Clicky

CITC Society CAA is a learning resource center provide training service in Climate Change Mitigation and Adaptation. “สถาบันวิทยาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGO Climate Action Academy)” หรือคำย่อว่า CAA ก่อตั้งขึ้นโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปี พ.ศ.2564 ให้เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและสารสนเทศ ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยและในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN)
CAA ได้สร้างสรรค์หลักสูตรที่เหมาะสม ครอบคลุมผู้บริหารระดับสูงของประเทศและองค์กร ภาคการเมือง ข้าราชการ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิต นักศึกษา องค์กรเอกชน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ผู้บริหาร นักธุรกิจ บุคลากรด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน หรือด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งไทยและอาเซียน เพื่อสร้างเครือข่ายผู้บริหารระดับสูง ผู้นำทางความคิดจากองค์กรต่างๆ ร่วมผลักดันแนวความคิดการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำไปด้วยกัน


TGO Climate Action Academy or CAA founded in 2021 by the Thailand Greenhouse Gas Management Organization (Public Organization) under the Ministry of Natural Resources and Environment with the objective to be the center of knowledge, capacity development, and dissemination of climate change information in Thailand and ASEAN countries.

CAA has created suitable courses covering national and corporate executives, political sector, public officers, researchers, academics, students, NGOs, local administrative organizations, executives, businessmen, climate change relatedpersonnel, natural resources and environment, energy or other aspects of both Thailand and ASEAN to create a network from various organizations to build a low-carbon society together.

เปิดเหมือนปกติ

TGO ขอเชิญชวนทุกคน "มาแสดงพลังรักโลก...พร้อมกัน" วันนี้ ในเวลา 20.30 - 21.30 น. 🕣.ด้วยการปิดไฟ 1 ชั่วโมง และถอดปลั๊กอุปก...
26/03/2022

TGO ขอเชิญชวนทุกคน "มาแสดงพลังรักโลก...พร้อมกัน" วันนี้ ในเวลา 20.30 - 21.30 น. 🕣
.
ด้วยการปิดไฟ 1 ชั่วโมง และถอดปลั๊กอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกๆ ชนิดที่ไม่ได้ใช้งาน กับกิจกรรมรณรงค์ "ปิดไฟ 1 ชั่วโมงเพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2022)” 🌎
เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า ลดการใช้พลังงาน และลดปัญหาภาวะโลกร้อน
.
กิจกรรม 60+ Earth Hour ถือเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ที่ทั่วโลกต่างใช้เพื่อกระตุ้นเตือนให้มวลมนุษยชาติตระหนักถึงหน้าที่ในการอนุรักษ์พลังงานและดูแลโลก โดยเริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่บ้านของเราเองด้วยการประหยัดไฟ เพื่อช่วยกันลดภาวะโลกร้อน ซึ่งได้มีการรณรงค์กิจกรรมนี้ต่อเนื่องกันมาหลายปี
.
โดย กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wildlife Fund : WWF) ประเทศไทย ขอชวนทุกท่านร่วมส่งพลังบอกรักโลกในงาน Earth Hour ปีนี้ ฉลองครบรอบปีที่ 15 พร้อมร่วมกิจกรรมปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกับเมืองใหญ่ทั่วโลก ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละเมือง เพื่อเป็นการรณรงค์ลดการใช้พลังงาน สร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนตลอดจนประชาชนให้มีจิตสานึกเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่จะช่วยกันแก้ไข และบรรเทาสาเหตุที่จะนำไปสู่วิกฤตการณ์อันเกิดจากภาวะโลกร้อนในอนาคต
.
มาร่วมกันเป็นหนึ่งพลังลดโลกร้อน 🌍 ด้วยการปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ 1 ชั่วโมง พร้อมกันทั่วโลก! 💡

#EarthHour #EarthHour2022
#Connect2Earth #ShapeOurFuture
#อนาคตเราสร้างได้
#WWFThailand
#TGO

อีก 1 วัน !!!"มาแสดงพลังรักโลก...พร้อมกัน".Earth Hour ปิดไฟ 1 ชั่วโมงเพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2022)🌎.กรุงเทพมหานคร...
25/03/2022

อีก 1 วัน !!!
"มาแสดงพลังรักโลก...พร้อมกัน"
.
Earth Hour ปิดไฟ 1 ชั่วโมงเพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2022)🌎
.
กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wildlife Fund : WWF) ประเทศไทย ขอชวนทุกท่านร่วมส่งพลังบอกรักโลกในงาน Earth Hour ปีนี้ ฉลองครบรอบปีที่ 15 พร้อมร่วมกิจกรรมปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกับเมืองใหญ่ทั่วโลก ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละเมือง เพื่อเป็นการรณรงค์ลดการใช้พลังงาน สร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนตลอดจนประชาชนให้มีจิตสานึกเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่จะช่วยกันแก้ไข และบรรเทาสาเหตุที่จะนำไปสู่วิกฤตการณ์อันเกิดจากภาวะโลกร้อนในอนาคต
.
เสาร์ที่ 26 มีนาคมนี้ 20.30 - 21.30 น. 🕣
มาร่วมกันเป็นหนึ่งพลังลดโลกร้อน 🌍 ด้วยการปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ 1 ชั่วโมง พร้อมกันทั่วโลก! 💡

#EarthHour #EarthHour2022
#Connect2Earth #ShapeOurFuture
#อนาคตเราสร้างได้
#WWFThailand
#TGO

นับถอยหลัง อีก 2 วัน "มาแสดงพลังรักโลก...พร้อมกัน".Earth Hour ปิดไฟ 1 ชั่วโมงเพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2022)🌎.กรุงเ...
24/03/2022

นับถอยหลัง อีก 2 วัน
"มาแสดงพลังรักโลก...พร้อมกัน"
.
Earth Hour ปิดไฟ 1 ชั่วโมงเพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2022)🌎
.
กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wildlife Fund : WWF) ประเทศไทย ขอชวนทุกท่านร่วมส่งพลังบอกรักโลกในงาน Earth Hour ปีนี้ ฉลองครบรอบปีที่ 15 พร้อมร่วมกิจกรรมปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกับเมืองใหญ่ทั่วโลก ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละเมือง เพื่อเป็นการรณรงค์ลดการใช้พลังงาน สร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนตลอดจนประชาชนให้มีจิตสานึกเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่จะช่วยกันแก้ไข และบรรเทาสาเหตุที่จะนำไปสู่วิกฤตการณ์อันเกิดจากภาวะโลกร้อนในอนาคต
.
เสาร์ที่ 26 มีนาคมนี้ 20.30 - 21.30 น. 🕣
มาร่วมกันเป็นหนึ่งพลังลดโลกร้อน 🌍 ด้วยการปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ 1 ชั่วโมง พร้อมกันทั่วโลก! 💡

#EarthHour #EarthHour2022
#Connect2Earth #ShapeOurFuture
#อนาคตเราสร้างได้
#WWFThailand
#TGO

ป่าฝนอายุ 90 ล้านปี ถูกค้นพบใต้แผ่นน้ำแข็ง 𝗔𝗻𝘁𝗮𝗿𝗰𝘁𝗶𝗰เมื่อ 90 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์ครองพื้นที่บนโลก อุณ...
24/03/2022

ป่าฝนอายุ 90 ล้านปี ถูกค้นพบใต้แผ่นน้ำแข็ง 𝗔𝗻𝘁𝗮𝗿𝗰𝘁𝗶𝗰

เมื่อ 90 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์ครองพื้นที่บนโลก อุณหภูมิของโลกในขณะนั้นอุ่นกว่าปัจจุบันมาก ซึ่งรวมถึงทวีป 𝗔𝗻𝘁𝗮𝗿𝗰𝘁𝗶𝗰𝗮 ที่บริเวณขั้วโลกใต้ และเป็นที่น่าประหลาดใจว่านักวิจัยได้ค้นพบหลักฐานของป่าฝนเขตร้อนที่มาจากยุคโบราณใต้แผ่นน้ำแข็ง โดยนักวิจัยได้สำรวจจากการเก็บตัวอย่างที่เจาะจากพื้นใต้ท้องทะเล จาก 𝗪𝗲𝘀𝘁 𝗔𝗻𝘁𝗮𝗿𝗰𝘁𝗶𝗰𝗮 ในเขต 𝗔𝗺𝘂𝗻𝗱𝘀𝗲𝗻 𝗦𝗲𝗮 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ถึง มีนาคม 2017 โดยตัวอย่างเก็บขึ้นจากบริเวณใกล้กับ 𝗣𝗶𝗻𝗲 𝗜𝘀𝗹𝗮𝗻𝗱 และ 𝗧𝗵𝘄𝗮𝗶𝘁𝗲𝘀 𝗴𝗹𝗮𝗰𝗶𝗲𝗿𝘀

ผู้วิจัยใช้เทคนิค CT scans เพื่อตรวจดูตัวอย่างดินที่เก็บขึ้นมา พบว่าเป็นผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ของป่า ซึ่งสามารถตรวจพบ เกษรของพืชดอก สปอร์ของเห็ดรา และร่องรอยของระบบรากของพืช ซึ่งอยู่ในสภาพที่ถูกเก็บรักษาไว้ได้อย่างดีจนถึงขั้นที่สามารถบ่งชี้โครงสร้างของเซลล์ โดยตัวอย่างดินนี้ยังสามารถพบเกษรของพืชดอกในยุคแรก โดยโครงสร้างดินจากยุค 90 ล้านปีก่อนมีลักษณะเป็น fine-grained clay และ silt

𝗝𝗼𝗵𝗮𝗻𝗻 𝗞𝗹𝗮𝗴𝗲𝘀 นักธรณีวิทยาผู้วิจัยในโครงการนี้ แห่ง 𝘁𝗵𝗲 𝗔𝗹𝗳𝗿𝗲𝗱 𝗪𝗲𝗴𝗲𝗻𝗲𝗿 𝗜𝗻𝘀𝘁𝗶𝘁𝘂𝘁𝗲 ได้กล่าวถึงการค้นพบนี้ว่า “𝘋𝘶𝘳𝘪𝘯𝘨 𝘵𝘩𝘦 𝘪𝘯𝘪𝘵𝘪𝘢𝘭 𝘴𝘩𝘪𝘱𝘣𝘰𝘢𝘳𝘥 𝘢𝘴𝘴𝘦𝘴𝘴𝘮𝘦𝘯𝘵𝘴, 𝘵𝘩𝘦 𝘶𝘯𝘶𝘴𝘶𝘢𝘭 𝘤𝘰𝘭𝘰𝘶𝘳𝘢𝘵𝘪𝘰𝘯 𝘰𝘧 𝘵𝘩𝘦 𝘴𝘦𝘥𝘪𝘮𝘦𝘯𝘵 𝘭𝘢𝘺𝘦𝘳 𝘲𝘶𝘪𝘤𝘬𝘭𝘺 𝘤𝘢𝘶𝘨𝘩𝘵 𝘰𝘶𝘳 𝘢𝘵𝘵𝘦𝘯𝘵𝘪𝘰𝘯; 𝘪𝘵 𝘤𝘭𝘦𝘢𝘳𝘭𝘺 𝘥𝘪𝘧𝘧𝘦𝘳𝘦𝘥 𝘧𝘳𝘰𝘮 𝘵𝘩𝘦 𝘭𝘢𝘺𝘦𝘳𝘴 𝘢𝘣𝘰𝘷𝘦 𝘪𝘵,” “𝘞𝘦 𝘩𝘢𝘥 𝘧𝘰𝘶𝘯𝘥 𝘢 𝘭𝘢𝘺𝘦𝘳 𝘰𝘳𝘪𝘨𝘪𝘯𝘢𝘭𝘭𝘺 𝘧𝘰𝘳𝘮𝘦𝘥 𝘰𝘯 𝘭𝘢𝘯𝘥, 𝘯𝘰𝘵 𝘪𝘯 𝘵𝘩𝘦 𝘰𝘤𝘦𝘢𝘯.”

นักวิทยาศาสตร์ทราบดีว่า ในยุคไดโนเสาร์ ภูมิอากาศของโลกอุ่นกว่าในปัจจุบัน โดยในช่วงกลางของยุค Cretaceous (ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ 80 - 115 ล้านปีก่อน) เป็นช่วงเวลาที่มีภูมิอากาศอุ่นที่สุด จากช่วงเวลา 140 ล้านปีก่อน โดยอุณหภูมิที่ผิวน้ำทะเลจะสูงถึง 95F(35C) ในเขต tropical โดยระดับน้ำทะเลสูงกว่าในปัจจุบันอยู่ราว 558 ฟุต (170 เมตร) แต่ยังไม่เคยมีหลักฐานจากยุค Cretaceous จากช่วงเวลา 83 - 93 ล้านปีก่อน ที่เคยสำรวจพบได้จากเขตขั้วโลกใต้ เหมือนจากการศึกษาครั้งนี้

𝗧𝗶𝗻𝗮 𝘃𝗮𝗻 𝗱𝗲 𝗙𝗹𝗶𝗲𝗿𝗱𝘁 ผู้ร่วมวิจัย และศาสตราจารย์ แห่ง ภาควิชา 𝗗𝗲𝗽𝗮𝗿𝘁𝗺𝗲𝗻𝘁 𝗼𝗳 𝗘𝗮𝗿𝘁𝗵 𝗦𝗰𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲 𝗮𝗻𝗱 𝗘𝗻𝗴𝗶𝗻𝗲𝗲𝗿𝗶𝗻𝗴, 𝗜𝗺𝗽𝗲𝗿𝗶𝗮𝗹 𝗖𝗼𝗹𝗹𝗲𝗴𝗲 𝗟𝗼𝗻𝗱𝗼𝗻 ได้อธิบายถึงการค้นพบครั้งนี้ว่า
“𝘛𝘩𝘦 𝘱𝘳𝘦𝘴𝘦𝘳𝘷𝘢𝘵𝘪𝘰𝘯 𝘰𝘧 𝘵𝘩𝘪𝘴 90-𝘮𝘪𝘭𝘭𝘪𝘰𝘯-𝘺𝘦𝘢𝘳-𝘰𝘭𝘥 𝘧𝘰𝘳𝘦𝘴𝘵 𝘪𝘴 𝘦𝘹𝘤𝘦𝘱𝘵𝘪𝘰𝘯𝘢𝘭, 𝘣𝘶𝘵 𝘦𝘷𝘦𝘯 𝘮𝘰𝘳𝘦 𝘴𝘶𝘳𝘱𝘳𝘪𝘴𝘪𝘯𝘨 𝘪𝘴 𝘵𝘩𝘦 𝘸𝘰𝘳𝘭𝘥 𝘪𝘵 𝘳𝘦𝘷𝘦𝘢𝘭𝘴,” “𝘌𝘷𝘦𝘯 𝘥𝘶𝘳𝘪𝘯𝘨 𝘮𝘰𝘯𝘵𝘩𝘴 𝘰𝘧 𝘥𝘢𝘳𝘬𝘯𝘦𝘴𝘴, 𝘴𝘸𝘢𝘮𝘱𝘺 𝘵𝘦𝘮𝘱𝘦𝘳𝘢𝘵𝘦 𝘳𝘢𝘪𝘯𝘧𝘰𝘳𝘦𝘴𝘵𝘴 𝘸𝘦𝘳𝘦 𝘢𝘣𝘭𝘦 𝘵𝘰 𝘨𝘳𝘰𝘸 𝘤𝘭𝘰𝘴𝘦 𝘵𝘰 𝘵𝘩𝘦 𝘚𝘰𝘶𝘵𝘩 𝘗𝘰𝘭𝘦, 𝘳𝘦𝘷𝘦𝘢𝘭𝘪𝘯𝘨 𝘢𝘯 𝘦𝘷𝘦𝘯 𝘸𝘢𝘳𝘮𝘦𝘳 𝘤𝘭𝘪𝘮𝘢𝘵𝘦 𝘵𝘩𝘢𝘯 𝘸𝘦 𝘦𝘹𝘱𝘦𝘤𝘵𝘦𝘥.”

แท่งดินตัวอย่างที่เก็บขึ้นมานี้เปรียบเสมือน 𝗧𝗶𝗺𝗲 𝗖𝗮𝗽𝘀𝘂𝗹𝗲 ที่เก็บรักษาข้อมูลมากมายทางภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิเฉลี่ย ปริมาณน้ำฝน และพืชพรรณที่ขึ้นปกคลุม
ในยุคโบราณยังไม่มีแผ่นน้ำแข็ง Antarctic โดยอุณหภูมิของแม่น้ำและหนองน้ำในขณะนั้นอยู่ที่ราว 68F (20C) และในหน้าร้อนของ Antarctic อุณหภูมิโดยทั่วไปจะอยู่ที่ราว 66F (18.89C) และคาดการณ์ว่ามีปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ประมาณ 97 นิ้วต่อปี (2,463.8 มิลลิเมตร ต่อปี) ซึ่งใกล้เคียงกับระดับน้ำฝนที่ตกใน Wales ในปัจจุบันนี้ โดยคาดว่าพืชพรรณที่ขึ้นในช่วงเวลานั้นจะคล้ายกับชนิดที่พบในเกาะใต้ของประเทศ New Zealand

แต่ยังเป็นที่น่าแปลกใจว่าป่าฝนในเขต Antarctica สามารถรักษาระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมไว้ได้อย่างไร เมื่อไม่มีแสงแดดตลอดทั้งปี แม้แต่ในยุคโบราณขั้วโลกใต้ก็จะมีช่วงเวลากลางคืนยาวนานถึง 4 เดือน และนักวิจัยได้ศึกษาลึกลงไปเพื่อประเมินระดับความเข้มข้นของ CO2 ในบรรยากาศ โดยพบว่าในสมัยนั้นมีระดับความเข้มข้นของ CO2 สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้จาก climate models โดยภาวะโลกร้อนจากปรากฏการณ์เรือนกระจกในยุคนั้นจะช่วยรักษาความร้อนจากดวงอาทิตย์เอาไว้ เป็นสภาพแวดล้อมให้ป่าฝนสามารถคงอยู่ได้

𝗧𝗼𝗿𝘀𝘁𝗲𝗻 𝗕𝗶𝗰𝗸𝗲𝗿𝘁 นักธรณีวิทยาและผู้วิจัยร่วม แห่ง 𝗨𝗻𝗶𝘃𝗲𝗿𝘀𝗶𝘁𝘆 𝗼𝗳 𝗕𝗿𝗲𝗺𝗲𝗻’𝘀 𝗠𝗔𝗥𝗨𝗠 𝗿𝗲𝘀𝗲𝗮𝗿𝗰𝗵 𝗰𝗲𝗻𝘁𝗿𝗲 ได้อธิบายถึงปรากฏการณ์นี้ว่า “𝘞𝘦 𝘯𝘰𝘸 𝘬𝘯𝘰𝘸 𝘵𝘩𝘢𝘵 𝘵𝘩𝘦𝘳𝘦 𝘤𝘰𝘶𝘭𝘥 𝘦𝘢𝘴𝘪𝘭𝘺 𝘣𝘦 𝘧𝘰𝘶𝘳 𝘴𝘵𝘳𝘢𝘪𝘨𝘩𝘵 𝘮𝘰𝘯𝘵𝘩𝘴 𝘸𝘪𝘵𝘩𝘰𝘶𝘵 𝘴𝘶𝘯𝘭𝘪𝘨𝘩𝘵 𝘪𝘯 𝘵𝘩𝘦 𝘊𝘳𝘦𝘵𝘢𝘤𝘦𝘰𝘶𝘴. 𝘉𝘶𝘵 𝘣𝘦𝘤𝘢𝘶𝘴𝘦 𝘵𝘩𝘦 𝘤𝘢𝘳𝘣𝘰𝘯 𝘥𝘪𝘰𝘹𝘪𝘥𝘦 𝘤𝘰𝘯𝘤𝘦𝘯𝘵𝘳𝘢𝘵𝘪𝘰𝘯 𝘸𝘢𝘴 𝘴𝘰 𝘩𝘪𝘨𝘩, 𝘵𝘩𝘦 𝘤𝘭𝘪𝘮𝘢𝘵𝘦 𝘢𝘳𝘰𝘶𝘯𝘥 𝘵𝘩𝘦 𝘚𝘰𝘶𝘵𝘩 𝘗𝘰𝘭𝘦 𝘸𝘢𝘴 𝘯𝘦𝘷𝘦𝘳𝘵𝘩𝘦𝘭𝘦𝘴𝘴 𝘵𝘦𝘮𝘱𝘦𝘳𝘢𝘵𝘦, 𝘸𝘪𝘵𝘩𝘰𝘶𝘵 𝘪𝘤𝘦 𝘮𝘢𝘴𝘴𝘦𝘴,”

แต่นักวิทยาศาสตร์ ยังคงไม่สามารถทราบว่า เพราะเหตุใดที่ทำให้ Antarctica เย็นลงจนเกิดแผ่นน้ำแข็งปกคลุมทวีปนี้ไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องค้นหาความจริงต่อไป
ที่มา : https://bit.ly/3Jwe5zZ

23/03/2022
🔴 Live การสัมมนา “ธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน : นำ SME เติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล”

🔴 Live การสัมมนา “ธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน : นำ SME เติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล” ภายใต้โครงการประเมินและจัดระดับธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน
.
23 มีนาคม 2565 เวลา 09.30-12.00 น.
.
เพื่อเผยแพร่แนวทางการดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำเทรนด์ธุรกิจยุคใหม่ที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการปรับตัวของการดำเนินธุรกิจ SME ให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ทั้งนี้ได้นำเสนอตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การให้คะแนนในการประเมินธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน เปิดโอกาสให้องค์กรขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการประเมินและจัดระดับธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ประจำปี 2565
.
เหมาะสำหรับ องค์กรธุรกิจในประเทศไทย (SME) องค์กรขนาดกลางและขนาดเล็ก
.
📌 กำหนดการ
1. กล่าวต้อนรับ เปิดงานสัมมนา และบรรยาย เรื่อง “ความสำคัญการดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน” โดย ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ (ประธานคณะผู้เชี่ยวชาญโครงการ)
2. ชี้แจงรายละเอียด แผนการดำเนินงาน และถอดบทเรียนผลการประเมินปีที่ผ่านมา โดย คุณอโณทัย สังข์ทอง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมตลาดคาร์บอนและนวัตกรรม (TGO)
3. นำเสนอตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การให้คะแนนในการประเมินธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน โดย คุณนพรัตน์ พรหมอินทร์ ผู้จัดการงานตลาดคาร์บอน สำนักส่งเสริมตลาดคาร์บอนและนวัตกรรม (TGO)
4. ตอบข้อซักถาม และปิดการสัมมนา
.
*** หากมีข้อสงสัย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่: นางสาวพิชญา สาระรักษ์ หรือ Email : [email protected] และ นายนพรัตน์ พรหมอินทร์ Email : [email protected]
.........................................................................................
👁 รับชมพร้อมกันได้ที่
Facebook : http://bit.ly/3paiKg5

📢📢 23 มี.ค. 65 เวลา 1 ทุ่มตรง‼️สวก. เชิญรับชม เสวนาออนไลน์ ✅เรื่อง "คาร์บอนเครดิต สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ลดมลพิษอย่างยั่ง...
22/03/2022

📢📢 23 มี.ค. 65 เวลา 1 ทุ่มตรง‼️
สวก. เชิญรับชม เสวนาออนไลน์
✅เรื่อง "คาร์บอนเครดิต สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ลดมลพิษอย่างยั่งยืน" 🍃🌏
.
🎤ดำเนินรายการโดย คุณสุทธิชัย หยุ่น
💡ผู้ร่วมรายการ
1. ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
2. คุณอโณทัย สังข์ทอง
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
3. คุณนที สิทธิประศาสน์
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
.
🔎สามารถรับชมผ่าน 📌📌
🔹️Facebook Suthichai Live
🔹️Youtube Suthichai Live
🔹️FB: Agricultural Research Development Agency (ARDA)
🔔วันพุธที่ 23 มีนาคม 2565
⏰เวลา 19.00-20.00 น.

𝗛𝗲𝗮𝘁𝘄𝗮𝘃𝗲𝘀 เกิดขึ้นในบริเวณทั้งสองขั้วโลก เหมือนเป็นสัญญาณเตือนภัยของภูมิอากาศ เกิดปรากฏการณ์คลื่นความร้อน ในบริเวณ Antar...
22/03/2022

𝗛𝗲𝗮𝘁𝘄𝗮𝘃𝗲𝘀 เกิดขึ้นในบริเวณทั้งสองขั้วโลก เหมือนเป็นสัญญาณเตือนภัยของภูมิอากาศ

เกิดปรากฏการณ์คลื่นความร้อน ในบริเวณ Antarctic ด้วยอุณหภูมิสูงถึง 40C จากระดับปกติ และในเวลาเดียวกันที่ฝั่งขั้วโลกเหนือ ก็เกิดคลื่นความร้อนแตะระดับ 30C เหนือระดับปกติ เป็นเสมือนสัญญานเตือนภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำหรับการเสื่อมสลายของภูมิอากาศ

ระดับอุณหภูมิที่บริเวณ Antarctica ขึ้นสูงจากระดับปกติถึง 40C และในเวลาเดียวกันที่บริเวณขั้วโลกเหนือก็เกิดการละลายของน้ำแข็ง จากการอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นกว่าระดับปกติถึง 30C
โดยทั่วไปในช่วงเวลานี้ของปี จะเป็นช่วงเวลาที่ Antarctic จะเย็นลงหลังจากผ่านช่วงเวลาหน้าร้อน แต่สำหรับ Arctic จะค่อยๆ ออกจากช่วงฤดูหนาว จากช่วงเวลากลางวันที่นานขึ้น แต่การเกิดภาวะคลื่นความร้อนขึ้นกับขั้วโลกทั้งสองในเวลาเดียวกัน เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในบริเวณขั้วโลก แสดงให้เห็นถึงผลของภาวะโลกร้อนที่รบกวนของระบบภูมิอากาศโลก จากรายงานของ the Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) ได้เตือนถึงสัญญานของการเปลี่ยนแปลง เช่น การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ที่จะไม่สามารถย้อนคืนสภาพได้อีก แต่ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนในทั้งสองขั้วโลก เป็นสัญญานอันตรายที่จะทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายและส่งผลกระทบต่อเนื่อง เร่งให้เกิดการพังทลายของภูมิอากาศ

เมื่อน้ำแข็งขั้วโลกในเขต Arctic ละลายลงน้ำแข็งที่เคยปกคลุมท้องทะเลซึ่งมีสีขาว และสามารถสะท้อนแสงและความร้อนออกไป แต่เมื่อละลายลงทะเลที่มีสีดำจะดูดซับความร้อนเข้ามามากขึ้น ส่งผลให้เป็นการเร่งการละลายของน้ำแข็งให้เร็วยิ่งขึ้น

𝗠𝗶𝗰𝗵𝗮𝗲𝗹 𝗠𝗮𝗻𝗻 (Director of the Earth System Science Centre) แห่ง Pennsylvania State University ได้แสดงความกังวลต่อระดับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเกินกว่าระดับคาดการณ์
“𝘛𝘩𝘦 𝘸𝘢𝘳𝘮𝘪𝘯𝘨 𝘰𝘧 𝘵𝘩𝘦 𝘈𝘳𝘤𝘵𝘪𝘤 𝘢𝘯𝘥 𝘈𝘯𝘵𝘢𝘳𝘤𝘵𝘪𝘤 𝘪𝘴 𝘤𝘢𝘶𝘴𝘦 𝘧𝘰𝘳 𝘤𝘰𝘯𝘤𝘦𝘳𝘯, 𝘢𝘯𝘥 𝘵𝘩𝘦 𝘪𝘯𝘤𝘳𝘦𝘢𝘴𝘦 𝘪𝘯 𝘦𝘹𝘵𝘳𝘦𝘮𝘦 𝘸𝘦𝘢𝘵𝘩𝘦𝘳 𝘦𝘷𝘦𝘯𝘵𝘴 – 𝘰𝘧 𝘸𝘩𝘪𝘤𝘩 𝘵𝘩𝘦𝘴𝘦 𝘢𝘳𝘦 𝘢𝘯 𝘦𝘹𝘢𝘮𝘱𝘭𝘦 – 𝘪𝘴 𝘢 𝘤𝘢𝘶𝘴𝘦 𝘧𝘰𝘳 𝘤𝘰𝘯𝘤𝘦𝘳𝘯 𝘢𝘴 𝘸𝘦𝘭𝘭,” 𝘩𝘦 𝘴𝘢𝘪𝘥. “𝘛𝘩𝘦 𝘮𝘰𝘥𝘦𝘭𝘴 𝘩𝘢𝘷𝘦 𝘥𝘰𝘯𝘦 𝘢 𝘨𝘰𝘰𝘥 𝘫𝘰𝘣 𝘱𝘳𝘰𝘫𝘦𝘤𝘵𝘪𝘯𝘨 𝘵𝘩𝘦 𝘰𝘷𝘦𝘳𝘢𝘭𝘭 𝘸𝘢𝘳𝘮𝘪𝘯𝘨, 𝘣𝘶𝘵 𝘸𝘦’𝘷𝘦 𝘢𝘳𝘨𝘶𝘦𝘥 𝘵𝘩𝘢𝘵 𝘦𝘹𝘵𝘳𝘦𝘮𝘦 𝘦𝘷𝘦𝘯𝘵𝘴 𝘢𝘳𝘦 𝘦𝘹𝘤𝘦𝘦𝘥𝘪𝘯𝘨 𝘮𝘰𝘥𝘦𝘭 𝘱𝘳𝘰𝘫𝘦𝘤𝘵𝘪𝘰𝘯𝘴. 𝘛𝘩𝘦𝘴𝘦 𝘦𝘷𝘦𝘯𝘵𝘴 𝘥𝘳𝘪𝘷𝘦 𝘩𝘰𝘮𝘦 𝘵𝘩𝘦 𝘶𝘳𝘨𝘦𝘯𝘤𝘺 𝘰𝘧 𝘢𝘤𝘵𝘪𝘰𝘯.”

จากสถิติข้อมูลคลื่นความร้อนที่มีการบันทึกไว้ พบว่าบริเวณที่มีสภาพอากาศรุนแรงที่สุดคือ บริเวณ ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคด้านตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ซึ่งขึ้นสูงถึงเกือบ 50C
𝗠𝗮𝗿𝗸 𝗠𝗮𝘀𝗹𝗶𝗻 ศาสตราจารย์ด้าน Earth System Science แห่ง University College London ได้แสดงความกังวลต่อเรื่องนี้ว่า “𝘐 𝘢𝘯𝘥 𝘤𝘰𝘭𝘭𝘦𝘢𝘨𝘶𝘦𝘴 𝘸𝘦𝘳𝘦 𝘴𝘩𝘰𝘤𝘬𝘦𝘥 𝘣𝘺 𝘵𝘩𝘦 𝘯𝘶𝘮𝘣𝘦𝘳 𝘢𝘯𝘥 𝘴𝘦𝘷𝘦𝘳𝘪𝘵𝘺 𝘰𝘧 𝘵𝘩𝘦 𝘦𝘹𝘵𝘳𝘦𝘮𝘦 𝘸𝘦𝘢𝘵𝘩𝘦𝘳 𝘦𝘷𝘦𝘯𝘵𝘴 𝘪𝘯 2021 – 𝘸𝘩𝘪𝘤𝘩 𝘸𝘦𝘳𝘦 𝘶𝘯𝘦𝘹𝘱𝘦𝘤𝘵𝘦𝘥 𝘢𝘵 𝘢 𝘸𝘢𝘳𝘮𝘪𝘯𝘨 𝘰𝘧 1.2𝘊. 𝘕𝘰𝘸 𝘸𝘦 𝘩𝘢𝘷𝘦 𝘳𝘦𝘤𝘰𝘳𝘥 𝘵𝘦𝘮𝘱𝘦𝘳𝘢𝘵𝘶𝘳𝘦𝘴 𝘪𝘯 𝘵𝘩𝘦 𝘈𝘳𝘤𝘵𝘪𝘤 𝘸𝘩𝘪𝘤𝘩, 𝘧𝘰𝘳 𝘮𝘦, 𝘴𝘩𝘰𝘸 𝘸𝘦 𝘩𝘢𝘷𝘦 𝘦𝘯𝘵𝘦𝘳𝘦𝘥 𝘢 𝘯𝘦𝘸 𝘦𝘹𝘵𝘳𝘦𝘮𝘦 𝘱𝘩𝘢𝘴𝘦 𝘰𝘧 𝘤𝘭𝘪𝘮𝘢𝘵𝘦 𝘤𝘩𝘢𝘯𝘨𝘦 𝘮𝘶𝘤𝘩 𝘦𝘢𝘳𝘭𝘪𝘦𝘳 𝘵𝘩𝘢𝘯 𝘸𝘦 𝘩𝘢𝘥 𝘦𝘹𝘱𝘦𝘤𝘵𝘦𝘥.”

นอกจากนี้สำนักข่าว AP ได้รายงานว่า สถานีตรวจอากาศแห่งหนึ่งใน Antarctica ได้รายงานสถิติอุณหภูมิที่สูงที่สุดตั้งแต่มีการบันทึกมา ที่ 15C ในขณะที่ผลการตรวจวัดจากสถานีอื่นตลอดแนวชายฝั่งซึ่งโดยปกติจะต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ว่ามีระดับอุณหภูมิสูงถึง 7C เหนือจุดเยือกแข็ง

𝗝𝗮𝗺𝗲𝘀 𝗛𝗮𝗻𝘀𝗲𝗻 อดีต NASA chief scientist ได้อธิบายและแสดงความกังวลต่อถึงปรากฏการณ์นี้ว่า “𝘛𝘩𝘦 𝘢𝘷𝘦𝘳𝘢𝘨𝘦 𝘴𝘦𝘢 𝘪𝘤𝘦 𝘵𝘩𝘪𝘤𝘬𝘯𝘦𝘴𝘴 𝘩𝘢𝘴 𝘣𝘦𝘦𝘯 𝘥𝘦𝘤𝘭𝘪𝘯𝘪𝘯𝘨, 𝘴𝘰 𝘪𝘵’𝘴 𝘳𝘪𝘱𝘦 𝘧𝘰𝘳 𝘭𝘢𝘳𝘨𝘦 𝘴𝘦𝘢 𝘪𝘤𝘦 𝘭𝘰𝘴𝘴,” “𝘛𝘩𝘦 𝘦𝘧𝘧𝘦𝘤𝘵 𝘰𝘧 𝘳𝘦𝘥𝘶𝘤𝘦𝘥 𝘴𝘦𝘢 𝘪𝘤𝘦 𝘤𝘰𝘷𝘦𝘳 𝘪𝘴 𝘵𝘰 𝘢𝘮𝘱𝘭𝘪𝘧𝘺 𝘌𝘢𝘳𝘵𝘩’𝘴 𝘦𝘯𝘦𝘳𝘨𝘺 𝘪𝘮𝘣𝘢𝘭𝘢𝘯𝘤𝘦 𝘵𝘩𝘢𝘵’𝘴 𝘤𝘢𝘶𝘴𝘦𝘥 𝘣𝘺 𝘪𝘯𝘤𝘳𝘦𝘢𝘴𝘪𝘯𝘨 𝘨𝘳𝘦𝘦𝘯𝘩𝘰𝘶𝘴𝘦 𝘨𝘢𝘴𝘦𝘴 (𝘎𝘏𝘎𝘴).” “𝘙𝘦𝘥𝘶𝘤𝘦𝘥 𝘴𝘦𝘢 𝘪𝘤𝘦 𝘤𝘰𝘷𝘦𝘳 𝘪𝘯𝘤𝘳𝘦𝘢𝘴𝘦𝘴 𝘵𝘩𝘦 𝘱𝘭𝘢𝘯𝘦𝘵𝘢𝘳𝘺 𝘦𝘯𝘦𝘳𝘨𝘺 𝘪𝘮𝘣𝘢𝘭𝘢𝘯𝘤𝘦, 𝘢𝘴 𝘢 𝘥𝘢𝘳𝘬 𝘰𝘤𝘦𝘢𝘯 𝘳𝘦𝘧𝘭𝘦𝘤𝘵𝘴 𝘭𝘦𝘴𝘴 𝘴𝘶𝘯𝘭𝘪𝘨𝘩𝘵 𝘵𝘩𝘢𝘯 𝘴𝘦𝘢 𝘪𝘤𝘦 𝘥𝘰𝘦𝘴.”

ที่มา : https://bit.ly/3qotfQ1

ที่อยู่

120 Ratthaprasasanabhakti Building, 9th Fl. The Government Complex Commemorating His Majesty, Chaeng Wattana Road, Laksi Bangkok 10210
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6621419852

เว็บไซต์

https://caacademy.tgo.or.th/

ผลิตภัณฑ์

ให้บริการฝึกอบรมสำหรับการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CITC Societyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CITC Society:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

TGO ขอเชิญชวนทุกคน "มาแสดงพลังรักโลก...พร้อมกัน" วันนี้ ในเวลา 20.30 - 21.30 น. 🕣 . ด้วยการปิดไฟ 1 ชั่วโมง และถอดปลั๊กอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกๆ ชนิดที่ไม่ได้ใช้งาน กับกิจกรรมรณรงค์ "ปิดไฟ 1 ชั่วโมงเพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2022)” 🌎 เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า ลดการใช้พลังงาน และลดปัญหาภาวะโลกร้อน . กิจกรรม 60+ Earth Hour ถือเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ที่ทั่วโลกต่างใช้เพื่อกระตุ้นเตือนให้มวลมนุษยชาติตระหนักถึงหน้าที่ในการอนุรักษ์พลังงานและดูแลโลก โดยเริ่มต้นได้ง่ายๆ ที่บ้านของเราเองด้วยการประหยัดไฟ เพื่อช่วยกันลดภาวะโลกร้อน ซึ่งได้มีการรณรงค์กิจกรรมนี้ต่อเนื่องกันมาหลายปี . โดย กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wildlife Fund : WWF) ประเทศไทย ขอชวนทุกท่านร่วมส่งพลังบอกรักโลกในงาน Earth Hour ปีนี้ ฉลองครบรอบปีที่ 15 พร้อมร่วมกิจกรรมปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกับเมืองใหญ่ทั่วโลก ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละเมือง เพื่อเป็นการรณรงค์ลดการใช้พลังงาน สร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนตลอดจนประชาชนให้มีจิตสานึกเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่จะช่วยกันแก้ไข และบรรเทาสาเหตุที่จะนำไปสู่วิกฤตการณ์อันเกิดจากภาวะโลกร้อนในอนาคต . มาร่วมกันเป็นหนึ่งพลังลดโลกร้อน 🌍 ด้วยการปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ 1 ชั่วโมง พร้อมกันทั่วโลก! 💡 #EarthHour #EarthHour2022 #Connect2Earth #ShapeOurFuture #อนาคตเราสร้างได้ #WWFThailand #TGO
อีก 1 วัน !!! "มาแสดงพลังรักโลก...พร้อมกัน" . Earth Hour ปิดไฟ 1 ชั่วโมงเพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2022)🌎 . กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wildlife Fund : WWF) ประเทศไทย ขอชวนทุกท่านร่วมส่งพลังบอกรักโลกในงาน Earth Hour ปีนี้ ฉลองครบรอบปีที่ 15 พร้อมร่วมกิจกรรมปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกับเมืองใหญ่ทั่วโลก ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละเมือง เพื่อเป็นการรณรงค์ลดการใช้พลังงาน สร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนตลอดจนประชาชนให้มีจิตสานึกเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่จะช่วยกันแก้ไข และบรรเทาสาเหตุที่จะนำไปสู่วิกฤตการณ์อันเกิดจากภาวะโลกร้อนในอนาคต . เสาร์ที่ 26 มีนาคมนี้ 20.30 - 21.30 น. 🕣 มาร่วมกันเป็นหนึ่งพลังลดโลกร้อน 🌍 ด้วยการปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ 1 ชั่วโมง พร้อมกันทั่วโลก! 💡 #EarthHour #EarthHour2022 #Connect2Earth #ShapeOurFuture #อนาคตเราสร้างได้ #WWFThailand #TGO
นับถอยหลัง อีก 2 วัน "มาแสดงพลังรักโลก...พร้อมกัน" . Earth Hour ปิดไฟ 1 ชั่วโมงเพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2022)🌎 . กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wildlife Fund : WWF) ประเทศไทย ขอชวนทุกท่านร่วมส่งพลังบอกรักโลกในงาน Earth Hour ปีนี้ ฉลองครบรอบปีที่ 15 พร้อมร่วมกิจกรรมปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกับเมืองใหญ่ทั่วโลก ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละเมือง เพื่อเป็นการรณรงค์ลดการใช้พลังงาน สร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนตลอดจนประชาชนให้มีจิตสานึกเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่จะช่วยกันแก้ไข และบรรเทาสาเหตุที่จะนำไปสู่วิกฤตการณ์อันเกิดจากภาวะโลกร้อนในอนาคต . เสาร์ที่ 26 มีนาคมนี้ 20.30 - 21.30 น. 🕣 มาร่วมกันเป็นหนึ่งพลังลดโลกร้อน 🌍 ด้วยการปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ 1 ชั่วโมง พร้อมกันทั่วโลก! 💡 #EarthHour #EarthHour2022 #Connect2Earth #ShapeOurFuture #อนาคตเราสร้างได้ #WWFThailand #TGO
ป่าฝนอายุ 90 ล้านปี ถูกค้นพบใต้แผ่นน้ำแข็ง 𝗔𝗻𝘁𝗮𝗿𝗰𝘁𝗶𝗰 เมื่อ 90 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์ครองพื้นที่บนโลก อุณหภูมิของโลกในขณะนั้นอุ่นกว่าปัจจุบันมาก ซึ่งรวมถึงทวีป 𝗔𝗻𝘁𝗮𝗿𝗰𝘁𝗶𝗰𝗮 ที่บริเวณขั้วโลกใต้ และเป็นที่น่าประหลาดใจว่านักวิจัยได้ค้นพบหลักฐานของป่าฝนเขตร้อนที่มาจากยุคโบราณใต้แผ่นน้ำแข็ง โดยนักวิจัยได้สำรวจจากการเก็บตัวอย่างที่เจาะจากพื้นใต้ท้องทะเล จาก 𝗪𝗲𝘀𝘁 𝗔𝗻𝘁𝗮𝗿𝗰𝘁𝗶𝗰𝗮 ในเขต 𝗔𝗺𝘂𝗻𝗱𝘀𝗲𝗻 𝗦𝗲𝗮 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ถึง มีนาคม 2017 โดยตัวอย่างเก็บขึ้นจากบริเวณใกล้กับ 𝗣𝗶𝗻𝗲 𝗜𝘀𝗹𝗮𝗻𝗱 และ 𝗧𝗵𝘄𝗮𝗶𝘁𝗲𝘀 𝗴𝗹𝗮𝗰𝗶𝗲𝗿𝘀 ผู้วิจัยใช้เทคนิค CT scans เพื่อตรวจดูตัวอย่างดินที่เก็บขึ้นมา พบว่าเป็นผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ของป่า ซึ่งสามารถตรวจพบ เกษรของพืชดอก สปอร์ของเห็ดรา และร่องรอยของระบบรากของพืช ซึ่งอยู่ในสภาพที่ถูกเก็บรักษาไว้ได้อย่างดีจนถึงขั้นที่สามารถบ่งชี้โครงสร้างของเซลล์ โดยตัวอย่างดินนี้ยังสามารถพบเกษรของพืชดอกในยุคแรก โดยโครงสร้างดินจากยุค 90 ล้านปีก่อนมีลักษณะเป็น fine-grained clay และ silt 𝗝𝗼𝗵𝗮𝗻𝗻 𝗞𝗹𝗮𝗴𝗲𝘀 นักธรณีวิทยาผู้วิจัยในโครงการนี้ แห่ง 𝘁𝗵𝗲 𝗔𝗹𝗳𝗿𝗲𝗱 𝗪𝗲𝗴𝗲𝗻𝗲𝗿 𝗜𝗻𝘀𝘁𝗶𝘁𝘂𝘁𝗲 ได้กล่าวถึงการค้นพบนี้ว่า “𝘋𝘶𝘳𝘪𝘯𝘨 𝘵𝘩𝘦 𝘪𝘯𝘪𝘵𝘪𝘢𝘭 𝘴𝘩𝘪𝘱𝘣𝘰𝘢𝘳𝘥 𝘢𝘴𝘴𝘦𝘴𝘴𝘮𝘦𝘯𝘵𝘴, 𝘵𝘩𝘦 𝘶𝘯𝘶𝘴𝘶𝘢𝘭 𝘤𝘰𝘭𝘰𝘶𝘳𝘢𝘵𝘪𝘰𝘯 𝘰𝘧 𝘵𝘩𝘦 𝘴𝘦𝘥𝘪𝘮𝘦𝘯𝘵 𝘭𝘢𝘺𝘦𝘳 𝘲𝘶𝘪𝘤𝘬𝘭𝘺 𝘤𝘢𝘶𝘨𝘩𝘵 𝘰𝘶𝘳 𝘢𝘵𝘵𝘦𝘯𝘵𝘪𝘰𝘯; 𝘪𝘵 𝘤𝘭𝘦𝘢𝘳𝘭𝘺 𝘥𝘪𝘧𝘧𝘦𝘳𝘦𝘥 𝘧𝘳𝘰𝘮 𝘵𝘩𝘦 𝘭𝘢𝘺𝘦𝘳𝘴 𝘢𝘣𝘰𝘷𝘦 𝘪𝘵,” “𝘞𝘦 𝘩𝘢𝘥 𝘧𝘰𝘶𝘯𝘥 𝘢 𝘭𝘢𝘺𝘦𝘳 𝘰𝘳𝘪𝘨𝘪𝘯𝘢𝘭𝘭𝘺 𝘧𝘰𝘳𝘮𝘦𝘥 𝘰𝘯 𝘭𝘢𝘯𝘥, 𝘯𝘰𝘵 𝘪𝘯 𝘵𝘩𝘦 𝘰𝘤𝘦𝘢𝘯.” นักวิทยาศาสตร์ทราบดีว่า ในยุคไดโนเสาร์ ภูมิอากาศของโลกอุ่นกว่าในปัจจุบัน โดยในช่วงกลางของยุค Cretaceous (ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ 80 - 115 ล้านปีก่อน) เป็นช่วงเวลาที่มีภูมิอากาศอุ่นที่สุด จากช่วงเวลา 140 ล้านปีก่อน โดยอุณหภูมิที่ผิวน้ำทะเลจะสูงถึง 95F(35C) ในเขต tropical โดยระดับน้ำทะเลสูงกว่าในปัจจุบันอยู่ราว 558 ฟุต (170 เมตร) แต่ยังไม่เคยมีหลักฐานจากยุค Cretaceous จากช่วงเวลา 83 - 93 ล้านปีก่อน ที่เคยสำรวจพบได้จากเขตขั้วโลกใต้ เหมือนจากการศึกษาครั้งนี้ 𝗧𝗶𝗻𝗮 𝘃𝗮𝗻 𝗱𝗲 𝗙𝗹𝗶𝗲𝗿𝗱𝘁 ผู้ร่วมวิจัย และศาสตราจารย์ แห่ง ภาควิชา 𝗗𝗲𝗽𝗮𝗿𝘁𝗺𝗲𝗻𝘁 𝗼𝗳 𝗘𝗮𝗿𝘁𝗵 𝗦𝗰𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲 𝗮𝗻𝗱 𝗘𝗻𝗴𝗶𝗻𝗲𝗲𝗿𝗶𝗻𝗴, 𝗜𝗺𝗽𝗲𝗿𝗶𝗮𝗹 𝗖𝗼𝗹𝗹𝗲𝗴𝗲 𝗟𝗼𝗻𝗱𝗼𝗻 ได้อธิบายถึงการค้นพบครั้งนี้ว่า “𝘛𝘩𝘦 𝘱𝘳𝘦𝘴𝘦𝘳𝘷𝘢𝘵𝘪𝘰𝘯 𝘰𝘧 𝘵𝘩𝘪𝘴 90-𝘮𝘪𝘭𝘭𝘪𝘰𝘯-𝘺𝘦𝘢𝘳-𝘰𝘭𝘥 𝘧𝘰𝘳𝘦𝘴𝘵 𝘪𝘴 𝘦𝘹𝘤𝘦𝘱𝘵𝘪𝘰𝘯𝘢𝘭, 𝘣𝘶𝘵 𝘦𝘷𝘦𝘯 𝘮𝘰𝘳𝘦 𝘴𝘶𝘳𝘱𝘳𝘪𝘴𝘪𝘯𝘨 𝘪𝘴 𝘵𝘩𝘦 𝘸𝘰𝘳𝘭𝘥 𝘪𝘵 𝘳𝘦𝘷𝘦𝘢𝘭𝘴,” “𝘌𝘷𝘦𝘯 𝘥𝘶𝘳𝘪𝘯𝘨 𝘮𝘰𝘯𝘵𝘩𝘴 𝘰𝘧 𝘥𝘢𝘳𝘬𝘯𝘦𝘴𝘴, 𝘴𝘸𝘢𝘮𝘱𝘺 𝘵𝘦𝘮𝘱𝘦𝘳𝘢𝘵𝘦 𝘳𝘢𝘪𝘯𝘧𝘰𝘳𝘦𝘴𝘵𝘴 𝘸𝘦𝘳𝘦 𝘢𝘣𝘭𝘦 𝘵𝘰 𝘨𝘳𝘰𝘸 𝘤𝘭𝘰𝘴𝘦 𝘵𝘰 𝘵𝘩𝘦 𝘚𝘰𝘶𝘵𝘩 𝘗𝘰𝘭𝘦, 𝘳𝘦𝘷𝘦𝘢𝘭𝘪𝘯𝘨 𝘢𝘯 𝘦𝘷𝘦𝘯 𝘸𝘢𝘳𝘮𝘦𝘳 𝘤𝘭𝘪𝘮𝘢𝘵𝘦 𝘵𝘩𝘢𝘯 𝘸𝘦 𝘦𝘹𝘱𝘦𝘤𝘵𝘦𝘥.” แท่งดินตัวอย่างที่เก็บขึ้นมานี้เปรียบเสมือน 𝗧𝗶𝗺𝗲 𝗖𝗮𝗽𝘀𝘂𝗹𝗲 ที่เก็บรักษาข้อมูลมากมายทางภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิเฉลี่ย ปริมาณน้ำฝน และพืชพรรณที่ขึ้นปกคลุม ในยุคโบราณยังไม่มีแผ่นน้ำแข็ง Antarctic โดยอุณหภูมิของแม่น้ำและหนองน้ำในขณะนั้นอยู่ที่ราว 68F (20C) และในหน้าร้อนของ Antarctic อุณหภูมิโดยทั่วไปจะอยู่ที่ราว 66F (18.89C) และคาดการณ์ว่ามีปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ประมาณ 97 นิ้วต่อปี (2,463.8 มิลลิเมตร ต่อปี) ซึ่งใกล้เคียงกับระดับน้ำฝนที่ตกใน Wales ในปัจจุบันนี้ โดยคาดว่าพืชพรรณที่ขึ้นในช่วงเวลานั้นจะคล้ายกับชนิดที่พบในเกาะใต้ของประเทศ New Zealand แต่ยังเป็นที่น่าแปลกใจว่าป่าฝนในเขต Antarctica สามารถรักษาระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมไว้ได้อย่างไร เมื่อไม่มีแสงแดดตลอดทั้งปี แม้แต่ในยุคโบราณขั้วโลกใต้ก็จะมีช่วงเวลากลางคืนยาวนานถึง 4 เดือน และนักวิจัยได้ศึกษาลึกลงไปเพื่อประเมินระดับความเข้มข้นของ CO2 ในบรรยากาศ โดยพบว่าในสมัยนั้นมีระดับความเข้มข้นของ CO2 สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้จาก climate models โดยภาวะโลกร้อนจากปรากฏการณ์เรือนกระจกในยุคนั้นจะช่วยรักษาความร้อนจากดวงอาทิตย์เอาไว้ เป็นสภาพแวดล้อมให้ป่าฝนสามารถคงอยู่ได้ 𝗧𝗼𝗿𝘀𝘁𝗲𝗻 𝗕𝗶𝗰𝗸𝗲𝗿𝘁 นักธรณีวิทยาและผู้วิจัยร่วม แห่ง 𝗨𝗻𝗶𝘃𝗲𝗿𝘀𝗶𝘁𝘆 𝗼𝗳 𝗕𝗿𝗲𝗺𝗲𝗻’𝘀 𝗠𝗔𝗥𝗨𝗠 𝗿𝗲𝘀𝗲𝗮𝗿𝗰𝗵 𝗰𝗲𝗻𝘁𝗿𝗲 ได้อธิบายถึงปรากฏการณ์นี้ว่า “𝘞𝘦 𝘯𝘰𝘸 𝘬𝘯𝘰𝘸 𝘵𝘩𝘢𝘵 𝘵𝘩𝘦𝘳𝘦 𝘤𝘰𝘶𝘭𝘥 𝘦𝘢𝘴𝘪𝘭𝘺 𝘣𝘦 𝘧𝘰𝘶𝘳 𝘴𝘵𝘳𝘢𝘪𝘨𝘩𝘵 𝘮𝘰𝘯𝘵𝘩𝘴 𝘸𝘪𝘵𝘩𝘰𝘶𝘵 𝘴𝘶𝘯𝘭𝘪𝘨𝘩𝘵 𝘪𝘯 𝘵𝘩𝘦 𝘊𝘳𝘦𝘵𝘢𝘤𝘦𝘰𝘶𝘴. 𝘉𝘶𝘵 𝘣𝘦𝘤𝘢𝘶𝘴𝘦 𝘵𝘩𝘦 𝘤𝘢𝘳𝘣𝘰𝘯 𝘥𝘪𝘰𝘹𝘪𝘥𝘦 𝘤𝘰𝘯𝘤𝘦𝘯𝘵𝘳𝘢𝘵𝘪𝘰𝘯 𝘸𝘢𝘴 𝘴𝘰 𝘩𝘪𝘨𝘩, 𝘵𝘩𝘦 𝘤𝘭𝘪𝘮𝘢𝘵𝘦 𝘢𝘳𝘰𝘶𝘯𝘥 𝘵𝘩𝘦 𝘚𝘰𝘶𝘵𝘩 𝘗𝘰𝘭𝘦 𝘸𝘢𝘴 𝘯𝘦𝘷𝘦𝘳𝘵𝘩𝘦𝘭𝘦𝘴𝘴 𝘵𝘦𝘮𝘱𝘦𝘳𝘢𝘵𝘦, 𝘸𝘪𝘵𝘩𝘰𝘶𝘵 𝘪𝘤𝘦 𝘮𝘢𝘴𝘴𝘦𝘴,” แต่นักวิทยาศาสตร์ ยังคงไม่สามารถทราบว่า เพราะเหตุใดที่ทำให้ Antarctica เย็นลงจนเกิดแผ่นน้ำแข็งปกคลุมทวีปนี้ไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องค้นหาความจริงต่อไป ที่มา : https://bit.ly/3Jwe5zZ
🔴 Live การสัมมนา “ธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน : นำ SME เติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล” ภายใต้โครงการประเมินและจัดระดับธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน . 23 มีนาคม 2565 เวลา 09.30-12.00 น. . เพื่อเผยแพร่แนวทางการดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำเทรนด์ธุรกิจยุคใหม่ที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการปรับตัวของการดำเนินธุรกิจ SME ให้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ทั้งนี้ได้นำเสนอตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การให้คะแนนในการประเมินธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน เปิดโอกาสให้องค์กรขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการประเมินและจัดระดับธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน ประจำปี 2565 . เหมาะสำหรับ องค์กรธุรกิจในประเทศไทย (SME) องค์กรขนาดกลางและขนาดเล็ก . 📌 กำหนดการ 1. กล่าวต้อนรับ เปิดงานสัมมนา และบรรยาย เรื่อง “ความสำคัญการดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน” โดย ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ (ประธานคณะผู้เชี่ยวชาญโครงการ) 2. ชี้แจงรายละเอียด แผนการดำเนินงาน และถอดบทเรียนผลการประเมินปีที่ผ่านมา โดย คุณอโณทัย สังข์ทอง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมตลาดคาร์บอนและนวัตกรรม (TGO) 3. นำเสนอตัวชี้วัดและหลักเกณฑ์การให้คะแนนในการประเมินธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน โดย คุณนพรัตน์ พรหมอินทร์ ผู้จัดการงานตลาดคาร์บอน สำนักส่งเสริมตลาดคาร์บอนและนวัตกรรม (TGO) 4. ตอบข้อซักถาม และปิดการสัมมนา . *** หากมีข้อสงสัย ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่: นางสาวพิชญา สาระรักษ์ หรือ Email : [email protected] และ นายนพรัตน์ พรหมอินทร์ Email : [email protected] ......................................................................................... 👁 รับชมพร้อมกันได้ที่ Facebook : http://bit.ly/3paiKg5
📢📢 23 มี.ค. 65 เวลา 1 ทุ่มตรง‼️ สวก. เชิญรับชม เสวนาออนไลน์ ✅เรื่อง "คาร์บอนเครดิต สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ลดมลพิษอย่างยั่งยืน" 🍃🌏 . 🎤ดำเนินรายการโดย คุณสุทธิชัย หยุ่น 💡ผู้ร่วมรายการ 1. ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) 2. คุณอโณทัย สังข์ทอง องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 3. คุณนที สิทธิประศาสน์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย . 🔎สามารถรับชมผ่าน 📌📌 🔹️Facebook Suthichai Live 🔹️Youtube Suthichai Live 🔹️FB: Agricultural Research Development Agency (ARDA) 🔔วันพุธที่ 23 มีนาคม 2565 ⏰เวลา 19.00-20.00 น.
𝗛𝗲𝗮𝘁𝘄𝗮𝘃𝗲𝘀 เกิดขึ้นในบริเวณทั้งสองขั้วโลก เหมือนเป็นสัญญาณเตือนภัยของภูมิอากาศ เกิดปรากฏการณ์คลื่นความร้อน ในบริเวณ Antarctic ด้วยอุณหภูมิสูงถึง 40C จากระดับปกติ และในเวลาเดียวกันที่ฝั่งขั้วโลกเหนือ ก็เกิดคลื่นความร้อนแตะระดับ 30C เหนือระดับปกติ เป็นเสมือนสัญญานเตือนภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำหรับการเสื่อมสลายของภูมิอากาศ ระดับอุณหภูมิที่บริเวณ Antarctica ขึ้นสูงจากระดับปกติถึง 40C และในเวลาเดียวกันที่บริเวณขั้วโลกเหนือก็เกิดการละลายของน้ำแข็ง จากการอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นกว่าระดับปกติถึง 30C โดยทั่วไปในช่วงเวลานี้ของปี จะเป็นช่วงเวลาที่ Antarctic จะเย็นลงหลังจากผ่านช่วงเวลาหน้าร้อน แต่สำหรับ Arctic จะค่อยๆ ออกจากช่วงฤดูหนาว จากช่วงเวลากลางวันที่นานขึ้น แต่การเกิดภาวะคลื่นความร้อนขึ้นกับขั้วโลกทั้งสองในเวลาเดียวกัน เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในบริเวณขั้วโลก แสดงให้เห็นถึงผลของภาวะโลกร้อนที่รบกวนของระบบภูมิอากาศโลก จากรายงานของ the Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) ได้เตือนถึงสัญญานของการเปลี่ยนแปลง เช่น การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ที่จะไม่สามารถย้อนคืนสภาพได้อีก แต่ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนในทั้งสองขั้วโลก เป็นสัญญานอันตรายที่จะทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายและส่งผลกระทบต่อเนื่อง เร่งให้เกิดการพังทลายของภูมิอากาศ เมื่อน้ำแข็งขั้วโลกในเขต Arctic ละลายลงน้ำแข็งที่เคยปกคลุมท้องทะเลซึ่งมีสีขาว และสามารถสะท้อนแสงและความร้อนออกไป แต่เมื่อละลายลงทะเลที่มีสีดำจะดูดซับความร้อนเข้ามามากขึ้น ส่งผลให้เป็นการเร่งการละลายของน้ำแข็งให้เร็วยิ่งขึ้น 𝗠𝗶𝗰𝗵𝗮𝗲𝗹 𝗠𝗮𝗻𝗻 (Director of the Earth System Science Centre) แห่ง Pennsylvania State University ได้แสดงความกังวลต่อระดับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเกินกว่าระดับคาดการณ์ “𝘛𝘩𝘦 𝘸𝘢𝘳𝘮𝘪𝘯𝘨 𝘰𝘧 𝘵𝘩𝘦 𝘈𝘳𝘤𝘵𝘪𝘤 𝘢𝘯𝘥 𝘈𝘯𝘵𝘢𝘳𝘤𝘵𝘪𝘤 𝘪𝘴 𝘤𝘢𝘶𝘴𝘦 𝘧𝘰𝘳 𝘤𝘰𝘯𝘤𝘦𝘳𝘯, 𝘢𝘯𝘥 𝘵𝘩𝘦 𝘪𝘯𝘤𝘳𝘦𝘢𝘴𝘦 𝘪𝘯 𝘦𝘹𝘵𝘳𝘦𝘮𝘦 𝘸𝘦𝘢𝘵𝘩𝘦𝘳 𝘦𝘷𝘦𝘯𝘵𝘴 – 𝘰𝘧 𝘸𝘩𝘪𝘤𝘩 𝘵𝘩𝘦𝘴𝘦 𝘢𝘳𝘦 𝘢𝘯 𝘦𝘹𝘢𝘮𝘱𝘭𝘦 – 𝘪𝘴 𝘢 𝘤𝘢𝘶𝘴𝘦 𝘧𝘰𝘳 𝘤𝘰𝘯𝘤𝘦𝘳𝘯 𝘢𝘴 𝘸𝘦𝘭𝘭,” 𝘩𝘦 𝘴𝘢𝘪𝘥. “𝘛𝘩𝘦 𝘮𝘰𝘥𝘦𝘭𝘴 𝘩𝘢𝘷𝘦 𝘥𝘰𝘯𝘦 𝘢 𝘨𝘰𝘰𝘥 𝘫𝘰𝘣 𝘱𝘳𝘰𝘫𝘦𝘤𝘵𝘪𝘯𝘨 𝘵𝘩𝘦 𝘰𝘷𝘦𝘳𝘢𝘭𝘭 𝘸𝘢𝘳𝘮𝘪𝘯𝘨, 𝘣𝘶𝘵 𝘸𝘦’𝘷𝘦 𝘢𝘳𝘨𝘶𝘦𝘥 𝘵𝘩𝘢𝘵 𝘦𝘹𝘵𝘳𝘦𝘮𝘦 𝘦𝘷𝘦𝘯𝘵𝘴 𝘢𝘳𝘦 𝘦𝘹𝘤𝘦𝘦𝘥𝘪𝘯𝘨 𝘮𝘰𝘥𝘦𝘭 𝘱𝘳𝘰𝘫𝘦𝘤𝘵𝘪𝘰𝘯𝘴. 𝘛𝘩𝘦𝘴𝘦 𝘦𝘷𝘦𝘯𝘵𝘴 𝘥𝘳𝘪𝘷𝘦 𝘩𝘰𝘮𝘦 𝘵𝘩𝘦 𝘶𝘳𝘨𝘦𝘯𝘤𝘺 𝘰𝘧 𝘢𝘤𝘵𝘪𝘰𝘯.” จากสถิติข้อมูลคลื่นความร้อนที่มีการบันทึกไว้ พบว่าบริเวณที่มีสภาพอากาศรุนแรงที่สุดคือ บริเวณ ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคด้านตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ซึ่งขึ้นสูงถึงเกือบ 50C 𝗠𝗮𝗿𝗸 𝗠𝗮𝘀𝗹𝗶𝗻 ศาสตราจารย์ด้าน Earth System Science แห่ง University College London ได้แสดงความกังวลต่อเรื่องนี้ว่า “𝘐 𝘢𝘯𝘥 𝘤𝘰𝘭𝘭𝘦𝘢𝘨𝘶𝘦𝘴 𝘸𝘦𝘳𝘦 𝘴𝘩𝘰𝘤𝘬𝘦𝘥 𝘣𝘺 𝘵𝘩𝘦 𝘯𝘶𝘮𝘣𝘦𝘳 𝘢𝘯𝘥 𝘴𝘦𝘷𝘦𝘳𝘪𝘵𝘺 𝘰𝘧 𝘵𝘩𝘦 𝘦𝘹𝘵𝘳𝘦𝘮𝘦 𝘸𝘦𝘢𝘵𝘩𝘦𝘳 𝘦𝘷𝘦𝘯𝘵𝘴 𝘪𝘯 2021 – 𝘸𝘩𝘪𝘤𝘩 𝘸𝘦𝘳𝘦 𝘶𝘯𝘦𝘹𝘱𝘦𝘤𝘵𝘦𝘥 𝘢𝘵 𝘢 𝘸𝘢𝘳𝘮𝘪𝘯𝘨 𝘰𝘧 1.2𝘊. 𝘕𝘰𝘸 𝘸𝘦 𝘩𝘢𝘷𝘦 𝘳𝘦𝘤𝘰𝘳𝘥 𝘵𝘦𝘮𝘱𝘦𝘳𝘢𝘵𝘶𝘳𝘦𝘴 𝘪𝘯 𝘵𝘩𝘦 𝘈𝘳𝘤𝘵𝘪𝘤 𝘸𝘩𝘪𝘤𝘩, 𝘧𝘰𝘳 𝘮𝘦, 𝘴𝘩𝘰𝘸 𝘸𝘦 𝘩𝘢𝘷𝘦 𝘦𝘯𝘵𝘦𝘳𝘦𝘥 𝘢 𝘯𝘦𝘸 𝘦𝘹𝘵𝘳𝘦𝘮𝘦 𝘱𝘩𝘢𝘴𝘦 𝘰𝘧 𝘤𝘭𝘪𝘮𝘢𝘵𝘦 𝘤𝘩𝘢𝘯𝘨𝘦 𝘮𝘶𝘤𝘩 𝘦𝘢𝘳𝘭𝘪𝘦𝘳 𝘵𝘩𝘢𝘯 𝘸𝘦 𝘩𝘢𝘥 𝘦𝘹𝘱𝘦𝘤𝘵𝘦𝘥.” นอกจากนี้สำนักข่าว AP ได้รายงานว่า สถานีตรวจอากาศแห่งหนึ่งใน Antarctica ได้รายงานสถิติอุณหภูมิที่สูงที่สุดตั้งแต่มีการบันทึกมา ที่ 15C ในขณะที่ผลการตรวจวัดจากสถานีอื่นตลอดแนวชายฝั่งซึ่งโดยปกติจะต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ว่ามีระดับอุณหภูมิสูงถึง 7C เหนือจุดเยือกแข็ง 𝗝𝗮𝗺𝗲𝘀 𝗛𝗮𝗻𝘀𝗲𝗻 อดีต NASA chief scientist ได้อธิบายและแสดงความกังวลต่อถึงปรากฏการณ์นี้ว่า “𝘛𝘩𝘦 𝘢𝘷𝘦𝘳𝘢𝘨𝘦 𝘴𝘦𝘢 𝘪𝘤𝘦 𝘵𝘩𝘪𝘤𝘬𝘯𝘦𝘴𝘴 𝘩𝘢𝘴 𝘣𝘦𝘦𝘯 𝘥𝘦𝘤𝘭𝘪𝘯𝘪𝘯𝘨, 𝘴𝘰 𝘪𝘵’𝘴 𝘳𝘪𝘱𝘦 𝘧𝘰𝘳 𝘭𝘢𝘳𝘨𝘦 𝘴𝘦𝘢 𝘪𝘤𝘦 𝘭𝘰𝘴𝘴,” “𝘛𝘩𝘦 𝘦𝘧𝘧𝘦𝘤𝘵 𝘰𝘧 𝘳𝘦𝘥𝘶𝘤𝘦𝘥 𝘴𝘦𝘢 𝘪𝘤𝘦 𝘤𝘰𝘷𝘦𝘳 𝘪𝘴 𝘵𝘰 𝘢𝘮𝘱𝘭𝘪𝘧𝘺 𝘌𝘢𝘳𝘵𝘩’𝘴 𝘦𝘯𝘦𝘳𝘨𝘺 𝘪𝘮𝘣𝘢𝘭𝘢𝘯𝘤𝘦 𝘵𝘩𝘢𝘵’𝘴 𝘤𝘢𝘶𝘴𝘦𝘥 𝘣𝘺 𝘪𝘯𝘤𝘳𝘦𝘢𝘴𝘪𝘯𝘨 𝘨𝘳𝘦𝘦𝘯𝘩𝘰𝘶𝘴𝘦 𝘨𝘢𝘴𝘦𝘴 (𝘎𝘏𝘎𝘴).” “𝘙𝘦𝘥𝘶𝘤𝘦𝘥 𝘴𝘦𝘢 𝘪𝘤𝘦 𝘤𝘰𝘷𝘦𝘳 𝘪𝘯𝘤𝘳𝘦𝘢𝘴𝘦𝘴 𝘵𝘩𝘦 𝘱𝘭𝘢𝘯𝘦𝘵𝘢𝘳𝘺 𝘦𝘯𝘦𝘳𝘨𝘺 𝘪𝘮𝘣𝘢𝘭𝘢𝘯𝘤𝘦, 𝘢𝘴 𝘢 𝘥𝘢𝘳𝘬 𝘰𝘤𝘦𝘢𝘯 𝘳𝘦𝘧𝘭𝘦𝘤𝘵𝘴 𝘭𝘦𝘴𝘴 𝘴𝘶𝘯𝘭𝘪𝘨𝘩𝘵 𝘵𝘩𝘢𝘯 𝘴𝘦𝘢 𝘪𝘤𝘦 𝘥𝘰𝘦𝘴.” ที่มา : https://bit.ly/3qotfQ1