RachawinitschoolLibrary

RachawinitschoolLibrary ห้องสมุดโรงเรียนราชวินิต

เปิดเหมือนปกติ

แนวคิดดีทีเดียว
28/06/2021

แนวคิดดีทีเดียว

“ ผมเรียนไม่จบชั้นม.2 เพราะที่บ้านผมยากจนมาก แต่ความกระหายในการอยากเรียนรู้ของผม #มันไม่มีวันหยุด “ นี่คือร้านตัดผมอินเดียที่มีหนังสือในร้านกว่า 900 เล่ม 📚
.
คุณพี พรมารีอัปปัน ช่างตัดผมในเมืองตูติโคริน จากรัฐทมิฬนาฑู รัฐทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย เขามีสโลแกนประจำร้านตัดผมของเขาว่า #หากจะตัดผมร้านนี้ต้องอ่านหนังสือขณะนั่งรอคิว
.
“ ผมเชื่อมาตลอด ว่าการศึกษาที่ดีนั้นสำคัญมาก ผมใฝ่ฝันในวัยเด็กว่า ผมอยากเข้าทำงานในสำนักงานหรือบริษัทชั้นนำ แต่ด้วยความที่บ้านของผมยากจนมาก ผมจึงมาไกลสุดได้เพียงแค่ชั้น ม.2 ที่ยังไม่สมบูรณ์เสียด้วยซ้ำ “
.
“ แต่เพราะผมยังคงหลงใหลในความรู้ กระหายในการศึกษาอย่างมาก หลังจากที่ต้องลาออกจากโรงเรียน ผมก็รับจ้างทำงานหาเงิน พอเก็บเงินได้สักระยะ ผมจึงตัดสินใจเปิดร้านตัดผมของตัวเอง ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ “
.
“ เมื่อ 8 ปีก่อน ผมจึงได้เริ่มสะสมหนังสืออย่างจริงจัง แล้วได้เอามาตั้งไว้ที่ร้าน โดยมีตั้งแต่หนังสือ อัตชีวประวัติของคนดัง ไปถึงหนังสือนิยายขายดี มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาทมิฬเลยครับ .... และแน่นอน ทั้งหมดนี้ผมอ่านมันหมดแล้ว “
.
“ และอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมตั้งใจก็คือ #การแยกผู้คนออกจากสมาร์ตโฟนสักระยะ 📲 ปัจจุบันนี้ผู้คนติดสมาร์ตโฟนมากเกินไป ผมจึงมีกุศโลบายว่า ถ้าคุณอ่านหนังสือในร้านผมขณะรอคิว ผมจะลดราคาให้เลย 30% “
.
“ โดยที่คุณจะอ่านแค่ 2-3 หน้าก็ได้ แล้วก็ช่วยจดสรุปสั้นๆ หรือโน้ตเล็กๆ โดยไม่ต้องเป็นข้อมูลเชิงวิเคราะห์จริงจังลงในสมุดของร้านให้ผม เพียงเท่านี้ทั้งคุณและผมก็ได้ประโยชน์ทั้งคู่ .... แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือ #ตัวพวกคุณ “
.
แม้จะมีลูกค้าบางท่านที่ให้ตายยังไงก็ไม่อ่าน เพราะไม่ชอบการอ่านจริงๆ คุณพีก็มีทางเลือกให้ค่ะ นั่นก็คือ #หนังสือเสียง ซึ่งเขาจะเปิดให้ฟังในร้าน และให้คนที่รอคิวตัดผมจับใจความแล้วเขียนสรุปไว้
.
และในปีที่แล้ว เขาก็ได้เริ่มทำการปรับเปลี่ยนบางส่วน โดยมีการแบ่งปันให้มีการยืมหนังสือแก่ทางโรงเรียนสำหรับนักเรียนอีกด้วยนะคะ เพราะคุณพีแค่อยากให้คนทุกคนมีความรู้ติดตัวไว้
.
เคยได้ยินคำนี้กันมั้ยคะเพื่อนๆ ที่ว่า #คุณไม่อ่านคุณจะรู้อะไร สำหรับบอสคำๆ นี้มันลาดลึก และ บาดคมมากค่ะ เพราะมันทำให้เราตระหนักขึ้นได้เสมอว่า การอ่านนอกจากจะได้รู้ แต่การได้รู้นั้นจะเปิดโลกของเรามากแค่ไหน
.
ชอบแนวความคิดนี้มากเลยค่ะ สมแล้วที่อินเดีย คือ Number 1 ของโลก ที่เป็นประเทศรักการอ่านที่สุดค่ะ 📚🇮🇳📚🇮🇳
.
#หลงอินเดีย
#ประเทศอินเดีย
#อ่านหนังสือ
#ตัดผม #ร้านตัดผม
#india #tamil

