ทัศทำถึง

ทัศทำถึง ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพฯ เขตวัฒนา

-กรรมการนโยบายพรรคไทยสร้างไทย ปี 2564
-สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย ปี 2564
-ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการพลังงาน ปี 2564
-เลขานุการ กรรมาธิการพลังงาน ปี 2562-2563

31/07/2026

‘สมคิด เชื้อคง’ ลั่น ‘โครงการ 30 บาทฯ’ ต้องดีขึ้น ขออย่าลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
‘เพื่อไทย’ พร้อมปกป้องสิทธิประชาชนได้รับสิทธิการรักษาอย่างเท่าเทียม
นายสมคิด เชื้อคง อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอดีตสส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการถกเถียงเรื่องจะล้มโครงการ 30 บาทหรือบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งตนได้ติดตามอ่านข่าวนี้มาตลอด และก็คิดว่า มันเป็นไปไม่ได้ คนที่จะเสนอเรื่องนี้ คือคนของพรรคประชาชน บางคน สื่อบางคน พาลด่ามาที่พรรคว่าทำไมนิ่งเฉย ไม่ออกความเห็นอะไร ล่าสุดนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช จากพรรคเพื่อไทย ได้ออกความเห็นว่าไม่เห็นด้วยที่จะออกกฎหมายให้ประชาชนร่วมจ่าย
นายสมคิด กล่าวต่อว่า โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค คือ โครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ผมเคยอภิปรายให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขณะนั้นนั่งฟังให้เข้าใจ เพราะท่านไปพูดที่ สหประชาชาติ ว่าเป็นนโยบายที่ดีมาก อวดชาวต่างชาติ แต่เลี่ยงที่จะไม่พูดถึง 30 บาท ผมเลยบอกให้พลเอกประยุทธ์ ทราบว่ามันคือโครงการเดียวกัน มีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ สปสช. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ดูแลประชาชน ร่วม 45 ล้านคน รับเงินงบประมาณปี 69 จำนวน 275,000 ล้านบาท ดูแลสารพัดโรค เฉพาะโรค เช่น เอชไอวี ทั้งป้องกันทั้งรักษา ใช้เงิน 36,00 ล้าน / โรคไต ใช้เงิน 16,000 ล้านเฉลี่ยคนไทยได้รับการดูแลคนละ 4,200 บาท/ปี ข้าราชการและครอบครัวปนะมาณ 5.5 ล้านคน ได้เงินค่ารักษาจากรัฐบาล 97,000 ล้านบาท / ส่วนประกันสังคม มีคนร่วม 12 ล้าน 5 แสนคน ก็ได้สิทธิตามกฎหมายกำหนด
“วันนี้เป็น 30 บาท รักษาทุกที่มาไกลแล้ว ทุกอย่างควรจะพัฒนา และปรับปรุงให้ดีขึ้น ทำกันมาตั้งแต่ปี 45 ผู้คนได้รับการดูแลจากระบบนี้ อย่าคิดเอาเองว่า การร่วมจ่าย จะช่วย ให้ประชาชนได้ดี ดูอย่างโครงการคนละครึ่งที่รัฐบาลทำ ถามว่า ประชาชน มีจ่ายจริงๆเท่าไร ตอบได้มั้ยการโหมข่าวเรื่องโรงพยาบาล ขาดทุนจะอยู่ไม่ได้ เงินหมดแล้ว เป็นแบบนี้มาตลอด ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลจะเอางบกลางมาจ่ายให้ ประมาณเกือบ 7 พันล้านบาทต่อปี อย่ากังวล เพราะโครงการนี้เป็นเรื่องเดียวที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เป็นโครงการที่เห็นคนเป็นคน เราต้องไม่มีคนไข้อนาถาอีก การที่คิดจะเปลี่ยนแปลง ต้องเปลี่ยนให้ดีขึ้น อย่าได้ลดทอนศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เลย” นายสมคิด กล่าว
#พรรคเพื่อไทย #สมคิดเชื้อคง #30บาทรักษาทุกโรค #30บาทรักษาทุกที่

28/07/2026
18/07/2026

⚠️ ประกาศงดจ่ายน้ำประปาชั่วคราว พื้นที่สุขุมวิท 31 - 39 ⚠️

​การประปานครหลวงจำเป็นต้องงดจ่ายน้ำชั่วคราว เพื่อเร่งดำเนินการซ่อมแซมท่อประปาแตกฉุกเฉิน บริเวณปากซอยสุขุมวิท 33 🛠️🚧

​📍 พื้นที่ได้รับผลกระทบ: ซอยสุขุมวิท 31 ถึง สุขุมวิท 39 (ทุกซอยและแยกย่อย)

⏰ ระยะเวลาดำเนินการ: ตั้งแต่เวลา 08.55 น. เป็นต้นไป (คาดการณ์ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 5 ชั่วโมงขึ้นไป) ⏳

​ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ 🙏💦

#เขตวัฒนา ​ #การประปานครหลวง #สุขุมวิท33 #ประกาศงดจ่ายน้ำ #แจ้งเหตุฉุกเฉิน #ส

02/07/2026

เน้นๆ

👍
02/07/2026

👍

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ขอยืนยันว่า เป้าหมายสำคัญของการดำเนินนโยบายด้านการผลิตแพทย์ คือการเพิ่มจำนวนแพทย์ให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ พร้อมทั้งกระจายกำลังคนด้านการแพทย์ไปยังพื้นที่ที่ยังขาดแคลน เพื่อให้ประชาชนทุกภูมิภาคเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ โดยยึดข้อมูลเชิงประจักษ์และการวางแผนกำลังคนของประเทศเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาระบบสาธารณสุขไม่สามารถมุ่งเน้นเพียงการเพิ่มจำนวนบัณฑิตแพทย์เท่านั้น แต่ต้องพัฒนาระบบอย่างรอบด้านควบคู่กันไป

อว. ได้วางแนวทางสำคัญไว้ 4 ด้าน ได้แก่

1. คุณภาพต้องมาก่อน
การเปิดหลักสูตรแพทยศาสตร์ทุกแห่งต้องผ่านการพิจารณาอย่างเข้มงวด ทั้งจากสำนักงานปลัดกระทรวง อว. และแพทยสภา ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพที่มีบทบาทสำคัญในการกำกับมาตรฐาน หากสถาบันยังไม่มีความพร้อม ทั้งด้านบุคลากร อาจารย์แพทย์ หรือโรงพยาบาลสำหรับการเรียนการสอน ย่อมไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ เพื่อรักษามาตรฐานการผลิตแพทย์ของประเทศไทย

2. สนับสนุนการผลิตอาจารย์แพทย์และแพทย์เฉพาะทาง
อว. พร้อมผลักดันการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเสริมศักยภาพการผลิตอาจารย์แพทย์และการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นภาระของราชวิทยาลัยและสถาบันฝึกอบรม โดยจะร่วมกันจัดทำแผนระยะยาว (Master Plan) เพื่อให้การลงทุนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

3. สร้างแรงจูงใจให้แพทย์อยู่ในระบบ
นอกจากการผลิตแพทย์รุ่นใหม่แล้ว การรักษาแพทย์ที่มีอยู่ให้อยู่ในระบบบริการสุขภาพของรัฐก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การพัฒนาสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรได้อย่างยั่งยืน

4. นำนวัตกรรมมาช่วยลดภาระบุคลากรทางการแพทย์
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Wellness Economy การประยุกต์ใช้ AI ทางการแพทย์ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine และ Genomics) รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและลดภาระงานของแพทย์ พร้อมเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักวิจัยไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ

กระทรวง อว. ขอขอบคุณแพทยสภา คณาจารย์แพทย์ และทุกภาคส่วนที่ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ พร้อมยืนยันว่าจะทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาระบบการผลิตบุคลากรทางการแพทย์และระบบสาธารณสุขไทยให้มีความมั่นคง มีคุณภาพ และตอบโจทย์อนาคตของประเทศ

’เพราะเป้าหมายสูงสุดของทุกนโยบาย คือการให้ประชาชนคนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ และมีระบบสุขภาพที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน’

ขอบคุณทุกภาคส่วนสำหรับทุกความคิดเห็นค่ะ

#ยศชนันวงศ์สวัสดิ์
#เพ็ญพิสุทธิ์จินตโสภณ
#กระทรวงอว

30/06/2026

🩺 เงินเฟ้อการแพทย์ พุ่ง บริษัทประกันขาดทุน เตือนคนไทยอาจซื้อประกันไม่ไหว (ตอน 1)

■ บัตรทอง ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ และประกันสุขภาพเอกชน ต่างเผชิญต้นทุนรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนกลายเป็นโจทย์ด้านความยั่งยืนของทั้งระบบ

■ ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นราว 10.8% สูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปที่อยู่เพียง 2-3% จากสังคมสูงวัย โรค NCD และเทคโนโลยีการรักษาที่มีต้นทุนสูง

■ ภาคธุรกิจประกันเตือนว่า หากต้นทุนยังพุ่งต่อเนื่อง ผู้บริโภคอาจรับภาระเบี้ยประกันไม่ไหวและออกจากระบบ ขณะที่ภาระจะย้อนกลับไปยังระบบสุขภาพของรัฐ จึงต้องเร่งหามาตรการควบคุมต้นทุนทั้งระบบ

_____

ค่ารักษาพยาบาลที่แพงขึ้นทุกปี ไม่ได้สร้างแรงกดดันเฉพาะประชาชนที่ต้องควักเงินจ่าย แต่เขย่าความยั่งยืนของระบบสุขภาพไทยทั้งระบบ ตั้งแต่หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ประกันสังคม สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ไปจนถึงธุรกิจ “ประกันสุขภาพเอกชน”

สัญญาณเตือนจาก “นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์” นายกสมาคมประกันชีวิตไทย สะท้อนบนเวที Thailand’s Healthcare policy forum ครั้งที่ 2 โดยชี้ว่า แม้ทั้ง 4 ระบบจะมีโครงสร้างการเงินแตกต่างกัน แต่กำลังเผชิญ “โจทย์เดียวกัน” คือ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าศักยภาพของระบบที่จะรองรับ

◤ 4 เสาหลักสุขภาพไทย กำลังเจอความท้าทายเดียวกัน

นุสรา อธิบายว่า ประเทศไทยมีระบบคุ้มครองสุขภาพที่ถือว่าแข็งแรงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ เพราะประชาชนสามารถเข้าถึงบริการผ่าน 4 กลไกหลัก ได้แก่

• หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง
• กองทุนประกันสังคม
• สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ
• ประกันสุขภาพภาคเอกชน

แต่ทุกระบบกำลังเผชิญแรงกดดันในทิศทางเดียวกัน คือ งบประมาณด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ขณะที่จำนวนผู้ป่วยและต้นทุนการรักษาเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจ

“ไม่ว่าจะเป็นบัตรทอง ประกันสังคม หรือประกันสุขภาพเอกชน ต่างก็ต้องหาคำตอบเดียวกันว่าจะทำอย่างไรให้ระบบอยู่ได้อย่างยั่งยืน”

◤ Medical Inflationโตเร็วกว่าเงินเฟ้อหลายเท่า

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันต้นทุน คือ “Medical Inflation” หรืออัตราเงินเฟ้อด้านการแพทย์

ข้อมูลที่สมาคมประกันชีวิตไทยอ้างอิง ระบุว่า ในปี 2567 ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของไทยเพิ่มขึ้นในระดับเลขสองหลัก โดยเคยมีการคาดการณ์ว่าจะสูงถึงประมาณ 15% แม้ตัวเลขจริงจะลดลงมาอยู่ราว 10.8% แต่ก็ยังสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศที่อยู่เพียงประมาณ 2-3% หลายเท่าตัว

นั่นหมายความว่า ทุกปีค่ารักษาพยาบาลกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ

◤ สังคมสูงวัย-โรคเรื้อรัง ดันค่ารักษาพุ่ง

สาเหตุไม่ได้มาจากราคายาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยซ้อนกัน เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ กลายเป็นภาระด้านสุขภาพของประชากรจำนวนมาก

นุสรา ยกตัวอย่างว่า แม้หลายคนจะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง แต่กลับไม่มองว่าตัวเองป่วย จึงไม่รับประทานยาและไม่ดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชนยังมีช่องว่าง โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด

เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบรักษาในระยะที่โรครุนแรงขึ้น ต้นทุนการรักษาจึงสูงกว่าการป้องกันหลายเท่า

◤ นวัตกรรมช่วยรักษาชีวิต แต่ต้นทุนก็สูงขึ้น

อีกด้านหนึ่ง ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยารุ่นใหม่ การรักษาแบบมุ่งเป้า การรักษาด้วยโปรตอน หรือเทคโนโลยีวินิจฉัยสมัยใหม่

อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมเหล่านี้ล้วนมีต้นทุนสูง และกลายเป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ จึงเกิดสถานการณ์ที่ “ยิ่งรักษาได้ดี ระบบก็ยิ่งต้องใช้เงินมากขึ้น”

◤ บริษัทประกันเริ่มเผชิญโจทย์หนัก

แรงกดดันดังกล่าวไม่ได้เกิดเฉพาะกับภาครัฐ แต่กำลังส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจประกันสุขภาพ “นุสรา” ระบุว่า หลังสำนักงาน คปภ. ปรับมาตรฐานกรมธรรม์สุขภาพ (New Health Standard) ตั้งแต่ปี 2564 บริษัทประกันต้องรับประกันต่อเนื่องตลอดอายุกรมธรรม์หลัก ไม่สามารถยกเลิกสัญญาเพียงเพราะผู้เอาประกันเริ่มป่วยเหมือนในอดีต

แม้มาตรการดังกล่าวช่วยคุ้มครองผู้บริโภค แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้บริษัทประกันต้องรับความเสี่ยงระยะยาวมากขึ้น ขณะที่ต้นทุนค่ารักษาพยาบาลยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เมื่อประกอบกับ Medical Inflation ที่เติบโตในระดับเลขสองหลัก ทำให้หลายบริษัทเริ่มประเมินว่าอัตราการจ่ายค่าสินไหม (Loss Ratio) สูงขึ้นจนเข้าใกล้ระดับขาดทุน

◤ ขึ้นเบี้ย…ก็ไม่ใช่คำตอบ

แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่การปรับขึ้นเบี้ยประกันก็ไม่ใช่เรื่องที่บริษัททำได้โดยอิสระ

ทุกครั้งที่บริษัทต้องการขึ้นเบี้ย จะต้องนำข้อมูลต้นทุนและสถิติการเคลมเสนอให้สำนักงาน คปภ. พิจารณา ซึ่งมีหน้าที่รักษาสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภคกับความมั่นคงของธุรกิจประกัน

นุสรา ยอมรับว่า หากขึ้นเบี้ยมากเกินไป ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยอาจตัดสินใจยกเลิกกรมธรรม์ เพราะรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว

ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ คนไทยอาจเข้าถึงประกันสุขภาพภาคสมัครใจได้น้อยลง ขณะที่ภาระจะย้อนกลับไปยังระบบสุขภาพของรัฐมากขึ้น

◤ วิกฤตของประกัน คือสัญญาณเตือนของทั้งระบบ

นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาของธุรกิจประกันเพียงอย่างเดียว แต่เป็นโจทย์ร่วมของทุกภาคส่วน

หากไม่สามารถควบคุมการเติบโตของค่ารักษาพยาบาลได้ รัฐต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่บริษัทประกันก็จำเป็นต้องขอปรับเบี้ยตามต้นทุนที่สูงขึ้น

สุดท้าย ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด อาจไม่ใช่บริษัทประกันหรือหน่วยงานของรัฐ แต่คือประชาชนที่ต้องเผชิญกับค่ารักษาพยาบาลและค่าเบี้ยประกันที่แพงขึ้น พร้อมกับความเสี่ยงที่จะเข้าถึงหลักประกันสุขภาพได้ยากกว่าเดิม

และนั่นคือเหตุผลที่คำว่า “Medical Inflation” ไม่ใช่เพียงศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์อีกต่อไป หากแต่เป็นโจทย์ใหญ่ของระบบสุขภาพไทย ที่ทุกฝ่ายจำเป็นต้องร่วมกันหาทางออก ก่อนที่ภาระด้านสุขภาพจะกลายเป็นภาระของทั้งประเทศในอนาคต

ติดตามต่อตอนที่ 2 หลังจากส่งสัญญาณเตือนว่า “Medical Inflation” หรือเงินเฟ้อด้านการแพทย์ กำลังเป็นแรงกดดันต่อทั้งระบบสุขภาพไทย “ประกันสุขภาพเอกชน” จะรับมืออย่างไร.

#เก็บตกจากวชิรวิทย์ #นักข่าวสาธารณสุข

 #ไทยรักไทย
30/06/2026

#ไทยรักไทย

ข้าพเจ้า นาย ณธัช อัศดามงคล และผู้ดูแลระบบได้ยุติการหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกช่องทางแล้วตั้งแต่วันท...
27/06/2026

ข้าพเจ้า นาย ณธัช อัศดามงคล และผู้ดูแลระบบได้ยุติการหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกช่องทางแล้ว

ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน เวลา 16.00 น.

เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด หากมีภาพ เสียง หรือเนื้อหาใดๆ เกิดขึ้นหลังจากนี้ ขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าและทีมงานทุกกรณี

————————————————

สื่อหาเสียงอิเล็กทรอนิกส์
ผู้ผลิตโดย นาย ณธัช อัศดามงคล
ที่อยู่ 259/231 ถนนสุขุมวิท 71 เขตวัฒนา กทม 10110
จำนวนที่ผลิต 1 ชิ้น
ผลิตตามวันและเวลาที่ปรากฎ

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

0812399595

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ทัศทำถึงผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ทัศทำถึง:

ทางลัด

แชร์