04/08/2026
“ยศชนัน” โชว์วิสัยทัศน์บนเวที “APPTech EXPO 2026” ดึงมหาวิทยาลัยเป็นแกนหลักถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่พื้นที่ พร้อมเร่งปั้นนวัตกรชุมชน มุ่งเพิ่มรายได้ แก้ปัญหาความยากจนอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวแถลงการณ์จุดประกายและแสดงวิสัยทัศน์ ในหัวข้อ “อว. เชื่อมองค์ความรู้ขยายเทคโนโลยีที่เหมาะสม สร้างนวัตกรรมชุมชน สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” ภายในงานการประชุม APPTech EXPO 2026 : พลังเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อการพัฒนาชุมชนพื้นที่ สร้างนวัตกรชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. นางศรินยา สาขากร ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนนวัตกรรมชุมชนจากทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว กทม.
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวง อว. มีความมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมการทำงานของมหาวิทยาลัยและงานวิจัยไทย โดยปรับเปลี่ยนจากการวิจัยที่อิงโจทย์จากต่างประเทศ มาเป็นการมุ่งแก้ปัญหาจริงจากโจทย์ในระดับพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมลงสู่ชุมชน ท้องถิ่น เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนนั้น หัวใจสำคัญคือการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานหรือเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ต้องเป็นสิ่งที่ชุมชนสามารถเข้าถึงได้ นำไปปรับใช้งานได้จริง มีราคาที่เหมาะสม และสามารถซ่อมบำรุงเองได้ภายในพื้นที่ เป้าหมายสูงสุดของการขับเคลื่อนงานผ่านหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ไม่ใช่เพียงแค่การส่งมอบเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ผลสัมฤทธิ์ต้องวัดได้จากการที่พี่น้องประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถลดหนี้สินได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งที่ผ่านมาสามารถสร้าง "นวัตกรชุมชน" ได้แล้วกว่า 25,000 คนทั่วประเทศ และตั้งเป้าหมายที่จะขยายฐานกำลังคนกลุ่มนี้ให้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 36,000 คน ภายในระยะเวลา 2 ปี
รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า เพื่อให้เกิดการขยายผลและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือของเครือข่ายมหาวิทยาลัย โดยส่งเสริมให้กลุ่มมหาวิทยาลัยรวมตัวกันเพื่อทำงานตอบโจทย์ภารกิจในการแก้ปัญหาของแต่ละพื้นที่อย่างตรงจุด รวมทั้งต้องขยายศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยจัดตั้งศูนย์บริการวิชาการ หรือพัฒนารูปแบบวิสาหกิจชุมชน เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่ท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังต้องยกระดับนวัตกรชุมชน โดยเร่งสร้างและขยายจำนวนนวัตกรชุมชนให้ครอบคลุมและเข้มแข็ง และพัฒนาระบบฐานข้อมูลระดับชาติ โดยรวบรวมเทคโนโลยีและองค์ความรู้ของประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และนำไปต่อยอดร่วมกัน และที่สำคัญคือต้องผลักดันระบบนิเวศและกลไกเชิงนโยบาย โดยสนับสนุนกลไกภาครัฐ ทั้งด้านกฎระเบียบ การจัดซื้อจัดจ้าง และการสร้างตลาด เพื่อเอื้อต่อการเติบโตของนวัตกรรมและเทคโนโลยีชุมชน
"การสร้างคนและสร้างความรู้คือสิ่งสำคัญ แต่คนกับความรู้เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ แต่ต้องมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาสนับสนุน สถาบันอุดมศึกษาจะต้องเป็นพลังสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างกระบวนการเรียนรู้ไปพร้อมกับชุมชน เพื่อนำพาพี่น้องประชาชนก้าวข้ามความยากจน และยกระดับเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแท้จริง" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
#อว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม