Clicky

กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว

กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว (Division of Family Inst

เปิดเหมือนปกติ

30/03/2022

เดอะ คอนเวอร์เซชัน เว็บไซต์ข่าวของออสเตรเลีย รายงานว่าปัญหาสุขภาพจิตที่มีต้นตอจากการระบาดใหญ่ของ #COVID19 ในสหรัฐฯ เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายและต่อเนื่อง
.
รายงานอ้างอิงผลการศึกษาระดับชาติที่จัดทำโดยคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอสตัน เมื่อเดือนมีนาคม 2020 ซึ่งระบุว่าผู้ใหญ่สหรัฐฯ มากกว่า 1 ใน 5 มีแนวโน้มเผชิญภาวะซึมเศร้าในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทั้งปี 2020 และ 2021
.
การศึกษาดังกล่าวมุ่งประเมินสุขภาพจิตและสินทรัพย์ พบผู้ใหญ่ชาวอเมริกันร้อยละ 27.8 มีภาวะซึมเศร้า อาทิ หมดความสนใจในกิจกรรมต่าง ๆ หรือรู้สึกท้อแท้หรือสิ้นหวัง โดยตัวเลขนี้สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ภาวะซึมเศร้าก่อนเกิดโรคระบาดใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ที่เพียงร้อยละ 8.5 ถึง 3 เท่า
.
สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคืออัตราภาวะซึมเศร้ายังคงสูง แม้การติดเชื้อและการเสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง หลังเกิดโรคระบาดใหญ่ครบปี โดยอัตราของผู้ใหญ่ที่มีภาวะซึมเศร้าเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 32.8 ในเดือนเมษายน 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเริ่มฉีดวัคซีนและแพทย์มองหาวิธีใหม่ ๆ ในการรักษาโรคโควิด-19 แล้ว
.
“สิ่งเลวร้ายกว่านั้นคือตัวเลขที่สูงขึ้นในปี 2021 นับรวมร้อยละ 20.3 ของผู้ที่เคยมีภาวะซึมเศร้าทั้งในเดือนเมษายน 2020 และ 2021 ซึ่งชี้ว่าสุขภาพจิตที่ย่ำแย่จากโรคระบาดใหญ่นั้นเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายและต่อเนื่อง” รายงานระบุ

ทั้งนี้ รายงานทิ้งท้ายว่าชาวอเมริกันเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เกือบ 1 ล้านคน และเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเกือบ 5 ล้านคน ซึ่งผลกระทบจากโรคระบาดใหญ่ต่อสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ไม่เคยเผชิญมาก่อน
.
ข้อมูล : xinhua #ThaiPBS

30/03/2022

“หนทางสู่รักแท้มันซับซ้อน ยิ่งหนทางลำบากเท่าไหร่ เรื่องราวมันยิ่งวิเศษมากเท่านั้น”

ความรักของ ‘สวีทตี้’ ยากลำบากเพราะ ‘รัก’ ของเธอไม่เป็นไปตามสูตรที่สังคมกำหนดไว้ว่า ชายต้องคู่กับหญิงเท่านั้น ความรักระหว่างเพศเดียวกันไม่ใช่เรื่องจริง เป็นได้เพียงเรื่องตลกชวนเรียกเสียงหัวเราะเท่านั้น

สวีทตี้เป็นตัวละครเอกจากภาพยนตร์เรื่อง Ek Ladki Ko Dekha Toh Aisa Laga หนังรัก LGBTQ+ จากอินเดีย เล่าเรื่องราวของสวีทตี้ที่กำลังเผชิญกับความกดดันจากครอบครัวที่อยากให้แต่งงาน พร้อมกับต้องรักษาความลับที่เธอไม่สามารถบอกใครได้ นั่นคือเธอรักผู้หญิง

‘บาลบีร์’ พ่อของสวีทตี้ เขาเป็นคุณพ่อประเภทที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกมีความสุข แต่บางครั้งสภาพแวดล้อมและสังคมที่โตมาก็หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนทำร้ายความรู้สึกลูกเช่นกัน

แม้ตอนแรกที่รู้ความลับลูก บาลบีร์แสดงออกว่ารับไม่ได้ แต่พอได้ตั้งสติและคิดทบทวน ทำให้บาลบีร์รู้ว่า เขายังอยากเป็นความสุขของลูกต่อไป ด้วยการยอมรับสิ่งที่ลูกเป็น

“พ่อนึกว่าลูกจะเหมือนแม่ แต่ลูกเหมือนพ่อต่างหาก เพราะพ่อก็ชอบผู้หญิงเหมือนกัน”

แน่นอนว่าการได้รับการยอมรับจากครอบครัวเป็นหนึ่งในความสุขของลูก แต่การได้รับสิทธิที่มนุษย์คนหนึ่งควรมี จะยิ่งเพิ่มความสุขในการใช้ชีวิต อย่างเช่น การแต่งงานที่ถูกต้องตามกฏหมาย แม้ว่าการแต่งงานของเขาจะไม่ตรงตามกรอบที่สังคมกำหนดไว้

ประเด็นนี้ในสังคมไทยยังอยู่ในช่วงขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ปัดตกร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ฉบับที่ พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมที่เขียนโดยประชาชน เพื่อให้ทุกคนไม่ว่าเพศไหนก็มีสิทธิ์ที่จะกำหนดชีวิตคู่หรือสร้างครอบครัวอย่างถูกกฏหมาย

เหตุผลที่ครม.ปัดตกร่างดังกล่าว เพราะเห็นว่ามีความคล้ายคลึงกับพรบ.คู่ชีวิต พ.ศ. .... และร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมป.พ.พ. ที่ครม.มีมติเห็นชอบแล้ว และตอนนี้อยู่ในช่วงที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยกำลังศึกษาร่างพ.ร.บ. ดังกล่าว เพื่อเตรียมพร้อมนำเสนอเข้าที่ประชุมครม.ต่อไป

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้ความเห็นว่า ในพ.ร.บ.คู่ชีวิต ระบุให้ คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนเป็นเพียง ‘คู่ชีวิต’ เท่านั้น ไม่ใช่ ‘คู่สมรส’ ทำให้อาจไม่ได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายเท่ากับคู่สมรสชายหญิง

เชื่อว่าสังคมไม่ใช่สิ่งที่มีสถานะเป็นของแข็ง แต่เป็นสิ่งที่พร้อมยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยน และ โอบรับความหลากหลายของมนุษย์บนโลกนี้ คงเป็นหน้าที่ของคนบางส่วนที่ต้องวิ่งตามให้ทัน

อ่าน ‘รักก็คือรัก รักจะเป็นอาชญากรรมได้อย่างไร’ Ek Ladki Ko Dekha Toh Aisa Laga https://mappalearning.co/ek-ladki-ko/

เรื่อง : เพ็ญสินี ธิติธรรมรักษา
ภาพ : กรกนก สุเทศ

อ้างอิง
https://www.facebook.com/276483199710024/posts/948116735879997/?d=n

#mappa #LearningHappensEverywhere #ทุกพิกัดคือการเรียนรู้

30/03/2022

#เด็กติดเกมกับตัวช่วยใหม่

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์ที่น่าสนใจสำหรับพ่อแม่ค่ะ

ตอนนี้เด็กติดเกมเป็นปัญหาที่น่ากังวลจริงๆ

“ศิริราชจับมือกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พัฒนา “แชทบอท เพื่อให้คำแนะนำปัญหาการติดเกม”

ขอเชิญชวนพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ ผู้ที่ทำงานด้านเด็กและวัยรุ่น ที่ต้องการปรึกษาปัญหาการเล่นเกมของเด็กและวัยรุ่น เข้ามาใช้งานแชทบอท “ติ๊กต็อก”

โดยท่านจะได้รับคำแนะนำและวิธีการที่นำไปใช้ได้จริง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวผ่านการพัฒนาจากทีมผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
นอกจากนั้นแล้ว หากมีปัญหาไหนที่บอทยังตอบไม่ได้ ยังมีนักจิตวิทยาตัวจริงพร้อมให้คำแนะนำทุกท่านอยู่อีกด้วย

ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันตามลิงค์นี้ หรือสแกน QR code ในโปสเตอร์กันได้เลย”

https://lin.ee/6x9YWY6

30/03/2022

ใจดี แต่ไม่ใจอ่อน
ในวันที่ลูกงอแงนอกบ้าน
.
หลักการรับมือกับลูก เมื่อลูกโวยวายหรือร้องไห้อยากได้ในสิ่งที่เราให้ไม่ได้หรือทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมเวลาอยู่นอกบ้าน
.
ขั้นที่ 1 พ่อแม่ยืนหยัดชัดเจน
.
พ่อแม่ยืนยันชัดเจนว่า “ทำไม่ได้หรือให้ไม่ได้เพราะอะไร?”
เช่น
ของเล่นชิ้นนี่แพงเกินไป
ของเล่นชิ้นนี้มีที่บ้านแล้ว
.
จากนั้นบอกให้ชัดเจนถึงทางเลือกที่ลูกมี เพื่อให้ลูกรูว่า “สิ่งใดที่เขาทำได้บ้าง”
เช่น
เงินที่ลูกมีวันนี้ซื้ออะไรได้บ้าง (บอกถึงข้อจำกัดที่ลูกมี)
เรามาซื้อหรือมาทำอะไรวันนี้ (บอกเป้าหมายที่ชัดเจน)
.
***
.
ขั้นที่ 2 ใจดี แต่ไม่ใจอ่อน
.
เมื่อยืนหยัดแล้ว ลูกไม่ฟัง ลงไปร้องไห้ อาละวาด
หากเป็นที่ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร หรือ ที่สาธารณะ เราควรพาลูกออกมาหามุมสงบ (จูงมือพาเดิน/อุ้มออกมา) อาจจะเป็นนอกร้านหรือนอกห้าง ซึ่งเป็นมุมที่ไม่มีคนผ่านไปผ่านมา
.
สาเหตุหลักที่ควรพาลูกออกมา คือ
(1) เพื่อให้เขาไม่เป็นจุดสนใจของคนอื่น เพราะสำหรับเด็กแล้ว ยิ่งคนสนใจ ยิ่งมุง อารมณ์ยิ่งมากขึ้น ยิ่งร้องหนักขึ้น
(2) เพื่อตัดสิ่งเร้าออกไป เช่น ของเล่นที่เขาอยากได้ หรือ สิ่งที่เขาต้องการแล้ววันนี้เขาไม่ได้
(3) เพื่อไม่เป็นการทำให้ลูกอับอาย ในเมื่อเขาไม่พร้อม ผู้ใหญ่ก็แค่พาเขาออกมา
(4) เพื่อสอนเขาว่าเราจะไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
ด้วยเสียงร้องที่รบกวนของเรา
.
***
.
ขั้นที่ 3 รอเด็กสงบ
.
เมื่อพาเขาออกมาที่มุมสงบกับเรา บอกเขาชัดเจนว่า
“พ่อ/แม่รู้ว่าลูกไม่พอใจ แต่เราอาละวาดแบบนั้นไม่ได้ พ่อแม่จึงต้องพาออกมา เมื่อลูกพร้อมฟัง เราจะคุยกัน”
เมื่ออยู่ในมุมสงบ ถ้าเป็นเด็กเล็ก แล้วเขายินดีให้เรากอด เราสามารถกอดเขาได้
แต่ถ้าเด็กดิ้น เรานั่งลงข้างๆ ดูแลความปลอดภัย แล้วรอเขาสงบ
.
***
.
ขั้นที่ 4 เมื่อเด็กสงบและพร้อมฟัง
.
เมื่อเด็กเริ่มสงบ ให้เราบอกเขาว่า “เรามานับ 1-5 หรือ 1-10 พร้อมพ่อ/แม่นะ”
แล้วให้เขานับพร้อมเราช้าๆ
จากนั้นจึงคุยกับเขาว่า “เมื่อกี้ หนูไม่ควรทำเช่นนั้น” หรือ “ของที่หนูอยากได้ วันนี้เราจะไม่ซื้อมัน เพราะ...”
คุยกับเขา แล้วสอนเขาว่า เขาควรทำอย่างไร เช่น
“หนูควรรอ”
“เรามีของเล่นที่บ้านเยอะแล้ว ถ้าหนูยังอยากได้ เราควรเก็บเงินมาซื้อกันใหม่”
.
สำหรับเด็กเล็กที่ยังไม่พูดสื่อสาร (ต่ำว่า 2 ปี) แค่เพียงเราอุ้มเขาออกมาจากสถานที่เกิดเหตุ กอดเขา รอเขาสงบ เมื่อสงบ บอกเขาดีๆ ว่า “อะไรได้หรือไม่ได้” แล้วพาเขาไปทำอย่างอื่นได้ต่อหากเขาพร้อมจะทำ ถ้าไม่พร้อมควรพาเด็กกลับบ้าน เราจะไม่ปล่อยรอจนยืดเยื้อในกรณีที่เด็กไม่เข้าใจและไม่พร้อมสงบลงแม้จะเวลาจะผ่านไปนานกว่า 15-20 นาที
.
***
.
ขั้นที่ 5 ในกรณีที่เด็กไม่พร้อมจะทำกิจกรรมต่อ วันนั้นเราควรพาเขากลับบ้านก่อน
.
นอกจากนี้ เราควรทำข้อตกลงกับลูกก่อนออกจากบ้านว่า “ถ้าวันนี้หนูงอแง วิ่งไม่รอพ่อแม่ หรือ ทำอะไรที่ไม่เหมาะสม เตือนถึงสองครั้งไม่ฟัง เราจะกลับบ้านทันที แล้วจะงดมาห้างสักระยะหนึ่ง เพราะหนูไม่พร้อมจะควบคุมตัวเองเมื่อมาห้าง”
.
***ข้อนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละครอบครัวจะตกลงกับลูก เพื่อให้เขาเรียนรู้ว่า “ถ้าหนูเลือกจะไม่ควบคุมตัวเอง” แปลว่า “หนูยังไม่พร้อมและไม่ควรมาที่นี่”
.
ที่สำคัญในเด็กวัย 3 ปีขึ้นไป ก่อนจะออกนอกบ้าน เราควรบอกลูกเสมอว่า...
“เราจะไปไหนกันวันนี้” (บอกเป้าหมายให้ชัดเจน)
“เราจะไปทำอะไรบ้าง” (บอกสิ่งที่ทำได้)
“ถ้าลูกอยากได้อะไร พ่อแม่ให้งบหนูกี่บาท (10 บาท 20 บาท แล้วแต่เรา)” (บอกข้อจำกัด)
“ถ้าลูกอยากได้อะไร งบที่เรามีถ้าไม่พอซื้อ ให้เอากลับมาสะสมใส่กระปุกก่อน ไว้เงินพอค่อยซื้อสิ่งนั้น”
หรือ (บอกทางเลือก)
“ถ้าลูกไม่ซื้ออะไรเลย เงินที่พ่อแม่ให้ในวันนั้นนั้นสามารถเอากลับมาเก็บใส่กระปุกเพื่อครั้งหน้าสามารถรวมกับเงินก้อนใหม่ที่พ่อแม่จะให้ แล้วไปซื้อของที่อยากได้ได้”
.
สำหรับเด็กปฐมวัย เขายังไม่ได้พัฒนาสมองส่วนเหตุและผลอย่างเต็มที่ (คิดก่อนทำ แยกแยะถูก/ผิด เหมาะสม/ไม่เหมาะสม) ทำให้ความสามารถการควบคุมตัวเองของเขายังมีน้อยเมื่อเทียบกับเด็กโต
.
อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์จริงที่เขาเผชิญจะทำให้เขาพัฒนาทักษะดังกล่าวขึ้นมา ผู้ใหญ่ควรสอนเขาเมื่อเขาพร้อมฟัง และอธิบายเขาให้ชัดเจนว่า ทำไมไม่ได้ หรือ ได้ด้วยเหตุผล เด็กจะพัฒนาส่วนนี้ขึ้นมาได้อย่างดี
.
**********
.
ในวันนี้ที่เด็กยังควบคุมตัวเองไม่ได้ ผู้ใหญ่ควรมั่นคงและสอนเขาด้วยความสงบ เราไม่จำเป็นต้องโมโหโวยวายไปตามเสียงร้องไห้ของเขา แต่เราควรจริงจังกับสิ่งที่เราพูดและทำให้เขาดู พูดคำไหนคำนั้นเสมอ ถ้าไม่ได้คือไม่ได้ เราจะไม่ปล่อยให้เขาทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมต่อไป
.
เคล็ดลับในการสอนเด็กปฐมวัย จึงไม่ใช่การพูดสอนทันที แต่สอนโดยทำให้ดู และเข้าไปถึงตัวเด็กทันทีเมื่อเขาทำไม่เหมาะสม พาเขาออกมา รอเขาสงบ แล้วจึงสอนเขา
.
แม้บางบ้านจะมีกำลังทรัพย์ซื้อให้ลูกได้ทุกอย่าง แต่เราไม่ควรซื้อทุกอย่างให้เขา เพราะเด็กควรเรียนรู้ว่า แม้เขาจะอยากได้ แต่เขาไม่จำเป็นต้องได้ทุกอย่าง และได้ทุกครั้งที่ร้องขอ เขาควรเรียนรู้ความพยายามและการอดทนรอคอย และที่สำคัญที่สุด เรียนรู้ที่จะผิดหวังบ้าง
.
เพื่อสักวัน เมื่อเขาโตไป ในวันที่เราไม่ได้อยู่ข้างๆ เขาตลอดเวลา
แม้เขาจะไม่สมหวังกับบางสิ่ง ไม่ได้มาซึ่งบางอย่าง เขาจะไม่เป็นไร
.
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา

30/03/2022

“เกิดสงครามพันครั้ง เด็กก็ยังสวยงาม” ไม่จริงมั้ง
สงครามที่ไหนก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าสงครามที่รัสเซียบุกจะเข้าครอบครองยูเครน หรือสงครามในรูปแบบอื่นๆ สิ่งที่แสดงออกคือ ความรุนแรง แม้แต่สงครามน้ำลาย สงครามน้ำหมึก สงครามศาสนา และสงครามในนามของความรัก รวมถึงภาวะความรุนแรงที่พลั้งเผลอให้เกิดขึ้นในบ้าน (ที่อาจเรียกได้ว่า เป็นสงครามในสนามที่เล็กที่สุดของชีวิตประจำวัน)

มาคุยกันให้เข้าใจได้ง่ายๆ จากรายงานของสหประชาชาติว่า เด็กที่มีความเครียดมากเกิน ส่งผลเสียต่อสมอง ที่มีวงจรเซลล์ประสาทรับผิดชอบทำงานต่างๆอยู่ถึง 253 หน้าที่ และก่อตัวใหม่ในทุกวินาทีๆละหลายร้อยเซลล์ในสมองเล็กๆอย่างไร

เซลล์สมองที่ถูกกระตุ้นจนเครียดดดดด ส่งผลต่อร่างกาย พฤติกรรม การเรียนรู้ ความสำเร็จ ความสุขและสุขภาพตลอดชีวิตอย่างไร
👉🏻เช็คสภาพบ้าน แค่ไหนที่เรียกว่า “เครียด” แล้วนะ เครียดเรื้อรัง เครียดไม่รู้ตัว
👉🏻แลกเปลี่ยนถึงกิจกรรมง่ายๆ ทะลายด่านความเครียด ทำได้ทุกวัน
กับย่าน้อย น้องหลุยส์และผองเพื่อนในวงคุย
วันพุธนี้ สองทุ่มครึ่งถึงสามทุ่มโดยประมาณ
แล้วเจอกันค่า :)
#เพราะเรา_รักลูก

Photos from สารพันปัญหาการเลี้ยงลูก's post
30/03/2022

Photos from สารพันปัญหาการเลี้ยงลูก's post

30/03/2022

#เพราะกลัวพ่อแม่จะผิดหวัง

คุณแม่ท่านหนึ่งส่งข้อความมาถึงเพจเมื่อวาน

หมอคิดว่าคงมีพ่อแม่หลายคนที่กำลังลุ้นผลสอบต่างๆ ของลูกอยู่ จึงนำมาสู่การเขียนบทความในวันนี้ค่ะ

.

จริงๆ แล้วความสมหวังหรือผิดหวังนั้นเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ความสมหวังเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากพบเจอ ตรงกันข้ามกับความผิดหวัง แต่ก็ต้องเจอเช่นกัน

.

จริงๆ แล้วเราเจอความผิดหวังกันตั้งแต่เด็ก

ความผิดหวังของเด็ก หนีไม่พ้นเรื่องเล็กๆน้อยๆ

อย่างไม่ได้ของเล่นที่อยากได้ ฯลฯ

พอโตขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นความผิดหวังเรื่องเรียน การสอบ ความรัก ฯลฯ

.

เป็นธรรมดาที่เด็กๆ และพ่อแม่ต้องปรับตัว พร้อมรับกับความผิดหวังที่เข้ามาในวันหนึ่ง

สิ่งที่สำคัญมากก็คือ พ่อแม่และคนใกล้ชิดของเด็ก จะตอบสนองตั้งรับกับความผิดหวังของเด็กอย่างไร

ปฏิกริยาของพ่อแม่มีอิทธิพลกับเด็กมากเกินกว่าที่พ่อแม่จะรู้ตัว

.

อยากแชร์ฟังเกี่ยวกับความผิดหวังเรื่องการสอบเข้า ม.4 ของตัวเอง

หมอเองก็ตอนเรียนจบม.3 สอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดม แต่ปรากฎว่าสอบไม่ได้ ตอนนั้นหมอก็ออกจะผิดหวัง

แต่เพราะว่าคนรอบข้างเข้าใจดี

คุณพ่อที่ไปดูผลสอบด้วยกัน พาหมอไปดูหนังต่อในโรงแถวสยาม พ่อไม่ได้ตำหนิ หรือแม้แต่ถามว่าทำไมสอบไม่ได้

ความผิดหวังคราวนั้นกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ผ่านผ่านไป

หมอเรียนต่อในโรงเรียนเดิม มีความสุขและรู้สึกรักโรงเรียนมากขึ้น (เพราะเป็นโรงเรียนที่ไม่ได้ตัดโอกาสเด็ก ให้เด็กไปลองสอบได้ ไม่ต้องลาออกก่อน หรือให้วันสอบตรงกับวันมอบตัวม.4)

.

ในกรณีที่ผิดหวังในการสอบ พ่อแม่และผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด จะมีส่วนอย่างมากที่จะทำให้เด็กๆ โอเคขึ้น

เวลาที่ลูกๆ ผิดหวัง สำคัญคือเข้าใจยอมรับในความรู้สึกของลูกที่เศร้า และผิดหวัง

ไม่ต้องไปบอกว่า ไม่เห็นเป็นอะไร เรื่องแค่นี้

แค่ทำให้เค้ารู้ว่า เราเข้าใจความรู้สึกเขาขณะนั้น และเราก็จะอยู่ข้างๆ พวกเราจะผ่านมันไปด้วยกัน

.

ว่าด้วยเรื่องของความผิดหวังการสอบ หมอคิดว่าเป็นธรรมดา ผลลัพธ์อาจไม่ได้บ่งบอกตัวเราทั้งหมด

เด็กหลายคนตั้งใจมาก แต่มีหลายๆ ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ (เช่น กาคำตอบผิด คนอื่นทำได้มากกว่าเรา ข้อที่มั่วดันเดาผิดหมด ฯลฯ)

ความผิดหวังในการสอบอาจจะทำให้ทางเดินชีวิตของเราขรุขระไปบ้าง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะไปต่อไม่ได้

.

พ่อแม่ต้องเข้าใจเรื่องนี้ก่อน รับรองว่าเด็กๆ จะโอเคขึ้นแม้จะผิดหวัง

น้ำตาและความเจ็บปวดจากความผิดหวังจะเป็นบทเรียนบนเส้นทางชีวิต ที่ทำให้เรามีภูมิต้านทาน พร้อมที่จะรับมือกับความผิดหวังในอนาคต

ซึ่งเมื่อเป็นผู้ใหญ่ แน่นอนว่า เราต้องพบกับเรื่องที่เป็นอุปสรรคในชีวิตอีกมากมาย ความผิดหวังเรื่องเรียน กลายเป็นอะไรที่ ‘เด็กๆ’ ไปเลย

ขอบคุณความสมหวัง โอบกอดความผิดหวัง ทุกเรื่องคือส่วนหนึ่งของชีวิต มันทำให้เราได้เรียนรู้ และผ่านพ้นไปได้

ขอให้กำลังใจคุณแม่ที่ส่งคำถามมา และพ่อแม่ท่านอื่นๆ รวมถึงเด็กๆ ที่อาจลุ้นผลสอบอยู่

#หมอมินบานเย็น

Gita เป็นหุ่นยนต์ขนสัมภาระจากผู้ผลิตยานพาหนะในประเทศอิตาลี ได้เปิดตัวและให้บริการเชิงพาณิชย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะม...
29/03/2022
Gita หุ่นยนต์ขนสัมภาระ ช่วยเหลือผู้สูงอายุในอังกฤษ

Gita เป็นหุ่นยนต์ขนสัมภาระจากผู้ผลิตยานพาหนะในประเทศอิตาลี ได้เปิดตัวและให้บริการเชิงพาณิชย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะมีรูปทรงกระทัดรัด บรรทุกสิ่งของได้จำนวนมาก และมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยล่าสุดหุ่นยนต์ Gita ได้ถูกนำมาทดสอบการใช้งานเพื่อช่วยดูแลผู้สูงอายุในประเทศอังกฤษ
. . . . .
ในภาษาอิตาลี Gita หมายถึงการเดินทางระยะสั้น และได้กลายเป็นชื่อของหุ่นยนต์ที่มีลักษณะคล้ายกระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก มีล้อ 2 ล้อช่วยในการขับเคลื่อน และที่สำคัญมีเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าที่ช่วยให้หุ่นยนต์เดินตามเจ้าของได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะพลัดหลงกัน หรือหายไปจากระยะสายตา
. . . . .
หุ่นยนต์ Gita ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Piaggio Fast Forward ผู้ผลิตจากประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกับผู้ผลิตรถสกู๊ตเตอร์เวสป้า (Vespa) โดยหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายกระเป๋าเดินทาง ขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อนี้ นอกจากจะป็นที่เก็บสัมภาระสิ่งของแล้ว ยังเปลี่ยนเป็นเก้าอี้สำหรับนั่งได้ด้วย
. . . . .
ภายในตัวหุ่นยนต์จะมีการติดตั้งระบบเซนเซอร์ และใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้า (Face Recognition) สำหรับใช้ติดตามเจ้าของ นอกจากนี้ ช่องเก็บของในตัวหุ่นยนต์ยังสามารถบรรจุน้ำหนักได้มากถึง 40 ปอนด์ (18 กิโลกรัม) ใช้งานได้ต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง และวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง
. . . . .
หน่วยงานด้านนวัตกรรมจากเมืองนิวคาสเซิล ในประเทศอังกฤษ หรือ National Innovation Centre for Ageing (NICA) จึงได้นำความสามารถของหุ่นยนต์ Gita มาทดสอบการทำงานเพื่อช่วยดูแลผู้สูงอายุให้สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะการไปเดินออกกำลังกาย หรือเดินซื้อของนอกบ้าน เพราะหุ่นยนต์จะช่วยเก็บสัมภาระต่าง ๆ และเปลี่ยนเป็นที่นั่งเมื่อผู้สูงอายุรู้สึกเมื่อยล้าจากการต้องเดินนาน ๆ
. . . . .
#นวัตกรรม #เทคโนโลยี #ผู้สูงวัย #ผู้สูงอายุ #คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

Gita หุ่นยนต์ขนสัมภาระสัญชาติอิตาลี ได้ถูกนำมาทดสอบเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุในเมืองนิวคาสเซิล ประเ.....

29/03/2022

#แม่ที่ฉันไม่อยากคุยด้วย

"แม่รู้ไหมว่าวันนี้หนูต้องใช้ความกล้าแค่ไหนที่จะบอกแม่ตรง ๆ แม่รู้ไหมว่าหนูต้องใช้ความกล้าเวลาคุยกับแม่ มากกว่าตอนไปไนต์คลับเพื่อจะถูกย้าย รร ซะอีก
.
แม่คือคนแบบนั้น
.
แม่
.
คนที่หนูไม่อยากคุยด้วย" - นาฮีโด จากเรื่อง Twenty Five Twenty One



คุณอาจไม่จำเป็นต้องดูซีรี่เรื่องนี้เพื่อเข้าใจ 'ประโยค' ที่หญิงสาววัยรุ่นอายุ 18 คนหนึ่งรวบรวมความกล้ามาพูดเรื่องของ 'ความฝัน' และ 'สิ่งที่เขาต้องการ' ในชีวิตจริง ๆ กับแม่ของเธอ ... แม่คนที่เธออาศัยอยู่ด้วย ตื่นมาเจอหน้า กลับบ้านเห็นหน้า แต่แม่คนเดียวกันนี้เป็นคนที่เธอเองไม่สามารถพูดคุยเรื่องราวในชีวิต ความคิด ความรู้สึกของตัวเธอให้ฟังได้ ...

คุณคงรู้สึกได้ถึงความอึดอัดของเด็กคนนี้

ทั้ง ๆ ที่แม่คนเดียวนี้เองคือ 'แม่เลี้ยงเดี่ยว' ที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวของเธอไปต่อได้ เธอทำงานหนัก เธอมีความเครียดในชีวิตจากการทำงานและสังคมที่เปลี่ยนแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ... และแน่นอน ... เธอเองไม่ได้มีเวลาให้ลูกนัก ดังนั้นบทสนทนาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จำกัดระหว่างกันจึงมักเป็นเพียงการตำหนิตีเตียนในเรื่องที่ไม่ดีของเธอ คำที่ตอกย้ำถึงความล้มเหลว ความไม่ได้เรื่องในชีวิต แม่คนนี้คือ #แม่คนที่ไม่มีรอยยิ้มให้เธอมากนัก แม่คนที่อยู่ใกล้แต่ดูเหมือนไกลกัน

ทั้งที่บทสนทนานี้ที่แสนเจ็บปวดเหล่านี้เกิดเพราะ #ความเป็นห่วงของแม่ที่มีต่อลูก อยากให้ลูกได้ดีกว่านี้ แม่คนที่แสดงออกถึงความรักความห่วงใยไม่เป็นคนนี้ก็เป็นคนเดียวที่เดินไปขอร้องครูให้ลูกได้ย้ายโรงเรียนเพื่อทำความความฝันของเธอ ...

