สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.ศธ. Bureau of International Cooperation, MOE

สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.ศธ. Bureau of International Cooperation, MOE สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.ศธ.
อาคาร สพฐ.

(อาคาร 5)
และชั้น 3 อาคารรัชมังคลาภิเษก 1 (ศูนย์เอกสารนานาชาติ)

Bureau of International Cooperation
Office of the Permanent Secretary, Ministry of Education

Tel. 02 628 5646 - 9, 02 281 0565

รองปลัด วีระ ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูสาธารณรัฐกินีประจำประเทศไทยและหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา​เมื่อวันท...
24/09/2026

รองปลัด วีระ ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูสาธารณรัฐกินีประจำประเทศไทยและหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา

​เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ นางกูงบา ดีย็อป (Mrs. Koumba Diop) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐกินีประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการ ณ ห้องดำรงราชานุภาพ กระทรวงศึกษาธิการ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์สำคัญด้านการศึกษา ตลอดจนหารือแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐกินี โดยมีผู้แทนสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมหารือ
​
ในโอกาสนี้ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาในการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างโอกาสทางการศึกษา พร้อมทั้งแสดงความพร้อมที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลประสบการณ์ และองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ การหารือครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และวางรากฐานสำหรับการพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐกินีให้มีความใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นในอนาคต

สรุป/เรียบเรียง : นัศรูน เปาะมะ
รุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี
กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
วันพุธที่ 23 กันยายน 2569

ผู้บริหาร ศธ. เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวันชาติของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ​เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ณ โรงแรม InterContine...
23/09/2026

ผู้บริหาร ศธ. เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวันชาติของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

​เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ณ โรงแรม InterContinental นายประเสริฐ จันทรรวงทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ นายพอพงษ์ ชินวัตร เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวันชาติของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ในโอกาสครบรอบ 96 ปี ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรม InterContinental กรุงเทพฯ ตามคำเชิญของนายอับดุรเราะห์มาน อับดุลอะซีซ อัลซุฮัยบานี (H.E. Mr. Abdulrahman Abdulaziz Alsuhaibani) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

​ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียกำหนดให้วันที่ 23 กันยายนของทุกปีเป็นวันชาติ โดยมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองทั่วประเทศ ทั้งนี้ ประเทศไทยและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2500 และในปี พ.ศ. 2569 นับเป็นวาระครบรอบ 69 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ ภายหลังการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ. 2565 ทั้งสองประเทศได้เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือในหลากหลายสาขา ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี การแพทย์ การท่องเที่ยว และการศึกษา โดยมีการจัดตั้งสภาความร่วมมือ
ซาอุดี–ไทย (Saudi–Thai Coordination Council: STCC) เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้เข้าร่วมเป็นหน่วยงานสมาชิกในคณะกรรมการด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวภายใต้ STCC ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการริเริ่มและส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการศึกษาของซาอุดีอาระเบียในสาขาที่มีศักยภาพและเป็นประโยชน์ร่วมกัน อันจะนำไปสู่การขยายความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างสองประเทศให้มีความใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

สรุป/เรียบเรียง : นัศรูน เปาะมะ
รุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี
กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
23 กันยายน 2569

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้โอวาทคณะครูและนักเรียนก่อนเดินทางไปเผยแพร่โขนและศิลปวัฒนธรรมไทย ณ ราชอาณาจักรเลโซโท ​ว...
23/09/2026

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้โอวาทคณะครูและนักเรียนก่อนเดินทางไปเผยแพร่โขนและศิลปวัฒนธรรมไทย ณ ราชอาณาจักรเลโซโท

​วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุมวชิราวุธ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายวัลลภ รุจิขจร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ นายอภิชาต สุดแสดง กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ราชอาณาจักร
เลโซโทประจำประเทศไทย พร้อมคณะครูและนักเรียน เพื่อรับโอวาทและรับฟังแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษากับราชอาณาจักรเลโซโท ก่อนเดินทางไปยังราชอาณาจักรเลโซโท ภายใต้โครงการ “โขนเยาวชนไทยไปแอฟริกา ซีซั่น 2”

​ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ให้โอวาทแก่คณะครูและนักเรียนพร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะการแสดงโขนซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติ ตลอดจนการใช้การศึกษาและกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเป็นกลไกในการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับราชอาณาจักรเลโซโท อันจะนำไปสู่การขยายโอกาสและพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษา วัฒนธรรม ตลอดจนความร่วมมือในมิติอื่น ๆ ระหว่างสองประเทศ
อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ร่วมจัดส่งคณะครูและนักเรียนจากวิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา เข้าร่วมเดินทางไปกับคณะในครั้งนี้ด้วย เพื่อร่วมสาธิตการทำอาหารไทยซึ่งเป็นเอกลักษณ์ด้านคหกรรมศาสตร์อันโดดเด่น และใช้โอกาสนี้ในการหารือความร่วมมือด้านการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนอาชีวศึกษา เพื่อยกระดับสมรรถนะด้านภาษาของเยาวชนไทยสู่สากล

​อนึ่ง โครงการ “โขนเยาวชนไทยไปแอฟริกา ซีซั่น 2” จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการพัฒนาผู้เรียนผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ สมรรถนะ คุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โดยใช้ศิลปะการแสดงโขน ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติและศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่วัฒนธรรมและส่งเสริมการทูตเชิงการศึกษา (Educational Diplomacy) เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีแห่งการสถาปนาเอกราชของราชอาณาจักรเลโซโท ในวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ณ กรุงมาเซรู โดยคณะเยาวชนไทยจะร่วมแสดงโขนเพื่อมอบเป็นของขวัญจากประชาชนชาวไทยแก่ประชาชนชาวเลโซโท พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนทางการศึกษากับ Machabeng College และได้รับพระบรมราชวโรกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 ทั้งนี้ โครงการเป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก โครงการ ซีซั่น 1 เมื่อปี พ.ศ. 2567 ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ครู และสถานศึกษา ตลอดจนเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับราชอาณาจักรเลโซโท

สรุป/เรียบเรียง : นัศรูน เปาะมะ
รุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี
กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
23 กันยายน 2569

กระทรวงศึกษาธิการต้อนรับคณะผู้แทน “China-ASEAN Thousand Schools Hand Together” มุ่งกระชับความร่วมมือด้านการศึกษาไทย-จีนเ...
23/09/2026

กระทรวงศึกษาธิการต้อนรับคณะผู้แทน “China-ASEAN Thousand Schools Hand Together” มุ่งกระชับความร่วมมือด้านการศึกษาไทย-จีน

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 10.45 น. ณ ห้องประชุมหม่อมหลวงมานิจ ชุมสาย สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นางกุสุมา นวพันธ์พิมล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนานโยบายความร่วมมือต่างประเทศ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนและผู้บริหารสถานศึกษาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย Mr. Yu Yang รองเลขาธิการสมาคมการศึกษาเพื่อการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (China Education Association for Internation Exchange: CEAIE) ที่ได้เดินทางมาเข้าพบหารือและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาดิจิทัลด้านการศึกษาของประเทศไทยและจีน โดยมี นางสาวสริญณพัชร์ ธรรมบุศย์ นักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งนักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาค นางสาวกนกวรรณ แกว่นถิ่นภู นักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งนักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ และนายเอกสิทธิ์ ปิยะแสงทอง นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าร่วมการหารือดังกล่าว

ในการนี้ ผู้แทนสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศกล่าวต้อนรับคณะผู้แทนภายใต้โครงการ “หนึ่งพันโรงเรียนจีน–อาเซียนจับมือกัน” (China-ASEAN Thousand Schools Hand Together) ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายระหว่างสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาของไทย จีน และประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะการต่อยอดความร่วมมือด้านการศึกษาซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชนและสถาบันการศึกษาของทั้งสองประเทศ

ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาดิจิทัลด้านการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งมุ่งเปลี่ยนจาก “การเข้าถึงเทคโนโลยี” สู่การใช้เทคโนโลยีเพื่อคิด เรียนรู้ แก้ปัญหา และสร้างอนาคต โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนจาก “Digital Users” สู่ “Digital Thinkers” ผ่านการส่งเสริม AI Future Skills, Computational Thinking และ Cyber Safety ซึ่ง สพฐ. ได้ขับเคลื่อนงานด้าน AI และ Digital Education อย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนา AI Future Skills การส่งเสริม Computational Thinking และการสร้างความตระหนักด้าน Cyber Safety โดยประเทศไทยเห็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนและพัฒนาความร่วมมือกับจีนใน 4 ด้าน ได้แก่ AI & Digital Literacy, Computational Thinking, Teacher Development และ Digital Safety & AI Governance เพื่อร่วมกันเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสำหรับโลกอนาคตอย่างปลอดภัย มีจริยธรรม และมีความรับผิดชอบ

ภายหลังการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คณะผู้แทนจีนได้แสดงความสนใจในการต่อยอดความร่วมมือด้านการพัฒนาดิจิทัลเพื่อการศึกษา และพร้อมเปิดโอกาสให้สถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาของไทยเดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาประสบการณ์ด้านการจัดการศึกษาในสถานศึกษาของจีนในโอกาสต่อไปอันจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างเครือข่ายและความร่วมมือด้านการศึกษาไทย–จีนให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น

สรุป/เรียบเรียง : กนกวรรณ แกว่นถิ่นภู
นางสาวสริญณพัชร์ ธรรมบุศย์
กลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาค
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ศธ. เตรียมความพร้อมด้านประชาสัมพันธ์ ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลกว่าด้วยการศึกษา GEM 2027วันที่ 22 กันยายน 2569 รศ.ปร...
22/09/2026

ศธ. เตรียมความพร้อมด้านประชาสัมพันธ์ ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับโลกว่าด้วยการศึกษา GEM 2027

วันที่ 22 กันยายน 2569 รศ.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานการประชุมเตรียมการสำหรับการประชุมระดับโลกว่าด้วยการศึกษา ประจำปี 2570 (2027 Global Education Meeting: GEM 2027) ณ ห้องประชุมจันทรเกษม อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมประชาสัมพันธ์ กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือเบื้องต้นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมด้านการประชาสัมพันธ์สำหรับการจัดประชุม GEM 2027 ในประเทศไทย

การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเบื้องต้นเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการจัดประชุม GEM 2027 โดยมีการนำเสนอภาพรวมกิจกรรมและรูปแบบการประชุม พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทและแนวทางการดำเนินงานด้านการประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม รวมถึงการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการเตรียมการในระยะต่อไป

การประชุมดังกล่าวนับเป็นก้าวแรกของการบูรณาการความร่วมมือด้านการประชาสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันวางรากฐานการสื่อสารการจัดประชุม GEM 2027 ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพเวทีระดับโลกด้านการศึกษา พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ต่อการจัดประชุมและความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2570

เขียนโดย: ณัฐทิมา ชาญสุรีย์
สริญณพัชร์ ธรรมบุศย์
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

คณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุม APEC HRDWG ครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือการดำเนินกิจกรรมและแลกเปลี่ยนแนวทา...
21/09/2026

คณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุม APEC HRDWG ครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือการดำเนินกิจกรรมและแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในกรอบเอเปค

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ ดร.สุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหัวหน้าหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเอเปค ครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (51st APEC Human Resources Development Working Group: HRDWG Plenary and Related Meetings) ระหว่างวันที่ 16 - 19 กันยายน 2569 ณ เมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมทั้งผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย

การประชุม APEC HRDWG ครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Openness, Innovation, and Cooperation: Promoting Workforce Excellence, Future-Ready Skills, and a Stronger Asia-Pacific Community” หรือ “ความเปิดกว้าง นวัตกรรม และความร่วมมือ: การส่งเสริมความเป็นเลิศของกำลังแรงงาน ทักษะแห่งอนาคต และประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกที่เข้มแข็ง” การประชุมฯ ประกอบด้วย การประชุมเต็มคณะ (Plenary) การประชุมเครือข่าย 3 เครือข่าย และกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการศึกษาดูงานด้านการศึกษาและด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในหน่วยงานของนครหนานจิง

การประชุมเต็มคณะ (Plenary) มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการนำเสนอแนวคิดและมุมมองต่อหัวข้อหลักการประชุมปี 2569 การนำเสนอผลการดำเนินงานและหารือการดำเนินงานตามถ้อยแถลงระดับรัฐมนตรีฯ ของปี 2568 การรายงานความคืบหน้าและแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงานตามเอกสารสำคัญในกรอบเอเปค อาทิ การดำเนินการตาม APEC Putrajaya Vision 2040 และ Aotearoa Plan of Action แผนยุทธศาสตร์ของ APEC HRDWG ปี ค.ศ. 2026 – 2029 และ APEC HRDWG Arequipa Goals รวมถึงการรายงานผลการดำเนินโครงการในกรอบ APEC HRDWG ของแต่ละเขตเศรษฐกิจ และกิจกรรมภายใต้เครือข่ายต่าง ๆ

ผู้แทนจากเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการเตรียมความพร้อมกำลังคนสำหรับอนาคต โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ การส่งเสริมความเป็นเลิศของกำลังแรงงาน ตลอดจนการเสริมสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นระหว่างเขตเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ทบทวนกรอบและแผนการดำเนินงานของ HRDWG การแลกเปลี่ยนผลการดำเนินโครงการในช่วงปี 2568 - 2569 การรายงานผลลัพธ์สำคัญจากการดำเนินงานของเครือข่ายต่าง ๆ รวมถึงศูนย์เฉพาะทางของเอเปค และความร่วมมือข้ามสาขาในกรอบเอเปค อีกทั้งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป และความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากองค์กรภายนอกและภาคธุรกิจ

สำหรับการประชุมเครือข่ายภายใต้ APEC HRDWG ประกอบด้วย 3 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายด้านการเสริมสร้างศักยภาพ (Capacity Building Network - CBN), เครือข่ายด้านการศึกษา (Education Network - EDNET) และเครือข่ายด้านแรงงานและการปกป้องทางสังคม (Labour and Social Protection - LSPN) โดยได้จัดเป็นการประชุมคู่ขนานเพื่อแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงานและหารือแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเด็น ของเครือข่าย ทั้งนี้ คณะผู้แทนด้านการศึกษาของไทยได้เข้าร่วมการประชุม EDNET เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหารือแนวทางความร่วมมือด้านการศึกษาในกรอบเอเปค โดยเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเรียนรู้ที่เสริมด้วยปัญญาประดิษฐ์ การส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพโดยไม่ทิ้งผู้เรียนคนใดไว้ข้างหลัง และการเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ เจ้าภาพยังจัดให้คณะผู้แทนด้านการศึกษาของทุกเขตเศรษฐกิจ ได้มีโอกาสเยี่ยมชมสถานศึกษาระดับพื้นฐานและอุดมศึกษาในเมืองหนานจิง ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ในการส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างรอบด้าน

สำหรับการประชุมในครั้งต่อไป เวียดนามในฐานะเจ้าภาพเอเปคปี 2570 มีกำหนดจัดการประชุมคณะทำงานด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเอเปค ครั้งที่ 52 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในเดือนพฤษภาคม 2570 ณ กรุงฮานอย โดยจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป

การเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ เป็นการแสดงความมุ่งมั่นของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในกรอบเอเปค โดยมุ่งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และหารือแนวทางการดำเนินงานกับเขตเศรษฐกิจสมาชิก ซึ่งสามารถนำประเด็นความร่วมมือที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา การพัฒนาทักษะและสมรรถนะของผู้เรียนและประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน รวมถึงการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือในการพัฒนาการเรียนรู้และการทำงานอย่างครอบคลุม ทั่วถึงและมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในบริบทปัจจุบัน

เขียนโดย: ณัฐทิมา ชาญสุรีย์
ศิริพร วิริยะอัครเดชา
กลุ่มความร่วมมือพหุภาคี
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

เดินหน้าต่อ! ไทย–เยอรมนี เปิดประชุม JWG ครั้งแรก วางกลไกขับเคลื่อนอาชีวศึกษาสู่การปฏิบัติกรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเย...
21/09/2026

เดินหน้าต่อ! ไทย–เยอรมนี เปิดประชุม JWG ครั้งแรก วางกลไกขับเคลื่อนอาชีวศึกษาสู่การปฏิบัติ

กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี — 14 กันยายน 2569 ภายหลังการลงนามในปฏิญญาร่วมแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม (JDoI) ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงศึกษาธิการ กิจการครอบครัว ผู้สูงอายุ สตรี และเยาวชนแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMBFSFJ) ทั้งสองฝ่ายได้เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือต่อทันที โดยมีฝ่ายเยอรมนีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการศึกษาไทย–เยอรมนี (Thai-German Joint Working Group: JWG) ครั้งที่ 1 ณ BMBFSFJ

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและทิศทางการพัฒนาอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม (VET) ของไทยและเยอรมนี ฝ่ายเยอรมนีนำโดย Mr. Alexander Hochradel เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านนโยบาย กองความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการฝึกอบรมอาชีพ BMBFSFJ ร่วมกับ นายรังสรรค์ เทพมนตรี ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วยนายชัยกร เกียรติพงษ์สาร อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน และผู้แทนจากสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สต.สป.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน

ที่ประชุมได้หารือแนวทางการแปลงกรอบความร่วมมือภายใต้ JDoI ไปสู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า กิจกรรมที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ในระยะสั้น ได้แก่ การจับคู่ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาของไทยและเยอรมนีในรูปแบบออนไลน์ (Virtual Matchmaking) เพื่อเปิดโอกาสให้สถานศึกษาของทั้งสองประเทศได้พบปะ แลกเปลี่ยนข้อมูล และพัฒนาความร่วมมือระหว่างกัน โดยสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาครูและบุคลากร ตลอดจนการแลกเปลี่ยนผู้เรียนและประสบการณ์ด้านอาชีวศึกษาในอนาคต ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนแนวคิดการจัดตั้งวิทยาลัยเทคนิคไทย-เยอรมัน (Thai-German Vocational College) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ในโอกาสนี้ ฝ่ายเยอรมันสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศด้านอาชีวศึกษา (TVET Excellence Award) เพื่อยกย่องสถานศึกษา ครู ผู้เรียน ภาคอุตสาหกรรม และโครงการที่มีผลงานโดดเด่นด้านอาชีวศึกษา รวมทั้งการวิจัยและประชุมวิชาการด้านอาชีวศึกษาร่วมกัน (Researchers Conference) เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และประสบการณ์ ตลอดจนต่อยอดไปสู่การวิจัยร่วมในประเด็นที่ทั้งสองประเทศให้ความสนใจ

ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยได้ผลักดันการพัฒนาครูและบุคลากรอาชีวศึกษา การพัฒนาหลักสูตร และการเสริมสร้างทักษะภาษาเยอรมัน โดยฝ่ายเยอรมนีระบุว่า เครือข่าย iMOVE (International Marketing of Vocational Education) สามารถมีบทบาทในการเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญและหลักสูตรฝึกอบรมที่ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของฝ่ายไทย นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังให้ความสนใจการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายและระบบบริหารจัดการด้านอาชีวศึกษา โดยเฉพาะแนวทางการมีส่วนร่วมของภาครัฐ สถานศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระบบอาชีวศึกษาของเยอรมนี ซึ่งฝ่ายเยอรมนียินดีที่จะสนับสนุนการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในประเด็นดังกล่าว

สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้ปฏิญญาร่วมฯ โดยกำหนดกิจกรรมให้สอดคล้องกับความพร้อมและทรัพยากรที่มีอยู่ มุ่งให้เกิดทั้งผลลัพธ์ระยะสั้นที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที ควบคู่กับการพัฒนาโครงการระยะยาวที่จะช่วยยกระดับระบบอาชีวศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุม JWG ครั้งแรกนับเป็นก้าวสำคัญในการนำกรอบความร่วมมือภายใต้ JDoI ไปสู่การดำเนินงานในระดับปฏิบัติ โดยเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันกำหนดประเด็นความร่วมมือและแนวทางการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับการจัดการอาชีวศึกษา พัฒนาทักษะและสมรรถนะของผู้เรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของโลกการทำงาน และต่อยอดความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาระหว่างไทยกับเยอรมนีให้เกิดผลอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป

สรุป / เรียบเรียง : ศรัณย์ บุญเที่ยง
รุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี
กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ศธ. เดินหน้าเสริมศักยภาพเครือข่าย ASPnet เชื่อมโยงโรงเรียนไทยสู่เครือข่ายยูเนสโก ขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งย...
21/09/2026

ศธ. เดินหน้าเสริมศักยภาพเครือข่าย ASPnet เชื่อมโยงโรงเรียนไทยสู่เครือข่ายยูเนสโก ขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมรอยัลซิตี้ กรุงเทพมหานคร นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพความร่วมมือของเครือข่ายการศึกษาเพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างชาติขององค์การยูเนสโก (UNESCO Associated Schools Network: ASPnet) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดโดยสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก ระหว่างวันที่ 21-22 กันยายน 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 70 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้ประสานงานโรงเรียน ASPnet ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด

ในโอกาสดังกล่าว รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของ ASPnet ในการนำแนวคิดและคุณค่าของยูเนสโกมาสู่การจัดการศึกษา เพื่อปลูกฝังความเข้าใจอันดีระหว่างวัฒนธรรม การสร้างสันติภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืนแก่เด็กและเยาวชน ผ่านความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและเครือข่ายทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

ASPnet เป็นเครือข่ายสถานศึกษาระดับโลกที่เชื่อมโยงโรงเรียนในประเทศต่าง ๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุดมการณ์ของยูเนสโกผ่านการศึกษา โดยมุ่งเน้น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองโลก และการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมระหว่างประเทศและมรดกทางวัฒนธรรม สำหรับประเทศไทยเข้าร่วม ASPnet มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 และปัจจุบันมีสถานศึกษาสมาชิกจำนวน 130 แห่งทั่วประเทศ

การจัดโครงการครั้งนี้มุ่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและทิศทางการดำเนินงานของ ASPnet ให้แก่สถานศึกษาสมาชิก พร้อมเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติ และต่อยอดกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่ให้เชื่อมโยงกับแนวคิดของยูเนสโกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาไทยและขยายไปสู่ความร่วมมือในระดับนานาชาติ

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญ คือการส่งเสริมให้สถานศึกษา ASPnet เชื่อมโยงการเรียนรู้กับ เครือข่ายและพื้นที่ภายใต้โครงการต่าง ๆ ของยูเนสโก อาทิ แหล่งมรดกโลก อุทยานธรณีโลก พื้นที่สงวนชีวมณฑล เมืองแห่งการเรียนรู้ และเมืองสร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้โรงเรียนใช้ทรัพยากรและแหล่งเรียนรู้เหล่านี้ในการพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน ตลอดจนปรับทิศทางการดำเนินงานของ ASPnet ประเทศไทยให้ชัดเจนและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ ASPnet เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG 4) และความท้าทายทางการศึกษาในปัจจุบัน

ตลอดการจัดโครงการ ผู้เข้าร่วมจะได้ร่วมกิจกรรมทั้งการบรรยาย การเสวนา และกิจกรรมกลุ่มเชิงปฏิบัติการ ครอบคลุมแผนยุทธศาสตร์ของ ASPnet เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 4.7 การเรียนรู้ด้านมรดกทางวัฒนธรรม ตลอดจนโครงการและเครือข่ายต่าง ๆ ของยูเนสโก เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรและความเข้มแข็งของเครือข่าย ASPnet ประเทศไทย ให้สามารถนำองค์ความรู้และแนวคิดที่ได้รับไปต่อยอดสู่การจัดการเรียนรู้และกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมในสถานศึกษาต่อไป

สรุป/เรียบเรียง: พนิดา ทวีลาภ
รัชนินท์ พงศ์อุดม
กลุ่มความร่วมมือกับองค์การยูเนสโก
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
21 กันยายน 2569

ผู้ตรวจราชการ ศธ. นำเสนอนโยบายการศึกษาไทย "Thailand Zero Dropout" ในการประชุม APEC EDNET ครั้งที่ 43เมื่อวันที่ 18 กันยา...
18/09/2026

ผู้ตรวจราชการ ศธ. นำเสนอนโยบายการศึกษาไทย "Thailand Zero Dropout" ในการประชุม APEC EDNET ครั้งที่ 43

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ดร.สุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้แทนไทยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมเครือข่ายการศึกษาของ APEC HRDWG ครั้งที่ 43 (The 43rd APEC HRDWG Education Network (EDNET) Meeting) ณ นครหนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน

ดร.สุรพงษ์ ได้นำเสนอความเห็นในหัวข้อ “Leaving no learner behind: promoting access to quality education” ว่า ประเทศไทยเห็นด้วยกับแนวคิด “ไม่ทิ้งผู้เรียนคนใดไว้ข้างหลัง” โดยประเทศไทยดำเนินนโยบาย Thailand Zero Dropout ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้เรียนที่มีความเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา รวมถึงผู้ที่หลุดออกจากระบบไปแล้ว โดยนำผู้เรียนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา รวมทั้งส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของแต่ละคน

นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงครอบครัว เพื่อให้สามารถเข้าใจสาเหตุและวางแผนการสนับสนุนที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งยืนยันความพร้อมของไทยในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากนโยบาย Thailand Zero Dropout กับเขตเศรษฐกิจสมาชิก APEC ซึ่งอาจประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน และเรียนรู้จากแนวทางของเขตเศรษฐกิจอื่น ๆ เพื่อร่วมกันส่งเสริมระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และไม่ทิ้งผู้เรียนคนใดไว้ข้างหลัง

สำหรับการประชุมเครือข่ายการศึกษาของ APEC HRDWG ครั้งที่ 43 มีการหารือในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การทบทวนความร่วมมือด้านการศึกษาใน APEC ปี 2025 การนำเสนอแผนงานและกิจกรรมสำคัญประจำปี 2026 การใช้ AI เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล การส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ การเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อเสริมพลังเยาวชนในโลกที่เปลี่ยนแปลง การนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการและข้อริเริ่มของ APEC และแนวทางการขับเคลื่อน APEC Education Strategy (2016–2030) สู่การปฏิบัติ โดยมีข้อเสนอให้ดำเนินการเชิงรุกเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จาก AI ตลอดจนการนำเสนอของเวียดนามในฐานะเจ้าภาพการประชุม APEC ปี 2027

เขียนโดย : ณัฐทิมา ชาญสุรีย์
ปานเทพ ลาภเกษร
กลุ่มความร่วมมือพหุภาคี
สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหารือทวิภาคีร่วมกับนายหวัง เฉิงเหวินกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุด...
18/09/2026

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหารือทวิภาคีร่วมกับนายหวัง เฉิงเหวินกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 กระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประชุมหารือทวิภาคีกับนายหวัง เฉิงเหวิน กรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 กระทรวงศึกษาธิการ และหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบวินัยและกำกับดูแลแห่งชาติประจำกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาชนจีน (ระดับรัฐมนตรีช่วย)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวขอบคุณที่ฝ่ายจีนสละเวลาเยือนและร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการปราบปรามทุจริตในภาคการศึกษา ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายยังมีโอกาสหารือร่วมกันไม่มากนัก พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่าการหารือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนการศึกษาที่โปร่งใสและปราศจากการทุจริตของทั้งสองประเทศต่อไป

ฝ่ายจีนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานของจีนในการกำกับดูแลโครงการอาหารสำหรับนักเรียน ซึ่งครอบคลุมนักเรียนจำนวนมากกว่า 200 ล้านคน โดยมีการบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงานภายใต้การกำกับของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยแห่งชาติ พร้อมกำหนดมาตรการที่เข้มงวดทั้งด้านกฎหมายและการใช้เทคโนโลยี เช่น การติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดในโรงเรียนจำนวนมาก เพื่อให้สามารถติดตามกระบวนการจัดการอาหารได้อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ตลอดทั้งกระบวนการ รวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการตรวจสอบ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการไทยในการพัฒนาระบบข้อมูลขนาดใหญ่ด้านการศึกษา เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และส่งเสริมความโปร่งใส โดยมีการบูรณาการข้อมูลผู้เรียน ผู้สอน และบุคลากรทางการศึกษาเข้าสู่ระบบเดียวกัน ตลอดจนการดำเนินมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด อาทิ นโยบาย No Gift Policy การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน การจัดทำแผนป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะ 5 ปี และการทำงานร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช.

นายหวัง เฉิงเหวิน กล่าวขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการไทยสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และแสดงความยินดีที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านธรรมาภิบาลทางการศึกษา โดยเห็นว่าประเทศไทยและจีนมีแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันการทุจริตที่มีความคล้ายคลึงกัน อาทิ การกำกับดูแลโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความท้าทายเช่นเดียวกันในทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในอนาคต โดยมุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาและเสริมสร้างธรรมาภิบาลให้สอดคล้องกับความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสองประเทศภายใต้แนวคิด “ไทย–จีนพี่น้องกัน” ต่อไป

ในโอกาสดังกล่าว ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ ดร. ชูสิน วรเดช รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมเพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดและแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการปราบปรามทุจริต และการบริหารงานอย่างโปร่งใสของกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับฝ่ายจีน โดยครอบคลุมประเด็นดังนี้ 1) การนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้าง (e-Bidding) 2) นโยบาย No Gift Policy 3) มาตรการป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ (Conflict of Interest) 4) ความโปร่งใสในการบริหารงานบุคคล 5) การจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริต และ 6) หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้นางสาวปรัชญวรรณ วนานันท์ ที่ปรึกษาด้านระบบบริหารจัดการศึกษา ให้การรับรองและส่งนายหวัง เฉิงเหวิน กรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 กระทรวงศึกษาธิการฯ และคณะ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางกลับสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้ ฝ่ายจีนได้ขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการที่ให้การดูแลอย่างอบอุ่น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสหารือแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569
เขียนโดย หงษ์ฟ้า วีระนพรัตน์
รุ่งกานต์ พันธุ์ภักดี
กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ที่อยู่

อาคาร สพฐ 5
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6626285646

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.ศธ. Bureau of International Cooperation, MOEผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์