Ramathibodi Poison Center

Ramathibodi Poison Center FB เพจนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางพิษวิทยา หากต้องการปรึกษาโปรดติดต่อโดยโทรศัพท์ 1367
(20)

เปิดเหมือนปกติ

23/02/2021
World Health Organization (WHO) on Twitter

เป็นเกียรติ​อย่างยิ่งที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้ศูนย์​พิษ​วิทยา​รามาธิบดี​เป็นตัวอย่างในการทำงานดูแลสุขภาพด้านพิษวิทยา ในวีดีโอ​ "Why the world needs more poison centres"
เพื่อโปรโมทให้ประเทศต่างๆสนับสนุนและพัฒนาให้มีศูนย์พิษวิทยาของตนเอง
โดย​ WHO​ ได้ลงวีดีโอนี้ใน Twitter​และ​ Instagram
.
ศูนย์​พิษ​รามา​ฯ ทำงานได้ก็ด้วยความไว้วางใจจากทุกท่านที่ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผู้ป่วยร่วมกับทุกท่านและหน่วยงานต่างๆที่ให้การสนับสนุนตลอดมา
ผลงานที่ทาง WHO มองเห็นนี้มัน... ควรถือว่าเป็น"งาน​กลุ่ม"​จากความร่วมแรงร่วมใจของทุกคนในระบบสุขภาพไทย นี่คือผลงานของพวกเราทุกคน!
.
ภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การดูแลสุขภาพทางพิษวิทยาของคนไทยได้รับการยอมรับให้เป็นตัวอย่างแก่ประเทศต่างๆในโลก ^^
.
.
Ramathibodi Poison Center is not a place, it's a people.
"ศูนย์​พิษ​รามาฯไม่ใช่สถานที่...แต่เป็นผู้คน"
.
#เจอเคสพิษคิดถึงรามา
.
ปล. ปัญหาทางพิษวิทยาว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ถูกมองข้ามหรือละเลย
ใน.link จะมีบทความต่อไปว่า
ในปัจจุบันประเทศสมาชิกของ WHO​ มีศูนย์พิษวิทยาให้บริการอยู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง​ โดย WHO พยายามโปรโมทให้ประเทศต่างๆมีศูนย์พิษวิทยาให้การดูแลสุขภาพทางพิษวิทยาครบทุกประเทศมาตลอด
.
https://twitter.com/WHO/status/1364216750611513348?s=19
.
อ่านบทความเต็มได้ที่
https://medium.com/who/why-the-world-needs-more-poisons-centres-b5d304e05eb1

“🌐, poisoning is an under-recognized & under-reported major public health concern. In #Thailand🇹🇭, there are 15000+ cases per year. Ramathibodi Poison Centre, a WHO Collaborating Centre for Prevention & Control, is on the frontline of the response. 👉https://t.co/87pPSdOGel http...

ขอบคุณ​ข้อแนะนำจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย  เกี่ยวกับ​ ถั่งเช่าโดยสรุป"ไม่สนับสนุนให้ผู้ป่วยโรคไต หากจะรับประทานต้องแจ้งแ...
02/02/2021

ขอบคุณ​ข้อแนะนำจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับ​ ถั่งเช่า
โดยสรุป
"ไม่สนับสนุนให้ผู้ป่วยโรคไต หากจะรับประทานต้องแจ้งแก่แพทย์ผู้รักษา และไม่ควรหยุดยาแผนปัจจุบันที่รับประทานอยู่"

ข้อแนะนำของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย เรื่อง “การใช้ถั่งเช่ารักษาโรคไต”

ดาวน์โหลดข้อแนะนำ “การใช้ถั่งเช่ารักษาโรคไต” >> https://www.nephrothai.org/wp-content/uploads/2021/02/1.ข้อแนะนำ_ถั่งเช่าและโรคไต_300164.pdf

#ถังเช่า #โรคไต

วันนี้ขอเสนอ ดูละครแล้วย้อนดูหนังสือ (ครั้งที่ 5) สำหรับท่านที่ดูละครแล้วรู้สึกว่ามันชวนให้นึกถึงเนื้อหาวิชาการอะไรสักอย...
31/01/2021

