กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว

กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว (Division of Family Institution Promotion)

เปิดเหมือนปกติ

ดีต่อลูก
31/10/2020

ดีต่อลูก

ลูกจะ "เลือกเก็บข้อความอะไรไปใช้"
มันก็เป็นเรื่องของลูก
แต่สิ่งที่สำคัญคือ ตัวพ่อแม่ "เราเขียนข้อความเหล่านั้นแปะไว้" ด้วยความรู้สึกอย่างไร ...

ข้อคิดดีๆ จากโครงการ Parenger (Parent as Changemaker)

#รวมฝูงพ่อแม่สร้างการเปลี่ยนแปลง
#Parenger
#ParentAsChangemaker
#ParentCanBeTheChange
#FlockLearning
#BlackBox
#สสส
#ดีต่อลูก

Let’s play more เล่นเปลี่ยนโลก
29/10/2020

Let’s play more เล่นเปลี่ยนโลก

"เด็กเปลี่ยน ครูเปลี่ยน"
จากเมื่อก่อนเด็กๆโรงเรียนบ้านหนองพะแนง ไม่ค่อยกล้าแสดงออกหรือแสดงความคิดเห็น แรงขับภายในไม่มี เราจึงสังเกตว่าเด็กอาจจะไม่มีความสุข เป็นโจทย์ให้เราคิดว่าอะไรคือความสุขของเด็ก คำตอบที่ได้คือ "การเล่น เล่นอิสระ "
เมื่อเด็กได้เล่น เขามีความสุข เราจะได้ยินเสียงของความสุขทุกเช้า ก่อนจะเข้าห้องเรียน เมื่อเด็กมีความสุขเขาจะเปิดรับการเรียนรู้ กล้าแสดงความคิดเห็น จดจำได้ดี คุณครูก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลง ครูจึงเปลี่ยนทัศนคติจากเมื่อก่อนรู้ว่าจะให้เด็กเล่นไปทำไม จนปัจจุบันครูหลายท่านเปิดใจเห็นความสำคัญในการเล่นของเด็กมากขึ้นและพร้อมที่จะสนับสนุนเด็กๆ #เล่นเปลี่ยนโลก

#letsplaymore
#เครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก
#เล่นในโรงเรียน

The Potential
29/10/2020

The Potential

"(คำพูดที่ว่า 'ที่ทำไปทั้งหมดนี้ก็เพื่อเธอนะ) เป็นสิ่งที่พ่อหรือแม่มักคิดเสมอแหละ แต่ประเด็นคือ เรากำลังเอาความดีของเราทั้งหมดไปให้ลูกแบก เหมือนกับว่าฉันทำมาทั้งหมดก็เพื่อเธอ เธอทำผิดพลาดไม่ได้นะ เธอหลุดจากความดีหรือความรักที่ฉันนิยามไว้ไม่ได้นะ เพราะฉันอุทิศทั้งหมดให้แก่เธอ แล้วมันทำให้เขาแบกมากเลย แล้วเวลาที่เขารู้สึกว่าเขากำลังทำบางอย่างที่ไม่ได้สอดคล้องกับความรักและความดีในนิยามของแม่เนี่ย เขารู้สึกว่าเขากำลังผิด เขากำลังทำบาป

"ฉะนั้นในความรัก พี่กลับมองว่าคนที่พูดแบบนี้เขาเห็นแก่ตัวกับลูกนะ เพราะเขาให้และทำทุกอย่างโดยที่หวังว่าลูกจะเห็นคุณค่าตรงนี้ ซึ่งสุดท้ายความรักที่เขาทำมาตั้งเยอะ มันกลายเป็นไม่มีคุณค่าหรือมันกลายเป็นไม่บริสุทธิ์ แล้วมันทำให้ลูกสงสัย พี่รู้สึกว่าคำพูดนี้มันหนักไปสำหรับคนที่เป็นเด็ก"

ยังมีคำพูดที่ดูเหมือนจะหวังดีแต่จริงๆ แล้วทำร้ายกันอีกหลายๆ คำ
อ่านต่อที่: https://thepotential.org/family/overprotective-parents-ep3/
หรือฟังรูปแบบพอดแคสต์: https://thepotential.org/podcasts/overprotective-parents/episodes-3/

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
29/10/2020

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

หลักเกณฑ์การจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด
จ่ายให้กับผู้มีสิทธิในโครงการ 600 บาท ต่อคน ต่อเดือน

เด็กแรกเกิดที่มาลงทะเบียนตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป เริ่มรับเงินในเดือนที่ลงทะเบียน ไม่ย้อนหลังให้ไปจนถึงเดือนที่เด็กเกิด

✅สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โทร. เบอร์ตรง 0 2651 6534, 0 2651 6920, 0 2651 6902 หรือ 0 2255 5850-7 ต่อ 121, 122, 123, 147, 152 (โปรดติดต่อตามวันเวลาราชการ)
✅ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวง พม. โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

เลี้ยงลูกตามใจหมอ
29/10/2020

เลี้ยงลูกตามใจหมอ

#ตบเด็กแล้วได้อะไร

โบราณ (ไม่) ได้กล่าวไว้ว่า "เลี้ยงวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ไม่ยืนเคารพธงชาติดี ๆ ก็ต้องตบ" 555 เอิ่ม ... ใช่เหรอ ... เพราะย้ำเสมอว่า ถ้าเราต้องตี-ตบ-กระทืบ หรือใช้ความรุนแรงเพื่อให้เด็กหรือใครคนใดคนหนึ่งทำตามในสิ่งที่เราต้องการ คนเราก็คงไม่ต่างอะไรกับวัว-ควาย และสัตว์เดียรัจฉานที่เราเลี้ยงเพื่อให้อยู่ในอาณัติเอาไว้ใช้งาน ...

ที่งงไปกว่านั้น คือ การไม่ยืนเคารพธงชาติ = ไม่รักชาติ ? ... แล้วการตบเด็กจะทำให้เด็กรู้สึกฮึกเหิมรักชาติ ว่าซั่น ! #ความรักเกิดได้จากการบังคับ ? แหม่ ... น่าจะต่อสายให้ป้าไปคุยกับพี่อ้อย-พี่ฉอดเหลือเกินว่า 'ความรักมันบังคับกันไม่ได้' และที่สำคัญ เขาอาจจะรักชาติแต่เผอิญยืนไม่ไหวก็ได้ ซึ่งตามข่าวบอกว่า เด็กปวดประจำเดือนอยู่ แต่ป้าก็บอกจากเด็กบอกว่า "เป็นสิทธิ" (ที่เขาจะไม่ยืน) ... (ซึ่งก็ถูกต้อง เพราะไม่ผิดกฎหมายข้อไหน) แต่คงไม่ถูกใจป้า ป้าเลยบันดาลโทสะจัดให้ 1 ฉาด ... อันนี้บอกเลยว่า ผิดกฎหมายแน่นอน ซึ่งป้าก็ไปไหว้สวย ออกสื่อที่ สน. แล้ว ณ จุด ๆ นี้ ...

ไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่ถูกใจเรา
อารยชนรู้ว่าต้องให้ปรับทัศนคติที่เราเอง
ไม่ใช่ ไปให้กำลังข่มขู่คนอื่นให้ทำตาม

การเลี้ยงลูกก็เช่นกัน ... ลูกไม่ได้ดั่งใจ ต้อง #เลี้ยง และ #สอนสั่ง ด้วยวิธีที่ดี เพราะเด็กทุกคนย่อมเคยแหกคอก ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ สิ่งที่เด็กต้องการให้เราปลูกฝังก็คือ #ระเบียบวินัย (Discipline) และ #ขอบเขต (Limits) ผ่านการเลี้ยงลูกเชิงบวก ให้คล้อยตาม เห็นด้วยว่าควรทำและต้องทำผ่านผลของการกระทำและกฎของบ้าน ... ห้ามให้น้อย ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และพูดกันดี ๆ ... ไม่ใช่การใช้กำลัง ...

การลงโทษด้วยการทำโทษทางร่างกาย (Physical Punishment) รวมถึงทางวาจา ... การศึกษามีเป็นหมื่น ๆ ชิ้นว่ารังแต่จะส่งผลเสียให้กับลูกทั้งในระยะสั้นและยาว ไว่าจะเป็นเรื่องของการเรียน อารมณ์ โรคทางจิตเวช-อารมณ์ และพฤติกรรมชั่วอีกมาก ... แปลง่าย ๆ ว่า ทำชั่ว พ่อแม่ยิ่งตี ลูกอาจยิ่งชั่วกว่าเดิม แถมยิ่งทำให้ลูกรู้สึกไร้ค่า ลดทอนความมั่นใจในตัวเอง ลดทอนคุณค่าของความเป็นคน และปลูกฝังความรุนแรงให้เด็กอีกด้วย ...

ที่จีน ... ครูแจ้งแม่ว่าลูกเล่นไพ่ ... แม่ตามไปด่าถึงที่ รร. จบลงที่ลูกกระโดดตึกฆ่าตัวตายทันทีที่แม่หันหลังกลับไป ... ที่ไทย ... ตีลูก ด่าลูก ทารุณลูก จนเด็กเติบโตมาเป็นโรคซึมเศร้า ฆ่าตัวตายเพราะปมในวัยเด็กไปแล้วเท่าไร ... ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครใส่ใจ แต่พอคนที่เติบโตมามีหน้าที่การงานที่ดีหน่อย เลี้ยงชีพได้ พูดว่า "ที่ได้ดีในวันนี้ เพราะไม้เรียวในวันนั้น" ... แล้วส่งต่อความรุนแรงสู่รุ่นต่อไป ... คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า ลูกจะได้ดีเหมือนคุณ (อย่างที่คุณพูด) หรือโดดตึกตายเหมือนเด็กจีนคนนั้นและคนไทยอีกหลายคน ?

ยิ่งตี ลูกจะคิดว่า การตีคือเรื่องโอเค และเขาจะไปตีคนอื่นต่อ ตอนเขาไม่พอใจ ถ้ามีคนถามเกี่ยวกับข่าวนี้ว่าป้าเติบโตมาอย่างไร เราก็ยากจะบอกได้ เพราะไม่ใช่คนในครอบครัวเขาเนอะ แต่ก็พอเดา ๆ ได้แหละ หรือเดาไม่ได้นะ แล้วแต่คนจะคิดกันไป

เพราะถ้าอิงตามการศึกษาวิจัยคงตอบกลับไปได้ว่า "ถ้าโตมาแบบที่พ่อแม่เลี้ยงดี ไม่ต้องตบ ไม่ต้องตีกัน คุณคงได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง" ... อย่างน้อยก็จะรู้ว่า #ไม่ตีก็ดีได้ นี่นา แล้วทำไมเราต้องตีลูกให้เจ็บมือ เจ็บตัว และบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างกันด้วยล่ะ

บางคนไม่ตีเปล่านะ ใช้คำว่า "ตีโชว์" ต่อหน้าคนอื่นอีก ... นอกจากเจ็บตัวแล้ว ยัง 'ประจาน' ลูกต่อหน้าคนอื่นให้อับอายอีก ถือเป็นการบุลลี่อีกอย่างหนึ่งด้วยนะจ๊ะ ...

จากข่าวนี้คิดถึงข่าวสักปีก่อน ที่มี 'มนุษย์ป้า' ไปตบเด็กที่ รร. แห่งหนึ่งที่ถูกเตือนว่าเสียงดังแล้วตรงปรี่เข้าไปตบเด็ก นร. ชายคนหนึ่ง แล้วเด็กก็สวนกลับจับหัวโขกโต๊ะจนลงไปแน่นิ่งที่พื้นพร้อมกับเท้าสะเอวชี้ด่ากลับไปว่า "มึงมาตบกูทำไม" ... ดีนะ ป้าไม่ตุยไปก่อน ... เราอยากให้สังคมไทยเป็นแบบนี้น่ะหรือ ... ถามจริง ๆ

ตอบคำถามที่จั่วหัวไว้ว่า "ตบเด็กแล้วได้อะไร ?" ... ตอบตรงนี้ คือ ได้ไป สน. จ่ายค่าปรับแน่นอนจ้ะ ที่เหลือไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นมาเลย ว่าไหมครับ ... เอาจริง ๆ ถ้าเด็กจะเต้น K-Pop คลอไปกับเพลงชาติ เด็กก็ไม่ได้ผิดกฎหมายข้อไหนนะครับ (ถ้าเต้นได้ ก็ถือว่ามีสกิลการเต้นสูงทีเดียว) เพียงแค่อาจดูแล้วไม่เหมาะสม และอาจไม่ถูกใจหลายคน แต่เราก็พูดคุยกันดี ๆ ได้แบบอารยชนเขาทำกัน

#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

เข็นเด็กขึ้นภูเขา
29/10/2020

เข็นเด็กขึ้นภูเขา

#คุยกับลูกเรื่องข่าวการกรีดแขน

เมื่อวานนี้มีข่าว สส.ท่านหนึ่ง ที่กรีดแขนในสภาขณะกำลังอภิปราย ขณะนั้นมีการถ่ายทอดสดอยู่ ภาพการกรีดแขนเผยแพร่ออกไป

ในการทำงานเป็นจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นในยุคนี้ คนไข้กลุ่มหนึ่งที่หมอพบบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ คือ คนไข้เด็กวัยรุ่นที่มาด้วยเรื่องการทำร้ายตัวเอง เช่น กรีดตัวเองเป็นแผล

จากที่ได้พูดคุยกับเพื่อนๆจิตแพทย์ด้วยกันก็พบว่า มีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทุกคนก็รู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพอสมควร

บทความนี้ไม่ต้องการมีเจตนาให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองใดๆ หรือตำหนิใคร เพียงต้องการสื่อสารถึงผู้ใหญ่ว่า ถ้ามีเด็กๆ มาถามหรือคุยกันเรื่องนี้ควรจะพูดอย่างไรดี

หมอจะพูดกว้างๆ เกี่ยวกับการทำร้ายตัวเอง การป้องกันและจัดการ เน้นการประยุกต์ใช้ให้มีประโยชน์โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเด็กและวัยรุ่น

ขอความร่วมมือทุกคนที่อ่านบทความ ไม่ออกความเห็นในเชิงลบ ไม่ตำหนิตัวบุคคล เรามาช่วยกันออกความเห็นที่สร้างสรรค์ดีกว่า

.

1. เรื่องของ การทำร้ายตัวเอง โดยเฉพาะในกลุ่มที่เราเป็นห่วงคือเด็กวัยรุ่น ซึ่งพบบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Adolescent Self Harm มีการระบุในเกณฑ์การวินิจฉัยโรคทางจิตเวชล่าสุด ถึง ภาวะทำร้ายตัวเองซึ่งอาจไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าตัวตาย ที่เรียกว่า NSSI หรือ Non Suicidal self injury

2. แม้เราจะทราบว่าบางคนไม่ได้มีเจตนาฆ่าตัวตาย แต่ว่าการที่มีภาวะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรง ก็จะเพิ่มความเสี่ยงของ Suicidal attempts หรือการฆ่าตัวตายในอนาคตได้ จึงควรให้ความสำคัญ เข้าใจถึงสาเหตุ นำไปสู่การป้องกันและแก้ไข

3. ชนิดของการทำร้ายตัวเองที่พบบ่อยตามลำดับได้แก่ ‘การกรีดตัวเอง’ (เดี๋ยวนี้เด็กมีลักษณะการกรีดตัวเองเป็นรูปภาพ เป็นชื่อคน และมีโชว์สอนการกรีดในยูทูบด้วย) ‘การทำไม่ให้แผลที่มีอยู่หาย เช่น แกะ เกาแผล’ ‘การเอาหัวกระแทกของแข็ง’ ‘การกัด’ ‘การข่วนตัวเอง’ ‘การตีตัวเอง’ ‘การวางยาพิษตัวเอง’ ‘การเผาตัวเอง’ฯลฯ

4. นอกจากการทำร้ายตัวเองที่จิตแพทย์พบเห็นกันในการตรวจคนไข้ ก็พบว่ายังมีการทำร้ายตัวเองที่เกิดขึ้นในสังคมแต่ยังไม่ได้มารับความช่วยเหลือมากมาย เสมือนยอดของภูเขาน้ำแข็ง มีฐานอันใหญ่ที่เรามองไม่เห็น ดังนั้น สิ่งที่สำคัญจำเป็นก็คือการที่สังคมมีความตระหนักถึงสาเหตุ ที่มาที่ไปของการทำร้ายตัวเอง มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกบุคคล

5. ปัจจัยภายในคือ Emotional dysregulation หรือการที่ไม่สามารถจัดการและระบายอารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม เช่น เด็กและวัยรุ่นที่มีความอ่อนไหวสูง ไวต่อสิ่งเร้าและการเปลี่ยนแปลง เวลาเกิดอารมณ์ต่างๆต้องใช้เวลานานในการให้คืนกลับมาที่อารมณ์ปกติ ไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดอย่างเหมาะสมได้

6. ปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องคือ สัมพันธภาพระหว่างบุคคลที่มีปัญหา การที่คนใกล้ชิดและสิ่งแวดล้อมมีลักษณะ Invalidation environment เช่น ในครอบครัวที่พ่อแม่ไม่ validate อารมณ์ของเด็กเวลาเด็กมีอารมณ์ทางลบ (เช่น เวลาเด็กเศร้าร้องไห้ พ่อแม่กลับดุว่า ไม่เข้าใจ มีคำพูดเช่น “ร้องไห้ทำไม ต้องเข้มแข็งนะ ต้องอดทน”) ทำให้เพิ่มความรุนแรงของภาวะอารมณ์ทางลบ (Emotional Distress) เกิดเป็นภาวะเรื้อรังที่ไม่สามารถจัดการอารมณ์ทางลบที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม (Chronic emotional dysregulation) พบว่าส่วนหนึ่งใช้การทำร้ายตัวเองเพื่อขอความช่วยเหลือบางอย่าง (Call for help)

