กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
(297)

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริม สนับสนุน และกำกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ การวิจัยและการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อให้การพัฒนาประเทศเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร

หากท่านพบว่ามีข้อมูลใด ๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏ โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

“ยศชนัน” โชว์วิสัยทัศน์บนเวที “APPTech EXPO 2026” ดึงมหาวิทยาลัยเป็นแกนหลักถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่พื้นที่ พร้อมเร่...
04/08/2026

“ยศชนัน” โชว์วิสัยทัศน์บนเวที “APPTech EXPO 2026” ดึงมหาวิทยาลัยเป็นแกนหลักถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่พื้นที่ พร้อมเร่งปั้นนวัตกรชุมชน มุ่งเพิ่มรายได้ แก้ปัญหาความยากจนอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวแถลงการณ์จุดประกายและแสดงวิสัยทัศน์ ในหัวข้อ “อว. เชื่อมองค์ความรู้ขยายเทคโนโลยีที่เหมาะสม สร้างนวัตกรรมชุมชน สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” ภายในงานการประชุม APPTech EXPO 2026 : พลังเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อการพัฒนาชุมชนพื้นที่ สร้างนวัตกรชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. นางศรินยา สาขากร ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนนวัตกรรมชุมชนจากทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว กทม.

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวง อว. มีความมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมการทำงานของมหาวิทยาลัยและงานวิจัยไทย โดยปรับเปลี่ยนจากการวิจัยที่อิงโจทย์จากต่างประเทศ มาเป็นการมุ่งแก้ปัญหาจริงจากโจทย์ในระดับพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมลงสู่ชุมชน ท้องถิ่น เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนนั้น หัวใจสำคัญคือการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานหรือเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ต้องเป็นสิ่งที่ชุมชนสามารถเข้าถึงได้ นำไปปรับใช้งานได้จริง มีราคาที่เหมาะสม และสามารถซ่อมบำรุงเองได้ภายในพื้นที่ เป้าหมายสูงสุดของการขับเคลื่อนงานผ่านหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ไม่ใช่เพียงแค่การส่งมอบเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ผลสัมฤทธิ์ต้องวัดได้จากการที่พี่น้องประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถลดหนี้สินได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งที่ผ่านมาสามารถสร้าง "นวัตกรชุมชน" ได้แล้วกว่า 25,000 คนทั่วประเทศ และตั้งเป้าหมายที่จะขยายฐานกำลังคนกลุ่มนี้ให้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 36,000 คน ภายในระยะเวลา 2 ปี

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า เพื่อให้เกิดการขยายผลและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือของเครือข่ายมหาวิทยาลัย โดยส่งเสริมให้กลุ่มมหาวิทยาลัยรวมตัวกันเพื่อทำงานตอบโจทย์ภารกิจในการแก้ปัญหาของแต่ละพื้นที่อย่างตรงจุด รวมทั้งต้องขยายศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยจัดตั้งศูนย์บริการวิชาการ หรือพัฒนารูปแบบวิสาหกิจชุมชน เพื่อเป็นแหล่งถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมสู่ท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังต้องยกระดับนวัตกรชุมชน โดยเร่งสร้างและขยายจำนวนนวัตกรชุมชนให้ครอบคลุมและเข้มแข็ง และพัฒนาระบบฐานข้อมูลระดับชาติ โดยรวบรวมเทคโนโลยีและองค์ความรู้ของประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และนำไปต่อยอดร่วมกัน และที่สำคัญคือต้องผลักดันระบบนิเวศและกลไกเชิงนโยบาย โดยสนับสนุนกลไกภาครัฐ ทั้งด้านกฎระเบียบ การจัดซื้อจัดจ้าง และการสร้างตลาด เพื่อเอื้อต่อการเติบโตของนวัตกรรมและเทคโนโลยีชุมชน

"การสร้างคนและสร้างความรู้คือสิ่งสำคัญ แต่คนกับความรู้เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ แต่ต้องมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาสนับสนุน สถาบันอุดมศึกษาจะต้องเป็นพลังสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างกระบวนการเรียนรู้ไปพร้อมกับชุมชน เพื่อนำพาพี่น้องประชาชนก้าวข้ามความยากจน และยกระดับเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแท้จริง" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

#อว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

“เพ็ญนภา” ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ลงพื้นที่ตรวจราชการแบบบูรณาการเขต 13 (รอบที่ 2) ร่วมกับผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี...
04/08/2026

“เพ็ญนภา” ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ลงพื้นที่ตรวจราชการแบบบูรณาการเขต 13 (รอบที่ 2) ร่วมกับผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและผู้ตรวจราชการกระทรวงต่างๆ ณ จังหวัดสุรินทร์