ตัดภาพมาที่ชีวิตจริง

เราพบคุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่เป็นเช่นเดียวกับแม่ของ 'นาฮีโด' ... ครอบครัวที่รักและห่วงใยนะ แต่ไม่แสดงออก แต่กลับแสดงออกด้วยการตำหนิ ตีเตียน ด่าทอ ได้อย่างไม่ขัดเขินทั้งที่ทุกอย่างที่ทำนั้นทำให้ลูกเจ็บช้ำ ... ทำให้เด็กคนที่เคยพูดกับพ่อแม่ได้ทุกอย่างในวัยเด็กเล็ก กลับกลายเป็นคนที่ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากที่จะพูดในสิ่งที่เขาคิดและรู้สึกให้กับคนที่เป็นพ่อและแม่ของเขาได้ฟัง ... ในขณะที่เขารู้สึกสบายใจกว่ามากที่จะทำใน 'สิ่งไม่ดี' ในชีวิตมากกว่าการที่ต้องมาเผชิญหน้ากับพ่อแม่ที่บ้าน

เด็กวัยรุ่นหลายคนจึงไปออกไปอยู่ในที่ที่เขาไม่ต้องถูกตัดสิน ถูกดุว่าแทนการกลับบ้าน เมื่อเกิดปัญหาเขาก็จะไม่ปรึกษาพ่อแม่ แต่จะเบนเข็มไปปรึกษาเพื่อน รุ่นพี่ หรือแฟน (ถ้ามี) แทนซึ่งวัยวุฒิ-วิธีคิดอาจไม่ได้ตกตะกอนเหมือนผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์มากกว่า (ซึ่งก็ไม่ทั้งหมด) เด็กวัยรุ่นหลายคนจึงเริ่มมีปัญยหาในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการติดเพื่อนมากไม่กลับบ้าน ติดเกมส์ ถูกล่อลวงจากคนแปลกหน้าที่ให้ความสนใจ-คำพูดดีๆ กับเขา หรือกระทั่งไปยังเรื่องเพศและยาเสพติด ...

บ้านควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งร่างกายและอารมณ์ ... ผิดพลาดก็ทำใหม่ได้ ล้มแล้วมีคนอยู่ข้างให้เขาลุกและไปต่อได้ ทำได้ไม่เก่งก็มีกำลังใจและให้โอกาสให้ไปต่อ ยิ้มและหัวเราะไปกับลูกในวันที่ลูกมีความสุข ชมหน่อยในวันที่เขาทำได้ดี มีไหล่มีตักมีกอดอุ่น ๆ ให้พักในวันที่เขาเกิดปัญหา-เศร้า-เสียใจ มีข้าวปลาอาหารอร่อย ๆ ที่รอเขากลับบ้าน และที่สำคัญสำหรับเด็กที่โตขึ้นก็คือ #มีใครสักคนที่จะฟังเขาในแบบที่เขารู้สึกจริงๆ โดยไม่ต้องตัดสิน (ฟังก่อนสักพักเพื่อเข้าใจ แล้วค่อยว่ากัน) หรือบางครั้ง แค่มีคนนั่งทำกิจกรรมที่แต่ละคนชอบอยู่ข้าง ๆ กันเงียบ ๆ ก็มีความสุขแล้วแหละ

บ้านที่ไม่ร้อน
คนในบ้านก็ใจดี พูดจาดี ๆ ต่อกัน และอ่อนโยน
เป็นใครก็อยากจะกลับบ้านเนอะ

#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

ปล. สั่งหนังสือของหมอวินทั้ง 5 เล่มได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ หรือที่
อินบอกซ์ http://m.me/tamjaimorbooks
หรือ https://tamjaimorbooks.page365.net/
A. เลี้ยงลูกให้กินง่าย แก้ไขเด็กกินยาก * ((เล่มล่าสุด))
B. อย่าปล่อยให้พ่อแม่รังแกฉัน (การเลี้ยงลูกเชิงบวก)
C. เลี้ยงลูกทางสายกลาง (คู่มือการดูแลเด็กเล็ก)
D. เส้นทางสายนมแม่
E. เลี้ยงลูกให้ไกลโรค (ความรู้เรื่องสุขภาพ อาการ โรคและยาในเด็ก)

ที่อยู่

1034 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
Bangkok
10100

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6626596730

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองส่งเสริมสถาบันครอบครัวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

การระบาดของเชื้อไวรัส #โควิด-19 ทำให้ทุกครอบครัวต้องวางแผนการดำเนินชีวิตกันอย่างระมัดระวังขึ้น รวมถึงการดูแลเงินในกระเป๋าด้วย ขอแนะนำเคล็ดลับในการดูแลการเงินของครอบครัวในยามวิกฤตินี้ ขอบคุณข้อมูลจาก THE STANDARD #ไทยรู้สู้โควิด #HappinetClub
การสร้างความมั่นคงทางอารมณ์อยู่ที่ตนเป็นตนเองเป็นใครอย่างไร