7. ถ้าลูกถามในกรณีของเหตุการณ์นี้ สำคัญคือ พ่อแม่ควรตัดความรู้สึกทางการเมืองไปก่อน ไม่ว่าเราจะสนับสนุนฝ่ายไหน แต่ไม่ควรสนับสนุนการทำร้ายตัวเองในการหาทางออกหรือแก้ปัญหาใดๆ

8. อย่าใช้การตำหนิตัวบุคคล แต่ให้อธิบายการกระทำตามปัจจัยที่หมอกล่าวถึงในข้อ 5, 6 ในแบบกว้างๆ เช่น บางครั้งคนเรามีความรู้สึกไม่ดีบางอย่างในใจ ต้องการความช่วยเหลือ และไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี ก็เลยเลือกทำแบบนั้น บอกลูกว่า บางทีนะลูก เราก็มีโอกาสที่จะมีอารมณ์เชิงลบแบบนี้ด้วย แต่การทำให้ตัวเองบาดเจ็บเพื่อแก้ปัญหา เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำตาม เพราะทำให้ตัวเองเป็นอันตราย ซึ่งนำไปสู่การสอนเรื่องการจัดการอารมณ์ การหาทางออกของปัญหาต่อไป

9. อารมณ์ความรู้สึกไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีเป็นเรื่องธรรมดา การจัดการอารมณ์ที่เกิดอย่างเหมาะสม ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ต้องมีแต่อารมณ์ที่ดีหรือมีความสุขตลอด เพราะมันเป็นไปไม่ได้ แต่หมายถึง เมื่อเกิดความผิดหวัง อุปสรรคในชีวิต สิ่งที่เกิดไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ สถานการณ์ซึ่งทำให้เกิดอารมณ์ทางลบขึ้น จะจัดการกับอารมณ์ที่เกิดอย่างไร และผ่านเรื่องราวต่างๆในชีวิตได้ โดยไม่ต้องทำร้ายตัวเอง หรือทำให้สิ่งที่ทำให้เป็นอันตรายต่อตัวเองหรือคนรอบข้าง

10. คุยกับลูกถึงวิธีการจัดการอารมณ์เชิงลบ หรือการสื่อสารสิ่งที่เราต้องการในวิธีใดบ้างที่จะไม่ต้องทำร้ายตัวเอง อาจจะลองตั้งคำถามว่าที่ผ่านมาเวลาที่ลูกเองรู้สึกไม่ดี ไม่ชอบ ทำอย่างไรบ้าง เช่น เวลาโกรธมากๆ ซึ่งมีหลากหลายวิธีในการจัดการอารมณ์ทางลบ เช่น นับเลข หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ไปอยู่ในมุมสงบเพื่อทำให้ใจเย็น ฯลฯ จะทำให้เรามีสติรู้ตัวมากขึ้น

11. สิ่งที่ผู้ใหญ่จะทำได้เพื่อป้องกันพฤติกรรมทำร้ายตัวเองคือ มีเวลาและความใกล้ชิด ทำกิจกรรมร่วมกัน พูดคุยในเรื่องต่างๆ มีสัมพันธภาพที่ดีกับเด็กตั้งแต่เล็กๆ รับฟังเด็กเวลาที่เขาต้องการความช่วยเหลือ และต้องการที่พึ่งพา ไม่เพิกเฉยต่ออารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้น

12. สำคัญที่สุดคือ คนในสังคมควรเป็นแบบอย่างที่ดีของการจัดการอารมณ์และแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม

.

แม้ข่าวที่ได้รับรู้ช่วงนี้จะไม่ค่อยดีนัก แต่เราสามารถหาจุดดีๆ เพื่อนำมาเรียนรู้ร่วมกันได้

(หมายเหตุ: หากมีการเผยแพร่บทความนี้ในลักษณะของข่าวโดยสำนักข่าวใดๆ ก็ตาม ขอให้ขออนุญาตก่อน และให้เขียนพาดหัวข่าว ตามหัวข้อของบทความ ดังรูปประกอบ เท่านั้น ไม่อนุญาตให้สำนักข่าวไปเขียนพาดหัวข่าวอื่นๆ เอง ซึ่งอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ค่ะ)

#หมอมินบานเย็น

เลี้ยงลูกนอกบ้าน
28/10/2020

เลี้ยงลูกนอกบ้าน

#เลี้ยงบวกไร้ทฤษฎี

หมอพาลูกมาขึ้นเขากราบพระพุทธเจ้าที่เขาคิชกูฏ ประเทศอินเดียค่ะ

ระหว่างทางที่เดินขึ้นเขาอยู่นั้น ก็พบเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องหยุดดูด้วยความสนใจ...

แม่ลูกชาวอินเดียคู่หนึ่ง ที่ลูกชายวัยขวบกว่าดูเหมือนไม่ได้ดังใจอะไรสักอย่าง ลงไปร้องดิ้นนอนหงายอยู่ที่พื้น เสียงร้องของเด็กชายดังไปทั่วจนคนหันมามอง

หมอยืนสังเกตการณ์ว่าแม่เด็กจะทำอย่างไร ด้วยความสนใจอยากเรียนรู้...

ภาพที่เห็นคือแม่ยิ้มให้เด็ก ไม่มีการตามใจให้ได้สิ่งที่ต้องการ ไม่มีเสียงต่อว่า ไม่มีการลงไม้ลงมือ มีแต่การใช้ผ้าส่าหรีที่สวมใส่ โบกพัดให้อย่างใจเย็น

ไม่นานเด็กน้อยก็ลุกขึ้นมากอดขาแม่ แม่ยิ้มให้ กอดลูกลูบหัวอย่างรักใคร่ ลูกสงบในอ้อมแขนแม่ แล้วสองแม่ลูกก็เดินจากไปด้วยรอยยิ้ม

สิ่งที่แม่ปฏิบัติ คือความ “อ่อนโยนแต่หนักแน่นจริงจัง” (kind but firm) แก่นสำคัญของการฝึกวินัยเชิงบวก

หมอเดาว่าในเมืองและสถานที่อันแร้นแค้นเช่นนี้แม่คนนี้คงไม่ได้อ่านบทความ ตามเพจเลี้ยงลูกหรือเข้าคอร์สอบรมการเลี้ยงลูกใดๆ

แค่ “ใช้สติ ใช้หัวใจ และสัญชาติญาณแห่งความเมตตา”

ที่อินเดีย เค้าก็เลี้ยงลูกเชิงบวกกันนะ ☺️☺️

#หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน
ผู้เชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยวิธีดีๆเป็นเรื่องที่เราทุกคนทำได้

ป.ล. บทความนี้รีรันมาหน้าเพจทีไร ก็อดใจแชร์อีกรอบไม่ได้ทุกที 😊

เข็นเด็กขึ้นภูเขา
28/10/2020

เข็นเด็กขึ้นภูเขา

#คุยกับลูกเรื่องข่าวการกรีดแขน

เมื่อวานนี้มีข่าว สส.ท่านหนึ่ง ที่กรีดแขนในสภาขณะกำลังอภิปราย ขณะนั้นมีการถ่ายทอดสดอยู่ ภาพการกรีดแขนเผยแพร่ออกไป

ในการทำงานเป็นจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นในยุคนี้ คนไข้กลุ่มหนึ่งที่หมอพบบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ คือ คนไข้เด็กวัยรุ่นที่มาด้วยเรื่องการทำร้ายตัวเอง เช่น กรีดตัวเองเป็นแผล

จากที่ได้พูดคุยกับเพื่อนๆจิตแพทย์ด้วยกันก็พบว่า มีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทุกคนก็รู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพอสมควร

บทความนี้ไม่ต้องการมีเจตนาให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองใดๆ หรือตำหนิใคร เพียงต้องการสื่อสารถึงผู้ใหญ่ว่า ถ้ามีเด็กๆ มาถามหรือคุยกันเรื่องนี้ควรจะพูดอย่างไรดี

หมอจะพูดกว้างๆ เกี่ยวกับการทำร้ายตัวเอง การป้องกันและจัดการ เน้นการประยุกต์ใช้ให้มีประโยชน์โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเด็กและวัยรุ่น

ขอความร่วมมือทุกคนที่อ่านบทความ ไม่ออกความเห็นในเชิงลบ ไม่ตำหนิตัวบุคคล เรามาช่วยกันออกความเห็นที่สร้างสรรค์ดีกว่า

.