วันนี้ขอเสนอ ดูละครแล้วย้อนดูหนังสือ (ครั้งที่ 5) สำหรับท่านที่ดูละครแล้วรู้สึกว่ามันชวนให้นึกถึงเนื้อหาวิชาการอะไรสักอย่าง (รายละเอียดส่วนเนื้อหาอยู่ด้านล่าง)
.
ใน "เมียจำเป็น" เมื่อวานนี้ (Ep.5)
คุณน้อยจมน้ำทะเล ตะวันลงไปช่วยแต่กลายเป็นตะวันจมน้ำหมดสติเอง คุณโตมรสวมบท "ผู้กู้ชีพจำเป็น" เข้าช่วยขึ้นจากน้ำพบว่าตะวันหมดสติไม่หายใจและหัวใจไม่เต้น
คุณโตไม่รอช้าเริ่มทำ CPR ในทันที
ตะวันเลยฟื้นคืนเป็นปกติ
.
การปฐมพยาบาลผู้ที่จมน้ำและหัวใจหยุดเต้น การทำ CPR โดยไม่รอช้า เป็นสิ่งสำคัญมาก
บางครั้งครั้งที่มีการเข้าใจไปพยายามกระทุ้งตัวหรือท้องเพื่อเอาน้ำออกจากช่องท้อง ทำให้เสียเวลาที่จะเริ่มทำ CPR ผู้บาดเจ็บจึงขาดอากาศและการไหลเวียนเลือดนาน
ดีที่คุณโตเธอคงเคยอบรม Basic life support มานะนี่ ตัดสินใจช่วยเหลือได้ในทันที
การทำ Basic life support เป็นสิ่งที่เราควรรณรงค์ให้มีการฝึกสอนและทบทวนให้ทุกคนพร้อมที่สุดสามารถตั้งสติและทำได้หากเจอเหตุ เพราะทุกนาทีมีค่าการ CPR จึงสำคัญ
ทุกๆคนมีโอกาสเป็น "ผู้กู้ชีพจำเป็น" ได้ทุกที่ ฉะนั้นหาโอกาสฝึกกันไว้นะครับ
.
ปล. ตะวันฟื้นดีละเดี๋ยวต้องลุ้นกันต่อในวันนี้ว่าตะวันจะโดนคุณโสพิศจับผิดได้หรือเปล่านะ (เธอดูช่างสังเกตอ่ะ ฉลาดด้วย โคนันเว่อร์)
ปล.2 ถึงคุณโตจะบอกว่า "ละครมันต้องดูสด" แต่โพสของแอดเก็บไว้ดูย้อนหลังเมื่อไรก็ได้นะ ^^
.
.
#ดูละครแล้วย้อนดูหนังสือ
#โหมดติดละคร
#เมียจำเป็น
.
....................................................................................
.
เนื้อหาเกี่ยวกับภาวะจมน้ำ (Drowning)
.
การจมน้ำ สามารเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และเกิดได้ทั้งในผู้ที่ว่ายน้ำเป็นหรือไม่เป็น อาจจะเกิดได้ ในผู้ที่ว่ายน้ำเป็นอาจเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยกะทันหันขณะอยู่ในน้ำ ดังนั้นกลไกหลักในการดูแลรักษาผู้ป่วยจมน้ำเบื้องต้น ต้องสามารถรับรู้ และเฝ้าระวังสอดส่อง เมื่อผู้ป่วยเกิดปัญหาหรือความผิดปกติเมื่ออยู่ในน้ำ
โดยหลักการดูแล CHECK-CALL-CARE
1. CHECK: ดูสถานที่เกิดเหตุ ดูจำนวนผู้ป่วยที่จมน้ำ และดูความปลอดภัยของที่เกิดเหตุโดยรอบตลอดจนตรวจดูผู้ช่วยเหลือคนอื่นๆที่สามารถเข้ามาช่วยในสถานการณ์นี้ได้ โดยอาศัยหลักสำคัญคือผู้ที่จะทำการช่วยเหลือต้อถือความปลอดภัยของตนเองเป็นสำคัญ ถ้าผู้ที่จะทำการช่วยเหลือไม่มีความสาสารถที่จะช่วยได้ ควรจะไปร้องขอความช่วยเหลือจากที่กู้ชีพ หรือผู้มีความรู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์
.
2. CALL: ร้องขอความช่วยเหลือ หรือโทร1669 เพื่อทีมกู้ชีพจะรีบเข้ามาช่วยเหลือได้ทันเวลา
.
3. CARE ในที่นี้แบ่งเป็นสามส่วนย่อย
CARE ส่วนที่ 1 วิธีการช่วยเหลือคนจมน้ำ
กรณีที่ผู้จมยังมีสติ
เบื้องต้นสื่อสารกับผู้ที่จะจมน้ำว่า กำลังทำการช่วยเหลือ และให้กำลังใจผู้ที่จะจมน้ำในการช่วยเบื้องต้น
โยนสิ่งของลอยน้ำไปให้ผู้จมเกาะเพื่อลอยตัว (ห่วงยาง-ถังแกลลอน-ขอนไม้) หรือหากอยู่ใกล้อาจส่งของให้ผู้จมจับเพื่อลากตัวขึ้นมา (เชือก-เสื้อผ้าผูกกันให้ยาวออกไป) หรือหากอยู่บนเรือก็พายเรือเข้าไปใกล้เพื่อยื่นไม้พายให้เกาะ
หากผู้จมไม่สามารถครองสติได้ต้องทำการเข้าช่วย ให้ว่ายน้ำเข้าทางด้านหลังของผู้จม (หากเข้าด้านหน้าผู้จมกดตัวเราลงจนเราจนน้ำแทนได้) และทำการจับตัวผู้จมและดึงตัวเข้าฝั่งโดยต้องระวังให้หน้าและปากของผู้จมอยู่เหนือน้ำเสมอ ผู้ช่วยเหลืออาจพกวัสดุลอยน้ำออกไปให้ผู้จมกอดระหว่างดึงตัวเข้าฝั่งด้วยก็ได้ วิธีการจับตัวผู้จมน้ำมีสามแบบได้แก่
- วิธีกอดไขว้หน้าอก: ใช้มือข้างหนึ่งพาดบ่าด้านหลังในแนวไขว้ทแยงหน้าอกจับข้างลำตัวด้านตรงข้ามของผู้จมน้ำ แล้วใช้มืออีกข้างว่ายน้ำเข้าหาฝั่ง
- วิธีจับคาง: ใช้มือทั้ง 2 ข้าง จับขากรรไกรทั้ง 2 ข้างของผู้จมน้ำ แล้วใช้เท้าตีน้ำช่วยพยุงเข้าหาฝั่ง
- วิธีจับผม: ใช้มือข้างหนึ่งจับผมผู้จมน้ำไว้ให้แน่น แล้วใช้มืออีกข้างว่ายพยุงตัวเข้าหาฝั่ง
หากนึกภาพวิธีดึงคนขึ้นจากน้ำไม่ออก ดูได้จาก Link นี้เลยครับ https://www.youtube.com/watch?v=DHnuM6Ht2-U
.
CARE ส่วนที่ 2 เมื่อถึงขึ้นจากน้ำเริ่มการปฐมพยาบาล
ตรวจสอบการหายใจและการเต้นของหัวใจ ถ้าไม่มีการหายใจให้ช่วยหายใจ หากหัวใจไม่เต้นเริ่ม CPR (กดหน้าอก 30 ครั้งเป่าปาก 2 ครั้ง อัตราการกดหน้าอก 100 -120 ครั้ง/นาที) อย่ามัวเสียเวลาในการพยายามเอาน้ำออกจากปอดหรือท้องของผู้ป่วย
หากได้เครื่อง AED มาอย่าลืมเช็ดตัวผู้ป่วยไม่ให้เปียกก่อนติด AED ด้วยเพราะอาจต้องใช้ไฟฟ้ากระตุ้นหัวใจ
ดูการกดหน้าอก CPR และใช้เครื่อง AED ได้จาก Mahidol Channel https://www.youtube.com/watch?v=UUp3l1KiHgU
ถ้าผู้ป่วยยังหายใจได้เอง หรือช่วยเหลือจนหายใจได้แล้ว ควรจับผู้ป่วยนอนตะแคงข้าง และศีรษะหงายไปข้างหลัง เพื่อให้น้ำไหลออกทางปาก ใช้ผ้าห่มคลุมผู้ป่วยเพื่อให้เกิดความอบอุ่น
อย่าให้ผู้ป่วยกินอาหารและดื่มน้ำทางปากหรือใส่อุปกรณ์ใดๆเข้าไปในปาก
การศึกษาพบว่าโอกาสที่ผู้จมน้ำจะมีการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังส่วนคอค่อนข้างน้อยกว่า 0.5% โดยมักจะพบในผู้จมน้ำที่มีประวัติกระโดดน้ำจากที่สูง หรืออุบัติเหตุรถจักรยานยนต์แล้วตกลงไปจมน้ำ จึงแนะนำให้ใส่เฝือกดามคอแบบแข็ง (hard collar) และเคลื่อนย้ายด้วยกระดานแข็งที่ใช้เคลื่อนย้ายคนไข้ (long spinal board) ในผู้ที่จมน้ำ ที่มีประวัติเสี่ยงเท่านั้น
แนะนำให้นำผู้ป่วยจมน้ำนำส่งโรงพยาบาล ทุกรายถึงแม้ผู้ป่วยจะตื่นรู้ตัวดีแล้ว หลังจากหมดสติ เพื่อทำการตรวจหาความอื่นๆ เพื่อประเมิน และติดตามอาการแทรกซ้อนอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากจมน้ำ
.
CARE ส่วนที่ 3 เมื่อถึงโรงพยาบาล
นอกจากการกู้ชีพแล้ว ยังต้องมีการตรวจสอบอาการและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวังได้แก่
- ภาวะระบบหายใจล้มเหลว ประเมินว่าผู้ป่วยตื่นดีและไม่มีภาวะหายใจไม่ล้มเหลวหรือไม่
การหายใจเองได้ต้องผ่านทุกข้อ ตื่นรู้ตัวดี, PaO2 > 60 mmHgในเด็ก และ PaO2> 80 mmHgในผู้ใหญ่ (O2 sat > 90%) ด้วย O2 supplement (FiO2 0.6), PCO2 น้อยกว่า 45 mmHg และเหมาะสมแก่อัตราการหายใจ
หากไม่ผ่านข้อใดข้อหนึ่งถือเสมือนว่ายังหายใจเองไม่ดีให้ใส่ ET tube และปรับ ventilator เน้นปรับ PEEP ให้เหมาะสมที่จะทำให้ลมเข้าถึง alveoli หากมีท้องอืดมาก การใส่ NG tube ช่วยลดแรงดันในช่องท้องทำให้หายใจได้ง่ายขึ้น indication
- Hypothermia อุณหภูมิต่ำ หากอุณหภูมิกายต่ำมากอาจทำให้สับสน ซึม หมดสติ หัวใจเต้นช้า หัวใจเต้นผิดจังหวะ เส้นเลือดหดเกร็ง หรือกดการหายใจได้ เป้าหมายคือเพิ่มให้อุณหภูมิกายมากกว่า 32 องศา เบื้องต้นให้เอาเสื้อผ้าที่เปียกน้ำออกและให้ห่มผ้าที่อุ่นแทนและใช้ hotpack ประคบร่วมด้วย หากผู้ป่วยตื่นรู้ตัวดีไม่หอบก็ให้ดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ในรายที่อุณหภูมิต่ำมากอาจต้องให้สารน้ำอุณหภูมิ 40°c ทางหลอดเลือดดำ
- เกลือแร่ผิดปกติและเลือดเป็นกรด การจมน้ำทะเลอาจมีภาวะโซเดียมสูงได้ ส่วนน้ำจืดจะเป็นโซเดียมต่ำ ทั้งสองภาวะอาจพบโพแทสเซียมต่ำ เกลือแร่แคลเซียมหรือแมกนีเซียมผิดปกติร่วมได้ ภาวะเลือดเป็นกรดอาจรุนแรงมากจนส่งผลให้หายใจหอบ ความดันโลหิตตกหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะได้
- ประเมินปริมาณสารน้ำในระบบหัวใจและหลอดเลือดจากการตรวจร่างกายและ/หรืออัลตราซาวด์บางรายอาจมี hypervolumia จากการกินน้ำเข้าไป ในขณะที่บางรายอาจมี hypovolemia จาก cold diuresis ได้
- หัวใจเต้นผิดจังหวะจากการขาดออกซิเจน ภาวะ hypothermia ภาวะโพแทสเซียมในเลือดผิดปกติ และ/หรือภาวะเลือดเป็นกรด ควรตรวจ EKG และ EKG monitoring
- ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ติดตามระดับน้ำตาลในเลือด
- ภาวะติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ รวมถึงไซนัสติดเชื้อ หากจมในน้ำไม่สะอาดอาจพิจารณาให้ยาฆ่าเชื้อและส่งตรวจเพาะเชื้อจากเสมหะเพื่อช่วยในการปรับยาต่อไป แต่ไม่แนะนำให้ Prophylaxis Antibiotics ในทุกเคสเนื่องจากจากการศึกษาไม่เพิ่มผลต่อการรักษาและมีโอกาสเพิ่มโอกาสการเกิดเชื้อดื้อยา
- ภาวะสมองบวมและภาวะชัก
- ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆเช่น ไตวาย ตับอักเสบ หรือกล้ามเนื้อสลาย จากการขาดออกซิเจน

นอกจากนี้อย่าลืมหาสาเหตุแห่งการจมน้ำด้วยเช่นอาจเป็นจาก หัวใจเต้นผิดจังหวะ การเมาสารเสพติด ลมชัก โรคอื่นๆ หรือแม้แต่เหตุแห่งการทำร้ายตนเอง เพื่อแก้ไขที่ต้นเหตุกันด้วยนะครับ

บางครั้งในการทำงานเราก็อาจจะพบความประทับใจหรือสิ่งดีๆในสถานการณ์วิกฤติวันนี้แอดมีเรื่องประทับใจจากการทำงานมาแชร์เป็นกำลั...
22/01/2021

บางครั้งในการทำงานเราก็อาจจะพบความประทับใจหรือสิ่งดีๆในสถานการณ์วิกฤติ
วันนี้แอดมีเรื่องประทับใจจากการทำงานมาแชร์เป็นกำลังใจในช่วงเดือนแรกของปี 2021 กันครับ
.
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามี case severe salicylate poisoning เป็นชายอายุประมาณ 40 ปี กินน้ำมันนวด (42.86% methyl salicylate) โดยหยิบผิดกินไปประมาณ 60 ml จากนั้นอาเจียนแสบร้อนคอ กระสับกระส่าย ชักเกร็งกระตุกทั้งตัว ไป รพ. หายใจหอบลึก และชักเกร็งกระตุกทั้งตัวอีกครั้งและซึมลง
คำนวณจากปริมาณที่กินจะประมาณเนื้อสาร methyl salicylate ได้ถึง 30,200 mg (ประมาณ 510 mg/kg) ขนาดสารนี้เรียกว่ามหาศาล ทำให้เลือดเป็นกรดรุนแรง สมองบวม และระบบอวัยวะต่างๆล้มเหลวได้.... (รายนี้ตรวจพบ arterial lactate 18 mmol/L) เรียกว่าโอกาสเสียชีวิตสูงมาก
แม้ salicylate จะเป็นสารที่มีมานาน…แต่ด้วยเคสที่พบอาจได้รับพิษขนาดสูงและอาจจมีจุดเสี่ยงที่มีข้อต้องระวังมากในการรักษาโดยเฉพาะช่วงจะใส่ท่อช่วยหายใจที่อาจความดันโลหิตตกและเสียชีวิตเฉียบพลันได้ (อ่านเนื้อหาทฤษฎีด้านล่างได้ครับ).... ปัจจุบันยังมีรายงานการเสียชีวิตจากพิษ salicylate แบบนี้เรื่อยๆ ทั้งในและต่างประเทศ......แต่ไม่ใช่ครั้งนี้...ไม่ใช่กับทีมนี้ !!
.
ขอขอคุณทีมบุคลากรของ รพ.วังทอง และ รพ.พุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก ที่ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยและให้ความไว้ใจศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีในการร่วมแนะนำแนวทางการรักษา จนคนไข้ฟื้นคืนได้เป็นปกติ ด้วยการให้ sodium bicarbonate อย่างทันท่วงที การติดตามอาการอย่างใกล้ชิดของทั้งสองโรงพยาบาล การส่งต่อข้อมูลระหว่าง รพ.ที่ครบถ้วน และการล้างไตเพื่อขับสารออกอย่างทันท่วงที แม้คนไข้ยังส่งตัวมาไม่ถึงก็ได้เตรียมแผน set ล้างไตรอกันแล้ว… จากประสบการณ์ที่แอดเคยรับปรึกษามาเรียกว่าเริ่มทำการล้างไตได้ไวมากๆ แม้รายนี้จะหอบและซึมมากจนสุดท้ายใส่ท่อช่วยหายใจซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่มีข้อต้องระวังมากแต่ก็สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างดีเยี่ยม ผ่านพ้นไปด้วยดี...และ Full Recovery…ครับ
ทุกคนในทีมสุดยอดมากๆ แอดขอแสดงความนับถือและขอบคุณจากใจจริงครับ
.
What do we say to the god of death?….. “Not Today”
.
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
.
ส่วนเนื้อหา
พิษจาก salicylate มีกลไกและอาการสำคัญดังนี้
- กระตุ้น Chemoreceptor trigger zone และ Respiratory center ในสมองส่วน medulla ทำให้มีอาการอาเจียน และหายใจหอบลึก (hyperventilation)
- ยังยั้งกระบวนการสร้าง ATP โดยการ uncoupler of oxidative phosphorelation เซลล์ต่างๆจึงไม่สามารถสร้างพลังงานในรูป ATP โดย aerobic pathway ได้ ทำให้ต้อง shift ไปยัง lactic pathway ทำให้เซลล์ต่างๆทำงานผิดปกติโดยเฉพาะสมอง (ใช้พลังงานเยอะ) ซึม ชัก หมดสติได้ มีเลือดเป็นกรดจาก lactic, จากตัว salicylic acid เอง, และ ketosis (ร่างกายพยายามทำ beta-oxidation เอา fatty acid มาสร้างพลังงาน) ความดันโลหิตตกและเสียชีวิตได้
