กระทรวงพลังงาน

กระทรวงพลังงาน ภารกิจหลักคือการจัดหาพัฒนาและบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวง พลังงาน เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจในการจัดหา พัฒนาและบริหารจัดการพลังงานอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

เปิดเหมือนปกติ

ผลิตไฟฟ้าจากเม็ดฝน ‘แผงโซลาร์เซลล์ไฮบริด’ปัจจุบันมีการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งสามารถใช้งานได้ดีในช่วงที่มีแสงแดด ...
07/11/2020

ผลิตไฟฟ้าจากเม็ดฝน ‘แผงโซลาร์เซลล์ไฮบริด’

ปัจจุบันมีการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งสามารถใช้งานได้ดีในช่วงที่มีแสงแดด แต่เมื่อถึงช่วงหน้าฝนแล้ว กลับกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้ผลิตไฟฟ้าได้ไม่เต็มที่

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Soochow มณฑลซินเจียง ประเทศจีน ได้นำ Triboelectric Nanogenerator หรือ TENG มาผนวกเข้ากับแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตพลังงานจากเม็ดฝนที่ตกลงมาบนแผง โดยใช้หลักการ Nanogenerator คืออุปกรณ์ที่แปลงพลังงานกล จากการเคลื่อนที่ของวัตถุ ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้านักวิจัยทีมดังกล่าว ได้พัฒนาต่อเป็นแผงโซลาร์ไฮบริด ที่มีน้ำหนักเบา โดยทดลองนำพอลิเมอร์ชนิดต่าง ๆ คั่นระหว่าง TENG และเซลล์แสงอาทิตย์บนแผง ทำให้แผงเซลล์แสงอาทิตย์สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในสภาพอากาศที่หลากหลาย แต่อาจต้องรอไปอีกอย่างน้อย 5 ปี กว่าที่อุปกรณ์ตัวต้นแบบของ แผงโซล่าร์เซลล์ แบบใหม่นี้จะถูกสร้างออกมาจำหน่ายและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

แต่ด้วยการพัฒนาที่รวดเร็วของเทคโนโลยีอาจทำให้เราได้เห็นแผงโซลาร์เซลล์ไฮบริดได้เร็วมากยิ่งขึ้น และสำหรับภาคใต้ของประเทศไทยนั้นมีที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น แม้จะมีแสงแดดมาก แต่ฝนก็ตกมากเช่นกัน TENG อาจเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับประเทศไทยได้ในอนาคต

ที่มา : TCDC (Thailand Creative & Design Center) https://bit.ly/3nenC3R

#ผลิตไฟฟ้าจากเม็ดฝน #แผงโซลาร์เซลล์ไฮบริด #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN

วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2563) กระทรวงพลังงาน จัดกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้สื่อมวลชน หัวข้อ "แนวทางการดำเนินการ แผนพัฒนากำลัง...
06/11/2020

วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2563) กระทรวงพลังงาน จัดกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้สื่อมวลชน หัวข้อ "แนวทางการดำเนินการ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561 - 2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 โดยได้รับเกียรติจาก นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายกวิน ทังสุพานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นผู้บรรยาย ณ ห้องประชุม 9 ชั้น 15 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน โดยมีสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังการบรรยายในครั้งนี้

‘กากกาแฟ’ พลังงานเชื้อเพลิงลดโลกร้อนจากความนิยมบริโภคกาแฟในปัจจุบัน ทำให้เกิดขยะจากการบริโภคเป็นจำนวนมาก ทั้งจากบรรจุภัณ...
06/11/2020

‘กากกาแฟ’ พลังงานเชื้อเพลิงลดโลกร้อน

จากความนิยมบริโภคกาแฟในปัจจุบัน ทำให้เกิดขยะจากการบริโภคเป็นจำนวนมาก ทั้งจากบรรจุภัณฑ์ประเภทใช้แล้วทิ้ง ทำให้หลายร้านเปลี่ยนมาใช้แก้วที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล แต่นั่นยังไม่เพียงพอ ปัญหาขยะจากกากกาแฟที่ถูกจัดการด้วยวิธีฝังกลบ ส่งผลต่อภาวะโลกร้อน เพราะการย่อยสลายกากกาแฟจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซมีเทนออกมาสู่บรรยากาศ

Bio-Bean สตาร์ทอัพสัญชาติอังกฤษ ได้คิดค้นและพัฒนาการเปลี่ยนกากกาแฟให้กลายเป็นเชื้อเพลิงไบโอดีเซล ซึ่งใช้กากกาแฟในปริมาณ 7,000 ตันต่อปี สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถเมล์ที่ให้บริการในลอนดอน แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ จากนั้น จึงหันมาผลิต Coffee Logs หรือ ถ่านจากกากกาแฟ โดยนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับหม้อต้มไอน้ำอุตสาหกรรม หรือการอบแห้งธัญพืช รวมถึงใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับให้ความร้อนในเตาเผาได้ด้วย ซึ่งถ่านชนิดนี้สามารถให้ความร้อนได้มากกว่าถ่านไม้ธรรมดาถึง 20% และเผาไหม้ได้นานกว่า 20% แม้การใช้ถ่านจากกากกาแฟนี้ จะยังสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขณะที่เผาอยู่ แต่เมื่อเทียบกับการกำจัดแบบเดิมแล้ว วิธีนี้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศได้ถึง 80% โดยมีข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานว่า ควรมีการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกากกาแฟด้วย เช่น การใช้เทคโนโลยีเตาเผาที่ทันสมัย

นอกจากนั้น กากกาแฟยังมีปริมาณซัลเฟอร์และไนโตรเจนสูงกว่าไม้ทั่วไป ซึ่งเมื่อเผาไหม้อาจจะปล่อยก๊าซที่เป็นอันตรายเช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ออกมาได้ แต่ Bio-Bean ได้ชี้แจงว่า เชื้อเพลิงจากกากกาแฟได้รับการรับรองจากหน่วยงานด้านพลังงานเพื่อความยั่งยืนของสหราชอาณาจักร และยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าถ่านไม้ส่วนใหญ่ และที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินการรีไซเคิลกากกาแฟรวมแล้วกว่า 20,000 ตัน

เพียงแค่หันมองรอบๆ ก็จะรู้ว่ายังมีสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีกครั้ง เพียงแค่เท่านี้ก็จะช่วยให้โลกเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ที่มา : สำนักข่าว CNN https://cnn.it/30wx096

#กากกาแฟ #พลังงานเชื้อเพลิงลดโลกร้อน #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก - องค์การมหาชน
03/11/2020

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก - องค์การมหาชน

รู้จักกับ แผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ (𝑵𝒂𝒕𝒊𝒐𝒏𝒂𝒍𝒍𝒚 𝑨𝒑𝒑𝒓𝒐𝒑𝒓𝒊𝒂𝒕𝒆 𝑴𝒊𝒕𝒊𝒈𝒂𝒕𝒊𝒐𝒏 𝑨𝒄𝒕𝒊𝒐𝒏𝒔 : 𝑵𝑨𝑴𝑨𝒔)

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้แถลงความสำเร็จการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย NAMA ได้มีคำถามเข้ามาทาง Inbox เพื่อของรายระเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการที่ประเทศไทยได้ดำเนินงานจนบรรลุผลสำเร็จ จึงขอนำเสนอความเป็นมาของเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกตามแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ

𝑵𝒂𝒕𝒊𝒐𝒏𝒂𝒍𝒍𝒚 𝑨𝒑𝒑𝒓𝒐𝒑𝒓𝒊𝒂𝒕𝒆 𝑴𝒊𝒕𝒊𝒈𝒂𝒕𝒊𝒐𝒏 𝑨𝒄𝒕𝒊𝒐𝒏𝒔 : 𝑵𝑨𝑴𝑨𝒔 หมายถึงนโยบายและการปฏิบัติของประเทศที่แสดงถึงเจตจำนงการลดก๊าซเรือนกระจก โดยคำว่า “Nationally Appropriate” แสดงถึง การปฏิบัติที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียม และสอดคล้องกับหลักการ 𝐂𝐁𝐃𝐑 (𝐜𝐨𝐦𝐦𝐨𝐧 𝐛𝐮𝐭 𝐝𝐢𝐟𝐟𝐞𝐫𝐞𝐧𝐭𝐢𝐚𝐭𝐞𝐝 𝐫𝐞𝐬𝐩𝐨𝐧𝐬𝐢𝐛𝐢𝐥𝐢𝐭𝐢𝐞𝐬) และระดับความสามารถของการดำเนินงาน โดยเน้นย้ำถึงความช่วยเหลือทางการเงินจากประเทศพัฒนาแล้วไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาเพื่อการลดก๊าซเรือนกระจก

𝐍𝐀𝐌𝐀𝐬 มีการบัญญัติขึ้นครั้งแรกใน แผนปฏิบัติการบาหลี (Bali Action Plan) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่นำทางบาหลี (Bali Road Map) ซึ่งได้รับการยอมรับจากที่ประชุมอณุสัญญาสหประชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Climate Change Conference in Bali) เมื่อ เดือนธันวาคม 2007 และได้ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ข้อตกลงCopenhagen Accord ในการประชุม United Nations Climate Change Conference in Copenhagen (COP 15) ในเดือนธันวาคม 2009

แผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ อาจเป็นการดำเนินการในภาคเศรษฐกิจอันใดอันหนึ่ง หรือเป็นการดำเนินงานบูรณาการจากหลายภาคส่วน 𝐍𝐀𝐌𝐀𝐬 อาจได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศในด้านเทคโนโลยี การเงิน และการถ่ายทอดความรู้ โดยมีมุ่งหวังให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกเมื่อเปรียบเทียบกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการดำเนินงานโดยปกติ ('business as usual') ภายในปี 2020

สำหรับการดำเนินงานตามแผนการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่
1. เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ NAMAs - https://climate.onep.go.th/th/topic/database/nc-bur-btr/gas_targets/
2. ผลการดำเนินงาน - https://climate.onep.go.th/th/topic/database/nc-bur-btr/gas_result/

Ref: https://bit.ly/37Y3yNZ

#NAMAs #mitigation #GHGreduction #NationalGoal #ReductionTarget

มติบอร์ดกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เห็นชอบ 6,500 ล้านบาทเพื่อขับเคลื่อนแผนและมาตรการ ปีงบประมาณ 2564     นายก...
03/11/2020

มติบอร์ดกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เห็นชอบ 6,500 ล้านบาท
เพื่อขับเคลื่อนแผนและมาตรการ ปีงบประมาณ 2564
นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2563 ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2564 วงเงิน 6,500 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์ ในการนำไปใช้ส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ อุดหนุนโครงการต่างๆ ที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้เงินกองทุนฯ ตามความในมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยในปีนี้ได้ให้ความสำคัญลำดับต้นกับการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสนับสนุนการสร้างงานและสร้างรายได้ รวมถึง ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนในภาคส่วนต่างๆ อาทิ กลุ่มโรงงาน อุตสาหกรรม อาคาร บ้านอยู่อาศัย เป็นต้น ตลอดจนการสร้างงานวิจัย สร้างนวัตกรรมใหม่ และการสร้างบุคลากร
ทั้งนี้ การจัดสรรเงินกองทุนฯ ในปีงบประมาณ 2564 ประกอบด้วย 2 แผน คือ แผนอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน มีกรอบวงเงินสนับสนุน จำนวน 6,305 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 7 กลุ่มงานย่อย ดังนี้
(1) กลุ่มงานตามกฎหมาย วงเงินสนับสนุน 200 ล้านบาท (2) กลุ่มงานสนับสนุนนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน วงเงินสนับสนุน 500 ล้านบาท (3) กลุ่มงานศึกษา ค้นคว้าวิจัย นวัตกรรม และสาธิตต้นแบบ วงเงินสนับสนุน 355 ล้านบาท (4) กลุ่มงานสื่อสาร และข้อมูล ข่าวสาร วงเงินสนับสนุน 200 ล้านบาท (5) กลุ่มงานพัฒนาบุคลากร วงเงินสนับสนุน 450 ล้านบาท (6) กลุ่มงานส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในกลุ่มโรงงาน อุตสาหกรรม อาคาร บ้านอยู่อาศัย ภาคขนส่ง ธุรกิจฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ และพื้นที่พิเศษ วงเงินสนับสนุน 2,200 ล้านบาท และ (7) กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก วงเงินสนับสนุน 2,400 ล้านบาท ส่วนอีกหนึ่งแผน คือ แผนบริหารจัดการ ส.กทอ. วงเงินสนับสนุน 195 ล้านบาท
สำหรับกลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก คณะกรรมการกองทุนฯ เห็นชอบแนวทางบริหารจัดการในหลักการ โดยให้คณะกรรมการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการพิจารณากลั่นกรองข้อเสนอโครงการระดับจังหวัดและจัดลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมายในระดับพื้นที่ โดยมอบหมายให้กระทรวงพลังงานหารือกับกระทรวงมหาดไทยในรายละเอียดและนำเสนอคณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณา ต่อไป ทั้งนี้ ในปีต่อไปคณะกรรมการกองทุนฯ มีมติเห็นควรให้ทบทวนแนวทางการสนับสนุนโครงการภายใต้กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก โดยให้กำหนดเงื่อนไขด้านการร่วมสมทบทุนทั้งด้านตัวเงิน (in cash) และด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวเงิน (in kind) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการส่งเสริม
โดยหลังจากนี้ กระทรวงพลังงานจะนำแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขฯ ที่คณะกรรมการกองทุนฯ มีมติเห็นชอบแล้วเสนอให้เสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมภายในเดือนพฤศจิกายน 2563 ซึ่งหลังจาก กพช. มีมติเห็นชอบก็จะเข้าสู่กระบวนการจัดสรรเงินกองทุนฯ โดยคาดว่าจะสามารถประกาศยุทธศาสตร์การจัดสรรฯ และประกาศเปิดรับข้อเสนอโครงการได้ประมาณเดือนธันวาคม 2563

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ภูเก็ต เยี่ยมชมการบริหารจัดการขยะมูลฝอยจังหวัดภูเก็ต...
02/11/2020

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ภูเก็ต เยี่ยมชมการบริหารจัดการขยะมูลฝอยจังหวัดภูเก็ตเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า หนุนการส่งเสริมผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนตามแผน AEDP 2018
วันนี้ (2 พ.ย. 63) นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจราชการ จังหวัดภูเก็ต เยี่ยมชมกระบวนการผลิตไฟฟ้าของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต ซึ่งการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของภูเก็ตในปีงบประมาณ 2563 มีขยะมูลฝอยเข้าสู่ศูนย์กำจัดขยะฯ เฉลี่ย 833 ตัน/วัน ซึ่งลดลง 13.5% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้านี้ โดยจะเป็นขยะที่คัดแยกเบื้องต้นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 3 อำเภอในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอกะทู้ และอำเภอถลาง และนำมากำจัดโดยการเผาในเตาซึ่งจะได้พลังงานความร้อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนขยะทั่วไปจะนำไปฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล
ทั้งนี้ มีโรงเตาเผาขยะมูลฝอย 2 โรง โดยโรงเตาเผาขยะมูลฝอยชุมชน 1 เป็นเตาเผาที่กรมโยธาธิการและผังเมืองถ่ายโอนให้เทศบาลนครภูเก็ตดูแล งบประมาณ 788 ล้านบาท กำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุด 2.5 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้า 144 หน่วย/ตันขยะ ปัจจุบันหยุดการดำเนินการ อยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติให้เอกชนร่วมดำเนินการ ส่วนอีกโรงเป็นเตาเผาที่บริษัท พีเจทีเทคโนโลยี เป็นผู้รับสัญญาดำเนินการตั้งแต่ปี 2555 งบประมาณ 994 ล้านบาท กำลังผลิตไฟฟ้าสูงสุด 12 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้า 350 หน่วย/ตันขยะ
“กระทรวงพลังงานจะสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานขยะ โดยกำหนดให้มีการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะถึง 400 เมกะวัตต์ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(PDP2018 rev.1) ซึ่งจะเตรียมการออกมาตรการรับซื้อไฟฟ้า Feed-in Trariff ภายในปี 2564 เพื่อให้สามารถรับซื้อได้ภายในปี 2565 ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยกระทรวงพลังงานเห็นว่านอกจากจะเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว ยังจะช่วยในเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีปัญหาเรื่องการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม”นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

ลอยกระทงปีนี้ กระทรวงพลังงาน มี 5 คำแนะนำดี ๆ ที่จะช่วยให้การลอยกระทงสามารถรักษ์สิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงานไปพร้อม ๆ ก...
31/10/2020

ลอยกระทงปีนี้ กระทรวงพลังงาน มี 5 คำแนะนำดี ๆ ที่จะช่วยให้การลอยกระทงสามารถรักษ์สิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงานไปพร้อม ๆ กัน

1. เลือกใช้กระทงแบบรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือลอยกระทงออนไลน์ ลดปริมาณขยะ
2. ไม่ปล่อยโคมลอย เพื่อความปลอดภัย
3. มาเป็นคู่ เป็นกลุ่ม เป็นครอบครัว ลอยด้วยกัน 1 กระทง
4. วางแผนการเดินทางก่อนออกจากบ้าน เดินทางกันไปเป็นกลุ่ม ใช้รถสาธารณะลดปัญหารถติดบนท้องถนน
5. ก่อนออกจากบ้านปิดสวิตซ์ไฟให้เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยและยังช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย
ถ้าทุกท่านทำได้ตามนี้ ก็จะช่วยเซฟโลก และเซฟเงินในกระเป๋าด้วยนะครับ

#วันลอยกระทง #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN

ประกาศรายชื่อผู้โชคดีรับ Power Bank ขนาด 10,000 mAh จากกระทรวงพลังงานในกิจกรรมการร่วมสนุกชวนถ่ายภาพเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ...
30/10/2020

ประกาศรายชื่อผู้โชคดีรับ Power Bank ขนาด 10,000 mAh จากกระทรวงพลังงาน

ในกิจกรรมการร่วมสนุกชวนถ่ายภาพเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แล้วโพสต์รูปถ่ายพร้อมคำบรรยาย บอกวิธีใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไร ให้ประหยัดพลังงาน

รายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัล ดังนี้

1. Suki Yaki
2. Keeta Ruduf
3. Anchalee Kriangkraivong
4. ประสิทธิ์ กิตติพร้อมพงษ์
5. Duangporn Jantraprasert

ผู้ที่ได้รับรางวัลต้องแจ้งที่อยู่สำหรับส่งของรางวัลภายในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 หากเกินระยะเวลากำหนด ถือว่าท่านสละสิทธิ์ และจะมอบให้รายชื่อสำรองลำดับต่อไป

#มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2563 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ให้เกียรติกล่าวปา...
29/10/2020

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2563 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ให้เกียรติกล่าวปาฐกถาในพิธีเปิด (Opening Keynote Address) การประชุม 2nd Global Ministerial Conference on System Integration of Renewables ภายใต้งาน Singapore International Energy Week 2020 ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม ประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (The International Energy Agency, IEA) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอนโยบายของผู้นำด้านพลังงานในระดับโลกและเป็นเวทีสำหรับภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงภาควิชาการที่จะร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ด้านพลังงานในแต่ละภูมิภาค และสถานการณ์ด้านพลังงานปัจจุบันของโลกที่สำคัญ โดยมีแนวคิดสำหรับการจัดงานประชุมคือ “Creating our low carbon energy future together” ที่มุ่งเน้นการหารือกับทุกภาคส่วนในการสนับสนุนการใช้ระบบพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยประเทศสิงคโปร์ได้แสดงวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านพลังงานในภูมิภาค โดยเฉพาะในการผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการผลักดันแผนความร่วมมือด้านพลังงานในกรอบอาเซียน อาทิ การซื้อขายไฟฟ้าพหุภาคี รวมถึง แสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนาปัจจัยแวดล้อมของอาเซียนให้เหมาะสมต่อการค้าการลงทุนด้านพลังงาน และการพัฒนาโครงการด้านพลังงานสะอาดให้เกิดขึ้นอย่างเป้นรูปธรรมต่อไป

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้รับเกียรติให้กล่าวปาฐกถาเปิดงานในประเด็นการให้ความสำคัญของพลังงานสะอาดในยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานภายหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดหาพลังงานที่มีความมั่นคง ราคาเข้าถึงได้และมีความยั่งยืน ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อตอบสนองยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานผ่านแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2018) ในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ รวมถึงนโยบาย “พลังงานเพื่อทุกคน” (Energy for All) ที่ส่งเสริมให้ภาคประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เองในภาคครัวเรือนโดยการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพและชีวมวล รวมถึงการสนับสนุนแผนการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะระดับชาติ (National Smart Grid Program) ในการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นและเชื่อถือได้ เพื่อลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าในระบบและสามารถบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพอีกด้วย นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยังได้กล่าวแสดงความขอบคุณ IEA สำหรับการสนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพอาเซียนในปีที่ผ่านมา โดยข้อเสนอแนะของ IEA จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (RE Integration to grid) โดยในช่วงท้ายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังได้กล่าวยืนยันท่าทีของประเทศไทยที่มุ่งมั่นในการพัฒนาไปสู่ยุคแห่งพลังงานสะอาดและพร้อมที่จะดำเนินกิจกรรมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศสิงคโปร์และ IEA ในอนาคตต่อไป

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
28/10/2020

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ “ในหลวง-พระราชินี” เสด็จถวายผ้าพระกฐิน วัดหนองป่าพง จ.อุบลฯ โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน ทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ -โครงการส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพบ้านสมพรรัตน์ และทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎร ]

วันที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา 15.28 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทาน หน่วยแพทย์มูลนิธิกาญจนบารมี และโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ออกให้บริการตรวจรักษาราษฎรในพื้นที่ ประกอบด้วย ตรวจโรคทั่วไป ตรวจด้วยเครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง ตรวจอัลตราซาวด์ ตรวจภาพจอประสาทตา และบริการด้านทันตกรรมด้วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน การตรวจป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด -19 ด้วยรถตรวจเชื้อชีวนิรภัย พระราชทาน

และในวันนี้มีราษฎรมารับการตรวจรักษา จำนวน 1,143 คน โรคที่พบมากได้แก่ โรคตา โรคกล้ามเนื้ออักเสบ โรคระบบทางเดินอาหาร และโรคระบบประสาท และทรงรับผู้ป่วยไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ จำนวน 10 คน ที่ป่วยด้วยโรคเนื้องอกหลอดเลือด โรคลำไส้ใหญ่ไม่มีปมประสาทแต่กำเนิด โรคลำไส้เล็กส่วนปลายตีบตัน โรคมะเร็ง และอื่น ๆ ในการนี้ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้ป่วยถึงอาการเจ็บป่วย ด้วยทรงห่วงใย พร้อมทั้งพระราชทานยาชุดพระราชทานแก่ผู้ป่วยที่ทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย

เสร็จแล้ว ทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) มาจัดแสดง จากนั้นทอดพระเนตรการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย สนองพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎร โดยการนำผลผลิตในท้องถิ่นมาแปรรูปเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง

และทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ของโครงการส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพบ้านสมพรรัตน์ อำเภอบุณฑริก และโครงการส่งเสริมศูนย์ศิลปาชีพบ้านยางน้อย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชนและจากสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพ ที่ดำเนินงานสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมศิลปาชีพให้กับราษฎรในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและใกล้เคียง

จากนั้นทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก และทรงรับของที่ราษฎรตั้งใจนำมาทูลเกล้าฯ เช่น ผ้าไหมลายพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์พื้นบ้านต่าง ๆ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิดและทรงเป็นกันเอง ซึ่งราษฎรต่างเปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” พร้อมกับโบกธงชาติไทย ธงพระปรมาภิไธย และธงพระนามาภิไธยตลอดเส้นทางที่ทรงพระดำเนินผ่าน

ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดหนองป่าพง ในวันนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กองแพทย์หลวง ร่วมกับมูลนิธิกาญจนบารมี และโรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี ให้บริการตรวจรักษาแก่ราษฎรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง โดยแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมืออันทันสมัย กับทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโรงครัวพระราชทานปรุงอาหารสุกใหม่ พระราชทานอาหารและน้ำดื่ม แก่ราษฎรที่มาเฝ้าฯรับเสด็จและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ราษฎรทุกหมู่เหล่าเป็นล้นพ้น

#ทรงพระเจริญ
#คนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

ที่อยู่

อาคาร B ชั้น 22-25 ศูนย์ Energy Complex 555/2 ถ.วิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร
Bangkok
10900

ข้อมูลทั่วไป

เพราะ “พลังงาน” เป็นรากฐานสำคัญของทุกการพัฒนา และการดำรงชีวิต กระทรวงพลังงาน ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลพลังงานทั้งหมดของประเทศ เชื่อมั่นว่าพลังงานที่ยั่งยืน จะสร้างโลกที่ยั่งยืน วันนี้เราจึงมุ่งมันพัฒนาการบริหารจัดการด้านพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน บนความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่สอดคล้องกับ แผนพัฒนาระดับท้องถิ่น แผนพัฒนาระดับประเทศ และแผนพัฒนาพลังงานที่นานาประเทศให้ความสำคัญ ผ่านการร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาพลังงานของประเทศอย่างบูรณาการ ตามวิสัยทัศน์ของกระทรวงพลังงาน ในการมุ่งบริหารพลังงานอย่างยั่งยืน ให้ประเทศชาติและประชาชนชาวไทย มีพลังงาน ...... อย่างเพียงพอ มีพลังงาน ...... อย่างทั่วถึง มีพลังงาน ...... อย่างยั่งยืน Energy is the basis of every life and development for all. Ministry of Energy, the government custodian of all energy related activities believes that sustainable energy will make a sustainable society. We make every effort to enhance energy management for the better quality of life. In addition, we align our directions with the world’s agenda as well as national, regional, and local development plans leading to the great collaboration among several agencies. As a result, we have Thailand Integrated Energy Blueprint (TIEB) as one of the strategies to achieve the vision of providing the country and Thai people with... Sufficient Energy Affordable Energy Accessible Energy Sustainable Energy

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

021407000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กระทรวงพลังงานผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กระทรวงพลังงาน:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด