กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร

กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่และความ รับผิดชอบในการกำหนดโครงการ เป้าหมาย วัตถุประสงค์และแผนงานประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับนโยบายของกรม/กระทรวง ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านศิลปวัฒนธรรมแก่สื่อมวลชนและหน่วยงาน ต่างๆ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจและกิจกรรมของหน่วยงาน จัดทำและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ เอกสารหนังสือทางวิชาการต่างๆ ของกรมศิลปากรในรูปแบบต่างๆ เช่น หนังสืออันทรงคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรม นิตยสาร เอกสาร แผ่นพับ โปสเตอร์ ฯลฯ จัดกิจกรรมเผยแพร่งานด้านศิลปวัฒนธรรม และผลิตสื่อเพื่อการเผยแพร่ในรูปแบบของรายการวิทยุ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ ดำเนินการรณรงค์ ส่งเสริมให้หน่วยงาน และประชาชนได้ร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เป็นศูนย์กลางการประสานงานเผยแพร่ข้อมูลและกิจกรรมของกรม และให้บริการการตอบข้อซักถามเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและการดำเนินการของกรม แก่หน่วยงานและบุคคลภายนอก
(473)

เปิดเหมือนปกติ

พระพิมพ์ชินปางยมกปาฏิหาริย์ สมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๐ หรือประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว สูง ๑๙ เซนติเมตร กว้าง ๘.๕ เซนติเมตร พบภ...
23/07/2021

พระพิมพ์ชินปางยมกปาฏิหาริย์ สมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๐ หรือประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว สูง ๑๙ เซนติเมตร กว้าง ๘.๕ เซนติเมตร พบภายในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
Pewter Votive Tablet Depicting the Buddha in the Gesture of “Performing a Series Miracles” Ayutthaya art, 15th century CE H: 19 cm; W: 8.5 cm Excavated from relic chamber (crypt) of the principal stupa, Wat Ratchaburana, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province The Chao Sam Phraya National Museum, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province

พระพิมพ์ชินปางยมกปาฏิหาริย์ สมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๐ หรือประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว สูง ๑๙ เซนติเมตร กว้าง ๘.๕ เซนติเมตร พบภายในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
Pewter Votive Tablet Depicting the Buddha in the Gesture of “Performing a Series Miracles” Ayutthaya art, 15th century CE H: 19 cm; W: 8.5 cm Excavated from relic chamber (crypt) of the principal stupa, Wat Ratchaburana, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province The Chao Sam Phraya National Museum, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province

23/07/2021
23/07/2021
หอสมุดแห่งชาติขอเชิญผู้สนใจสมัครทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Learn Social หลักสูตร CEFR Testbank
23/07/2021

หอสมุดแห่งชาติขอเชิญผู้สนใจสมัครทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Learn Social หลักสูตร CEFR Testbank

ปิดลงทะเบียนหลักสูตรนี้แล้ง ขอขคุณที่ให้ความสนใจลงทะเบียนกับเราค่ะ
***

หอสมุดแห่งชาติขอเชิญผู้สนใจสมัครทำแบบทดสอบภาษาอังกฤษออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Learn Social หลักสูตร CEFR Testbank ซึ่งแบบทดสอบจัดทำขึ้นตามมาตรฐาน CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับแพร่หลายในทวีปยุโรป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดสอบระดับความเชี่ยวชาญทางภาษาอังกฤษ
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลการเข้าถึงแต่ละหลักสูตรได้ที่ https://forms.gle/HgDzm921XsLjEEmbA

องค์ความรู้ : หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์เรื่อง ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ ตอน โรงพยาบาลสิชล
23/07/2021

องค์ความรู้ : หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์
เรื่อง ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ ตอน โรงพยาบาลสิชล

"เที่ยวทิพย์ปลอดภัย สุขใจเหมือนเที่ยวจริง ไม่เสียค่าบัตร ประหยัดค่าเดินทาง ไกลห่างโควิด-๑๙" เที่ยวสนุกไปกับพิพิธภัณฑสถาน...
23/07/2021
เที่ยวทิพย์ปลอดภัย สุขใจเหมือนเที่ยวจริง ไม่เสียค่าบัตร ประหยัดค่าเดินทาง ไกลห่างโควิด

"เที่ยวทิพย์ปลอดภัย สุขใจเหมือนเที่ยวจริง ไม่เสียค่าบัตร ประหยัดค่าเดินทาง ไกลห่างโควิด-๑๙"

เที่ยวสนุกไปกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ๔๐ แห่ง และโบราณวัตถุ ๓๖๐ องศา และอุทยานประวัติศาสตร์เสมือนจริง เรียนรู้มรดกโลก โบราณสถาน โบราณคดีที่สำคัญ พร้อมสืบค้น ย้อนดูอดีต ผ่านเอกสารจดหมายเหตุ ภาพเก่าอันทรงคุณค่าและเรื่องราวในอดีตที่น่าค้นหา จากนี้การอยู่บ้านก็จะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ท่านสามารถท่องห้องสมุดดิจิทัล อ่านหนังสือหายาก เอกสารโบราณ หนังสือพิมพ์เก่าและหนังสือจากสำนักพิมพ์ชั้นนำ พร้อมอ่านเพลินๆ กับคลังหนังสืออิเล็กทรอนิกค์กว่า ๘,๐๐๐ เล่มและวีดิโอมากกว่า ๕๐๐ เรื่อง อีกทั้งยังสามารถเสพศาสตร์งานศิลป์กับข้อมูลศิลปกรรม ประณีตศิลป์จากช่างชั้นครู หากยังไม่จุใจอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หรืออยากได้หนังสือที่จัดพิมพ์โดยกรมศิลปากร สามารถเข้าไปเยี่ยมชมศูนย์หนังสือกรมศิลปากร ที่จะทำให้ท่านสามารถซื้อง่าย จ่ายสะดวก ที่สำคัญยังส่งตรงหนังสือที่เลือกซื้อถึงบ้านของท่าน ปิดท้ายเพลิดเพลินกับการดูโขนละครออนไลน์ ความรู้จากครูกรมศิลป์ ผ่านช่องทาง YouTube กรมศิลปากร

"เที่ยวทิพย์ปลอดภัย สุขใจเหมือนเที่ยวจริง ไม่เสียค่าบัตร ประหยัดค่าเดินทาง ไกลห่างโควิด-19" เที่ยวสนุกไปกั.....

องค์ความรู้ : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ตอนที่ 1 สยามมกุฎราชกุมาร: สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎรา...
23/07/2021

องค์ความรู้ : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
ตอนที่ 1 สยามมกุฎราชกุมาร: สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร

องค์ความรู้ : สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยาเรื่อง ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์เขาหัวหมวก จังหวัดนครนายกแหล่งภาพเขียนส...
23/07/2021

องค์ความรู้ : สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา
เรื่อง ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์เขาหัวหมวก จังหวัดนครนายก

แหล่งภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์เขาหัวหมวก ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก พบภาพเขียนปรากฏอยู่บนก้อนหินโดดขนาดใหญ่ วางตัวตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก มีหินก้อนเล็กรูปทรงสามเหลี่ยมวางอยู่ด้านบนคล้ายกับสวมหมวกจึงเป็นที่มาของชื่อเรียก “เขาหัวหมวก”

ลักษณะภาพเขียนสีที่พบเขียนด้วยสีแดง กระจายตัวอยู่บนผนังก้อนหินใหญ่ ใช้เทคนิคการลงสีแบบโครงร่างภายนอก (outline) คือ การเขียนโครงร่างภายนอกเป็นเส้นกรอบรูปและปล่อยพื้นที่ภายในว่าง หรือตกแต่งภายในด้วยลวดลายประกอบ และแบบการลงสีแบบเงาทึบ (silhouette) คือ การวาดโครงร่างและทาสีทับภายใน จากการสำรวจสามารถแบ่งกลุ่มภาพเขียนสีออกเป็น ๓ กลุ่ม ได้แก่

๑. กลุ่มภาพบนผนังก้อนหินทิศเหนือพบภาพเขียนสีแดงกระจายตัวอยู่เป็นจำนวนมากกว่าด้านอื่น ๆภาพที่พบส่วนใหญ่เป็นภาพลายเรขาคณิต เช่น เส้นตรง เส้นหยัก (ซิกแซค) เรียงกันในแนวตั้ง สภาพซีดจางและเลือนหายบางส่วน
๒. กลุ่มภาพบนผนังก้อนหินทิศใต้ พบภาพเขียนสีแดงอยู่บริเวณที่มีร่องรอยของหินกะเทาะหลุดร่วง จำนวน ๓ ภาพ ภาพสัตว์ ๒ ภาพ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นสัตว์มีเขาและโหนกบนสันหลังคล้ายกับวัวป่า/กระทิง และภาพไม่ทราบรูปแบบที่แน่ชัด ๑ ภาพ
๓. กลุ่มภาพบนผนังก้อนหินทิศตะวันตก พบภาพเขียนสีแดง ๖ ภาพ เป็นภาพสัตว์มีเขาและโหนกบนสันหลัง วัว/กระทิง หันหน้าไปทางทิศเหนือ คล้ายกับภาพที่พบบนผนังทิศใต้ และภาพที่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัด เนื่องจากมีสภาพซีดและเลือนลาง

การพบภาพเขียนสีดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าบริเวณเขาหัวหมวก น่าจะเป็นพื้นที่สำคัญของกลุ่มคนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์และเป็นจุดสำคัญที่สามารถมองเห็นสภาพภูมิประเทศหรือภูเขาโดยรอบและพื้นที่บริเวณหุบเขาด้านล่างในมุมกว้าง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตหรือความเชื่อ เช่นการล่าสัตว์ สภาพธรรมชาติจากการศึกษาเปรียบเทียบสันนิษฐานว่า ภาพเขียนสีเขาหัวหมวกน่าจะเขียนขึ้นในช่วงสมัยสังคมกสิกรรม หรือเมื่อประมาณ ๓,๕๐๐- ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว โดยภาพที่พบส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับภาพเขียนสีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางของประเทศไทยเช่น ภาพวัวป่า/กระทิง มีการสำรวจพบที่เขาปลาร้า จังหวัดอุทัยธานี ถ้ำผาฆ้อง ๒ จังหวัดเลย ภูถ้ำมโฬหาร จังหวัดเลย ถ้ำวัว อุทยานแห่งชาติภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เขาวังกุลา จังหวัดกาญจนบุรีภาพลายเรขาคณิตหรือลายเส้น เช่น เส้นตรง เส้นหยักฟันปลา (ซิกแซก) มีการสำรวจพบที่ถ้ำช้าง เพิงหินร่อง จังหวัดอุดรธานีถ้ำแต้ม ๔ จังหวัดอุบลราชธานี ถ้ำลายมือ ๑ จังหวัดขอนแก่น เขาพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

ผู้จัดทำและเรียบเรียงข้อมูล
นางสาววิไลวรรณ อยู่ทองจุ้ย นักโบราณคดีชำนาญการ
สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา

องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเรื่อง "เกาะลอย ที่ไม่ลอย"
23/07/2021

องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
เรื่อง "เกาะลอย ที่ไม่ลอย"

หอสมุดแห่งชาติขอนำเสนอรายการ "อ่านกันวันละเล่ม" ซึ่งเป็นการสรุปสาระสำคัญของหนังสือที่น่าสนใจมาให้ทุกท่านได้อ่านกันเป็นปร...
23/07/2021

หอสมุดแห่งชาติขอนำเสนอรายการ "อ่านกันวันละเล่ม" ซึ่งเป็นการสรุปสาระสำคัญของหนังสือที่น่าสนใจมาให้ทุกท่านได้อ่านกันเป็นประจำทุกวัน

วันนี้ขอนำเสนอหนังสือเรื่อง “พระราชพิธีสิบสองเดือน” โดย นางสาวอุดมพร เข็มเฉลิม บรรณารักษ์ชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ

หอสมุดแห่งชาติขอนำเสนอรายการ "อ่านกันวันละเล่ม" ซึ่งเป็นการสรุปสาระสำคัญของหนังสือที่น่าสนใจมาให้ทุกท่านได้อ่านกันเป็นประจำทุกวัน

วันนี้ขอนำเสนอหนังสือเรื่อง “พระราชพิธีสิบสองเดือน” โดย นางสาวอุดมพร เข็มเฉลิม บรรณารักษ์ชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ

หนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือนเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าเป็นยอดของความเรียงอธิบายเมื่อ พ.ศ. 2457 หนังสือนี้รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือวชิรญาณตั้งแต่ปี พ.ศ. พ.ศ. 2431 – 2433 มีลักษณะงานเขียนเป็นร้อยแก้ว นับเป็นเอกสารสำคัญในการทำความเข้าใจประวัติความเป็นมา อธิบายการดำเนิน พระราชพิธีโดยละเอียด รวมทั้งเหตุผลของการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระราชพิธี รวมทั้งเข้าใจถึงความคิดของชนชั้นนำไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยได้เป็นอย่างดี

พระราชพิธีในเดือนสิบสอง ได้แก่ พระราชพิธีจองเปรียง เป็นการพิธียกโคมขึ้นบูชาพระเจ้าทั้งสาม คือพระอิศวร พระนารายณ์และพระพรหม นับเป็นพระราชพิธีพราหมณ์ พระราชพิธีกะติเกยา เป็นพิธีพราหมณ์แท้ เป็นพิธีตามเพลิงคอยรับพระเป็นเจ้าจะเสด็จลงมา การพระราชกุศลฉลองไตรปี การพระราชกุศลประจำปีโดยได้นิมนต์พระราชาคณะฐานานุกรม และเปรียญทั้งปวง ซึ่งได้รับพระราชทานไตรปี มาประชุมพร้อมกันและทำพิธีฉลองไตรปี พระราชพิธีลอยพระประทีป พระเจ้าแผ่นดินจึงได้เสด็จประพาสตามลำน้ำพร้อมด้วยข้าราชบริพารฝ่ายใน พระราชกุศลกาลานุกาล มีการนิมนต์พระสงฆ์ที่ฉลองไตรได้สดับปกรณ์กาลานุกาลตามรายองค์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ พระราชกุศลแจกเบี้ยหวัด ทรงทำเป็นตั๋วอุทิศเป็นสิ่งที่ควรแก่สมณบริโภค พระราชพิธีฉัตรมงคล ถึงรัชกาลที่ 4 ทรงพระราชดำริว่า วันบรมราชาภิเษกนั้นเป็นมหามงคลสมัย ควรจะมีการสมโภชพระมหาเศวตรฉัตร ให้เป็นสวัสดิมงคล แก่ราชสมบัติจึงทรงจัดการพระราชกุศล ซึ่งพระราชทานชื่อว่า "พระราชพิธีฉัตรมงคล" ขึ้น

พระราชพิธีเดือนอ้าย ได้แก่ พระราชพิธีไล่เรือ กระทำตอนน้ำลด เพื่อให้เก็บเกี่ยวให้บริบูรณ์ดี พิธีเฉวียนพระโคกินเลี้ยง การพระราชกุศลเลี้ยงขนมเบื้อง นิมนต์พระสงฆ์มาฉันขนมเบื้องในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย และเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในพระราชทานเลี้ยงขนมเบื้อง การพระราชกุศลเทศนามหาชาติ มีเทศน์มหาชาติประจำปีของแผ่นดิน ปีละ 33 กัณฑ์ และมีการกำหนดเครื่องภัณฑ์คล้ายบริขารกฐิน

พระราชพิธีในเดือนยี่ ได้แก่ พระราชพิธีบุษยาภิเษก เป็นพิธีเจริญพระชันษา มีพราหมณ์ทั้ง 8 กระทพพิธีถวายพระพร พระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวาย เป็นพิธีเปลี่ยนปีใหม่ของพราหมณ์ กระทำที่เทวสถาน เป็นการต้อนรับพระอิศวร พระนารายณ์ที่จะเสด็จมาเยี่ยมโลก และมีการโล้ชิงช้าถวาย การพระราชกุศลถวายผ้าจำพรรษา เริ่มมีในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลให้กับพระบรมอัฐิ พระอัฐิที่ประดิษฐานอยู่ในพระอาราม มีพิธีสวดมนต์เลี้ยงพระ ถวายผ้าจำนำพรรษา และปัจจัยไทยทาน

พระราชพิธีเดือนสาม ได้แก่ พิธีธานยเทาะห์เผาข้าวครั้งกรุงเก่า คือพิธีเผาข้าว ประกอบพิธีที่ทุ่งนาหลวง เป็นการทำนายเสี่ยงทายว่าการทำนาจะได้ผลหรือไม่ พิธีศิวาราตรี เป็นพิธีลอยบาปของพราหมณ์ ค้ลายกับพิธีปวารณาของพุทธ การพระราชกุศลมาฆบูชา การพระราชกุศลเลี้ยงพระตรุษจีน พวกจีนนำหมู เป็ด ไก่ มาถวาย เลี้ยงพระสงฆ์สามวัน พระบรมวงศานุวงศ์ร่วมพระราชกุศลด้วย

พระราชพิธีเดือนสี่ ได้แก่ พระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ในกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพิธีใหญ่นิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ 68 รูป โปรดเชิญให้พระบรมวงศานุวงศ์ให้มาเกศากันต์ และมีการยิงปืนใหญ่รอบพระนคร พิธีตรุษ นิมนต์พระสงฆ์ในพระนครประจำวัดที่มีพระอัฐิ สดัปกรณ์

พระราชพิธีเดือนห้า ได้แก่ พระราชพิธีศรีสัจจปานกาล หรือพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัจจากระทำการสัตย์สาบานแล้วดื่มน้ำ เป็นเครื่องแสดงความจงรักภักดี พระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน ฉลองสมโภชช้างม้าประจำพระนคร มีการแห่ช้างม้าเป็นกระบวนใหญ่ทั้งวังหลวงและวังหน้า มีการละเล่นให้ราษฎรดู พิธีทอดเชือก ดามเชือก เป็นพิธีไหว้ครูที่ต้องการฝึกหัดช้างให้ชำนาญ พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีฉลองวันขึ้นปีใหม่ของไทย พิธีก่อพระทรายและตีข้าวบิณฑ์ เป็นการทำบุญตักบาตร สวดมนต์ สรงน้ำพระ ฟังเทศน์

พระราชพิธีเดือนหก ได้แก่ พระราชพิธีพืชมงคล ทำเป็นพิธีสงฆ์ เพื่อทำขวัญพืชต่าง ๆ ที่ท้องสนามหลวง พระราชพิธีจรดพระนังคัล เป็นพิธีพราหมณ์ทำที่ทุ่งส้มป่อย มีพระยาแรกนาเป็นผู้กระทำพิธี และการวิสาขบูชา

พระราชพิธีเดือนเจ็ด ได้แก่ พระราชพิธีเคณฑะคือทิ้งช่าง เป็นพิธีเสี่ยงทายของพราหมณ์ ทำนายความเป็นไปของบ้านเมืองในปีนั้น ๆ พระราชพิธีทูลน้ำล้างพระบาท เสนาบดีผู้ใหญ่ทำพิธีชำระพระบาท แล้วทรงเสด็จลงสรงสนาน ปุโรหิตถวายมุรธาภิเษก การพระราชกุศลสลากภัต ถวายภัตตาหาร ปัจจัยไทยทานแด่พระสงฆ์โดยการให้พระสงฆ์จับสลาก และการพระราชกุศลหล่อเทียนพรรษา

พระราชพิธีเดือนแปด ได้แก่ พระราชพิธีเข้าพรรษา การพระราชกุศลฉลองเทียนพรรษา การเสด็จพระราชกุศลถวายพุ่ม

พระราชพิธีเดือนเก้า ได้แก่ พิธีตุลาภาร เป็นพิธีสะเดาะเคราะห์โดยเอาเงินชั่งหนักเท่าพระองค์พระราชทานแก่พราหมณ์ พระราชพิธีพรุณศาสตร์ คือพิธีขอฝน

พระราชพิธีเดือนสิบ ได้แก่ พระราชพิธีสารท พระราชกุศลกาลานุกาล พระราชกุศลตักบาตรน้ำผึ้ง การเฉลิมพระชนมพรรษา

พระราชพิธีเดือนสิบเอ็ด ได้แก่ การอาษยุธพิธี เป็นพิธีแข่งเรือที่กระทำในครั้งกรุงเก่า มิได้กระทำในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้มีพิธีทอดเชือก ดามเชือก แห่คเชนทรัศวสนาน สมโภชพระยาช้าง และพิธีออกพรรษาและลอยพระประทีป

หนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน เป็นวรรณกรรมที่สะท้อนให้เราเข้าใจถึงวัฒนธรรม ขนบประเพณี สภาพสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ รวมทั้งวิธีคิดของชนชั้นนำไทยโดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งในยุคสมัยนั้นได้เกิดการปฏิรูปประเทศในทุกด้านไปพร้อม ๆ กัน ช่วงที่สยามกำลังเปลี่ยนแปลงจากยุคจารีตไปสู่ยุคใหม่ อธิบายให้เห็นว่าพระราชพิธีในยุคเก่าและยุคใหม่นั้นแตกต่างกันอย่างไร

หนังสือ “พระราชพิธีสิบสองเดือน” ให้บริการที่ ห้องหนังสือหายาก อาคาร 2 ชั้น 3 และหอสมุดปิยมหาราชรฦก

รายการทางบรรณานุกรม
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชพิธีสิบสองเดือน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ไทย, 2468. 718 หน้า. (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระศพ พระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์เจ้าเจริญศรีชนมายุ ปีวอก พ.ศ. 2463

#อ่านกันวันละเล่ม #หอสมุดแห่งชาติ

ตามคำสั่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ฉบับที่ ๖๒) สั่ง ณ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เรื่อง ปิดสถานที่หรือกิจการที่มีความเสี่ยงต่อ...
23/07/2021

ตามคำสั่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ฉบับที่ ๖๒) สั่ง ณ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เรื่อง ปิดสถานที่หรือกิจการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค (ข้อ ๒๖) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา กรมศิลปากร จึงขอปิดให้บริการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ถึง วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
-------------------------------------------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ๐๓๕-๒๔๑๕๘๗ ต่อ ๑๑ หรือ
Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา กรมศิลปากร /
Facebook Fanpage : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

ตามคำสั่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ฉบับที่ ๖๒) สั่ง ณ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เรื่อง ปิดสถานที่หรือกิจการที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค (ข้อ ๒๖) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา กรมศิลปากร จึงขอปิดให้บริการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ถึง วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
-------------------------------------------------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ๐๓๕-๒๔๑๕๘๗ ต่อ ๑๑ หรือ
Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา กรมศิลปากร /
Facebook Fanpage : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

จังหวัดอุบลราชธานีร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี  จัดนิทรรศการ "มรดกล้ำค่า เมืองดอกบัว"...
23/07/2021

จังหวัดอุบลราชธานีร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี จัดนิทรรศการ "มรดกล้ำค่า เมืองดอกบัว" เนื่องในงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๔

โดยมีการจัดแสดงศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาชาวอุบลราชธานี โดยมีการจัดแสดงเป็น ๔ โซน ได้แก่ (๑) นิทรรศการ ตำนานเทียนหนึ่งเดียวในสยาม จัดแสดงประวัติความเป็นมา ความเชื่อเกี่ยวกับงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา ต้นเทียนจำลองที่ชนะการประกวดของจังหวัดอุบลราชธานี
(๒) นิทรรศการ ผ้าเมืองอุบล
(๓) นิทรรศการ ใบลานสำคัญของเมืองอุบล
(๔) นิทรรศการ ศิลปะและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอีสานเมืองอุบล
และภายในงานจะมีกิจกรรมการเสวนา การสาธิตงานศิลปะ ภูมิปัญญาพื้นถิ่น อาทิ การเสวนาเรื่องผ้าเมืองอุบล การสาธิตการแกะสลักต้นเทียน เป็นต้น

✅โดยการจัดงานในครั้งนี้จะเน้นนำเสนอ ในรูปแบบออนไลน์โดยการเผยแพร่ทางสื่อโซเซียลมีเดียต่างๆ และการเข้าชมงานมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมงานครั้งละไม่เกิน ๕๐ คน แบ่งเป็น ภายนอกอาคาร ๓๕ คน
ภายในอาคาร ๑๕ คน
✅ผู้เข้าชมงานทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาการเข้าชมงานและมีการจัดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือตามจุดต่างๆ พร้อมเว้นระยะห่างในการชมงาน โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดต่อโควิด ๑๙
อย่างเคร่งครัด

กรมศิลป์ชวนเที่ยวทิพย์ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ หน้า ๑๖ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔
23/07/2021

กรมศิลป์ชวนเที่ยวทิพย์ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ หน้า ๑๖
ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔

กรมศิลป์ชวนเที่ยวทิพย์ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ หน้า ๑๖
ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔

สัมมนาเครือข่ายจดหมายเหตุข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ หน้า ๗ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔
23/07/2021

สัมมนาเครือข่ายจดหมายเหตุ
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ หน้า ๗
ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔

สัมมนาเครือข่ายจดหมายเหตุ
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ หน้า ๗
ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔

ประกาศ!! 📢 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ปิดให้บริการชั่วคราว ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2...
23/07/2021
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม

ประกาศ!! 📢
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ปิดให้บริการชั่วคราว ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. 2564 เป็นต้นไป
........................................................................
ช่วงนี้สามารถเที่ยวออนไลน์ทาง Virtual Museum กันก่อนนะคะ ดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยจ้า แล้วเราจะกลับมาพบกันใหม่ เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น
http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/chantharakasem/index.php/en/

ซุป'ตาร์'เบิร์ด ธงไชย'ใช้ภาษาไทยดีเด่น ถ่ายทอดบทเพลงให้พลังใจนำทีมครูสลา - มนต์แคน - หนุ่ม กะลา คว้ารางวัล"เพชรในเพลง"ข่...
23/07/2021

ซุป'ตาร์'เบิร์ด ธงไชย'ใช้ภาษาไทยดีเด่น ถ่ายทอดบทเพลงให้พลังใจนำทีมครูสลา - มนต์แคน - หนุ่ม กะลา คว้ารางวัล"เพชรในเพลง"
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ หน้า ๑๘
ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔

คอลัมน์ จิปาถะวัฒนธรรมข่าวจากหนังสือพิมพ์ สยามรัฐ หน้า ๑๑ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔
23/07/2021

คอลัมน์ จิปาถะวัฒนธรรม
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ สยามรัฐ หน้า ๑๑
ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔

วัดอ่างศิลา จ.ชลบุรี อุโบสถแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ ๓ข่าวจากหนังสือพิมพ์ สยามรัฐ หน้า ๑ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔
23/07/2021

วัดอ่างศิลา จ.ชลบุรี อุโบสถแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ ๓
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ สยามรัฐ หน้า ๑
ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔

วธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ ๑๐-สมเด็จพระพันปีหลวงข่าวจากหนังสือพิมพ์ บางกอกทูเดย์ หน้า ๒๗ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎา...
23/07/2021

วธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ ๑๐-สมเด็จพระพันปีหลวง
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ บางกอกทูเดย์ หน้า ๒๗
ประจำวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ขอแจ้ง“ปิดการเข้าชมแหล่งเรียนรู้ชั่วคราว” (โบราณสถานทุกแห่ง, ศูนย์ข้อมูล  บ้านฮอลันดา...
22/07/2021

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ขอแจ้ง
“ปิดการเข้าชมแหล่งเรียนรู้ชั่วคราว” (โบราณสถานทุกแห่ง, ศูนย์ข้อมูล บ้านฮอลันดา, บ้านโปรตุเกส, ศูนย์ข้อมูลการอนุรักษ์ฯ) ระหว่างวันที่ ๒๓ กรกฎาคม – ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔
ตามมาตรการป้องกันวิกฤตโรคติดเชื้อ COVID-19

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ขอแจ้ง
“ปิดการเข้าชมแหล่งเรียนรู้ชั่วคราว” (โบราณสถานทุกแห่ง, ศูนย์ข้อมูล บ้านฮอลันดา, บ้านโปรตุเกส, ศูนย์ข้อมูลการอนุรักษ์ฯ) ระหว่างวันที่ ๒๓ กรกฎาคม – ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔
ตามมาตรการป้องกันวิกฤตโรคติดเชื้อ COVID-19

พระพิมพ์ชินปางมารวิชัยปรกโพธิ์ ๑๑ องค์ กับพระพิมพ์ชินปางมารวิชัยในซุ้มเสมา ๑ องค์ ติดประสานกันสมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒...
22/07/2021

พระพิมพ์ชินปางมารวิชัยปรกโพธิ์ ๑๑ องค์ กับพระพิมพ์ชินปางมารวิชัยในซุ้มเสมา ๑ องค์ ติดประสานกัน
สมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๐ หรือประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว สูง ๓๒.๕ เซนติเมตร กว้าง ๒๒ เซนติเมตร
พบภายในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
Pewter Votive Tablet Depicting Eleven Images of Buddha Subduing Mara under the Bodhi Tree
Attached with a Pewter Votive Tablet Depicting the Buddha Subduing Mara Beneath Arch
Ayutthaya art, 15th century CE H: 32.5 cm; W: 22 cm
Excavated from relic chamber (crypt) of the principal stupa, Wat Ratchaburana, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province
The Chao Sam Phraya National Museum, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province

พระพิมพ์ชินปางมารวิชัยปรกโพธิ์ ๑๑ องค์ กับพระพิมพ์ชินปางมารวิชัยในซุ้มเสมา ๑ องค์ ติดประสานกัน
สมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๐ หรือประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว สูง ๓๒.๕ เซนติเมตร กว้าง ๒๒ เซนติเมตร
พบภายในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
Pewter Votive Tablet Depicting Eleven Images of Buddha Subduing Mara under the Bodhi Tree
Attached with a Pewter Votive Tablet Depicting the Buddha Subduing Mara Beneath Arch
Ayutthaya art, 15th century CE H: 32.5 cm; W: 22 cm
Excavated from relic chamber (crypt) of the principal stupa, Wat Ratchaburana, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province
The Chao Sam Phraya National Museum, Phra Nakhon Si Ayutthaya Province

ที่อยู่

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร
Bangkok
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 09:00 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

