สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, หน่วยงานราชการ, เลขที่ 110 ถนนประดิพัทธ์ แขวงพญาไท, Bangkok.
(3)

เปิดเหมือนปกติ

13/10/2020
เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่..) พ.ศ. ....เสนอโดย นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภาผ...
09/10/2020

เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับที่..) พ.ศ. ....
เสนอโดย นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
รับฟังตั้งแต่ วันที่ 9 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป

https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=106

เปิดรับฟังความคิดเห็น‼️ ร่างพระราชบัญญัติบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้า พ.ศ. ....เสนอโดย นางสาววรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร...
24/09/2020

เปิดรับฟังความคิดเห็น‼️ ร่างพระราชบัญญัติบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้า พ.ศ. ....
เสนอโดย นางสาววรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
รับฟังตั้งแต่ วันที่ 24 กันยายน 2563 เป็นต้นไป
https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=105

ขอเชิญผู้สนใจ รับชมและรับฟัง เสวนา "การรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบ อันเกิดจากร่างพระราชบัญญัติของสำนักงานเลขาธิ...
02/09/2020

ขอเชิญผู้สนใจ รับชมและรับฟัง เสวนา "การรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบ อันเกิดจากร่างพระราชบัญญัติของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร" ผ่านทาง Live รับฟังความเห็น ตาม ม.77 สภาผู้แทนราษฎร ในวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2563 ตั้งแต่เวลา 9.00-12.00 น.

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ... (ฉบับ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนรา...
31/08/2020

ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ... (ฉบับ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

https://bit.ly/3jlR84W

เปิดรับฟังความคิดเห็น‼️ "ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ...." จำนวน 3 ฉบับ เส...
25/08/2020

เปิดรับฟังความคิดเห็น‼️

"ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ...." จำนวน 3 ฉบับ เสนอโดย

1. นายสิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
2. นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
3. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับคณะ จำนวน 20 คน

รับฟังตั้งแต่ วันที่ 25 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป
https://www.parliament.go.th/section77

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมฟังบรรยายและเข้าร่วมแข่งขัน e-initiative HACKATHON (ภาคกลาง)https://bit.ly/31ogatX
25/08/2020

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมฟังบรรยายและเข้าร่วมแข่งขัน e-initiative HACKATHON (ภาคกลาง)

https://bit.ly/31ogatX

Renaud Meyer UNDP
19/08/2020

Renaud Meyer UNDP

Very pleased to sign MoU between UNDP Thailand and Secretariat of #Parliament of #Thailand🇹🇭. Great platform to strengthen capacities of Parliament and foster its contribution to #SDGs achievement through laws, budgets, foster accountability & strengthen citizen participation
วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร UNDP in Asia and the Pacific United Nations Development Programme - UNDP Inter-Parliamentary Union Inter-Parliamentary Union ASEAN Parliamentarians for Human Rights - APHR กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand Thai Permanent Mission to the United Nations Embassy of Canada to Thailand European Union in Thailand Embassy of Denmark in Bangkok German Embassy Bangkok Embassy of Finland in Bangkok Embassy of Sweden in Bangkok UNDP Oslo Governance Centre UNDP Norge Australia in Thailand Democrat Party, Thailand พรรคประชาธิปัตย์ พรรคก้าวไกล - Move Forward Party พรรคพลังประชารัฐ คนภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา Chartthaipattana Party พรรครวมพลังประชาชาติไทย - ACT Party พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรคชาติพัฒนาพรรคพลังชาติไทย พรรคประชาภิวัฒน์ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคประชาธรรมไทย - Thai People Justice Party พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคพลเมืองไทย พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคไทรักธรรม พรรคเพื่อชาติ Puea Chat Partyประชาชาติ - People's Nation พรรคเสรีรวมไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พลังปวงชนไทย

เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้ร...
18/08/2020

เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

เสนอโดย นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้เเทนราษฎร กับคณะ

รับฟังตั้งแต่ วันที่ 18 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป

https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=99

13/08/2020
วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

[Live] #ประชุมสภา ผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 20 พฤหัสบดีที่ 13 ส.ค. ซึ่งจะมีการรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี, รับทราบรายงานประจำปี 2562 ศาลรัฐธรรมนูญ และพิจารณาเรื่องที่ค้างจากการประชุมครั้งก่อน

ถ่ายทอดสดทาง
- #โทรทัศน์รัฐสภา #ช่อง10 #วิทยุรัฐสภา
- Application : TPchannel
- Website : tpchannel.org
- Facebook Live : #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน e-Initiative HACKATHON  โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อคิดค้น Platform การเข้าชื่อเสนอกฎห...
05/08/2020

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการแข่งขัน e-Initiative HACKATHON โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อคิดค้น Platform การเข้าชื่อเสนอกฎหมายทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อชิงเงินรางวัล พร้อมรับโล่รางวัล

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันนี้ – 17 ส.ค. 63
ภาคกลาง ตั้งแต่วันนี้ – 20 ส.ค. 63

สมัครได้ที่ https://bit.ly/3e3LNNs

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดรับฟังความคิดเห็น เกี่ยวกับการจัดทำ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา (ฉบับที่...
05/08/2020

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดรับฟังความคิดเห็น เกี่ยวกับการจัดทำ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2563

https://bit.ly/3kcwRQy

29/07/2020
วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

[Live] การ #ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (พุธที่ 29 ก.ค.63) ครั้งที่ 16 ซึ่งมีระเบียบวาระการประชุม อาทิ การพิจารณาเรื่องด่วน ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ถ่ายทอดสดทาง
- #โทรทัศน์รัฐสภา #ช่อง10 #วิทยุรัฐสภา
- Application : TPchannel
- Website : tpchannel.org
- Facebook Live : #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

ทรงพระเจริญ 💛
28/07/2020

ทรงพระเจริญ 💛

08/07/2020
www.parliament.go.th

อีก 2 วันเท่านั้น ‼️

เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2560 พ.ศ. ....

ที่เสนอโดย นายนพคุณ รัฐผไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับคณะ

รับฟังตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2563 ถึงวันที่ 10 กรกฎาคม

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดย นาย...
03/07/2020

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดย นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะผู้เสนอ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ :
https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=94

ข้อมูลประกอบการพิจารณา :
เสนอเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 หลักทั่วไป บรรพ 5 ครอบครัวและบรรพ 6 มรดก สาระสำคัญหลักของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ การเสนอขอแก้ไขเพื่อให้บุคคลธรรมดาทั้งเพศเดียวกันและต่างเพศ สามารถทำการหมั้นและสมรสกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อบุคคลธรรมดาได้หมั้นหรือสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ก็ให้มีสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งเดิมกำหนดไว้ว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา” เป็น “ความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรส” ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา เป็น “ทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส” รวมถึงการแบ่งมรดกของผู้ตายที่มีคู่สมรส โดยได้ขอแก้ไขถ้อยคำในหลายมาตราที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่า “สามีและภรรยา” เป็น “คู่สมรส”

การหมั้น ให้บุคคลเพศเดียวกันหรือต่างเพศซึ่งมีอายุ ๑๗ ปีบริบูรณ์ทำการกันได้ และเสนอกำหนดคำศัพท์ขึ้นใหม่เป็น “ผู้หมั้น” และ “ผู้รับหมั้น” แทนคำว่า “ชาย” และ “หญิง” และแบบของการหมั้นให้ผู้หมั้นส่งมอบหรือโอนทรัพย์สินให้กับผู้รับหมั้น ในส่วนของเรื่องสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่หมั้นยังคงตามหลักการเดิมเพียงแต่ปรับถ้อยคำเป็น “ผู้หมั้น” และ “ผู้รับหมั้น”

การสมรส ให้บุคคลเพศเดียวกันหรือต่างเพศซึ่งมีอายุสิบแปดปีบริบูรณ์ สามารถสมรสกันได้ หรือหากมีเหตุอันสมควรศาลอาจอนุญาตให้ทำการสมรสก่อนนั้นได้ สำหรับเงื่อนไขการสมรสยังคงหลักการเดิม แต่มีการปรับถ้อยคำจากคำว่า “ชาย” หรือ “หญิง” เป็น “บุคคล” เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการสมรสระหว่างบุคคล เช่น

- บุคคลซึ่งเป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมาจะทำการสมรสกันมิได้
- บุคคลจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสไม่ได้
- การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองยินยอมเป็นคู่สมรส
- คู่สมรสต้องอยู่กินกันฉันคู่สมรสและช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูตามความสามารถและฐานะของตน
- การจัดการทรัพย์สิน หนี้สินของคู่สมรส สัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส
- การหย่า เหตุหย่า การฟ้องหย่าระหว่างคู่สมรส สิทธิได้รับค่าทดแทน การแบ่งสินสมรส
- การเป็นผู้อนุบาลคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งกรณีศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
- การรับบุตรบุญธรรม

การรับมรดก กรณีผู้ตายมีคู่สมรส ต้องมีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้ตายกับคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยให้นำเรื่องส่วนแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส และคู่สมรสที่ร้างกันหรือแยกกันอยู่โดยยังมิได้หย่ากันตามกฎหมายยังคงมีสิทธิโดยธรรมในการสืบมรดกซึ่งกันและกัน
#ร่างกฎหมาย #แก้ไข #ประมวลกฎหมาย #แพ่งและพาณิชย์ #การหมั้น #การสมรส #บุคคล #ต่างเพศ #เพศเดียวกัน #สิทธิคู่สมรส #คู่หมั้น #คู่สมรส #คู่รัก

#วันนี้ในอดีต 24 มิถุนายน 2475 วันเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย.คณะร...
24/06/2020

#วันนี้ในอดีต 24 มิถุนายน 2475 วันเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทย จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย
.
คณะราษฎร มุ่งหวังที่จะสร้างระบอบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญเป็นหลักในการปกครองประเทศ โดยกำหนดไว้ 3 ประการ ดังนี้

• ประการแรก เพื่อวางรากฐานประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ และปฏิเสธการสถาปนาสาธารณรัฐโดยเด็ดขาด

• ประการที่สอง กำหนดการเปลี่ยนแปลงการปกครองด้วยการยึดอำนาจ เพื่อเปลี่ยนจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบบที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การจลาจลนองเลือด ให้งดเว้นการทำทารุณใด ๆ ทั้งสิ้น

• ประการที่สาม ให้ตั้งอยู่ในสัจจะ เสียสละเพื่อประเทศชาติ เว้นการหาประโยชน์สร้างตนเองโดยเด็ดขาด

การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เครดิตภาพ : กลุ่มงานสารนิเทศ สำนักประชาสัมพันธ์
17/06/2020

การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน

เครดิตภาพ : กลุ่มงานสารนิเทศ สำนักประชาสัมพันธ์

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอเชิญน้องๆ นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมการแข่งขัน e-Initiative HACKATHON เพื่อคิดต้น และอ...
15/06/2020

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอเชิญน้องๆ นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมการแข่งขัน e-Initiative HACKATHON เพื่อคิดต้น และออกแบบ Platform การเข้าชื่อเสนอกฎหมายทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้หัวข้อ “Change role, Change form, Make it easy with e-Initiative ปรับบทบาท เปลี่ยนรูปแบบ ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายด้วย
e-Initiative”

https://bit.ly/3e3LNNs

03/06/2020
🔸️🔶️ โฉมใหม่️! 🔶️🔸️ รับฟังความคิดเห็น ตาม ม.77 สภาผู้แทนราษฎร https://www.parliament.go.th/section77/ขอเชิญร่วมแสดงความค...
19/05/2020

🔸️🔶️ โฉมใหม่️! 🔶️🔸️ รับฟังความคิดเห็น ตาม ม.77 สภาผู้แทนราษฎร

https://www.parliament.go.th/section77/

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นผู้เสนอ

🔶ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม #รัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2563 กำหนดเรียกประชุมต...
08/05/2020

🔶ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม #รัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2563 กำหนดเรียกประชุมตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 63

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุม #รัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2563 โดยกำหนดให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกเป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง สำหรับปี 2563 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ตามความในมาตรา 121 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

อ่านรายละเอียดhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/033/T_0001.PDF

สวัสดีปีใหม่ไทย ๒๕๖๓ "ห่างไกล แต่ไม่ห่างกัน"#stayhome#socialdistancing
13/04/2020

สวัสดีปีใหม่ไทย ๒๕๖๓ "ห่างไกล แต่ไม่ห่างกัน"

#stayhome
#socialdistancing

ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะทำงาน นำหน้ากากอนามัย จำนวน 1,000 ชิ้น มอบให้แก่สถาบันบำราศนราดูรที่ได้รับมอ...
10/04/2020

ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร
พร้อมคณะทำงาน นำหน้ากากอนามัย จำนวน
1,000 ชิ้น มอบให้แก่สถาบันบำราศนราดูร

ที่ได้รับมอบจากนางหยาง หยาง ที่ปรึกษาฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ในนามตัวแทนรัฐบาลจีน จำนวน 10,000 ชิ้น ซึ่งได้นำแจกจ่ายไปยัง รพ. ในจังหวัดต่าง ๆ แล้วบางส่วน

โดยในวันนี้ได้มอบให้แก่ น.พ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร เพื่อให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งได้ให้กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้เสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วย

เปิดรับฟังความคิดเห็น‼️ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....(นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาช...
07/04/2020

เปิดรับฟังความคิดเห็น‼️ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

(นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย)

รับฟังตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2563

https://bit.ly/2Xi3yms

สถาบันพระปกเกล้าเปิดรับสมัครเข้าศึกษาอบรม หลักสูตรวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญและผู้ชำนาญการประจำตัวสมาชิกรัฐสภา และ หลักสูตรวุฒ...
02/04/2020

สถาบันพระปกเกล้าเปิดรับสมัครเข้าศึกษาอบรม หลักสูตรวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญและผู้ชำนาญการประจำตัวสมาชิกรัฐสภา และ หลักสูตรวุฒิบัตรผู้ช่วยและผู้ปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภา รับสมัครตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. - 20 เม.ย. 2563

ข้อมูลเพิ่มเติม
www.kpi.ac.th

เปิดรับฟังความคิดเห็น‼️  ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ....(นายวรภพ  วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษ...
02/04/2020

เปิดรับฟังความคิดเห็น‼️ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. ....

(นายวรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)

รับฟังตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2563

https://bit.ly/2R6MCvw

26/03/2020
วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา

🔴Live แถลงข่าวมาตรการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 วันที่ 26 มี.ค.63

#COVID19 #COVID_19 #โควิด19
#อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ
#TPchannel

❤
22/03/2020

เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แ...
19/03/2020

เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ฉบับที่..) พ.ศ. ....

(นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับคณะเป็นผู้เสนอ)

รับฟังตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2563

https://bit.ly/2QuPaTL

ข้อมูลประกอบการพิจารณา

๑. การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นต้นไป
๒. ให้บรรดาการใด ๆ ที่ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ระงับไป
๓. ให้สภาผู้แทนราษฎรจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พิจารณาศึกษาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามกฎหมายว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และนำผลการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎรมาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒
๔. ให้คณะรัฐมนตรีเตรียมการรองรับและดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบโดยทั่วถึง

ผู้ที่เกี่ยวข้อง

๑. กระทรวงการคลัง
๒. กระทรวงมหาดไทย
๓. นักวิชาการ/อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดเก็บภาษี และกฎหมาย
๔. ประชาชนทั่วไป

ประเด็นเพื่อรับฟังความคิดเห็น

๑. ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการระงับการดำเนินการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒
๒. ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งให้เริ่มเก็บตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นต้นไป
๓. ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการให้สภาผู้แทนราษฎรจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อพิจารณาศึกษาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และนำผลการศึกษามาปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อให้มีมาตรการและกลไกที่เหมาะสมเป็นธรรม และเกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่อยู่

เลขที่ 110 ถนนประดิพัทธ์ แขวงพญาไท
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ม็อบที่จะเกิดใน 14 ตค. นี้ เป็นม็อบว่าจ้าง มีมหาเศรษฐีที่ครอบครัวร่ำรวยขึ้นมาจากการทำมาหากินบนแผ่นดินไทย เป็นผู้ให้การสนับสนุนอยู่ในเงามืด เพราะมีเงินเยอะจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง จึงหันมาถลุงเงินเพื่อล้มสถาบันกษัตริย์ที่ปกป้องคุ้มครองแผ่นดินไทยมาร่วม 7 ศตวรรษ ส่งผลให้ครอบครัวร่ำรวยขึ้นมาได้ ทำไมมหาเศรษฐีคนนี้จึงอกตัญญูต่อสถาบันพระมหากษัตริย์? เพราะมีอัตตามหาภัย คิดว่าข้าฯนี่แน่มากที่ทำธุรกิจของครอบครัวจนมีเงินล้นฟ้า จึงน่าจะมีความสามารถเป็นประธานาธิบดีของไทยได้ต่อไป แต่ยังขาดความสามารถในเรื่องรู้จักคำว่า “กาละเทศะ” ปัจจุบันนี้ ประชาชนส่วนใหญ่กำลังมีศรัทธาในนายกฯลุงตู่อย่างแน่นแฟ้น เมื่อลงทุนตั้งพรรคการเมืองได้ ก็หวังจะได้รับเลือกเป็นนายกฯ แต่ก็หมดสิทธิ์ เพราะได้ทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายพรรคการเมือง จนในที่สุด พรรคถูกยุบไปด้วยความผิดอีกชุดหนึ่ง แถมถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองอีกด้วย แค้นที่ต้องชำระก็เกิดขึ้น ขนาดประกาศว่า “ถึงตัวจะต้องตายก็ยอม” เพราะเมื่อพรรคของตนล่ม ตนก็ไม่มีหน้าตาต่อไปอีกแล้ว ชีวิตก็ไร้ความหมาย นอกจากจะต้องกอบกู้ทุกอย่างคืนมาด้วยเงินล้นฟ้าของตน ด้วยการก่อม็อบยั่วยุให้ทหารทำรัฐประหาร เพื่อจะได้ป่าวประกาศต่อประชาคมโลกว่า ไทยเป็นเผด็จการทำลายพรรคการเมืองและประชาธิปไตย เพื่อหวังว่าไทยจะได้ถูกคว่ำบาตรโดยประชาคมโลก ทั้งที่ไทยก็เป็นประชาธิปไตยที่สอดรับกับประวัติศาสตร์การเมืองไทยยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง เมื่อต้องการก่อม็อบ ก็ต้องไปเที่ยวประกาศเชิญชวนให้สมุนเสื้อแดงเก่าเข้าร่วม และพยายามหลอกลวงเยาวชนให้ร่วมอีกแรงหนึ่ง แต่ผู้ปกครองรู้ทัน ก็ได้ห้ามลูกหลานไว้ ด้วยเหตุนี้ ม็อบ 19-20 กย.นี้ จึงไม่มีเยาวชนเข้าร่วม นอกจากนี้ ยังไปเที่ยวปลุกระดมชาวบ้านให้ร่วมอีกแรงหนึ่งด้วย มหาเศรษฐีคนนี้กำลังทำตนเหมือนสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ในนิทานอมตะสอนใจ เล่าโดยยอดนักเล่านิทานนามว่าอิสป ดังนี้ มีสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งเกิดโชคร้ายพลัดตกลงไปในบ่อน้ำที่ลึกเกินกว่าที่ตัวจะกระโดดขึ้นมาได้ พอดีมีแพะตัวหนึ่งเดินผ่านมา เห็นเหตุการณ์ ก็ถามขึ้นว่า “เจ้าสุนัขฯทำอะไรอยู่ในบ่อน้ำจ๊ะ” สุนัขจิ้งจอกตอบว่า “อ้อ ได้ข่าวไหม? ภัยแล้งกำลังจะมาเยือน ข้าฯก็เลยโดดลงมาในบ่อน้ำนี้ก่อน จะได้มีน้ำกิน เจ้าจะลงมาด้วย ก็ได้นะ” เจ้าแพะแสนซื่อได้ยินคำแถลงของสุนัขจิ้งจอก ก็เชื่อหมดทุกอย่าง รีบกระโดดลงไปในบ่อน้ำ ทันใดนั้น สุนัขจิ้งจอกก็รีบกระโดดขึ้นเกาะยืนบนหลังแพะ พลางเหยียบเขาใหญ่โค้งของแพะแล้วถีบตัวกระโดดขึ้นไปที่ขอบบ่อได้สำเร็จ หลังจากนั้น สุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ก็หันไปกล่าวกับแพะว่า “ไปก่อนนะเพื่อน จงจำไว้ อย่าได้หลงเชื่อคำแนะนำของผู้ที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบากอย่างเช่นที่ข้าฯตกอยู่ในบ่อน้ำเมื่อครู่นี้นะ” ดังนั้น ขอให้ประชาชนจงจำคำพูดของสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวนี้ให้ดี หาไม่แล้ว มีสิทธิ์ตกระกำลำบากยิ่งกว่ามหาเศรษฐีที่โปรยเศษเงินเล็กน้อยซื้อชีวิตคนหลงเชื่อได้ในราคาเท่าผักปลานั่นแหละ.
ครูตบตีทำร้ายนักเรียนอนุบาลคือ “อาการ” ของ “โรคจิตพิสมัยความรุนแรงตายเน่า” (necrophilia) โรคจิตนี้มิได้เกิดจากความเค้น (stress) หรือ เครียด (tension) แต่เกิดจาก “การวิวัฒนาการของสังคม” เริ่มแต่มีการขยายตัวทางอุตสาหกรรมเมื่อสามศตวรรษก่อน ส่งผลให้ผู้คนส่วนใหญ่หันมาใช้ชีวิตอยู่กับการมุ่งหาแต่ “เงิน” มาซื้อหาวัตถุสิ่งของ/บริการ ตาม “วิถีบริโภคนิยม” ระดับสุดขีด แทนการใช้ชีวิต “ทางสายกลาง” ด้วยความพอเพียง วิถีบริโภคนิยมดังกล่าวก่อให้เกิดชนชั้นสูง/กลาง/ล่าง ชนชั้นกลางบางคนมักเป็น “ทุกข์ใจมหันต์” ที่สำรวยได้ไม่เท่าชั้นสูงสักที ล็อตเตอรี่จึงขายดีเสมอ ส่วนชั้นล่างจำนวนมากจะจมอยู่กับ “ทุกข์กายกับใจ” ที่ต้อง “อดมื้อกินมื้อ” หลับไปทั้งที่ยังหิวข้าว รู้สึกน้อยใจที่เกิดมาจน บังเกิด “ความชอกช้ำใจ” หรือ “แผลหัวใจ” (trauma) ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งจากน้ำมือคนรอบตัวหรือความยากจนข้นแค้นของตน จนบางครั้งถึงกับพยายามฆ่าตัวตาย เพราะไม่รู้ว่าจะทนทุกข์อยู่ต่อไปทำไม? ในที่สุด “จิตปกติ” ของชั้นกลาง/ล่างดังกล่าว ซึ่งสะสมทุกข์ไว้มากเกินไป ก็ล้มป่วยเป็น “โรคจิตพิสมัยความรุนแรงตายเน่า” ดังเช่นทหารที่โคราชกราดยิงเข่นฆ่าชาวบ้านมิรู้อิโหน่อิเหน่ อดีตผอ.รร.ที่ปล้นฆ่า 3 ชีวิตที่ร้านขายทองลพบุรี หรืออาชญากรที่ออกมาฆ่าต่อเนื่องหลังพ้นโทษมาหมาดๆ ทั้งนี้ เพราะมิอาจทนต่อ “ความรู้สึกปวดร้าว” ที่บ่งบอกว่าตนถูกสังคมภายนอกบีบคั้นทำร้าย “ความชอกช้ำใจ” ที่สะสมไว้ เสมือนหนึ่งถูกขยุ้มทาด้วยเกลือที่แผลหัวใจ จนตนต้องตอบสนองกลับไปที่สังคมและคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วยอาชญากรรมหฤโหด หรือด้วยม็อบเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตผู้อื่น เพื่อล้มสถาบันกษัตริย์ตอบสนองอัตตามหาภัยของตน ซึ่งก็ชอกช้ำด้วยสาเหตุสำคัญหนึ่งที่สังคมส่วนใหญ่ไม่ยอมรับนับถือตน ทั้งที่ร่ำรวยมหาศาล ครูอนุบาลก็มีพฤติกรรมเช่นกันกับตัวอย่างอาชญากรจิตสังหารทั้งสามหรือคนก่อม็อบนั้น แต่มีมาตราส่วนที่ย่อเล็กลงมา คือ รังแกเด็กอนุบาลที่ไม่มีปัญญาต่อสู้เลย โดยฉุดกระชากเด็ก ตบตีเด็กด้วยของแข็ง ถอดชุดนักเรียนต่อหน้าเพื่อน ราวกับเป็นทาสที่ผู้ปกครองอุตส่าห์เสียค่าเทอมมากมาย เพื่อจะได้มีสิทธิ์นำบุตรหลานไปฝากไว้ในกำมือครูจิตชำรุด หนูน้อยน่ารักน่าชังเหล่านี้เพิ่งจะเริ่มหัดเรียนรู้ภาษาไทย การฟังคำสั่งภาษาไทยจากครูจึงอาจยังไม่ถนัดถนี่แม่นยำเท่าผู้ใหญ่สนทนากัน ยิ่งฟังภาษาต่างด้าวจากคนต่างด้าวที่ไม่คุ้นด้วยแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มเคราะห์ร้ายให้กับหนูน้อยเหล่านี้อย่างน่าสงสารที่สุด จนน้ำตาตกในไปตามๆกัน ความจริงมีอยู่ว่า ครูจิตชำรุดเหล่านี้อาจเติบโตมากับผู้ใหญ่ที่พิสมัยความรุนแรงตายเน่าเช่นเดียวกับตน ในทำนอง “ผลไม้ตกไม่ไกลต้น” หากผู้บริหารรร.ให้อำนาจกับครูเหล่านี้มากกว่าเดิม ก็ไม่มีหลักประกันว่าครูจะไม่ทำให้เด็กอนุลาลบาดเจ็บหรือล้มตายคามือตน ในรร.อื่นๆของเด็กวัยโตขึ้นไป ก็มักมีกรณีนร.รุ่นพี่ที่มีจิตชำรุด ทำการ “ต้อนรับ” รุ่นน้องด้วยการทรมานร่างกายรุ่นน้องจนตายไปอย่างน่าสลดใจยิ่งอยู่เป็นประจำ เจ้าของ/ผู้บริหารรร.ที่เป็นสาวกลัทธิสัตว์เศรษฐกิจ ย่อมมองเห็นครูเสมือนผักปลาที่ตนต้องว่าจ้างในราคาถูกเท่าผักปลา สังคมไทยจึงมีรร.หลายแห่งที่เอาเปรียบผู้ปกครองผู้ยอมจ่ายค่าเล่าเรียนแพงๆ ด้วยการว่าจ้างครูอนุบาลด้วยค่าจ้างถูกๆ เทียบเท่าผักปลา ทั้งนี้ ตาม “Philosophy” (ปรัชญา) “ซื้อถูก→ขายแพง→กำไรงาม” โดยครูเหล่านี้ไม่จำต้องมีคุณวุฒิเหมาะสม เพราะนักเรียนก็คือผักปลาดีๆนั่นเอง หากครูมีปากเหม็นก็ไม่จ้าง เพราะไม่มีใครอยากพูดกับคนปากเหม็นอยู่แล้ว แต่ต้องการจ้างครูมีหน้าตาดี ส่วนจิตใจครูจะน่าเกลียดหฤโหดต่อหนูน้อยวัยหัดเรียนอย่างไร ก็ช่วยไม่ได้ เพราะไม่ต้องการขัดแย้งกับ “หลักปรัชญาอันหอมหวลด้วยเงินทอง” ของตน เมื่อเด็กอนุบาลถูกครูทำทารุณกรรมในระดับสาหัสสากรรจ์ตามที่ผู้ปกครองไปแจ้งความไว้กับตำรวจ หนูน้อยเหล่านี้ย่อมต้องได้รับรู้กับ “ความรู้สึกตกใจสุดขีด” ผสมกับ “อารมณ์หวาดกลัวรุนแรง” ซึ่งจะก่อให้เกิด “ความทรงจำ” ที่เกิดคู่กับ “อารมณ์” เป็น “ความชอกช้ำใจ” นำไปฝันร้าย จนยากต่อการลบเลือนไปตลอดชีวิต ต่อให้มีนักจิตวิทยามาใช้ฝีปากวิเศษอย่างไร จิตใจอ่อนวัยที่ถูกทาบด้วย “แท่งเหล็กเผาไฟร้อนแรง” ย่อมจะมี “รอยแผลเป็น” อยู่ในใจไปตลอดชีวิต บางคนอาจกลัวครู กลัวห้องน้ำ กลัวห้องเรียน ฯลฯ ไปอีกหลายปี โดยอาจเก็บกดความกลัวไว้ในจิตใต้สำนึก แต่ก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่ ทั้งที่นึกไม่ออกว่ากลัวด้วยเรื่องใด ในสหรัฐ กรณีละเมิดเด็กเช่นนี้ ผู้บริหารรร.และครูมีสิทธิ์โดนคดีความทั้งทางอาญาและแพ่ง มีสิทธิ์ถูกจำคุกและปรับเป็นเงินมหาศาล อีกทั้งอาจถูกยึดใบอนุญาตสั่งปิดรร.ไปเลย ส่วนในไทย ใครจะกล้าทำอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือเกรงกลัวคนมีเงินทองแค่ไหนเพียงใด ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป อย่าลืมว่า องค์การกองทุนเด็กระหว่างประเทศ (UNICEF) มีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของเยาวชน ประกอบด้วยบทบัญญัติ 54 ข้อ คุ้มครองสิทธิเยาวชนอายุน้อยกว่า18ปี ภายใต้หลักการที่ว่า “เยาวชนทุกคนมีสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองจากการถูกล่วงละเมิดและเอารัดเอาเปรียบ” ไทยเป็นคู่สัญญาอยู่ด้วย ทำไมเราถึงได้ปล่อยปละละเลยเยาวชนของเราได้ถึงขนาดนี้? ไม่ขายหน้าชนชาติอื่นบ้างเลยหรือ? กระทรวงศึกษาธิการพึงออกมาทำหน้าที่อย่างจริงจัง ห้ามมิให้ครูทุกชั้นเรียนทั่วไทยทำทารุณกรรมต่อเด็กอย่างในสมัยหินโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะต้องจัดการอย่างสาสมกับครูบ้าคลั่งที่ใช้ไม้บรรทัดแข็งทุบตีสามเณรในห้องเรียนด้วยเหตุเล็กน้อย ซึ่งน่าจะแก้ไขได้ด้วยเทคนิคการสอนที่มีผลดี มิใช่โยนบาปความชุ่ยของตัวครูเองไปทำโทษสามเณรให้เป็นแพะรับบาป เพื่ออำพรางความไร้คุณภาพของตัวครูเอง เด็กนักเรียนไทยนี่น่าสงสารสุดๆ เคยโดนโกงค่าอาหารกลางวันมาแล้ว ทุพโภชนาในยามอ่อนวัยย่อมมีผลร้ายถาวรต่อการพัฒนาทางร่างกายกับจิตใจของเด็ก ซึ่งกำลังเจริญเติบโตอยู่ เมื่อขาดธาตุอาหารมานานพอ สมองเด็กจะไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร นับเป็นการฆ่าเด็กทางอ้อมที่รุนแรงยิ่ง ทั้งหมดนี้ คือปัญหาร้ายแรงที่เกิดจากการวิวัฒนาการของสังคมจากวิถีบริโภคนิยม สู่ “นรกบนดิน” ที่น่าเป็นห่วง คือ เรากำลังอยู่กับกองทุกข์มหึมาที่เกิดจากเรื่องเงินมีไม่พอใช้จ่ายอยู่เป็นประจำ แข่งรวยแล้วแพ้คนอื่นอยู่เรื่อย ตลอดจนการใช้ชีวิตที่ข้นแค้นต่ำกว่าศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ คนจำนวนมากจึงมีแผลชอกช้ำทางใจ ส่งผลให้มีภาวะจิตคุ้มดีคุ้มร้าย ในขณะเดียวกัน อาวุธปืนก็มีอยู่เกลื่อนกลาด จนเกิดการสาดกระสุนใส่กันจริงๆ แบบที่เห็นกันในภาพยนตร์ เมืองเทวดาเรากำลังกลายเป็น “เมืองมิคสัญญี” ไปแล้วหรือเนี่ย? นอกจากนี้ กองทุกข์ดังกล่าวยัง “แตกเป็นฝี” ที่กลุ่มวัยรุ่น คือ เมื่อเกิดสบตามองหน้ากันขึ้นมา ในขณะที่แผลหัวใจของทั้งสองฝ่ายถูกขยำด้วยเกลือ ต่างก็จะระเบิดความรุนแรงออกมา เพื่อปลดปล่อยทุกข์ที่ตนกดเก็บไว้ตลอดเวลา มิน่าเล่า วัยรุ่นจึงหมั่นยกทัพทำร้ายเข่นฆ่ากันเป็นประจำมานาน ผู้คนมักมีปัญหาตีรันฟันแทงกันด้วยเรื่องเล็กน้อยกันบ่อยๆ และผู้ขับขี่ยานพาหนะก็มักอยู่ในภาวะสติแตก เมาแล้วขับ ใครขับปาดหน้าตนก็จะถูกตามไปยิง ชนคนชนรถแล้วหลบหนี ไม่กลัวกฎหมายจราจร ฯลฯ อุบัติเหตุถึงตายจึงเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ สาเหตุส่วนใหญ่มิได้เกิดจากความเค้น/เครียด แต่จากความชอกช้ำใจที่สะสมฝังอยู่ข้างใน ซึ่งมักระเบิดออกมาเป็นความโกรธขึ้งถมึงตึงสุดขีด แบบเป็นตายเท่ากัน เมื่อถูกท้าทายเข้าอย่างจริงจัง ความรุนแรงที่เกิดกับวัยรุ่นน่าจะป้องกันแก้ไขได้ด้วยการจัดให้มี “ศูนย์ชุมชนระดับเขต” เพื่อส่งเสริมให้เด็กทุกวัยมีโอกาสเรียนรู้ฝึกฝนแสดงพลังความสามารถของตนออกมา ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์หรือศิลป์ อีกทั้งมีศูนย์สารสนเทศทันสมัย ห้องเสวนาวิชาการ เวทีแสดงกิจกรรม ห้องเล่นกีฬาในร่ม สระว่ายน้ำ สนามฟุตบอลล์ ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อวัยรุ่นจะได้มีสถานที่สำหรับใช้เวลาเสริมสร้างตนเอง แทนการออกไปแสดงความผาดโผนบนท้องถนนด้วยการแข่งซิ่งมอเตอร์ไซค์ท้ายมบาล หรือยกพวกเข่นฆ่าทำร้ายกันจนทุพพลภาพถาวรหรือตายฟรี สงสารผู้ปกครองที่ได้อุตส่าห์เลี้ยงดูบุตรหลานจนโต เพื่อหวังพึ่งใบบุญเมื่อยามสูงวัย เมื่อ “เด็กวันนี้” จำนวนมากเติบโตมากับสังคมที่จมอยู่กับกองทุกข์มหึมาดังกล่าว “ผู้ใหญ่ในวันหน้า” จะมีคุณภาพมากพอที่จะช่วยเสริมสร้างชาติบ้านเมืองต่อไปได้อย่างไร? ไทยจะยังมีอนาคตที่แข่งขันกับชาติอื่นได้อีกหรือ? ถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องหันมาพัฒนาสังคมก่อนเศรษฐกิจที่มีแต่ทำลายสังคมมาตลอด? เราควรยุบสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อตั้งสภาพัฒนาการสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ ได้หรือยัง? ทำไมเราจึงไม่กล้าพัฒนาสังคมทั่วทั้งประเทศอย่างจริงจัง ให้รู้จักและปฏิบัติตาม “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของในหลวงร.9 ของเรา? เรายังกลัวคนร่ำรวยอยู่หรือจึงต้องเอาใจด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจมาตลอด?
ม็อบเลื่อยขาเก้าอี้ลุงตู่ โดย ธนรัตน์ ยงวานิชจิต ทุกวันนี้ เรามักนึกคิดกันอยู่ว่า เรากำลังมี “ประชาธิปไตย” ที่ยึดมั่นใน “ผลประโยชน์ของประชาชน” มากกว่า “ผลประโยชน์ของนักการเมือง” ทว่า เราหารู้ไม่ว่า จริงๆแล้ว เรากำลังได้รับการก่อกวนจาก “ธนาธิปไตยการเมือง” หรือ “ธุรกิจการเมือง” โดย “นักธุรกิจการเมือง” ที่ยึดมั่นใน “ผลประโยชน์แห่งตน” มากกว่า “ผลประโยชน์ของประชาชน” ขณะนี้ นักธุรกิจการเมืองกลุ่มหนึ่งได้แอบก่อตั้ง “คณะประชาชนปลดแอก” (คปอ.) เป็น “ม็อบเลื่อยขาเก้าอี้ลุงตู่” ด้วยเหตุ “บอลล์แพ้แต่คนไม่แพ้” คปอ.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไว้ว่า “เรามาในนามของประชาชน” เพื่อเรียกร้องรัฐให้หยุดคุกคามประชาชน เห็นได้ว่า คปอ.ได้อุปโลกน์ตนเป็น “ผู้แทนราษฎร(เถื่อน)” ที่ไม่ได้ผ่านการเลือกตั้งตามหลักประชาธิปไตย โดยใช้ “อำนาจเผด็จการ” ยัดเยียดตนเป็นผู้แทนฯเถื่อนของประชาชน ทั้งที่ประชาชนก็ไม่ได้เลือกตั้งตนขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ ข้อเรียกร้องจากคปอ.มี 3 ข้อ คือ รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภา ซึ่งล้วนเป็น “กับดักใหญ่” อำพราง “สถานภาพผู้แทนฯเถื่อน” ของคปอ. เมื่อคปอ.เป็นผู้แทนฯเถื่อน ข้อเรียกร้องตนก็ย่อมเถื่อนตามด้วย มิใช่หรือ? รัฐไม่มีธุระที่จะรับพิจารณาข้อเรียกร้องเถื่อนจากผู้แทนฯเถื่อนแต่อย่างใด หาไม่แล้ว จะเป็นแนวทางให้ใครๆที่เกิดไม่ชอบใจรัฐขึ้นมา ก็วางแผนก่อม็อบเรียกร้องตามอำเภอใจได้เรื่อยๆ ในเมื่อรัฐเป็นองค์กรใหญ่ที่สุดของชาติ ก็ย่อมมี “ข้อพึงปรับปรุง” นับไม่ถ้วนอยู่แล้ว ทำให้ง่ายต่อการหยิบยกขึ้นมาก่อม็อบเรียกร้องได้ ทั้งแบบลั่นกลองรบหรือด้วยคารวะธรรม นอกจากเถื่อนแล้ว มือมืดยังถือวิสาสะเข้าไป “ชักใยนักเรียนมัธยม” อายุไม่ถึง18ปี ซึ่งยังไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ให้มีส่วนร่วมม็อบการเมือง โดยปกติ เยาวชนเหล่านี้ย่อมมีจิตใจจดจ่ออยู่กับการเล่าเรียนที่อยู่ “ใกล้ตัว” และ “เร่งด่วนอันดับแรก” เพื่ออนาคตตน/ตอบแทนคุณผู้ปกครอง แต่ก็มิวายถูกมือมืดจนปัญญาหลอกลวงความบริสุทธิ์ บุกรุกเข้าไปใน “ขอบเขตส่วนตัว” และ “ชักใย” ให้ออกมายืนชูสามนิ้ว/ผูกโบว์ขาวยื่นข้อเรียกร้องทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่อง “ไกลตัว” และ “เร่งด่วนอันดับรอง” เหมาะกับวัยหลังสำเร็จการศึกษาแล้ว ข้อสำคัญ เยาวชนถูกชักใยให้เข้าไปอยู่ในม็อบที่สุ่มเสี่ยงอันตรายยิ่งได้จาก “มือที่สาม” ในการนี้ องค์การกองทุนเด็กระหว่างประเทศมีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของเยาวชน ประกอบด้วยบทบัญญัติ 54 ข้อ คุ้มครองสิทธิเยาวชนอายุน้อยกว่า18ปี ภายใต้หลักการที่ว่า “เยาวชนทุกคนมีสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองจากการถูกล่วงละเมิดและเอารัดเอาเปรียบ” โดยเฉพาะบทบัญญัติข้อ16 ระบุไว้ว่า “ (1)ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าแทรกแซงในขอบเขตส่วนตัว ครอบครัว บ้าน หรือภาวะที่สมนัยของเยาวชนโดยพลการหรือผิดกฎหมาย หรือห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการใดให้เยาวชนได้รับความเสี่อมเสียในเกียรติและชื่อเสียงโดยผิดกฎหมาย (2) เยาวชนมีสิทธิ์ได้รับการปกป้องคุ้มครองด้วยกฎหมายต่อการแทรกแซงหรือความเสื่อมเสียดังกล่าว” ดังนั้น ผู้ใดทำการ “ชักใย” นักเรียนมัธยมให้ไปยื่นข้อเรียกร้องเถื่อน ย่อมเป็นผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติข้อ16 (1) ส่วนรัฐจักต้องให้การปกป้องคุ้มครองนักเรียนฯตามข้อ16 (2) นอกจากเถื่อน/ละเมิดสิทธิ์เยาวชนแล้ว มือมืดยังได้ประดิษฐ์คำมุสา “ปลดแอกประชาชน” ขึ้นมาปลุกระดมมวลชนให้ลุกขึ้นต่อสู้กับรัฐ โดยกล่าวหาลุงตู่ว่าทำให้มีวุฒิสภาที่ไม่เหมือนชาติอื่น เพื่อริดรอนอำนาจประชาชน จริงๆแล้ว วุฒิสภาปัจจุบันป้องกันมิให้นักธุรกิจการเมืองอย่างกลุ่มมือมืดฉวยโอกาสเข้าไปโกงกินชาติอีก มิน่าเล่า คปอ.(ผู้แทนฯเถื่อน) จึงยื่นเส้นตายให้รัฐยุบวุฒิสภาภายใน 30 กันยายน 2563 มือมืด/คปอ.กำลังทำตนเป็นกบฏก่อรัฐประหารอยู่หรือเนี่ย? เราจึงต้องตื่นรู้ รู้ทัน แล้วหันมา “ปลดแอกตนเอง” ออกจากมือมืด/คปอ. ที่บังอาจใช้คำว่า “ประชาชน” ไปโฆษณาชวนเชื่อว่า “เรามาในนามของประชาชน” เพื่อหาเสียงให้กับแผนอุบาทว์ตน ในขณะที่มือมืด/คปอ.ก็หามีกฎหมายรองรับความถูกต้องในคำโฆษณาชวนเชื่อลอยๆนั้นไม่ นอกจากปลดแอกแล้ว มือมืด/คปอ.ยังใช้คำว่า “อำนาจเผด็จการ” บ่อยๆ ด้วยเป็นคำมักได้รับการตีความไปในทางที่ไม่ดีหรือชั่วร้าย โดยพยายามให้ความหมายที่ไม่ดีเชื่อมโยงไปที่ลุงตู่ ทว่า “อำนาจเผด็จการไม่จำต้องไม่ดีเสมอไป” หากนำอำนาจเผด็จการไปใช้เป็นหลักเสริมสร้างผลประโยชน์ให้กับประชาชน ดังเช่นปี 2557 เมื่อลุงตู่ออกมายึดอำนาจจากฝูงนักธุรกิจการเมืองที่กำลังโกงกินชาติกันแบบไม่ให้เสียชาติเกิด ก็ย่อมถือได้ว่าเป็น “อำนาจเผด็จการดี” ได้ ท่านพุทธทาสภิกขุ สอนไว้ว่า “ทศพิธราชธรรมคืออย่างนี้ พระราชาองค์ไหนที่ประกอบด้วยทศพิธราชธรรมอย่างนี้จะมีปัญหาอะไรอีก ที่จะไม่เรียกว่ามีวิญญาณแห่งสังคมนิยมเหลือประมาณ แล้วทำไมจะต้องเลิกระบบพระราชาระบบนี้ ถ้าพระราชาระบบนี้เผด็จการ ก็จะเป็นอย่างที่พระเจ้าอโศกเผด็จการ เผด็จการไม่ยอมให้ทำผิดทำชั่ว เผด็จการให้ทำดีก็ไปได้เร็วเท่านั้นเอง” นอกจากเผด็จการแล้ว มือมืดยังพยายามนิยาม “คนรุ่นใหม่” ในทางที่เหยียดหยาม “คนรุ่นเก่า” ซึ่งได้แก่ผู้มีอาวุโส/สูงวัย จริงๆแล้ว “เราทุกคนเป็นคนรุ่นใหม่ด้วยกันหมด” เพราะหลังจากที่ได้เข้านอนหลับพักผ่อนตอนกลางคืนแล้ว เราก็ตื่นขึ้นมาพบกับฟ้าใหม่ วันใหม่ ประสบการณ์ใหม่ ชีวิตใหม่ จนกลายเป็น “คนรุ่นใหม่” ด้วยกัน ซึ่งก็ประกอบด้วยคนมีหรือไม่ศีลธรรมคุณธรรม ส่วนคนที่ไม่ตื่นอีก(ตาย)แล้วเท่านั้นคือ “คนรุ่นเก่า” คปอ.ประกาศว่า ท่อน้ำเลี้ยงตนมาจากเงิน “คนละเล็กละน้อย” ของประชาชน ขณะนี้ เศรษฐกิจทั่วโลก/ไทยกำลังพังพินาศด้วยพิษโควิด-19 แล้วประชาชนจะไปขุดเอาเงินสดจากไหนมาส่งส่วย/ซื้อข้าวของจากคปอ.? มือมืด/คปอ.จะ “รีดเลือดปู” ไปถึงไหนกัน? ว่าแต่ว่า แกนนำคปอ.เองได้ควัก “เงินบริสุทธิ์ของตน” ออกมาให้คปอ.บ้างหรือเปล่า? โดยที่กันยายนเป็นเดือนประกาศเลื่อนยศโยกย้ายนายทหารตำรวจประจำปี ส่งผลให้มีผู้สมหวังหรือไม่สมหวังกับผลประกาศ ซึ่งอาจนำไปสู่ “ภาวะอ่อนไหว” “การแตกความสามัคคี” และอาจก่อ “ไฟสุมขอน” ที่มีสิทธิ์ลุกลามเป็น “ไฟไหม้ป่า” เมื่อถูกนำไปคลุกเคล้ากับเหตุการณ์ชุมนุมยื่นข้อเรียกร้องเถื่อนดังกล่าว เราจึงต้องไม่ตั้งอยู่ในความประมาท เพราะสงครามกลางเมืองอาจเกิดขึ้นได้ด้วยกระสุนลอบสังหารบุคคลสำคัญเพียงนัดเดียว ซึ่งอาจยิงจากมือเยาวชนอายุไม่ถึง18ปีที่ถูกมือมืด “ชักใย” ให้ร่วมม็อบ ในการนี้ อนุสัญญาคุ้มครองเยาวชนดังกล่าวมีบทบัญญัติข้อ37 (a) ห้ามมิให้ลงโทษเยาวชนอายุน้อยกว่า18ปี ด้วยการประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีช่องทางรับการปลดปล่อยภายหน้า ทั้งนี้ จากการทำผิดทางกฏหมาย ที่น่าเป็นห่วงยิ่งคือนักเรียนมัธยม/นักศึกษา/หนุ่มสาวจำนวนมากในม็อบ ยังมีอายุ/ประสบการณ์ชีวิตไม่มากพอที่จะมีวุฒิภาวะ ความรู้ที่หยั่งลึก ตลอดจนความพร้อมใช้เหตุผลคิดอ่านเยี่ยงวิญญูชน จึงสามารถตกเป็นเหยื่อมือมืด/คปอ.ได้อย่างสนิทใจ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า สมองผู้ชายจะเจริญเติบโตเต็มที่ก็เมื่ออายุ 25 ปี ส่วนผู้หญิง 21 ปี ดังนั้น เด็กวัยรุ่นจำนวนมากจึงยังต้องพึ่งพาส่วนของสมองที่ตอบสนองเป็น “อามรมณ์มากกว่าเหตุผล” ในขณะคิดอ่านตัดสินใจ ดังนั้น เด็กวัยรุ่นจึงมักเป็นปฏิปักษ์ต่อผํู้ปกครองที่ให้คำแนะนำด้วยความรัก/ห่วงใย มิน่าเล่า มือมืดจึงเลือกใช้เยาวชนวัยนี้ให้เป็น “ทหารกองหน้า” พลีชีพ “ฟรี” ให้แก่ตนได้อย่างใจอำมหิตใจที่สุด https://www.urmc.rochester.edu/encyclopedia/content.aspx?ContentTypeID=1&ContentID=3051#:~:text=The%20rational%20part%20of%20a,cortex%2C%20the%20brain's%20rational%20part. ภาพที่เป็นไปได้และน่าวิตกยิ่งได้แก่ภาพนักเรียนนักศึกษาพากันชูสามนิ้วเป็นกลุ่มใหญ่เผชิญหน้ากับกองกำลังรักษาความสงบ เนื่องจากเยาวชนวัยดังกล่าวมักมีสมองที่ยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ คือ ยังถนัดแต่จะตอบสนองต่อโลกด้วย “อารมณ์เกรงกลัวมากกว่าความมีเหตุมีผล” จึงไม่มีใครกล้าเป็น “แกะดำ” โดยพร้อมทำตามคำสั่งมือมืด/คปอ. ราวกับถูกสะกดจิตหมู่ ทันใดนั้น เหตุการณ์แสนวิปโยคที่ไม่มีใครอยากให้เกิดก็อาจเกิดขึ้น เมื่อมีเสียงระเบิดดังขึ้นในกลุ่มเยาวชนในม็อบ พร้อมกับควันไฟ กลิ่นดินระเบิด กลิ่นคาวเลือด ฯลฯ ผู้พึงเผื่อแผ่มุทิตาจิตให้มากที่สุดได้แก่ “ผู้ปกครอง” ของเยาวชนเคราะห์ร้ายเหล่านี้ ซึ่งเป็นบุตรหลานที่ท่านได้ทุ่มเทสละแรงกายแรงใจแรงทรัพย์ทั้งหมด ทำการฟูมฟักเลี้ยงดูด้วยความรักความห่วงใย แบบ “ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม” มาร่วม 20 ปี แต่กลับต้องมาสังเวยชีวิตบุตรหลานฟรีๆง่ายๆอย่างขาดสติสัมปชัญญะ(ด้วยอ่อนวัย)ให้กับกลุ่มมือมืดจิตสังหารกลุ่มนี้ น่าเสียดายที่สถาบันหนึ่งที่น่าจะเป็นผู้ให้สติปัญญาแก่มือมืด คปอ. และประชาชนได้ คือ “พระพุทธศาสนา” อนิจจา ศักยภาพเยียวยาวิญญาณจิตเราโดยสถาบันนี้กำลังอยู่ในสภาพใกล้สูญหายไปจากไทย เหลืออยู่แต่วัดวาอารามใหญ่โตหรูหราวิจิตรตระการตาสุดบรรยายไว้เป็นที่ระลึก รัฐ/ประชาชนพึงแสดงความจงรักภักดีต่อธงไตรรงค์อย่างพร้อมเพรียงหนักแน่นเด็ดขาดที่สุด โดยร่วมกันพิทักษ์ประชาธิปไตยที่ลุงตู่ได้อุตส่าห์กอบกู้สร้างสรรค์ไว้ในรูปแบบที่สอดรับกับประวัติศาสตร์การเมืองไทย ซึ่งบ่งบอกถึงนักธุรกิจการเมืองไทยได้รุมโกงกินปล้นอธิปไตยประชาชนราวกับ“หมาใน” ที่ทวีปแอฟริกา รัฐ/ประชาชนน่าจะหันมาพิจารณา “ปฏิรูปการเมืองไทย” ให้เป็น “ประชาธิปไตยที่ปราศจากพรรคการเมืองโดยสิ้นเชิง” โดยรัฐทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพในกระบวนการสรรหาคัดเลือกเลือกตั้งแต่งตั้งผู้แทนราษฎรจากประชาชนผู้มีสิทธิ์สมัครจากทั้งสี่ภาค และรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติศาสน์กษัตริย์ ทั้งนี้ เพื่อไทยจะได้วิวัฒนาการจากรากฐานของราชอาณาจักรสุโขทัยเมื่อ 783 ก่อนได้ต่อไป เราน่าจะมี “เสื้อประชาธิปไตยตัวใหม่” มานานแล้ว มิใช่หรือ?