กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ พพ. Division of Solar Energy Development, DEDE

(3)

เปิดเหมือนปกติ

ครม.ตั้ง "ประเสริฐ" เป็นอธิบดีพพ. "เปรมฤทัย" เป็นรองปลัดกระทรวงพลังงาน - Energy News Center
25/08/2020
ครม.ตั้ง "ประเสริฐ" เป็นอธิบดีพพ. "เปรมฤทัย" เป็นรองปลัดกระทรวงพลังงาน - Energy News Center

ครม.ตั้ง "ประเสริฐ" เป็นอธิบดีพพ. "เปรมฤทัย" เป็นรองปลัดกระทรวงพลังงาน - Energy News Center

คณะรัฐมนตรี อนุมัติตั้ง “ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ “เป็นอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) แ....

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
29/07/2020

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

พพ.โชว์ผลงาน9ปีแห่งการสนับสนุนระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ สร้างอาชีพกว่า 1,500 ครัวเรือน สร้างรายได้กว่า 673.2 ล้านบาทต่อปี ย้ำพร้อมส่งเสริมต่อไป

นายสุรีย์ จรูญศักดิ์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กล่าวว่า กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน พพ. เริ่มส่งเสริมสนับสนุนการลงทุนติดตั้งการใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ แบบเรือนกระจกหรือพาราโบลาโดม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 นับเป็นเวลา 9 ปี ของการสนับสนุนการใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ โดยได้ส่งเสริมไปแล้วไม่น้อยกว่า 290 ระบบ คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 34,000 ตารางเมตร เป็นจำนวนเงินสนับสนุน 111 ล้านบาท สร้างรายได้เป็นเงิน 673.2 ล้านบาทต่อปี และสร้างอาชีพได้ไม่น้อยกว่า 1,500 ครัวเรือน โดยมีผลิตภัณฑ์ที่อบแห้ง เช่น กล้วยตาก ข้าวแต๋น ผลไม้อบแห้ง สมุนไพร ชา กาแฟ เครื่องเทศ เนื้อสัตว์ อาหารสุนัข หมอนยางพารา เป็นต้น

โดยในปี 2563 พพ. จะมีแผนในการของบประมาณกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สำหรับระบบอบแห้งฯ ซึ่งพพ. ให้การสนับสนุนบางส่วนประมาณร้อยละ 30 ของเงินลงทุนติดตั้งระบบฯ โดยมีแผนการสนับสนุน 5,000 ตารางเมตร ทั้งนี้ พพ. มีเป้าหมายที่จะสนับสนุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์รวมพื้นที่ 75,000 ตารางเมตร ภายใน ปี พ.ศ. 2569”

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.solardryerdede.com

#พพ.
#พลังงานDEDE
#ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์
#พาราโบลาโดม

ข่าวประชาสัมพันธ์กองพัฒนาทรัพยากรบุคคลากรด้านพลังงาน (กพบ.) พพ. จัดงานสัมมนาวิชาการความเหมาะสมของการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพ...
30/01/2020

ข่าวประชาสัมพันธ์

กองพัฒนาทรัพยากรบุคคลากรด้านพลังงาน (กพบ.) พพ. จัดงานสัมมนาวิชาการความเหมาะสมของการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าในอาคารและโรงงานควบคุม

เพื่อ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการติดตั้งใช้งานโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ในอาคารและโรงงานควบคุม โดยกิจกรรมประกอบไปด้วย การรับฟังการบรรยายทางวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญ และที่สำคัญมีการถ่ายทอด ประสบการณ์จากสถานประกอบการท่ีได้ดำเนินงานจริง

กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563
เวลา 8.00-16.00 น.
ณ อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

แบบตอบรับการเข้าร่วมงานสัมมนา
https://www.dede.go.th/download/general_63/EE_solar2563_4.pdf

รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.dede.go.th/ewt_news.php?nid=52106

ข่าวประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาฯ ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาเชิงวิชาการ "ก้าวต่อไปของ Rooftop Solar ในประเท...
29/01/2020