4 สิงหาคม 2569 นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ตรวจราชการแบบบูรณาการเขต 13 (รอบที่ 2) ร่วมกับรองหัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (นายอิทธิพล ช่างกลึงดี) และผู้ตรวจราชการกระทรวงต่าง ๆ เพื่อติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินแผนงาน/โครงการตามประเด็นการตรวจราชการแบบบูรณาการตามแผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 2 โดยได้เข้าหารือข้อราชการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ (นายจำเริญ แหวนเพ็ชร) และได้ประชุมการตรวจราชการร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ (นายวีระชัย ประเสริฐโส) และหัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมข้าวสารหอม ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์

ในการนี้ หน่วยงานในเขตตรวจราชการที่ 13 ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ นครราชสีมา ชัยภูมิ และบุรีรัมย์ ได้ร่วมให้ข้อมูลการดำเนินการตามประเด็นการตรวจราชการแบบบูรณาการ ได้แก่ 1) การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมุ่งค้นหาและนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามแนวคิด "ผู้เสพคือผู้ป่วย" ควบคู่กับการปราบปรามผู้ค้าอย่างจริงจัง รวมถึงการติดตามฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัด เพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำของผู้ป่วย 2) การยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ โดยมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับทุนทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ สุขภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวและบริการ และในโอกาสนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในประเด็นการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ควรเน้นมาตรการในด้านการป้องกันการใช้ยาเสพติดตั้งแต่วัยเรียน โดยส่งเสริมด้านการศึกษา สร้างการรับรู้ ส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น กีฬา ดนตรี งานศิลปะ และการสร้างอาชีพ รวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ การคัดกรองและเฝ้าระวังในสถานศึกษา ส่งเสริมการใช้รูปแบบการทำงานที่เป็นระบบ (Model) ร่วมกับอาสาสมัครที่เข้มแข็ง รวมทั้งประสานความร่วมมือกับครอบครัวและชุมชน เพื่อตัดวงจรความเสี่ยงตั้งแต่เด็กโตจนถึงวัยรุ่น ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงและป้องกันเด็กจากภัยสารเสพติดได้อย่างเป็นระบบ

จากนั้น คณะผู้ตรวจราชการฯ ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจติดตามประเด็นการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ ชุมชนล้อมรักษ์บ้านสก็วน ตำบลเฉนียง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โดยชุมชนได้จัดทำโครงการ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน เช่น โครงการบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติดโดยชุมชนมีส่วนร่วม (CBTx) โครงการกีฬาต้านยาเสพติดตำบลเฉนียง โครงการ TO BE NUMBER ONE ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการจัดอบรมให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องโทษของยาเสพติดให้กับเยาวชน ประชาสัมพันธ์กิจกรรม เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน ซึ่งทำให้เยาวชนกลุ่มใช้ยาเสพติด ไม่กลับไปลองซ้ำ เยาวชนกลุ่มเสพได้รับการบำบัดและติดตามผล มีเยาวชนต้นแบบ เป็นหนึ่งไม่พึ่งยาเสพติด และ ชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนบ้านสก็วน ซึ่งผ่านการคัดเลือกประเภทดีเด่น ในระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2568

ข้อมูลข่าวโดย กลุ่มตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #อว #วิจัยและนวัตกรรม #อุดมศึกษา

📸 สายคอนเทนต์ สายตัดต่อ มาทางนี้! กระทรวง อว. กำลังเปิดรับสมัครร่วมทีม 🎬> กลุ่มสื่อสารองค์กร สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศ...
04/08/2026

📸 สายคอนเทนต์ สายตัดต่อ มาทางนี้! กระทรวง อว. กำลังเปิดรับสมัครร่วมทีม 🎬
> กลุ่มสื่อสารองค์กร สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กำลังมองหา "เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์" มาร่วมสร้างสรรค์สื่อและขับเคลื่อนการสื่อสารองค์กรไปด้วยกัน!
💼 ตำแหน่ง: เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
💰 เงินเดือนเริ่มต้น: 15,000 บาท
📍 สถานที่ปฏิบัติงาน: กลุ่มสื่อสารองค์กร สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (ถนนพระรามที่ 6)

📌 ขอบเขตงานหลัก:
> ถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร
> ตัดต่อและสร้างสรรค์สื่อประชาสัมพันธ์ (ภาพนิ่ง / วิดีโอ / คลิปสั้น)
> สนับสนุนงานสื่อสารองค์กรในช่องทางต่างๆ

🎯 คุณสมบัติที่เรามองหา:
> วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาที่เกี่ยวข้อง (เช่น นิเทศศาสตร์, สื่อสารมวลชน, วารสารศาสตร์, เทคโนโลยีมัลติมีเดีย หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง)
> สามารถใช้โปรแกรม/แอปพลิเคชันตัดต่อและออกแบบได้ดี เช่น Illustrator, Photoshop, Canva, CapCut ฯลฯ
> มีมนุษยสัมพันธ์ดี พร้อมเรียนรู้ และทำงานเป็นทีมได้

