กระทรวงการคลัง : Ministry of Finance

กระทรวงการคลัง : Ministry of Finance © สถานีข่าวกระทรวงการคลัง เพื่อข้อมูลข่าวสารและนานาสาระถึงสมาชิกที่กด Like หรือ Share ทุกท่านคะ
(401)

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังและโฆษกกระทรวงการคลัง ตรวจเยี่ยมการเตรียมความคืบหน้าความพร้อม...
30/09/2026

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังและโฆษกกระทรวงการคลัง ตรวจเยี่ยมการเตรียมความคืบหน้าความพร้อมในการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ในพื้นที่ต่าง ๆ อาทิ thai pavilion ห้อง Office เจ้าหน้าที่ thailand planning team and MS บริเวณชั้น G (ห้องประชุม 22 ห้อง) สำหรับจัดการประชุม Host Government งาน SEAVG งาน WB Flagship บริเวณชั้น LG ที่จะใช้สำหรับห้อง Office ห้อง Bilat รมว และพื้นที่จัด Thai Fight (งาน 15 ต.ค.) และบริเวณชั้น 1 สำหรับห้อง MCR ที่ใช้สำหรับการประชุม AM2026 พร้อมให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ถึงความพร้อมในการจัดการประชุมดังกล่าว เพื่อให้มั่นใจว่าไทยจะมีความพร้อมสูงสุด สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุมประจำปี 2569 ของสำนักงานสภาพั...
30/09/2026

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุมประจำปี 2569 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมร่วมเสวนาหัวข้อ “ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม : เปลี่ยนอย่างไรให้ไปต่อ” โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมกันนี้ ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงข่าวการประกาศผลผู้ผ่านคุณสมบัติ...
30/09/2026

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงข่าวการประกาศผลผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม (รอบทบทวนสิทธิ) ที่เปิดให้ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติยื่นทบทวนสิทธิได้ระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม -31 สิงหาคม 2569 โดยมีผู้ยื่นทบทวนสิทธิ 5.01 ล้านราย และจากการตรวจสอบ มีผู้ผ่านคุณสมบัติรอบทบทวนสิทธิ1.75 ล้านราย ซึ่งได้ประกาศผลดังกล่าว ในวันที่ 30 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ผ่าน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือ https://welfare.mof.go.th) แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) และธนาคารกรุงไทย) ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิสามารถเริ่มรับสิทธิพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพียงดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ที่แอปพลิเคชันเป๋าตัง และที่ธนาคารกรุงไทยฯ ได้ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 หรือที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย. ได้ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 (เฉพาะผู้มีบัตรฯ รายใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตน) ณ ห้องประชุม 401 ชั้น 4 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค(Thailand Regional Economic Sentiment Index: RSI)ประจำเดือนกันยายน 2569“ดัชนีความเ...
30/09/2026

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค(Thailand Regional Economic Sentiment Index: RSI)ประจำเดือนกันยายน 2569

“ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนกันยายน 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก ภาคบริการ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงปลายฤดูการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรมจากความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี และภาคเกษตร จากการเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งนี้ ยังต้องติดตามความผันผวนของเศรษฐกิจและการค้าโลก รวมถึงต้นทุนด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และอาจเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป”

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนกันยายน 2569 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนกันยายน 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก ภาคบริการ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงปลายฤดูการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม จากความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี และภาคเกษตร จากการเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความผันผวนของเศรษฐกิจและการค้าโลก รวมถึงต้นทุนด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และอาจเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 76.4 สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้าที่ยังคงขยายตัวได้ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคบริการ เนื่องจากจะยังอยู่ในช่วงปลายฤดูการท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรมได้รับแรงส่งจากความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 76.7 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 73.5 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนหลักจากภาคเกษตรและภาคบริการ ตามการเริ่มเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตของพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปี อ้อย และมันสำปะหลัง ประกอบกับช่วงเวลาท่องเที่ยวของภูมิภาค เช่น งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) งานแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ เป็นต้น สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 72.9แสดงถึงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจใน 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ดี โดยมีปัจจัยบวกจากภาคอุตสาหกรรม ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน และภาคบริการ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงปลายฤดูการท่องเที่ยวหลัก รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 69.3 ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจในระยะ 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวในฝั่งทะเลอันดามันและแนวโน้มการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากงบประมาณตามแผนพัฒนาจังหวัด และแนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวกลุ่มมาเลเซียและสิงคโปร์ในช่วงเวลาดังกล่าว ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 68.9 สะท้อนว่าเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ โดยภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐาน และความชัดเจนของโครงการ Saraburi Sandbox ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชนในพื้นที่ ประกอบกับการเตรียมขยายกำลังการผลิตและการลงทุน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์สมัยใหม่ สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 67.6 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจในอีก 6 เดือนข้างหน้ายังขยายตัวได้ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคการลงทุนและภาคเกษตร ทั้งนี้ นักลงทุนเชื่อมั่นจากการที่รัฐบาลผลักดันนโยบายยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 62.1 ซึ่งสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความผันผวนของเศรษฐกิจและการค้าโลก ต้นทุนด้านพลังงาน และปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ โดยผู้ประกอบการยังคงระมัดระวังการลงทุนขนาดใหญ่ และติดตามภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด

ภาวะเศรษฐกิจการคลังภูมิภาคเดือนสิงหาคม 2569เศรษฐกิจภูมิภาคเดือนสิงหาคม 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายต...
30/09/2026

ภาวะเศรษฐกิจการคลังภูมิภาคเดือนสิงหาคม 2569

เศรษฐกิจภูมิภาคเดือนสิงหาคม 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ กทม. และปริมณฑล
ขณะที่การท่องเที่ยวขยายตัวยังขยายตัวได้ในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันตก

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนสิงหาคม 2569 ว่า “เศรษฐกิจภูมิภาคเดือนสิงหาคม 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ กทม. และปริมณฑล ขณะที่การท่องเที่ยวขยายตัวยังขยายตัวได้ในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันตก” โดยมีรายละเอียดดังนี้

เศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลเดือนสิงหาคม 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรที่ขยายตัวได้ดี โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ร้อยละ 9.5 43.1 21.5 และ 14.8 ต่อปี ตามลำดับ อีกทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 52.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 51.3 เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ร้อยละ 18.6 และ 23.2 ต่อปี ตามลำดับ ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนี
ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 97.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 98.8 เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ร้อยละ 0.8 ต่อปี อย่างไรก็ตาม รายได้จากผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ร้อยละ -1.3 ต่อปี

เศรษฐกิจภาคตะวันออกเดือนสิงหาคม 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรที่ขยายตัวได้ดี ขณะที่การท่องเที่ยวหดตัว โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ร้อยละ 15.4 16.4 22.8 และ 9.9 ต่อปี ตามลำดับ อีกทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 55.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 54.4 เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ร้อยละ 5.4 และ 55.7 ต่อปี ตามลำดับ ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 96.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 95.6 ขณะที่ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ร้อยละ -0.4 และ -2.5 ต่อปี ตามลำดับ

เศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดือนสิงหาคม 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ร้อยละ 11.0 28.5 13.6 และ 10.2 ต่อปี ตามลำดับ ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 56.0 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 54.7 เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ร้อยละ 1.7 ต่อปี ขณะที่จำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ร้อยละ -1.8 ต่อปี ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 72.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 71.5 เครื่องชี้ภาคการบริการทรงตัวสะท้อนจากรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนหดตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ -0.3 ต่อปี

เศรษฐกิจภาคใต้เดือนสิงหาคม 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี ขณะที่การท่องเที่ยวหดตัว โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ร้อยละ 6.2 39.4 17.5 และ 17.1 ต่อปี ตามลำดับ อีกทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 49.6 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 48.1 เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ร้อยละ 10.6 ต่อปี ขณะที่จำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ร้อยละ -2.5 ต่อปี
ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 77.7 ลดลง
จากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 78.7 เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนหดตัวที่ร้อยละ -0.5 และ -2.0 ต่อปี ตามลำดับ

เศรษฐกิจภาคเหนือเดือนสิงหาคม 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ร้อยละ 5.7 38.8 28.8 และ 17.7 ต่อปี ตามลำดับ อีกทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 54.0 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 52.9 เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ร้อยละ 15.8 ต่อปี ขณะที่จำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ร้อยละ -23.7 ต่อปี ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 87.4 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 89.1 เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ร้อยละ 2.9 และ 3.4 ต่อปี ตามลำดับ

เศรษฐกิจภาคกลางเดือนสิงหาคม 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรหดตัว
โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่จำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ร้อยละ 2.4 16.3 20.2 และ 9.8 ต่อปี ตามลำดับ อีกทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 52.4 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 51.1 เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ร้อยละ -3.7 และ -18.9 ต่อปี ตามลำดับ ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 97.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 98.8 เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ร้อยละ 3.5 และ 4.1 ต่อปี ตามลำดับ

เศรษฐกิจภาคตะวันตกเดือนสิงหาคม 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน การลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร และการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ จำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรายได้เกษตรกรขยายตัวที่ร้อยละ 37.4 8.6 และ 7.2 ต่อปี ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่หดตัวที่ร้อยละ -8.3 ต่อปี ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 52.4 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 51.1 เครื่องชี้ด้านการลงทุนภาคเอกชน สะท้อนจากจำนวนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ขยายตัวที่ร้อยละ 21.4 ต่อปี ขณะที่จำนวนรถบรรทุกจดทะเบียนใหม่หดตัวที่ร้อยละ -0.9 ต่อปี แต่ขยายตัวที่ร้อยละ 9.3 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล ด้านอุปทาน เครื่องชี้ภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนี
ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 97.0 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 98.8 เครื่องชี้ภาคการบริการ สะท้อนจากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน และรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนขยายตัวที่ร้อยละ 1.0 และ 0.6 ต่อปี ตามลำดับ

ภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนสิงหาคม 2569“สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเน...
30/09/2026

ภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนสิงหาคม 2569

“สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่มีสัญญาณดีขึ้น อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวต่างชาติยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ทิศทางราคาพลังงาน สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจไทย”

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนสิงหาคม 2569 ว่า “สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนสิงหาคม 2569 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าและการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนที่มีสัญญาณดีขึ้น อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวต่างชาติยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ทิศทางราคาพลังงาน สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจไทย” โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณขยายตัวต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปีก่อนโดยเฉพาะการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่และปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ 37.4 และ 20.3 ตามลำดับ และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 6.6 และ 3.9 ตามลำดับ สอดคล้องกับรายได้เกษตรกรที่แท้จริง ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนร้อยละ 14.0 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ระดับ 53.2 จากระดับ 51.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ผ่อนคลายลง

เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน (ตัวเลขเบื้องต้น) ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 33.1 ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 0.7 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 1.7 สำหรับการลงทุนภาคเอกชนในหมวดการก่อสร้าง สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ในเดือนสิงหาคม 2569 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -1.5และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -2.7

มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 34,618.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 24.3 และถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 26 และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำและยุทธปัจจัย พบว่า ขยายตัวที่ร้อยละ 19.5 ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ โดยขยายตัวร้อยละ 151.2 42.1 และ 40.9 ตามลำดับ นอกจากนี้ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ยางพารา กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 24.0 23.2 18.8 และ 17.5 ตามลำดับ ในขณะที่การส่งออกรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องดื่มปรับตัวลดลง ทั้งนี้ เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดทวีปออสเตรเลีย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอาเซียน (5) โดยขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 81.0 48.7 19.6 และ 19.3 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ตลาดอินเดียและตะวันออกกลาง ลดลงร้อยละ -11.8 และ -7.8 ตามลำดับ

เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทาน โดยเฉพาะการผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว โดยภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนสิงหาคม 2569 มีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย จำนวน 22.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 1.7 แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -2.6 ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวม ในเดือนสิงหาคม 2569 มีจำนวน 2.52 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -2.6 และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ -1.2 ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 2.1 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 2.6 ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ปาล์มน้ำมัน และหมวดไม้ผลอย่างไรก็ดี ผลผลิตมันสำปะหลัง ข้าวโพดลดลงจากเดือนก่อน สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ในเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ 4.4 และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ร้อยละ 0.1 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ในเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 89.7 จากระดับ 90.0 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 53.8 จากระดับ 54.2 ในเดือนก่อนหน้าซึ่งค่าดัชนีอยู่เหนือระดับ 50.0 สะท้อนว่าการผลิตอุตสาหกรรมยังอยู่ในภาวะขยายตัว

เสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 2.53 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ร้อยละ 1.44 ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 67.5 ต่อ GDP ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งไว้ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐพ.ศ. 2561 สำหรับเสถียรภาพภายนอกยังอยู่ในระดับที่มั่นคง และสามารถรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ สะท้อนจากทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 283.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลก (Global Composite PMI) ในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 53.5 จุด ค่าดัชนีอยู่สูงกว่าระดับ 50.0 จุด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจโลกยังมีทิศทางขยายตัว ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคการผลิต (Global Manufacturing PMI) ในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 52.3 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 52.1 จุด แต่ยังอยู่เหนือระดับ 50.0 จุด บ่งชี้ทิศทางของภาคการผลิตที่ยังคงขยายตัว ด้านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของทั่วโลกภาคบริการ (Global Service PMI) ในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 53.7 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ระดับ 52.7 จุด บ่งชี้ทิศทางของภาคบริการที่ยังคงขยายตัว สำหรับด้านภาคการท่องเที่ยวยังมีทิศทางทรงตัวจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศต่าง ๆ ธนาคารกลางหลักหลายแห่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและข้อจำกัดในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นความเสี่ยงต่อต้นทุนพลังงานและการขนส่ง รวมถึงมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯและมาตรการตอบโต้จากประเทศคู่ค้ายังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าติดตามในระยะข้างหน้า

ภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุดยังมีการเคลื่อนไหวผสมผสาน โดยข้อมูล ณ วันที่ 24 กันยายน 2569 มูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ประมาณ 68,537.89 ล้านบาท แบ่งเป็นนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ มีการซื้อสุทธิ 3,403.64 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2569 (ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 1–24 กันยายน 2569) นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิรวม 3,361.19 ล้านบาท ทำให้ตั้งแต่ต้นปี (YTD) นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิอยู่ที่ 27,554.51 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศ มีการขายสุทธิในวันดังกล่าว 3,435.99 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2569นักลงทุนกลุ่มนี้มีสถานะซื้อสุทธิรวม 906.77 ล้านบาท ทำให้ตั้งแต่ต้นปีมียอดขายสุทธิ 83,363.06 ล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ มีการซื้อสุทธิในวันดังกล่าว 693.69 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนมีสถานะขายสุทธิรวม 3,751.33 ล้านบาท ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 4,956.21 ล้านบาท สำหรับนักลงทุนต่างชาติ พบว่ามีการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยในวันที่ 24 กันยายน 2569 อยู่ที่ 661.33 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิรวม 516.63ล้านบาท อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 50,852.35 ล้านบาท ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ พบว่าในวันที่ 24 กันยายน 2569 นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิ 3,216.00 ล้านบาท ภาพรวมตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2569 นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้มีสถานะขายสุทธิรวม 8,193.30 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ยังคงถือสถานะซื้อสุทธิรวม 5,815.93 ล้านบาท สะท้อนว่ากระแสเงินทุนในตลาดตราสารหนี้ยังมีความผันผวน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน และแนวนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักที่อยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยน

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายอรร...
30/09/2026

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายอรรถพล อรรถวรเดช รองปลัดกระทรวงการคลัง ปฏิบัติหน้าที่ด้านบริหาร พร้อมข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 404 ชั้น 4 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำคณะผู้บริหารกระทรวงการคลัง และหน่วยงานในสัง...
30/09/2026

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำคณะผู้บริหารกระทรวงการคลัง และหน่วยงานในสังกัดร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

ครม. เห็นชอบแต่งตั้งรองผู้อำนวยการ “ปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น” ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝากเพื่อสานต่อภารกิจด้า...
30/09/2026

ครม. เห็นชอบแต่งตั้งรองผู้อำนวยการ “ปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น” ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝากเพื่อสานต่อภารกิจด้านการคุ้มครองเงินฝากเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ฝากเงิน

https://www.facebook.com/share/p/1E3oxHHak9/

ครม. เห็นชอบแต่งตั้งรองผู้อำนวยการ “ปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น” ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝากเพื่อสานต่อภารกิจด้านการคุ้มครองเงินฝากเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ฝากเงิน
วันที่ 30 กันยายน 2569– ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นางปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2569 เป็นต้นไป มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี
นางปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น ปัจจุบันอายุ 59 ปี มีประสบการณ์การทำงานทั้งในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน และปฏิบัติงานกับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) มาเป็นระยะเวลา 15 ปี นับเป็น ผู้บริหารภายใน สคฝ. คนแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ และเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการสายกลยุทธ์ รวมถึงผู้ช่วยผู้อำนวยการสายบริหารงานทั่วไป จึงมีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งการบริหารองค์กร การวางกลยุทธ์ และการขับเคลื่อนภารกิจด้านการคุ้มครองเงินฝาก
จากประสบการณ์การปฏิบัติงานภายใน สคฝ. อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับระบบคุ้มครองเงินฝากเป็นอย่างดี และสามารถนำประสบการณ์ด้านการบริหารองค์กรและการวางกลยุทธ์มาสานต่อภารกิจสำคัญ ตลอดจนยกระดับการดำเนินงานของ สคฝ. ให้รองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านการศึกษา นางปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และระดับปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ด้านเกียรติประวัติ นางปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ประจำปี 2569
นอกจากนี้ นางปิยาภรณ์ โพธิ์กลิ่น ได้ผ่านหลักสูตรพัฒนาผู้บริหารที่สำคัญของภาครัฐหลายหลักสูตร อาทิ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์สาธารณะสำหรับนักบริหารระดับสูง ของสถาบันพระปกเกล้า และ หลักสูตรนักบริหารการเงินการคลังภาครัฐระดับสูง ของกรมบัญชีกลาง

ธ.ก.ส. เปิดตัวเงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี) เพื่อตอบโจทย์ผู้เข้าสู่วัยเตรียมเกษียณอายุให้สามารถเกษียณอายุได้อย่างมั่...
30/09/2026

ธ.ก.ส. เปิดตัวเงินฝากเกษียณมั่งคั่ง 2569 (4 ปี) เพื่อตอบโจทย์ผู้เข้าสู่วัยเตรียมเกษียณอายุให้สามารถเกษียณอายุได้อย่างมั่งคั่งและยั่งยืน เมื่อเปิดบัญชีและฝากเงินขั้นต่ำครั้งละ 100,000 บาท รับดอกเบี้ยรายเดือนทุกเดือนเป็นขั้นบันไดสูงสุด 1.55% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.40 ต่อปี ระยะเวลาฝาก 4 ปี เปิดรับฝากแล้วตั้งแต่วันที่ 1 - 31 ตุลาคม 2569 หรือธนาคารแจ้งปิดการรับฝาก

https://www.facebook.com/share/p/1Emq9pX6Dq/?mibextid=wwXIfr

ที่อยู่

กลุ่มสารนิเทศการคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621265800

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กระทรวงการคลัง : Ministry of Financeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กระทรวงการคลัง : Ministry of Finance:

ทางลัด

แชร์