพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ที่กำหนดไว้เพียง 120 วัน อาจทำให้การประเมินผลกระทบขาดความรอบคอบและละเลยมิติด้านสังคมและวิถีชุมชน

(3) สิทธิในการมีส่วนร่วมและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร จากกลไกที่ให้ผังโครงการมีฐานะเป็น “ผังเมืองเฉพาะ” ทันทีเมื่อได้รับอนุมัติ อาจตัดขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามกระบวนการผังเมืองปกติ

และ (4) สิทธิและความเท่าเทียมของกลุ่มเปราะบาง การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่รอบสถานีมีความเสี่ยงที่จะผลักดันให้ค่าครองชีพและราคาที่ดินสูงขึ้น และทำให้ชุมชนดั้งเดิมและผู้มีรายได้น้อยต้องย้ายออกจากพื้นที่ (Gentrification)

ประเด็นทั้งสี่นี้เป็นกรอบสำคัญที่ กสม. ใช้ในการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนตลอดการจัดกิจกรรม
• เสียงประชาชนยืนยันความกังวลตรงตามกรอบสิทธิมนุษยชน

ในเวทีรับฟังความคิดเห็น ตัวแทนชุมชนและภาคประชาชนได้สะท้อนความกังวลที่สอดคล้องกับประเด็นสิทธิมนุษยชนดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะชุมชนที่เช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยและมีสถานะเป็นชุมชนบ้านมั่นคง อาทิ นายสัมฤทธิ์ ดีพุ่ม ประธานชุมชนหนองวัด 2 เสนอให้รัฐรับรองสิทธิการเช่าของชุมชนระยะยาวไม่น้อยกว่า 99 ปี ในอัตราค่าเช่าที่เป็นธรรม พร้อมจัดสรรพื้นที่ประกอบอาชีพ ขณะที่ตัวแทนชุมชนพัฒนาเทพารักษ์สะท้อนความกังวลหลังต่อสู้เรื่องสิทธิที่ดินมานานกว่าจะได้รับการรับรองเป็นชุมชนบ้านมั่นคง และหวั่นเกรงว่าจะถูกไล่รื้ออีกครั้ง
ในประเด็นสิทธิในสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วม ตัวแทนภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตต่อผังแนวคิด TOD ที่ระบายพื้นที่พาณิชยกรรมทับพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม และเรียกร้องให้ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายมาจากกระบวนการสรรหาที่โปร่งใส ทั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ย้ำเตือนว่าบทบัญญัติเรื่องการเวนคืนยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากเปิดช่องให้ตีความว่าการพัฒนา TOD เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะได้ ซึ่งอาจกระทบสิทธิในทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง
ด้านสิทธิของกลุ่มเปราะบาง นายวีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เสนอให้กำหนดสัดส่วนพื้นที่อยู่อาศัยราคาถูก (Affordable Housing) ไว้ในรัศมี 500 เมตรรอบสถานี เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยยังคงเข้าถึงที่อยู่อาศัยในพื้นที่พัฒนาได้ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ขณะที่ ดร.นิชา ตันติเวสส จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งคำถามถึงการคุ้มครองกลุ่มผู้ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุดในกระบวนการพัฒนาเมือง
• สนข. ยืนยันปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชน

ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ชี้แจงว่าร่างกฎหมาย TOD ฉบับปรับปรุงได้นำข้อเสนอจากภาคประชาชนมาบรรจุไว้แล้วหลายประเด็น อาทิ กำหนดให้การพัฒนาพื้นที่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้เช่าที่ดินของรัฐก่อนดำเนินการ กำหนดให้ผู้ขอพัฒนาโครงการต้องจัดทำแผนพัฒนาหรือแผนอนุรักษ์และฟื้นฟูที่อยู่อาศัยรองรับผู้มีรายได้น้อยดั้งเดิม และยืนยันว่าการเวนคืนจะเป็นมาตรการสุดท้ายที่ใช้ต่อเมื่อไม่มีวิธีการอื่นเท่านั้น พร้อมรับข้อเสนอเรื่องการกันสัดส่วนที่อยู่อาศัยราคาถูกไปพิจารณากำหนดในกฎหมายลำดับรองต่อไป
• กสม. เดินหน้าจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ในช่วงท้ายของกิจกรรม กสม. และ สนข. ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า สนข. จะร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมอีก 2 ครั้งในพื้นที่ภาคใต้และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้างยิ่งขึ้น โดย กสม. จะรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อห่วงกังวลด้านสิทธิมนุษยชนทั้งหมดจากเวทีครั้งนี้ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีในการปรับปรุงร่างกฎหมาย TOD ให้มีกลไกคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เพียงพอ ครอบคลุม และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล
การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ กสม. ในการส่งเสริมให้กระบวนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศดำเนินไปควบคู่กับหลักการเคารพ คุ้มครอง และเติมเต็มสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิของกลุ่มเปราะบางและชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่มักได้รับผลกระทบโดยตรงจากการพัฒนาเมืองในทุกยุคสมัย

กสม. ร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.00 น. นางสาวปิติก...
30/07/2026

กสม. ร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.00 น. นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช และนางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม ประจำปี 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ

ผู้บริหารสำนักงาน กสม. ร่วมวางพานพุ่มและจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษ...
29/07/2026

ผู้บริหารสำนักงาน กสม. ร่วมวางพานพุ่มและจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.00 น. นายบุญเกื้อ สมนึก ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะผู้แทนประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายภาณุพันธ์ สมสกุล ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมถวายเครื่องราชสักการะ วางพานพุ่ม และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม ประจำปี 2569 ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ

กสม. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ถวายสัตย์ปฏิญาณและลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู...
28/07/2026

กสม. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ถวายสัตย์ปฏิญาณและลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายศรุติพงศ์ จิราดิษพงศ์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ ท้องสนามหลวง
ต่อมาเวลา 08.00 น. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายศรุติพงศ์ จิราดิษพงศ์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ณ ท้องสนามหลวง
จากนั้น เวลา 09.00 น. กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง

สำนักงาน กสม. สานพลังเครือข่ายจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้สิทธิเชิงกระบวนการด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ภาคีเค...
28/07/2026

สำนักงาน กสม. สานพลังเครือข่ายจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้สิทธิเชิงกระบวนการด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ภาคีเครือข่ายภาครัฐ

เมื่อวันที่ 23 - 24 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้สิทธิเชิงกระบวนการด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ภาคีเครือข่ายภาครัฐ โดยมีนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ และร่วมเป็นวิทยากร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วม กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านสิทธิทางสิ่งแวดล้อม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่ายภาครัฐ ให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการให้คำแนะนำหรือความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือเข้าไม่ถึงความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงเพื่อร่วมกันยกระดับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนตามมาตรฐานสากลต่อไป โดยมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนกว่า 60 คน
วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 จัดกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “หลักการด้านสิทธิมนุษยชนสากลสู่การปฏิบัติ: ที่ดิน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม” โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วม และการเข้าถึงความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเคารพสิทธิมนุษยชนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการป้องกันผลกระทบและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงกลไกของอาเซียนในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน โดยมีวิทยากรประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาณุภัทร จิตเที่ยง ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR) นางสาวร่มฉัตร วชิรรัตนากรกุล เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (OHCHR) นางสาวจีรภรณ์ ศิริพลังทุมมาศ หัวหน้ากลุ่มงานวิเทศสัมพันธ์และส่งเสริมการปฏิบัติตามพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และผู้ช่วยศาสตราจารย์เสาวณีย์ แก้วจุลกาญจน์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ)
จากนั้น เป็นการบรรยายในหัวข้อ “กระบวนการเรียนรู้สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี” โดยนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก่อนเข้าสู่กิจกรรมระดมความคิดเห็นผ่านกรณีศึกษาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ กรณีหน่วยงานของรัฐละเลยการกำกับดูแลการขนย้ายกากตะกอนแคดเมียม กรณีการคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดนาบอน 1 และนาบอน 2 ในพื้นที่ตำบลทุ่งสง อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับสากลและภายในประเทศ ตลอดจนกลไกต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการให้ความช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหา โดยมีนายภาคภูมิ โลหวริตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า ผู้ประสานงานบริหาร มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ร่วมแลกเปลี่ยนและให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมาย มาตรการ และแนวทางการแก้ไขเยียวยาที่เกี่ยวข้อง
สำหรับวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 จัดกิจกรรมเสวนากรณีศึกษาในหัวข้อ “หลักการเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี” โดยมีนายประพจน์ คล้ายสุบรรณ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และนายสุทธิกรณ์ ลิบน้อย ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากนั้น เป็นการบรรยายในหัวข้อ “บทบาท หน้าที่และอำนาจของ กสม.” โดยนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการบูรณาการการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานภาครัฐ
ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการนำหลักสิทธิมนุษยชนไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และสนับสนุนการเข้าถึงความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน

การประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 29/2569วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 คณ...
28/07/2026

การประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 29/2569

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 29/2569 ณ ห้องประชุม 704 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบสื่อออนไลน์ (Zoom meeting) โดยมีวาระการประชุม ดังนี้

1. พิจารณาร่างรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน เรื่อง.สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย อันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิเด็ก กรณีร้องเรียนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจเก็บสารพันธุ์กรรม (DNA) ของมารดาพร้อมทั้งบุตรซึ่งเป็นเด็ก

2. พิจารณาร่างรายงานผลการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เรื่อง สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย กรณีร้องเรียนขอให้ตรวจสอบเหตุการณ์ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีกลุ่มผู้นับถือศาสนาอิสลามเรียกร้องให้ผู้เสียหายโกนศีรษะต่อหน้าฝูงชน บริเวณชอยรามคำแหง 53 เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

3. พิจารณาคำร้องที่ครบกำหนดและขอขยายเวลาดำเนินการ จำนวน 2 เรื่อง

4. พิจารณาเรื่องผู้ร้องขอทบทวนผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีร้องเรียนขอให้ตรวจสอบเหตุการณ์การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในพื้นที่ชอยรามคำแหง 53 เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569

5. พิจารณาเรื่องร้องเรียนที่เห็นควรไม่รับไว้เป็นคำร้อง แต่รับไว้ดำเนินการ/ช่วยเหลือ จำนวน 4 เรื่อง

6. รับทราบเรื่องร้องเรียนที่เห็นควรรับไว้เป็นคำร้อง เพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน จำนวน 3 เรื่อง

7. รับทราบเรื่องร้องเรียนที่เห็นควรรับไว้เป็นคำร้อง เพื่อประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน จำนวน 10 เรื่อง

8. รับทราบเรื่องร้องเรียนที่เห็นควรรับไว้ดำเนินการ/ช่วยเหลือ จำนวน 5 เรื่อง

9. รับทราบสรุปการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน จำนวน 4 เรื่อง

การประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านบริหาร ครั้งที่ 26/2569วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแ...
28/07/2026

การประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ด้านบริหาร ครั้งที่ 26/2569

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีการประชุม กสม. ด้านบริหาร ครั้งที่ 26/2569 ณ ห้องประชุม 704 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบออนไลน์ (Zoom meeting) โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ ดังนี้

1. พิจารณาการเป็นองค์กรร่วมจัดกิจกรรมการแข่งขันตอบปัญหาทางรัฐประศาสนศาสตร์ ครั้งที่ 3 ภายใต้กิจกรรม ม.อ.วิชาการ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2569 ร่วมกับคณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

2. พิจารณาขอปรับแผนการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณภายใต้โครงการพัฒนากลไกการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันตามมาตรฐาน OPCAT

3. รับทราบความก้าวหน้าผลการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบ 9 เดือน (1 ตุลาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2569) โดยสำนักงาน กสม. มีผลการใช้จ่ายในรอบ 9 เดือน คิดเป็นร้อยละ 74.89 ของงบประมาณตามแผนปฏิบัติการฯ พ.ศ. 2569 หรือคิดเป็นร้อยละ 101.43 ของแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ในรอบ 9 เดือน

ที่อยู่

ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารรัฐประศาสนภักดี ฝั่งทิศใต้ ชั้น 6-7 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621413800

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ:

แชร์