ข่าวประชาสัมพันธ์

สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาฯ
ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาเชิงวิชาการ
"ก้าวต่อไปของ Rooftop Solar ในประเทศไทย"
ในวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563
เวลา 13:00 น.-16:30 น.
ณ ห้องนานาชาติ ชั้น 2 อาคารสถาบัน 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่
https://forms.gle/mf5cmTwtToB2Sanm6
*ไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน**

“สนธิรัตน์”เล็งเปิดซื้อไฟโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเฟสแรก 250 แห่ง ทั่วประเทศนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลั...
13/10/2019

“สนธิรัตน์”เล็งเปิดซื้อไฟโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเฟสแรก 250 แห่ง ทั่วประเทศ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมรับฟังความเห็นการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2562 ซึ่งมีหน่วยงานรัฐ เอกชนและภาคประชาสังคม ร่วมระดมความเห็น กระทรวงพลังงานคาดว่าจะสามารถเปิดโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน เฟสแรกได้ประมาณ 250 แห่งก่อน โดยจะดำเนินการไปพร้อมกับโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนประเภทเร่งด่วน หรือ Quick Win จำนวน 10-20 แห่ง ที่จะดำเนินการก่อนภายใน 6 เดือนแรกของปี 2563

ซึ่งโครงการ Quick Win จะต้องเป็นโครงการที่ภาครัฐเคยนำเงินไปร่วมลงทุนกับโรงไฟฟ้าในช่วงที่ผ่านมา แต่โครงการไม่ประสบผลสำเร็จ หรือยังไม่สามารถขายไฟฟ้าเข้าระบบได้ ซึ่งจะต้องนำกลับมาพิจารณาปัญหาและอุปสรรคว่าจะสามารถนำมาเป็นโครงการ Quick Win ได้หรือไม่ เพื่อไม่ให้เงินที่รัฐเคยลงทุนไปสูญเปล่า

สำหรับภายหลังการระดมความเห็นโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนครั้งนี้ ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) จะสรุปผลและจัดทำเป็นเงื่อนไขโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน จากนั้นจะมีการหารือรอบสุดท้ายกับผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอีกครั้งเพื่อปรับปรุงและออกเป็นโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปความชัดเจนได้เสร็จภายใน 1 เดือนนี้

ส่วนกรอบนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชนที่นำมาระดมความเห็นครั้งนี้ ได้กำหนดรูปแบบโรงไฟฟ้าชุมชนไว้ 7 ประเภท ได้แก่
1.โรงไฟฟ้าชุมชน ก๊าซชีวภาพ(พืชพลังงาน)
2.โรงไฟฟ้าชุมชน ไฮบริดก๊าซชีวภาพ(พืชพลังงาน)-พลังงานแสงอาทิตย์
3.โรงไฟฟ้าชุมชน ชีวมวล
4.โรงไฟฟ้าชุมชน ไฮบริดชีวมวล-พลังงานแสงอาทิตย์
5.โรงไฟฟ้าชุมชน ก๊าซชีวภาพ(น้ำเสีย/ของเสีย)
6.โรงไฟฟ้าชุมชน ไฮบริดก๊าซชีวภาพ(น้ำเสีย-ของเสีย)-พลังงานแสงอาทิตย์
7.โรงไฟฟ้าชุมชน พลังงานแสงอาทิตย์

ทั้งนี้ได้กำหนด 5 หัวข้อที่หารือกัน ได้แก่
1.สัดส่วนการถือหุ้นที่เหมาะสมของโรงไฟฟ้าระหว่างชุมชนกับเอกชน โดยชุมชนจะรับเป็นหุ้นบุริมสิทธิได้หรือไม่
2.ส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องคืนสู่ชุมชน
3.ราคาเชื้อเพลิงที่เหมาะสม
4. วิธีที่เหมาะสมในการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการ และ
5. โรงไฟฟ้าชุมชนจะสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้ดีขึ้นได้อย่างไร