- ภาวะเลือดเป็นกรดจะยิ่งทำให้พิษของ salicylate รุนแรงขึ้น เนื่องจากเมื่อเลือดเป็นกรด salicylate จะอยู่ในรูป non-ionized form และแพร่ผ่านเข้าไปยังเนื้อเยื่อต่างๆง่ายขึ้น รวมถึงผ่าน blood brain barrier เข้าสู่สมองด้วย
- นอกจากนี้ในกระบวนการ uncoupler of oxidative phosphorelation จะนำไปสู่การมีความร้อนสะสมภายในเซลล์ ทำให้วัดอุณหภูมิร่างกายสูงได้ (หากไม่ได้ประวัติสัมผัสสารมาก่อนอาจนึกถึงภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดแทน)
- อาการอื่นๆ พบมี tinnitus และ hearing disturbance จากการยับยั้ง cyclooxygenase-1
- ใน chronic poisoning มีรายงาน non-cardiogenic pulmonary edema และ ARDS
.
ขนาดสารเท่าไรล่ะที่อันตราย
Mild to moderate toxicity (150-300 mg/kg): nausea, vomiting, hyperventilation, tinnitus, hearing disturbance
Life threatening effect (> 300 mg/kg): metabolic acidosis, hypotension, seizure, alteration of consciousness, coma
Potential lethal dose (> 500 mg/kg รายนี้เลย):
ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ เราเน้นประเมินจากอาการของผู้ป่วย เรื่องประวัติงานหรือผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจะเป็นสิ่งที่นำมาพิจารณาประกอบ
.
การรักษา
- ลดการดูดซึมของ salicylate เข้าสู่กระแสเลือด โดยการให้ multiple-dose activated charcoal (เนื่องจาก salicylate จะทำให้มี GI tract spasm ทำให้ตัวสารอาจดูซึมช้าจึงสามารถให้ผงถ่านไปจับสารซ้ำหลายครั้งได้) นอกจากนี้หากผู้ป่วยมาภายใน 1 ชม. อาจพิจารณาทำ gastric lavage ได้
- การทำ hemodialysis เพื่อขับสารออกจากร่างกาย
- แก้ไขภาวะเลือดเป็นกรดโดยการให้ IV sodium bicarbonate การทำให้เลือดเป็นด่างมากขึ้น จะทำให้ salicylate อยู่ในรูป ionized form ซึ่งแพร่ผ่าน blood brain barrier เข้าสู่สมองได้ไม่ดี
- Alkalinize urine keep urine pH 7.5-8 เพื่อให้ salicylate จะละลายลงในปัสสาวะได้มากขึ้นเป็นการเร่งการขับออก ทั้งนี้การจะ alkalinize urine ได้จะต้องให้เลือดไม่เป็นกรดซะก่อน และติดตามระดับ potassium ในเลือดไม่ให้มี hypokalemia เนื่องจาก hypokalemia จะทำให้ปัสสาวะเป็นกรดจากการดู K กลับทางปัสสาวะและแลก H+ ลงไปแทน เมื่อปัสสาวะเป็นกรด salicylate ก็ละลายลงในปัสสาวะได้ไม่ดี
- ติดตามการเปลี่ยนแปลงของอาการ ภาวะกรดด่าง ระดับเกลือแร่ ระดับน้ำตาลในเลือด ปริมาณปัสสาวะและ urine pH
.
จุดตายของผู้ป่วย salicylate poisoning ได้แก่
1) ช่วงที่จะใส่ท่อช่วยหายใจ: ปกติแล้วผู้ป่วยจะมี hyperventilation มากทำให้เลือดเป็นด่างจาก respiratory alkalosis พอหายใจเหนื่อยและเริ่มซึมแพทย์อาจจะทำการใส่ท่อช่วยหายใจซึ่งต้อง sedate ผู้ป่วยหรือให้ muscle relaxant ช่วงนั้นเองผู้ป่วยจะหายใจน้อยลง minute ventilation ลดลง ทำให้เลือดเป็นกรดมากขึ้น salicylate จึงเปลี่ยนไปอยู่ในรูป non-ionized form และแพร่เข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆและสมองอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยอาจชัก ความดันโลหิตตกหรือ หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้
นอกจากนี้การตั้งเครื่องช่วยหายใจไม่อาจได้ minute ventilation ทัดเทียมจากการที่ผู้ป่วย hyperventilation เอง ทำให้อาการอาจจะแย่ลงต่อไปได้อีก
