23/09/2026
NIDA Environment Poll 2026 โดย NIDA Environment School ร่วมกับนิด้าโพล สำรวจพบสัญญาณสำคัญว่า #ความตระหนัก กำลังขยับไปสู่ #การลงมือทำ
- 88.2% ระบุว่าได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- 71.7% พร้อมให้ความร่วมมือหากภาครัฐออกมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
- คนไทยถึง 65.6% คาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า สถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศมีแนวโน้มแย่ลง สะท้อนช่องว่างระหว่างความพร้อมของประชาชน กับความเชื่อมั่นต่อทิศทางการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
โดยการสำรวจดังกล่าว ดำเนินการสำรวจช่วง 21–27 สิงหาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง ครอบคลุมทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และระดับรายได้ทั่วประเทศ ด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) และการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (ค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05)
ผลสำรวจภาพรวมสะท้อนว่า คนไทยไม่ได้มองปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่รับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและจำนวนมากเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขณะที่ความกังวลต่อสถานการณ์ในอนาคตยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนโจทย์สำคัญของภาครัฐ ภาคธุรกิจ และสังคมในการต่อยอดความตระหนักของประชาชนสู่การลงมือทำและการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง
ข้อสรุปสาระสำคัญจากการสำรวจ
- 71.6% รู้สึก ปัญหา #สภาพอากาศ รุนแรงขึ้น PM2.5 ขึ้นแท่นปัญหาใกล้ตัวอันดับหนึ่ง
ผลสำรวจระบุ คนไทย 71.6% มองสภาพอากาศช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา #รุนแรงขึ้น โดย 42.60% มองว่ารุนแรงขึ้นมาก และ 29.01% มองว่ารุนแรงขึ้น ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ประชาชนเริ่มรับรู้และมีประสบการณ์ต่อปัญหา Climate Change
ส่วนปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน พบว่า PM2.5 เป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่ 31.22% ตามด้วยน้ำท่วม 19.62% คลื่นความร้อน 15.65% ภัยแล้ง 15.42% ขยะพลาสติก 9.31% การสูญเสียพื้นที่สีเขียว 6.26% น้ำเสีย 2.37% และการกัดเซาะชายฝั่ง 0.15%
ทั้งนี้ ยังมีข้อมูลเชิงลึกระบุว่า Climate Change ไม่ได้กระทบแค่สิ่งแวดล้อม แต่ลามถึง 'สุขภาพ - ค่าครองชีพ - รายได้'
จาก 66.18% ที่ระบุว่าได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ ซึ่งสูงกว่าผลกระทบมิติอื่นอย่างชัดเจน รองลงมา ได้แก่ ค่าครองชีพ 31.98% รายได้ 31.76% การเกษตร 28.55% พลังงาน 11.22% ความมั่นคงด้านอาหาร 9.16% การท่องเที่ยว 9.08% และทรัพย์สิน 5.04%
- 88.2% เริ่มปรับพฤติกรรม สิ่งแวดล้อมกำลังเปลี่ยนจาก 'ความกังวล' สู่ 'การลงมือทำ'
ผลสำรวจยังพบสัญญาณเชิงบวก เมื่อ 88.2% ระบุว่าได้ปรับพฤติกรรมเพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดย 61.15% ทำเป็นประจำ และ 27.09% ทำเป็นครั้งคราว
สำหรับพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำมากที่สุด ได้แก่ การคัดแยกขยะ 56.23% รองลงมาคือ ลดการใช้พลาสติก 48.79% ใช้ถุงผ้า 45.76% ประหยัดไฟฟ้า 40.92% และปลูกต้นไม้ 34.60%
- 71.7% พร้อมรับมาตรการสิ่งแวดล้อมที่เข้มขึ้น แต่เกือบครึ่งมอง “ประเทศไทยยังไม่พร้อม”
สำหรับประเด็น ที่มีนัยสำคัญต่อการกำหนดนโยบาย คือ เมื่อถามถึงความร่วมมือหากภาครัฐมี มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น พบว่า 71.7% มีความพร้อมในระดับสูง โดย 50.61% 'พร้อมมาก' และ 21.07% 'พร้อมมากที่สุด'
ส่วนมุมมองต่อความพร้อมระดับประเทศ กลับพบว่า 46.3% มองว่าประเทศไทยยัง 'พร้อมน้อย' หรือ 'ไม่พร้อมเลย'
ด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แบ่งเป็นพร้อมน้อย 24.05% และไม่พร้อมเลย 22.29%
อย่างไรก็ตาม ยังพบว่า 'ความพร้อม' ในวันนี้ สวนทางกับ 'ความเชื่อมั่น' ในอีก 10 ปีข้างหน้า เพราะเมือถามถึงภาพอนาคต กลับพบว่า คนไทย 65.6% คาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยจะมีแนวโน้ม 'แย่ลง' โดย 48.63% มองว่าจะแย่ลง และอีก 16.95% มองว่าจะแย่ลงมาก
จึงเกิดเป็นภาพที่น่าสนใจของสังคมไทยในปี 2569 คือ ประชาชนรับรู้ปัญหาแล้ว ลงมือเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว และส่วนใหญ่พร้อมให้ความร่วมมือกับมาตรการที่เข้มข้นขึ้น แต่ยังไม่มั่นใจว่าอนาคตด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศจะดีขึ้น หากมองในเชิงนโยบาย ช่องว่างดังกล่าวเป็นโจทย์ที่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา ชุมชน และภาคประชาสังคมต้องร่วมกันตอบว่า จะทำอย่างไรให้ “ความพร้อมของประชาชน” ถูกต่อยอดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสามารถมองเห็นและเชื่อมั่นได้ในระยะยาว
จาก Individual Action สู่ Collective Action โจทย์ต่อไปของสิ่งแวดล้อมไทย
เมื่อนำผลสำรวจทั้ง 6 มิติมาพิจารณาร่วมกัน NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นลำดับ ทั้งด้านการรับรู้ถึงความรุนแรงของสภาพอากาศ การเผชิญผลกระทบในชีวิตจริง การระบุปัญหาที่ใกล้ตัว การปรับพฤติกรรม ไปจนถึงความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมกับมาตรการของภาครัฐ
พบว่า สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้ไม่ใช่เพียง 'คนไทยตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมมากเพียงใด' แต่คือระบบนโยบายและกลไกทางเศรษฐกิจและสังคม จะสามารถรองรับความตระหนักและความพร้อมดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด เพราะการคัดแยกขยะ ลดพลาสติก ใช้ถุงผ้า ประหยัดพลังงาน หรือปลูกต้นไม้ เป็นจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นในระดับบุคคล
ขณะที่โจทย์อย่าง น้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน ตลอดจนผลกระทบต่อสุขภาพ ค่าครองชีพและรายได้ ล้วนเป็นปัญหาที่ต้องอาศัยการดำเนินงานในระดับนโยบายและความร่วมมือข้ามภาคส่วนควบคู่กัน
#นิด้า #นิด้าโพล #ปัญหา #สิ่งแวดล้อม #ผลกระทบ #สุขภาพ #รายได้ #ค่าครองชีพ
#ยั่งยืน