โดยจากการรับฟังความเห็นเบื้องต้นพบว่า ส่วนใหญ่เห็นว่าสัดส่วนการถือหุ้นของวิสาหกิจชุมชนควรอยู่ในกรอบ 10-30% จากข้อเสนอของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.)ที่ให้วิสาหกิจชุมชนถือหุ้น 10% และเอกชนซึ่งอาจร่วมกับภาครัฐถือหุ้นในสัดส่วน 90% ขณะที่ส่วนแบ่งรายได้จากการขายไฟฟ้าคืนสู่ชุมชนอย่างน้อย 25 สตางค์ต่อหน่วยนั้น ยังต้องหารือต่อไป ซึ่งรายได้ที่ชุมชนจะได้รับมาจาก 3 ส่วน คือ การเข้าถือหุ้นในโรงไฟฟ้า, ส่วนแบ่งรายได้จากการขายไฟฟ้าและรายได้จากการขายเชื้อเพลิง
ทั้งนี้สัดส่วนการถือหุ้น,ส่วนแบ่งรายได้คืนสู่ชุมชนและราคาเชื้อเพลิงที่เหมาะสม จะยืดหยุ่นให้เกิดตามความเหมาะสม รวมถึงโครงการ Quick Win ไม่จำเป็นต้องมีครบทั้ง 7 รูปแบบโรงไฟฟ้าชุมชนที่ พพ. นำเสนอ แต่หากพื้นที่ใดไม่สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวมวล แก๊สชีวภาพ หรือ รูปแบบผสมผสานเชื้อเพลิงได้ ก็สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียวได้ อย่างไรก็ตามต้องการให้ข้อสรุปเงื่อนไขโครงที่ออกมาจูงใจนักลงทุนและสถาบันการเงินของเอกชนด้วย ซึ่งจะทำให้โครงการเดินหน้าได้รวดเร็ว แต่ต้องอยู่บนวัตถุประสงค์ที่ชุมชนฐานรากจะต้องได้ประโยชน์อย่างแท้จริง

ด้านนายสุวัฒน์ กมลพนัส ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า โรงไฟฟ้าชุมชน เสนอให้ชุมชนเข้ามามีส่วนในการถือหุ้นบุริมสิทธิ์ ในสัดส่วนประมาณ10% ในเบื้องต้น ซึ่งเมื่อดำเนินการขายไฟฟ้าไปแล้ว1ปี และความเสี่ยงต่างๆลดลง ก็ให้สิทธิชุมชนซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน20% รวมเป็นสัดส่วนที่ชุมชนถือหุ้นในโรงไฟฟ้า รวม 30%

ในขณะที่ ผู้แทนจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(PEA) มีข้อเสนอให้ชุมชนควรได้ถือหุ้นในสัดส่วนที่มากพอจะมีสิทธิ์ออกเสียงในโรงไฟฟ้า และเห็นว่า ควรจะให้หน่วยงานรัฐเข้ามาร่วมถือหุ้นด้วย

สอดคล้องกับ นายพัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอว่า หน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เช่น กฟผ. กฟน. PEA ที่รัฐมีอำนาจในการดูแล ควรจะมีสัดส่วนการเข้ามาถือหุ้นอย่างน้อย1ใน3 ในโรงไฟฟ้าชุมชน เพื่อให้สามารถกำกับการบริหารจัดการ และควบคุมประสิทธิผลในการดำเนินโครงการให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้ตามเป้าหมาย

นายผจญ ศรีบุญเรือง รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนควรจะมีผลตอบแทนการลงทุนที่ดีพอจะสามารถขอกู้เงินจากแบงก์เอกชนได้ โดยหากมีการกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่เป็นต้นทุนของผู้ประกอบการ และทำให้ผลตอบแทนการลงทุนต่ำเกินไป ก็จะมีเฉพาะแบงก์รัฐเท่านั้นที่จะสนับสนุนเงินกู้ โครงการก็อาจจะประสบความสำเร็จได้ยาก

ที่มา:
https://www.energynewscenter.com/สนธิรัตนเล็งเปิดซื้อไ/

เล็งโยกโควต้าซื้อไฟที่เหลือจากโซลาร์ภาคประชาชน ไปให้โรงไฟฟ้าชุมชน  นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระ...
08/10/2019

เล็งโยกโควต้าซื้อไฟที่เหลือจากโซลาร์ภาคประชาชน ไปให้โรงไฟฟ้าชุมชน

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาปรับแผนโครงการโซลาร์ภาคประชาชน สำหรับปี 2563 ใหม่ หลังจากพบว่าแนวโน้มยอดติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชนในปี 2562 ปีแรกไม่ถึงเป้าหมาย 100 เมกะวัตต์ ตามที่กระทรวงพลังงานกำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าปีละ 100 เมกะวัตต์ เป็นเวลา 10 ปี รวม 10,000 เมกะวัตต์ โดยจะนำไปพิจารณาปรับในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2561-2580(PDP2018) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ที่จะมีความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้จะยังมีการดำเนินโครงการโซลาร์ภาคประชาชนต่อไป แต่จะปรับเป้าหมายรับซื้อต่อปีให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น พร้อมนำปริมาณโควต้าโซลาร์ภาคประชาชน 10,000 เมกะวัตต์ ส่วนที่เกินความต้องการ ไปเฉลี่ยไว้ในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนแทน เพราะโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนจะเป็นลักษณะการผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานเชื้อเพลิง(Hybrid)ซึ่งสามารถใช้โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้ด้วย ส่วนราคารับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 1.68 บาทต่อหน่วยนั้น กำลังพิจารณาว่าจะปรับใหม่หรือไม่ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานว่าต้องไม่กระทบต่อค่าไฟฟ้าโดยรวม

นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ยอมรับว่าโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่เปิดรับข้อเสนอมาตั้งแต่เดือน พ.ค.2562 มีผู้สนใจค่อนข้างน้อย ทำให้กกพ.กำลังพิจารณาทบทวนโครงการดังกล่าวเร็วๆนี้ โดยได้นำเสนอรายงานเบื้องต้นไปยังกระทรวงพลังงานแล้ว สำหรับ ณ วันที่ 30 ก.ย. 2562 มีผู้สมัครร่วมโครงการและได้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 121 ราย รวมประมาณ 685 กิโลวัตต์ ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้ 100,000 กิโลวัตต์

“หลักการสำคัญของนโยบายโซลาร์ภาคประชาชนคือต้องการให้ผลิตเองใช้เองเป็นหลัก ที่เหลือจึงจะขายผ่านระบบได้แต่พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่าเป็นการเน้นผลิตเพื่อขายไฟ ดังนั้นคงอยู่ที่นโยบายรัฐว่าจะปรับแนวทางอย่างไรซึ่งรวมถึงจะมีการเพิ่มราคาค่าไฟที่รับซื้อหรือไม่” นายเสมอใจกล่าว

สำหรับโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” กกพ.เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2562 เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนผู้ใช้พลังงาน ประเภทครัวเรือนขนาดเล็ก(ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่1) ได้ติดตั้งอุปกรณ์แผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท๊อป) เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง และนำส่วนเกินที่เหลือจากการใช้ ไปขายต่อให้กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) โดยมีกำลังผลิตติดตั้งครัวเรือนละไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp) กำหนดอัตราราคารับซื้อไฟฟ้า ที่ 1.68 บาทต่อหน่วย โดยมีระยะเวลารับซื้อไฟฟ้ารวม 10 ปี ซึ่งโครงการในปี2562 จะกระจายครอบคลุมประมาณ 10,000-20,000 ครัวเรือน

โรงไฟฟ้าชุมชน แนวทางก่อสร้างโรงไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างจัดทำรูปแบบการลงทุน (Business model) สำหรั...
25/09/2019

โรงไฟฟ้าชุมชน แนวทางก่อสร้างโรงไฟฟ้ารูปแบบใหม่

ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างจัดทำรูปแบบการลงทุน (Business model) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งคาดว่าจะเสร็จใน 2 เดือนนี้ และคาดว่าโรงไฟฟ้าชุมชนกลุ่มแรกจะเริ่มสร้างขึ้นได้ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าโรงไฟฟ้าชุมชนน่าจะมีศักยภาพดำเนินการได้มากกว่า 1,000 พื้นที่ทั่วประเทศ รูปแบบการดำเนินการ จะเป็นรูปแบบโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก(VSPP) ไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ โดยเชื้อเพลิงจะเป็นรูปแบบผสมผสาน(Hybrid)ระหว่าง เชื้อเพลิงชีวมวล(Biomass),เชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ (Biogas) และพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อช่วยให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่ำ สร้างความมั่นคงและความสม่ำเสมอในการผลิตไฟฟ้า มุ่งเน้นเพื่อการลดภาระการอุดหนุนค่าไฟฟ้าในอนาคต