022242050

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

เป็นความคิดเห็นของผมคนเดียว ผมไปถ่ายที่วัดศิริไอยสวรรค์ พระนาคปรกชัดชัด แต่บังเอิญมีกระปุกยา เมื่อเมษาไปถ่ายใหม่ กระปุกยาหายไป ทำให้คิดว่าไม่ใช่พระไภษัชยคุรุแน่นอน และผมย้อนกลับไปดูภาพเก่าตอนที่ถ่ายณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี เจอองค์หนึ่งหน้าตาเหมือนคนเขมรมากน่าจะเป็นพระไภษัชยคุรุ มากกว่า ท่านผู้รู้ผมผิดยังไง ช่วยแก้ไข ขอบคุณมาก
องค์ความรู้ เรื่อง สงกรานต์ แผ่นดินพระจอมเกล้าฯ ตอนที่ ๓ นับตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๐๕ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ออกประกาศวันมหาสงกรานต์ที่มีรายละเอียดมากขึ้น จากเดิมที่มีเนื้อความว่าด้วยวันมหาสงกรานต์ และวันสำคัญประจำปีนั้น ๆ ปรากฏว่าได้โปรดให้ประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงคำนวณด้วยพระองค์เอง และในประกาศมหาสงกรานต์ นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๐๕ เป็นต้นมา โปรดให้แจ้งกำหนดวันสำหรับพระราชพิธีต่าง ๆ ด้วย ดังความว่า “...ใน ปีจอจัตวาศกนี้ วันพุธ เดือน ๕ ขึ้น ๓ ค่ำ วันหนึ่ง วันอาทิตย์ เดือน ๑๐แรม ๑๓ ค่ำวันหนึ่ง เปนวันประชุมถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา วันพฤหัสบดี เดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำ เปนวันจะทำพระราชพิธีจรดพระนังคัล ให้ราษฎรลงมือทำนาภายหลังวันนั้น ตั้งแต่วันศุกร เดือน ๖ ขึ้น ๔ ค่ำไป ห้ามมิให้ลงมือทำนาก่อน ฤๅในวันนั้นตลอดพระราชอาณาเขตร์ พระราชพิธีจองเปรียงในปีจอจัตวาศกนี้ ยกโคมวันพุธ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ลดโคมวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๓ ค่ำ ณวันอาทิตย์ เดือนอ้าย แรมค่ำ ๑ เปนวันชีพ่อพราหมณ์จะได้ทำพระราชพิธีกฤติเกยาณพระเทวสถาน พระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน ๒ ครั้ง แลพระราชพิธีสารท แลพระราชพิธีตรียัมพวายตรีปวาย แลพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ คงทำในวันคืนแลเดือนขึ้นแรมนั้นๆ ตามเคยเหมือนอย่างทุกปี...” และมีในประกาศสงกรานต์ปีขาล อัฐศก พุทธศักราช ๒๔๐๙ ความตอนหนึ่งว่า “...ในกลางเดือน ๖ นั้นมีแต่ราชการฉัตรมงคล คือในพระบรมมหาราชวังนี้ จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตร ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท วันเสาร์เดือน ๖ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ วันอาทิตย์เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม วันจันทร์เดือน ๖ แรมค่ำหนึ่ง เปนการมงคลสำหรับพระราชวังตามปี...” พระราชพิธีที่ปรากฏในประกาศดังกล่าว บางพระราชพิธีมีมาแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ บางพระราชพิธีเพิ่งเกิดมีขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นคราวแรก อย่างเช่น พระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน หรือพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งมีที่มาอยู่ในหนังสือ พระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ในพระปิยมหาราช ความว่า “....ธรรมเนียมแต่ก่อนมีมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อเปลี่ยนปีใหม่ถึงเดือนหกพนักงานข้างหน้าข้างในบรรดาซึ่งรักษาเครื่องราชูปโภคและรักษาตำแหน่งหน้าที่มีพระทวารและประตูวังเป็นต้น ต้องทำการสมโภชเครื่องราชูปโภคและตำแหน่งซึ่งตนรักษาคราวหนึ่ง ข้างฝ่ายหน้าแต่ก่อนมาถึงมีสวดมนต์เลี้ยงพระด้วยก็มี แต่ข้างฝ่ายในนั้นมีแต่เครื่องสังเวยเครื่องประโคม แล้วร้อยดอกไม้เป็นตาข่ายอุบะมาลัยแขวนตามกำลังมากและน้อย เป็นส่วนของเจ้าพนักงานทำเอง หาได้เกี่ยวข้องเป็นการหลวงไม่ ครั้นมาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกในวันพฤหัสบดีเดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีกุนตรีศก จุลศักราช ๑๒๑๓ จึงทรงพระราชดำริว่าวันบรมราชาภิเษกนั้นเป็นมหามงคลสมัย ซึ่งประเทศทั้งปวงที่มีพระเจ้าแผ่นดินปกครองย่อมนับถือวันนั้นว่าเป็นวันนักขัตฤกษ์มงคลกาล แต่ในกรุงสยามนี้เฉยๆ อยู่มิได้มีการนักขัตฤกษ์อันใด ครั้งนี้การบรมราชาภิเษกของพระองค์เฉพาะตรงกับสมัยที่เจ้าพนักงานเคยสมโภชเครื่องสิริราชูปโภคแต่เดิมมา ควรที่จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตรให้เป็นสวัสดิมงคลแก่ราชสมบัติ จึงได้ทรงพระราชดำริจัดการพระราชกุศล ซึ่งพระราชทานชื่อว่าฉัตรมงคล...” ในปี พุทธศักราช ๒๔๐๗ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา โปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และเฉลิมฉลอง ซึ่งได้เป็นแบบอย่างในเวลาต่อมา ประกาศวันสงกรานต์ นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๐๕ มาจนสิ้นรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงมีพระบรมราโชวาทพระราชทานแก่ราษฎรว่าด้วยเรื่องของชีวิตและการปฏิบัติตน เช่นในประกาศมหาสงกรานต์ ปีขาลอัฐศก มีว่า “...เมื่อวันคืนเดือนปีล่วงไปๆ ดังนี้ อายุของมนุษย์ทั้งปวงในโลกครั้งนี้ประมาณ ๘๐ ปีแลต่ำลงมากว่านั้นก็หมดไปสิ้นไป ใกล้ต่อเวลาที่จะถึงแก่ความตายเข้าไปทุกวันๆ สั้นเข้าไปทุกเวลา ความตายไม่เลือกหน้าว่าผู้ใด เปนคนจนคนมีผู้ดีแลไพร่ชาวบ้านชาววัด ไม่ล่วงพ้นจากความตายได้เลย ก็แลสัตว์ทั้งปวงมนุษย์ทั้งปวงย่อมรักชีวิตหมดด้วยกัน กลัวตายไม่อยากตายเปนธรรมดา ถึงกระนั้นก็ไม่ล่วงความตายไปได้ตามปราถนา ชีวิตของมนุษย์ทั้งปวงของสัตว์ทั้งปวงน้อยนักน้อยหนามีแต่หมดไปสิ้นไป เหมือนหนึ่งน้ำในแม่น้ำน้อยในคราวระดูแล้ง มีแต่แห้งไปหมดไปถ่ายเดียว ก็อายุของมนุษย์ทั้งหลายสัตวทั้งหลายน้อยนัก ควรที่ผู้เปนคนดีมีปัญญาจะพึงเบื่อหน่ายเกลียดชัง แล้วรีบเร่งประพฤติการดีการชอบ ที่เปนที่ตั้งสุขประโยชน์แก่กันให้มากโดยเปนการเร็วการด่วน เหมือนคนที่ศีร์ษะเพลิงไหม้ รีบร้อนหาน้ำเครื่องเย็นดับเพลิงในศีร์ษะนั้น การประพฤติชอบดี เปนคุณเปนประโยชน์แก่กันแลกัน ซึ่งสำเร็จเปนที่พึ่งพำนักของสัตว์ทั้งปวง ที่นักปราชญ์เปนอันมากเห็นว่าชอบดีพร้อมกันนั้น คือความเมตตากรุณาแลสงเคราะห์อนุเคราะห์เผื่อแผ่ความสุขให้แก่กัน ทั้งในหมู่มนุษย์แลหมู่สัตว์ แลตั้งตนไว้ให้เต็มพร้อมด้วยความดีความชอบ๑๐ อย่าง คือไม่ฆ่าสัตว์เปนให้ตาย ไม่ลักฉ้อทรัพย์ของผู้อื่น ไม่ประพฤติผิดในที่ๆ ไม่ควรล่วง เปนผู้ถือสัตย์ไม่กล่าวเท็จฬ่อลวงให้ผู้อื่นหลงไม่พูดยุยงส่อเสียดให้ผู้อื่นแตกร้าวกัน ไม่พูดคำหยาบให้เจ็บร้อนใจผู้อื่น ไม่พูดเพ้อเจ้อเปล่าจากประโยชน์ ไม่มุ่งหมายอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่นด้วยความมักได้ ไม่มีผูกใจเจ็บจนถึงแช่งให้ผู้นั้นตาย ย่อมตริตรองด้วยปัญญาที่ชอบ ไม่ถือมั่นตามความเห็นผิดทางดีทางชั่ว การประพฤติชอบดี ๑๐ อย่างดังว่ามานี้ เปนความดีความชอบมีสำหรับโลกตั้งอยู่เสมอ จะมีผู้ถือก็ดีไม่มีใครถือก็ดี ก็คงมีอยู่อย่างนั้นไม่แปรผันยักเยื้องเปนอย่างอื่นไปเลยเปนอันขาด นอกจากนี้ ยังทรงขยายความถึงการประพฤติตนตามหลักพุทธศาสนาเพิ่มเติมไปอีก ในขณะเดียวกัน ก็ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตแก่ประชาราษฎรในการนับถือศาสนา ดังประกาศมหาสงกรานต์ ปีมะโรงสัมฤทธิศก พุทธศักราช ๒๔๑๑ “... อนึ่งการแสวงหาแลถือสาสนา ซึ่งจะเปนที่พึ่งของตนในชาตินี้ ก็เปนการดีสมควรเปนที่ยิ่งแล้ว ควรที่ท่านทั้งปวงทุกๆ คนจะตริตรองใคร่ครวญด้วยปัญญาตนเอง เมื่อเห็นคุณประจักษ์ว่า สาสนาใดในหมู่ใดพวกใด จะเปนที่พึ่งได้ควรแก่ปัญญาแล้ว ก็จงถือแลปฏิบัติตามสาสนานั้นโดยน้ำใจตนเอง อย่าถือด้วยการตื่นการเกณฑ์ แลการเล่าลือแลว่าธรรมเนียมเคยถือสืบๆ มา ฤๅอาการที่ไม่เห็นมาว่ามาขู่ให้กลัวให้ดีใจ ก็อย่ามีความพิศวงต่อเหตุต่างๆ แล้วถือตามทำตาม เมื่อได้ที่พึ่งนับถืออันงามดีควรแล้ว จงประกอบความเลื่อมใสให้มากจึงปฏิบัติตาม ก็จะมีความเจริญดีแก่ตนทุกๆ คนนั้นแล...” เทศกาลสงกรานต์ นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอดีต ถือกันว่าเป็นช่วงเวลาของการเข้าสู่ศักราชใหม่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงรอบรู้ในสรรพวิทยา ทรงศึกษาในศาสตร์ต่างๆ อย่างรอบด้าน ได้ทรงให้ความสำคัญกับช่วงเวลาดังกล่าว จึงโปรดให้ออกประกาศสงกรานต์ในเวลาจะเข้าสู่ศักราชใหม่ เพื่อจะทรงแสดงวันเวลาที่ถูกต้อง ด้วยมีพระราชประสงค์จะไม่ให้ราษฎรทั้งหลายเกิดความเข้าใจผิด ทรงให้ความรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญที่จะเกิดป้องกันการตื่นตระหนก และที่สำคัญ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงมีพระบรมราโชวาท โดยทรงอ้างอิงคติทางพุทธศาสนาเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการดำเนินชีวิต ทั้งยังทรงมีพระราชกระแสตักเตือน ด้วยทรงหวังให้เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และเป็นการเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในชีวิตของประชาราษฎรทั้งหลาย เรียบเรียง/ภาพ : วสันต์ ญาติพัฒ ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ภาพประกอบ : ถนนสนามไชย ถนนเส้นแรกๆ ในพระนคร มีมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซ้ายมือคือพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ตรงข้าม คือสนามไชย ที่มา : พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จ. พระราชพิธีสิบสองเดือน.กรุงเทพฯ : แสงดาว, ๒๕๕๖. พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จ. รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง ประชุมประกาศรัชกาลที่ ๔. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๔๘.
ต้องการทราบว่า ภาพนี้เป็นมรดกโลกที่ไหนครับ และชื่อว่าอะไรครับ
ต้องการทราบว่า แหล่งมรดกโลกจากภาพนี้คือ อะไรและตั้งในประเทศไหนครับ เพื่อต้องการไปประกอบการศึกษา ขอบคุณครับ
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ครับ ___________________________________________ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางจาริกบุญ-จาริกธรรม ตามรอยพระพุทธเจ้า ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล แสวงธรรม บำเพ็ญบุญ บูชาคุณพระรัตนตรัย ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล สถานที่ ประสูติ-ตรัสรู้–ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน เมือง ลุมพินี - พุทธคยา - พาราณสี - กุสินารา – นาลันทา – สาวัตถี เดินทางวันที่ 8 - 15 กุมภาพันธ์ 2563 นำทางธรรมโดย รองศาสตราจารย์ ดร. สำเนียง เลื่อมใส ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และพระวิทยากรสายพุทธภูมิร่วมบรรยายพุทธประวัติ ราคาท่านละ 56,800 บาท สามารถดาวน์โหลดรายละเอียดโปรแกรมการเดินทางได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1HoYaUKDSRqjNZiilg9k1FoR8kPaZbkpd/view?usp=sharing ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งตั้งแต่บัดนี้ ได้ที่ คุณชิษณุพงศ์ (086-9777043), คุณกิตติพร (081-8809437), คุณวรพจน์ (098-3050723), คุณนุชนารถ (094-8236649)
คาดว่าเป็นศิลปต้น ร.5 และ หลวงปู่โต สร้างถวาย ร.4 ถ้าเป็นจริงเจ้าของที่ดินจะโดยเวนคืนไหมครับ
เป็นพระบาทที่พบเมื่อ2490 แต่โดนลืมมานาน ขอความช้วยเหลือในการตรวจสอบทางกรมศิลปากรด้วย
#แจกฟรี2000
ขอบคุณค่ะ
นี่คือหินอะไร ครับ เก็บได้จากป่าครับ