1. เรื่องของ การทำร้ายตัวเอง โดยเฉพาะในกลุ่มที่เราเป็นห่วงคือเด็กวัยรุ่น ซึ่งพบบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Adolescent Self Harm มีการระบุในเกณฑ์การวินิจฉัยโรคทางจิตเวชล่าสุด ถึง ภาวะทำร้ายตัวเองซึ่งอาจไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าตัวตาย ที่เรียกว่า NSSI หรือ Non Suicidal self injury

2. แม้เราจะทราบว่าบางคนไม่ได้มีเจตนาฆ่าตัวตาย แต่ว่าการที่มีภาวะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรง ก็จะเพิ่มความเสี่ยงของ Suicidal attempts หรือการฆ่าตัวตายในอนาคตได้ จึงควรให้ความสำคัญ เข้าใจถึงสาเหตุ นำไปสู่การป้องกันและแก้ไข

3. ชนิดของการทำร้ายตัวเองที่พบบ่อยตามลำดับได้แก่ ‘การกรีดตัวเอง’ (เดี๋ยวนี้เด็กมีลักษณะการกรีดตัวเองเป็นรูปภาพ เป็นชื่อคน และมีโชว์สอนการกรีดในยูทูบด้วย) ‘การทำไม่ให้แผลที่มีอยู่หาย เช่น แกะ เกาแผล’ ‘การเอาหัวกระแทกของแข็ง’ ‘การกัด’ ‘การข่วนตัวเอง’ ‘การตีตัวเอง’ ‘การวางยาพิษตัวเอง’ ‘การเผาตัวเอง’ฯลฯ

4. นอกจากการทำร้ายตัวเองที่จิตแพทย์พบเห็นกันในการตรวจคนไข้ ก็พบว่ายังมีการทำร้ายตัวเองที่เกิดขึ้นในสังคมแต่ยังไม่ได้มารับความช่วยเหลือมากมาย เสมือนยอดของภูเขาน้ำแข็ง มีฐานอันใหญ่ที่เรามองไม่เห็น ดังนั้น สิ่งที่สำคัญจำเป็นก็คือการที่สังคมมีความตระหนักถึงสาเหตุ ที่มาที่ไปของการทำร้ายตัวเอง มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกบุคคล

5. ปัจจัยภายในคือ Emotional dysregulation หรือการที่ไม่สามารถจัดการและระบายอารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม เช่น เด็กและวัยรุ่นที่มีความอ่อนไหวสูง ไวต่อสิ่งเร้าและการเปลี่ยนแปลง เวลาเกิดอารมณ์ต่างๆต้องใช้เวลานานในการให้คืนกลับมาที่อารมณ์ปกติ ไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ที่เกิดอย่างเหมาะสมได้

6. ปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องคือ สัมพันธภาพระหว่างบุคคลที่มีปัญหา การที่คนใกล้ชิดและสิ่งแวดล้อมมีลักษณะ Invalidation environment เช่น ในครอบครัวที่พ่อแม่ไม่ validate อารมณ์ของเด็กเวลาเด็กมีอารมณ์ทางลบ (เช่น เวลาเด็กเศร้าร้องไห้ พ่อแม่กลับดุว่า ไม่เข้าใจ มีคำพูดเช่น “ร้องไห้ทำไม ต้องเข้มแข็งนะ ต้องอดทน”) ทำให้เพิ่มความรุนแรงของภาวะอารมณ์ทางลบ (Emotional Distress) เกิดเป็นภาวะเรื้อรังที่ไม่สามารถจัดการอารมณ์ทางลบที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม (Chronic emotional dysregulation) พบว่าส่วนหนึ่งใช้การทำร้ายตัวเองเพื่อขอความช่วยเหลือบางอย่าง (Call for help)

7. ถ้าลูกถามในกรณีของเหตุการณ์นี้ สำคัญคือ พ่อแม่ควรตัดความรู้สึกทางการเมืองไปก่อน ไม่ว่าเราจะสนับสนุนฝ่ายไหน แต่ไม่ควรสนับสนุนการทำร้ายตัวเองในการหาทางออกหรือแก้ปัญหาใดๆ

8. อย่าใช้การตำหนิตัวบุคคล แต่ให้อธิบายการกระทำตามปัจจัยที่หมอกล่าวถึงในข้อ 5, 6 ในแบบกว้างๆ เช่น บางครั้งคนเรามีความรู้สึกไม่ดีบางอย่างในใจ ต้องการความช่วยเหลือ และไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี ก็เลยเลือกทำแบบนั้น บอกลูกว่า บางทีนะลูก เราก็มีโอกาสที่จะมีอารมณ์เชิงลบแบบนี้ด้วย แต่การทำให้ตัวเองบาดเจ็บเพื่อแก้ปัญหา เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำตาม เพราะทำให้ตัวเองเป็นอันตราย ซึ่งนำไปสู่การสอนเรื่องการจัดการอารมณ์ การหาทางออกของปัญหาต่อไป

9. อารมณ์ความรู้สึกไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีเป็นเรื่องธรรมดา การจัดการอารมณ์ที่เกิดอย่างเหมาะสม ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ต้องมีแต่อารมณ์ที่ดีหรือมีความสุขตลอด เพราะมันเป็นไปไม่ได้ แต่หมายถึง เมื่อเกิดความผิดหวัง อุปสรรคในชีวิต สิ่งที่เกิดไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ สถานการณ์ซึ่งทำให้เกิดอารมณ์ทางลบขึ้น จะจัดการกับอารมณ์ที่เกิดอย่างไร และผ่านเรื่องราวต่างๆในชีวิตได้ โดยไม่ต้องทำร้ายตัวเอง หรือทำให้สิ่งที่ทำให้เป็นอันตรายต่อตัวเองหรือคนรอบข้าง

10. คุยกับลูกถึงวิธีการจัดการอารมณ์เชิงลบ หรือการสื่อสารสิ่งที่เราต้องการในวิธีใดบ้างที่จะไม่ต้องทำร้ายตัวเอง อาจจะลองตั้งคำถามว่าที่ผ่านมาเวลาที่ลูกเองรู้สึกไม่ดี ไม่ชอบ ทำอย่างไรบ้าง เช่น เวลาโกรธมากๆ ซึ่งมีหลากหลายวิธีในการจัดการอารมณ์ทางลบ เช่น นับเลข หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ไปอยู่ในมุมสงบเพื่อทำให้ใจเย็น ฯลฯ จะทำให้เรามีสติรู้ตัวมากขึ้น

11. สิ่งที่ผู้ใหญ่จะทำได้เพื่อป้องกันพฤติกรรมทำร้ายตัวเองคือ มีเวลาและความใกล้ชิด ทำกิจกรรมร่วมกัน พูดคุยในเรื่องต่างๆ มีสัมพันธภาพที่ดีกับเด็กตั้งแต่เล็กๆ รับฟังเด็กเวลาที่เขาต้องการความช่วยเหลือ และต้องการที่พึ่งพา ไม่เพิกเฉยต่ออารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้น

12. สำคัญที่สุดคือ คนในสังคมควรเป็นแบบอย่างที่ดีของการจัดการอารมณ์และแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม

.

แม้ข่าวที่ได้รับรู้ช่วงนี้จะไม่ค่อยดีนัก แต่เราสามารถหาจุดดีๆ เพื่อนำมาเรียนรู้ร่วมกันได้

(หมายเหตุ: หากมีการเผยแพร่บทความนี้ในลักษณะของข่าวโดยสำนักข่าวใดๆ ก็ตาม ขอให้ขออนุญาตก่อน และให้เขียนพาดหัวข่าว ตามหัวข้อของบทความ ดังรูปประกอบ เท่านั้น ไม่อนุญาตให้สำนักข่าวไปเขียนพาดหัวข่าวอื่นๆ เอง ซึ่งอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ค่ะ)

#หมอมินบานเย็น

ที่อยู่

255 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

6626427746-49

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองส่งเสริมสถาบันครอบครัวผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว:

วิดีโอทั้งหมด

หมายเลขติดต่อ

ฝ่ายบริหารทั่วไป 0-2642-7746

กลุ่มมาตรการและกลไก 0-2642-7747

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนา 0-2642-7748

กลุ่มส่งเสริมหลักประกันความมั่นคงของครอบครัว 0-2462-7749

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

การระบาดของเชื้อไวรัส #โควิด-19 ทำให้ทุกครอบครัวต้องวางแผนการดำเนินชีวิตกันอย่างระมัดระวังขึ้น รวมถึงการดูแลเงินในกระเป๋าด้วย ขอแนะนำเคล็ดลับในการดูแลการเงินของครอบครัวในยามวิกฤตินี้ ขอบคุณข้อมูลจาก THE STANDARD #ไทยรู้สู้โควิด #HappinetClub
การสร้างความมั่นคงทางอารมณ์อยู่ที่ตนเป็นตนเองเป็นใครอย่างไร