SOA iddc Innovation for Design Development Center

SOA iddc  Innovation for Design Development Center ภายใต้แนวความคิดของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (The Creative Economy) ซึ่งถือว่าทุนความคิดสร้างสรรค์จัดเป็นสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและทักษะเฉพาะตัวที่จะเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศในอนาคตข้างหน้า ในส่วนประเทศไทยได้รับแนวคิดดังกล่าวและถือเป็นวาระ แห่งชาติ โดยการจัดตั้งสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์กรมหาชน) จัดตั้งศูนย์ Thailand Creative & Design Center (TCDC) เป็นหน่วยงานหลักเพื่อรองรับแผนดังกล่าวประสานร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมทรัพยากรบุคคลในประเทศ

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม นอกจากจะมีบทบาท ในฐานะที่เป็นสถาบันวิชาการซึ่งมีพันธกิจหลักในด้านการผลิตบัณฑิตนักวิชาชีพออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรม ภายใต้หลักสูตรด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม (Architectural Design) และการออกแบบ สถาปัตยกรรมตกแต่งภายใน (Interior Design) ออกไปสู่สังคมแล้ว บทบาทการเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถทรัพยากรบุคคลในทางวิชาชีพ เพื่อให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาวิชาชีพไปสู่สากล ตามกลไกการเปิดเสรีบริการวิชาชีพในอนาคต บทบาทการให้บริการวิชาชีพแก่สังคมโดยตรง เพื่อนำร่องกระบวนการความคิดด้านการออกแบบไปสู่ผลงานที่มีคุณค่าต่อสังคมเป็นรูปธรรม ก็จัดว่าเป็นบทบาทสำคัญภายใต้พันธกิจบริการวิชาการแก่สังคมของมหาวิทยาลัย

ด้วยความเป็นมาดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นเหตุผลที่มาในโครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาการออกแบบ ( Innovation for Design Development Center) หรือ IDDC ขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางบริการวิชาการและพัฒนาวิชาชีพด้านการออกแบบให้แก่หน่วยงานภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ให้คำปรึกษาด้านงานออกแบบแก่สังคม ดำเนินงานจัดอบรม สัมมนา และการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาวิชาชีพการออกแบบสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ยังถือเป็นหน่วยงานหารายได้ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน กิจกรรมต่างๆ ให้แก่คณะและมหาวิทยาลัยอีกด้วย

วัตถุประสงค์
1. เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) และพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาชีพด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมถ่ายทอดไปสู่ชุมชน สังคมนักออกแบบร่วมกับองค์กรเอกชนต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
2. เพื่อเป็นแหล่งฝึกทักษะ เสริมประสบการณ์วิชาชีพสถาปัตยกรรมของคณาจารย์ร่วมกับนักศึกษา
3. เป็นแหล่งบูรณาการเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการจัดการเรียนสอน การพัฒนาหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตร์
4. เป็นช่องทางการให้บริการวิชาชีพเพื่อสังคม นำมาซึ่งชื่อเสียงและผลงานทางวิชาการ ให้แก่คณะฯ และมหาวิทยาลัยศรีปทุม
5. เป็นแหล่งหารายได้เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน กิจกรรม ให้แก่คณะฯ และมหาวิทยาลัย ตลอดจนเป็นแหล่งงาน สร้างรายได้เสริมให้กับนักศึกษาในระหว่างการศึกษา

เปิดเหมือนปกติ

07/11/2020
07/11/2020
07/11/2020
ม.ศรีปทุมเปิดต้นแบบเรือนไม้ประหยัดพลังงานชูเทคโนโลยีวัสดุ Insulation
09/03/2020
ม.ศรีปทุมเปิดต้นแบบเรือนไม้ประหยัดพลังงานชูเทคโนโลยีวัสดุ Insulation

ม.ศรีปทุมเปิดต้นแบบเรือนไม้ประหยัดพลังงานชูเทคโนโลยีวัสดุ Insulation

ม.ศรีปทุม เปิดต้นแบบเรือนไม้ประหยัดพลังงานศาสตร์สถาปัตยกรรมไม้แบบญี่ปุ่นชูเทคโนโลยีวัสดุ Insulation กันชื้น-คว...

School of Architecture, Sripatum University
15/01/2020

School of Architecture, Sripatum University

SPU 50 ปี มหาวิทยาลัยศรีปทุม
"เพื่อสร้างสังคมแห่งความรู้และ​ ปัญญา​ เบิกบาน​ เชียวชาญ​ คุณธรรม"

15.01.2563

#เต็กสุดขอบ #activeedge
SOA+SPU

#สถาปัตย์ศรีปทุม #อินทีเรียศรีปทุม #soaspu #creativity #housestudio #verticalstudio #architecture #design #Interior #SPU #myfuture #passion

https://www.facebook.com/activeedgespu/
http://arch.spu.ac.th/

การศึกษาและพัฒนารูปแบบ ตามอัตลักษณ์สำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงที่1 : การสำรวจข้อมูลภาคสนาม''ตรอกบ้านจีน : ตาก''ตรอกบ้านจีน ต...
30/12/2017

การศึกษาและพัฒนารูปแบบ ตามอัตลักษณ์
สำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงที่1 : การสำรวจข้อมูลภาคสนาม

''ตรอกบ้านจีน : ตาก''

ตรอกบ้านจีน ตั้งอยู่ที่ถนนตากสิน ใกล้วัดสีตลาราม ตำบลระแหง เป็นชุมชนการค้าขายที่รุ่งเรืองมากในอดีต โดยมีชาวจีนชื่อ "จีนเต็ง" ซึ่งอพยพเข้ามาอยู่> กรุงเทพฯ มาทำการค้าขายไปถึงเชียงใหม่ และได้ขยายกิจการลงมาถึงเมืองตาก

ได้เข้าหุ้นส่วนค้าขายกับพ่อค้าจีนอีกสองคนชื่อ "จีนบุญเย็น" และ "จีนทองอยู่" ต่อมาได้เข้าเกี่ยวพันกับ ระบบราชการไทยกล่าวคือ "จีนบุญเย็น" ได้รับแต่ตั้งเป็น "หลวงนราพิทักษ์" ปลัดฝ่ายจีนเมืองตาก แล้วได้รับแต่งตั้งให้เป็น "หลวงจิตรจำนงค์วานิช" สังกัดกรมท่าซ้าย ส่วนจีนทองอยู่ได้เป็นหลวงบริรักษ์ประชากรกรมการพิเศษเมืองตาก อากรเต็งและหุ้นส่วนทั้งสองใช้ยี่ห้อการค้าว่า "กิมเซ่งหลี" ห้างกิมเซ่งหลีได้เข้ารับช่วงผูกขาดการจัดเก็บภาษีอาการ ที่เมืองเชียงใหม่จึงได้นำพวกคนจีนเข้ามาอยู่ละแวกบ้านนี้ และได้แต่งงานกับผู้หญิงชาวเมืองตากชื่อ "นางก้อนทอง" มีบุตรชายหนึ่งคนและตั้งบ้านเรือนทำการค้าขายขยายวงขึ้น ในสมัยรัชกาลที่ 5 "จีนเต็ง" ได้มอบหมายให้ "หลวงบริรักษ์ประชากร" (จีนทองอยู่) เป็นผู้จัดเก็บภาษีฝิ่น อากรสุรา บ่อนเบี้ย และหวย ก.ข. จนกระทั่ง พ.ศ. 2452 รัฐบาลเริ่มเข้ามาจัดเก็บเอง ภายหลังละแวกหมู่บ้านนี้จึงมีแต่ลูกหลานจีนดำเนินการค้าขาย ปลูกบ้าน ร้านค้า เริ่มมีถนนหนทางแต่เป็นเพียงทางเดินเท้า ร้านค้าจะมีของขายทุกอย่าง ในซอยตรอกบ้านจีนจะมุงหลังคาบ้านชนกัน จึงเป็นท่ร่มใช้เดินถึงกันได้ตลอด มีร้านขายถ้วยชาม ร้านผ้า ร้านหนังสือเรียน ร้านเครื่องอัฐบริขารในการบวชพระ สถานที่ควรพูดถึงในสมัยนั้น คือ สะพานทองข้ามปากคลองน้อยซึ่ง "คุณย่าทอง ทองมา" เป็นผู้สร้างและม่เสาโทรเลขซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกว่า เสาสูง ต่อมามีการปกครองในระบอบประขาธิไตย "นายหมัง สายชุ่มอินทร์" ได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎรคนแรก ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ในละแวกนั้น ตรอกบ้านจีนในสมัยนั้นมี 3 หมู่บ้าน หมู่บ้านเสาสูง หมู่บ้านปากครองน้อย หมู่บ้านบ้านจีน ต่อมาปี 2495 ทางเทศบาลได้รื้อสะพานทองและถมเป็นถนน เริ่มมีรถยนต์ใช้และหมู่บ้านก็เริ่มกั้นเขตแดนล้อมรั้ว ปี 2497 มีรถยนต์เล็กๆ วิ่งเข้าออกได้ ตรอกบ้านจีนเริ่มซบเซาลงหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 2484 ร้านค้าเปิดอพยพไปอยู่ที่อื่นเมื่อ สงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง การค้าขายจึงได้ขยายขึ้นไปทางทิศเหนือ ปัจจุบันบ้านจีนจึงเหลือแต่บ้านเก่าๆ ซึ่งยังคงลักษณะของสถาปัตยกรรมเดิมไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ เหมาะสำหรับเดินทางเที่ยวชมสภาพบ้านเรือนโดยรอบและวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชุมชนตรอกบ้านจีน

#SOA #IDDC #REDCROSS #SPU #ตาก #ตรอกบ้านจีน School of Architecture, Sripatum University

การศึกษาและพัฒนารูปแบบ ตามอัตลักษณ์สำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงที่1 : การสำรวจข้อมูลภาคสนาม''หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวม : เชียงราย'...
29/11/2017

การศึกษาและพัฒนารูปแบบ ตามอัตลักษณ์
สำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงที่1 : การสำรวจข้อมูลภาคสนาม

''หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวม : เชียงราย''

บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายของแม่น้้ากก ตั้งอยู่หมู่ 2 ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย บ้านกระเหรี่ยงรวมมิตร มีหมู่บ้านบริวาร 1 หมู่บ้าน คือบ้านดอยบ่อ 2 (ชนเผ่าอาข่า) บ้านรวมมิตร มีประชากรทั้งหมด 2,860 คน จำนวนครัวเรือน 3,508 ครอบครัว 225 หลังคาเรือน ประกอบไปด้วย ชนเผ่ากะเหรี่ยง จำนวนร้อยละ 94 ของประชากรทั้งหมด ทั้งนี้ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ เช่น อาข่า, ลาหู่, ลีซอ, ม้ง, ไทลื้อ บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่ได้รับการพัฒนาคุณภาพโดยใช้การท่องเที่ยวจากองค์กรเอกชนและประสบความสำเร็จจากการนำช้างมาเป็นพาหนะนำเที่ยวหมู่บ้านชาวเขา ปัจจุบันจัดเป็นศูนย์กลางชาวเขาในแถบ อ.เมือง จ.เชียงราย

#SOA #IDDC #REDCROSS #SPU #เชียงราย #หมู่บ้านกระเหรี่ยงรวม School of Architecture, Sripatum University

สำนักงานเหล่ากาชาดพิษณุโลกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นอาคารของกาชาดตั้งแต่แรก แต่มีการปรับปรุงต่อเติมอาคารด้านข้าง...
03/11/2017

สำนักงานเหล่ากาชาดพิษณุโลก
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นอาคารของกาชาดตั้งแต่แรก แต่มีการปรับปรุงต่อเติมอาคารด้านข้างเพื่อใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้น
อาคารหลังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเป็นองค์ประธานในการเปิดอาคาร
#REDCROSS #SPU #IDDC #SOA

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ธ สถิตในดวงใจ นิรันดร์
26/10/2017

น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ธ สถิตในดวงใจ นิรันดร์

การศึกษาและพัฒนารูปแบบ ตามอัตลักษณ์สำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงที่1 : การสำรวจข้อมูลภาคสนาม''กาดกองต้า : ลำปาง''กาดกองต้าหรือ...
16/10/2017

การศึกษาและพัฒนารูปแบบ ตามอัตลักษณ์
สำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงที่1 : การสำรวจข้อมูลภาคสนาม

''กาดกองต้า : ลำปาง''

กาดกองต้าหรือตลาดจีน ที่ชาวบ้านเรียกติดปาก เป็นย่านตลาด
เก่าตั้งอยู่ขนานกับลำน้ำวัง ในซอยตลาดจีนริมน้ำ มีอาคารโบราณอายุเหยียบร้อยปี บนถนนตลาดเก่าตลอดทั้งสาย ชุมชนกาดกองต้าถือเป็นถนนสายเศรษฐกิจ ที่มีความเป็นมาที่เก่าแก่ และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์กาดกองต้า หมายถึงตลาดตรอกท่าน้ำ ในอดีตเคยเป็น ตลาดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากเมืองลำปางนั้นเคยเป็น
ศูนย์กลางทางการค้าของ ภาคเหนือย่านการค้าส่วนมากมักเกิดขึ้นริมฝั่งแม่น้ำสายใหญ่อย่างแม่น้ำวัง ทำให้เกิดชุมชนที่เข้ามาทำธุรกิจ เช่น อังกฤษพม่า และจีน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้ามาทำการค้ามากที่สุด จนกลายเป็นชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ ชาวบ้านจึง เรียกกาดกองต้าว่าตลาดจีน

#SOA #IDDC #REDCROSS #SPU School of Architecture, Sripatum University

โครงการการสร้างอัตลักษณ์และพัฒนารูปแบบสำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงระยะที่ 1สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ประวัติ เมื่อวัน...
10/10/2017

โครงการการสร้างอัตลักษณ์และพัฒนารูปแบบสำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงระยะที่ 1
สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์
ประวัติ
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารศูนย์ราชการังหวัดกาฬสินธุ์ (แห่งใหม่) ตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังให้ใช้พื้นที่ราชพัสดุ ณ ที่ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ขนาด 96 ไร่ 1 งาน 60ตารางวา สำหรับก่อสร้างศูนย์ราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งประกอบด้วย 1.อาคารศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กจัตุรมุข สูง 4 ชั้น หลังคาเป็นแบบสถาปัตยกรรมทรงไทยอีสาน มีพื้นที่ใช้สอยของอาคาร15,500 ตารางเมตร 2.อาคารหอประชุมขนาดความจุ 1,000 คน กว้าง 27.50 เมตร ยาว 81 เมตร พื้นที่ใช้สอย3,983 ตารางเมตร ใช้งบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างผูกพันงบประมาณ 3 ปี (ปี พ.ศ.2559-2561) วงเงินทั้งสิ้น 686,224,000.-บาท
จากนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาสภากาชาดไทยเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 60พรรษา จังหวัดกาฬสินธุ์ ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ ความเป็นมาของการจัดสร้างอาคารแห่งนี้ เนื่องจากอาคารเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่ใช้สอยคับแคบ ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน มีสภาพอาคารชำรุดทรุดโทรมและก่อสร้างมาเป็นเวลากว่า 53 ปี จึงมีความจำเป็นที่จะต้องก่อสร้างอาคารสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ หลังใหม่ เป็นอาคาร 2 ชั้น งบประมาณก่อสร้างเป็นเงิน 8,280,000.-บาท (แปดล้านสองแสนแปดหมื่นแปดพันบาทถ้วน) โดยงบประมาณสนับสนุนจากสภากาชาดไทย จำนวน 2,058,000.-บาท (สองล้านห้าหมื่นแปดพันบาทถ้วน) งบประมาณเงินสะสมของเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 3,796,000.-บาท (สามล้านเจ็ดแสนเก้าหมื่นหกพันบาทถ้วน) คณะกรรมการบริหารเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของเหล่ากาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ และกิ่งกาชาดอำเภอ จำนวน 2,000,000.-บาท (สองล้านบาทถ้วน) และอาคารหลังนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานราชานุญาตใช้ชื่ออาคารว่า "อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา”
#SOA #IDDC #REDCROSS #SPU คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

วัดพระนางจามเทวี ลำพูนชาวบ้านเรียกกันว่า วัดกู่กุด ตั้งอยู่บนถนนจามเทวี หมู่ 5 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นว...
03/10/2017

วัดพระนางจามเทวี ลำพูน

ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดกู่กุด ตั้งอยู่บนถนนจามเทวี หมู่ 5 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญมาตั้งแต่สมัยล้านนาไทย บางแห่งก็ว่าพระนางจามเทวีสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1298 โดยใช้ช่างฝีมือชาวละโว้ บ้างก็ว่าเจ้าอนันตยศและเจ้ามหันตยศ ราชโอรสของพระนางจามเทวี ได้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิของพระนาง เดิมมียอดพระเจดีย์หุ้มด้วยทองคำ ลักษณะพระเจดีย์เป็นสี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย แต่ละด้านมีพระพุทธรูปยืนปางประทานพรอยู่เป็นชั้นๆอยู่ในซุ้มพระทั้งสี่ด้าน ด้านละ 15 องค์ รวม 60 องค์ ภายในบรรจุอัฐิของพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญไชย ต่อมาจะเป็นสมัยใดไม่ทราบแน่ชัดยอดพระเจดีย์ได้หักหายไป ชาวบ้านจึงเรียกว่า กู่กุด พระเจดีย์องค์นี้มีชื่อเป็นทางการว่า พระเจดีย์สุวรรณจังโกฎ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีรัตนเจดีย์ ตั้งอยู่ทางขวามือของวิหาร สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่17 โดยพระยาสรรพสิทธิ์

ปี พ.ศ. 1184 มีพระฤๅษีไปพบทารกหญิง ถูกพญานกคาบมาทิ้งไว้บนใบบัวหลวง จึงเลี้ยงดูและสอนสรรพวิทยาการต่างๆ ให้ เมื่อพระนางจามเทวี เจริญวัยได้ 13 พรรษา พระฤๅษีจึงต่อนาวายนต์พร้อมด้วยฝูงวานรเป็นบริวารลอยล่องไปตามลำน้ำ ถึงยังท่าน้ำวัดชัยมงคล เมื่อพระเจ้ากรุงละโว้และพระมเหสีพบเห็น จึงได้นำกุมารีน้อยนั้นเข้าสู่พระราชวัง และตั้งให้เป็นพระราชธิดา นามว่า "จามเทวีกุมารี" และให้ศึกษาศิลปวิทยาการตำราพิชัยสงคราม และดนตรีทุกอย่าง พ.ศ. 1198 พระนางจามเทวีมีพระชนม์ 14 พรรษา ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าชายราม แห่งนครรามบุรี ต่อมา พ.ศ. 1204 พระนามจามเทวีมีพระชนม์ 20 พรรษา เป็นกษัตรีย์วงศ์จามเทวีแห่งนครหริภุญชัย โดยพระนางเจ้าได้อัญเชิญพระแก้วขาว (พระเสตังคมณี) จากเมืองละโว้ เมื่อปี 700 ขึ้นมา เพื่อประดิษฐานเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง (ปัจจุบัน พระเสตังคมณีองค์นี้ยังประดิษฐานอยู่ที่วัดเชียงมั่น จังหวัดเชียงใหม่) พระนางจามเทวี มีพระโอรส 2 องค์ องค์พี่มีนามว่ามหายศ (มหันตยศ) องค์น้องมีนามว่าอินทวร(อนันตยศ) โดยพระเจ้ามหายศ ได้ขึ้นเสวยครองเมืองหริภุญชัยนคร(ปัจจุบันคือจ.ลำพูน) แทนพระมารดา ส่วนพระองค์น้องพระเจ้าอินทวรไปครองเมืองเขลางค์นคร(ปัจจุบันคือ จ.ลำปาง)
เมื่อพระนางจามเทวีมีพระชนม์ได้ 60 พรรษา ได้สละราชสมบัติทุกอย่าง ให้พระโอรสทั้งสอง โดยพระนางออกบวชชีบำเพ็ญพรตอยู่ที่วัดจามเทวีแห่งนี้ พ.ศ.1276 พระนางจามเทวีได้ปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดแห่งนี้ พระชนม์ครบ 92 พรรษา พระนางจึงได้สิ้นพระชนม์ ซึ่งทางพระมหันตยศ และพระอนันตยศ ก็ได้จัดถวายพระเพลิงภายในวัดดังกล่าวอย่างสมพระเกียรติ และได้สร้างเจดีย์สี่เหลี่ยมบรรจุพระอัฐิของพระนางไว้ ณ ที่นี้ โดยให้ชื่อเจดีย์ว่า สุวรรณจังโกฎเจดีย์ ที่ได้เป็นต้นแบบของเจดีย์ในแถบล้านนา #SOA #SPU #IDDC School of Architecture, Sripatum University

โครงการการสร้างอัตลักษณ์และพัฒนารูปแบบสำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงระยะที่ 1สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูนประวัติพ.ศ. 2504วันท...
22/09/2017

โครงการการสร้างอัตลักษณ์และพัฒนารูปแบบสำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงระยะที่ 1
สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน
ประวัติ
พ.ศ. 2504
วันที่ 27 มกราคม 2504 สภากาชาดไทย ได้ดำเนินการก่อตั้งเหล่ากาชาดจังหวัดขึ้น ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ (ยกเว้นจังหวัดพระนครและธนบุรี) และทำพิธีเปิดเหล่ากาชาดจังหวัด 69 จังหวัด โดยทำหน้าที่เป็นตัวแทนสภากาชาดไทย ในการช่วยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบสาธารณภัย และราษฎรที่เดือดร้อนในถิ่นทุรกันดาร และท้องถิ่นทั่วไปตามความจำเป็น สนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมยุวกาชาด อาสากาชาด การบริการโลหิต และการบริการดวงตาสภากาชาดไทย
เหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2504 โดยมีนายกเหล่า กาชาดจังหวัดคนแรก คือนายมานิต ปุรณะพรรค์ และตั้งสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูนที่ศาลากลางจังหวัดลำพูน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2536 ได้ก่อสร้างสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดหลังใหม่ ขึ้นในบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และทำพิธีเปิดอาคารสำนักงาน เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2539 โดยท่านแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย
ต่อมาในสมัยของ นายดิเรก ก้อนกลีบ ได้ย้ายมามาดำรงตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน เห็นว่าอาคารสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูนหลังเดิมคับแคบ จึงดำริให้ก่อสร้างอาคารสำนักงานหลังใหม่ขึ้น ในบริเวณที่ว่างข้างสำนักงานเหล่ากาชาดหลังเดิม โดยก่อสร้างเป็นอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น เล่นระดับ ทรงล้านนาประยุกต์ เริ่มการก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ 2552 แล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2552 และได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดอาคารใน วันที่ 11 มิถุนายน 2553
#SOA #SPU #IDDC #REDCROSS #สำรวจพื้นที่77จังหวัด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศรีปทุม

โครงการการสร้างอัตลักษณ์และพัฒนารูปแบบสำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงระยะที่ 1สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรีประวัติอาคารอาคาร...
18/09/2017

โครงการการสร้างอัตลักษณ์และพัฒนารูปแบบสำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงระยะที่ 1
สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี
ประวัติอาคาร
อาคารหลังนี้สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2538 โดยได้รับการบริจาคเงิน น.ส.ทิม วรรณคีรีและ นางบุญรวม เสนาดิสัย คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด คนละ 3,000,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 6,000,000 บาท และเหล่ากาชาดจังหวัดได้ขออนุญาตจากสภากาชาดไทยใช้เงินสะสมของเหล่ากาชาดจังหวัดสมทบอีกจำนวน 1,900,000 บาท อาคารหลังนี้ใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งหมด 7,900,000 บาท
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเป็นองค์ประธานเปิดอาคารหลังนี้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2539
#SPU #IDDC #ARCH #REDCROSS #สำรวจพื้นที่77จังหวัด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศรีปทุม

องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานอันสำคัญของประเทศไทย อยู่ภายในวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร มีประวัติความเป็นมายาวนาน เชื่...
08/09/2017

องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานอันสำคัญของประเทศไทย อยู่ภายในวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร มีประวัติความเป็นมายาวนาน เชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระโคตมพุทธเจ้า

องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ใหญ่ รูป ระฆังคว่ำ ปากผายมหึมา โครงสร้างเป็นไม้ซุง รัดด้วยโซ่เส้นมหึมาก่ออิฐ ถือปูน ประดับด้วยกระเบื้องปูทับ ประกอบด้วยวิหาร 4 ทิศ กำแพงแก้ว 2 ชั้น ถือเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุด เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทยอีกด้วย เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า เป็นที่เคารพสักการบูชาของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ทางวัดกำหนดให้มีงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึง วันแรม 5 ค่ำ เดือน 12 รวม 9 วัน 9 คืน เป็น ประจำทุกปี

พระปฐมเจดีย์ หรือเดิมเรียกว่า พระธมเจดีย์ มีฐานะเป็นมหาธาตุหลวง ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชวินิจฉัยว่า พระธมเจดีย์องค์นี้อาจเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเมื่อคราวที่พระสมณทูตในพระเจ้าอโศกมหาราชเดินทางมาเผยแผ่ศาสนายังสุวรรณภูมิก็เป็นได้ เพราะพระเจดีย์เดิมมีลักษณะทรงโอคว่ำหรือทรงมะนาวผ่าซีกแบบเดียวกับพระสถูปสาญจี แต่ปรากฏว่ามียอดเป็นแบบปรางค์ ซึ่งพระองค์ฯ มีพระราชวินิจฉัยว่า อาจมีเจ้านายพระองค์ใดมาบูรณะไว้ก็เป็นได้ ซึ่งตรงกับความในศิลาจารึกหลักที่ 2 (ศิลาจารึกวัดศรีชุม) ของพระมหาเถรศรีศรัทธา อันได้กล่าวไว้ว่า พระมหาเถรศรีศรัทธาฯ ท่านทรงได้แวะมาบูรณะพระธมเจดีย์องค์นี้ ก่อนที่ท่านจะเดินทางกลับ เมืองราด เมื่อคราวที่ท่านเสด็จกลับจากศึกษาศาสนาพุทธในประเทศศรีลังกา ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานนามใหม่ว่าพระปฐมเจดีย์

ในเรื่องนี้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีบางท่านได้ระบุว่า พระปฐมเจดีย์ไม่ได้เป็นเจดีย์ที่เก่าที่สุดของสุวรรณภูมิ แต่เป็น พระมหาธาตุหลวง ในยุคทวารวดีมากกว่า เนื่องด้วยเหตุผลประกอบหลายประการ โดยเฉพาะการค้นพบเจดีย์ที่มีอายุเก่าแก่กว่าพระธมเจดีย์และหลักฐานลายลักษณ์อักษร ที่ระบุว่า " พระเจดีย์องค์นี้ เดิม ขอมเรียก พระธม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นชาวขอมจริงๆ หรือชาวลวรัฐ ซึ่งสมัยนั้นเราก็เรียกว่าขอม เช่น ขอมสบาดโขลญลำพง คำว่า ธม สำหรับ ชาวขอม นั้น แปลว่า ใหญ่ ตรงกับคำเมืองว่า หลวง ซึ่งเราก็เรียกพระนครธม ว่า พระนครหลวง ด้วยเหตุผลเดียวกัน

นอกจากนี้วัดพระปฐมเจดีย์ยังเป็นที่พระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสรีรางคาร พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ 6 และ พระสรีรางคาร สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งบรรจุไว้ที่ผนังเบื้องหลังพระร่วงโรจนฤทธิ์ ที่พระวิหารทิศเหนือ องค์พระปฐมเจดีย์

"โครงการการสร้างอัตลักษณ์และพัฒนารูปแบบสำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงระยะที่ 1"สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐมประวัติอาคารปีพุท...
08/09/2017

"โครงการการสร้างอัตลักษณ์และพัฒนารูปแบบสำนักงานเหล่ากาชาด ช่วงระยะที่ 1"
สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม

ประวัติอาคาร
ปีพุทธศักราช 2546 เป็นวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมายุ 48 พรรษา นางรัชนีกร ขันธหิรัญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐมในขณะนั้น ได้ดำริให้ก่อสร้างอาคารสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐมขึ้นแทนสำนักงานเดิมซึ่งเป็มอาคารไม้ชั่วคราว และขอพระราชทานพระราชานุญาตใช้นามอาคารว่า "อาคารเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี" พร้อมทั้งขออัญเชิญอักษรพระนามาภิไธย "ส.ธ." ประดับบนอาคาร ซึ่งได้ทรงพระราชทานพระราชานุญาต
#spu #iddc คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศรีปทุม

"วัดพระธาตุลำปางหลวง"     ในทางประวัติศาสตร์นครลำปาง วัดพระธาตุลำปางหลวงมีประวัติว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๒๗๕ นครลำปางว่างจากผู...
30/08/2017

"วัดพระธาตุลำปางหลวง"
ในทางประวัติศาสตร์นครลำปาง วัดพระธาตุลำปางหลวงมีประวัติว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๒๗๕ นครลำปางว่างจากผู้ครองนคร และเกิดความวุ่นวายขึ้น สมัยนั้นพม่าเรืองอำนาจได้แผ่อิทธิพลปกครองอาณาจักรล้านนาไว้ได้ทั้งหมด พม่าได้ยึดครองนครเชียงใหม่ ลำพูน โดยแต่งตั้งเจ้าผู้ครองนครอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์พม่า ท้าวมหายศเจ้าผู้ครองนครลำพูนได้ยกกำลังมายึดนครลำปาง โดยได้มาตั้งค่ายอยู่ภายในวัดพระธาตุลำปางหลวง ครั้งนั้น หนานทิพย์ช้าง ชาวบ้านปงยางคก (ปัจจุบันอยู่อำเภอห้างฉัตร) วีรบุรุษของชาวลำปาง ได้รวบรวมพลทำการต่อสู้ทัพเจ้ามหายศ โดยลอบเข้ามาในวัด และใช้ปืนยิงท้าวมหายศตาย แล้วตีทัพลำพูนแตกพ่ายไป ปัจจุบันยังปรากฏรอยลูกปืนอยู่บนรั้วทองเหลืองที่ล้อมองค์พระธาตุเจดีย์ ต่อมาหนานทิพย์ช้างได้รับสถาปนาขึ้นเป็น พระยาสุลวะลือไชยสงคราม เจ้าผู้ครองนครลำปาง และเป็นต้นตระกูล ณ ลำปาง เชื้อเจ็ดตน ณ เชียงใหม่ ณ ลำพูน ณ น่าน

พระธาตุลำปางหลวง ลักษณะทางสถาปัตยกรรม เป็นเจดีย์กลมทรงระฆังคว่ำ(แต่ในหนังสือพระเจดีย์ในล้านนา โดย สถาบันวิจัยสังคม ม.เชียงใหม่ กลับเรียกว่า เจดีย์แบบพุกามล้านนา เนื่องจากมีการปิดทองจังโกคล้ายแบบพุกามนั่นเอง) ปิดทองจังโกทั่วทั้งองค์เจดีย์ รูปทรงหนักแน่น ไม่ชลูดเหมือนเจดีย์แห่งอื่นๆ รอบๆพระธาตุมีการล้อมรอบด้วยรั้วเหล็ก โคมรั้ว มีการสร้างซุ้มประตูโขงอยู่ทางทิศใต้ของพระธาตุ บริเวณรั้วเหล็กมีเรื่องเล่าถึง รอยกระสุนปืน ที่หนานทิพย์ช้างยิงปืนสังหาร ท้าวมหายศ เมื่อช่วงพุทธศตวรรษที่ 23
#SPU #IDDC คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศรีปทุม

กาดกองต้าหรือตลาดจีน ที่ชาวบ้านเรียกติดปาก เป็นย่านตลาดเก่าตั้งอยู่ขนานกับลำน้ำวัง ในซอยตลาดจีนริมน้ำ มีอาคารโบราณอายุเห...
29/08/2017

กาดกองต้าหรือตลาดจีน ที่ชาวบ้านเรียกติดปาก เป็นย่านตลาดเก่าตั้งอยู่ขนานกับลำน้ำวัง ในซอยตลาดจีนริมน้ำ มีอาคารโบราณอายุเหยียบร้อยปี บนถนนตลาดเก่าตลอดทั้งสาย ชุมชนกาดกองต้าถือเป็นถนนสายเศรษฐกิจ ที่มีความเป็นมาที่เก่าแก่ และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ กาดกองต้า หมายถึงตลาดตรอกท่าน้ำ ในอดีตเคยเป็น ตลาดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากเมืองลำปางนั้นเคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าของ ภาคเหนือย่านการค้าส่วนมากมักเกิดขึ้นริมฝั่งแม่น้ำสายใหญ่อย่างแม่น้ำวัง ทำให้เกิดชุมชนที่เข้ามาทำธุรกิจ เช่น อังกฤษ พม่า และจีน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้ามาทำการค้ามากที่สุด จนกลายเป็นชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ ชาวบ้านจึง เรียกกาดกองต้าว่าตลาดจีน
ในอดีตย่านนี้มีผู้คนจากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ยาวนานกว่า 100 ปี อาคารบ้านเรือนบริเวณสองฝั่งแม่น้ำวังจึงมี รูปแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างยุโรป จีน และพม่า ดังนั้น ถนนตลาดเก่าเส้นนี้จึงเต็มไปด้วยบ้านเรือนสวย ๆ หลากสไตล์บ้านเรือนสิ่งก่อสร้าง มีทั้งเรือนแบบไทยภาคกลาง เรือนล้านนา เรือนพม่า ที่ดูจะโดดเด่นเห็นจะเป็น เรือน แบบจีน และเรือนขนมปังขิงแบบฝรั่งตะวันตก ทั้งนี้อาจเพราะในสมัยนั้นประเพณีราชนิยมแบบตะวันตก กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในภาคกลาง ชาวตะวันตกเข้ามามีความสัมพันธ์กับสยามมากมาย จะด้วยบทบาทใด ก็ตามแต่รูปแบบสถาปัตยกรรมงามแปลกตา ที่นำมาเผยแพร่ก็เป็นที่ถูกใจของชาวสยาม นำมาประยุกต์ใช้สร้าง บ้านเรือนเป็นที่สวยงาม ระบาดไปเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ รวมทั้งที่กาดกองต้า ก็มีเรือนฝรั่งผสมจีนแบบนี้ อยู่หลายแห่ง ย่านการค้ากาดกองต้า คึกคักรุ่งเรืองจนถึงยุคสมัยที่การคมนาคมขนส่งทางน้ำหมด ความสำคัญ ลงไป เพราะมีีการคมนาคมทางบกทั้งทางรถไฟและทางรถยนต์เข้ามาแทนที่ กาดกองต้า ก็กลายเป็นย่านเก่าที่ เงียบเหงาซบเซาลงไปตามกาลเวลา
จนกระทั่งด้วยสำนึกรักบ้านเกิดของคนภายในชุมชน ได้ตกแต่งบูรณะฟื้นฟูให้อาคารเก่ามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง และ กลายเป็นถนนสายวัฒนธรรมที่สวยงามมีเอกลักษณ์ ยิ่งเมื่อได้มีการปลุกฟื้นชีวิตชีวาด้วยการจัดถนนคนเดิน ในช่วงคืนทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. - 22.00 น. ก็ยิ่งทำให้ผู้มาเดินเที่ยวชมและ พ่อค้าแม่ค้าที่ นำสินค้า มาวางขายต่างหวนระลึกถึงบรรยากาศเก่าๆในอดีตเมื่อร้อยกว่าปที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดีเป็น มรดกล้ำค่าี และแม่เหล็กดึงดูด นักท่องเที่ยว ผู้โหยหาอดีตอันคลาสสิก การเดินชมกาดกองต้าในวันนี้ ต้องถือว่าเป็นรายการ ท่องเที่ยวเมืองลำปางที่ต้องไม่พลาดชม และมีบรรยากาศหลากหลายให้เลือกสัมผัส
#ARCHSPU #SPU #IDDC คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ศรีปทุม

ที่อยู่

Bangkok
10990

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 19:30
อังคาร 09:30 - 19:30
พุธ 09:30 - 19:30
พฤหัสบดี 09:30 - 19:30
ศุกร์ 09:30 - 19:30

เบอร์โทรศัพท์

0899857255

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SOA iddc Innovation for Design Development Centerผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง SOA iddc Innovation for Design Development Center:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

มารู้จัก"ชัยภูมิชีวิต" เพื่อความสุขและความสำเร็จในชีวิต หากคุณเป็นแพทย์ วิศวกร สถาปนิก ทุกกลุ่มวิชาชีพ พนักงานออฟฟิศ หรือบุคคลทั่วไปที่กำลังค้นหา .... ✅ความก้าวหน้าในชีวิตและอาชีพ ✅ช่วงไหนดวงรุ่ง ช่วงไหนดวงตก ✅ย้ายงานอย่างไรให้ปัง ✅อาชีพเสริมใดที่เหมาะกับคุณ ✅การเลือกชัยภูมิที่มีผลต่อความสำเร็จ มาค้นหาคำตอบและพิสูจน์กับหลักสูตรนี้สิคะ หลักสูตรสำหรับกลุ่มวิชาชีพ พนักงานออฟฟิศ และบุคคลทั่วไปที่ต้องการพัฒนาตนเองให้สำเร็จในอาชีพ จัดโดย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกับ FengshuiX โดย อ.เจ๋อหลาง และแขกรับเชิญผู้มากด้วยประสบการณ์ เรียนกับตัวจริง ปฏิบัติจริง เรียนจากกรณีศึกษาจริง จบแล้วทำได้จริง หลักสูตร “ดวงจีนปาจื้อ / BAZI READING AND ANALYSIS” วันที่ 1, 8, 14 (A), 15 (B), 21 พ.ย. 2563 สถานที่อบรม: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม 📣📣 ในโอกาสเปิดหลักสูตรรุ่นแรก และอยู่ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ลดค่าลงทะเบียนจาก 18,000 บาท เหลือเพียง 13,999 บาท ‼️ 🔥 พิเศษเพียง 9 ท่านแรก ค่าลงทะเบียนเพียง 9,999 บาท 🔥🔥 early bird ชำระเงินก่อน 15 ตค. 63 ค่าลงทะเบียนเพียง 11,999 บาท 🔥🔥🔥 สมัครแพคคู่ ค่าลงทะเบียนเพียง 12,999 บาท แจกฟรี ‼️ ✔ เอกสารประกอบการเรียน 4 สีทุกหน้า 160 หน้า มูลค่า 1,000 กว่าบาท ✔ Workshop ✔ เรียนจบรับใบ Certificate 📌ติดต่อลงทะเบียนหรือสอบถามได้ที่ : 📱คุณอรอนงค์ สระสม 083-8400088 (ผู้จัดการหลักสูตร) หรือคุณกรวรรณ หวานฉ่ำ 082-5295947 Email: [email protected], [email protected] เปิดลงทะเบียนแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ** ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ทางดวงจีน หรือความรู้ใด ๆ มาก่อน เราสอนตั้งแต่พื้นฐานจนดูได้
หากคุณเป็นผู้บริหาร หรือหัวหน้างานที่ … ✅ต้องการรู้วิธีบริหารองค์กรและทีมงานให้เหมาะสมกับดวงชะตา ✅ลูกน้องดื้อแต่เก่ง ควรบริหารอย่างไร ✅รู้จังหวะและโอกาส เมื่อต้องติดต่อผู้บริหารที่มีอำนาจใหญ่กว่า ✅การเลือกชัยภูมิที่มีผลต่อความสำเร็จ มาค้นหาคำตอบและพิสูจน์กับหลักสูตรนี้สิคะ หลักสูตรสำหรับนักบริหาร หรือหัวหน้างาน ที่ต้องการรู้ศักยภาพที่แท้จริงของตนเองและทีมงาน จัดโดย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกับ FengshuiX โดย อ.เจ๋อหลาง และแขกรับเชิญผู้มากด้วยประสบการณ์ เรียนกับตัวจริง ปฏิบัติจริง เรียนจากกรณีศึกษาจริง จบแล้วทำได้จริง หลักสูตร “ดวงจีนปาจื้อ / BAZI READING AND ANALYSIS” วันที่ 1, 8, 14 (A), 15 (B), 21 พ.ย. 2563 สถานที่อบรม: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม 📣📣 ในโอกาสเปิดหลักสูตรรุ่นแรก และอยู่ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ลดค่าลงทะเบียนจาก 18,000 บาท เหลือเพียง 13,999 บาท ‼️ 🔥 พิเศษเพียง 9 ท่านแรก ค่าลงทะเบียนเพียง 9,999 บาท 🔥🔥 early bird ชำระเงินก่อน 15 ตค. 63 ค่าลงทะเบียนเพียง 11,999 บาท 🔥🔥🔥 สมัครแพคคู่ ค่าลงทะเบียนเพียง 12,999 บาท แจกฟรี ‼️ ✔ เอกสารประกอบการเรียน 4 สีทุกหน้า 160 หน้า มูลค่า 1,000 กว่าบาท ✔ Workshop ✔ เรียนจบรับใบ Certificate 📌ติดต่อลงทะเบียนหรือสอบถามได้ที่ : 📱คุณอรอนงค์ สระสม 083-8400088 (ผู้จัดการหลักสูตร) หรือคุณกรวรรณ หวานฉ่ำ 082-5295947 Email: [email protected], [email protected] เปิดลงทะเบียนแล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ** ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ทางดวงจีน หรือความรู้ใด ๆ มาก่อน เราสอนตั้งแต่พื้นฐานจนดูได้