กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร

กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร, หน่วยงานราชการ, กรมศิลปากร อาคารกรมศิลปากร (เทเวศร์) เขตดุสิต, Bangkok.

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่และความ รับผิดชอบในการกำหนดโครงการ เป้าหมาย วัตถุประสงค์และแผนงานประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับนโยบายของกรม/กระทรวง ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านศิลปวัฒนธรรมแก่สื่อมวลชนและหน่วยงาน ต่างๆ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจและกิจกรรมของหน่วยงาน จัดทำและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ เอกสารหนังสือทางวิชาการต่างๆ ของกรมศิลปากรในรูปแบบต่างๆ เช่น

หนังสืออันทรงคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรม นิตยสาร เอกสาร แผ่นพับ โปสเตอร์ ฯลฯ จัดกิจกรรมเผยแพร่งานด้านศิลปวัฒนธรรม และผลิตสื่อเพื่อการเผยแพร่ในรูปแบบของรายการวิทยุ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ ดำเนินการรณรงค์ ส่งเสริมให้หน่วยงาน และประชาชนได้ร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เป็นศูนย์กลางการประสานงานเผยแพร่ข้อมูลและกิจกรรมของกรม และให้บริการการตอบข้อซักถามเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและการดำเนินการของกรม แก่หน่วยงานและบุคคลภายนอก

องค์ความรู้: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่“ผ้าม่านเรื่องพระเวสสันดรวัดต่อแพ จังหวัดแม่ฮ่องสอน”
02/08/2026

องค์ความรู้: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
“ผ้าม่านเรื่องพระเวสสันดรวัดต่อแพ จังหวัดแม่ฮ่องสอน”

องค์ความรู้: สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลาอุโบสถวัดจันทร์ (หลังเก่า) ตำบลวัดจันทร์ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
02/08/2026

องค์ความรู้: สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา
อุโบสถวัดจันทร์ (หลังเก่า) ตำบลวัดจันทร์ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

องค์ความรู้: สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลาถะ (เจดีย์หินแบบจีน) วัดสุวรรณคีรี ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
02/08/2026

องค์ความรู้: สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา
ถะ (เจดีย์หินแบบจีน) วัดสุวรรณคีรี ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

องค์ความรู้ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครประติมากรรมไกรทองกับชาละวัน
02/08/2026

องค์ความรู้ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ประติมากรรมไกรทองกับชาละวัน

ประติมากรรมไกรทองกับชาละวัน
ประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๐๖
ผลงานของ พิมาน มูลประมุข ศิลปินแห่งชาติ
ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงราชรถ ใกล้กับพระที่นั่งมังคลาภิเษก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
____________________________________

ประติมากรรมไกรทองกับชาละวัน ขนาด ๑๘๕x๑๙๒ เซนติเมตร ลักษณะเป็นรูปบุคคล ๒ คน อิริยาบถกำลังต่อสู้กัน ประกอบด้วยรูปบุคคลชาย ผมสั้น เปลือยกายท่อนบน ท่อนล่างนุ่งผ้าเตี่ยว มือขวาง้างขึ้นถือมีดปลายแหลม (อิงกับเนื้อเรื่องไกรทอง ชาละวัน ฝ่ายไกรทองใช้มีดหมอ) ส่วนอีกรูปหนึ่งเป็นรูปบุคคลกึ่งจระเข้ ใบหน้าและลำตัวเหมือนมนุษย์ มือขวาง้างขึ้นถือก้อนหิน ลำตัวท่อนล่างมีหางจระเข้ และเท้าแบบจระเข้
ไกรทองกับชาละวันชิ้นนี้ จำลองฉากการต่อสู้ภายในถ้ำทิพย์ใต้น้ำของชาละวัน จึงออกแบบให้เส้นผมของตัวละครทั้งสองพริ้วไหวไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสื่อถึงการเคลื่อนไหวภายในสายน้ำ และมีข้อสังเกตว่าอาวุธของชาละวันนั้นเป็นหิน ลักษณะคล้ายขวานหินกะเทาะ หรือ หินกำปั้น (Hand Axe) ซึ่งเป็นเครื่องมือของมนุษย์ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และพบเห็นได้ตามแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ประติมากรรมนี้เป็นผลงานของศิลปินแห่งชาติ พิมาน มูลประมุข* ปั้นด้วยเทคนิคการขึ้นหุ่นด้วยดินเหนียว แล้วทำแม่พิมพ์ถอดแยกชิ้นส่วนด้วยปูนปลาสเตอร์ แล้วจึงหล่อด้วยซีเมนต์ไม่ผสมทราย จากนั้นนำส่วนที่หล่อปูนมาประกอบเข้าด้วยกันตามแบบหุ่นดินเหนียว สันนิษฐานว่าการตั้งรูปประติมากรรมนี้ เป็นดำริของนายธนิต อยู่โพธิ์ อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น มอบหมายให้นายพิมาน มูลประมุข หัวหน้าแผนกช่างปั้น กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร ดำเนินการปั้นเพื่อประดับใกล้กับเวทีสังคีตศาลาของกองการสังคีต** ส่วนประวัติอีกกระแสหนึ่ง ระบุว่าประติมากรรมนี้เคยตั้งแสดงในงานฉลองรัฐธรรมนูญมาก่อน ต่อมาจึงย้ายมาตั้งแสดงข้างเวทีสังคีตศาลา และตั้งสืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยผู้ที่เคยเห็นประติมากรรมไกรทองกับชาละวัน ในงานฉลองรัฐธรรมนูญนั้น คือ อาจารย์พินิจ สุวรรณะบุณย์
เรื่องราวของไกรทองกับชาละวัน สันนิษฐานว่าแต่เดิมเป็นนิทานที่เล่าขานกันในท้องถิ่นมาช้านาน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีความเห็นว่า “...เรื่องไกรทองก็ถือกันว่าเปนเรื่องจริงอีกเรื่อง ๑ กล่าวกันว่าตำบลบ้านนายไกรที่แม่น้ำอ้อม ในแขวงจังหวัดนนทบุรี เปนบ้านเดิมของเจ้าไกรทอง*** แลที่เมืองพิจิตรเก่าก็ยังมีตำบลเรียกว่าวังชาละวันแลบ้านดงเศรษฐี อ้างว่ามาแต่เรื่องไกรทองปรากฎอยู่...” กระทั่งช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์จึงมีการแต่งเป็นบทละครขึ้น มีหลายสำนวน แต่สำนวนที่ได้รับการยกย่องและนิยมอ้างอิงมากที่สุดคือ สำนวนของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องย่อไกรทองกับชาละวัน ความว่า
ณ เมืองพิจิตร มีถ้ำใต้น้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของท้าวรำไพพญาจระเข้ ต่อมามอบอำนาจปกครองแก่หลานคือ พญาชาละวัน เนื่องจากท้าวโคจรผู้เป็นบิดาสิ้นลง แต่ชาละวันมีนิสัยดุร้าย ชอบกินมนุษย์และไม่รักษาศีล กระทั่งวันหนึ่ง ชาละวันขึ้นจากถ้ำและลักพา นางตะเภาทอง บุตรสาวเศรษฐีเมืองพิจิตร ลงไปเป็นภรรยาในถ้ำ ทำให้เมียเดิมทั้ง นางวิมาลา และ นางเลื่อมไลยวรรณ เกิดความหึงหวงและทะเลาะกัน ส่วนเศรษฐีผู้เป็นบิดาประกาศให้รางวัลแก่ผู้ที่สามารถปราบพญาชาละวันได้ พร้อมยก นางตะเภาแก้ว บุตรสาวอีกคนและทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งเป็นรางวัล ไกรทองชายหนุ่มจากเมืองนนทบุรี มีวิชาอาคมจากพระครู ได้อาสาปราบชาละวัน พระครูมอบ หอกสัตตโลหะ ซึ่งเป็นอาวุธเพียงชนิดเดียวที่สามารถฆ่าชาละวันได้ เพราะชาละวันมีเขี้ยวแก้วกายสิทธิ์ คุ้มครอง ก่อนการต่อสู้ ชาละวันฝันเป็นลางร้ายและได้รับคำเตือนจากท้าวรำไพ แม้จะพยายามหาทางป้องกันเคราะห์ แต่สุดท้ายก็จำต้องออกมาต่อสู้เมื่อไกรทองทำพิธีเรียก ครั้นชาละวันสู้ไกรทองบนแพไม่ได้จึงหนีกลับลงถ้ำ ไกรทองก็ตามลงไปถึงถ้ำ จับตัวชาละวันได้ และช่วยนางตะเภาทองออกมา ซึ่งขณะนั้นนางกลายเป็นใบ้เพราะอำนาจของชาละวัน เมื่อถูกนำตัวขึ้นมา ชาละวันไม่อาจถูกฆ่าด้วยอาวุธทั่วไป ไกรทองจึงใช้หอกสัตตโลหะแทงจนเสียชีวิต ทำให้นางตะเภาทองกลับมาพูดได้ดังเดิม เศรษฐีจึงทำตามสัญญา ยกทั้ง นางตะเภาแก้ว และ นางตะเภาทอง พร้อมทรัพย์สมบัติให้ไกรทองเป็นภรรยาและมรดก
*อ่านประวัติโดยสังเขปของศิลปินแห่งชาติพิมาน มูลประมุข ใน Page Facebook: The National Gallery of Thailand ได้ที่: https://www.facebook.com/share/p/1AunqLSfCw/

**นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นหนุมานกับนางสุวรรณมัจฉา ตั้งประดับอยู่ด้วย แต่ต่อมาชำรุดมากจึงถูกรื้อไป

***หลักฐานที่แสดงถึงความแพร่หลายของเรื่องไกรทอง อาทิ นิราศพระประธม ของ สุนทรภู่ หรือ นิราศสุพรรณบุรี ของเสมียนมี (หมื่นพรหมสมพัตสร) เนื้อความกล่าวถึงเมื่อครั้งกวีผ่านย่านบางนายไกร จึงเล่าตำนานไกรทองปราบชาละวัน วรรณกรรมทั้งสองเรื่องนี้แต่งขึ้นประมาณสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
อ้างอิง
สมชาย ณ นครพนม. “การศึกษาเชิงวิเคราะห์ประติมากรรม “ไกรทองกับชาละวัน” ฝีมือศิลปินแห่งชาติ.” ศิลปากร ๖๐, ๖ (พฤศจิกายน-ธันวาคม ๒๕๖๐), ๕๕-๖๕.

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป. พิมาน มูลประมุข (พ.ศ. ๒๔๕๕ – ๒๕๓๕). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙, เข้าถึงได้จาก: https://www.facebook.com/share/p/1AunqLSfCw/

สุจิตต์ วงษ์เทศ. บ้านเกิดไกรทอง (ผู้ปราบชาละวัน) อยู่บางกรวย จ. นนทบุรี. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙, เข้าถึงได้จาก: https://www.matichon.co.th/columnists/news_430023

องค์ความรู้: สำนักหอสมุดแห่งชาติเรื่อง: ราชวงศ์โรมานอฟฉลองครบรอบ 300 ปี
02/08/2026

องค์ความรู้: สำนักหอสมุดแห่งชาติ
เรื่อง: ราชวงศ์โรมานอฟฉลองครบรอบ 300 ปี

องค์ความรู้: สำนักหอสมุดแห่งชาติ
เรื่อง: ราชวงศ์โรมานอฟฉลองครบรอบ 300 ปี

ราชวงศ์โรมานอฟ เป็นราชวงศ์สุดท้ายของประเทศรัสเซีย ปกครองตั้งแต่ปี ค.ศ.1613 พระเจ้าซาร์มิคาอิล โรมานอฟ เป็นปฐมกษัตริย์ โดยมีพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ.1613 ราชวงศ์โรมานอฟได้พัฒนาประเทศของตนให้ทัดเทียมกับยุโรปตะวันตกสืบเนื่องมาตลอด จนสิ้นสุดราชวงศ์ ในปี ค.ศ.1917
ราชวงศ์โรมานอฟได้มีการเฉลิมฉลองครบรอบ 300 ปี ในปี ค.ศ.1913 ข่าวนี้ได้เผยแพร่ไปทั่วโลก ทูตานุทูตได้มีหนังสือกราบบังคมทูลแจ้งประมุขของประเทศตน
ทางประเทศสยามนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ได้รับโทรเลขจากหลวงวิศาลพจนกิจ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ร.ศ.131 (พ.ศ.2455) ว่าพระเจ้าแผ่นดินทั้งหลายมีพระราชสาส์นแสดงความยินดีในวาระครบรอบนี้ จึงนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 และพระองค์ทรงมีพระราชสาส์นถวายพระเจ้ากรุงรัสเซีย (ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส) ความตอนหนึ่งว่า
“เราขออวยพรให้พระองค์ดำรงราชสมบัติอยู่ชั่วกาลนาน ขอพระเกียรติยศแผ่ไพสาลทั่วทิศ ขอทางพระราชสัมพันธมิตรในระหว่างราชอาณาจักรของเราทั้งสองคงสนิทสนมอย่างยิ่งดังเสมอมา แลโดยโอกาสนี้ เราขอแสดงความนับถือสูงสุดมายังพระองค์ด้วย”
ส่งจากรุงเทพฯ วันที่ 4 มีนาคม ร.ศ. 131
งานสมโภชครั้งนี้ นายนิโกลา ปารวิตสกี (Nicolas Parvitsky) ได้เรียบเรียงหนังสือ "К трехсотлетию царствования дома Романовых: воспоминания о прошлом" หรือ To the 300th Anniversary of the Reign of the house of Romanov: Memories of the Past เนื้อหานำเสนอเกี่ยวกับประวัติราชวงศ์โรมานอฟ ตั้งแต่พระองค์แรกจนถึงปัจจุบัน และผู้เขียนได้มอบหนังสือเล่มนี้แก่รัฐบาลสยาม ปัจจุบันหนังสือเล่มดังกล่าวจัดเก็บและให้บริการอยู่ที่ ห้องหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติ
แม้ราชวงศ์โรมานอฟล่มสลายในปี ค.ศ.1917 แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนั้นยังคงดำเนินมาจวบจนปัจจุบัน

บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. กต.22/14 เอกสารกระทรวงต่างประเทศ เรื่อง จะมีการพิธีฉลองวงษโรมานอฟซึ่งตั้งมาครบ 300 ปี (พ.ศ. 2455-2457).
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: ยุโรป เล่ม 6 อักษร P-S ฉบับราชบัณฑิตยสภา. กรุงเทพฯ: สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, 2558.

เรียบเรียงข้อมูล นายบารมี สมาธิปัญญา นักวิชาการเผยแพร่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ
กราฟิก นางสาวธันย์ชนก ชัยวรรัตนสกุล นักวิชาการโสตทัศนศึกษา สำนักหอสมุดแห่งชาติ

เปิดรับสมัครครู-อาจารย์ในจังหวัดสุโขทัย ร่วมโครงการ "สองนครา สายสัมพันธ์อยุธยา-สุโขทัย"
02/08/2026

เปิดรับสมัครครู-อาจารย์ในจังหวัดสุโขทัย ร่วมโครงการ "สองนครา สายสัมพันธ์อยุธยา-สุโขทัย"

02/08/2026

#กราบสาธุ
#ชมรำมโนราห์
#ถวายพระบรบธาตุเจเดีย์
#เกิดมาหนึ่งชาติต้องได้กราบพระธาตุเมืองนคร
#วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
#พระธาตุมรดกโลก

#นครศรีธรรมราช
#26กรกฎาคม2569

✨ประมวลภาพ  กระบวนการปฏิบัติงานซ่อมเขียนสีโขนเรือพระราชพิธี : “การบูรณะซ่อมแซมศิลปกรรมประกอบลำเรือพระราชพิธี” ✨คณะทำงาน ...
02/08/2026

✨ประมวลภาพ กระบวนการปฏิบัติงานซ่อมเขียนสีโขนเรือพระราชพิธี :
“การบูรณะซ่อมแซมศิลปกรรมประกอบลำเรือพระราชพิธี”
✨คณะทำงาน : กลุ่มงานช่างเขียนและช่างลายรดน้ำ กลุ่มประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
✨สถานที่ปฏิบัติงาน : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี และโรงเก็บเรือพระราชพิธี ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ
✨กระบวนการงานซ่อมเขียนสีโขนเรือ เช่น โขนเรือรูปยักษ์ ครุฑ และลิง ช่างผูัปฏิบัติงานจะตรวจสอบสภาพของสี และลวดลายของโขนเรือแต่ละลำอย่างละเอียด หากมีสภาพสีลวดลายชำรุด ขาดหายเล็กน้อย ช่างจะเขียนลวดลายเติมตกแต่งเสริม และหากมีสี ลวดลายเสียหายมาก ก็จะพิจารณาทาสีรองพื้นตัวโขนใหม่ทั้งหมด จากนั้น จึงเขียนลวดลายตกแต่งให้สมบูรณ์
✨ลักษณะสำคัญของลวดลายตกแต่งโขนเรือ คือ เส้นฮ่อ ที่เขียนเป็นวงขน ลำตัว หรือเขียนตกแต่งตามโครงหน้า พรายปาก ของโขนเรือรูปยักษ์ ครุฑ และลิง เป็นต้น
การเขียนเส้นฮ่อ มีลักษณะเส้นขาดเป็นช่วงๆ ทอดตัว หรือเขียนต่อเนื่องเป็นวง เป็นแนวอย่างมีทิศทาง สีหลักที่นิยมใช้เขียนเส้นฮ่อ มี ๔ น้ำหนัก ได้แก่ สีชมพู สีแดงชาด สีแดงเข้ม (สีแดงลิ้นจี่) เขียนไล่น้ำหนักจากอ่อนไปเข้ม และสีทองที่ช่วยขับเน้นให้เส้นฮ่อมีความงามวิจิตรมากยิ่งขึ้น
✨ข้อมูลภาพ : กลุ่มงานช่างเขียนและช่างลายรดน้ำ และศูนย์ศิลปะและการช่างไทย สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
#ศูนย์ศิลปะและการช่างไทย
#สำนักช่างสิบหมู่ #กรมศิลปากร

>กลับมาแล้วกับซีรี่ย์เครื่องถ้วยจีนที่พบในเมืองศรีเทพ วันนี้ขอเสนอ กลุ่มเครื่องถ้วย 5 ใบ พบจากการขุดค้นเมื่อปี 2018 ที่เ...
02/08/2026

>กลับมาแล้วกับซีรี่ย์เครื่องถ้วยจีนที่พบในเมืองศรีเทพ วันนี้ขอเสนอ กลุ่มเครื่องถ้วย 5 ใบ พบจากการขุดค้นเมื่อปี 2018 ที่เนินดินใจกลางเมืองใน (คือหลุมที่พบน้องหมาฝังกับมนุษย์นั่นล่ะค่ะ) ฝังอยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน บริบทโดยรอบไม่ปรากฎร่องรอยอะไรเป็นพิเศษ เป็นการเจอแบบงง ๆ เพราะปกติมักจะเจอเครื่องถ้วยชั้นดีแบบนี้ใกล้กับโบราณสถาน คิดเล่น ๆ อาจมีอาคารไม้ใกล้ ๆ ก็ได้
>ทั้งนี้ ทางเราได้รับความอนุเคราะห์จากเหล่าซือแห่งมหาวิทยาลัยฟูตั้น และทีมนักโบราณคดีจากกองโบราณคดี ช่วยวิเคราะห์ให้ พบว่าเป็นเครื่องถ้วยจากแหล่งเตาต่าง ๆ ดังนี้ 1.เตาเต๋อฮั่ว ราชวงศ์ซ่งใต้ 2.ตลับแบบชิงไป๋ เตาจิงเต๋อเจิ้น ราชวงศ์ซ่งใต้ 3.เตาหนานอัน ราชวงศ์ซ่งเหนือ และ4.สันนิษฐานว่าเป็นเครื่องถ้วยแบบ stone ware จากแหล่งเตาแถว ๆ พนมดงรัก หรือเตาพนมกุเลน

โบราณสถานดอนหินศิลา ตั้งอยู่บ้านแดง ต.จำปาโมง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี สามารถมาเยี่ยมชมใบเสมาโบราณสถานดอนหินศิลาได้ทุกวัน ไม...
02/08/2026

โบราณสถานดอนหินศิลา ตั้งอยู่บ้านแดง ต.จำปาโมง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
สามารถมาเยี่ยมชมใบเสมาโบราณสถานดอนหินศิลาได้ทุกวัน ไม่มีค่าเข้าชม

ที่อยู่

กรมศิลปากร อาคารกรมศิลปากร (เทเวศร์) เขตดุสิต
Bangkok
10300

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:00 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 09:00 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร:

ทางลัด

แชร์