โครงการจัดทำระบบติดตามเรือ (Vessel Monitoring System : VMS)

โครงการจัดทำระบบติดตามเรือ (Vessel Monitoring System : VMS) ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก โครงการจัดทำระบบติดตามเรือ (Vessel Monitoring System : VMS), หน่วยงานราชการ, กรมประมง (Department of Fisheries), Bangkok.

เปิดเหมือนปกติ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง และดูแลรักษาระบบติดตามเร...
28/10/2020

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง และดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา (ฉบับที่ 13)

จากประกาศกรมประมง เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 เปิดช่องทางให้ชาวประมงสามารถเลือกติด VMS Gen. 1 หรือ Gen. 2 ได้ แล้วแต่ VM...
24/09/2020

จากประกาศกรมประมง เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 เปิดช่องทางให้ชาวประมงสามารถเลือกติด VMS Gen. 1 หรือ Gen. 2 ได้ แล้ว

แต่ VMS Gen. 1 นี้ไม่ใช่แบบเดิมที่เราเคยติดกันนะ!!!

VMS Gen. 1 แบบใหม่ที่อนุญาตให้ติดได้จะต้องมีส่วนที่เพิ่มเข้ามาคือ Regulator และ แบตเตอรี่สำรอง โดยที่หัว VMS และอุปกรณ์ส่วนที่เพิ่มเข้ามานี้จะต้องผ่านการรับรองจากกรมประมงเท่านั้น

--------------------
ทำไมต้องมีส่วนที่เพิ่มเข้ามาจากของเดิมล่ะ???

เนื่องจากระบบไฟในเรือมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่ไม่คงที่ การเพิ่ม Regulator ขึ้นมาเพื่อควบคุมระดับแรงดันไฟฟ้าให้สามารถจ่ายไฟไปยังหัว VMS ได้คงที่ ทำให้ช่วยแก้ไขปัญหา VMS ติด ๆ ดับ ๆ ได้

ซึ่งการที่ VMS ติด ๆ ดับ ๆ นี้เป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เรือประมงถูกเรียกกลับ เนื่องจากประกาศกรมประมงกำหนดว่า ถ้าสัญญาณ VMS ในเรือประมงขาดหายสะสมครบ 6 ครั้ง ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ต่อการแจ้งออกทำประมง 1 ครั้ง เรือประมงจะต้องถูกเรียกกลับ

ส่วนแบตเตอรี่สำรอง จะช่วยให้มีกระแสไฟฟ้าจ่ายไปยังหัว VMS ได้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 30 วัน

ถ้าระบบไฟฟ้าภายในเรือขัดข้อง แบตเตอรี่สำรองจะจ่ายไฟฟ้าให้กับหัว VMS ทำให้ชาวประมงมีเวลามากขึ้นในการแก้ไขระบบไฟฟ้าภายในเรือให้เป็นปกติ แทนที่จะถูกกรมประมงเรียกเรือกลับใน 4 ชั่วโมง หลังจากได้รับแจ้ง

--------------------
ถ้าท่านในต้องการอ่านประกาศกรมประมงฉบับเต็ม ๆ ก็สามารถกดเข้าไปที่ลิ้งนี้ได้เลhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/212/T_0014.PDF

อ้างอิง: ประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง และดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2563

ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมง เขต2 สงขลา
03/04/2020

ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมง เขต2 สงขลา

แนวทางปฏิบัติด้านการประมงเกี่ยวกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 2)

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง
20/02/2020

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง

กรมประมงขอเชิญชวนทำแบบสอบถามเพื่อรับฟังความคิดเห็น เรื่อง การทำการประมงอวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกปลากะตัก
โดยการสแกน QR Code ตามที่ปรากฏ
หรือ ลิงก์แบบสอบถามออนไลน์ https://bit.ly/3aaKEC9

ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมง เขต2 สงขลา
24/01/2020

ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมง เขต2 สงขลา

📢📢📢ประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดห้วงเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอนและเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์สำหรับปี
การประมง ๒๕๖๓ - ๒๕๖๔ พ.ศ. ๒๕๖๓📢📢📢

18/12/2019

📣📢แจ้งประชาสัมพันธ์กรณีบริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ขอยกเลิกทะเบียนผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการระบบติดตามเรือ

จากกรณีที่บริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด มีความประสงค์ขอยกเลิกทะเบียนผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการระบบติดตามเรือกับกรมประมงในวันที่ 31 มีนาคม 2563 และได้ยื่นเอกสารพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนี้

1. แจ้งยกเลิกทะเบียนผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการระบบติดตามเรือตามแบบคำขอ ศฝป.9 ต่อกรมประมง ไม่น้อยกว่า 30 วัน (ยื่นเอกสารแล้ววันที่ 19 เมษายน 2562)📜
2. แจ้งแผนการจำหน่ายผู้ใช้บริการระบบติดตามเรือต่อกรมประมงไม่น้อยกว่า 30 วัน (แจ้งต่อกรมประมงแล้ววันที่ 24 ตุลาคม 2562)📨
3. แจ้งแผนการจำหน่ายผู้ใช้บริการระบบติดตามเรือต่อชาวประมงที่ใช้บริการของบริษัทไม่น้อยกว่า 30 วัน (ส่งหลักฐานการแจ้งต่อชาวประมงแล้ววันที่ 13 พฤศจิกายน 2562)📨

ชาวประมงผู้ใช้บริการระบบติดตามเรือของบริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด สามารถดำเนินการตามรายละเอียดที่บริษัทแจ้งต่อท่านได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2563

สำหรับชาวประมงที่ใช้บริการกับบริษัท ดี.ที.ซี. เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ไม่ประสงค์ใช้อุปกรณ์ติดตามเรือเดิมสามารถปรับเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ติดตามเรือใหม่ในรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 กับบริษัทอื่นที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ให้บริการระบบติดตามเรือกับกรมประมงได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2563

แจ้งประชาสัมพันธ์ราคาอุปกรณ์ติดตามเรือรุ่นที่ 1 และ 2 (VMS Gen.1 และ 2) และค่าบริการรายเดือน
18/12/2019

แจ้งประชาสัมพันธ์ราคาอุปกรณ์ติดตามเรือรุ่นที่ 1 และ 2 (VMS Gen.1 และ 2) และค่าบริการรายเดือน

26/11/2019
www.ratchakitcha.soc.go.th

กรมประมงเพิ่มเติมเงื่อนไขปิดระบบติดตามเรือ (VMS) ชั่วคราว

ข่าวดีสำหรับเจ้าของเรือ! ท่านสามารถขอปิด VMS ชั่วคราวได้ 4 กรณีดังนี้

1. เรือประมงเสียหายชำรุดโดยนำเรือประมงขึ้นคาน เข้าอู่ซ่อมเรือ หรือซ่อมแซมที่ท่าเทียบเรือประมง
2. กรณีอุปกรณ์ VMS ชำรุด และอยู่ระหว่างซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ VMS
3. กรณีเรือประมงอัปปาง
4. กรณีแจ้งงดใช้เรือ (ชั่วคราว) ต่อกรมเจ้าท่า

เน้นย้ำ!! ท่านต้องปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไขตามประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการติดตั้งระบบติดตามเรือประมง และดูแลรักษาระบบติดตามเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562 ตามลิ้งhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/289/T_0034.PDF

