ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล - PDPC Eagle Eye

ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล - PDPC Eagle Eye เป็นหน่วยงานภายใต้ สำนักตรวจสอบและกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เตือนภัยผู้ใช้กล่อง Android TV ราคาถูก เสี่ยงถูกดัดแปลงฮาร์ดแวร์เพื่อฉ้อโกงโฆษณาและแอบใช้เน็ตบ้านเป็นทางผ่านนักวิจัยด้าน...
04/08/2026

เตือนภัยผู้ใช้กล่อง Android TV ราคาถูก เสี่ยงถูกดัดแปลงฮาร์ดแวร์เพื่อฉ้อโกงโฆษณาและแอบใช้เน็ตบ้านเป็นทางผ่าน
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Bitsight ตรวจพบปฏิบัติการมัลแวร์ที่ชื่อว่า Fuyao ซึ่งแฝงตัวมากับกล่องแอนดรอยด์ทีวีราคาถูก โดยอุปกรณ์เหล่านี้ถูกฝังแอปพลิเคชันที่สามารถปลอมแปลงข้อมูลระบบให้กลายเป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังอย่าง Samsung, Huawei, Xiaomi หรือ Vivo เพื่อใช้ในการหลอกลวงคลิกโฆษณาหาเงิน
พฤติกรรมที่น่าตกใจคือ เมื่อกล่องทีวีตรวจพบการเชื่อมต่อสัญญาณ HDMI มันจะเปลี่ยนอุปกรณ์ให้กลายเป็นจุดเชื่อมต่อ SOCKS5 เพื่อแอบนำอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์บ้านของเหยื่อไปให้บุคคลอื่นใช้เป็นทางผ่าน และเมื่อปิดทีวีหรือไม่มีสัญญาณ HDMI ตัวกล่องก็จะสลับกลับไปทำหน้าที่คลิกโฆษณาปลอมต่อไปอย่างเงียบๆ
ข้อมูลจากการตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ติดมัลแวร์ตั้งแต่โรงงานคือรุ่น H96_MAX_V11 โดยมัลแวร์ตัวนี้มีความซับซ้อนสูงมาก มีการนำเทคโนโลยี Machine Vision และโมเดลตรวจจับวัตถุมาใช้สแกนหน้าจอ เพื่อหาตำแหน่งป้ายแบนเนอร์โฆษณาและทำการคลิกได้อย่างแม่นยำ
นักวิจัยประเมินว่าเครือข่ายมัลแวร์นี้สร้างรายได้ให้แฮ็กเกอร์ประมาณ 1.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อเครื่องในแต่ละวัน ซึ่งหากมีจำนวนเครื่องมหาศาลอาจทำเงินได้สูงถึง 40 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยมีหลักฐานชี้ว่ากลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังอาจเป็นบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในประเทศจีน
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการใช้กล่องสตรีมมิ่งราคาถูกที่โฆษณาว่าดูคอนเทนต์ได้ฟรีและไม่มีมาตรฐาน ควรตรวจสอบการรับรอง Play Protect ของ Google และหากพบว่าอุปกรณ์ในบ้านมีความผิดปกติหรือต้องสงสัย ควรตัดการเชื่อมต่อจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทันทีเพื่อความปลอดภัย
ที่มา The Hacker News :
https://thehackernews.com/2026/07/cheap-android-tv-boxes-pose-as-phones.html
__________________________________________

#ภัยไซเบอร์
#ความปลอดภัยทางไซเบอร์ #เตือนภัยออนไลน์
#ข่าวไอที #เทคโนโลยี #กล่องแอนดรอยด์
#ข้อมูลรั่วไหลเป็น0
#ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล



เตือนภัยผู้ใช้งานคริปโต แฮ็กเกอร์ลอบฝังสคริปต์อันตรายผ่านระบบโฆษณา Adform สับเปลี่ยนเลขกระเป๋าเงินดิจิทัลเกิดเหตุการณ์โจ...
03/08/2026

เตือนภัยผู้ใช้งานคริปโต แฮ็กเกอร์ลอบฝังสคริปต์อันตรายผ่านระบบโฆษณา Adform สับเปลี่ยนเลขกระเป๋าเงินดิจิทัล
เกิดเหตุการณ์โจมตีแบบ Supply Chain ครั้งสำคัญ เมื่อแฮ็กเกอร์แอบเจาะระบบและดัดแปลงไฟล์ JavaScript ของบริษัทโฆษณาออนไลน์ Adform เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสับเปลี่ยนที่อยู่กระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีของผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ต่างๆ ที่ติดตั้งสคริปต์โฆษณานี้
รายงานระบุว่า หากผู้ใช้งานเข้าไปยังเว็บไซต์ที่มีสคริปต์โฆษณาดังกล่าวฝังอยู่ และทำการคัดลอกหรือพิมพ์ที่อยู่กระเป๋าเงิน Bitcoin, Ethereum หรือ Tron โค้ดอันตรายจะทำงานทันทีโดยการแอบสลับเลขกระเป๋าเงินปลายทางให้กลายเป็นของแฮ็กเกอร์แทน
ความน่ากลัวของมัลแวร์ตัวนี้คือมันไม่ได้ทำแค่ตอนคัดลอกและวางเท่านั้น แต่มันยังคอยตรวจสอบและดักจับการพิมพ์ข้อมูลลงในช่องกรอกข้อความบนหน้าเว็บด้วย ทำให้แม้ผู้ใช้จะรู้ตัวและพยายามคัดลอกใหม่ โค้ดก็จะทำการสับเปลี่ยนเลขกระเป๋าซ้ำไปเรื่อยๆ ตราบใดที่ยังเปิดหน้าเว็บนั้นอยู่
ทาง Adform ได้ตรวจพบและลบโค้ดอันตรายนี้ออกไปแล้วเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา พร้อมกับแจ้งเตือนลูกค้าและรายงานต่อเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยอิสระระบุว่าอาจมีการโจมตีเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านั้นด้วย และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบหรือเว็บไซต์ที่ถูกฝังโค้ดอย่างเป็นทางการ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ที่ทำธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีทำการล้างแคชในเบราว์เซอร์ของตนเองโดยด่วน เนื่องจากไฟล์สคริปต์อันตรายอาจยังคงตกค้างอยู่ และที่สำคัญที่สุดคือต้องตรวจสอบความถูกต้องของที่อยู่กระเป๋าเงินปลายทางอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนกดยืนยันการโอนเงิน
ที่มา The Hacker News :
https://thehackernews.com/2026/08/hackers-poison-adform-script-to-swap.html
__________________________________________


#ภัยไซเบอร์ #ความปลอดภัยทางไซเบอร์ #ข่าวไอที
#คริปโตเคอร์เรนซี #เตือนภัยออนไลน์
#ข้อมูลรั่วไหลเป็น0
#ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล



เตือนภัยผู้ใช้ macOS ระวังมัลแวร์ขโมยคริปโตจากเกาหลีเหนือ แฝงตัวมากับโฆษณาและหน้าจออัปเดตปลอมกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่มีความเชื่...
31/07/2026

เตือนภัยผู้ใช้ macOS ระวังมัลแวร์ขโมยคริปโตจากเกาหลีเหนือ แฝงตัวมากับโฆษณาและหน้าจออัปเดตปลอม
กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศเกาหลีเหนือได้เริ่มแคมเปญการโจมตีผู้ใช้งาน macOS รูปแบบใหม่ โดยใช้เทคนิคการโฆษณาแฝงมัลแวร์เพื่อหลอกให้ผู้ใช้เข้าไปยังหน้าเว็บปลอม ที่แสดงหน้าจอการอัปเดตระบบปฏิบัติการแบบเต็มจอซึ่งไม่มีอยู่จริง
การโจมตีนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่ชื่อว่า Contagious Interview โดยมีจุดเด่นคือการหลอกลวงที่ใช้จิตวิทยาอย่างแนบเนียน หน้าเว็บปลอมจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าเครื่อง Mac กำลังค้างหรือกำลังรีบูตเพื่ออัปเดตระบบ จากนั้นระบบจะแอบคัดลอกคำสั่งอันตรายลงในคลิปบอร์ดของเครื่อง และหลอกให้ผู้ใช้เปิดแอปพลิเคชัน Terminal ขึ้นมาเพื่อวางและรันคำสั่งนั้นด้วยตัวเองเพื่อแก้ไขอาการเครื่องค้าง ซึ่งเป็นเทคนิคที่เรียกว่า ClickFix
เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและรันคำสั่ง มัลแวร์จะถูกติดตั้งลงในเครื่องและทำงานอยู่เบื้องหลัง ที่น่าสนใจคือแฮ็กเกอร์ใช้เทคนิคซ่อนตัวที่เรียกว่า EtherHiding โดยมัลแวร์จะไปดึงที่อยู่ของเซิร์ฟเวอร์ควบคุมมาจาก Smart Contract บนเครือข่ายบล็อกเชนของ Ethereum แทนการใช้โดเมนทั่วไป ซึ่งทำให้การตรวจสอบและสั่งปิดการทำงานของเซิร์ฟเวอร์แฮ็กเกอร์ทำได้ยากมาก
เป้าหมายหลักของการเจาะระบบครั้งนี้คือการดาวน์โหลดเพย์โหลดอันตรายเพิ่มเติมอีกสองตัว ได้แก่ มัลแวร์ขโมยข้อมูลที่พุ่งเป้าไปที่ข้อมูลบนเบราว์เซอร์ กระเป๋าเงินคริปโตกว่า 157 ประเภท รวมถึงรหัสผ่านของระบบคลาวด์ต่างๆ และส่วนขยาย Chrome ปลอมในชื่อ Google Drive Offline ที่ถูกสร้างมาเพื่อดูดเงินจากกระเป๋าคริปโตของเหยื่อโดยเฉพาะ
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก AllSecure ชี้ให้เห็นว่า แคมเปญนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการหลอกลวงด้วยการสัมภาษณ์งานปลอมแบบเดิมๆ มาเป็นการแทรกซึมผ่านผลการค้นหาบนเว็บเบราว์เซอร์ทั่วไป เช่น เหยื่ออาจค้นหาสินค้าอุตสาหกรรมแล้วคลิกลิงก์โฆษณาที่แฮ็กเกอร์ซื้อสปอนเซอร์ไว้ ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปมีโอกาสตกเป็นเหยื่อได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
ผู้ใช้งาน macOS ควรระมัดระวังเมื่อพบหน้าจออัปเดตหรือหน้าจอบังคับรีสตาร์ทที่ผิดปกติ และห้ามคัดลอกคำสั่งสคริปต์ใดๆ ไปรันในโปรแกรม Terminal ตามที่หน้าเว็บไซต์สั่งอย่างเด็ดขาด
ที่มา The Hacker News :
thehackernews.com/2026/07/dprk-linked-macos-malvertising-uses
__________________________________________


#ข้อมูลรั่วไหลเป็น0
#ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล



29/07/2026
Agentic AI เมื่ออาวุธไซเบอร์วิวัฒนาการจนสามารถโจมตีได้เองโดยไม่ต้องมีคนคุมตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ไม่ว่าอาวุธจะก้าวล้...
27/07/2026

Agentic AI เมื่ออาวุธไซเบอร์วิวัฒนาการจนสามารถโจมตีได้เองโดยไม่ต้องมีคนคุม
ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ไม่ว่าอาวุธจะก้าวล้ำแค่ไหน มนุษย์ก็ยังคงเป็นผู้เลือกเป้าหมายและลงมือโจมตีเสมอ แต่ในโลกไซเบอร์ยุคปัจจุบัน กฎเกณฑ์นี้กำลังถูกทำลายลงด้วยเทคโนโลยี Offensive AI ที่ทำให้อาวุธสามารถเล็งเป้าและโจมตีได้ด้วยตัวเอง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI เป็นเพียงผู้ช่วยในการร่างอีเมลฟิชชิ่งหรือเขียนโค้ดมัลแวร์ โดยมีแฮ็กเกอร์เป็นผู้นำไปใช้งานต่อ แต่การมาถึงของ Agentic AI ได้เปลี่ยนผ่านจากเครื่องมือที่ช่วยร่างงาน ไปสู่เครื่องมือที่สามารถลงมือทำทุกขั้นตอนได้โดยอัตโนมัติ
ความสามารถนี้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ Script Kiddie as a Service ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเชิงลึกสามารถเปิดฉากการโจมตีที่ซับซ้อนได้ เพียงแค่มีเครื่องมือ AI ที่เก่งพอ ในขณะเดียวกัน แฮ็กเกอร์มืออาชีพก็สามารถใช้เทคโนโลยีนี้เร่งความเร็วในการโจมตีจากที่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการทำ Social Engineering แบบอัตโนมัติ AI สามารถค้นหาข้อมูลของเหยื่อจากแหล่งสาธารณะ นำมาวิเคราะห์ สร้างข้อความหลอกลวงที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล และดำเนินการพูดคุยโต้ตอบกับเหยื่อได้อย่างแนบเนียนโดยไม่ต้องพึ่งพามนุษย์ ซึ่งวิธีนี้ทำลายจุดสังเกตเดิมๆ ของอีเมลฟิชชิ่งที่มักจะใช้ข้อความซ้ำๆ หรือไวยากรณ์ที่ผิดแปลกไปจนหมดสิ้น
นอกจากนี้ Agentic AI ยังสามารถวิเคราะห์หาช่องโหว่และดึงเครื่องมือเจาะระบบมาใช้งานได้เอง อย่างไรก็ตาม ความน่ากลัวอีกมุมหนึ่งคือความมั่นใจที่ผิดพลาดของ AI มันอาจวิเคราะห์และรายงานช่องโหว่ที่ไม่มีอยู่จริงด้วยความมั่นใจ ซึ่งหากองค์กรหรือผู้โจมตีเชื่อมั่นในระบบมากเกินไปก็อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ผิดพลาดได้
ดังนั้น ท่ามกลางยุคที่เครื่องจักรสามารถเล็งเป้าหมายและรันระบบโจมตีได้เอง วิจารณญาณของมนุษย์จึงทวีความสำคัญยิ่งกว่ายุคใดๆ มนุษย์ยังคงต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่าข้อมูลที่ AI นำเสนอนั้นคือความจริงหรือความผิดพลาด และเป็นผู้ชี้ขาดขั้นตอนสุดท้ายว่าจะลั่นไกอาวุธนั้นหรือไม่
ที่มา SANS Institute :

sans.org/blog/agentic-ai-weapon-that-no-longer-needs-warrior?utm_medium=Sponsored_Content&utm_source=Hacker_News&utm_rdetail=NA&utm_goal=Orders&utm_type=Live_Training_Events&utm_content=THN_535FNBlog_Jul_HomepageNews1&utm_campaign=TrainingEvents_NA_2026
__________________________________________

#เทคโนโลยี #แฮ็กเกอร์ #ปัญญาประดิษฐ์
#ข้อมูลรั่วไหลเป็น0
#ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล



เตือนภัยมัลแวร์ตัวใหม่ HollowGraph แอบใช้ปฏิทิน Microsoft 365 ซ่อนตัวและขโมยข้อมูล โดยตั้งค่านัดหมายล่วงหน้าไปไกลถึงปี 2...
24/07/2026

เตือนภัยมัลแวร์ตัวใหม่ HollowGraph แอบใช้ปฏิทิน Microsoft 365 ซ่อนตัวและขโมยข้อมูล โดยตั้งค่านัดหมายล่วงหน้าไปไกลถึงปี 2050
นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Group-IB ค้นพบมัลแวร์สอดแนมตัวใหม่ชื่อ HollowGraph ที่ใช้เทคนิคสุดแยบยลในการหลบซ่อนตัว โดยการเจาะเข้าไปในปฏิทินของบัญชี Microsoft 365 เพื่อใช้เป็นช่องทางในการรับคำสั่งและส่งออกข้อมูลที่ขโมยมาได้
มัลแวร์ตัวนี้จะหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ของแฮ็กเกอร์โดยตรง แต่จะทำงานผ่าน Microsoft Graph API ซึ่งทำให้การรับส่งข้อมูลดูเหมือนเป็นการใช้งาน Microsoft 365 ตามปกติ ส่งผลให้ระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายทั่วไปไม่สามารถตรวจจับความผิดปกติได้
เทคนิคที่แฮ็กเกอร์ใช้คือการสร้างตารางนัดหมายในปฏิทินที่ระบุวันที่ห่างไกลออกไปในอนาคต โดยเฉพาะวันที่ 13 พฤษภาคม 2050 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ใช้งานทั่วไปแทบจะไม่มีโอกาสเลื่อนปฏิทินไปดูถึง จากนั้นแฮ็กเกอร์จะแนบไฟล์คำสั่งไว้ในนัดหมายนั้น เมื่อมัลแวร์ดึงคำสั่งไปทำงานและขโมยข้อมูลในเครื่องเหยื่อได้สำเร็จ มันก็จะสร้างนัดหมายในปี 2050 ขึ้นมาใหม่ พร้อมกับแนบไฟล์ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสส่งกลับไปให้แฮ็กเกอร์
นอกจากนี้ HollowGraph ยังมีการเชื่อมต่อผ่านช่องทาง DNS เพื่อดึงข้อมูลสำหรับต่ออายุการล็อกอินเข้าสู่ระบบ Entra ID (Azure AD) โดยอาศัยโดเมนของแฮ็กเกอร์ และแอบเก็บข้อมูลการล็อกอินนั้นไว้ในไฟล์ที่ปลอมตัวเป็นไฟล์ Log ธรรมดา
นักวิจัยพบว่าโค้ดของมัลแวร์ตัวนี้มีความเชื่อมโยงกับเครื่องมือของกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ Microsoft ที่จะต้องรอแพตช์แก้ไข แต่เกิดจากการที่บัญชีผู้ใช้ถูกเจาะรหัสผ่าน และนำฟังก์ชันปกติของระบบไปใช้ในทางที่ผิด
ผู้ดูแลระบบเครือข่ายสามารถตรวจสอบความผิดปกติได้โดยการค้นหากิจกรรมในปฏิทินที่มีการสร้างนัดหมายไปในขวบปี 2050 ตรวจสอบชื่อไฟล์แนบที่น่าสงสัย ตรวจสอบการอนุญาตสิทธิ์การเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ และเฝ้าระวังการสืบค้นข้อมูล DNS ที่ผิดปกติ
ที่มา The Hacker News :
thehackernews.com/2026/07/hollowgraph-malware-hides-c2-and-stolen
__________________________________________

#ภัยไซเบอร์
#ข้อมูลรั่วไหลเป็น0
#ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล



PDPC Eagle Eye ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัย
23/07/2026

PDPC Eagle Eye ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัย

เตือนภัย เทคนิคใหม่ของมิจฉาชีพ ใช้โดเมน .zip หลอกลวงขโมยข้อมูลแฮ็กเกอร์กำลังใช้เทคนิคใหม่ที่เรียกว่า File Archiver in th...
23/07/2026

เตือนภัย เทคนิคใหม่ของมิจฉาชีพ ใช้โดเมน .zip หลอกลวงขโมยข้อมูล
แฮ็กเกอร์กำลังใช้เทคนิคใหม่ที่เรียกว่า File Archiver in the Browser เพื่อหลอกลวงเหยื่อ โดยการสร้างหน้าเว็บฟิชชิ่งที่ถูกออกแบบให้มีหน้าตาเหมือนโปรแกรมแตกไฟล์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป
ความแนบเนียนของเทคนิคนี้คือการนำหน้าเว็บไปฝังไว้บนโดเมนที่ลงท้ายด้วย .zip ทำให้ URL ดูน่าเชื่อถือและดูเหมือนเป็นไฟล์ซิบจริงๆ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและกดคลิกที่ไฟล์ในหน้าต่างจำลองนั้น ระบบจะพาไปยังหน้าเว็บหลอกลวงเพื่อขโมยรหัสผ่านหรือข้อมูลสำคัญทันที
นอกจากนี้ ช่องโหว่นี้ยังสามารถใช้หลอกให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดมัลแวร์หรือไฟล์อันตรายลงเครื่องได้ และที่น่ากังวลคือ หากผู้ใช้พิมพ์ค้นหาชื่อไฟล์ .zip ที่ไม่มีอยู่จริงผ่าน Windows File Explorer ระบบอาจจะเปิดหน้าเว็บไซต์อันตรายนั้นขึ้นมาแทน หากชื่อไฟล์ไปตรงกับโดเมนที่แฮ็กเกอร์จดทะเบียนเอาไว้พอดี
ความเสี่ยงนี้ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากที่มีการเปิดให้ใช้งานนามสกุลโดเมนเว็บไซต์ระดับบนสุดรูปแบบใหม่ เช่น .zip และ .mov ซึ่งกลายเป็นช่องทางชั้นดีให้ผู้ไม่หวังดีนำมาใช้สร้างความสับสนและโจมตีแบบฟิชชิ่ง
ปัจจุบันการโจมตีแบบฟิชชิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น มีการใช้เครื่องมืออัตโนมัติรวบรวมข้อมูลเหยื่อส่งผ่านทาง Telegram รวมถึงมีระบบหลบหลีกการตรวจจับที่ชาญฉลาด ผู้ใช้งานจึงควรระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ ตรวจสอบลิงก์และ URL ให้ละเอียดก่อนกดคลิกทุกครั้ง
ที่มา Dataleaks :
dataleaks.org/2023/05/29/a-click-on-a-zip-file-could-lead-to-a-phishing-domain
__________________________________________

#ข้อมูลส่วนบุคคล
#ภัยใกล้ตัว
#ข้อมูลรั่วไหลเป็น0
#ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล



เตือนภัยการใช้ AI ช่องโหว่ Prompt Injection ทำให้ LLM ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลการใช้งาน Large Language Models (LLMs) ในองค...
22/07/2026

เตือนภัยการใช้ AI ช่องโหว่ Prompt Injection ทำให้ LLM ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
การใช้งาน Large Language Models (LLMs) ในองค์กรกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ด้านความปลอดภัย เมื่อพบว่าเพียงแค่ใช้เทคนิค Prompt Injection หรือการป้อนคำสั่งหลอกลวงง่ายๆ ก็สามารถทำให้ AI เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนออกมาได้
แม้ว่าระบบจะมีการติดตั้งมาตรการป้องกันความปลอดภัยเอาไว้ แต่ผู้ไม่หวังดีก็ยังสามารถหาช่องทางดึงข้อมูลสำคัญ เช่น ยอดเงินคงเหลือ ประวัติการทำธุรกรรม หรือข้อมูลระบุตัวตนบุคคล ออกมาได้สำเร็จ
จากข้อมูลพบว่าการโจมตีในลักษณะนี้มีโอกาสสำเร็จสูงถึงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ และไม่เพียงแค่ทำให้ข้อมูลความลับรั่วไหลเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของ AI Agent ลดลงไปถึง 15 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย
แม้ปัจจุบันจะมีเครื่องมือและมาตรการป้องกันการโจมตีรูปแบบนี้ออกมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์และไม่สามารถอุดช่องโหว่ได้ทั้งหมด ทำให้ผู้ใช้งานและองค์กรต่างๆ ยังคงตกอยู่ในความเสี่ยง
การปกป้องอธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty) ในยุคนี้จำเป็นต้องมีระบบป้องกันและกรอบการทำงานที่แข็งแกร่งกว่าเดิม การเชื่อใจและใช้งานระบบ LLMs ไปตามปกติโดยไม่มีการตรวจสอบข้อควรระวัง จึงถือเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม
ที่มา Dataleaks :
dataleaks.org/2025/09/03/how-llms-leak-your-data-while-prompting
__________________________________________


#ข้อมูลส่วนบุคคล
#ภัยใกล้ตัว
#ข้อมูลรั่วไหลเป็น0
#ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล



เตือนภัยละเมิดความเป็นส่วนตัวระดับโลก เมื่อ AI สร้างภาพบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2026 องค์กรเครือ...
21/07/2026

เตือนภัยละเมิดความเป็นส่วนตัวระดับโลก เมื่อ AI สร้างภาพบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2026 องค์กรเครือข่ายความร่วมมือ Global Privacy Assembly ได้ออกแถลงการณ์เตือนภัยขั้นรุนแรงเกี่ยวกับระบบ AI ที่สามารถสร้างภาพนิ่งและวิดีโอเสมือนจริงของบุคคลต่างๆ โดยไม่ได้รับความยินยอม
ทางเครือข่ายได้เน้นย้ำถึงอันตรายที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพลามกอนาจารโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม การหมิ่นประมาท การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ (Cyberbullying) รวมถึงความเสี่ยงร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน
ทั้งนี้ มีการเรียกร้องให้องค์กรและผู้พัฒนา AI ปฏิบัติตามกฎหมายความเป็นส่วนตัวอย่างเคร่งครัด สร้างระบบป้องกันที่แข็งแกร่ง รักษาความโปร่งใส และต้องมีกลไกในการลบเนื้อหาที่สร้างความเสียหายออกอย่างรวดเร็วที่สุด พร้อมย้ำเตือนว่าการนำ AI ไปใช้ล่วงละเมิดในลักษณะนี้ อาจเข้าข่ายเป็นความผิดทางอาญาในหลายประเทศ
การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั่วโลก โดยเรียกร้องให้มีความร่วมมือในการออกกฎระเบียบควบคุมอย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัว ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน
ที่มา Dataleaks :
dataleaks.org/2026/02/23/global-privacy-alarm-raised-for-ai-without-consent
__________________________________________

#ข้อมูลส่วนบุคคล
#ภัยใกล้ตัว
#ข้อมูลรั่วไหลเป็น0
#ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล



ที่อยู่

120 หมู่ 3 ชั้น 6 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ (อาคารซี) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+66812454862

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล - PDPC Eagle Eyeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล - PDPC Eagle Eye:

แชร์