คำแนะนำ: 1) หากจะต้อง intubate แปลว่าต้องพร้อม hemodialysis ให้เร็วที่สุด 2) ก่อนใส่ ET tube ให้ 7.5%NaHCO3 ประมาณ 2-3 mEq/kg (คนหนัก 70-80 kg ก็อาจใช้ประมาณ 150 -200 ml) ก่อนที่จะเริ่ม sedate 3) ใส่ tube ให้ระยะเวลาสั้นที่สุด และให้ NaHCO3 อีกครั้งหลังใส่ ET tube แล้วทันที หรือหากใช้เวลานานอาจให้อีกครั้งระหว่างรอเตรียมใส่ tube ได้ 4) ใส่ tube เสร็จไป hemodialysis ด่วน (Note หากใด้ NaHCO3 เยอะ อาจให้ IV 10%Calcium Gluconate 10 ml ร่วมด้วยเนื่องจากการทำให้เลือดเป็นด่างจะทำให้ ionized calcium ลดลงได้)
2) หากผู้ป่วยมีอาการชัก ซึม มีภาวะหายใจล้มเหลว เลือดเป็นกรดมากขึ้นทั้งที่กำลังรักษาอยู่ หรือความดันโลหิตตก รีบให้ NaHCO3 และไปทำ hemodialysis เร็วที่สุด ระดับ salicylate และความเป็นกรดในเลือดอาจเปลี่ยนแปลงไม่ทันกับอาการผู้ป่วย ฉะนั้นหากมีอาการรุนแรงตัดสินใจการรักษาด้วยอาการอย่ารอผลแลป บางคนเคยท่องข้อบ่งชี้การทำ hemodialysis จำเพียงว่าระดับ serum salicylate มากกว่า 90 mg/dL ซึ่งไม่ผิด...แต่ไม่ครบถ้วนในข้อบ่งชี้มีข้อแรกคือ การมีอาการรุนแรงจากพิษ salicylate เช่น altered mental status, seizures, cardiovascular instability, hyperthermia
การแปลผลระดับ salicylate ต้องดูข้อมูลอื่นๆ ร่วมด้วยเช่น หากเจาะตรวจแล้วระดับ serum salicylate ลดลงแต่เลือดเป็นกรดมากขึ้น มี lactic acidosis มากขึ้น หรือผู้ป่วยซึมลง อาจแปลได้ว่า salicylate ไปอยู่ในเนื้อเยื่อและก่อการบาดเจ็บต่อเซลล์แล้ว มากกว่าที่แปลว่าร่างกายขับสารออกจากร่างกายแล้ว
.
ข้อบ่งชี้ในการทำ hemodialysis เพื่อขับสาร salicylate ออกจากร่างกายได้แก่
1. มีอาการรุนแรงจากพิษ salicylate
- Persistent Central Nervous System disturbances: ชัก ซึม สับสน โคม่า
- Cardiovascular instability
- Severe acid–base or electrolyte imbalance
- Hyperthermia
- Acute Respiratory Distress Syndrome
2. หากไม่มีอาการจึงประเมินตาม Salicylate concentration; acute >90 mg/dL, chronic > 60mg/dL (ตัวเลขบาง reference อาจแตกต่างกันเล็กน้อย)
3. มีภาวะ volume overload ทำให้ hydration และ alkalinize urine ไม่ได้ เช่น ผู้ป่วย ESRD, Congestive heart failure
นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ป่วยที่มี rebound salicylate level และอาการของผู้ป่วย หลังจาก hemodialysis ไป 6-8 ชม.แล้ว ฉะนั้นหลังทำ hemodialysis ยังคงต้องมีติดตาม อาการของผู้ป่วย ระดับความเป็นกรดด่าง เกลือแร่ และระดับ salicylate
.
การหยิบผิดป้องกันได้กรุณาเก็บขวดสารที่กินไม่ได้แยกห่างจากที่เก็บเครื่องดื่มอาหารและห่างมือเด็ก พร้อมทั้งทำฉลากให้ชัดเจน
.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
Paper เกี่ยวกับการรีวิวผู้เสียชีวิตจากภาวะพิษในสหรัฐอเมริกาแล้วประเมินว่าภาวะใดที่อาจป้องกันได้หากมีการพัฒนาการดูลรักษาพบว่า salicylate poisoning เป็นอันดับต้นๆของ preventable poisoning deaths
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/26998958/
.
สรุปข้อมูล salicylate poisoning
https://emcrit.org/ibcc/salicylates/
https://emedicine.medscape.com/article/1009987-overview
.
ปล. คำว่า​ full recovery ฟังกี่ทีก็ฟิน ^^
.
รวบรวมข้อมูลทางวิชาการโดย F1Turk
เพิ่มเติมโดยแอดมินผู้อดนอน