นอกจากนี้กระทรวงพลังงานได้หารือกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำโรงไฟฟ้าขยะมาอยู่ในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนด้วย เนื่องจากช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและยังเป็นโรงไฟฟ้าสำหรับชุมชนได้ด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงานเสวนา The next Thailand 4.0 ทางออกเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโลกว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการแสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งเสนอจะดำเนินการตั้งแต่ขนาดต่ำกว่า 1 เมกะวัตต์ จนถึง100 เมกะวัตต์ ซึ่งประเมินเบื้องต้นคิดเป็นมูลค่าการลงทุนจากภาคเอกชนกว่า 1-2 แสนล้านบาท สำหรับการคัดเลือกพื้นที่สร้างโรงไฟฟ้าชุมชนนั้น จะต้องพิจารณาพื้นที่ที่มีสายส่งไฟฟ้าพาดผ่าน,มีวัตถุดิบผลิตไฟฟ้าเพียงพอ รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นคงไฟฟ้าให้กับชุมชนด้วย ทั้งนี้พื้นที่ที่ขาดแคลนไฟฟ้าหรือสายส่งไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เช่น เกาะต่างๆ หรือพื้นที่ปลายสายส่งไฟฟ้า อาจได้รับการพิจารณาให้ดำเนินการได้ก่อน เป็นต้น

นอกจากนี้การคัดเลือกชุมชนเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าต้องพิจารณาถึงพื้นที่ที่มีศักยภาพ สามารถพยุงเศรษฐกิจฐานรากได้ โดยจะทำร่วมกับโครงการประชารัฐสร้างไทย เพื่อเชื่อมโยงการต่อยอดกับหน่วยงานรัฐอื่นๆสำหรับพัฒนาต่อไปถึงสินค้าชุมชน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และทำให้ชุมชนฐานรากเกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจต่อไป

ต้องติดตามกันต่อไปค่ะว่ารายละเอียดในการดำเนินการจะเป็นอย่างไร

ที่มา http://www.energynewscenter.com/สนธิรัตน์เผยมีพื้นที่/

คาดกกพ.เสนอปรับค่าไฟโซลาร์ประชาชนเป็น2บาทต่อหน่วยหรือเปิดทางภาคธุรกิจเข้าร่วม คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เตรียมเ...
23/09/2019

คาดกกพ.เสนอปรับค่าไฟโซลาร์ประชาชนเป็น2บาทต่อหน่วยหรือเปิดทางภาคธุรกิจเข้าร่วม

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เตรียมเสนอแนวทางให้รัฐมนตรีพลังงานในฐานะประธาน กบง.พิจารณาปรับหลักเกณฑ์โครงการโซลาร์ภาคประชาชน ให้จูงใจมากขึ้น ตามมติ กพช.เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยแหล่งข่าวประเมินแนวทางที่เป็นไปได้ 2 แนวทาง คือ 1.ปรับเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าให้สูงกว่า 1.68 บาทต่อหน่วย เป็น 2 บาทต่อหน่วย หรือ​ 2.เปิดทางให้กลุ่มภาคธุรกิจสมัครเข้าร่วมโครงการได้ โดยพร้อมดำเนินการทันที หลังมีความชัดเจนในมติ

นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ.ยังรอนโยบายจากกระทรวงพลังงานอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) รับทราบแนวทางการปรับรูปแบบโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน(โซลาร์ภาคประชาชน) ปริมาณ 100 เมกะวัตต์ต่อปีในปี​2562

โดยหากภาครัฐต้องการให้ปรับรูปแบบโครงการฯเพื่อสร้างแรงจูงใจมากขึ้น ทาง กกพ.ก็จะรีบติดตามและประเมินผลโครงการให้เร็วขึ้นด้วย จากเดิมที่มีแผนจะดำเนินการในสิ้นปี​ 2562 นี้ ซึ่งแนวทางเบื้องต้น อาจจะต้องไปดูเรื่องของการจัดทำแผนประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงประชาชนกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เช่น กลุ่มบ้านที่อยู่อาศัยที่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตรา 3,000-4,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป เพราะกลุ่มนี้ หากลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในต้นทุน 2-3 แสนบาท จะสามารถคืนทุนได้เร็วกว่า กลุ่มคนที่ใช้ไฟฟ้าในปริมาณไม่มากนักที่ต้องใช้เวลาคืนทุนถึง 7 ปี

ส่วนอีกแนวทางหนึ่ง ก็ต้องไปดูว่า ภาครัฐจะส่งเสริมเรื่องของอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าระบบในอัตราที่สูงกว่า 1.68 บาทต่อหน่วยได้หรือไม่ ซึ่งหากไม่ปรับเพิ่มอัตราค่าไฟฟ้า ก็จะต้องไปพิจารณาแนวทางอื่นๆเพิ่มเติมต่อไป

“วัตถุประสงค์แรกของโครงการนี้คือ ต้องการส่งเสริมให้ติดตั้งเพื่อลดค่าใช้จ่ายช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค) ซึ่งตอนนี้คนยังสนใจน้อย ยื่นติดตั้งไม่ถึง 1 เมกะวัตต์ ต่ำกว่า เป้าหมายมาก และก็ยังไม่มีข้อมูลว่า คนที่ยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นกลุ่มคนที่ใช้ไฟฟ้าในปริมาณที่สูงหรือไม่ จึงต้องไปดูเรื่องของการประชาสัมพันธ์ให้ตรงจุดด้วย” นายเสมอใจ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับรูปแบบโครงการเร็วขึ้น หรือ ดำเนินการทันทีในปี 2562 นี้ ทาง กกพ. ยืนยันว่า จะปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการตั้งแต่แรกด้วย เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการของรัฐที่เท่าเทียมกัน

สำหรับโครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” กกพ.เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. 2562 เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนผู้ใช้พลังงาน ประเภทครัวเรือนขนาดเล็ก(ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่1) ได้ติดตั้งอุปกรณ์แผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท๊อป) เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง และนำส่วนเกินที่เหลือจากการใช้ ไปขายต่อให้กับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) โดยมีกำลังผลิตติดตั้งครัวเรือนละไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp) กำหนดอัตราราคารับซื้อไฟฟ้า ที่ 1.68 บาทต่อหน่วย โดยมีระยะเวลารับซื้อไฟฟ้ารวม 10 ปี ซึ่งโครงการในปี 2562 จะกระจายครอบคลุมประมาณ 10,000-20,000 ครัวเรือน

ทั้งนี้ โครงการ “โซลาร์ภาคประชาชน” ในปี 2562 กำหนดเป้าหมายปริมาณรับซื้อรวม 100 เมกะวัตต์ แบ่งพื้นที่ดำเนินการออกเป็น พื้นที่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จำนวน 30 เมกะวัตต์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 70 เมกะวัตต์ ปัจจุบันมีการสมัครเข้าร่วมโครงการจริงประมาณ 20 เมกะวัตต์เท่านั้น

ที่มา http://www.energynewscenter.com/คาดกกพ-เสนอปรับค่าไฟโซล/

This colour shading technique is used to enable the reader to gain quick understanding of such a statistical collected d...
06/09/2019

This colour shading technique is used to enable the reader to gain quick understanding of such a statistical collected data, "solar energy per area from 6 a.m. to 6 p.m. in Bangkok of January 2016" as an example :
ที่มา : บอร์ดกิจกรรม KM กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ 2019

นักวิจัย Higgins แห่งมหาวิทยาลัย Oregon State University (OSU) สหรัฐอเมริกา ชี้ชัดการผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์บนพื้นท...
20/08/2019

นักวิจัย Higgins แห่งมหาวิทยาลัย Oregon State University (OSU) สหรัฐอเมริกา ชี้ชัดการผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์บนพื้นที่เกษตรกรรม (cropland) ให้ประสิทธิภาพสูงกว่าบนพื้นที่ทะเลทราย (desert) โดยทีมวิจัยเปิดเผยรายละเอียดงานวิจัย ดังนี้

1) ทีมวิจัยทำงานร่วมกับ Tesla ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ บนพื้นที่เกษตรกรรมไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย จำนวน 5 สถานี เพื่อเก็บข้อมูลซึ่งมีตัวแปรหลักๆ คือ (1) ค่าเฉลี่ยอุณภูมิอากาศ (2) ค่าความชื้นสัมพัทธ์อากาศ (3) ค่าความเร็วลม (4) ทิศทางลม (5) ค่าความชื้นในดิน และ (6) ค่าความเข้มรังสีดวงอาทิตย์ เพื่อศึกษาสภาพภูมิอากาศท้องถิ่น หรือภูมิอากาศจุลภาค (micro-climate)

2) ต่อมาได้พัฒนาโมเดลสำหรับคำนวณประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์โดยอาศัยตัวแปรสำคัญ ได้แก่ (1) อุณภูมิอากาศ (2) ความเร็วลม และ (3) ความชื้นสัมพัทธ์อากาศ ขึ้นมา ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นเมื่ออากาศเย็น แต่กลับลดลงเมื่อสภาพอากาศนิ่งไม่มีลมพัด ทั้งนี้ หากมีลมพัดบ้างก็จะส่งผลดีต่อการผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ได้เช่นกัน และหากความชื้นในอากาศสูงขึ้นจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงอีกด้วย จากผลดังกล่าว ทีมนักวิจัยก็ได้เปรียบเปรยให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า "แผงเซลล์แสงอาทิตย์ก็คล้ายกับมนุษย์เรานั่นแหละที่ชอบสภาพอากาศเย็น แห้ง และมีลมเบาๆ"

3) ต่อมาได้ขยายผลการศึกษาในวงกว้างมากขึ้น โดยอาศัยข้อมูลแผนที่โลกจากดาวเทียมประกอบการศึกษา แบ่งโซนการวิเคราะห์ ดังนี้ (1) พื้นที่เกษตรกรรม (cropland) (2) พื้นที่ป่าผสม (mixed forest) (3) เขตเมือง (city) และ (4) ทุ่งหญ้าสะวันนา (savannah) จากการศึกษาพบว่าพื้นที่ที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด คือ พื้นที่เกษตรกรรม และต่ำที่สุดคือพื้นที่ที่มีหิมะและน้ำแข็งปกคลุม (eis and snow area)

4) ทีมนักวิจัยต่อยอดการวิเคราะห์โดยอาศัยโมเดลที่สร้างขึ้น ชี้ให้เห็นว่าระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์บนพื้นที่เกษตรกรรม ( agrivoltaics systems) หากใช้พื้นที่เพียง 1 ใน 100 ส่วนของพื้นที่เกษตรกรรมทั่วโลก เราจะสามารถผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้พลังงานของคนทั้งโลก ที่ระดับ 21 PWh หรือ 21 ล้านล้าน kWhได้เลยทีเดียว ( คำนวณด้วยค่า 28 W/m2 ของพื้นที่ติดตั้งแผง)

5) นอกเหนือจากนี้ ยังระบุลึกลงไปอีกว่าในพื้นที่เกษตรกรรมด้วยกันเองแล้ว หากเป็นที่แห้งและไม่มีน้ำท่วมขัง อย่างเช่น ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ (pastureland) เป็นต้น การผลิตไฟฟ้าของระบบที่ติดตั้งนั้น จะมีประสิทธิภาพสูงมากเป็นพิเศษ อีกด้วย

ในอนาคตจะมีการประยุกต์ใช้พื้นที่เกษตรกรรมในรูปแบบใหม่ร่วมกับพื้นที่ผลิตไฟฟ้าด้วยเซลแสงอาทิตย์แบบพึ่งพาอาศัย ในทิศทางของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้อีกด้วย
"The potential for dual-use, agrivoltaic systems may alleviate land competition or other spatial constraints for solar power development, creating a significant opportunity for future energy sustainability."

Source : https://www.solarserver.de/solar-magazin/nachrichten/aktuelles/2019/kw34/aecker-statt-wuesten.html และ https://www.nature.com/articles/s41598-019-47803-3

ที่อยู่

17, Rama 1 Road, Rongmuang, Patumwan
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:30
อังคาร 09:00 - 16:30
พุธ 09:00 - 16:30
พฤหัสบดี 09:00 - 16:30
ศุกร์ 09:00 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

02 222 4102-9 ext 1246

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ พพ. Division of Solar Energy Development, DEDEผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ขออนุญาตแอดมินและสมาชิกในเพจค่ะ รบกวนโปรดกรุณาช่วยทำแบบสอบถามงานวิจัยฯ ป.โท (วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการจัดการและกลยุทธ์) เรื่อง "แรงจูงใจที่ส่งผลต่อการตัดสินใจติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาและระบบกักเก็บพลังงานในระดับครัวเรือนในภาคกลางของประเทศไทย" ดัง Link นี้ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ
พอจะมีโครงการที่จะติดตั้งให้หน่วยงานราชการ/โรงเรียน หรือเปล่าครับ
!! ข่าวดี สำหรับผู้ที่กำลังมองหาช่องทางในการพัฒนาโรงงาน เป็นโรงงานอัจฉริยะ พร้อมยกระดับอุตสาหกรรม *เราเป็นผู้นำในการให้บริการทางด้าน SCADA Software & Hardweare รวมถึงงานด้านระบบต่างๆ • รับปรึกษาด้านการพัฒนาโรงงานสู่ Smart Factory • การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสู่ Smart Factory ด้วย “SCADA” • การเชื่อมระบบบริหารจัดการ และระบบการผลิต เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Real – Time ผ่านทางเว็บบราวเซอร์และแอพพลิเคชัน สามารถทำได้ทุกอุตสาหกรรม ติดต่อสอบถามได้ที่ Facebook: #WEBSCADATHAILAND Website:
กระทรวงพลังงานเดินหน้าเปิดประมูลแหล่งเอราวัณ-บงกช ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ เพื่อให้ประเทศชาติมีก๊าซธรรมชาติใช้อย่างต่อเนื่อง สร้างหลักประกันความมั่นคงด้านพลังงานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ
Check system efficiency that is so easy !
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์นะคะ สัมผัสการจัดแสดงนวัตกรรมโซนไฮบริดและเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า โซนโซล่าเซลส์ และโซนระบบเมืองอัจฉริยะ ในงาน SETA 2018 ที่นี่ที่เดียวครบ!!พร้อมลุ้นรับมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าแจกฟรีกันในงาน 23 มีนาคม 2561 วันสุดท้ายแล้วนะคะ Mini-Stage ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา Hall 103-104 ลงทะเบียนร่วมลุ้นด่วน* > https://goo.gl/3CBtHn *สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ร่วมงาน SETA2018 เท่านั้น #SETA2018 #BitecBangna #Sustainable #Energy #Technology #พลังงาน #พลังงานที่ยั่งยืน #เทคโนโลยี
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์งานสัมมนาดีๆ นะคะ ขอเชิญร่วมงานสัมมนาและเยี่ยมชมนิทรรศการ Thailand Lighting Fair 2017 : Solar Pavilion Zone สมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย ร่วมกับ โครงการ Green Network บริษัท เทคโนโลยี มีเดีย จำกัด จัดงานสัมมนาเชิงวิชาการและนิทรรศการ Solar Pavilion Zone ภายในงาน Thailand Lighting Fair 2017 ขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ณ Solar Stage ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติ ไบเทค บางนา เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกภาคส่วน พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และวิทยาการที่เป็นประโยชน์ อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนล่วงหน้า ได้ที่http://www.technologymedia.co.th/download/Solar_Pavilion.pdf โทร. 0-2354-5333 ต่อ 305, 301 หรือ 081-439-9087 (คุณปัฐฐมณฑ์), 091-778-4455 (คุณภิญญาภรณ์) eMail : [email protected] สิทธิพิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า รับฟรี CD คู่มือการพัฒนาและลงทุนผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์
ต้องการทราบ 1บทบาทและหน้าที่ของสำนัก 2สิ่งทึ่ข่วยเหลือด้านวิชาการด้านพลังานแสงอาทิตย์ มึอะไรบ้าง 3 กิจกรรมรณรงค์การใช้พลังงานแสงอาทิตมีหรือเปล่า