📩 เอกสารที่ใช้ในการสมัคร:
> 1. ประวัติส่วนตัว (Resume / CV)
> 2. แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) (ถ้ามี จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ)
> 3. เอกสารประวัติการศึกษา (Transcript)
> 4. รูปถ่ายถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน

📮 วิธีส่งใบสมัคร:
> รวบรวมเอกสารแล้วส่งมาที่อีเมล: **[email protected]**
> (ระบุหัวข้ออีเมล: สมัครงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ - [ชื่อ-นามสกุลของคุณ])
> 🗓️ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569 เท่านั้น!
> มาปล่อยของและสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ไปด้วยกันค่ะ ✨

#รับสมัครงาน #หางาน #งานประชาสัมพันธ์ #กระทรวงอว #สมัครงานกรุงเทพ #งานตัดต่อ #ช่างภาพ

“ยศชนัน” กางแผนพลิกโฉมกองทุนอุดมศึกษา จัดทัพใหม่! หนุนงบแบบพุ่งเป้า เชื่อมมหาวิทยาลัย-วิจัย-ท้องถิ่น ดันเป็น New Growth ...
04/08/2026

“ยศชนัน” กางแผนพลิกโฉมกองทุนอุดมศึกษา จัดทัพใหม่! หนุนงบแบบพุ่งเป้า เชื่อมมหาวิทยาลัย-วิจัย-ท้องถิ่น ดันเป็น New Growth Engine ของประเทศ

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 69 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบนโยบายในหัวข้อ “บทบาทกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ในการขับเคลื่อนประเทศสู่ประเทศรายได้สูง” ในการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ครั้งที่ 5/2569 โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลักกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ศ.ดร.นพ.นรินทร์ หิรัญสุทธิกล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา คณะกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สป.อว. (โยธี)

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ทิศทางสำคัญที่เรากำลังจะขับเคลื่อนร่วมกัน เพื่อพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทยให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก และตอบโจทย์บริบทของท้องถิ่นอย่างแท้จริง มีประเด็นหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ เรื่องแรก คือ การนำงบประมาณระดับพันล้านบาทที่ถูกแช่ไว้ในระบบเดิม มาปรับใช้ในรูปแบบ "Sandbox" เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมกันนี้ยังเตรียมเปิดโครงการและเดินหน้าแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อุดมศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดและสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศทางการศึกษาที่คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

เรื่องที่ 2 คือ การจัดสรรงบกองทุนแบบพุ่งเป้า (Mission-driven) โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลาย มหาวิทยาลัยกลุ่มวิจัยและเทคโนโลยีจะมุ่งเน้นการสร้างกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) ในระดับโลก ในขณะที่มหาวิทยาลัยในพื้นที่จะรับบทบาทเป็นกลไกขับเคลื่อนท้องถิ่น (Local Growth Engine) เพื่อตอบโจทย์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ ซึ่งการนำมหาวิทยาลัยวิจัยส่วนกลางมาเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่จะช่วยให้การใช้เม็ดเงินลงทุนแก้โจทย์ของประเทศได้ตรงจุดอย่างมีประสิทธิภาพ

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า เรื่องที่ 3 การใช้แนวคิด "Living Lab" เพื่อปฏิวัติรูปแบบการเรียนการสอน โดยผลักดันให้นักศึกษาก้าวออกจากห้องเรียนสี่เหลี่ยมแคบๆ ไปสู่การลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ภายนอก แนวคิดนี้เปรียบเทียบได้กับการที่นักศึกษาแพทย์ได้เรียนรู้จากการทำงานจริงในโรงพยาบาล ซึ่งนักศึกษาคณะอื่นๆ อย่างเช่นวิศวกรรมศาสตร์ก็ควรได้รับการสนับสนุนในลักษณะเดียวกัน รวมไปถึงการมุ่งเน้นเสริมพลัง (Empowering) ให้เยาวชนสามารถเข้าสู่สายอาชีพหรือการทำงานได้ตั้งแต่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย

เรื่องสุดท้าย ในด้านการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต (Future Skills) มหาวิทยาลัยจะต้องปรับตัวเป็นศูนย์บ่มเพาะ (Incubator) เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะใหม่ (Reskill/Upskill) เนื่องจากองค์ความรู้ในปัจจุบันล้าสมัย (Obsolete) อย่างรวดเร็ว ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการจัดทำ Skill Mapping เพื่อออกแบบหลักสูตรที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและพื้นที่ (Personalized Curriculum) ยิ่งไปกว่านั้น ยังเปิดกว้างให้มีความร่วมมือกับภาคเอกชนในการสนับสนุนตำแหน่ง "อาจารย์จากภาคอุตสาหกรรม" (Industrial Professor) โดยให้บริษัทเป็นผู้ร่วมสนับสนุนค่าตอบแทน เพื่อยกระดับกำลังคนให้ตอบโจทย์โลกการทำงานจริง

“การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรื้อถอนกำแพงการศึกษาแบบดั้งเดิม โดยเปลี่ยนผ่านบทบาทของมหาวิทยาลัยจากสถานศึกษาที่มอบเพียงใบปริญญา ให้กลายเป็น "กลไกขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิต" ที่เชื่อมโยงกับโลกแห่งการทำงานอย่างแนบแน่น การบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน การสร้างหลักสูตรที่ยืดหยุ่น และการเปิดพื้นที่ทดลองจริง จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยอุดช่องโหว่ระหว่างทฤษฎีในห้องเรียนกับทักษะแห่งอนาคตที่ตลาดแรงงานต้องการ ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่คล่องตัว ทันสมัย และสามารถผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพสูง เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในทุกมิติ” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

“วันนี” หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ลงพื้นที่ตรวจราชการแบบบูรณาการเขต 5 (รอบที่ 2)  ร่วมกับผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐ...
04/08/2026

“วันนี” หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ลงพื้นที่ตรวจราชการแบบบูรณาการเขต 5 (รอบที่ 2) ร่วมกับผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีและผู้ตรวจราชการกระทรวงต่างๆ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

3 สิงหาคม 2569 ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (หน.ผตร.อว.) ลงพื้นที่ตรวจราชการแบบบูรณาการเขต 5 (รอบที่ 2) ร่วมกับผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี (นางสาวทรงศิริ จุมพล) และผู้ตรวจราชการกระทรวงต่าง ๆ เพื่อติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินแผนงาน/โครงการตามประเด็นการตรวจราชการแบบบูรณาการตามแผนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รอบที่ 2 โดยได้เข้าหารือข้อราชการร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี (นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม) และได้ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมเมืองคนดี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รายงานข้อมูลการดำเนินการตามประเด็นการตรวจราชการแบบบูรณาการ ได้แก่ 1) การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยได้จัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคมครอบคลุม 19 อำเภอ 138 อปท. ครบทุกพื้นที่ และเป็นหนึ่งใน 31 จังหวัดนำร่องนโยบาย “1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด” ของรัฐบาล นำกลไก “ชุมชนล้อมรักษ์” ที่เน้นการบำบัดฟื้นฟูโดยชุมชนเป็นฐาน CBTx (Community -Based Treatment and Care) ในการร่วมกันสอดส่อง ป้องกันการกลับมาเสพซ้ำ 2) การยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ โดยดำเนินการผ่าน 2 กิจกรรมหลัก คือ ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่าและแข่งเรือยาว จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งทำ MOU ร่วมกับ จ.อุบลราชธานี ในการแลกเปลี่ยนนำวัฒนธรรมร่วมกัน ภายใต้วิสัยทัศน์ "เข้าพรรษาเที่ยวอุบล ออกพรรษาเที่ยวสุราษฎร์" และงานเทศกาลเงาะโรงเรียนนาสาร (GI) จ.สุราษฎร์ธานี 3) การดำเนินการตามมาตรา 55 แห่ง พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565 4) การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี และ 5) การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในด้านการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย เด็ก คนพิการ และผู้สูงอายุ ซึ่งขณะนี้จังหวัดได้เร่งรัดเพื่อติดตามและช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ตกหล่น เด็กและคนพิการให้เข้าถึงสิทธิสวัสดิการอย่างเท่าเทียมโดยการยืนยันสิทธิผ่านระบบดิจิทัล และในโอกาสนี้ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ ดังนี้
(1) การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งจังหวัดและ ป.ป.ส. ภาค 8 ได้ดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด แต่อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้ควรพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้เชื่อมโยงระหว่างกันเพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และควรมีการศึกษาวิจัยเชิงประเมินมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อฟื้นฟูและบำบัดผู้ติดยาเสพติดควรกำหนดระยะเวลาในการฝึกอบรมเท่าไรจึงจะเหมาะสม และจังหวัดอาจประสานความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็น อว.ส่วนหน้าของกระทรวง เพื่อศึกษาวิจัยเชิงประเมินเกี่ยวกับรูปแบบและระยะเวลาการฝึกอบรมที่เหมาะสม รวมไปถึงการจัดฝึกอบรมให้ความรู้และการฝึกอาชีพ เป็นต้น
(2) การยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งจังหวัดมีศักยภาพที่โดดเด่นทั้งในด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยจังหวัดควรจัดทำแผนการท่องเที่ยวเชิงรุกเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวจาก “เมืองผ่าน” เป็น “เมืองพัก”เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาพำนักและใช้จ่ายให้มากขึ้น โดยจัดทำเป็น Package ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน และยกระดับคุณภาพการให้บริการ โดยจังหวัดอาจจะประสานความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านภาษา ด้าน Digital Marketing หรือมาตรฐานการให้บริการในด้านต่างๆ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ รวมไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งในระบบการขนส่งเพื่อให้เชื่อมโยงสนามบิน ท่าเรือ และแหล่งท่องเที่ยว การจัดทำป้ายหลายภาษา ห้องน้ำสาธารณะ การจัดการขยะ ระบบอินเทอร์เน็ต และความปลอดภัย เป็นต้น เพื่อสร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ ตามนโยบายของรัฐบาล

จากนั้นคณะผู้ตรวจราชการฯ พร้อมที่ปรึกษาภาคประชาชน ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด้านการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรับผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้สารเสพติดจากโรงพยาบาลเครือข่าย เยี่ยมชมการให้บริการต่างๆ ของทางโรงพยาบาล ตลอดจนอาคารต้นแบบศูนย์บำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากสารเสพติดครบวงจร และอาคารเพื่อการฟื้นฟูบำบัดด้วยกิจกรรมนันทนาการ

ข้อมูลข่าวโดย กลุ่มตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #อว #วิจัยและนวัตกรรม #อุดมศึกษา

ครั้งแรกของไทย อว.-สดร. ผนึกพันธมิตร แถลงความพร้อมส่ง “CE-7 MATCH” ฝีมือคนไทย ลุยสำรวจดวงจันทร์กับ “ฉางเอ๋อ 7” 24 ส.ค.นี...
04/08/2026

ครั้งแรกของไทย อว.-สดร. ผนึกพันธมิตร แถลงความพร้อมส่ง “CE-7 MATCH” ฝีมือคนไทย ลุยสำรวจดวงจันทร์กับ “ฉางเอ๋อ 7” 24 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานแถลงข่าว “ครั้งแรกของไทยสู่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์” ประกาศความพร้อมอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย CE-7 MATCH ร่วมปฏิบัติภารกิจสำรวจดวงจันทร์ในฐานะ 1 ใน 7 อุปกรณ์วิทยาศาสตร์นานาชาติของภารกิจฉางเอ๋อ 7 โดย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และ Sea (ประเทศไทย) ถ่ายทอดสดการปล่อยจรวดลองมาร์ช-5 Y14 นำส่งยานฉางเอ๋อ 7 ขึ้นสู่ห้วงอวกาศ ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ศธ. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการ สดร. นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส และ ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว.

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการเตรียมส่ง CE-7 MATCH ซึ่งเป็น Payload ฝีมือการออกแบบและพัฒนาโดยคนไทยไปปฏิบัติภารกิจ ณ ดวงจันทร์ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ แต่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ของการยกระดับทุนมนุษย์ครั้งสำคัญ ตอกย้ำทิศทางของรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศด้วยเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างแท้จริง การเดินทางสู่วงโคจรที่ระยะสูง 200 กิโลเมตรเหนือผิวดวงจันทร์คือหนึ่งในโจทย์ที่ยากที่สุด และนั่นคือหัวใจของ Space Economy ที่จะกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ภายใต้แนวคิดการใช้เทคโนโลยีอวกาศเป็นตัวเร่งพัฒนานวัตกรรมและวิศวกรรมขั้นสูง เพื่อเปลี่ยนบทบาทของประเทศไทยจาก ‘ผู้ใช้นวัตกรรม’ ไปสู่การเป็น ‘ผู้สร้างนวัตกรรม’ หรือ Frontier Innovation Thailand

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า หากเรามองประเทศชั้นนำที่มีเศรษฐกิจเติบโตแข็งแกร่ง เราจะพบว่าพวกเขามีงานวิจัยอวกาศชั้นเยี่ยมเสมอ เพราะการวิจัยขั้นลึกในระดับมาตรฐาน Space Grade ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นสุดที่ผิดพลาดไม่ได้เลยนั้น ทุก ๆ ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่พัฒนาขึ้นมา จะสร้างการถ่ายทอดเทคโนโลยี ต่อสปีชีส์ไปสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ และสร้างทรัพย์สินทางปัญญาต่อยอดให้กับประเทศได้อีกนับร้อยรูปแบบ อุปกรณ์ CE-7 MATCH ของเราที่จะติดไปกับยานโคจรเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์สภาวะอวกาศ ตรวจวัดพายุสุริยะต่อเนื่องตลอด 3 ปีข้างหน้า จึงไม่เพียงสร้างงานวิจัยขั้นแนวหน้าเพื่อเตือนภัยดาวเทียมรอบโลก แต่ยังเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานและสร้างวิศวกรไทยที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลกไปพร้อมกัน

“หัวใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภารกิจ Thailand Moonshot ครั้งนี้ อาจไม่ใช่เพียงแค่ตัวอุปกรณ์ที่ลอยอยู่กลางอวกาศ แต่คือ ‘การสร้างคน’ นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กระทรวง อว. และกระทรวง ศธ. ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกฯ ร่วมกัน จึงเกิดความร่วมมือครั้งสำคัญในการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ไปสู่เยาวชนกว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศในวันเดียว พร้อมทั้งผสานพลังกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Sea Group ในการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคน เป็นช่องทางสร้างการเข้าถึงการศึกษา STEM อย่างเท่าเทียม ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 4) ยุคนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะวางรากฐานทางปัญญาให้เข้มแข็ง เราอยากให้เด็กไทยได้เห็นเหตุการณ์สด ได้สัมผัสกระบวนการทำงานจริงผ่านสารคดี เพื่อจุดประกายให้เด็กคนหนึ่งที่มองขึ้นไปบนฟ้าได้ตระหนักถึงคุณค่าของความพยายาม และบอกกับตัวเองด้วยความภาคภูมิใจว่า คนไทยก็สามารถสร้างเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก และเดินทางไปถึงดวงจันทร์ได้จริง” รมว.อว. กล่าว

ด้าน นายอัครนันท์ กล่าวว่า ศธ. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน STEM มาโดยตลอด แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการสร้างทุนมนุษย์ คือ 'การสร้างแรงบันดาลใจ' ภารกิจส่งอุปกรณ์ของไทยไปดวงจันทร์ครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กไทยได้เห็นว่า ฝีมือคนไทยสามารถสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ระดับโลกได้ ซึ่ง ศธ. พร้อมจับมือกับ อว. ในการต่อยอดผ่านกิจกรรมและบทเรียน เพื่อจุดประกายให้เยาวชนไทยกล้าฝันและเติบโตไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกในอนาคต

ดร.วิภู กล่าวว่า อุปกรณ์ CE-7 MATCH ที่ออกแบบและพัฒนาโดยนักวิจัยและวิศวกรไทย พร้อมเดินทางสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ไปกับยานฉางเอ๋อ 7 เพื่อตรวจวัดรังสีคอสมิกและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ รองรับการสร้างสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (ILRS) ในอนาคต นี่คือครั้งแรกที่เทคโนโลยีฝีมือคนไทยผ่านการตรวจสอบมาตรฐานระดับสากล และได้เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ระดับโลก เพราะ 'โจทย์ที่ยากที่สุด คือโจทย์ที่สร้างคนที่เก่งที่สุด' สิ่งที่มีค่าที่สุดของภารกิจนี้จึงไม่ใช่เพียงตัวอุปกรณ์ แต่คือศักยภาพของคนไทยที่เติบโตขึ้น

ด้าน นายวันชัย กล่าวว่า การถ่ายทอดสดภารกิจประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ส่งตรงจากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง ประเทศจีน ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ เราเตรียมพร้อมทั้งการถ่ายทอดสัญญาณในพื้นที่ และการวิเคราะห์ภารกิจแบบเรียลไทม์โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเปิดพื้นที่เรียนรู้บนเว็บไซต์ Thai PBS Sci & Tech ที่รวบรวมข่าว บทความเจาะลึก และคลิปวิดีโอ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้สู่ประชาชน ภารกิจ CE-7 MATCH ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยบนเวทีการสำรวจอวกาศระดับนานาชาติ การถ่ายทอดสดครั้งนี้ ไม่เพียงนำองค์ความรู้มาสู่สังคม แต่จะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ช่วยจุดประกายความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และอวกาศให้กับเยาวชนไทยต่อไป

ดร.ศรุต กล่าวว่า Sea (ประเทศไทย) พร้อมขยายโอกาสการเรียนรู้ด้าน STEM สู่ประชาชนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลในเครือ ได้แก่ การเผยแพร่ข้อมูลภารกิจ CE-7 MATCH และถ่ายทอดวินาทีปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 ผ่านแพลตฟอร์ม Shopee รวมถึง การเนรมิตแผนที่ธีม “Into the Universe” ในโหมด Craftland ของ Garena Free Fire เกมออนไลน์ยอดนิยม ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสำรวจ พร้อมร่วมกิจกรรมนับถอยหลังปล่อยยานแบบเรียลไทม์ ทำให้การเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์และอวกาศเป็นเรื่องใกล้ตัว สนุก เข้าถึงง่าย จุดประกายให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่จะร่วมสร้างอนาคตของประเทศ

กระทรวง อว. ขอเชิญชวนประชาชน เยาวชน และสถานศึกษาทั่วประเทศ ร่วมติดตามการถ่ายทอดสดภารกิจปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 พร้อมอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ CE-7 MATCH จากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ อาทิ Facebook: NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ/ศธ.360 องศา/Thai PBS/Thai PBS Sci & Tech และ YouTube: NARIT_Thailand/OBEC Channel รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านช่องทางของ สดร., ศธ. และ Shopee ประเทศไทย ที่จะร่วมเผยแพร่เนื้อหาพิเศษตลอดช่วงภารกิจ