ช่วงนี้แนะนำทุกคนอยู่​ในห้องเปิดเครื่องฟอกอากาศ​ จำกัดการออกกลางแจ้ง​ให้น้อยที่สุด ​หากต้องออกมาใส่หน้ากาก​กันนะครับ. เช...
16/01/2021

ช่วงนี้แนะนำทุกคนอยู่​ในห้องเปิดเครื่องฟอกอากาศ​ จำกัดการออกกลางแจ้ง​ให้น้อยที่สุด ​หากต้องออกมาใส่หน้ากาก​กันนะครับ
.
เช้านี้หลายท่านแชร์​ค่า​ PM2.5 ค่าคุณภาพอากาศพร้อมภาพประกอบสถานที่ต่างๆแล้ว...รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังต่างประเทศ
.
.
ปล.​ หากออกมาเดินดุ่มๆนี่นะเจอนายพีระมิดเฮดไหมเนี่​ย (หยิบแป๊บน้ำ​กับมีดปาดเนยแพร๊ป)... อ่อไม่ใช่...นี่พี่จ่าเฉยตัวเดิม

ที่อยู่

Sukhothai Rd.
Bangkok
10400

เบอร์โทรศัพท์

+66 1367

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ramathibodi Poison Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Ramathibodi Poison Center:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

สาธุ...ขอบคุณครับ
👀คือ..ดิฉันอยู่ ตจว. ยังไม่สามารถไปพบคุณหมอที่ รพ.ได้ มีอาการป่วยเรื้อรังเป็นปี😭😭 อยากได้คำปรึกษาและคำแนะนำในเบื้องต้น ...พอจะมีคุณหมอใจดีให้แอดเป็นเพื่อนบ้างไหมคะ?
ก่อนคิดไปจีน เปลี่ยนอวัยวะ ควรทราบเรื่องนี้ครับ
เมื่อวานน้องอินเทินขึ้นเวรกันวันแรก ศูนย์พิษรามาทำสถิติใหม่ รับ consult 96 case ตกชั่วโมงละ 4 case ฮะ
ข้อมูลดี มีประโยชน์มากครับ คงต้องค่อยๆ อ่านไปทีละเรื่องเพราะข้อมูลเยอะมาก ขอบพระคุณผู้จัดทำครับ