Clicky

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพจของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื

เปิดเหมือนปกติ

รายงานข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศ ณ วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2565 เวลา 16.00 น.📍 กรุงเทพฯ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ร...
19/03/2022

รายงานข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศ ณ วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2565 เวลา 16.00 น.

📍 กรุงเทพฯ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 2 - 41 ug/m3
📍 ภาคกลาง มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 1 - 68 ug/m3
📍 ภาคเหนือ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 4 - 116 ug/m3
📍 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 2 - 49 ug/m3
📍 ภาคใต้ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 1 - 18 ug/m3
📍 ภาพรวมทั้งประเทศ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 1 - 116 ug/m3

อย่าลืมสวมอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง
#DustBoy #pm2_5

ที่มา : รายงานค่าฝุ่น PM2.5 (ug/m3) จากจุดติดตั้งเครื่องวัดฝุ่น DustBoy

ศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
https://pm2_5.nrct.go.th

รายงานข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศ ณ วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2565 เวลา 8.00 น.📍 กรุงเทพฯ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระ...
19/03/2022

รายงานข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศ ณ วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2565 เวลา 8.00 น.

📍 กรุงเทพฯ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 1 - 34 ug/m3
📍 ภาคกลาง มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 1 - 118 ug/m3
📍 ภาคเหนือ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 5 - 186 ug/m3
📍 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 2 - 59 ug/m3
📍 ภาคใต้ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 2 - 38 ug/m3
📍 ภาพรวมทั้งประเทศ มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อยู่ระหว่าง 1 - 186 ug/m3

อย่าลืมสวมอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง
#DustBoy #pm2_5

ที่มา : รายงานค่าฝุ่น PM2.5 (ug/m3) จากจุดติดตั้งเครื่องวัดฝุ่น DustBoy

ศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
https://pm2_5.nrct.go.th

"อว. เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 18  มีนาคม 2565 ฉีดวัคซีนแล้ว 126,799,701 โดส และทั่วโลกแล้ว 11,068 ล้านโดส ใน 205 ประเ...
18/03/2022

"อว. เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 18 มีนาคม 2565 ฉีดวัคซีนแล้ว 126,799,701 โดส และทั่วโลกแล้ว 11,068 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 1,014.7 ล้านโดส
➡️(18 มีนาคม 2565) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 11,068 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 19 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 557 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 217 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว"
ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 1,014.7 ล้านโดส โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (95% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 363.8 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 18 มีนาคม 2565 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 126,799,701 โดส

🌏 ในการฉีดวัคซีน จำนวน 11,068 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

1. ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 18 มีนาคม 2565
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 126,799,701 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
-เข็มแรก 54,663,051 โดส (82.6% ของประชากร)
-เข็มสอง 50,057,356 โดส (75.6% ของประชากร)
-เข็มสาม 22,079,294 โดส (33.4% ของประชากร)

2. อัตราการฉีดวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ. 64 – 18 มี.ค. 65 พบว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว 126,799,701 โดส ฉีดเพิ่มขึ้น 186,612 โดส (อัตราการฉีดล่าสุดเฉลี่ย 3 วันย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ 172,949 โดส/วัน

3. อัตราการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย
วัคซีน Sinovac
- เข็มที่ 1 22,911,651 โดส
- เข็มที่ 2 3,600,325 โดส
- เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน AstraZeneca
- เข็มที่ 1 13,943,898 โดส
- เข็มที่ 2 28,513,136 โดส
- เข็มที่ 3 5,239,637 โดส

วัคซีน Sinopharm
- เข็มที่ 1 7,556,222 โดส
- เข็มที่ 2 7,248,460 โดส
- เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน Pfizer
- เข็มที่ 1 9,486,928 โดส
- เข็มที่ 2 9,817,657 โดส
- เข็มที่ 3 13,391,761 โดส

วัคซีน Moderna
- เข็มที่ 1 764,352 โดส
- เข็มที่ 2 877,778 โดส
- เข็มที่ 3 3,447,896 โดส

4. ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 1,014,713,821 โดส ได้แก่
1. อินโดนีเซีย จำนวน 363,890,835 โดส (70.5%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca, Moderna และ Sinopharm
2. เวียดนาม จำนวน 201,079,635 โดส (81.7%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca, Pfizer, Moderna และ Sinopharm
3. ฟิลิปปินส์ จำนวน 145,729,130 โดส (63%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V, Moderna, J&J และ AstraZeneca
4. ไทย จำนวน 126,799,701 โดส (82.6%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm
5. มาเลเซีย จำนวน 68,376,641 โดส (83.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac
6. พม่า จำนวน 46,697,342 โดส (46.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
7. กัมพูชา จำนวน 37,518,464 โดส (87.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca, J&J และ Sinovac
8. สิงคโปร์ จำนวน 13,721,340 โดส (93%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Moderna และ Sinovac
9. ลาว จำนวน 9,859,123 โดส (74.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sputnik V, Pfizer, J&J, Sinovac และ AstraZeneca
10. บรูไน จำนวน 1,041,610 โดส (95%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
* คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร อย่างน้อย 1 เข็ม

5. จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค
1. เอเชียและตะวันออกกลาง 69.75%
2. ยุโรป 10.02%
3. อเมริกาเหนือ 8.52%
4. ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 7.19%
5. แอฟริกา 3.90%
6. โอเชียเนีย 0.62%

6 ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 5 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 70% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก
1. จีน จำนวน 3,209.04 ล้านโดส (226.9% ของจำนวนโดสที่ฉีดต่อประชากร)
2. อินเดีย จำนวน 1,808.87 ล้านโดส (131.2%)
3. สหรัฐอเมริกา จำนวน 557.45 ล้านโดส (166.3%)
4. บราซิล จำนวน 404.89 ล้านโดส (191.2%)
5. อินโดนีเซีย จำนวน 363.89 ล้านโดส (131.9%)

7. ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)
1. คิวบา (310.4%) (ฉีดวัคซีนของ Abdala และ Soberana02)
2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (262.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
3. ชิลี (256.8%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, CanSino, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
4. กาตาร์ (242.3%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Moderma)
5. มัลดีฟส์ (241.6%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm)
6. บรูไน (236.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford และ Sinopharm)
7. ฝรั่งเศส (236.2%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech, Moderna, J&J และ AstraZeneca/Oxford)
8. เกาหลีใต้ (234.8%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech J&J AstraZeneca/Oxford และ Moderna)
9. สิงคโปร์ (233.3%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ Sinovac)
10. บาห์เรน (233%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข
ประมวลข้อมูลโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

วช. อวดฝีมือ เภสัชฯ จุฬาฯ พัฒนา “สเปรย์ไฟท์ฝุ่น” คว้ารางวัลเวทีนานาชาติ IWIS 2021สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงก...
18/03/2022

วช. อวดฝีมือ เภสัชฯ จุฬาฯ พัฒนา “สเปรย์ไฟท์ฝุ่น” คว้ารางวัลเวทีนานาชาติ IWIS 2021

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมและผลักดันให้ผลงานวิจัย ผลงานประดิษฐ์คิดค้น และนวัตกรรมของนักวิจัย นักประดิษฐ์ไทยได้ก้าวสู่เวทีระดับโลก เพื่อเป็นการสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักวิจัย นักประดิษฐ์นานาชาติ และพัฒนายกระดับศักยภาพของนักวิจัย นักประดิษฐ์ไทย ตลอดจนการสร้างขวัญกำลังใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดโลกให้มากยิ่งขึ้นและเพื่อให้เกิดผลสำเร็จที่บรรลุตามเป้าหมาย วช.
.
จึงนำนวัตกรรม “สเปรย์ไฟท์ฝุ่น (PhytFoon Spray)” ของ ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ร้อยตำรวจเอกหญิง ดร.สุชาดา สุขหร่อง รองศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง เรืออากาศโทหญิง ดร.ภัสราภา โตวิวัฒน์ และอาจารย์ เภสัชกร ดร.วันชัย จงเจริญ จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมประกวดเวทีนวัตกรรมระดับนานาชาติ International Warsaw Invention Show 2021“IWIS 2021” เมื่อวันที่ 25 – 27 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์
.
ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ร้อยตำรวจเอกหญิง ดร.สุชาดา สุขหร่อง กล่าวว่า ทีมวิจัยได้บ่มเพาะพัฒนาสเปรย์ไฟท์ฝุ่น ที่มีคุณสมบัติสามารถดักจับฝุ่น PM2.5 ที่แขวนลอยอยู่ในอากาศให้ตกลงสู่พื้นได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ฝุ่นไม่ฟุ้งนานถึง 8 ชั่วโมง ช่วยลดอาการภูมิแพ้ที่เกิดจากฝุ่นได้ เป็นสูตรตำรับที่ปราศจากแอลกอฮอล์ ไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง ซึ่งนวัตกรรมนี้ได้คิดค้นผ่านทาง บริษัท เฮิร์บการ์เดียน จำกัด ภายใต้โครงการบ่มเพาะของ CU innovation hub วิธีใช้นวัตกรรมสเปรย์ไฟท์ฝุ่น ทำได้ง่าย เพียงแค่ฉีดพ่นในพื้นที่ปิด เช่น บ้าน ออฟฟิศ และรถยนต์ เพื่อให้ละอองสเปรย์ดักจับฝุ่น สเปรย์ 1 ครั้ง (ปริมาตรประมาณ 1 มิลลิลิตร)
ต่อ พื้นที่ห้อง 4 ตารางเมตร นวัตกรรมสเปรย์ไฟท์ฝุ่น สามารถลดฝุ่นละอองจิ๋วในบรรยากาศ ด้วยกลไกการเหนี่ยวนําให้ฝุ่นละอองเกิดการรวมตัวกันเป็นก้อนด้วยอันตรกิริยาระหว่างโมเลกุลแบบประจุ-ประจุ (Ion-induced agglomeration) และจากความหนืด ร่วมกับการใช้สารลดแรงตึงผิว ทําให้อนุภาคฝุ่นรวมตัวกันและมีขนาดใหญ่และตกลงสู่พื้น สามารถทำความสะอาดด้วยการเช็ดถูได้ตามปกติ ปัจจุบันได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัท เพนทา อินโนเทค จำกัด เพื่อผลิตจำหน่าย ขณะนี้ นวัตกรรมสเปรย์ไฟท์ฝุ่น มีกลิ่น Lavender และกลิ่น Blossom Bloom เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ชื่นชอบกลิ่นต่างๆ ได้เลือกใช้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น
การประกวดเวทีนวัตกรรมระดับนานาชาติ International Warsaw Invention Show 2021“IWIS 2021” จัดโดย The Association of Polish Inventors and Rationalizers ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการส่งเสริมนักประดิษฐ์ของสาธารณรัฐโปแลนด์ มีผลงานประดิษฐ์คิดค้นจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มหาวิทยาลัย สถาบันต่าง ๆ นักวิจัยและนักประดิษฐ์อิสระ จากประเทศโปแลนด์และต่างประเทศ เข้าร่วมประกวดและจัดแสดง จำนวนกว่า 300 ผลงาน จาก 17 ประเทศ โดยประเทศไทยได้นำผลงานเข้าร่วมประกวดและจัดแสดง จำนวน 31 ผลงาน จาก 15 หน่วยงาน ประเทศไทยได้รับรางวัลเหรียญทอง จำนวน 8 ผลงาน รางวัลเหรียญเงิน จำนวน 13 ผลงาน และรางวัลเหรียญทองแดง จำนวน 10 ผลงาน

"อว. เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 17  มีนาคม 2565 ฉีดวัคซีนแล้ว 126,613,089 โดส และทั่วโลกแล้ว 11,049 ล้านโดส ใน 205 ประเ...
17/03/2022

"อว. เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 17 มีนาคม 2565 ฉีดวัคซีนแล้ว 126,613,089 โดส และทั่วโลกแล้ว 11,049 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 1,012.5 ล้านโดส
➡️(17 มีนาคม 2565) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 11,049 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 20.5 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 557 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 217 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว"
ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 1,012.5 ล้านโดส โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (95% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 362.7 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 17 มีนาคม 2565 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 126,613,089 โดส

🌏 ในการฉีดวัคซีน จำนวน 11,049 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

1. ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 17 มีนาคม 2565
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 126,613,089 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
-เข็มแรก 54,590,565 โดส (82.5% ของประชากร)
-เข็มสอง 50,038,317 โดส (75.6% ของประชากร)
-เข็มสาม 21,984,207 โดส (33.2% ของประชากร)

2. อัตราการฉีดวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ. 64 – 17 มี.ค. 65 พบว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว 126,613,089 โดส ฉีดเพิ่มขึ้น 181,854 โดส (อัตราการฉีดล่าสุดเฉลี่ย 3 วันย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ 177,470 โดส/วัน

3. อัตราการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย
วัคซีน Sinovac
- เข็มที่ 1 22,910,931 โดส
- เข็มที่ 2 3,600,250 โดส
- เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน AstraZeneca
- เข็มที่ 1 13,940,004 โดส
- เข็มที่ 2 28,509,462โดส
- เข็มที่ 3 5,222,507 โดส

วัคซีน Sinopharm
- เข็มที่ 1 7,555,445 โดส
- เข็มที่ 2 7,247,383โดส
- เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน Pfizer
- เข็มที่ 1 9,420,404 โดส
- เข็มที่ 2 9,804,719 โดส
- เข็มที่ 3 13,325,954 โดส

วัคซีน Moderna
- เข็มที่ 1 763,781โดส
- เข็มที่ 2 876,503 โดส
- เข็มที่ 3 3,435,746 โดส

4. ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 1,012,587,687 โดส ได้แก่
1. อินโดนีเซีย จำนวน 362,713,447 โดส (70.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca, Moderna และ Sinopharm
2. เวียดนาม จำนวน 200,516,229 โดส (81.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca, Pfizer, Moderna และ Sinopharm
3. ฟิลิปปินส์ จำนวน 145,729,130 โดส (63%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V, Moderna, J&J และ AstraZeneca
4. ไทย จำนวน 126,613,089 โดส (82.5%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm
5. มาเลเซีย จำนวน 68,328,203 โดส (83.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac
6. พม่า จำนวน 46,697,342 โดส (46.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
7. กัมพูชา จำนวน 37,485,227 โดส (87.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca, J&J และ Sinovac
8. สิงคโปร์ จำนวน 13,651,279 โดส (92%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Moderna และ Sinovac
9. ลาว จำนวน 9,812,131 โดส (73.5%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sputnik V, Pfizer, J&J, Sinovac และ AstraZeneca
10. บรูไน จำนวน 1,041,610 โดส (95%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
* คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร อย่างน้อย 1 เข็ม

5. จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค
1. เอเชียและตะวันออกกลาง 69.74%
2. ยุโรป 10.01%
3. อเมริกาเหนือ 8.53%
4. ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 7.19%
5. แอฟริกา 3.90%
6. โอเชียเนีย 0.62%

6 ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 5 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 70% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก
1. จีน จำนวน 3,203.69 ล้านโดส (226.5% ของจำนวนโดสที่ฉีดต่อประชากร)
2. อินเดีย จำนวน 1,807.07 ล้านโดส (131.1%)
3. สหรัฐอเมริกา จำนวน 557.45 ล้านโดส (166.3%)
4. บราซิล จำนวน 403.86 ล้านโดส (190.7%)
5. อินโดนีเซีย จำนวน 362.71 ล้านโดส (131.5%)

7. ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)
1. คิวบา (310.4%) (ฉีดวัคซีนของ Abdala และ Soberana02)
2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (262%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
3. ชิลี (256.4%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, CanSino, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
4. กาตาร์ (241.7%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Moderma)
5. มัลดีฟส์ (241.6%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm)
6. บรูไน (236.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford และ Sinopharm)
7. ฝรั่งเศส (235%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech, Moderna, J&J และ AstraZeneca/Oxford)
8. เกาหลีใต้ (234.7%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech J&J AstraZeneca/Oxford และ Moderna)
9. สิงคโปร์ (231.9%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ Sinovac)
10. บาห์เรน (231.7%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข
ประมวลข้อมูลโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

วช. หนุน นักวิจัย จุฬาฯ คิดค้น “นวัตกรรมการทำวัคซีนปลาแบบไร้เข็ม” ป้องกันโรคระบาดสำคัญให้ปลาเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภา...
17/03/2022

วช. หนุน นักวิจัย จุฬาฯ คิดค้น “นวัตกรรมการทำวัคซีนปลาแบบไร้เข็ม” ป้องกันโรคระบาดสำคัญให้ปลาเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ คว้ารางวัลเวทีนานาชาติ

นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง ที่นักวิจัย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คิดค้น“นวัตกรรมการทำวัคซีนปลาแบบไร้เข็ม” ป้องกันโรคระบาดสำคัญให้ปลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนในการผลิตปลาเศรษฐกิจ ลดการใช้ยาและสารคมีต่าง ๆ ในกระบวนการเลี้ยง และช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่อุตสาหกรรมการเลี้ยงปลาเศรษฐกิจได้

รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ชาญณรงค์ รอดคำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาโรคคอลัมมนาริส หรือโรคเหงือกเน่า ซึ่งเกิดจาก เชื้อฟลาโวแบคทีเรียม คอลัมแนร์ เป็นโรคระบาดในปลาน้ำจืดที่เป็นปัญหาที่สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปลานิล ซึ่งเป็นปลาเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สำคัญของประเทศไทย ที่ประชาชนนิยมบริโภคกันเป็นจำนวนมาก โรคนี้สามารถเกิดกับปลาได้ตั้งแต่ปลาเพิ่งฟักออกจากไข่ได้ไม่นาน หรือปลาที่มีขนาดเล็กมาก หรือแม้กระทั่งปลาที่มีขนาดใหญ่แล้ว ก่อให้เกิดอัตราการตายได้สูงมากกว่า 70 % อาการของโรคคอลัมนาริสที่เกษตรกรจะสังเกตุเห็นจากตัวปลาได้ง่ายๆ ด้วยตนเองคือการอักเสบของเหงือกแบบรุนแรงและมีเนื้อตายสีคล้ายสนิมที่เนื้อเยื่อเหงือก และอาจพบที่บริเวณครีบหรือลำตัวได้ด้วย เมื่อเกิดปัญหาจากโรคนี้ขึ้นแล้วเกษตรกรผู้เลี้ยงปลามักมีการใช้ยาปฏิชีวนะและสารเคมีในการควบคุมและรักษาโรค แต่ก็ให้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจนักและยังคงมีความเสียหายอยู่ค่อนข้างมาก จากปัญหาดังกล่าวทางคณะผู้วิจัยจึงได้มีแนวคิดที่จะพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคนี้ให้ปลา โดยวัคซีนจะพัฒนามาจากเชื้อแบคทีเรียที่แยกได้จากท้องถิ่นในประเทศไทยเอง นำเชื้อมาทำให้ตายและกลายเป็นอนุภาคนาโน แต่ทว่ายังสามารถเกาะติดเยื่อเมือกของปลาเพื่อกระตุ้นให้ปลาสร้างภูมิคุ้มกันเฉพาะขึ้นเพื่อต้านทานการก่อโรคของเชื้อแบคทีเรียนี้ได้เป็นอย่างดีเนื่องจากมีการเคลือบอีกชั้นด้วยอนุภาคนาโนที่สกัดจากสารธรรมชาติ เช่น ไขมัน และเพอลิเมอร์จากธรรมชาติ ซึ่งอนุภาคนาโนเหล่านี้จะเป็นตัวห่อหุ้มแบททีเรียที่ตายแล้ว อนุภาคของวัคซีนมีคุณสมบัติเข้าเกาะติดเยื่อเมือกเลียนแบบการก่อโรคของเชื้อแบคทีเรีย ฟลาโวแบคทีเรียม คอลัมแนร์ นั้น เมื่อนำปลาไปแช่วัคซีน วัคซีนก็จะเกาะติดที่เยื่อเมือกของปลา และดูดซึมผ่านเยื่อเมือกได้ การทำวัคซีนชนิดนี้มีข้อดีคือเป็นวัคซีนแบบไร้เข็ม (needle-free vaccination) ที่ใช้ได้กับปลาทุกขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กมาก ๆ ใช้เพียงการจุ่มแช่ตัวปลาในระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 30 นาที แล้วปล่อยปลาลงไปในน้ำที่ใช้เลี้ยงปรกติ หลังจากนั้นปลาจะค่อย ๆ สร้างภูมิคุ้มกันที่เฉพาะเจาะจงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียฟลาโวแบคทีเรียม คอลัมแนร์ขึ้นได้นานประมาณ 2-3 เดือน และมีอัตราการรอดชีวิตสูงมากกว่าร้อยละ 60 เมื่อมีการติดเชื้อดังกล่าว ดังนั้นวัคซีนนี้จึงเป็นวัคซีนที่ลดข้อเสีย ข้อจำกัด หรือความไม่สะดวกต่าง ๆ ที่เกิดจากการที่ต้องทำวัคซีนแบบฉีดแบบเดิม ๆ ให้แก่ปลาลงได้ อาทิเช่น วัคซีนแบบฉีดทำได้เมื่อปลามีขนาดใหญ่พอสมควรเท่านั้น ก่อนฉีดวัคซีนต้องมีการวางยาสลบให้ปลาก่อน ต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญในการฉีดวัคซีน ขั้นตอนในการฉีดและอุปกรณ์ต่าง ๆ มีความยุ่งยาก และปลาอาจเกิดการติดเชื้อหรือบาดเจ็บจากบริเวณที่ฉีดวัคซีนได้

รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ชาญณรงค์ รอดคำ กล่าวต่ออีกว่า วัคซีนแช่นาโนแบบเกาะติดเยื่อเมือกต้านโรคเหงือกเน่าในปลา เป็นวัคซีนที่ใช้งานง่ายมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโรคเหงือกเน่า ซึ่งมีการทดสอบแล้วทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและภาคสนามกับฟาร์มเลี้ยงปลา โดยวัคซีนผสมกับน้ำในอัตราส่วนที่กำหนด และนำปลาลงไปแช่ ประมาณ 15 – 30 นาที ซึ่งถ้าหากต้องการทำวัคซีนให้แก่ปลาขนาดประมาณ 1-5 กรัม การใช้วัคซีน 1 ลิตร จะสามารถทำวัคซีนให้แก่ปลาได้มากถึง 100,000 – 200,000 ตัวเลยทีเดียว ต้นทุนของการทำวัคซีนนี้ถือว่าถูกมากคือไม่ถึง 50 สตางค์ ต่อลูกปลา 1 ตัว ซึ่งถือว่าเป็นความสะดวก ประหยัด ลดต้นทุนในการผลิตปลาให้แก่เกษตรกร และปลอดภัยค่อนข้างมากกับการทำวัคซีนปลาในระดับอุตสาหกรรม จากการนำวัคซีนต้นแบบไปใช้ในการเลี้ยงปลานิลระดับอุตสาหกรรมสามารถลดความเสียหายและเพิ่มอัตรารอดของปลานิลจากภาวะเหงือกเน่าได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ องค์ความรู้จากนวัตกรรมนาโนวัคซีนแบบเกาะติดเยื่อเมือกนี้กำลังต่อยอดและขยายผลต่อไปยังการทำวัคซีนในรูปแบบให้กินเป็นอาหาร และนาโนวัคซีนแบบเกาะติดเยื่อเมือกเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสต่าง ๆ ที่สำคัญสำหรับปลานิลและปลาเศรษฐกิจชนิดอื่น ๆ เช่น วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อแบคทีเรียแอโรโมนาส เวโรนิไอ วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อแบคทีเรียฟรานซิสเซลล่า และวัคซีนป้องกันโรคเกล็ดร่วงจากไวรัส SDDV ในปลากะพงขาว เป็นต้น

ผลงานวิจัย “นวัตกรรมการทำวัคซีนปลาแบบไร้เข็ม” ได้รับรางวัลการประกวดในเวทีนานาชาติหลายเวที อาทิ รางวัล GRAND PRIZE จากเวที Soel International Invention Fair 2021 (SIIF 2021) ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี รางวัล GOLD MEDAL จากเวที The 32nd International Invention, Innovation & Technology Exposition (ITEX 2021) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย รางวัล SILVER MEDAL จากงาน 2021 Kaohsiung International Invention & Design Expo (KIDE) ณ เมืองเกาสง ไต้หวัน รางวัล GOLD MEDAL จากเวที The 9th Macao International Innovation and Invention Expo (MiiEX) ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยทุกเวทีได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ที่อยู่

196 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:30 - 16:00
พฤหัสบดี 08:30 - 16:00
ศุกร์ 08:30 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+6625612445

เว็บไซต์

https://www.nrct.go.th/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

🇹🇭🆔🦅กิ๊กคลับVVip60พิเศษคอมสมุหราช สมุหราช คำสั่งด่วนพิเศษคอม กิติสิริสมบุรณ์อดุลยเดช พลังเงียบเฉียบผู้การคำสั่งด่วนพิเศษการกำกับการกองกำลังติดอาวุธcatภาค1aWNBTC980989974OAG🦅FM11/199⚡🦅🆔🇹🇭✍️@@
ขอรบกวนค่ะ จะขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย จากกรมบัญชีกลาง แต่เข้าระบบไม่ได้เลยค่ะ รบกวนขอหน่วยงานผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย (เนื่องจากย้ายที่อยู่ ไม่ได้รับเอกสารเลยค่ะ) ขอรบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ โปรดส่ง เอกสารมาที่ ฐิติรัตน์ แบบวา เลขที่ 219/152 ซอย 25 ถนนบางบัวทอง ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110
ตู้ดูดความชื้นAutoDessicator"WEIFO"..รับประกัน/ดูแลหลังการขายต่อเนื่อง..สอบถามเพิ่มเติม idline:weifo1 Tel.062-4944693/092-3624299 Website:www.weifothailand.com
ขออนุญาตแอดมินค่ะ 📢📢 เปิดรับสมัครรอบใหม่ สมัครก่อน...มีสิทธิ์ก่อน ฟรี!! คูปองดิจิทัล มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท สำหรับ SMEs ในพื้นที่ภาคกลาง 💰💰ให้ทุนสนับสนุนในการซื้อ/ใช้บริการซอฟต์แวร์หรือฮาร์ตแวร์จาก Digital Provider ภายใต้โครงการ mini Transformation Voucher(sparkles) โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (sparkles) 👍ติดตามข่าวสารได้ที่ : 💻 https://www.icti.fti.or.th 📱 Line OA : https://lin.ee/b1JqyoV 📱 : https://www.facebook.com/icticlub/ 🎞 https://youtube.com/channel/UC_ie2aQ7tLt0JZsF6vsuF1A (magic wand)ลงทะเบียนจองสิทธิ์ คลิก https://forms.gle/hHUwRwescMBAqmdUA