#อว #กระทรวงอว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ #สดร

04/08/2026

ทุนการศึกษาด้านศิลปะ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
โอกาสสำหรับนิสิต นักศึกษาที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี มีจิตอาสา มีความมุ่งมั่นในการศึกษา และขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือมีทักษะในการสร้างสรรค์ผลงานและนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ ทุนการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนิสิต นักศึกษาให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านศิลปะในทุกแขนง

📅 เปิดรับสมัครวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 – วันที่ 15 กันยายน 2569

📌 คุณสมบัติผู้สมัคร✅ เป็นนิสิต นักศึกษาที่มีความประพฤติดี และมีเจตคติที่ดีต่อประเทศ✅ กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 2 ด้านศิลปะทุกแขนง โดยเฉพาะ
• ศิลปะร่วมสมัย
• ศิลปะสมัยใหม่
• ศิลปะประยุกต์
• ศิลปะสร้างสรรค์
• การออกแบบเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ
• การออกแบบเครื่องประดับ
• นวัตศิลป์
• ภัณฑารักษ์
• การบริหารจัดการดูแลพิพิธภัณฑ์ศิลปะ
• Digital Art และ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
✅ มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ไม่ต่ำกว่า 3.00
✅ เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือเป็นผู้มีทักษะในการสร้างสรรค์ผลงาน/นวัตกรรม
ที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ
ศิลปะ คือ พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม กองส่งเสริมและพัฒนากำลังคน สำนักงานปลัดกระทรวง อว. โทร. 02-039-5570-1

#ทุนเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี

“ดนุพร” ผู้ช่วย รมต. ประจำ อว. เปิดการแข่งขันฟุตบอลชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 ชูเวทีกีฬาพัฒนาศักยภาพน...
03/08/2026

“ดนุพร” ผู้ช่วย รมต. ประจำ อว. เปิดการแข่งขันฟุตบอลชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 ชูเวทีกีฬาพัฒนาศักยภาพนักศึกษา สร้างความสามัคคีและต่อยอดสู่เวทีระดับชาติ–นานาชาติ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 (รอบชิงชนะเลิศ) โดยมี รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.ดร.ชาญชัย สุขสุวรรณ์ ประธานกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและนวัตวณิชย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน คณาจารย์ บุคลากร นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี ณ สนามกีฬา 50 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

นายดนุพร กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 เป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และการมีน้ำใจนักกีฬา ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของบัณฑิตในศตวรรษที่ 21 อีกทั้งยังช่วยสร้างมิตรภาพ ความสามัคคี และความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ

“กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักศึกษาให้มีความเป็นเลิศควบคู่กับการมีสุขภาวะที่ดี โดยสนับสนุนกิจกรรมกีฬาในระดับอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยอย่างรอบด้าน และสร้างโอกาสให้นักกีฬานักศึกษาที่มีศักยภาพได้ต่อยอดสู่การแข่งขันในระดับชาติและนานาชาติต่อไป” ผู้ช่วย รมต. ประจำกระทรวง อว. กล่าว

นายดนุพร กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะเจ้าภาพ ร่วมกับคณะกรรมการจัดการแข่งขันและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมในการจัดการแข่งขันอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านสนามแข่งขัน ระบบการจัดการแข่งขัน การแพทย์และการพยาบาล การรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวก ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับประเทศ พร้อมขอให้นักกีฬาทุกทีมแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ แข่งขันด้วยความยุติธรรม เคารพกติกา และยึดมั่นในน้ำใจนักกีฬา เพื่อให้การแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 รอบชิงชนะเลิศ ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกประการ

ทั้งนี้ การแข่งขันกีฬาฟุตบอลชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 (รอบชิงชนะเลิศ) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–14 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีสถาบันอุดมศึกษาจากทั่วประเทศ จำนวน 32 สถาบัน เข้าร่วมชิงชัยเพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท นับเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักกีฬานักศึกษา เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ พัฒนาทักษะและประสบการณ์ด้านกีฬา ตลอดจนเสริมสร้างความสามัคคี มิตรภาพ และความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ

#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #อว #วิจัยและนวัตกรรม #อุดมศึกษา

03/08/2026

MHESI NEWS สรุปข่าวเด่น อว. ประจำสัปดาห์ : วันที่ 25-31 ก.ค. 2569 | EP.100

“ศ.ดร.ยศชนัน” ปลุกพลังผู้ประกอบการ MSME ไทย ชูนวัตกรรมตอบโจทย์ตลาด ปลดล็อกโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ดึงองค์ความรู้จากอุทยานวิทยาศาสตร์และมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเสริมแกร่งให้ภาคธุรกิจ

#อว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ุปข่าวเด่นอวประจำสัปดาห์ #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์

“ยศชนัน” ร่วมเปิดตัว “Quantum Club Thailand “ เร่งบูรณาการควอนตัม-AI ผ่าน 4 กลไกสำคัญ มุ่งสร้างความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยี...
03/08/2026

“ยศชนัน” ร่วมเปิดตัว “Quantum Club Thailand “ เร่งบูรณาการควอนตัม-AI ผ่าน 4 กลไกสำคัญ มุ่งสร้างความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยี ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์/ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ARISE Venture Capital เป็นประธานในพิธีเปิดตัว “Quantum Club Thailand”ภายใต้หัวข้อ “Building Thailand's Quantum Future Together ร่วมสร้างอนาคตควอนตัมของประเทศไทยไปด้วยกัน” เพื่อเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับประเทศที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาค อุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา นักวิจัย สตาร์ทอัพ และ พันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก ในการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีควอนตัม (Quantum) และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ในโอกาสนี้ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล รศ.ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ประธานเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมแห่งประเทศไทย Mr.Ricky Young ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ qBraid ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการประมวลผลควอนตัมชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา ตลอดจนภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านควอนตัม (Quantum) จากประเทศไทยและต่างประเทศ เข้าร่วม ณ True Innovation Center ชั้น 3 โครงการทรู ดิจิทัล พาร์ค

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวง อว. ได้บรรจุเรื่องเทคโนโลยีควอนตัม (Quantum) ไว้ในนโยบายการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อมุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้ งานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) ที่กระทรวง อว. พยายามผลักดันมาโดยตลอดนั้น ประกอบด้วย 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum) เทคโนโลยีนิวเคลียร์ (Nuclear) และเทคโนโลยีอวกาศ (Space) ซึ่งแท้จริงแล้วทั้ง 3 สิ่งนี้คือจิ๊กซอว์ภาพเดียวกันที่จะมารองรับการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในสมรภูมิเทคโนโลยี (Tech War) เมื่อ AI จำเป็นต้องใช้ข้อมูลมหาศาลเพื่อให้เกิดความชาญฉลาด ประเทศไทยจึงต้องรวบรวมข้อมูลจากทุกมิติ ทั้งข้อมูลภาคพื้นดิน ข้อมูลทางทะเล และที่สำคัญที่สุดคือข้อมูลจากอวกาศ ดังนั้นการมีเอกราชทางข้อมูลเหนือชั้นบรรยากาศของตนเองเป็นสิ่งจำเป็น เราไม่อาจพึ่งพาการซื้อข้อมูลจากต่างชาติได้ตลอดไป โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของความมั่นคงทางเทคโนโลยี ประกอบกับการใช้พลังงานมหาศาลที่พลังงานหมุนเวียนทั่วไปอาจไม่เพียงพอ ทำให้เราต้องมองข้ามไปถึงพลังงานทางเลือกอย่าง SMR (Small Modular Reactor) ควบคู่ไปกับการก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติง (Quantum Computing)

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน สตาร์ตอัป และเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก โดยมีกลไกสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1.การใช้การทูตเชิงวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) โดยใช้ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์เป็นใบเบิกทางในการเจรจาเชื่อมโยงกับประเทศผู้นำด้านควอนตัมทั่วโลก รวมถึงส่งเสริมนักวิจัยและนำสตาร์ตอัปไทยไปบ่มเพาะในตลาดสากล 2.การสนับสนุนจากภาครัฐและนโยบาย โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) มีความพร้อมในการสนับสนุนเงินทุน และได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการควอนตัมแห่งชาติ ภายใต้ สอวช. เพื่อเป็นแกนกลางในการบูรณาการความร่วมมือกับ 10 กระทรวง 3.การขับเคลื่อนด้วยสตาร์ตอัป (Startup Spin-off) โดยการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยังมีความเสี่ยงสูง ต้องอาศัยความคล่องตัวของสตาร์ทอัพที่ต่อยอดงานวิจัยจากรั้วมหาวิทยาลัย ก่อนที่องค์กรขนาดใหญ่จะเข้ามาสนับสนุน ควบรวม หรือนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ต่อไป และ 4.การมีพื้นที่ศูนย์รวม เพื่อให้กลุ่มคนสายเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นควอนตัม AI พลังงาน หรืออวกาศ ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างเครือข่ายร่วมกัน

"กระทรวง อว. พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อเร่งเครื่องการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศไทย ให้เติบโตควบคู่ไปกับ AI และเทคโนโลยีพลังงาน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตทางเทคโนโลยีของประเทศให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

#อว #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม

ที่อยู่

75/47 ซอยโยธี ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6623333700

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์