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง
14/08/2019

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2562 ณ ท่าเทียบเรือประมง องค์การสะพานปลา จังหวัดปัตตานี
นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อร่วมงานเปิดตัวเรือประมงอวนล้อมจับลำแรกที่เข้าร่วม โครงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดการใช้แรงงานบนเรือประมงอวนล้อมจับ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมประมง ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีฟเดค) สมาคมการประมงจังหวัดปัตตานีและเจ้าของเรือที่เข้าร่วมโครงการ (คุณสุรัตน์ รัตนศิธร) มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ หลังภาคประมงประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤต โดยมี นายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีให้การต้อนรับ และในวันเดียวกันนี้ อธิบดีกรมประมง ยังได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปยัง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เพื่อชมวิถีการทำประมงพื้นบ้านที่ให้ความร่วมมือกับภาครัฐ โดยสนับสนุนการทำประมงเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างเป็นระบบ อาทิ การจัดทำธนาคารปูม้า การสร้างเขตอนุรักษ์ทรัพยากร และการห้ามทำการประมงด้วยเครื่องมือที่ผิดกฎหมายทุกชนิด เพื่อสร้างความมั่นคงให้ทรัพยากรได้มีกินมีใช้อย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังเดินทางไปเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนโอรังปันตัย ซึ่งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ผลิตสินค้าประมงแปรรูปซึ่งจับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือประมงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผ่านกรรมวิธีผลิตที่ปลอดสารเคมี โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายสินค้าร่วมสมทบทุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของสมาคมชาวประมงพื้นบ้าน จ.ปัตตานี อีกด้วย

กองบริหารจัดการเรือประมงและการทำการประมง กรมประมง
10/06/2019

กองบริหารจัดการเรือประมงและการทำการประมง กรมประมง

ประกาศ ! 15 มิ.ย. – 15 ส.ค.นี้
ปิดอ่าวไทยรูปตัว ก ปี 62 ฟื้นฟูสัตว์น้ำในพื้นที่ 8 จังหวัด

กรมประมง เตรียมประกาศปิดอ่าวไทยรูปตัว ก ประจำปี 2562 ระหว่าง วันที่ 15 มิถุนายน – 15 สิงหาคมของทุกปี และระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายนของทุกปี ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตามแผนที่แนบท้ายของประกาศฯ...อธิบดีประมง ขอความร่วมมือพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านและพาณิชย์ โปรดปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรประมงของประเทศให้เกิดความยั่งยืน

จากเมื่อปีที่ผ่านมา (ปี 2561) กรมประมงได้มีการปรับปรุงกฎหมายปิดอ่าวไทยรูปตัว ก จากประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประกาศกรมประมง ลงวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เพื่อกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนในที่จับสัตว์น้ำบางส่วนของพื้นที่ 8 จังหวัด ของอ่าวไทยรูปตัว ก ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ วงจรชีวิตสัตว์น้ำ และสอดคล้องกับมาตรการปิดอ่าวไทย

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวถึงผลของการใช้กฎหมายปิดอ่าวไทยรูปตัว ก ฉบับใหม่ว่า ผลของการสำรวจทรัพยากรสัตว์น้ำหลังปรับปรุงกฎหมายปิดอ่าวไทยรูปตัว ก ในปีที่ผ่านมา (อ้างอิงจากการทำประมงของเรือประมงที่ใช้เครื่องมืออวนดำ) พบว่า ผลการจับสัตว์น้ำก่อนมาตรการฯ (เมษายน-พฤษภาคม 2561) มีอัตราการจับเฉลี่ยเท่ากับ 2,417 กิโลกรัม/วัน ระหว่างมาตรการปิดด้านตะวันตก (15มิถุนายน-15สิงหาคม 2561) มีอัตราการจับเฉลี่ยเท่ากับ 1,258.10 กิโลกรัม/วัน ระหว่างมาตรการปิดด้านเหนือ (1 สิงหาคม-30กันยายน 2561) มีอัตราการจับเฉลี่ยเท่ากับ 2,350.77 กิโลกรัม/วัน และหลังมาตรการฯ (ตุลาคม-พฤศจิกายน 2561) มีอัตราการจับเฉลี่ยเท่ากับ 2,863.28 กิโลกรัม/วัน จึงแสดงให้เห็นว่า มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรในช่วงฤดูการปิดอ่าวไทยรูปตัว ก สามารถฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างเหมาะสม มีผลผลิตของสัตว์น้ำสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มปลาผิวน้ำ เช่น ปลาสีกุนเขียว ปลาหลังเขียว และปลาตะเพียนน้ำเค็ม อย่างไรก็ตาม ปลาทู สัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควรจะเป็น ถึงแม้ว่าผลผลิตโดยรวมจะสอดคล้องกับผลการศึกษาทางวิชาการเกี่ยวกับวงจรชีวิตของสัตว์น้ำที่อพยพตามห้วงเวลาในแต่ละพื้นที่ ที่พบว่าในช่วงเวลาตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนของทุกปี จะเป็นห้วงเวลาที่มีสัตว์น้ำขนาดก่อนเริ่มสืบพันธุ์อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก โดยวัดได้จากการสำรวจพบปลาทูในเขตอ่าวไทยรูปตัว ก ฝั่งตะวันตก (พื้นที่ปิดอ่าวช่วงที่ 1) มีขนาดเฉลี่ย 13 – 14 เซนติเมตร หรือ ที่ชาวประมงเรียก ปลาสาว ยังไม่สามารถสืบพันธุ์วางไข่ได้ ซึ่งปลาทูกลุ่มนี้จะอพยพเข้ามาอาศัยในพื้นที่อ่าวไทยรูปตัว ก ตอนเหนือ (พื้นที่ปิดอ่าวช่วงที่ 2) และพบว่ามีขนาดเฉลี่ย 16-18 เซนติเมตร ถือว่าเป็นแม่ปลาที่พร้อมผสมพันธุ์และจะกลับลงไปวางไข่ในบริเวณอ่าวไทยตอนกลาง (มาตรการปิดอ่าวไทย) ในปีถัดไป ดังนั้น จึงควรมีการคุ้มครองสัตว์น้ำเหล่านี้มิให้ถูกจับหรือทำลายก่อนวัยอันควร และเป็นการเพิ่มทั้งขนาดและมูลค่ารวมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญจะช่วยให้ปลาทูกลับฟื้นคืนความสมบูรณ์ดังเดิม

สำหรับ มาตรการปิดอ่าวไทยรูปตัว ก ประจำปี 2562 ในบางส่วนของพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ยังคงกำหนดพื้นที่และระยะเวลาประกาศปิดอ่าวฯ ออกเป็น 2 ช่วง ดังนี้
• ช่วงที่ 1 : ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 15 สิงหาคม ของทุกปี ในพื้นที่จับสัตว์น้ำอ่าวไทยตอนใน ฝั่งตะวันตกบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร โดยเริ่มจากอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และสิ้นสุดที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
• ช่วงที่ 2 : ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน ของทุกปี ในพื้นที่จับสัตว์น้ำอ่าวไทยตอนใน ด้านเหนือบางส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี โดยเริ่มจากอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร และสิ้นสุดที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

โดยมีการกำหนดใช้เครื่องมือและวิธีทำการประมงที่สามารถให้ทำการประมงได้ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนี้
1. เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ที่ใช้ประกอบกับเรือกลลำเดียว ขนาดต่ำกว่า 20 ตันกรอส ให้สามารถทำการประมงได้ในเวลากลางคืนและบริเวณนอกเขตทะเลชายฝั่ง
2. เครื่องมืออวนติดตาปลาที่ใช้ประกอบเรือกล ขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ให้ใช้เครื่องมืออวนที่มีช่องตาอวนตั้งแต่ 5 เซนติเมตรขึ้นไป ความยาวอวนไม่เกิน 2,000 เมตร ต่อเรือประมง 1 ลำ ทั้งนี้ห้ามทำการประมงโดยวิธีล้อมติดตา หรือวิธีอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน
3. เครื่องมืออวนติดตาชนิด อวนปู อวนกุ้ง อวนหมึก
4. เครื่องมืออวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกหมึก ที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) ให้ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง
5. กรณีการใช้เครื่องมือลอบปูที่มีขนาดตาอวนโดยรอบตั้งแต่ 2.5 นิ้วขึ้นไป และใช้ทำการประมงไม่เกิน 300 ลูก ต่อเรือประมง 1 ลำ สามารถทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่งได้
6. กรณีการใช้เครื่องมือลอบปูที่มีขนาดช่องตาท้องลอบ ตั้งแต่ 2.5 นิ้วขึ้นไป และใช้ทำการประมงเกินกว่า 300 ลูก ต้องทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง
7. เครื่องมือลอบหมึกทุกชนิด
8. ซั้งทุกชนิดที่ใช้ประกอบทำการประมงพื้นบ้านในเขตทะเลชายฝั่ง
9. เครื่องมือคราดหอย โดยต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯที่เกี่ยวข้องด้วย
10. เครื่องมืออวนรุนเคย โดยต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ที่เกี่ยวข้องด้วย
11. จั่น ยอ แร้ว สวิง แห เบ็ด สับปะนก ขอ ลอบ ฉมวก
12. เครื่องมืออื่นใดที่ไม่ใช้ประกอบเรือกลขณะทำการประมง
13. การใช้เรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ที่ใช้เครื่องยนต์มีกำลังแรงม้าไม่ถึง 280 แรงม้า โดยใช้เครื่องมือทำการประมงที่มิใช่เครื่องมือทำการประมงบางประเภทที่ถูกกำหนดเป็นประมงพาณิชย์ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ และต้องมิใช่การใช้เครื่องมือทำการประมงอวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกปลากะตักที่ใช้ประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) รวมทั้งเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ

ทั้งนี้ การใช้เครื่องมือในข้อ 2 3 4 5 6 และ 7 จะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฯ ที่กำหนด และเครื่องมือที่ใช้ทำการประมงต้องไม่เป็นเครื่องมือที่ห้ามใช้ทำการประมงตามมาตรา 67 มาตรา 69 หรือ มาตรา 71 (1) แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยในส่วนของบทลงโทษผู้ฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 30 ล้านบาท ตามขนาดของเรือประมง หรือปรับ 5 เท่า ของมูลค่าสินค้าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมง แล้วแต่อย่างใดจะสูงกว่า และเครื่องมือ สัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์สินค้าสัตวน้ำ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ในการกระทำผิด หรือได้มาโดยการกระทำผิดจะถูกริบ

อธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ขอขอบคุณพี่น้องชาวประมงทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ที่เข้าใจการดำเนินงานของทางภาครัฐและเสียสละยอมปรับเปลี่ยนวิถีการทำประมงแบบดั้งเดิมเพื่อร่วมกันอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรประมงของประเทศให้มีใช้อย่างยั่งยืน แต่ก็ขอฝากพี่น้องชาวประมงโปรดให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และระมัดระวังการทำการประมง โดยให้ทำประมงเฉพาะเครื่องมือที่ประกาศให้สามารถทำการประมงได้เท่านั้น เครื่องมืออื่นๆ นอกจากชนิดหรือประเภทที่กำหนดไว้ตามประกาศ ห้ามใช้ทำการประมงโดยเด็ดขาด

ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออก เรือประมงนราธิวาส
20/04/2019

ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออก เรือประมงนราธิวาส

⚓️⚓️🔔🔔🔔สรุป ประกาศกรมประมง🔔🔔🔔⚓️⚓️

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการแจ้งเข้าออกท่าเทียบเรือประมงของเรือประมงพาณิชย์

👉👉ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 หน้า 9 ตอนพิเศษ 70 ง 21 มีนาคม 2562👈👈

ประชาสัมพันธ์การปิดอ่าวอันดามัน ประจำปี 2562
27/03/2019

ประชาสัมพันธ์การปิดอ่าวอันดามัน ประจำปี 2562

กรมประมง เตรียมปิดอ่าวฝั่งอันดามัน 3 เดือน ในฤดูปลามีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน เริ่ม 1 เม.ย. 62 นี้

กรมประมงเตรียมประกาศปิดอ่าวฝั่งอันดามันประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2562 ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 4,696 ตารางกิโลเมตร โดยห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดทำการประมงในพื้นที่ดังกล่าว ในฤดูปลามีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน เพื่อคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำ และสัตว์น้ำวัยอ่อน ทำให้สัตว์น้ำได้มีโอกาสแพร่ขยายพันธุ์ ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้มีอยู่อย่างยั่งยืนอีกด้วย
นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า สำหรับการประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวในวัยอ่อนฝั่งทะเลอันดามันนั้น กรมประมงได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2528 จนถึงปัจจุบัน ต่อเนื่องมาทุกปี ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 33 แล้ว โดยในปี 2562 นี้ กรมประมงยังคงใช้มาตรการจาก “ประกาศกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ในที่จับสัตว์น้ำบางส่วนของจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง พ.ศ. 2561” เหมือนเช่นปีที่แล้ว เนื่องจากกรมประมงได้ทำการสำรวจผลการจับสัตว์น้ำในพื้นที่ดังกล่าวโดยเรือสำรวจประมง ซึ่งพบว่า มีปริมาณการจับสัตว์น้ำมากขึ้น จากช่วงก่อนมาตรการที่มีอัตราการจับสัตว์น้ำเพียง 243 กิโลกรัมต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้นเป็น 368 และ 619 กิโลกรัมต่อชั่วโมงในช่วงก่อนสิ้นสุดมาตรการ และช่วงสิ้นสุดมาตรการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาตรการดังกล่าวมีส่วนช่วยในการรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์น้ำเศรษฐกิจของประเทศไทย เช่น ปลาทู ปลาลัง และกลุ่มสัตว์หน้าดิน เช่น ปลาเก๋า กุ้งแชบ๊วย เป็นต้น

สำหรับประกาศกรมประมงฉบับดังกล่าวได้กำหนดเครื่องมือ วิธีการทำประมงและเงื่อนไขที่สามารถทำการประมงได้ดังนี้

1. เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ ที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 14 เมตร และทำการประมงในเวลากลางคืนให้ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง
2. เครื่องมืออวนล้อมจับปลากะตักให้ทำการประมงได้เฉพาะในเวลากลางวัน และให้ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง
3. เครื่องมืออวนติดตาปลาที่มีขนาดช่องตาอวนตั้งแต่ 4.7 เซนติเมตรขึ้นไป และมีความยาวอวนไม่เกิน 2,500 เมตร ต่อเรือประมง 1 ลำ ให้ทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่งได้ ส่วนเครื่องมืออวนติดตาปลาที่มีช่องตาอวนตั้งแต่ 4.7 เซนติเมตรขึ้นไป และมีความยาวอวนเกิน 2,500 เมตร ต่อเรือประมง 1 ลำ ให้ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง
4. เครื่องมืออวนปู อวนลอยกุ้ง อวนหมึก
5. เครื่องมืออวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกหมึก ที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) ให้ทำการประมงนอกเขต ทะเลชายฝั่ง
6. ลอบปูที่มีขนาดตาอวนโดยรอบตั้งแต่ 2.5 นิ้วขึ้นไป ให้ใช้ทำการประมงได้ไม่เกิน 300 ลูก ต่อเรือประมง 1 ลำ ให้ทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่งได้ ส่วนลอบปูที่มีขนาดช่องตาเฉพาะท้องลอบตั้งแต่ 2.5 นิ้วขึ้นไป ให้ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง
7. ลอบหมึกทุกชนิด
8. ซั้งทุกชนิดที่ใช้ประกอบทำการประมงพื้นบ้านในเขตทะเลชายฝั่ง
9. คราดหอยที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 18 เมตร มีความยาวของปากคราดไม่เกิน 3.5 เมตร
ช่องซี่คราดไม่น้อยกว่า 1.2เซนติเมตร และจำนวนของเครื่องมือคราดหอยต้องไม่เกิน 3 อัน (หน่วย) ต่อเรือกล 1
ลำ ให้ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง โดยต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนด
เครื่องมือทำการประมง รูปแบบ และพื้นที่ทำการประมงของเครื่องมือประมงคราดหอยที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่
จับสัตว์น้ำ พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
10. อวนรุนเคย โดยต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ออกตามความในมาตรา 68 แห่งพระราช
กำหนดการประมง พ.ศ. 2558
11. จั่น ยอ แร้ว สวิง แห เบ็ด สับปะนก ขอ ลอบ ฉมวก แผงยกปูจักจั่น
12. เครื่องมืออื่นใดที่ไม่ใช้ประกอบเรือกลขณะทำการประมง
13. การใช้เรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส หรือการใช้เรือที่ใช้เครื่องยนต์มีกำลังแรงม้าไม่ถึง 280 แรงม้า สามารถใช้ทำการประมงได้ โดยการใช้เรือทั้งสองประเภทดังกล่าว จะต้องไม่ประกอบกับเครื่องมือทำการประมงตามประเภทที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดให้การใช้เรือประมงทุกขนาดประกอบเครื่องมือทำการประมงบางประเภทเป็นประมงพาณิชย์ พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 15ธันวาคม พ.ศ . 2560 หรือไม่ประกอบกับเครื่องมือทำการประมงที่กำหนดห้ามตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดเครื่องมือทำการประมง วิธีการทำการประมง และพื้นที่ทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำเขตทะเลชายฝั่ง พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
ทั้งนี้ การทำการประมงโดยใช้เครื่องมือตามข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 7 จะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดเครื่องมือทำการประมง วิธีการทำการประมง และพื้นที่ทำการประมง ที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำเขตทะเลชายฝั่ง พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 และเครื่องมือทำการประมงที่ใช้ทำการประมงต้องไม่เป็นเครื่องมือทำการประมง ที่ห้ามใช้ทำการประมง ตามมาตรา 67 มาตรา 69 หรือมาตรา 71 (1) แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558
ในส่วนของบทกำหนดโทษนั้น หากรายใดฝ่าฝืนต้องโทษตั้งแต่ 5,000 บาท - 30 ล้านบาท ตามขนาดของเรือประมง หรือ 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่จับได้ และจะถูกริบเครื่องมือทั้งหมด โดยการกำหนดห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดในพื้นที่ปิดอ่าวฝั่งอันดามันนั้น เกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมและป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย ที่อาจส่งผลต่อความสมดุลทางธรรมชาติและรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศไว้อย่างยั่งยืน
โดยในปีนี้ กรมประมงได้กำหนดจัดพิธีประกาศปิดพื้นที่ทางทะเลฝั่งอันดามันในวันที่ 28 มีนาคม 2562
ณ ท่าเทียบเรือ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลเขต 3 (กระบี่) ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปและชาวประมงในพื้นที่ทุกท่านไปร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีดังกล่าว และขอให้พี่น้องชาวประมงทุกท่านให้ความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อที่เราจะได้มีทรัพยากรสัตว์น้ำไว้ใช้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต อธิบดีกรมประมง กล่าวทิ้งท้าย ๏

ที่อยู่

กรมประมง (Department Of Fisheries)
Bangkok
10090

เบอร์โทรศัพท์

+6625613132

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โครงการจัดทำระบบติดตามเรือ (Vessel Monitoring System : VMS)ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง โครงการจัดทำระบบติดตามเรือ (Vessel Monitoring System : VMS):

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด