หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา

หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เพจหน่วยงานราชการ โดยจะประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ของหน่วย
(15)

เปิดเหมือนปกติ

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
13/11/2020

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

ขอเชิญเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท #รับเสด็จ 🙏 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 💛 และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี 💜
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโครงการรถไฟฟ้ามหานคร
สาย "เฉลิมรัชมงคล" (สายสีน้ำงิน) ส่วนต่อขยาย
ณ สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย เขตพระนคร - สถานีรถไฟฟ้าหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 เวลา 17.00 น.

กองบัญชาการกองทัพไทย ( Royal Thai Armed Forces )
13/11/2020

กองบัญชาการกองทัพไทย ( Royal Thai Armed Forces )

"รวมไทย สร้างชาติ" ผนึกทุกภาคส่วน ร่วมวางอนาคตประเทศไทย🇹🇭🇹🇭🇹🇭 สู่ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) สร้างชาติไทยให้รุ่งเรือง

#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#NewNormalชีวิตวิถีใหม่
#สมดุลชีวิตวิถีใหม่

ศูนย์ข้อมูล COVID-19
13/11/2020

ศูนย์ข้อมูล COVID-19

🗓 วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2563 🕚 เวลา 11.00 น.
สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19
😖 ผู้ป่วยรายใหม่ 9 ราย
😷 ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,861 ราย
🙂 หายป่วยแล้ว 3,697 ราย
😭 เสียชีวิตสะสม 60 ราย

#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#หยุดโควิดแต่ไม่หยุดเศรษฐกิจไทย
#NewNormalชีวิตวิถีใหม่
#สมดุลชีวิตวิถีใหม่
#รวมไทยสร้างชาติ

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
13/11/2020

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[💛 มอบด้วยใจ ให้ด้วยความรัก 💜 ]
.
ติดตามกิจกรรมจิตอาสา 904 ประจำวันจากเพจโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน เราทำอะไร ที่ไหน หรือช่วยเหลือประชาชนที่ใดบ้าง

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศา...
13/11/2020
พสกนิกรเฝ้ารับเสด็จฯ "ในหลวง-พระราชินี"

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี โดยมีประชาชนจำนวนมาก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
https://news.thaipbs.or.th/content/298227

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์ และทรงเ.....

12/11/2020
12/11/2020
กองบัญชาการกองทัพไทย ( Royal Thai Armed Forces )
11/11/2020

กองบัญชาการกองทัพไทย ( Royal Thai Armed Forces )

กองบัญชาการกองทัพไทย แจ้งเตือนสาธารณภัย โดยพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนในทุกรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง ดังนี้
บริเวณความกดอากาศสูงกําลังแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้จะทําให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส พื้นที่ที่ควรเฝ้าระวัง อากาศหนาวถึงหนาวจัด ได้แก่ ภาคเหนือบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-9 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียสโดยภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิลดลงเล็กน้อย ช่วงเช้าอากาศเย็นกับมีลมแรง ยอดดอยและยอดภูอากาศหนาว โดยเฉพาะในบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลําพูน ลําปาง น่าน พะเยา ตาก พิษณุโลก เลย หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุดรธานี กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี
ขอให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ และรักษาสุขภาพ เนื่องจากการเปลี่ยนของสภาพอากาศ พร้อมปฏิบัติตามคําแนะนําจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ดังนี้
1. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยสวมใส่เสื้อผ้าหนา ๆ สร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย และออกกำลังกายอยู่เสมอ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้มีโรคประจำตัวควรดูแลเป็นพิเศษ
2. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อคลายหนาว
3. ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการจราจร เนื่องจากในฤดูหนาวอาจมีหมอกหนา ทำให้ทัศนวิสัยไม่ดี ผู้ขับขี่ควรเปิดไฟตัดหมอกเพื่อช่วยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถสังเกตเห็นได้
4. เนื่องจากในฤดูหนาวมีลมพัดแรงและสภาพอากาศแห้ง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย จึงควรระมัดระวังอัคคีภัย โดยขอให้ปฏิบัติดังนี้
4.1 ไม่เผาขยะ หญ้าแห้ง ตอซังข้าว วัชพืช ทิ้งก้นบุหรี่ การก่อกองไฟบริเวณรอบบ้าน ใกล้แหล่งเชื้อเพลิง หรือวัสดุติดไฟง่าย
4.2 เก็บกวาดใบไม้ กิ่งไม้ และหญ้าแห้งมิให้กองสุมเป็นเชื้อเพลิง กำจัดวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงรอบเคหะสถาน
4.3 สำรวจ ตรวจตรา ปิดสวิทซ์ไฟ และดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทุกครั้งเมื่อไม่ใช้งาน
4.4 ระมัดระวังการจุดไฟเพื่อเผาวัสดุทางการเกษตร โดยขอความร่วมมือเกษตรกรให้ใช้วิธีฝังกลบแทนการเผา
ซึ่งการเพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับไฟ การงดเว้นการจุดไฟบริเวณแนวชายป่าและในพื้นที่ป่าไม้ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ และไฟป่า รวมถึงลดผลกระทบจากปัญหาหมอกควัน ส่งผลให้การดำเนินชีวิตในช่วงฤดูหนาวเป็นไปด้วยความปลอดภัย
ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการ
ทหารพัฒนาและหน่วยทหารในพื้นที่ ได้จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้เตรียมพร้อมรับมือกับสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น หากเกิดความเดือดร้อนสามารถขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือหน่วยทหารในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 5 - 6 พ.ย.63 บก.ทท. (นทพ.) พล.อ. นเรนทร์ สิริภูบาล  ผบ.นทพ. และคณะ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในพื้นที่ นพค.42 ส...
08/11/2020

เมื่อวันที่ 5 - 6 พ.ย.63 บก.ทท. (นทพ.) พล.อ. นเรนทร์ สิริภูบาล ผบ.นทพ. และคณะ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในพื้นที่ นพค.42 สนภ.4 นทพ. อ. ยะหา จว.ย.ล., นพค.44 สนภ.4 นทพ. อ.ทุ่งยางแดง จว.ป.น., นพค.41 สนภ.4 นทพ. อ.สุไหงปาดี จว.น.ธ. และ วส.912 สนภ.4 นทพ. อ.เมืองนราธิวาส จว.น.ธ. โดยรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของหน่วยที่ผ่านมาและการปฏิบัติต่อไป ในโอกาสนี้ ได้พบปะเยี่ยมชมกลุ่มอาชีพ ในพื้นที่ อ. ยะหา จว.ย.ล. ที่ นพค.42 สนภ.4 นทพ. ให้การสนับสนุน และตรวจเยี่ยมชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว นพค.44 สนภ.4 นทพ. อ.ทุ่งยางแดง จว.ป.น. ทั้งนี้ ผบ.นทพ. ได้สั่งการและมอบแนวนโยบายในการปฏิบัติงาน รวมทั้งให้โอวาทและมอบขวัญกำลังใจ ให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภายใต้ เพื่อให้ทราบว่า ผู้บังคับบัญชามีความห่วงใยและเห็นความสำคัญของผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกระดับเป็นอย่างยิ่ง

ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ กำชับดูแลทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ให้มีความภูมิใจในการเป็นทหารอย่าง...
08/11/2020
ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่

ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ กำชับดูแลทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ให้มีความภูมิใจในการเป็นทหารอย่างภาคภูมิ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
พลตรีไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เดินทางตรวจเยี่ยมมอบนโยบายหน่วยฝึกทหารใหม่ กรมทหารราบที่ 151 ประกอบด้วย หน่วยฝึกทหารใหม่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 151 ,กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยานิวัฒนา ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส และ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 151 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลมะรือโบออก อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส สำหรับการตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 2 ประจำปี 2563 ในสังกัดกรมทหารราบที่ 151 ได้เรียกประชุมผู้ฝึก ครูฝึก ตลอดจน ผู้ช่วยครูฝึก เพื่อรับฟังนโยบาย ในการฝึกทหารใหม่ ให้เป็นไปตามระเบียบการฝึกทหารใหม่จากกรมยุทธศึกษาทหารบก และมาตรการการควบคุมโรคจากกระทรวงสาธารณสุข
https://siamrath.co.th/n/195593

ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ กำชับดูแลทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ให้มีความภูมิใจใน...

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากที่ธนาคารโลกจัดอันดับ Doing Business 2020 ของไทย อยู่ที่อัน...
08/11/2020
โฆษกรัฐโวศก.ไทยดีกว่าคาดการณ์ กรมพัฒน์สวน"ธุรกิจรายย่อย" เลิกกิจการสูงสุด - ช่อง 3 เลิกจ้า

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากที่ธนาคารโลกจัดอันดับ Doing Business 2020 ของไทย อยู่ที่อันดับ 21 จาก 190 ประเทศ เป็นการปรับตัวดีขึ้นถึง 6 อันดับ และเป็นอันดับที่ดีที่สุดของไทยในรอบ 6 ปี สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยกำลังมีการปรับตัวเพื่อรองรับสู่ฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ทั้งใน 10+2 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเป็นผลมาจากความพยายามของภาครัฐ หลายหน่วยงานในการลดขั้นตอนการขออนุมัติ การนำระบบดิจิทัลมาใช้ และการปรับปรุงระเบียบต่างๆ ให้เอื้อต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
https://www.banmuang.co.th/news/politic/211064

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2563 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากที่ธนาคารโลกจัดอันดับ ...

โรคหน้าหนาว ที่ "ผู้สูงอายุ" ควรระวังนพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิก็จะลดลงผู้...
08/11/2020
โรคหน้าหนาว ที่ "ผู้สูงอายุ" ควรระวัง

โรคหน้าหนาว ที่ "ผู้สูงอายุ" ควรระวัง
นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิก็จะลดลงผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพของตนเองเป็นพิเศษ เพราะเสี่ยงเจ็บป่วยง่าย โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นผู้สูงอายุควรรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยการสวมใส่เสื้อผ้าที่มีความหนาเพียงพอ ห่มผ้าให้ร่างกาย อบอุ่น หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็น เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ รับประทานอาหารร้อนๆ และหลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำอุ่นวันละ 6-8 แก้ว และนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
https://www.sanook.com/health/25947/

เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว มีโรคอะไรที่ผู้สูงอายุควรระมัดระวังกันบ้าง

นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาเตือนให้ประชาชนหมั่นรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป...
08/11/2020

นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาเตือนให้ประชาชนหมั่นรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการระบาดซ้ำของโรคโควิด-19 หลังเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดรุนแรงในต่างประเทศ โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีผู้ป่วยรายใหม่กว่า 5 แสนราย

โดยสิ่งสำคัญที่จะป้องกันการแพร่ระบาดได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สาธารณสุขได้กำหนดหลักการป้องกันตาม Swiss cheese model ไว้ 7 ประการ คือ 1.การรักษาระยะห่างทางกายภาพ 2.การระบายอากาศภายในอาคาร 3.การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ 4.การล้างมือบ่อยๆ 5.การทดสอบอย่างรวดเร็ว 6.การติดตามการสัมผัส และ 6.การทำความสะอาดพื้นผิว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  ได้เป็นประธาน เปิดกิจกรรมโครงการเก็บขยะชายหาด และปล่อยเต่าทะเล ณ สถาบันประชารัฐ...
08/11/2020

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธาน เปิดกิจกรรมโครงการเก็บขยะชายหาด และปล่อยเต่าทะเล ณ สถาบันประชารัฐพิทักษ์ทะเล อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เข้าร่วมกิจกรรม
https://www.newtv.co.th/news/68464

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการของโรงแรมที่ลงทะเบียนในระบบสถานกักกันโรคที่รัฐกำหนดส่วนภ...
08/11/2020
เปิดศักยภาพ'เกาะสมุย'รับมือโควิด19 เตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยว

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการของโรงแรมที่ลงทะเบียนในระบบสถานกักกันโรคที่รัฐกำหนดส่วนภูมิภาค (Alternative Local Quarantine : ALQ) เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในการเฝ้าระวังป้องกันโควิด 19 ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรนอกสถานที่ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/905731

นายกรัฐมนตรีตรวจมาตรการสถานกักกันโรค ALQ พื้นที่เกาะสมุยเตรียมเปิดรับนักท่องเที่ยว เข้มความปลอดภัย ป้องก.....

นักวิชาการนิด้า ได้ชี้จุดแข็งของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่บรรดาม็อบคณะราษฎรต้องเปิดใจมองให้ลึกว่า รัชกาลที่ ๑๐ และราชวงศ์ ...
08/11/2020

นักวิชาการนิด้า ได้ชี้จุดแข็งของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่บรรดาม็อบคณะราษฎรต้องเปิดใจมองให้ลึกว่า รัชกาลที่ ๑๐ และราชวงศ์ ได้มีการปฏิรูปมาก่อนในรูปแบบ “Modern Form” แปรสัญลักษณ์ที่เป็นนามธรรม ไปสู่การเข้าถึง และจับต้องได้ พร้อมเข้าใจภารกิจ “Link and Learn” ดึงคนเก่ง คนรวย ช่วยคนจน มุ่งพัฒนา ม.ราชภัฏ เพื่อดูแลท้องถิ่น ระบบ “Land of Compromise” เป็นการส่งสัญญาณว่า “สถาบันกษัตริย์กับประชาชน” จะอยู่ด้วยกัน ขณะเดียวกันพระองค์ท่าน และสถาบันฯ ต้องอยู่ในฐานะที่ลำบากไม่ใช่ว่าอยากทำอะไรก็ทำได้ เพราะต้องรักษาความเป็นวัฒนธรรมไว้
.
โดยหนึ่งในข้อเรียกร้องในการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ต้องการให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งที่ในความเป็นจริง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ พระองค์ท่านได้ทรงปฏิรูปก่อนแล้ว และเป็นต้นแบบ People Center แท้จริง
.
ซึ่งทาง ศ.ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง และอาจารย์คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้บอกว่า สิ่งที่คนไทยต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ให้ถ่องแท้ เพราะมีประชาชนส่วนหนึ่งมักจะนำไปเปรียบเทียบระหว่างรัชกาลที่ ๙ กับรัชกาลที่ ๑๐ ซึ่งดูจะไม่เป็นธรรมแก่พระองค์ท่านที่นำ “พ่อ และลูก” มาเปรียบเทียบกัน
.
โดยสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก็คือ เมื่อพระราชบิดาทรงมีพระปรีชาสามารถก็ต้องถือเป็นโชคของราชวงศ์ และของแผ่นดินไทยอยู่แล้ว แทนที่คนเหล่านี้จะมาเปรียบเทียบ ก็ควรไปมองให้ลึกว่า รัชกาลที่ ๑๐ ได้ทรงสานต่องานอะไร อย่างไร ที่พระราชบิดาดำริไว้ แต่ยังทำไม่ได้ หรือทำไม่สำเร็จ เพราะสิ้นรัชกาลไปเสียก่อน
.
“พระองค์ท่านไปต่อยอดอะไรบ้าง และอะไรที่พระองค์ท่านดำริขึ้นมา ก็มาช่วยกันทำ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนจะช่วยแก้ไขกันอย่างไร มาหาทางออกในเชิงวิชาการก็ได้ ก็น่าจะดีที่สุด”
.
อย่างไรก็ดี หากทุกคนมองด้วยความเป็นธรรมว่า ตั้งแต่พระองค์ท่านทรงขึ้นครองราชย์นั้น พระองค์ท่านทรงจัดระเบียบอะไรให้สังคมได้รับรู้ เริ่มตั้งแต่การจัดระบบภายในราชสำนักให้เป็นระเบียบ และโปร่งใส เพราะก่อนหน้านั้นมีบรรดากลุ่มคนที่ฝังรากลึกเข้าไปหาประโยชน์ มีการคอร์รัปชันเกิดขึ้นทั้งในส่วนของสำนักพระราชวัง และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พระองค์ท่านก็ทรงมาจัดระเบียบกันใหม่ บางคนถึงกับมองว่า เป็นการล้างบางกันเลย ซึ่งเรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณชนชัดเจน
.
แม้กระทั่งที่ดินบริเวณสนามม้านางเลิ้ง ใคร ๆ ก็รู้ว่าที่นั่นเป็นแหล่งผลประโยชน์ มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยวข้อง ใครก็ไม่สามารถจัดการได้ แต่พระองค์ท่านทรงนำที่ดินบริเวณนี้มาจัดทำเป็นสวนสาธารณะให้คนไทยได้ใช้ประโยชน์ และจะมีการสร้างพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๙ ไว้ด้วย
.
“มีการย้ายหน่วยทหารที่ไม่จำเป็นออกไปอยู่นอกเมือง และนำที่ดินมาใช้ประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทั้งสิ้น”
.
ในระหว่างที่พระองค์ท่านทรงจัดระเบียบภายในราชสำนัก พระองค์ท่านก็มีดำริให้มีการปฏิรูปการศึกษา โดยมอบหมายให้องคมนตรีไปดูแล โดยเฉพาะการปฏิรูปมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ เพราะพระองค์ท่านมองว่า การศึกษาจะดีได้ต้องเริ่มที่ครู และเน้นให้ ม.ราชภัฏ เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
.
“ราชภัฏ คือ วิทยาลัยครูเก่า และชื่อราชภัฏแปลว่า คนของพระราชา ฉะนั้น ราชภัฏ มี 2 บทบาท คือ สร้างครู เอาคนที่สมควรเป็นครู มาเป็นครูที่ดีในท้องถิ่นนั้น ๆ สอง คือ ต้องสร้างความรู้ เพื่อแก้ปัญหาในท้องถิ่นได้ ราชภัฏ ไม่ต้องไปทำแล็บอะไร บอกแค่ว่าทุกบ้านที่มีปัญหา ราชภัฏมีคำตอบให้ เรื่องทำมาหากิน และเป็นคำตอบที่ใช้ได้”
.
พระองค์ท่านให้ความสำคัญต่อ ม.ราชภัฏมาก แต่ก็ต้องใช้เวลาในการพัฒนา เพราะ ม.ราชภัฏ เตลิดเปิดเปิงไปมากมาย ไปเปิดหลักสูตรแข่งขันกับจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยหลักตามภูมิภาคต่าง ๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องปิดหลักสูตรไปมากมาย พระองค์ท่านก็ค่อย ๆ ดึงกลับมา มีการจัดสรรงบประมาณให้ด้วย เพื่อให้ ม.ราชภัฏ เป็นหลักในการพัฒนาคน และท้องถิ่นต่อไป
.
“พระองค์ท่านทรงทำ เพื่อประชาชนของท่านให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องการศึกษา ยังให้ความสำคัญเรื่องการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งน้ำ ป่าไม้ ไม่ให้มีการบุกรุก”
.
ขณะเดียวกัน ผู้ที่ออกมาประท้วงให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์นั้น ควรเข้าใจด้วยว่า พระมหากษัตริย์ต้องอยู่ในฐานะที่ลำบาก ไม่ใช่ว่าพระองค์อยากทำอะไรก็ทำได้ แต่พระองค์ท่านจะทรงทำในสิ่งที่ยังไม่มีใครทำ หรือมีการทำแล้ว แต่ทางราชการมีข้อจำกัด พระองค์ท่านก็จะไปเสริมไปทำให้สมบูรณ์ หรือคนบางกลุ่มถูกละเลย พระองค์ท่าน ก็ทรงเข้าไปช่วยเหลือให้ทั่วถึง
.
“ท่านทรงระวังพระองค์อยู่แล้ว ต้องไม่ทำอะไรที่ไปซ้ำกับราชการ หรือที่เอกชนทำอยู่แล้ว หากมองจริง ๆ เหมือนพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจ แต่เอาเข้าจริงจะต้อง ระมัดระวังพระองค์ท่าน และสถาบันฯ เป็นอย่างยิ่ง เพราะสถาบันกษัตริย์ เป็นสถาบันทางวัฒนธรรม อยู่เหนือการเมือง และอยู่ใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ”
.
ที่ผ่านมา สิ่งที่พระองค์ท่าน และสถาบันฯ จัดทำจะเน้นในทางพัฒนา สนับสนุน และการปรับเปลี่ยนความคิดของประชาชนในกลุ่มที่ยากลำบาก อ่อนแอ ส่วนคนที่แข็งแรงแล้วพระองค์ท่านไม่ทรงเข้าไปยุ่งเกี่ยว
.
“เราจะเห็นพระองค์ท่านทรงชวนคนเก่ง คนมีสตางค์ ไปแบ่งปันให้คนอ่อนแอ ท่านอยู่ตรงกลาง ท่านเชื่อมโยง คนแข็งแรงไปช่วยคนอ่อนแอ อย่างรัชกาลที่ ๙ ท่านทรงริเริ่ม และทดลองโครงการต่าง ๆ เจ็ดแปดพันโครงการ ให้คนแข็งแรง และมีวิชาให้ไปทำต่อ และไปแบ่งปันให้คนที่มีความรู้ไม่ดีพอ คือ ท่าน Link and Learn”
.
นี่คือบทบาท หรือ Positioning ของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่คนไทยควรเข้าใจ!!
.
ไม่เพียงแค่นั้น สิ่งที่สังคมได้เห็น และควรเปิดใจมองสิ่งที่ในหลวง พระราชินี และราชวงศ์ ในการเสด็จออกมาเยี่ยมประชาชนที่รอเฝ้าฯ รับเสด็จจะเห็นว่า ทุกพระองค์ก็ทรงออกมาพูดคุย มาทักทาย ให้สัมผัสพระหัตถ์ สามารถขอเซลฟี่กับพระองค์ได้
.
“รุ่นผมไม่กล้ามองพระพักตร์เลย พระเจ้าอยู่หัวทรงมองมาทางเรา ต้องก้มหน้าหลบ อย่างรับปริญญา ก็ไม่กล้าจ้องหน้า ระวังแต่ว่า อย่าให้ใบประกาศหลุดมือเป็นใช้ได้ นี่คือความรู้สึกของคนรุ่นเรา”
.
แต่ถึงยุคสมัยนี้การเฝ้าฯ รับเสด็จก็ได้ใกล้ชิด พระองค์ท่าน ก็ทรงปรับตัว ซึ่งคงจะมีอะไรใหม่ ๆ ออกมาให้สังคมได้เห็น โดยเฉพาะสิ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานสัมภาษณ์สำนักข่าว CNN ว่า “เรารักพวกเขาทุกคนเหมือนกัน” (We Love Them All the Same) ถึง 3 ครั้ง และทรงบอกให้รู้ว่าประเทศไทย “เป็นดินแดนแห่งการประนีประนอม” (Thailand is the Land of Compromise)
.
นี่คือสิ่งที่พระองค์ท่านได้สื่อให้สังคมโลกรับรู้ว่า พระมหากษัตริย์ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะบุคคล หรือสถาบัน ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน หรืออยู่ห่างประชาชน ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินออกมาทักทายประชาชน ไม่ใช่เพราะแรงกดดันจากม็อบราษฎรแน่นอน
.
“นี่คือการปรับตัว Adaptive และทำให้คนเห็นชัดเจนว่า พระมหากษัตริย์ในรูปแบบ Modern Form ในสมัยใหม่ มีความใกล้ชิด มีความเป็นกันเอง อยากจะพูดคุยด้วย อย่างสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ท่านทรงน่ารัก ทรงพูดภาษาใต้ เดินเข้าไปบอกนิติพงษ์ ห่อนาค ให้แต่งเพลงให้สมเด็จพ่อด้วย” นี่คือ Modern Form ที่สังคมไทยควรรับรู้ และมองทุกพระองค์ในมุมมองใหม่ที่สามารถเข้าถึง และจับต้องได้ ซึ่งพระองค์ท่านก็ทรงอยากเข้าใจประชาชน และก็อยากให้ประชาชนเข้าใจพระองค์ท่านเช่นกัน
.
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอาจจะติดเรื่อง Security ความปลอดภัยที่ต้องคอยระวัง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นข้อจำกัด ทำให้ต้องอยู่ห่างมาก จะมีก็แต่ความจงรักภักดีที่เป็นนามธรรม แต่เวลานี้พระองค์ท่านทรงต้องการแปลสิ่งที่เป็นนามธรรม ความรัก ความศรัทธา ความจงรักภักดีที่ทุกคนมีต่อสถาบันฯ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ให้เป็นอะไรที่คนเข้าใจ และจับต้องได้
.
ดังนั้น การที่พระองค์ท่านทรงใช้คำว่า Land of Compromise เป็นการส่งสัญญาณจากพระองค์ท่านว่า เราจะอยู่ด้วยกัน ทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน เราก็ต้องปรับเข้าหากัน คนที่มีความต่างด้วยวัย ก็ต้องปรับความคิดเข้าหากัน นี่คือความแตกต่าง แต่ไม่แตกแยก สังคมที่มีอารยะ ผู้เจริญ ต้องสงวนจุดต่าง แต่แสวงหาจุดร่วม ประนีประนอมกันได้
.
“สถาบันกษัตริย์ ก็เหมือนกับทุกสถาบันในโลกต้องปรับตัวตลอดเวลา ซึ่งสถาบันกษัตริย์ไทยมีคุณค่า หมายถึงเอกราช ประเพณี เป็นศูนย์รวมน้ำใจ และสถาบันก็กำลังปรับตำแหน่งแห่งที่ที่เหมาะสม ที่จะเป็นประโยชน์กับสังคมไทย ก็ต้องเข้าใจถึงภาระหน้าที่ของสถาบันกษัตริย์ ทั้งที่เป็นจารีตประเพณี ความต้องการของสังคมโลก และภาระในความตระหนักในการเป็นขัตติยะ”
.
ศ.ดร ชาติชายย้ำว่า นี่คือสิ่งที่คนไทยควรทำความเข้าใจให้ดี ช่วยกันส่งกำลังใจ และความร่วมมือ เพื่อให้สถาบันกษัตริย์ และประชาชนชาวไทยมีความสุข มีความมั่นคงในชีวิต สืบเนื่องยาวนานต่อไป

-------------------------------
แหล่งข่าว
https://mgronline.com/specialscoop/detail/9630000114894
-------------------------------
ติดตามข้อมูลข่าวสาร รู้ไทย รู้โลก กับ Thailand Vision ได้ที่
Website : http://www.thailandvision.co
Facebook : https://www.facebook.com/thvi5ion
Twitter : https://twitter.com/Thailand_vision
Youtube : https://www.youtube.com/c/Thailandvision

https://www.facebook.com/336295587309275/posts/692368308368666/

นักวิชาการนิด้า ได้ชี้จุดแข็งของสถาบันกษัตริย์ ที่บรรดาม็อบคณะราษฎรต้องเปิดใจมองให้ลึกว่า รัชกาลที่ ๑๐ และราชวงศ์ ได้มีการปฏิรูปมาก่อนในรูปแบบ “Modern Form” แปรสัญลักษณ์ที่เป็นนามธรรม ไปสู่การเข้าถึง และจับต้องได้ พร้อมเข้าใจภารกิจ “Link and Learn” ดึงคนเก่ง คนรวย ช่วยคนจน มุ่งพัฒนา ม.ราชภัฏ เพื่อดูแลท้องถิ่น ระบบ “Land of Compromise” เป็นการส่งสัญญาณว่า “สถาบันกษัตริย์กับประชาชน” จะอยู่ด้วยกัน ขณะเดียวกันพระองค์ท่าน และสถาบันฯ ต้องอยู่ในฐานะที่ลำบากไม่ใช่ว่าอยากทำอะไรก็ทำได้ เพราะต้องรักษาความเป็นวัฒนธรรมไว้
.
โดยหนึ่งในข้อเรียกร้องในการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ต้องการให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งที่ในความเป็นจริง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ พระองค์ท่านได้ทรงปฏิรูปก่อนแล้ว และเป็นต้นแบบ People Center แท้จริง
.
ซึ่งทาง ศ.ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง และอาจารย์คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้บอกว่า สิ่งที่คนไทยต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ให้ถ่องแท้ เพราะมีประชาชนส่วนหนึ่งมักจะนำไปเปรียบเทียบระหว่างรัชกาลที่ ๙ กับรัชกาลที่ ๑๐ ซึ่งดูจะไม่เป็นธรรมแก่พระองค์ท่านที่นำ “พ่อ และลูก” มาเปรียบเทียบกัน
.
โดยสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจก็คือ เมื่อพระราชบิดาทรงมีพระปรีชาสามารถก็ต้องถือเป็นโชคของราชวงศ์ และของแผ่นดินไทยอยู่แล้ว แทนที่คนเหล่านี้จะมาเปรียบเทียบ ก็ควรไปมองให้ลึกว่า รัชกาลที่ ๑๐ ได้ทรงสานต่องานอะไร อย่างไร ที่พระราชบิดาดำริไว้ แต่ยังทำไม่ได้ หรือทำไม่สำเร็จ เพราะสิ้นรัชกาลไปเสียก่อน
.
“พระองค์ท่านไปต่อยอดอะไรบ้าง และอะไรที่พระองค์ท่านดำริขึ้นมา ก็มาช่วยกันทำ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนจะช่วยแก้ไขกันอย่างไร มาหาทางออกในเชิงวิชาการก็ได้ ก็น่าจะดีที่สุด”
.
อย่างไรก็ดี หากทุกคนมองด้วยความเป็นธรรมว่า ตั้งแต่พระองค์ท่านทรงขึ้นครองราชย์นั้น พระองค์ท่านทรงจัดระเบียบอะไรให้สังคมได้รับรู้ เริ่มตั้งแต่การจัดระบบภายในราชสำนักให้เป็นระเบียบ และโปร่งใส เพราะก่อนหน้านั้นมีบรรดากลุ่มคนที่ฝังรากลึกเข้าไปหาประโยชน์ มีการคอร์รัปชันเกิดขึ้นทั้งในส่วนของสำนักพระราชวัง และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ พระองค์ท่านก็ทรงมาจัดระเบียบกันใหม่ บางคนถึงกับมองว่า เป็นการล้างบางกันเลย ซึ่งเรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณชนชัดเจน
.
แม้กระทั่งที่ดินบริเวณสนามม้านางเลิ้ง ใคร ๆ ก็รู้ว่าที่นั่นเป็นแหล่งผลประโยชน์ มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยวข้อง ใครก็ไม่สามารถจัดการได้ แต่พระองค์ท่านทรงนำที่ดินบริเวณนี้มาจัดทำเป็นสวนสาธารณะให้คนไทยได้ใช้ประโยชน์ และจะมีการสร้างพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๙ ไว้ด้วย
.
“มีการย้ายหน่วยทหารที่ไม่จำเป็นออกไปอยู่นอกเมือง และนำที่ดินมาใช้ประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทั้งสิ้น”
.
ในระหว่างที่พระองค์ท่านทรงจัดระเบียบภายในราชสำนัก พระองค์ท่านก็มีดำริให้มีการปฏิรูปการศึกษา โดยมอบหมายให้องคมนตรีไปดูแล โดยเฉพาะการปฏิรูปมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ เพราะพระองค์ท่านมองว่า การศึกษาจะดีได้ต้องเริ่มที่ครู และเน้นให้ ม.ราชภัฏ เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
.
“ราชภัฏ คือ วิทยาลัยครูเก่า และชื่อราชภัฏแปลว่า คนของพระราชา ฉะนั้น ราชภัฏ มี 2 บทบาท คือ สร้างครู เอาคนที่สมควรเป็นครู มาเป็นครูที่ดีในท้องถิ่นนั้น ๆ สอง คือ ต้องสร้างความรู้ เพื่อแก้ปัญหาในท้องถิ่นได้ ราชภัฏ ไม่ต้องไปทำแล็บอะไร บอกแค่ว่าทุกบ้านที่มีปัญหา ราชภัฏมีคำตอบให้ เรื่องทำมาหากิน และเป็นคำตอบที่ใช้ได้”
.
พระองค์ท่านให้ความสำคัญต่อ ม.ราชภัฏมาก แต่ก็ต้องใช้เวลาในการพัฒนา เพราะ ม.ราชภัฏ เตลิดเปิดเปิงไปมากมาย ไปเปิดหลักสูตรแข่งขันกับจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยหลักตามภูมิภาคต่าง ๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องปิดหลักสูตรไปมากมาย พระองค์ท่านก็ค่อย ๆ ดึงกลับมา มีการจัดสรรงบประมาณให้ด้วย เพื่อให้ ม.ราชภัฏ เป็นหลักในการพัฒนาคน และท้องถิ่นต่อไป
.
“พระองค์ท่านทรงทำ เพื่อประชาชนของท่านให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องการศึกษา ยังให้ความสำคัญเรื่องการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งน้ำ ป่าไม้ ไม่ให้มีการบุกรุก”
.
ขณะเดียวกัน ผู้ที่ออกมาประท้วงให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์นั้น ควรเข้าใจด้วยว่า พระมหากษัตริย์ต้องอยู่ในฐานะที่ลำบาก ไม่ใช่ว่าพระองค์อยากทำอะไรก็ทำได้ แต่พระองค์ท่านจะทรงทำในสิ่งที่ยังไม่มีใครทำ หรือมีการทำแล้ว แต่ทางราชการมีข้อจำกัด พระองค์ท่านก็จะไปเสริมไปทำให้สมบูรณ์ หรือคนบางกลุ่มถูกละเลย พระองค์ท่าน ก็ทรงเข้าไปช่วยเหลือให้ทั่วถึง
.
“ท่านทรงระวังพระองค์อยู่แล้ว ต้องไม่ทำอะไรที่ไปซ้ำกับราชการ หรือที่เอกชนทำอยู่แล้ว หากมองจริง ๆ เหมือนพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจ แต่เอาเข้าจริงจะต้อง ระมัดระวังพระองค์ท่าน และสถาบันฯ เป็นอย่างยิ่ง เพราะสถาบันกษัตริย์ เป็นสถาบันทางวัฒนธรรม อยู่เหนือการเมือง และอยู่ใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ”
.
ที่ผ่านมา สิ่งที่พระองค์ท่าน และสถาบันฯ จัดทำจะเน้นในทางพัฒนา สนับสนุน และการปรับเปลี่ยนความคิดของประชาชนในกลุ่มที่ยากลำบาก อ่อนแอ ส่วนคนที่แข็งแรงแล้วพระองค์ท่านไม่ทรงเข้าไปยุ่งเกี่ยว
.
“เราจะเห็นพระองค์ท่านทรงชวนคนเก่ง คนมีสตางค์ ไปแบ่งปันให้คนอ่อนแอ ท่านอยู่ตรงกลาง ท่านเชื่อมโยง คนแข็งแรงไปช่วยคนอ่อนแอ อย่างรัชกาลที่ ๙ ท่านทรงริเริ่ม และทดลองโครงการต่าง ๆ เจ็ดแปดพันโครงการ ให้คนแข็งแรง และมีวิชาให้ไปทำต่อ และไปแบ่งปันให้คนที่มีความรู้ไม่ดีพอ คือ ท่าน Link and Learn”
.
นี่คือบทบาท หรือ Positioning ของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่คนไทยควรเข้าใจ!!
.
ไม่เพียงแค่นั้น สิ่งที่สังคมได้เห็น และควรเปิดใจมองสิ่งที่ในหลวง พระราชินี และราชวงศ์ ในการเสด็จออกมาเยี่ยมประชาชนที่รอเฝ้าฯ รับเสด็จจะเห็นว่า ทุกพระองค์ก็ทรงออกมาพูดคุย มาทักทาย ให้สัมผัสพระหัตถ์ สามารถขอเซลฟี่กับพระองค์ได้
.
“รุ่นผมไม่กล้ามองพระพักตร์เลย พระเจ้าอยู่หัวทรงมองมาทางเรา ต้องก้มหน้าหลบ อย่างรับปริญญา ก็ไม่กล้าจ้องหน้า ระวังแต่ว่า อย่าให้ใบประกาศหลุดมือเป็นใช้ได้ นี่คือความรู้สึกของคนรุ่นเรา”
.
แต่ถึงยุคสมัยนี้การเฝ้าฯ รับเสด็จก็ได้ใกล้ชิด พระองค์ท่าน ก็ทรงปรับตัว ซึ่งคงจะมีอะไรใหม่ ๆ ออกมาให้สังคมได้เห็น โดยเฉพาะสิ่งที่พระองค์ท่านพระราชทานสัมภาษณ์สำนักข่าว CNN ว่า “เรารักพวกเขาทุกคนเหมือนกัน” (We Love Them All the Same) ถึง 3 ครั้ง และทรงบอกให้รู้ว่าประเทศไทย “เป็นดินแดนแห่งการประนีประนอม” (Thailand is the Land of Compromise)
.
นี่คือสิ่งที่พระองค์ท่านได้สื่อให้สังคมโลกรับรู้ว่า พระมหากษัตริย์ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะบุคคล หรือสถาบัน ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน หรืออยู่ห่างประชาชน ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินออกมาทักทายประชาชน ไม่ใช่เพราะแรงกดดันจากม็อบราษฎรแน่นอน
.
“นี่คือการปรับตัว Adaptive และทำให้คนเห็นชัดเจนว่า พระมหากษัตริย์ในรูปแบบ Modern Form ในสมัยใหม่ มีความใกล้ชิด มีความเป็นกันเอง อยากจะพูดคุยด้วย อย่างสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ท่านทรงน่ารัก ทรงพูดภาษาใต้ เดินเข้าไปบอกนิติพงษ์ ห่อนาค ให้แต่งเพลงให้สมเด็จพ่อด้วย” นี่คือ Modern Form ที่สังคมไทยควรรับรู้ และมองทุกพระองค์ในมุมมองใหม่ที่สามารถเข้าถึง และจับต้องได้ ซึ่งพระองค์ท่านก็ทรงอยากเข้าใจประชาชน และก็อยากให้ประชาชนเข้าใจพระองค์ท่านเช่นกัน
.
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอาจจะติดเรื่อง Security ความปลอดภัยที่ต้องคอยระวัง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นข้อจำกัด ทำให้ต้องอยู่ห่างมาก จะมีก็แต่ความจงรักภักดีที่เป็นนามธรรม แต่เวลานี้พระองค์ท่านทรงต้องการแปลสิ่งที่เป็นนามธรรม ความรัก ความศรัทธา ความจงรักภักดีที่ทุกคนมีต่อสถาบันฯ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ให้เป็นอะไรที่คนเข้าใจ และจับต้องได้
.
ดังนั้น การที่พระองค์ท่านทรงใช้คำว่า Land of Compromise เป็นการส่งสัญญาณจากพระองค์ท่านว่า เราจะอยู่ด้วยกัน ทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน เราก็ต้องปรับเข้าหากัน คนที่มีความต่างด้วยวัย ก็ต้องปรับความคิดเข้าหากัน นี่คือความแตกต่าง แต่ไม่แตกแยก สังคมที่มีอารยะ ผู้เจริญ ต้องสงวนจุดต่าง แต่แสวงหาจุดร่วม ประนีประนอมกันได้
.
“สถาบันกษัตริย์ ก็เหมือนกับทุกสถาบันในโลกต้องปรับตัวตลอดเวลา ซึ่งสถาบันกษัตริย์ไทยมีคุณค่า หมายถึงเอกราช ประเพณี เป็นศูนย์รวมน้ำใจ และสถาบันก็กำลังปรับตำแหน่งแห่งที่ที่เหมาะสม ที่จะเป็นประโยชน์กับสังคมไทย ก็ต้องเข้าใจถึงภาระหน้าที่ของสถาบันกษัตริย์ ทั้งที่เป็นจารีตประเพณี ความต้องการของสังคมโลก และภาระในความตระหนักในการเป็นขัตติยะ”
.
ศ.ดร ชาติชายย้ำว่า นี่คือสิ่งที่คนไทยควรทำความเข้าใจให้ดี ช่วยกันส่งกำลังใจ และความร่วมมือ เพื่อให้สถาบันกษัตริย์ และประชาชนชาวไทยมีความสุข มีความมั่นคงในชีวิต สืบเนื่องยาวนานต่อไป

-------------------------------
แหล่งข่าว
https://mgronline.com/specialscoop/detail/9630000114894
-------------------------------
ติดตามข้อมูลข่าวสาร รู้ไทย รู้โลก กับ Thailand Vision ได้ที่
Website : http://www.thailandvision.co
Facebook : https://www.facebook.com/thvi5ion
Twitter : https://twitter.com/Thailand_vision
Youtube : https://www.youtube.com/c/Thailandvision

ที่อยู่

เลขที่ 2 ถนนนาวงประชาพัฒนา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:00
อังคาร 08:30 - 16:00
พุธ 08:30 - 16:00
พฤหัสบดี 08:30 - 16:00
ศุกร์ 08:30 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

2-1520923

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ภาร์
รายงานต้วคร้บ
กู้ซ่อมแสม
เพจที่มีสาระดีๆหลายด้านต่อประชาชนและสังคมด้วยมุมมองชี้แนะข่าวสารต่างๆด้วยประโยชน์ส่วนรวม
ช่วยชาวอำนาจเจริญด้วยครับ โดนพายุ โพดุล เป็นจังหวัดแรกๆ ตอนนี้เดือดร้อน ถนนขาด ไฟฟ้าดับ ปะปา ไม่ไหล ไม่มีเรือ รถขนาดใหญ่ ช่วยเหลือคับ บ้านหนองเรือ บ้านนาหมอม้อ อ.เมือง อำนาจเจริญ ไม่เคยเจอ อุทกภัย จึงรับมือไม่ทันครับ ขาดแคลง น้ำดื่ม เครื่องอุปโภค บริโภค 🙏🙏🙏 กองบัญชาการกองทัพไทย ( Royal Thai Armed Forces ) หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา
นักรบสีน้ำเงิน 56 ปี ที่สร้างสรรค์พัฒนาประเทศมา ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเหตุการณ์มามากมาย มีทั้งความสูญเสีย และความสุขสันต์ จาก กรป.กลาง ในวันนั้น จนมาเป็นหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ในวันนี้ ขอให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคง เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของประเทศชาติและประชาชน