สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
(1)

วช. ปฐมนิเทศ “นักวิจัยรุ่นใหม่ ปี 2569”เสริมความเข้มแข็งด้านกำลังคนและระบบนิเวศวิจัยวันที่ 4 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจ...
04/08/2026

วช. ปฐมนิเทศ “นักวิจัยรุ่นใหม่ ปี 2569”เสริมความเข้มแข็งด้านกำลังคนและระบบนิเวศวิจัย

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัด “งานปฐมนิเทศ ผู้ที่ได้รับทุนนักวิจัยรุ่นใหม่ ประจำปีงบประมาณ 2569” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมบรรยายพิเศษ ในเรื่อง “AI กับจรรยาบรรณและจริยธรรมงานวิจัย” กิจกรรมปฐมนิเทศครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย คณะกรรมการบอร์ดเส้นทางอาชีพและอาจารย์รุ่นใหม่, ผู้บริหารหน่วยงานวิจัย และนักวิจัยรุ่นใหม่ที่ได้รับทุน เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศตามแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมกับการพัฒนากำลังคนด้านการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศการวิจัยที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ให้เป็นกำลังสำคัญในการกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ ในปีงบประมาณ 2569 วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมแก่อาจารย์และนักวิจัยรุ่นใหม่กว่า 100 คน พร้อมจัดให้มีระบบนักวิจัยที่ปรึกษา(Mentor) เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนเสริมสร้างศักยภาพให้นักวิจัยรุ่นใหม่ก้าวสู่การเป็นนักวิจัยมืออาชีพในอนาคต โดย วช. จะทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรอย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ พัฒนาบุคลากรวิจัย และยกระดับระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้มีความเข้มแข็ง

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ กล่าวถึง “AI กับจรรยาบรรณและจริยธรรมงานวิจัย” ว่าควรมอง AI เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานวิจัย อาทิ การตรวจสอบภาษา สรุปเนื้อหา จัดทำรายงานการประชุม และแปลภาษา โดยAI สามารถเป็นผู้ช่วย แต่ไม่ใช่ผู้ร่วมนิพนธ์ (Authorship) ของผลงานวิจัย ทั้งนี้ การใช้ AI ในงานวิชาการต้องยึดหลักความโปร่งใส สามารถอธิบายที่มาของข้อมูลและผลลัพธ์ได้ หลีกเลี่ยงอคติของข้อมูล รักษาความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของงานวิจัย โดยมนุษย์ยังคงต้องมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและรับรองผลลัพธ์ นอกจากนี้ การใช้ Generative AI ควรจำกัดอยู่ในงานที่เหมาะสม เช่น การตรวจสอบไวยากรณ์ การปรับปรุงความชัดเจนของเนื้อหา การสรุปและแปลภาษา ในขณะที่การสร้างข้อค้นพบใหม่ การตีความข้อมูล และการจัดทำผลงานวิชาการทั้งหมด ต้องเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของนักวิจัย เพื่อให้การดำเนินงานวิจัยเป็นไปตามหลักจริยธรรมและมาตรฐานทางวิชาการ

ต่อมาเป็นการเสวนา เรื่อง “ถอดรหัสความสำเร็จ : กลยุทธ์การบริหารงานวิจัยและเวลาสู่ผลผลิตที่เป็นเลิศ” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองจากรุ่นพี่นักวิจัยรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ และการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดำเนินการเสวนา พร้อมด้วย รศ. ดร.ณรรฐคุณ วิรุฬห์ศรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, รศ. น.สพ.ดร.ธีรวุฒิ เนตรอำพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคุณจิราภรณ์ เหลืองไพรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ช่วงบ่าย นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 ได้บรรยาย เรื่อง “แนวทางการบริหารงานวิจัยและการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อการวิจัย” และการเสวนาเรื่อง “ถอดรหัสนักวิจัยมืออาชีพ : จากจุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จระดับแนวหน้า” โดย ศ. ดร.รัศมี ชูทรงเดช มหาวิทยาลัยศิลปากร, ศ. ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ศ. ดร.นพ.นิพนธ์ ฉัตรทิพากร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ศ. ดร.สุวบุญ จิรชาญชัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และดำเนินการเสวนาโดย ศ. ดร.สุภา หารหนองบัว กรรมการด้านการพัฒนาเส้นทางอาชีพนักวิจัย วช.

ทั้งนี้ วช. มุ่งหวังให้งานกลไกส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองใหม่ให้แก่นักวิจัยรุ่นใหม่ ผ่านการสนับสนุนทุนวิจัย การพัฒนาศักยภาพ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรมที่เข้มแข็ง พร้อมผลักดันให้เกิดผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ ใช้ประโยชน์ได้จริง และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน

วช. โชว์นวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการและผู้สูงอายุ ในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 18วันที่ 4 สิงหาค...
04/08/2026

วช. โชว์นวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการและผู้สูงอายุ ในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 18

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมจัดนิทรรศการภายในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติด้านคนพิการ ครั้งที่ 18 ประจำปี 2569 (The 18th National Conference on Persons with Disabilities: NCPD 2026) โดยมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เข้าร่วมพิธี ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีเปิดและเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมภายในงาน ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านคนพิการ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการ ผู้สูงอายุ และประชาชนทุกกลุ่มอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงาน วช. ได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวน 2 ผลงาน มาร่วมจัดแสดง ได้แก่
- นวัตกรรมรถเข็นปรับยืนไฟฟ้ากึ่งอัตโนมัติ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น (Semi-Power Standing Wheelchair for a Better Life) ซึ่งเป็นรถเข็นที่สามารถปรับเปลี่ยนจากท่านั่งเป็นท่ายืนด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยให้ผู้ใช้งานที่ไม่มีแรงแขนหรือมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว เช่น ผู้บาดเจ็บไขสันหลังและผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สามารถฝึกยืนและทำกายภาพบำบัดได้อย่างปลอดภัย เพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ลดภาระของผู้ดูแล และผ่านการทดสอบตามมาตรฐานเครื่องมือแพทย์สากล เพื่อรองรับการใช้งานและการต่อยอดเชิงพาณิชย์
- Space Walker นวัตกรรมฟื้นฟูช่วยฝึกเดินสำหรับสังคมสูงวัย เป็นอุปกรณ์ช่วยฝึกเดินพร้อมระบบพยุงน้ำหนักบางส่วนแบบไดนามิกส์ (Dynamic Body Weight Support) เครื่องแรกของประเทศไทย สามารถปรับแรงพยุงน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง มีระบบป้องกันการหกล้มและช่วยยกขาสำหรับผู้ที่มีภาวะอ่อนแรง เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตลอดจนผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูสมรรถภาพการเดิน ผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติด้านสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก ประจำปีงบประมาณ 2564 ขึ้นบัญชีนวัตกรรมไทย และมีการนำไปใช้จริงแล้วกว่า 300 เครื่องทั่วประเทศ ช่วยลดการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ
ซึ่งทั้ง 2 ผลงาน พัฒนาโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ทั้งนี้ การร่วมจัดนิทรรศการในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของ วช. ในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมผลักดันผลงานวิจัยสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ ผู้สูงอายุ และสังคมไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้การขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

วช. เดินหน้าขับเคลื่อนแผนงาน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Retreat) ครั้งที่ 5 แลกเปลี่ยนองค์ความ...
03/08/2026

วช. เดินหน้าขับเคลื่อนแผนงาน “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Retreat) ครั้งที่ 5 แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และยกระดับการใช้ประโยชน์งานวิจัยสู่การบริหารจัดการน้ำของประเทศ

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Retreat) ครั้งที่ 5 ภายใต้โครงการ “การบริหารจัดการเป้าหมาย แผนงานน้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด และจัดทำนโยบายการจัดการเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โดยมีคณะนักวิจัยและผู้เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 120 คน

โอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมาย ดร.ยุพิน เลิศบุรุษ ผู้เชี่ยวชาญการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม และ รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานเป้าหมายสำคัญฯ น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง พร้อมคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ได้กล่าวถึงบทบาทของ วช. และ สวก. ในฐานะหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย ที่มุ่งสนับสนุนการนำองค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมไปตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง และสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำที่เชื่อมโยงข้อมูลเทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

ภายในกิจกรรม นางพัชรวีร์ สุวรรณิก กล่าวต้อนรับ นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. ได้บรรยายในหัวข้อ “การบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยและบทบาทของ สทนช. ในการขับเคลื่อนประเทศ” และ “บทบาทของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำระดับจังหวัดและคณะกรรมการลุ่มน้ำต่อการขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่” พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านฐานข้อมูลและแอปพลิเคชันด้านน้ำ โดยผู้แทนสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) รวมถึงการบรรยายเรื่อง “ยุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่” โดยผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสังเคราะห์บทเรียนจากการดำเนินงานวิจัยในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำ และผลักดันการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ

ปัจจุบัน แผนงานวิจัย “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ดำเนินการครอบคลุมพื้นที่นำร่อง 10 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น ชัยภูมิ กำแพงเพชร น่าน พะเยา เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน สงขลา และพัทลุง โดยมุ่งพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างมั่นคง ลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและภัยแล้ง พร้อมผลักดันการจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด จนถึงระดับลุ่มน้ำ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพหน่วยงานในพื้นที่และยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง และเกิดความยั่งยืนในระยะยาว

การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Retreat) ครั้งที่ 5 สะท้อนความร่วมมือของภาครัฐ สถาบันการศึกษา หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย และเครือข่ายนักวิจัยทั่วประเทศ ในการนำวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม มาขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ และต่อยอดสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อสร้าง “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

วช. และจังหวัดเชียงราย นำตรวจเยี่ยมความพร้อมในการใช้ นวัตกรรมโดรนเพื่อรับมือภัยพิบัติ ณ ศูนย์พัฒนาระบบการใช้โดรนรับมือภั...
02/08/2026

วช. และจังหวัดเชียงราย นำตรวจเยี่ยมความพร้อมในการใช้ นวัตกรรมโดรนเพื่อรับมือภัยพิบัติ ณ ศูนย์พัฒนาระบบการใช้โดรนรับมือภัยพิบัติ เครือข่ายเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ณ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการใช้นวัตกรรม “ระบบการใช้โดรน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดภัยพิบัติ พื้นที่ภาคเหนือ” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด วช. นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายจรัสพันธ์ อรุณคง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ คณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร วช. นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ศูนย์พัฒนาระบบการใช้โดรน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดภัยพิบัติ พื้นที่ภาคเหนือ เครือข่ายเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาสนับสนุนการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรน เป็นอีกนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง สำรวจพื้นที่ และสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่เสี่ยง ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรและเครือข่ายนักบินโดรนที่มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจจริง ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยและดินถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแม่สายที่เคยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำหลากครั้งใหญ่ การนำนวัตกรรมระบบโดรนมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงาน จะช่วยให้การสำรวจพื้นที่เสี่ยง การติดตามสถานการณ์ และการวางแผนให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ถือเป็นการยกระดับศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติของจังหวัด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า สมาคมฯ ได้ร่วมกับ วช. พัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านภัยพิบัติ พร้อมสร้างเครือข่ายนักบินโดรนที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการสำรวจพื้นที่ การติดตามสถานการณ์ และการลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เทคโนโลยีโดรนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการรับมือภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการพัฒนาระบบการใช้โดรนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดภัยพิบัติ ได้รับการสนับสนุนจาก วช. เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีโดรนและสร้างเครือข่ายนักบินโดรนที่มีศักยภาพในการปฏิบัติภารกิจตอบโต้ภัยพิบัติ ปัจจุบันได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาระบบการใช้โดรนแล้ว 4 แห่ง และมีนักบินโดรนที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย มากกว่า 100 คน มีความพร้อมสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายในพื้นที่ โดยภายในศูนย์มีทั้งโดรนสำรวจสำหรับส่งข้อมูลภาพแบบเรียลไทม์ และโดรนลำเลียงที่สามารถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้สูงสุด 50 กิโลกรัม รวมทั้งมีแผนต่อยอดการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่านโดรนและสถานีจอดโดรนอัตโนมัติ (Drone Box) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต

จังหวัดเชียงราย นำ วช.และคณะ ร่วมตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการนวัตกรรม และการใช้แผนที่เสี่ยงภัยน้ำ บริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำสาย...
02/08/2026

จังหวัดเชียงราย นำ วช.และคณะ ร่วมตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการนวัตกรรม และการใช้แผนที่เสี่ยงภัยน้ำ บริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำสาย ด่านพรมแดนแม่สาย จ.เชียงราย

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับจังหวัดเชียงราย ตรวจเยี่ยมบริเวณพื้นที่การใช้นวัตกรรม “แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและการปรับปรุงคันกั้นน้ำ” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด วช. นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายอานนท์ ขันคำ และ นายธีระศักดิ์ พุทธรักษา ปลัดอำเภอแม่สาย นายอนุชา ยอดเชียงคำ นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย นายฉัตรชัย ชัยศิริ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร วช. นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการอุทกภัย ณ พื้นที่ริมแม่น้ำสาย จังหวัดเชียงราย

การติดตามตรวจเยี่ยมการบริหารนวัตกรรม ได้ลงพื้นที่ ณ บริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำสาย ด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 จ.เชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจเยี่ยมพื้นที่จริง พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานในพื้นที่เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมในการบริหารจัดการอุทกภัย เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน และการบริหารจัดการสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดินขุดผสมซีเมนต์เหลว ของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่

วช. ร่วมกับ จ.เชียงราย ร่วมติดตามนวัตกรรมการบริหารจัดการแผนที่เสี่ยงภัยน้ำพื้นที่แม่สาย และระบบเฝ้าระวังเตือนภัยดินถล่ม ...
02/08/2026

วช. ร่วมกับ จ.เชียงราย ร่วมติดตามนวัตกรรมการบริหารจัดการแผนที่เสี่ยงภัยน้ำพื้นที่แม่สาย และระบบเฝ้าระวังเตือนภัยดินถล่ม ณ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับจ.เชียงราย จัดประชุมติดตามและตรวจเยี่ยมพื้นที่การใช้นวัตกรรม “แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและการปรับปรุงคันกั้นน้ำ” และ “ระบบเฝ้าระวังดินถล่ม” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด วช. นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายอานนท์ ขันคำ และ นายธีระศักดิ์ พุทธรักษา ปลัดอำเภอแม่สาย นายอนุชา ยอดเชียงคำ นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย นายฉัตรชัย ชัยศิริ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร วช. นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมและลงพื้นที่ติดตามการประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการอุทกภัย ณ พื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. มุ่งขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำและการรับมืออุทกภัย ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการเชิงพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ วช. พร้อมสนับสนุนการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ทั้งด้านโครงสร้างป้องกันน้ำ ระบบติดตามและแจ้งเตือนภัย รวมถึงการใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ ลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สายเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ครอบคลุมการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำ การขุดลอกลำน้ำและทางระบายน้ำ การเสริมแนวคันกั้นน้ำ และการพัฒนาโครงสร้างป้องกันน้ำถาวร พร้อมบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนควบคู่กับการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ กล่าวว่า การรุกล้ำลำน้ำส่งผลให้หน้าตัดของลำน้ำแคบลงจนเกิดลักษณะคอขวด ทำให้การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพและเพิ่มความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมเสนอการใช้ข้อมูลทางวิชาการ แบบจำลองอุทกวิทยา และแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมเป็นเครื่องมือสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการน้ำในระยะยาว รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ดินขุดผสมซีเมนต์เหลว เพื่อเสริมความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่

นายธีระศักดิ์ พุทธรักษา ปลัดอำเภอแม่สาย กล่าวว่า ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งดำเนินการขุดลอกลำเหมือง ปรับปรุงจุดระบายน้ำสำคัญ และเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล เครื่องจักร และอุปกรณ์ โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การใช้ข้อมูลจากสถานีวัดระดับน้ำโจตาดาในประเทศเมียนมา ซึ่งสามารถประเมินระยะเวลาการเดินทางของมวลน้ำมายังอำเภอแม่สายได้ประมาณ 4 ชั่วโมง พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning ในการวิเคราะห์ข้อมูลระดับน้ำและปริมาณฝน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์สถานการณ์ รวมทั้งสนับสนุนการแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

ภายในงาน ยังได้รับฟังการเตรียมความพร้อมของ ระบบเฝ้าระวังดินถล่ม Platform LINE@ “มดชนะภัย” ผลงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ และคณะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. โดยเป็นนวัตกรรมสำหรับเฝ้าระวังและแจ้งเตือนความเสี่ยงดินถล่มในพื้นที่ลาดเชิงเขา ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลจากสถานีตรวจวัดปริมาณน้ำฝน ข้อมูลภาคสนาม และการวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ก่อนแจ้งเตือนผ่านแพลตฟอร์ม LINE ให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์ ปัจจุบันมีการนำไปใช้ในพื้นที่เสี่ยงหลายจังหวัด อาทิ จังหวัดน่าน เชียงราย เพชรบูรณ์ และนครศรีธรรมราช รวมทั้งพื้นที่โครงการพัฒนาหลวงและชุมชนบนพื้นที่สูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและลดความสูญเสียจากเหตุการณ์ดินถล่มได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง นายพงษ์ศักดิ์ อภิสวัสดิ์สุนทร ผู้จัดการส่วนพัฒนาสังคม โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริในฐานะเป็นผู้ใช้นวัตกรรมได้นำเสนอการใช้นวัตกรรมในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังดินถล่ม

การตรวจเยี่ยมและติดตามการลงพื้นที่ในครั้งนี้ วช.มุ่งมั่นการผลักดันการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำและการป้องกันภัยพิบัติ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับการบริหารจัดการอุทกภัยด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม อันจะนำไปสู่การลดความเสี่ยง ความสูญเสีย และการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

วช. และ มช. นำนวัตกรรม “FloodBoy” หนุนการเฝ้าระวังลำน้ำในพื้นที่และชุมชน จ.เชียงราย  นำเทคโนโลยี Blockchain และ AI เสริม...
02/08/2026

วช. และ มช. นำนวัตกรรม “FloodBoy” หนุนการเฝ้าระวังลำน้ำในพื้นที่และชุมชน จ.เชียงราย นำเทคโนโลยี Blockchain และ AI เสริมการเตือนภัยน้ำและการป้องกันด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ดร.ภูชีวันท์ สุริยะวงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายปฏิญญา พงษ์ยศ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญงาน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย นายโกศล วงศ์คำ กำนันตำบลแม่คำ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ผู้บริหาร วช. นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการใช้นวัตกรรม “FloodBoy ระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำท่วมด้วย Blockchain และ AI” ณ สะพานบ้านฝั่งหมิ่น ลำน้ำแม่คำ ตำบลจันจว้าใต้ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการลดผลกระทบจากอุทกภัย นวัตกรรม FloodBoy เป็นตัวอย่างของการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับเทคโนโลยี Blockchain และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐและประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันให้เกิดการขยายผลสู่พื้นที่เสี่ยงอื่น

ดร.ภูชีวันท์ สุริยะวงศ์ กล่าวว่า FloodBoy เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Blockchain และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการตรวจวัด วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายปฏิญญา พงษ์ยศ กล่าวว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงรายได้นำข้อมูลจากระบบ FloodBoy มาใช้ในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์ แจ้งเตือนประชาชน และบริหารจัดการเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัดเชียงราย

นายโกศล วงศ์คำ กล่าวว่า ชุมชนได้รับประโยชน์จากการใช้นวัตกรรม FloodBoy อย่างชัดเจน เนื่องจากสามารถติดตามสถานการณ์น้ำและรับการแจ้งเตือนได้อย่างทันท่วงที ทำให้ประชาชนมีเวลาเตรียมความพร้อม ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมขอบคุณ วช. และคณะนักวิจัยที่นำผลงานวิจัยมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่และสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง

ปัจจุบันนวัตกรรม FloodBoy ได้รับการติดตั้งแล้ว 21 จุด ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยของจังหวัดเชียงราย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ติดตาม และแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอุทกภัยของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้ วช.มุ่งมั่นในการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนการใช้ประโยชน์จริงในการเฝ้าระวังและบริหารจัดการอุทกภัย พร้อมเปิดโอกาสให้หน่วยงานผู้ใช้งาน นักวิจัย และชุมชน ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและขยายผลนวัตกรรมให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่มากยิ่งขึ้น พร้อมนี้ วช. สนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ ผลักดันองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์จริง และเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืน

วช. ลงพื้นที่ส่งมอบนวัตกรรม “Hydro Vision Plus/AI” ณ ต.นางแล จ.เชียงราย ยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมชุมชน เสริมศักยภาพการเ...
02/08/2026

วช. ลงพื้นที่ส่งมอบนวัตกรรม “Hydro Vision Plus/AI” ณ ต.นางแล จ.เชียงราย ยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมชุมชน เสริมศักยภาพการเตือนภัยน้ำด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ คณารีย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายสุชาติ สมประสงค์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนางแล ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ผู้บริหาร วช. นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการใช้นวัตกรรม “เครื่องเตือนภัยรู้ทันน้ำท่วม-น้ำแล้งติดตั้งภายในชุมชน (Hydro Vision Plus/AI)” พร้อมส่งมอบนวัตกรรม ให้แก่เทศบาลตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อเสริมศักยภาพการเฝ้าระวังและเตือนภัยน้ำในระดับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำและการลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ การสนับสนุนระบบ Hydro Vision Plus/AI ในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมร่วมกับภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำ วางแผนรับมือ และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาพื้นที่ต้นแบบที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ในอนาคต

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ คณารีย์ กล่าวว่า Hydro Vision Plus/AI เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ โดยสามารถตรวจวัดระดับน้ำและปริมาณฝน ส่งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ พร้อมแสดงผลผ่านเว็บไซต์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ อีกทั้งประมวลผลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเชื่อมต่อกล้อง CCTV เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์สถานการณ์ รวมถึงแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ประมาณ 3–5 ชั่วโมง ช่วยให้หน่วยงานและประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

นายสุชาติ สมประสงค์ กล่าวว่า ตำบลนางแลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้ง โดยการได้รับการสนับสนุนนวัตกรรม Hydro Vision Plus/AI จาก วช. และคณะนักวิจัยในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ทำให้เทศบาลตำบลนางแลสามารถเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำ เพื่อนำไปใช้ประกอบการวางแผน แจ้งเตือนประชาชน และบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ เทศบาลตำบลนางแลพร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการใช้นวัตกรรมดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้มแข็งและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติด้านน้ำอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันนวัตกรรมดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญของจังหวัดเชียงราย จำนวน 3 สาย ได้แก่ สายโป่งพระบาท–แม่น้ำกก สายแม่ข้าวต้ม–นางแล–ร่องห้า และสายน้ำกก ครอบคลุมพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลนางแล เทศบาลตำบลบ้านดู่ เทศบาลตำบลท่าสุด องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียง และองค์การบริหารส่วนตำบลป่าสัก รวมจุดติดตั้ง 13 จุด ครอบคลุมประชาชนกว่า 2,000 ครัวเรือน โดยมีเครือข่ายเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและนวัตกรชุมชนร่วมดูแลและบริหารจัดการระบบอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ วช. ในการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้ด้วยตนเอง พร้อมยกระดับการป้องกันและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างยั่งยืน

วช. ลงพื้นที่ “ฝายเชียงราย” ตรวจเยี่ยมนวัตกรรมระบบเตือนภัยน้ำท่วมเมืองเชียงราย ติดตามความพร้อมการบริหารจัดการน้ำรับมืออุ...
02/08/2026

วช. ลงพื้นที่ “ฝายเชียงราย” ตรวจเยี่ยมนวัตกรรมระบบเตือนภัยน้ำท่วมเมืองเชียงราย ติดตามความพร้อมการบริหารจัดการน้ำรับมืออุทกภัย

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดเชียงราย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด วช. นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ผู้บริหาร วช. นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนวัตกรรมระบบการเตือนภัยน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงราย พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำของจังหวัดเชียงราย ณ โครงการชลประทานฝายเชียงราย จังหวัดเชียงราย

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเตือนภัยและการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานในพื้นที่ การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามการดำเนินงานและรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยเพื่อเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และสนับสนุนการบริหารจัดการอุทกภัย เพื่อให้หน่วยงานสามารถวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

นายทวีชัย โค้วตระกูล กล่าวว่า การบริหารจัดการประตูระบายน้ำอาศัยการติดตามระดับน้ำและข้อมูลสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เมื่อระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จะประเมินสถานการณ์เพื่อพิจารณาการเปิดประตูระบายน้ำเพื่อระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจ ระบบระบายน้ำในพื้นที่ได้รับการออกแบบให้รองรับปริมาณน้ำประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ควบคู่กับการติดตามข้อมูลสภาพอากาศและพายุที่อาจส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวางแผนและตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น ได้ตรวจเยี่ยมนวัตกรรมระบบการเตือนภัยน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงราย ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อังกูร ว่องตระกูล และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงราย โดยระบบดังกล่าวบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนผ่านหลายช่องทาง สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ประมาณ 10–12 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ วช.มีความมุ่งมั่นของในการสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการน้ำและรับมืออุทกภัยอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเสริมสร้างความพร้อมของหน่วยงานและประชาชนในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดผลกระทบจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วช. พร้อมด้วย จ.เชียงราย ปภ.เชียงราย มทร.ล้านนาเชียงราย ม.แม่ฟ้าหลวง ม.เชียงใหม่ มรภ.เชียงราย ม.เกษตรศาสตร์ สมาคมกีฬาเคร...
02/08/2026

วช. พร้อมด้วย จ.เชียงราย ปภ.เชียงราย มทร.ล้านนาเชียงราย ม.แม่ฟ้าหลวง ม.เชียงใหม่ มรภ.เชียงราย ม.เกษตรศาสตร์ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลอง ร่วมนำผลงาน “รวมพล! นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัยจังหวัดเชียงราย” ณ จ.เชียงราย

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำผลงานเตรียมความพร้อม “รวมพล! นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จังหวัดเชียงราย” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน (Program Director) แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ใน 10 จังหวัด คณะผู้บริหาร วช. ผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดเชียงราย นักวิจัย เครือข่ายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย

“นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จังหวัดเชียงราย” ที่ร่วมเตรียมความพร้อม ประกอบด้วย
-“ระบบการเตือนภัยน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงราย” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อังกูร ว่องตระกูล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย
-นวัตกรรม “FloodBoy: ระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมด้วย Blockchain และ AI” และ “แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและการปรับปรุงคันกั้นน้ำ” โดย รองศาสตราจารย์ ชูโชค อายุพงศ์ และดร.ภูชีวันท์ สุริยะวงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
-นวัตกรรม “ระบบเฝ้าระวังดินถล่ม” โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
-นวัตกรรม “อากาศยานไร้คนขับเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ” โดย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ
-นวัตกรรม “กระบวนการชุมชนรู้ทันน้ำ”และ “Hydro Vision Plus AI” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ คณารีย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

ที่อยู่

196 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6625612445

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์