สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพจของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทย “สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ” เป็นหน่วยงานหลักในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ตั้งแต่การวิจัยจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์ การจัดทำฐานข้อมูลและดัชนีด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม การริเริ่ม ขับเคลื่อนและประสานการดำเนินงานโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศ การจัดทำมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย การส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร ด้านการวิจัยและนวัตกรรม และการให้รางวัลประกาศเกียรติคุณ หรือยกย่องบุคคลหรือหน่วยงานด้านการวิจัย และนวัตกรรม
(38)

เปิดเหมือนปกติ

วช. ส่งผลงานรับรางวัลวิจัยและนวัตกรรมเด่นชีวิตวิถีใหม่ในวิกฤติโควิด-19ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนัก...
24/12/2020

วช. ส่งผลงานรับรางวัลวิจัยและนวัตกรรมเด่นชีวิตวิถีใหม่ในวิกฤติโควิด-19

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อม ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ นักวิจัยรางวัลการวิจัยแห่งชาติ รับรางวัลจาก ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หลัง “เครื่องพ่นละอองไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ฯ” ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน 11 ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นตอบรับชีวิตวิถีใหม่และการปรับตัวอันเนื่องมาจากภาวะวิกฤติโควิด-19

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ารับรางวัลผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นตอบรับชีวิตวิถีใหม่และการปรับตัวอันเนื่องมาจากภาวะวิกฤติโควิด-19 จาก ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระหว่างการจัดงานแถลงข่าวสรุปผลงานเด่น ปี 2563 และแผนยุทธศาสตร์ปี 2564 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 ณ โรงแรมเรอเนสซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

ทั้งนี้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ส่งผลงาน “เครื่องพ่นละอองไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ นวัตกรรมฆ่าเชื้อในห้องและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อความปลอดภัยจาก COVID-19” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลสิ่งประดิษฐ์คิดค้นประจำปี 2564 และได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน 11 ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นตอบรับชีวิตวิถีใหม่และการปรับตัวอันเนื่องมาจากภาวะวิกฤติโควิด-19 จาก อว.

การมอบรางวัลดังกล่าวเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้บุคลากรในสังกัด ที่ร่วมระดมสมองในการสร้างสรรค์นวัตกรรมแก้ไขปัญหาแก้ไขปัญหาโควิด-19 โดยเฉพาะวิกฤติขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยแบ่งรางวัลออกเป็น 2 หมวด ได้แก่ หมวดนวัตกรรมสู้วิกฤติโควิด-19 และหมวดนวัตกรรมตอบรับวิถีชีวิตใหม่ โดยตัวอย่างผลงานวิจัยอื่นๆ ที่ได้รับรางวัล เช่น วัคซีนป้องกันโรคจากไวรัสโควิด-19 โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด คณะเภสัชศาสตร์ จุฬา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ป้องกันการติดเชื้อสำหรับบุคลากรทางการแพทย์นวัตกรรมชุด PPE Disposable Coverall Level 4 รุ่นเราชนะ และ นวัตกรรมชุด PPE (Isolation Grown) รุ่นเราสู้ โดยกรมวิทยาศาสตร์บริการ

ภาพประกอบและคำบรรยาย

(ซ้ายไปขวา) ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รับมอบรางวัลจาก ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง พร้อมผู้บริหารหน่วยงานอื่นๆ ในสังกัด อว. ที่ได้รับรางวัลผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นตอบรับชีวิตวิถีใหม่และการปรับตัวอันเนื่องมาจากภาวะวิกฤติโควิด-19

(ซ้ายไปขวา) ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง และ ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์

(ซ้ายไปขวา) รศ.ดร.วิวัฒน์ วชิรวงศ์กวิน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง และ ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์

(ซ้ายไปขวา) รศ.ดร.วิวัฒน์ วชิรวงศ์กวิน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง และ ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ อาจารย์ พร้อม “เครื่องพ่นละอองไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ นวัตกรรมฆ่าเชื้อในห้องและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อความปลอดภัยจาก COVID-19”

วช. ชู “เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด-19” หนึ่งในผลงานเด่น อว. ตอบรับชีวิตวิถีใหม่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุ...
24/12/2020

วช. ชู “เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด-19” หนึ่งในผลงานเด่น อว. ตอบรับชีวิตวิถีใหม่

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชู “เครื่องพ่นละอองไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์” นวัตกรรมฆ่าเชื้อในห้องและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อความปลอดภัยจากโควิด-19 ผลงานโดยทีมวิจัยจุฬาฯ ซึ่งได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน 11 ผลงานเด่น อว. ตอบรับชีวิตวิถีใหม่และการปรับตัวอันเนื่องจากภาวะวิกฤติโควิด-19 และเตรียมต่อยอดการใช้ประโยชน์อื่น ๆ ร่วมกับบริษัท Startup

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ส่งผลงาน “เครื่องพ่นละอองไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ นวัตกรรมฆ่าเชื้อในห้องและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อความปลอดภัยจาก COVID-19” ซึ่งเป็นผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลสิ่งประดิษฐ์คิดค้นประจำปี 2564 และได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน 11 ผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นตอบรับชีวิตวิถีใหม่และการปรับตัวอันเนื่องมาจากภาวะวิกฤติโควิด-19 จาก อว. พร้อมทั้งจัดแสดงในงานแถลงข่าวแผนยุทธศาสตร์ กระทรวง อว. ประจำปี 2564 โอกาสนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้แทน วช. เข้ารับรางวัลผลงานวิจัย และนวัตกรรมเด่นตอบรับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และการปรับตัวอันเนื่องมาจากภาวะวิกฤติ COVID-19 จาก ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 ณ โรงแรมเรอเนสซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์

สำหรับเครื่องพ่นละอองไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ฯ เป็นผลงานโดย ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะ โดยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์นั้นมีศักยภาพในการกำจัดไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และสปอร์ของเชื้อราได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างที่เป็นอันตราย สามารถกำจัดได้ทั้งเชื้อในอากาศและเชื้อที่อยู่บนพื้นผิววัสดุ ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องพ่นละอองไอไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ VQ20 และเครื่อง VQ20+HP35 ที่พ่นละอองไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ขนาดเล็กกว่า 5 ไมโครเมตร และล่องลอยในอากาศได้นาน

คณะผู้วิจัยได้ใช้เครื่อง VQ20 สร้างละอองไอไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ความเข้มข้น 3-7% เพื่อฆ่าเชื้อในรถพยาบาล ห้องผู้ป่วย ห้องกักตัวผู้ป่วย ห้องกักตัวผู้ป่วย ห้องพักบุคลากรทางการแพทย์ รถเมล์ รถแท็กซี่ รถไฟฟ้า ห้องเรียน ห้องนอน ห้องผ่าตัด ห้องออกกำลังกาย ห้องประชุม ห้องทำงาน และใช้เครื่อง VQ20+HP35 สร้างละอองไอไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ความเข้มข้น 3-7% เพื่อฆ่าเชื้อบนเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น หน้ากากอนามัย N95 หน้ากากป้องกันใบหน้า (Face Shield) ชุด PPE และรองเท้า

ปัจจุบันคณะนักวิจัยได้ติดตั้งเครื่อง VQ20 ที่ฝ่ายวิจัยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กองวิศวกรรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม และติดตั้งเครื่อง VQ20+HP35 ที่แผนกโรคติดเชื้อ COVID-19 อาคารจงกลนี และแผนกเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และหากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายจะร่วมมือกับบริษัท Startup เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ในรูปแบบอื่น ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ เช่น เครื่องสำหรับฆ่าเชื้อในขวดนม จาน ชาม แก้วสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือบ้านที่มีผู้ป่วย
#ไวรัสโคโรนา #COVID19 #ชีวิตวิถีใหม่ #วช

วช. และ มช. พร้อมด้วยเครือข่ายระบบสุขภาพ ร่วมโชว์ผลงานวิจัย Spearhead  ระบบบริการสุขภาพ ในการประชุมวิชาการ เหลียวหลัง-แล...
24/12/2020

วช. และ มช. พร้อมด้วยเครือข่ายระบบสุขภาพ ร่วมโชว์ผลงานวิจัย Spearhead ระบบบริการสุขภาพ ในการประชุมวิชาการ เหลียวหลัง-แลหน้า งานวิจัยมุ่งเป้า “การพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านการดูแลภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างครบวงจร จากล่างสู่บน ”

วันที่ 23 ธันวาคม 2563 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์คลินิค นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เรืออากาศเอกนายแพทย์ อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ,ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นายแพทย์สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ ประธานแผนงานบริหารแผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม พร้อมด้วยหน่วยงานบูรณาการด้านสาธารณสุข และคณะนักวิจัย ร่วมการประชุมวิชาการเหลียวหลัง-แลหน้า งานวิจัยมุ่งเป้า “การพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านการดูแลภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างครบวงจร จากล่างสู่บน ” ณ ห้องเชียงใหม่ ชั้น 2 ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่

พร้อมนี้ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวปราศัยพิเศษผ่านทางวิดิทัศน์ว่า แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย หรือ Spearhead เป็นการบริหารทุนรูปแบบใหม่ที่มีลักษณะแผนงาน/โครงการวิจัยและนวัตกรรมที่มีขนาดใหญ่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทั้งด้านสังคม ชุมชน สร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยสามารถแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ หรือเป็นแนวนโยบายการพัฒนาประเทศตามนโยบายรัฐบาล และสร้างผลกระทบสูงทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งแผนงานระบบบริการสุขภาพ: การพัฒนาระบบบริการเพื่อการดูแลภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างครบวงจรในปีที่ 1 ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบสาธารณสุขเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะระบบบริการสุขภาพด้านการดูแลภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขทั้งจากการบาดเจ็บและจากโรคภัยไข้เจ็บ อว. ในฐานะหน่วยงาน ส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลการวิจัยและการสร้างสรรค์นวัตกรรมพร้อมผลักดันให้ผลวิจัยที่สามารถนำไปใช้ได้จริงอย่างที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้บริหารจัดการและส่งมอบผลลัพธ์ของแผนงาน Spearhead ให้เกิดขึ้นได้ในระบบสาธารณสุข และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเห็นงานวิจัยในรูปแบบที่เกิดขึ้นนี้ต่อไปอีกในอนาคต
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยหลักของประเทศ และเป็นหน่วยงานกลางที่ประสานเชื่อมโยงทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันบนฐานงานวิจัยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งงานวิจัยมีความสำคัญกับการพัฒนาในทุกมิติ งานวิจัยที่ดีจะสามารถช่วยให้การพัฒนาบรรลุเป้าหมายได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เกิดความรู้ใหม่ และแนวทางใหม่ โดย วช. มีกลไกในการส่งเสริม สนับสนุนทุนวิจัย และนวัตกรรม ในรูปแบบต่าง ๆ ครอบคลุมทุกด้าน ทุกสาขาวิชาการ โดยมุ่งเน้นงานวิจัยที่มีเป้าหมายชัดเจน เพื่อการพัฒนาและแก้ปัญหาระดับชาติ อย่างเช่นความสำเร็จของแผนงาน Spearhead ระบบบริการสุขภาพ: การพัฒนาระบบบริการเพื่อการดูแลภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างครบวงจรในวันนี้มีความครบถ้วนและครบวงจรซึ่งเป็นความท้าทายที่ทำให้เห็นผลงานการวิจัยแบบมีส่วนร่วม และมีการส่งต่อเพื่อนำไปสู่การพัฒนาให้เกิดผลสำเร็จอย่างแท้จริงต่อสังคม มีภาพแห่งประสิทธิภาพในการวิจัย ที่สามารถทะลุข้อจำกัดทุกอย่างไปสู่กลไกที่จะส่งเสริมให้มีการพัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจนในระยะ 3 ปีนี้ ทำให้เห็นการแก้ปัญหาระดับชาติ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งถือเป็นรูปแบบใหม่ในการวิจัยที่มีการร่วมกำหนดเป้าหมายในการบริหารสุขภาพของคนไทย และที่สำคัญงานวิจัยนี้ยังเอื้อประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกด้วย
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ ได้รับงบประมาณสนับสนุนการวิจัยแบบ Block Grant ต่อเนื่อง 3 ปี (ปีงบประมาณ2562-2565) ภายใต้โครงการวิจัยแบบบูรณาการยุทธศาสตร์เป้าหมายด้านสังคม หรือ Spearhead จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มาขับเคลื่อนให้เกิดงานวิจัยที่มีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ที่ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญของประเทศ และมีความเหลื่อมล้ำของประชาชนในการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยมุ่งเป้าไปที่ “การวิจัยพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านการดูแลภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างครบวงจร” ทั้งภาวะฉุกเฉินที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ และจากโรคภัยไข้เจ็บโดยเฉพาะกลุ่มโรคเรื้อรัง ซึ่งถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันระบบยังมีช่องว่างของตัวระบบบริการสุขภาพที่ต้องการการวิจัยพัฒนาในหลายประเด็น โดยหวังว่าผลของโครงการวิจัยจะเป็นประโยชน์สำคัญในการช่วยลดช่องว่างของระบบบริการที่ยังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพสำหรับประชาชนทุกระดับ
โดยในงานประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการผลงานของโครงการ จำนวน 33 โครงการ อาทิ ระบบการแจ้งเหตุฉุกเฉินของผู้ประสบเหตุ การพัฒนาระบบศูนย์สั่งการด้านการแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลแม่ข่าย อุปกรณ์ติดตามวัดสัญญาณชีพแบบเคลื่อนที่สำหรับรถฉุกเฉิน แอพลิเคชั่นเพื่อคัดกรองและประเมินระดับความรุนแรงของผู้ป่วยที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล หลักสูตรการอบรมการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) แบบฝังรากลึกในประชาชน แพลตฟอร์มสำหรับนักวิ่งเพื่อการดูแลอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างการร่วมงานวิ่ง การพัฒนาแผนที่ระบุพิกัดของเครื่อง AED แบบออนไลน์ 3 ภาษา แบบบันทึกสุขภาพของตนเอง โควิด 19 และแบบคัดกรองตนเอง สำหรับผู้สงสัยโรคไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) (Self-Screening Version 2) แบบออนไลน์ 4 ภาษา เป็นต้น รวมทั้งมีการอภิปรายบนเวทีในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้อง

📢📢 รับสมัครผู้เข้าร่วมพัฒนาเป็นผู้ตรวจประเมินตามมาตรฐานฯ มอก.2677 - 2558          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้มอบห...
24/12/2020

📢📢 รับสมัครผู้เข้าร่วมพัฒนาเป็นผู้ตรวจประเมินตามมาตรฐานฯ มอก.2677 - 2558
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้มอบหมายให้สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ ดำเนินโครงการตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการวิจัยในรูปแบบ Certification ระยะที่ 2 ปี 2563 ซึ่งหน้าที่หลักส่วนหนึ่งภายใต้ขอบเขตการดำเนินงานของโครงการฯ ดังกล่าว ได้แก่ การสร้างผู้ตรวจประเมินตามหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ตรวจประเมินตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวกับสารเคมี (มอก. 2677-2558)

*** หมดเขตการรับสมัคร 15 มกราคม 2564 หรือจนกว่าจะครบ 30 ท่าน (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ***

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
www.masci.or.th

☎️ สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ ☎️
02 - 6171727 ต่อ 339 หรือ 390

#์NRCT #สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ #วช
#ผู้ตรวจประเมิน #มาตรฐาน #มอก #ไอเอสเอ #อุตสาหกรรม

รายงานข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศ ณ วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2563ณ เวลา 16.00 น. คุณภาพอากาศโดยรวมของพื้นที่กรุงเทพฯ และ...
24/12/2020

รายงานข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศ ณ วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2563

ณ เวลา 16.00 น. คุณภาพอากาศโดยรวมของพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลดี แต่อย่าลืมสวมอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง
#DustBoy #pm2_5

ที่มา : รายงานค่าฝุ่น PM2.5 (ug/m3) จากจุดติดตั้งเครื่องวัดฝุ่น DustBoy

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
https://pm2_5.nrct.go.th

รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2563🇹🇭🇹🇭ประเทศไทยผู้ติดเชื้อสะสม 5,829 ราย(เพิ่มขึ้...
24/12/2020

รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อ
โควิด-19
ณ วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2563

🇹🇭🇹🇭ประเทศไทย
ผู้ติดเชื้อสะสม 5,829 ราย(เพิ่มขึ้น 67 ราย)
-เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศโดยเพิ่มขึ้น 58 ราย
-เป็นผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State quarantine เพิ่มขึ้น
8 ราย
-เป็นผู้ติดเชื้อในแรงงานต่างด้าวโดยการคัดกรองเชิงรุกวันนี้ 0 ราย (ยอดผู้ติดเชื้อสะสมที่เป็นแรงงานต่างด้าวอยู่ที่ 1,273 ราย)

เสียชีวิตรวม 60 ราย (ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้)

รักษาหายป่วยแล้ว 4,116 ราย (70.52%) (มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 21 ราย)

รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 1,653 ราย

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในส่วนที่เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 58 ราย มีรายละเอียดดังนี้
จาก กรุงเทพมหานคร(14 ราย) สมุทรสาคร(9 ราย) นนทบุรี(6 ราย) สมุทรปราการ(4 ราย)
พิจิตร(3 ราย) ชัยภูมิ(3 ราย)
ฉะเชิงเทรา(2 ราย) นครราชสีมา(2 ราย) ตาก (1 ราย) สุราษฏร์ธานี(1 ราย) นครศรีธรรมราช(1 ราย) ชัยนาท(1 ราย) อุตรดิตถ์(1 ราย) อุดรธานี(1 ราย) นครสวรรค์ (1 ราย) ปทุมธานี(1 ราย) อ่างทอง 1 ราย และ
รอประสานข้อมูล 6 ราย

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เพิ่มขึ้นในวันนี้ 8 ราย และเข้า State quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพมหานคร (5 ราย)
เชียงราย (1) และชลบุรี (1 ราย)
และ PUI ด่านสุวรรณภูมิ (1)
มีรายละเอียดดังนี้
- มาจากประเทศญี่ปุ่น 1 ราย
- มาจากประเทศกาตาร์ 1 ราย
- มาจากประเทศเมียนมา 3 ราย
- มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา 2 ราย
- มาจากประสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ราย

🌐 สถานการณ์โลกในวันนี้
- ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 79 ล้านราย "โดยมีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมมากกว่า 1.7 ล้านราย
(คิดเป็นร้อยละ 2.2 ของจำนวนผู้ติดเชื้อ) ในขณะที่ผู้รักษาหายมีจำนวน 55.6 ล้านราย (คิดเป็นร้อยละ70.4)
- อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 10 ล้านรายแล้ว โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 24,236 ราย ทั้งนี้ยอดผู้รักษาหายในอินเดียอยู่ที่ 9.6 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 96
- ไทยมียอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่อันดับ 143 ของโลกและยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อันดับ 152 ของโลก

🌐 สถานการณ์อาเซียนในวันนี้
- อินโดนีเซีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมยังคงรั้งอันดับ 1 ของอาเซียนโดยมีตัวเลขอยู่ที่ 685,639 ราย ในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ของอินโดนีเซียก็อยู่ในอันดับ 1 ของอาเซียนเช่นเดียวกันที่ 7,514 ราย
- ฟิลิปปินส์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 464,004 ราย มียอดผู้เสียชีวิต 9,048 ราย โดยยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อันดับ 2 ของอาเซียน
- เมียนมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 118,869 ราย โดยมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยในรอบ 7 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 995 ราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 2,507 ราย

ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
#ไวรัสโคโรนา #COVID19 #NRCT #วช

ผลการพิจารณารางวัล WDS Data Stewardship Award ประจำปี ค.ศ. 2020 World Data System (WDS) หน่วยงานซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมการ...
24/12/2020

ผลการพิจารณารางวัล WDS Data Stewardship Award ประจำปี ค.ศ. 2020

World Data System (WDS) หน่วยงานซึ่งทำหน้าที่ส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลและผลผลิตทางวิชาการที่มีคุณภาพ และการให้บริการข้อมูลต่างๆในทุกสาขาวิชาอย่างเท่าเทียมและเป็นสากล เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่การวิจัย ภายใต้สภาวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ (International Science Council: ISC) ซึ่ง วช. เข้าร่วมเป็นสมาชิกในนามประเทศไทย ได้ประกาศผลการพิจารณารางวัล WDS Data Stewardship Award ประจำปี ค.ศ. 2020 ตามลำดับดังนี้
1. Dr. Ethan Welty - Institute of Arctic and Alpine Research, University of Colorado, USA
ผู้เชี่ยวชาญด้านธารน้ำแข็งและการวิเคราะห์ภาพถ่ายเหลื่อมเวลาของธารน้ำแข็ง
2. ผศ.ดร. พร พันธุ์จงหาญ - ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big data และหัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในโครงการวิจัยของห้องปฏิบัติการ ALICE ภายใต้องค์กรแห่งยุโรปเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์ (CERN)
3. Dr. Lianchong Zhang - National Earth Observation Data Center (NODA), China
นักวิจัยด้านการจัดการข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลการสำรวจโลก (Earth observation) จากเทคโนโลยีสำรวจระยะไกล
อนึ่ง รางวัล WDS Data Stewardship Award ก่อตั้งขึ้น เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของระบบการดูแลจัดการข้อมูลเพื่อประโยชน์ทางวิชาการ โดยมอบรางวัลให้แก่นักวิจัยรุ่นเยาว์อายุไม่เกิน 40 ปี ที่มีผลงานดีเด่นในด้านการจัดการข้อมูลผ่านการมีส่วนร่วมกับประชาคมภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งประสบความสำเร็จทางวิชาการและนวัตกรรมในแต่ละปี โดย วช. ได้ร่วมเสนอชื่อนักวิจัยไทยเพื่อเข้ารับการคัดเลือกในปีนี้เป็นปีแรก

Link ประกาศผลการพิจารณารางวัล https://www.worlddatasystem.org/news/news-archive/ethan-welty-wins-2020-wds-data-stewardship-award
#NRCT #วช

รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ณ วันพุธที่ 23 ธันวาคม 2563🇹🇭🇹🇭ประเทศไทยผู้ติดเชื้อสะสม 5,762 ราย (เพิ่มขึ้น 46...
23/12/2020

รายงานข้อมูลสถานการณ์การติดเชื้อ
โควิด-19
ณ วันพุธที่ 23 ธันวาคม 2563

🇹🇭🇹🇭ประเทศไทย
ผู้ติดเชื้อสะสม 5,762 ราย (เพิ่มขึ้น 46 ราย)
-เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศโดยเพิ่มขึ้น 39 ราย
-เป็นผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State quarantine เพิ่มขึ้น 7 ราย
-เป็นผู้ติดเชื้อในแรงงานต่างด้าวโดยการคัดกรองเชิงรุกวันนี้ 0 ราย (ยอดผู้ติดเชื้อสะสมที่เป็นแรงงานต่างด้าวอยู่ที่ 1,273 ราย)

เสียชีวิตรวม 60 ราย (ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในวันนี้)

รักษาหายป่วยแล้ว 4,095 ราย (71.07%) (มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่มขึ้น 17 ราย)

รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 1,607 ราย

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในส่วนที่เป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 39 ราย มีรายละเอียดดังนี้
จาก กรุงเทพมหานคร (11 ราย) ฉะเชิงเทรา (5 ราย) นครปฐม (3 ราย)
กำแพงเพชร (2 ราย) ตาก (2 ราย) ปราจีนบุรี (2 ราย) พระนครศรีอยุธยา (2 ราย)
สมุทรปราการ (2 ราย) สระบุรี (2 ราย) เพชรบูรณ์ (1 ราย) กระบี่ (1 ราย) ขอนแก่น (1 ราย)
นครราชสีมา (1 ราย) นนทบุรี (1 ราย) ปทุมธานี (1 ราย) ภูเก็ต (1 ราย) และ สุพรรณบุรี (1 ราย)

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เพิ่มขึ้นในวันนี้ 7 ราย และเข้า State quarantine โดยเข้ารับการรักษาที่กรุงเทพมหานคร (1 ราย) สมุทรปราการ (1 ราย) เชียงราย (1) และชลบุรี (4 ราย) มีรายละเอียดดังนี้
- มาจากประเทศบาห์เรน 1 ราย
- มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา 1 ราย
- มาจากประเทศอังกฤษ 2 ราย
- มาจากประเทศปากีสถาน 1 ราย
- มาจากประเทศรัสเซีย 1 ราย
- มาจากประเทศเมียนมา 1 ราย

🌐 สถานการณ์โลกในวันนี้
- ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 78.3 ล้านราย "โดยมีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมมากกว่า 1.7 ล้านราย
(คิดเป็นร้อยละ 2.2 ของจำนวนผู้ติดเชื้อ) ในขณะที่ผู้รักษาหายมีจำนวน 55.1 ล้านราย (คิดเป็นร้อยละ70)
- อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 10 ล้านรายแล้ว โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 23,886 ราย ทั้งนี้ยอดผู้รักษาหายในอินเดียอยู่ที่ 9.6 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 96
- ไทยมียอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่อันดับ 144 ของโลกและยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่อันดับ 152 ของโลก

🌐 สถานการณ์อาเซียนในวันนี้
- อินโดนีเซีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสมยังคงรั้งอันดับ 1 ของอาเซียนโดยมีตัวเลขอยู่ที่ 678,125 ราย ในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ของอินโดนีเซียก็อยู่ในอันดับ 1 ของอาเซียนเช่นเดียวกันที่ 6,347 ราย
- เมียนมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 117,946 ราย โดยมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยในรอบ 7 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,040 ราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 2,484 ราย

ประมวลข้อมูลโดย กรมควบคุมโรค และศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
#ไวรัสโคโรนา #COVID19 #NRCT #วช

ที่อยู่

196 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร
Bangkok
10900

รถโดยสารสาธารณะ

ข้อมูลทั่วไป

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มี 7 ภารกิจหลัก เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรม ให้สามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีอยู่เดิม และที่เกิดขึ้นใหม่ไปใช้ในเชิงวิชาการ เชิงพาณิชย์ เชิงสังคม และเชิงนโยบายให้เป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด ต่อการพัฒนาประเทศ

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+66 2 579 1370

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

อยากชมเครื่องเกี่ยวข้าวติดแท๊คเตอร์ มีภาพลงเกี่ยวข้าวจริงมัยครับ มีถามหาบ่อย/ มีคนสนใจมาก
#มหกรรมวิทย์2020 #สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
#มหกรรมวิทย์ฯ2020 #สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
#มหกรรมวิทย์ฯ2020 #สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
#มหกรรมวิทย์2020 #สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
แอดมินเปิดดูและช่วยตอบ inboxไปแล้ว
ขอบคุณรางวัล​ บัตรสตาบัค พร้อมถุงผ้ารักษ์โลก
ขอบคุณ​ของรางวัล
ขออนุญาตฝากเพจภาษาอังกฤษเล็กๆ ไว้ด้วยค่า ขอบคุณค่ะ
ผม นาย อภิชาติ แก้วทอง เลขบัตรประชาชน 3160300775168 บ้านเลขที่ 38 ม.8 ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี 15120 ส่งประวัติ ลูกจ้าง รัฐวิสาหกิจ นักการจัดการ 4 พันตรี 6 รองผอ.8และ9 (นักวิชาการ(ประจำการ)เป็นงานงาน )รับประเมินเป็นข้าราชการ นักวิชาการเป็นงานงานที่นี่เมื่อ 2555-2557ตอนนี้ผมหมดงานขอเข้าทำงานวิจัยต่อครับช่วยผมมั้งครับ ผมหมดงานว่างงานจากหน่วยอื่นครับหาที่ค้นคว้าวิจัยต่อครับ งานวิจัยผม กล่องทีวี และจาน ดิจิตอลที่ใช้ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือ cat. tot และแก๊สโซฮอล เอทิลมาร่วมอ๊อดโทน และดีเซลบดอัดมาร่วมอ๊กเทนครับ ดันมาใช้ในปั้มปัจจุบันแล้วครับ
ขอสอบถามผลการพิจารณาข้อเสนอโครงการทุนวิจัยเร่งด่วนสำหรับโรคโควิด-19 ด้วย ไม่ทราบว่าจะประกาศผลได้เมื่อไหร่ครับ