กองบัญชีภาครัฐ กรมบัญชีกลาง

กองบัญชีภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ภารกิจ
(4)

เปิดเหมือนปกติ

25/09/2020
doc-14-60-docs.googleusercontent.com

คู่มือการลงทะเบียน ระบบข้อมูลผู้ทำบัญชีของหน่วยงานของรัฐ (Public Accountants Information System: PAIS)
สามารถดาวน์โหลด ได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ค่ะ

ประกาศ!! เลื่อนการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 (Paper & Pencil).จากเดิมกำหนดวันที่ 28 มิ...
13/03/2020

ประกาศ!! เลื่อนการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 (Paper & Pencil)
.
จากเดิมกำหนดวันที่ 28 มิถุนายน 2563 ออกไปก่อน
.
สำนักงาน ก.พ. จะกำหนดวันสอบและแจ้งให้ทราบต่อไป
.

ประกาศ!! เลื่อนการสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 (Paper & Pencil)
.
จากเดิมกำหนดวันที่ 28 มิถุนายน 2563 ออกไปก่อน
.
สำนักงาน ก.พ. จะกำหนดวันสอบและแจ้งให้ทราบต่อไป
.

เรื่องเด่นเย็นนี้ ช่อง3
13/03/2020

เรื่องเด่นเย็นนี้ ช่อง3

⭕ ไทยพบผู้ป่วยเพิ่ม 5 ราย ทั้งหมดเป็นการติดต่อในลักษณะกลุ่มก้อน

กลุ่มแรกเป็นผู้ติดเพิ่มเติมมาจากชายชาวฮ่องกง 2 ราย ส่วนกลุ่มที่สอง มี 3 ราย เป็นหญิงไทยอายุ 27 ปี ไปเสริมความงามที่เกาหลีแล้วมีอาการป่วย หลังจากนั้นก็ไปกินเลี้ยงที่สถานบันเทิง มีพฤติกรรมดื่มสุราร่วมกัน จึงทำให้น้องชาย และเพื่อนของหญิงรายนี้ติดเชื้อเพิ่ม

หลังจากนี้เฝ้าติดตามผู้สัมผัสโรคใกล้ชิดเพิ่มเติมอีก 8 รายส่งผลให้ขณะนี้ ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมแล้ว 75 ราย

กระแสเอเชียใต้ x พูดทั้งโลก
12/03/2020

กระแสเอเชียใต้ x พูดทั้งโลก

อินเดียประกาศปิดเมือง ห้ามต่างชาติเข้าประเทศ
.
หลังจากที่เมื่อวานนี้ตัวเลขผู้ที่ติดเชื้อ #โควิด19 ของอินเดียพุ่งไปแตะระดับ 60 ราย ส่งผลให้ทางรัฐบาลอินเดียมีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสภายในประเทศ ผนวกกับเมื่อช่วงค่ำวานนี้องค์การอนามัยโลกได้ยกระดับการแพร่ระบาดของโควิด19 เป็นระดับการแพร่ระบาดไปทั่วโลก
.
ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วส่งผลให้เมื่อช่วงเย็นวานนี้รัฐบาลอินเดียมีการประชุมเร่งด่วนระหว่างหลายกระทรวงไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข มหาดไทย การต่างประเทศ ฯลฯ เพื่อแสวงหามาตรการในการป้องกันปัญหาร่วมกัน
.
โดยผลจากการประชุมดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลอินเดียยกระดับมาตรการในการป้องกันไวรัสโควิด19 ขั้นสูงสุดนั่นคือการห้ามต่างชาติเข้าประเทศ และระงับวีซ่าการท่องเที่ยวทั้งหมดที่เคยให้ไป โดยมีรายละเอียดดังนี้
.
1. วีซ่าทั้งหมดที่เคยให้ไปกับประชาชนต่างสัญชาติทั้งหลายนั้นให้ระงับไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2563 โดยให้มีผลบังคับใช้ในช่วง 12 นาฬิกา (GMT) ของวันที่ 13 มีนาคม 2563 ในทุกช่องทางที่ชาวต่างชาติจะเดินทางมาอินเดีย ทั้งนี้ให้มาตรการนี้ยกเว้นกับวีซ่าทางการทูต วีซ่าทางการ วีซ่าสำหรับสหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศ วีซ่าทำงาน และวีซ่าโครงการ
.
2. วีซ่าสำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศอินเดียแล้วนั้นให้ยังคงอยู่ได้ แต่ต้องติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง FRRO/FRO ที่ใกล้ที่สุดผ่านระบบ e-FRRO สำหรับการอยู่ต่อ
.
3. วีซ่าท่องเที่ยวฟรีที่รัฐบาลให้กับกลุ่มคนที่ถือบัตรอินเดียโพ้นทะเลจะถูกระงับเช่นเดียวกันไปจนถึงถึงวันที่ 15 เมษายน 2563 โดยให้มีผลบังคับใช้ในช่วง 12 นาฬิกา (GMT) ของวันที่ 13 มีนาคม 2563 ในทุกช่องทางที่ชาวต่างชาติจะเดินทางมาอินเดีย
.
4. สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมายังอินเดียอย่างมากด้วยเหตุผลความจำเป็นใด ให้ติดต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลในการออกวีซ่าให้เป็นกรณีพิเศษตามความจำเป็น
.
5. สำหรับผู้ที่กำลังเดินทางมายังอินเดีย รวมถึงชาวอินเดีย ที่มีประวัติการเดินทางมาจากจีน อิตาลี อิหร่าน เกาหลี ฝรั่งเศส สเปน และเยอรมัน ภายหลังวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ต้องถูกกักตัวอย่างน้อย 14 วัน โดยให้มีผลบังคับใช้ในช่วง 12 นาฬิกา (GMT) ของวันที่ 13 มีนาคม 2563 ในทุกช่องทางที่ชาวต่างชาติจะเดินทางมาอินเดีย
.
6. ทุกช่องทางการการเดินทางระหว่างประเทศในเขตพรมแดนของอินเดียทั้งหมดจะได้รับการตรวจตราอย่างเข้มงวดในการผ่านแดน โดยเฉพาะการตรวจทางการแพทย์ ซึ่งจะมีรายละเอียดแจ้งต่อไปโดยกระทรวงมหาดไทย
.
เห็นได้ว่านี่เป็นการยกระดับขั้นสูงสุดในการป้องกันไวรัสโควิด ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการปิดประเทศไม่ให้คนนอกเข้ามาก็ว่าได้ ถือเป็นความเฉียบขาดอย่างยิ่งของทางรัฐบาลอินเดีย
.
#กระแสเอเชียใต้ #อินเดีย #โรคระบาด #ปิดประเทศ #COVID19

หนังสือของหน่วยงานกรมการปกครองไม่ได้บอกว่าประเทศเราเข้าสู่เฟส 3 นะคะ แต่ในเอกสารบอกว่า“จะยกระดับการรับมือให้สูงกว่าสถานก...
12/03/2020

หนังสือของหน่วยงานกรมการปกครองไม่ได้บอกว่าประเทศเราเข้าสู่เฟส 3 นะคะ แต่ในเอกสารบอกว่า
“จะยกระดับการรับมือให้สูงกว่าสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริง ตอนนี้อยู่เฟส 2 แต่เพิ่มการรับมือแบบเฟส 3” คือการเตือนจ้า

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
12/03/2020

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร ชวนนุช และผู้ที่มีสุขภาพดี ร่วมกันบริจาคโลหิต ผ่านวิกฤติโรคระบาด ส่งต่อโลหิตที่ปลอดภัยให้กับผู้ป่วย
.
📌บริจาคได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
📌หน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิตทุกแห่ง ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ
🏥โรงพยาบาลสาขา และโรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ
📱สอบถามโทร. 0 2256 4300

--------------------------------------------
Peck- Palitchok invite healthy people or blood donors who have made donation in the past 3 months or more are begged.To donate their blood, break through the epidemic crisis.Forward the safe blood to the patients.
At the National Blood Centre, Thai Red Cross Society, Mobile units, Blood Service Region, hospital branches, and provincial hospitals all over the country. Further information, please contact 0 2256 4300

#ให้เลือดฝ่าวิกฤติcovid19
#คนไทยต้องช่วยกัน

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง : Fiscal Policy Office
12/03/2020

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง : Fiscal Policy Office

มาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนาต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงทางอ้อม ระยะที่ 1

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ขยายวงกว้างขึ้นทั่วโลกและมีจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม เริ่มต้นจากภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 12 ของ GDP นักท่องเที่ยวหดหาย โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 นักท่องเที่ยวจีนหดตัวกว่าร้อยละ 85 และนักท่องเที่ยวโดยรวมหดตัวร้อยละ 44 ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวซบเซากะทันหัน ต่อมาผลกระทบขยายวงไปยังภาคการอุตสาหกรรมทำให้ห่วงโซ่การผลิตและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศขาดตอน การค้าระหว่างประเทศหยุดชะงัก ท้ายที่สุดผู้ประกอบการขาดรายได้ สภาพคล่องไม่เพียงพอ มีความเสี่ยงถึงขั้นปิดกิจการ ตลอดจนประชาชนทั่วไปขาดรายได้ เผชิญความเสี่ยงอาจถูกเลิกจ้างงานจำนวนหลายแสนคนกระทรวงการคลังรับผิดชอบการดูแลเศรษฐกิจไทยในภาพรวม เล็งเห็นถึงความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งก่อนเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ก็อยู่ในภาวะที่ต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน เช่น ทั้งการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์จึงจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการเพื่อพยุงและลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอย่างทันท่วงที กระทรวงการคลังจึงเสนอมาตรการเพื่อดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งผู้ประกอบการและประชาชน โดยยึดหลัก “ทันการณ์ ตรงเป้าหมาย และชั่วคราวตามจำเป็น” เพื่อบรรเทาผลกระทบและเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ รวมถึงแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน โดยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2562 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ เรื่อง มาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนาต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงทางอ้อม ระยะที่ 1 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
.
1. มาตรการด้านการเงิน ประกอบด้วย 4 มาตรการ ดังนี้
1.1 มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) โดยธนาคารออมสินสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำวงเงินรวม 150,000 ล้านบาท ให้แก่สถาบันการเงิน โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี และสถาบันการเงินให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ระยะเวลา 2 ปี วงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อรายไม่เกิน 20 ล้านบาท

1.2 มาตรการพักต้นเงินลดดอกเบี้ยและขยายระยะเวลาชำระหนี้แก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) มีมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ด้วยการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้และเงื่อนไขการรับประกันในด้านต่าง ๆ เช่น การพักชำระหนี้เงินต้น การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ การขยายระยะเวลาการชำระหนี้ และการผ่อนคลายเงื่อนไขการจ่ายค่าสินไหมทดแทน เป็นต้น นอกจากนี้ SFIs บางแห่งยังมีมาตรการสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่อง รวมถึงมีโครงการ Refinance หนี้บัตรเครดิตในอัตราดอกเบี้ยต่ำลง

1.3 มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกแนวทางในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย เพื่อให้สถาบันการเงินและบริษัทลูกในกลุ่ม สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจที่ให้สินเชื่อที่มิใช่สถาบันการเงิน เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในเชิงรุกอย่างทันเหตุการณ์ เช่น ผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นสินเชื่อปกติ เพิ่มความยืดหยุ่นในการอนุมัติเงินกู้ เพื่อให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจหรือดำเนินชีวิตประจำวันต่อไปได้

1.4 มาตรการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานของสำนักงานประกันสังคม โดยสำนักงานประกันสังคมจะร่วมกับสถาบันการเงินสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 30,000 ล้านบาท ให้แก่สถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมและจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน และต้องรักษาจำนวนผู้ประกันตนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนผู้ประกันตน ณ วันที่ได้รับสินเชื่อเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ยังคงสามารถจ้างลูกจ้างต่อไปได้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
.
2. มาตรการภาษี ประกอบด้วย 4 มาตรการ ดังนี้

2.1 มาตรการคืนสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศ โดยลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากอัตราร้อยละ 3 เหลืออัตราร้อยละ 1.5 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 และลดเหลืออัตราร้อยละ 2 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามข้อกำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ที่จ่ายผ่านระบบการหักภาษี ณ ที่จ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax)

2.2 มาตรการภาษีเพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises : SMEs) ที่เข้าร่วมมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) และมีการจัดทำบัญชีเดียว สามารถหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า สำหรับรายจ่ายดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

2.3 มาตรการส่งเสริมเสถียรภาพของการจ้างงานในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถหักรายจ่ายได้ 3 เท่า สำหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าจ้างของเดือนเมษายน 2563 ถึงเดือนกรกฎาคม 2563 ให้แก่ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคมและได้รับค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยต้องคงการจ้างงานในช่วงดังกล่าวไว้ไม่น้อยกว่าจำนวนลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตน ณ วันสุดท้ายของเดือนธันวาคม 2562

2.4 มาตรการเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการภายในประเทศ โดยพิจารณาคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการส่งออกที่ดี กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 ทางอินเทอร์เน็ตจะได้รับคืนภายใน 15 วัน และกรณียื่นแบบ ภ.พ.30 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาจะได้รับคืนภายใน 45 วัน
.
3. มาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ ประกอบด้วย 6 มาตรการ ดังนี้

3.1 มาตรการบรรเทาภาระการจ่ายค่าน้ำค่าไฟ รัฐวิสาหกิจ กระทรวงเจ้าสังกัดที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานกำกับ (Regulator) บรรเทาภาระโดยพิจารณาถึงแนวทางการลดและเลื่อนการชำระค่าน้ำและค่าไฟ หรือแนวทางที่เหมาะสม เช่น คืนค่าประกันการใช้ไฟบางส่วน เป็นต้น ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส COVID-19

3.2 มาตรการลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อลดอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของนายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2533 โดยเงินสมทบของรัฐบาลให้คงอัตราเดิมที่ร้อยละ 2.75 ของค่าจ้าง พร้อมทั้งปรับลดจำนวนเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และรัฐจ่ายเงินสมทบในจำนวนเท่าเดิม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและผู้ประกันตนในการนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในช่วงที่ภาคส่วนต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

3.3 มาตรการบรรเทาภาระค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ค่าตอบแทนในการให้บริการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจลดหรือชะลอหรือเลื่อนการเก็บค่าธรรมเนียม ค่าเช่าราชพัสดุ ค่าตอบแทนในการให้บริการ หรือค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อบรรเทาภาระให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส COVID-19

3.4 มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยลดระยะเวลาการรับฟังความคิดเห็นร่างขอบเขตงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ และระยะเวลาการเผยแพร่ประกาศและเอกสารซื้อหรือจ้าง สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ปรับเพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงให้หน่วยงานเร่งดำเนินการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุนปีเดียวที่เป็นการจัดหาพัสดุที่มีวงเงินต่อรายการไม่เกิน 2 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2563

3.5 มาตรการสร้างความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุน โดยให้ประชาชนทั่วไปหักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (Super Savings Fund หรือ SSF) ที่มีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยแยกจากวงเงินหักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนใน SSF กรณีปกติ และไม่อยู่ภายใต้เพดานวงเงินหักลดหย่อนรวมในกองทุนเพื่อการเกษียณทั้งหมด โดยต้องซื้อระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 และถือหน่วยลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี ทั้งนี้ เงื่อนไขอื่น ๆ ให้เป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

3.6 มาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 โดยกำหนดให้มีแนวทางให้ส่วนราชการสามารถจ่ายเงินเพื่อป้องกัน เยียวยา สร้างแรงจูงใจในการคงการจ้างงาน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นการเฉพาะและเร่งด่วน โดยได้เตรียมวงเงิน 20,000 ล้านบาท จากงบกลาง เพื่อรองรับการดำเนินการดังกล่าวเป็นการเฉพาะกระทรวงการคลังมั่นใจ มาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนาต่อเศรษฐกิจไทย
ทั้งทางตรงทางอ้อม ระยะที่ 1 จะช่วยบรรเทาและป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อภาคการผลิตและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เศรษฐกิจยังขับเคลื่อนต่อไปได้ กระทรวงการคลังจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะออกมาตรการที่เหมาะสมมาดูแลเศรษฐกิจไทยอย่างทันท่วงทีเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป

-----------------------------------------------------------------

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
• มาตรการด้านการเงิน
o โทร 0 2273 9020 ต่อ 3235
• มาตรการด้านภาษี
o โทร 0 2273 9020 ต่อ 3509 3529 3512
• มาตรการลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของนายจ้างและลูกจ้าง / มาตรการสร้างความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุน
o โทร 0 2273 9020 ต่อ 3643
• มาตรการบรรเทาภาระค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ค่าตอบแทนในการให้บริการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ / มาตรการบรรเทา
ภาระการจ่ายค่าน้ำค่าไฟ / มาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19
o โทร 0 2273 9020 ต่อ 3558
• มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
o โทร 0 2127 7000 ต่อ 4588

แชทให้ชัวร์ว่าเสี่ยงติด COVID-19 ไหมน้องหน้ากาก Covid Bot ยินดีให้บริการคัดกรองผู้ที่อาจติดเชื้อ COVID 19 อิงข้อมูลจากหน...
12/03/2020

แชทให้ชัวร์ว่าเสี่ยงติด COVID-19 ไหม
น้องหน้ากาก Covid Bot ยินดีให้บริการคัดกรองผู้ที่อาจติดเชื้อ COVID 19 อิงข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณะสุขของไทยที่ใช้ในการ
Click here: https://m.me/covid19bot 😷

ด้วยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ไปทั่วโลกรวมไปถีงประเทศไทยส่งผลให้เเพทย์เเละโรงพยาบาลต้องรับมือผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นกว่าปกติ ถึงแม้ในปัจจุบันประเทศไทยมีรายงานจำนวนผู้ป่วยหรือผู้ติดเชื้อจากทางการยังไม่สูงมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ทีมวิจัยคาดการว่าการระบาดมีเเนวโน้มจะทวีความรุนเเรงมากขึ้นหากไม่มีการนำกลยุทธ์เเละวิธีการใหม่ๆเข้ามาจัดการกับปัญหา ทางทีมมีเเนวคิดว่าการที่โรงพยาบาลจะทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเมื่อเราสามารถคัดกรองคนไข้ที่ไปรับบริการได้อย่างรวดเร็วเเละลดจำนวนคนสุขภาพดีที่ไปตรวจร่างกายโดยไม่มีอาการเพื่อป้องกันการติดเชื้อเเละรักษาทรัพยการทางการเเพทย์เพือใช้ในเวลาฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตามความหวาดวิตกกังวลของคนในสังคมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้คนที่สงสัยว่าตนเองติดเชื้อหรือไม่มีความต้องอยากที่จะกับหน่วยงานทางการเเพทย์ ด้วยเหตุนี้ คลัสเตอร์วิจัยนวัตกรรมอนาคต (Futuristic Research Cluster of Thailand หรือ FREAK Lab ) ร่วมมือของกลุ่มแพทย์ที่เป็นศิษย์เก่าของ Junior Science Talent Project (JSTP) หรือ โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน ได้ร่วมมือในการพัฒนา Chatbot เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถปรึกษากับหมอเสมือน (BOT) เเละประเมินความเสี่ยง

Covid Bot เป็นการสนทนาผ่านบ็อทที่ใช้ข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณะสุขของไทยที่ใช้ในการคัดกรองผู้ที่อาจติดเชื้อ แต่เนื่องจากข้อมูลวิชาการทางการแพทย์มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การนำไปใช้ในแต่ละบุคคลจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆมากมาย ดังนั้นข้อความใน Covid bot จึงไม่สามารถนำไปอ้างอิงหรือไปใช้แทนการให้คำปรึกษา การให้คำวินิจฉัย และรักษาจากแพทย์ได้

🙂 ทีมงานพัฒนา
ณัฐชนน นิินยวี (Codustry.com, FREAK Lab)
พัทน์ ภัทรนุธาพร (Massachusetts Institute of Technology – MIT, ศิษย์เก่า JSTP)
นพ.กฤษพร สัจจวรกุล (ศิษย์เก่า JSTP)
พญ. แจ่มจันทร์ จันทร์แจ้ง (ศิษย์เก่า JSTP)
นพ. พีรวัศ กาญจนเบญจา (ศิษย์เก่า JSTP)
พญ.ฐิติกานต์ วังอาภากุล (ศิษย์เก่า JSTP)
นพ. พร้อมพงศ์ โยธาราษฎร์ (ศิษย์เก่า JSTP, โรงพยาบาลกรุงเทพ)
รศ.ดร.วีระศักดิ์ สุระเรืองชับ (FREAK Lab, Sensor Technology Lab – KMUTT, โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพฯ ม.ต้น Jstp

สธ.แถลงพบผู้ป่วย #โควิด-19 ติดเชื้อแบบกลุ่มเพิ่ม 11 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด ติดจากเพื่อนชาวฮ่องกง ที่ไปสังสรรค์ร่วมกัน (ชาว...
12/03/2020

สธ.แถลงพบผู้ป่วย #โควิด-19 ติดเชื้อแบบกลุ่มเพิ่ม 11 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด ติดจากเพื่อนชาวฮ่องกง ที่ไปสังสรรค์ร่วมกัน (ชาวฮ่องกงกลับประเทศไปแล้ว) ยันไทยยังอยู่ในเฟส 2 เพราะติดเชื้อในวงจำกัด ยอดสะสม 70 ราย #เรื่องเล่าเช้านี้

.
อ่านข่าวต่อ : https://bit.ly/2TJo65c

วันนี้ (4 มี.ค.2563) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตาม...
05/03/2020
ราชกิจจาฯ ประกาศให้ผู้ติดเชื้อ COVID-19 เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน

วันนี้ (4 มี.ค.2563) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19))

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการสถานพยาบาล จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19(Coronavirus Disease 2019(COVID-19))"

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ผู้ป่วยโรคติดเขื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19(Coronavirus Disease 2019(COVID-19)) ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อเป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉินจากสถานพยาบาลาตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559

ประกาศ ณ วันที่ 3 มีนาคม 2563

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ให้ผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายตา...

ที่อยู่

ถนนพระราม 6 สามเสนใน พญาไท
Bangkok
10400

ข้อมูลทั่วไป

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การกำกับดูแลทางด้านการเงินและการบัญชีภาครัฐ (Regulator) (09/08/51) เป้าประสงค์ 1.เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถปฏิบัติตามกฎหมายการคลังมาตรฐานการบัญชีการ ตรวจสอบภายใน และการพัสดุได้ อย่างถูกต้องและมีมาตรฐานในการปฏิบัติงาน 2.รักษาประโยชน์ของทางราชการและพิจารณาให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิด กลยุทธ์ - กำหนดและพัฒนามาตรฐานการจัดทำบัญชีภาครัฐ - กำหนดและพัฒนาระบบบัญชี / แนวปฏิบัติทางบัญชีของภาครัฐเพื่อใช้เป็นคู่มือปฏิบัติงานด้านการเงิน การบัญชี ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน - กำหนดและพัฒนาหลักเกณฑ์การ คำนวณต้นทุนผลผลิตให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการ บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 - สร้างและพัฒนาฐานข้อมูลต้นทุนผลผลิตภาครัฐ - ประมวลและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบัญชีภาครัฐตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลด้านการ บัญชีภาครัฐสู่สาธารณะ รวมทั้งเสนอความเห็นที่เกี่ยวกับการพัฒนาการบัญชีภาค รัฐ - ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางด้านบัญชีภาครัฐ - กำกับดูแล ให้คำปรึกษา แนะนำบุคลากรด้านการเงินและการบัญชีภาครัฐ - จัดทำและวิเคราะห์รายงานการเงินของแผ่นดิน

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

021277406

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองบัญชีภาครัฐ กรมบัญชีกลางผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

จะขอให้ระบบ GAQA ขยายเวลานำเข้าข้อมูลให้ส่วนราชการอีกได้มั๊ยคะ เนื่องจากสำนักงานคลังจังหวัดตรวจสอบไม่ทัน และต้องมีการส่งกลับให้หน่วยงานแก้ไข หลายรอบค่ะ
ปรับเงินบำนาญให้ผมด้วยผมยังมีรายได้ต่ำกว่า10,000บาท...
เมื่อ18พ.ย ยังไม่โอนค่าน้ำให้เลยครับ51บาท 4101500014224 , 0638175211
ผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป
เรียนผู้เกี่ยวข้องกรมบัญชีกลาง ระบบของคุณมีปัญหามาก G-procurement ที่บอกว่าจะปรับปรุงแก้ปัญหารทั้งปีทั้งชาติก็ไม่จบ ผู้ประกอบการพยายามทำตามเงื่อนไขที่ท่านได้ตั้งมาตรฐานไว้สูงส่ง แต่ตรงกันข้าม ระบบและบุคคลากรที่เกี่ยวข้องยังคงเต่าล้านปี ผมเสียดายภาษีครับ วันๆทำอะไรกันสงสัยมาก
เว็บไซต์ธุรกิจและเศรษฐกิจ ตารามีฆลเมืองพุทธ
จะขอสอบถามเกี่ยวกับการจัดหาพัสดุภาครัฐฯตรงนี้ได้ไหมครับ
ขอฝากประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงานค่ะ สนใจแอดไลน์ act_hr ได้เลยค่ะ
รบกวนค่ะ อยากทราบ link ูมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ เพื่อดูว่าปัจจุบันมีกี่ฉบับค่ะ
ขอความกรุณาเป็นอย่างยิ้ง กระผม นาย จักรพงษ์ ภูนาแสน สัญชาติไทย หรือ ลูกพ่อ เจริญพงษ์ ภูนาแสน แต่พ่อที่แท้จริง ของนาย จักรพงษ์ ภูนาแสน ก็คือ พลโทยี้เช
ไอ่ วีรภาพ ศรีสระฉินาไลน์ อุทัย ยานสระอาง อุทัย ลิตรลักษา ไอ่เหื้ยบุคลเหล่านี้ใด้ฆ่าคนทางภาคใต้และภาคอีสาน
ขอความกรุณาเป็นอย่างยิ้ง กระผม นาย จักรพงษ์ ภูนาแสน อายุ 25 ลูกรัฐบาลคนชนระประธานเก่า ตั่งแต่ปตะมาณ 21 ปีที่ผ่านมา ใด้โปรดช่วยรับฝังข่าวสาน หรือ ข้อความเป็นจริง เรื่องลาวดังต่อไปนี้ด้วย ขอความกรุณนาโปรดจังฝังเครื่องมือสื่นสานต่างๆนาๆชนิด พร้อมเครื่องสั่งการ ของประเทศไทย และ ค่ายทหารตำรวจ ตกอยู่กับผู้ร้ายข้ามชายแดจ หรือ อัตรญากอนข้ามชาติที่เข้ามาหรบหรีกอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่เนิ้ดๆนานๆที่ผ่านมา หรือ ประม่ณ 20 กว่าปี หรือ บุคลดังต่อไปนี้ ไอ่เหื้ย วีรภาพ ศรีสระฉินาไลน์ อุทัย ลิตรลักษา อุทัย ยานสระอาง หรือ ทิต่สระดีเมื่องกาฬสินธุ์ เมื่อปีที่ผ่านมาที่แล้ว บุคลเหล่านี้เป็นคนน้อกประเทศ ที่ไม่มีหัวนอนปรายเท้า หรือสาย เลือดน้อกประเทศ แต่ใด้รักเอาเครื่อง สั่งการ เครื่องมือสื่อสาน ของนาย ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นมาสั่งการ ทางภาคอีสาน