18/06/2021

ครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานเปิดโรงเรียนราชวินิต เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2511

เมื่อพ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง
22/05/2021

เมื่อพ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง

#สมองลูกเกิดอะไรขึ้น_เมื่อคุณอ่านหนังสือให้เค้าฟัง

#บทความส่งเสริมการอ่าน_ตอนที่ 1
.
อ่านหนังสือให้เด็กฟัง เป็นเรื่องที่ดี
หมอคิดว่า พูดเช่นนี้ ใครๆก็คงจะรู้แล้ว😁

หากย้อนกลับไปสัก 50 ปีก่อน
ที่เทคโนโลยี ยังไม่ทันสมัยขนาดนี้

ถ้าเราจะวัดว่า อ่านหนังสือให้เด็กฟังมันดียังไง

ก็คงบอกว่า
เด็กที่พ่อแม่อ่านหนังสือให้ฟัง หรือเด็กที่รักการอ่าน
จะประสบความสำเร็จมากกว่า
(มักจะวัดจาก ผลการเรียน การจบมหาวิทยาลัย คะแนนสอบ ฯลฯ)

ตัวชี้วัด ในงานวิจัยส่วนใหญ่
เป็นเรื่องในอนาคตของเด็กคนนั้น

ซึ่งสำหรับนักวิจัยที่ดี การจะบอกได้ว่า
เด็กคนหนึ่งประสบความสำเร็จได้ดีกว่าอีกคนเป็นเพราะ การอ่านที่มากกว่า
คงต้องตัดปัจจัยกวนทั้งหมดออก
(confounding factors)

ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก เช่น เชื้อชาติ ฐานอารมณ์ของเด็ก สติปัญญาของเด็กเอง รายได้และการศึกษาพ่อแม่ โรงเรียน ฯลฯ
แถมยังมีปัจจัยกวนที่เราไม่สามารถวัดเป็นค่าตัวเลขได้อีกมากมาย
นักวิจัยก็ได้แต่เพียงอนุมานผล

ดังนั้นในงานวิจัยยุคก่อน
แม้ผลจะชัดเจนมากแค่ไหน ก็ยังมีข้อค้านได้

ลองคิดดูดีๆ เด็กที่ได้อ่านหนังสือมากกว่า
เป็นเพราะอะไร??
👉พ่อแม่ให้ความสำคัญกับการอ่าน
👉มีเวลาให้ลูก ไม่ต้องปากกัดตีนถีบ หาเช้ากินค่ำ
👉มีเงินซื้อหนังสือ หรือพ่อแม่ขวนขวายในการหาหนังสือให้ลูกอ่าน
ซึ่งมักจะสัมพันธ์โดยตรงกับ ระดับการศึกษา รายได้ เศรษฐานะของพ่อแม่ (ถ้าเป็นยุคนี้ต้องบอกว่า ความรู้และ mindset) แม้แต่นโยบายรัฐ
.
การศึกษาที่โด่งดังมาก ในอดีต
(งานวิจัยในปี 1960) เป็นที่มาของคำว่า
“ช่องว่าง 30 ล้านคำ” ศึกษาพัฒนาการด้านภาษาในเด็กอายุ 2.5 ปี ใน 42 ครอบครัว
โดยแบ่งครอบครัวเป็น
ฐานะดี ฐานปานกลาง และกลุ่มยากจน

นักวิจัยจะเข้าไปประเมินพัฒนาการด้านภาษาของเด็กทุกเดือน เก็บข้อมูลการเลี้ยงดูอย่างละเอียด
จนเด็กอายุครบ 4 ปี พบว่า เด็กที่อยู่ในกลุ่มฐานะดี เด็กมีคลังศัพท์ 46 ล้านคำ
ในกลุ่มปานกลาง มีคลังศัพท์ 26 ล้านคำ ในขณะที่เด็กที่อยู่ในกลุ่มฐานะยากจน มีคลังศัพท์ 13 ล้านคำ
และนักวิจัยยังรายงานอีกว่า 98%ของคำศัพท์ที่เด็กใช้ คือสิ่งคำที่พ่อแม่ใช้ พ่อแม่พูดคุยกับลูก
(พูดให้ตรงมากขึ้น คือ #เด็กเรียนรู้ภาษาเกือบทั้งหมดผ่านจากปากของพ่อแม่)
หลังจากที่วิจัยนี้ได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้วงการปฐมวัย สั่นสะเทือนเลยทีเดียว (ไม่ได้เว่อนะคะ🤣)
เพราะนักวิจัยสนใจทำวิจัยเรื่องปฐมวัยมากขึ้น
และรัฐบาลของ US สมัยนั้น
ก็ทุ่มงบประมาณให้กับการพัฒนาด้านปฐมวัยมากขึ้นด้วย

อย่างนั้นก็เถอะ
นักวิจัยรุ่นหลังก็มีข้อกังขาหลายอย่าง
เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมวิจัยน้อยมาก 42 ครอบครัว สามารถเป็นตัวแทนของเด็กทั้งประเทศเลยหรือ?
การเก็บข้อมูลทำอย่างไร นับจำนวนศัพท์อย่างไร? เด็กอายุแค่ 2.5-4 ขวบ
มีคนแปลกหน้าไปสัมภาษณ์ เด็กพูดน้อย ถือว่าเด็กมีศัพท์น้อย? มีข้อสงสัย และข้อโต้แย้งมากมาย

หลังจาก งานวิจัยนี้ ก็มีงานวิจัยเรื่อง
พัฒนาการด้านภาษาในเด็กเล็กเต็มไปหมด
.
สำหรับตัวหมอเองในฐานะนักวิจัย ก็ต้องยอมรับว่า งานวิจัย 30 million gap มีจุดบกพร่องมากมาย
แต่ก็ต้องยกย่องงานวิจัยนี้ เพราะถือว่าเป็น viral information ในยุคนั้นเลยก็ว่าได้😁😁
.
ตัดมาที่ปัจจุบันเลยค่ะ
ยุคนี้ วิทยาศาสตร์สมอง
มีเทคโนโลยีทันสมัย ไม่ต้องคาดเดา
สามารถถ่ายรูปการทำงานของสมองได้แบบ real time (เอาให้เห็นกันจะจะ😂)
งานวิจัยแรกที่จะเล่าให้ฟัง เป็นงานวิจัยของ Dr. John S. Hutton
เพื่อจะตอบคำถามว่า

❤#สื่อแบบไหนที่กระตุ้นให้สมองเด็กเกิดการเชื่อมโยงด้านภาษาได้มากที่สุด❤
โดยทำการศึกษาในเด็กอายุ 4 ขวบ 27 คน
ให้เด็กแต่ละคน ฟังนิทานเรื่องเดียวกัน จาก 3 สื่อ
และถ่ายภาพสมองเด็กจากเครื่อง fMRI ขณะที่ได้ฟังแต่ละสื่อ
👉นิทานเป็นแบบ animation
👉นิทานเป็นเล่มให้แม่อ่าน
👉นิทานที่มีแต่เสียง
•ผลคือ animation มีข้อมูล ภาพ เสียง การเคลื่อนไหว แค่รับข้อมูลอย่างเดียว สมองเด็กก็ต้องทำงานหนักมากแล้ว เมื่อดูจาก fMRI สมองส่วนอื่น ถูกกระตุ้นอย่างมาก แต่ส่วนที่ควบคุมด้านการเรียนรู้ภาษากลับถูกกระตุ้นน้อย
เพราะสมองเอาพลังงานไปรับข้อมูลที่มากล้น รวดเร็ว จนเชื่อมโยงไม่ทัน เรียกว่า #Too_hot

• นิทานภาพ: สมองของตอนเด็กขณะได้ฟังนิทานภาพ สมองส่วนรับภาพรับเสียงถูกกระตุ้น และพบว่า สมองส่วนภาษาถูกกระตุ้นมากพอกัน
อธิบายได้ว่า เมื่อมีภาพ และมีเสียง ทำให้เด็กเข้าใจ เรียนรู้ และเชื่อมโยงภาษาได้ดี เรียกว่า #just_right

• audio: สมองเด็กตอนฟัง นิทานเสียงไม่มีภาพ สมองถูกกระตุ้นน้อย อาจเพราะมีเสียง แต่ศัพท์บางคำเด็กไม่เคยรู้จักมาก่อน เมื่อไม่มีภาพมาให้ดู ก็ไม่เกิดการเชื่อมโยง เรียกว่า #too_cold

** การศึกษานี้ ตอกย้ำว่า ถ้าจะให้ลูกฟังนิทาน สิ่งที่ดีที่สุดคือ ฟังจากนิทานภาพ และเสียงของพ่อแม่นะคะ*

งานวิจัยที่ 2 ที่หมออยากจะเล่าให้ฟัง
เพื่อจะตอบคำถามว่า
❤ #เด็กที่ได้อ่านต่างกันที่บ้าน_เมี่อมาฟังนิทานจากครูที่โรงเรียนสมองทำงานต่างกันหรือไม่❤
การศึกษานี้ทำในประเทศอังกฤษในเด็ก 3-5 ปี
30 ราย นักวิจัยเก็บข้อมูล ระดับการอ่านของที่บ้านเด็กแต่ละคน
(เวลาที่พ่อแม่อ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟัง, จำนวน ความหลากหลาย)
และแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่มีสิ่งแวดล้อมในการอ่านที่บ้านสูง
และ กลุ่มอ่านน้อย
เมื่อถ่ายภาพสมองเด็กด้วย fMRI ตอนเด็กฟังนิทานจากครูที่โรงเรียน
พบว่าสมองของเด็กกลุ่มสิ่งแวดล้อมอ่านสูง ถูกกระตุ้นมากกว่า เด็กอีกกลุ่มอย่างชัดเจน
(ดูภาพประกอบได้ สีแดง จะเกิดเมื่อบริเวณนั้นของสมองถูกกระตุ้น)

ซึ่งหมอเคยเขียนถึงงานวิจัยนี้เอาไว้ในบทความเรื่อง
#ช่องว่างที่ไม่มีวันตามทัน นะคะ
ลองย้อนกลับไปอ่านกันได้
.
คิดว่าเรื่องที่เล่าวันนี้ ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่าน
มั่นใจในแนวทางการเลี้ยงดูลูกด้วยหนังสือมากขึ้น
และหมอคิดว่า เราสามารถส่งต่อความรู้นี้ได้
เพราะวิธีการที่ลดความเหลื่อมล้ำ โดยที่พวกเราสามารถสร้างให้ลูกได้เองที่บ้าน
โดยไม่ต้องพึ่งนโยบายใดๆ คือการสร้างความเท่าเทียมให้กับสมองของลูก
ที่ต้องสร้างจากที่บ้าน เพราะถ้ารอให้ถึงอนุบาล....ก็สายไปเสียแล้วจริงๆ
ภาพถ่ายสมองก็บอกคำนี้เหมือนกันค่ะ
.
หมอแพม

ไม่ได้เขียนบทความนานมาก เหตุเกิดจากความเครียด😅

Link
1.วิจัยเรื่อง 30 million gap
https://www.aft.org/sites/default/files/periodicals/TheEarlyCatastrophe.pdf

2. เรื่องชนิดของสื่อนิทานต่อสมองเด็ก
New studies measure screen-based media use in children
https://www.eurekalert.org/pub_releases/2018-05/pas-nsm042618.php

3. เรื่อง สิ่งแวดล้อมของการอ่านในบ้านต่อสมองเด็ก
Home Reading Environment and Brain Activation in Preschool Children Listening to Stories

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/26260716/

14/05/2021

14 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์ควายไทย 🐃 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และให้ความสำคัญในการส่งเสริมและอนุรักษ์การเลี้ยงควายไทย เนื่องจากปัจจุบันจำนวนควายไทย และผู้เลี้ยงมีแนวโน้มลดลง รวมถึงไม่ได้รับการส่งเสริม สนับสนุนอาชีพ รวมทั้งด้านวิชาการ เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และดูแลควายไทย และส่งเสริมการเลี้ยงควาย ให้เจ้าทุยอยู่คู่คนไทยไปอีกแสนนาน
.
ควายในประเทศไทย ส่วนใหญ่อยู่ในประเภทควายปลัก ทั้งนี้ควายสามารถแบ่งแยกเป็น 2 กลุ่มคือ ควายป่า กับควายบ้าน โดยควายบ้านแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือควายปลัก (Swamp buffalo) และควายแม่น้ำ (River buffalo) ซึ่งทั้งสองอยู่ในวงศ์สกุลชนิดเดียวกันคือ Bubalus bubalis แต่มีความแตกต่างด้นสรีระ และรูปร่าง
.
โดยควายปลักนั้น เลี้ยงกันในหลายประเทศไทย และแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อใช้แรงงานในไร่นา ชอบนอนแช่ปลัก รูปร่างล่ำสัน ผิวหนังมีสีเทาเข้ม ขนเล็กน้อย ลำตัวหนาลึก ท้องใหญ่ หัวยาวแคบ เขามีลักษณะโค้งไปข้างหลัง หน้าสั้น หน้าผากแบนราบ ตานูนเด่นชัด ลักษณะประจำของควายไทยนั้นคือ ตรงใต้คอต้องเป็นบั้งสีขาว ต้องมีจุดแต้มบนใบหน้า มีข้อเท้าขาว มีอัณฑะและปลายลึงค์ที่ไม่หย่อนยาน หนังและขนมีสีเทา เทาดำหรือเทาแดง
.
ควายแม่น้ำ พบในประเทศอินเดีย ปากีสถาน อียิปต์ ประเทศในยุโรปตอนใต้และยุโรปตะวันออก ให้นมมากและเลี้ยงไว้เพื่อรีดนม ไม่ชอบลงแช่โคลน แต่จะชอบน้ำสะอาด มีหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์มูร่าห์ นิลิ ราวี เมซานี เซอติ และเมดิเตอร์เรเนียน เป็นต้น กระบือประเภทนี้จะมีขนาดใหญ่ รูปร่างแข็งแรง ลักษณะทั่วไปจะมีผิวหนังสีดำ หัวสั้น หน้าผากนูน เขาสั้น และบิดม้วนงอ ส่วนลำตัวจะลึกมาก มีขนาดเต้านมใหญ่
.
ควายเป็นสัตว์ที่อยู่คู่คนไทยมานาน สำคัญต่อภาคเกษตรกรรรม ใช้ควายไถนา ด้วยความที่เป็นสัตว์ที่มีความอดทน ทนสภาพอากาศ รวมถึงการเดินทางในสมัยก่อนได้มีการใช้ควายเทียมเกวียน ทุ่นแรงในการเดินทาง แต่ปัจจุบันลดความสำคัญจนกลายเป็นเพียงสัตว์เลี้ยง
.
Source
1. https://www.posttoday.com/economy/news/484086

2. https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/news_4146661

3. https://hilight.kapook.com/view/153367

4. https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/754734

5. http://164.115.22.159/kwaingam/?page_id=73

6. https://www.saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=3&chap=9&page=t3-9-infodetail03.html

7. https://secretary.dld.go.th/webnew/index.php/th/news-menu/dld-editorial-menu/5783-2020-02-05-03-42-27

รามาวตาร จิตรกรรมฝาผนังมีชีวิต อนิเมชั่นลายไทย ฉบับเต็มสามารถเข้ารับชมได้แล้วจ้า https://www.youtube.com/watch?v=tAJO2Se...
14/05/2021
รามาวตาร จิตรกรรมฝาผนังมีชีวิต HD - Ramavatar Murals Brought to Life HD

รามาวตาร จิตรกรรมฝาผนังมีชีวิต อนิเมชั่นลายไทย ฉบับเต็มสามารถเข้ารับชมได้แล้วจ้า
https://www.youtube.com/watch?v=tAJO2Sexp0c

ภาพยนตร์แอนิเมชัน สร้างจากจิตรกรรมฝาผนังรอบพระระเบียง วัดพระแก้ว เรื่องรามเกียรติ์ ความยาว 70 นาที เพื่อฉล...

04/05/2021
ใครอยู่บ้านว่างๆอยากหาอะไรพักผ่อนไม่เครียดไปกับสถานการณ์โรคระบาดตอนนี้ก็โหลดE-Bookมาอ่านเล่นครับ
03/05/2021

ใครอยู่บ้านว่างๆอยากหาอะไรพักผ่อนไม่เครียดไปกับสถานการณ์โรคระบาดตอนนี้ก็โหลดE-Bookมาอ่านเล่นครับ

ไพร่ฟ้าหน้าใส เป็นไททั้งแผ่นดิน
01/04/2021

ไพร่ฟ้าหน้าใส เป็นไททั้งแผ่นดิน

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศเลิกทาสในประเทศไทย
.
รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นยุคที่ประเทศไทยมีพัฒนาการในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการคมนาคม การศึกษา สังคม และวัฒนธรรม
.
หนึ่งในพระราชกรณียกิจอันสำคัญยิ่งของพระองค์คือการเลิกทาสและการเลิกไพร่ อันเป็นการยกเลิกระบบที่คนชั้นสูงตั้งขึ้นเพื่อกดขี่ราษฎรให้ทำงานรับใช้หรือส่งทรัพย์สินให้ โดยไม่มีกำหนดว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
.
สมัยรัชกาลที่ 5 สยามได้รับอิทธิพลจากตะวันตกในหลายๆ ด้าน การพัฒนาประเทศให้ทันสมัยทัดเทียมนานาอารยชาติเป็นหนทางหนึ่งที่จะป้องกันภัยคุกคามจากมหาอำนาจตะวันตกได้
.
พระองค์ทรงใช้พระปรีชาสามารถค่อยๆ ปรับกฎเกณฑ์เกี่ยวกับทาสและไพร่เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างราบรื่น
.
21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศ ‘พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย’ แก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ โดยให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่ออายุได้ 21 ปี ผู้นั้นก็จะเป็นอิสระ มีผลกับทาสที่เกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2411 เป็นต้นมา และห้ามมิให้มีการซื้อขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีเป็นทาสอีก
.
1 เมษายน พ.ศ. 2448 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศใช้ ‘พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124’ และ ‘พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร ร.ศ. 124’ ถือเป็นการเลิกระบบทาสและระบบไพร่ในสยามประเทศ โดยในส่วนของทาสนั้น ‘พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124’ ให้ลูกทาสทุกคนเป็นไทตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2448 ส่วนทาสประเภทอื่นที่มิใช่ทาสในเรือนเบี้ย ทรงให้ลดค่าตัวเดือนละ 4 บาท นับตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2448 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีบทบัญญัติป้องกันมิให้คนที่เป็นไทแล้วกลับไปเป็นทาสอีก ทำให้วันที่ 1 เมษายนเป็นที่รู้จักกันใน ‘วันเลิกทาส’
.
#TheStandardNews

ประมวลภาพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนะราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้นเมื่อเสด็จมาเป็นประธานเปิดอาคารเรี...
31/03/2021

ประมวลภาพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนะราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้นเมื่อเสด็จมาเป็นประธานเปิดอาคารเรียนและสระว่าย ณ โรงเรียนราชวินิต เมื่อปี พ.ศ. 2531และพ.ศ.2534

ข้อมูลนี้แอดมินเห็นว่ามีประโยชน์และเข้ากับข่าวในตอนนี้จึงอยากลงไว้ให้ลูกเพจได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง  เพราะการให้ข้อมูลข่าว...
29/03/2021

ข้อมูลนี้แอดมินเห็นว่ามีประโยชน์และเข้ากับข่าวในตอนนี้จึงอยากลงไว้ให้ลูกเพจได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะการให้ข้อมูลข่าวสารก็ถือเป็นพันธกิจของห้องสมุด

ข้อมูลนี้แอดมินเห็นว่ามีประโยชน์และเข้ากับข่าวในตอนนี้จึงอยากลงไว้ให้ลูกเพจได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะการให้ข้อมูลข่าวสารก็ถือเป็นพันธกิจของห้องสมุด

บรรยากาศการตอบคำถามจากกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่นมืออารมณ์ก็คล้ายออกคอนเสิร์ต
12/03/2021

บรรยากาศการตอบคำถามจากกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่นมืออารมณ์ก็คล้ายออกคอนเสิร์ต

บรรยากาศการตอบคำถามจากกิจกรรมเล่านิทานประกอบหุ่นมืออารมณ์ก็คล้ายออกคอนเสิร์ต

11/03/2021
เนื่องในวันสตรีสากล
08/03/2021
Feminism Library ผู้หญิงกับห้องสมุด การต่อสู้เพื่อสิทธิ ความรู้ และความเท่าเทียม - The KOMMON

เนื่องในวันสตรีสากล

          สตรีนิยม (Feminism) เป็นแนวคิดทวนกระแส ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 โดย ชาร์ล ฟูริเยร์ (Charles Fourier) นักปรัชญ.....

มอบของรางวัลเนื่องในกิจกรรมประกวดวาดภาพ หัวข้อ "แค่เปิดโลกก็เปลี่ยนครั้งที่2"
02/03/2021

มอบของรางวัลเนื่องในกิจกรรมประกวดวาดภาพ หัวข้อ "แค่เปิดโลกก็เปลี่ยนครั้งที่2"

มอบของรางวัลเนื่องในกิจกรรมประกวดวาดภาพ หัวข้อ "แค่เปิดโลกก็เปลี่ยนครั้งที่2"

สำหรับคุณครูที่กำลังสอนออนไลน์อยู่ในขณะนี้
26/01/2021

สำหรับคุณครูที่กำลังสอนออนไลน์อยู่ในขณะนี้

บอกลาสาย Copy Paste เมื่อ Google Classroom อัพเดตใหม่ เช็คการบ้านที่ Copy จากเว็บอื่นได้
.
สมัยเรียน มีใครเคยโดนอาจารย์สั่งการบ้าน (เช่น รายงาน หรือ เรียงความ) ผ่าน Google Classroom ไหมครับ อาจเรียกได้ว่าเป็นยุคเริ่มต้นของการเรียนผ่าน Cloud ก็ว่าได้ จากที่ต้องเอาการบ้านมาวางบนโต๊ะอาจารย์เหมือนสมัยนู้น ก็เปลี่ยนมาเป็นส่งผ่านเน็ตแทน ทำให้อาจารย์สามารถตรวจการบ้านได้ทุกที่และทุกเวลา
.
ทั้งนี้ตัว Google Classroom ยังสามารถ 'ตั้งเวลาการส่งการบ้าน' ได้ด้วย ซึ่งหากหมดเวลาเมื่อไร ก็หมดสิทธิ์ส่งการบ้านทันที F ถามหาทันใด
.
ฉะนั้นตอนช่วงที่ใกล้หมดเวลาส่งนั้นเอง หลาย ๆ คนอาจใช้ 'วิชามาร' โดยการ Copy ลอกเอาคำตอบหรือบทความจากเว็บไซต์อื่น (Google นั้นแล) มาใส่ซะเลย ง่าย ๆ Easy แต่ตอนนี้คงทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว หลังทาง Google ได้อัพเดตฟีเจอร์ "Originality Reports" ใน Google Classroom
.
ตัว Originality Reports สามารถเช็คได้ว่า ข้อความจากบรรทัดนี้มาจากเว็บอะไร ย่อหน้านี้เหมือนกับเว็บไหน และทั้งหน้ามีดึงมากี่เว็บ ฉะนั้นใครที่ Copy มาหลาย ๆ เว็บ แล้วนำมายำรวมกัน (สูตรยอดนิยม) ไม่รอดแน่นอน
.
อย่างไรก็ตามตัวฟีเจอร์ยังอยู่ในช่วงทดสอบ โดยยังสุ่มให้ทดลองใช้งานบางพื้นที่ และแน่นอนว่ายังไม่รองรับภาษาไทย แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ครับ
.
ที่มา : https://www.blog.google/outreach-initiatives/education/classroom-bett2020/
.
————
©️Techhub แหล่งรวม How To , Tips เทคนิค อัปเดททุกวัน
.
📌 ติดตาม Techhub
Website : www.techhub.in.th
Facebook : techhub.arip
twitter : techhub_arip
IG : techhub.arip
Youtube : http://bit.ly/35qb5Ak
.
#TechhubUpdate #Techhub #TechhubbyArip

วันนี้แอดมินได้มีโอกาสนำสื่อการสอนในรูปแบบเกมตอบคำถามมีกราฟฟิกอนิเมชั่นประกอบมาลองใช้งานในการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ถือว่...
25/01/2021

วันนี้แอดมินได้มีโอกาสนำสื่อการสอนในรูปแบบเกมตอบคำถามมีกราฟฟิกอนิเมชั่นประกอบมาลองใช้งานในการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ถือว่าช่วยกระตุ้นให้นักเรียนสนใจได้ในระดับหนึ่ง

Timeline Photos
13/01/2021

Timeline Photos

Retty Food Fact
ไขปริศนา จ่ามงกุฎ กับ ดาราทอง
ขนมไทยที่ใครหลายคนอาจเรียกชื่อผิด!

หากพูดถึงขนม จ่ามงกุฎ’ หลายคนคงจะนึกถึงขนมไทยทรงกลมสีเหลืองที่แปะทองคำเปลวไว้บนยอด และมีฐานสีขาวตกแต่งอย่างสวยงาม แต่รู้หรือไม่ว่านั่นไม่ใช่ขนมจ่ามงกุฎอย่างที่เราเข้าใจ แต่เป็นขนม ‘ดาราทอง’ และวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับขนมจ่ามงกุฎและดาราทองไปพร้อมๆ กัน

‘จ่ามงกุฎ’ คือขนมไทยที่ปรากฎอยู่ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โดยจ่ามงกุฎแบบดั้งเดิมจะเป็นขนมแป้งกวนกับกะทิ น้ำตาล ผสมกับแป้งทอดชิ้นเล็กๆ ห่อด้วยใบจาก หรือใบตองสลาก(ใบตองฉลาด) คือใบตองยอดอ่อนที่แทงยอดขึ้นมาก่อนที่จะคลี่ออกเป็นใบแก่ เพราะใบตองแก่จะแห้งและเหนียวไม่เพียงพอ ดังนั้นโบราณจึงใช้ใบตองสลากนำไปตากให้แห้งแล้วนำมารีดเพื่อไล่ความชื้นอีกรอบด้วยเตารีดโบราณที่ใส่ถ่าน ใบตองจะเหนียวและสามารถนำมาห่อขนมจ่ามงกุฎ ซึ่งส่วนมากจะห่อเป็นทรงสี่เหลี่ยม เมื่อแกะออกจากห่อและขนมจะมีทรงสูงยอดแหลมเหมือนชฎาหรือมงกุฏไทย จึงเป็นที่มาของชื่อขนม ‘จ่ามงกุฎ’

ต่อมาจ่ามงกุฎได้มีการปรับเปลี่ยนส่วนผสมจากแป้งทอด เป็นเมล็ดถั่วลิสงหรือเมล็ดแตงโมกระเทาะเปลือกที่นำไปคั่วแทน แต่วัตถุดิบอื่นๆ ยังคงเดิม หรือบางตำราอาจมีการเพิ่มน้ำใบเตยเข้าไปด้วย ซึ่งต้นเหตุที่ทำให้เราเข้าใจผิดเรื่องเมนูจ่ามงกุฎนั้น เกิดจากการเผยแพร่ตำราเล่มหนึ่งที่ตีพิมพ์ในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2510 - 2520 โดยเนื้อหามีการผิดพลาดเรื่องชื่อของขนม ซึ่งได้เผยแพร่ไปในวงกว้าง ทั้งยังเป็นตำราของเหล่าสถาบันด้านอาหารทั้งหลาย จึงทำให้หลายๆ คนเข้าใจดาราทองกลายเป็นจ่ามงกุฏมาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนเจ้าขนมที่เราเข้าใจว่าเป็นจ่ามงกุฎนั้น ที่จริงแล้วคือ “ดาราทอง” ถูกคิดค้นขึ้นโดยคุณหญิงเจือ สิงหเสนีย์ เพื่อส่งเข้าประกวดในช่วงฉลองปีใหม่ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ทั่งนี้ขนมดาราทองได้แนวทางมาจากขนม “ทองเอกกระจัง” ของคุณหญิงนารถ สิงหเสนี ซึ่งเป็นขนมที่ประยุกต์มาจากขนมทองเอกติดด้วยเมล็ดแตงโมกวาดน้ำตาลเชื่อม โดยขั้นตอนการทำเมล็ดแตงโมกวาดน้ำตาลเชื่อมนั้นจะใช้มือในการทำที่ละเมล็ด จึงต้องอาศัยความปราณีตและใจเย็นเพื่อให้น้ำตาลตกผลึกเกาะเป็นเกร็ดแล้วนำตกแต่งโดยรอบ พร้อมทั้งติดทองคำเปลวด้านบนอย่างสวยงาม ซึ่งชื่อ ‘ดาราทอง’ นั้นมาจากรูปทรงของขนมที่เหมือนเครื่องราชอิสริยาภรณ์รูปดาว ส่วนที่เรียกว่า ‘ทองเอกกระจัง’ นั้นเป็นเพราะว่าเป็นการนำเอาเมล็ดแตงโมกวาดน้ำตาลที่คล้ายกับลายกระจังที่เป็นลายพื้นฐานลายหนึ่งของลายไทยมาติดกับขนมทองเอกนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตามยังมีขนมอีกหนึ่งชนิดที่หน้าตาคล้ายคลึงกับดาราทองหรือทองเอกกระจังนั่นก็คือ ‘มงกุฎเพชร’ ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยมีพื้นฐานมาจากขนมดาราทองและทองเอกกระจังโดย อ.จันทิรา นวทิศพาณิชย์ แต่ขนมมงกุฎเพชรนั้น จะมีหลากหลายสีสันและมีทรงกลมมากกว่า ไม่มีส่วนผสมของไข่ เปลี่ยนเนื้อแป้งจากทองเอกให้เป็นแป้งลักษณะอาลัวสด ในขณะที่ดาราทองหรือทองเอกกระจังนั้นคือแป้งเนื้อทองเอกแบบมีไข่แดงเป็นส่วนผสม รสชาติของขนมทั้งสองจะต่างกันด้วยความมันและความหอมของไข่

สรุปคือขนมที่มีสีเหลืองเหมือนเครื่องราชอิสริยาภรณ์รูปดาว ที่เราเรียกกันว่า “จ่ามงกุฎ” นั้นคือขนม “ดาราทอง” ซึ่งขนมจ่ามงกุฎ จริงๆ จะเป็นขนมแป้งกวนห่อด้วยใบตองเมื่อแกะห่อออกมา ตัวขนมจะมีทรงสูงยอดแหลมเหมือนชฎาหรือมงกุฏ ซึ่งในปัจจุบันจ่ามงกุฎจริงๆ นั้นหาทานได้ยากแล้ว แต่ยังพอมีให้เห็นบางที่อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม หรือถ้าหากใครเคยทานหรือยังพบเห็นที่ไหนเพิ่มเติม คอมเมนท์มาบอกกันได้ที่ใต้โพสต์เลยยย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://bit.ly/3ow4Uom
https://bit.ly/38taX7S
https://bit.ly/38qHoUe
https://bit.ly/38uZZ1I

ขอขอบคุณขอมูลและรูปภาพจาก
โครงการอนุรักษ์ขนมไทย
.
.
ตามหาร้านอร่อยในแบบของคุณได้ที่ Retty!!
โหลดฟรีทั้ง iOS และ Android โหลดเลยยย
iOS
https://apple.co/36EaM68
Android
http://bit.ly/36Iye2m

#Retty #RettyTH #Rettyมีแต่ของอร่อย #แอปที่สายกินต้องมี #รีวิวที่คุณเชื่อถือได้

ที่อยู่

โรงเรียนราชวินิต
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 07:30 - 16:00
อังคาร 07:30 - 16:00
พุธ 07:30 - 16:00
พฤหัสบดี 07:30 - 16:00
ศุกร์ 07:30 - 16:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ RachawinitschoolLibraryผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด