กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร

กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่และความ รับผิดชอบในการกำหนดโครงการ เป้าหมาย วัตถุประสงค์และแผนงานประชาสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับนโยบายของกรม/กระทรวง ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านศิลปวัฒนธรรมแก่สื่อมวลชนและหน่วยงาน ต่างๆ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจและกิจกรรมของหน่วยงาน จัดทำและผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ เอกสารหนังสือทางวิชาการต่างๆ ของกรมศิลปากรในรูปแบบต่างๆ เช่น หนังสืออันทรงคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรม นิตยสาร เอกสาร แผ่นพับ โปสเตอร์ ฯลฯ จัดกิจกรรมเผยแพร่งานด้านศิลปวัฒนธรรม และผลิตสื่อเพื่อการเผยแพร่ในรูปแบบของรายการวิทยุ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ ดำเนินการรณรงค์ ส่งเสริมให้หน่วยงาน และประชาชนได้ร่วมกันอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เป็นศูนย์กลางการประสานงานเผยแพร่ข้อมูลและกิจกรรมของกรม และให้บริการการตอบข้อซักถามเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและการดำเนินการของกรม แก่หน่วยงานและบุคคลภายนอก

เปิดเหมือนปกติ

องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งเรื่อง  ตำนานพื้นบ้าน เขาปลายบัด
08/11/2021

องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

เรื่อง ตำนานพื้นบ้าน เขาปลายบัด

วันนี้(วันจันทร์ที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔) เวลา ๐๙.๐๐ น.     นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เข้าสักการะส...
08/11/2021

วันนี้(วันจันทร์ที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔) เวลา ๐๙.๐๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรมศิลปากร ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ให้การต้อนรับ จากนั้นได้เข้ารับมอบงานในตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการกรมศิลปากร ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร

กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการ ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน "การจัดรูปขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” วิทยา...
08/11/2021

กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการ ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน "การจัดรูปขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” วิทยากรโดย นาวาเอกณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ ผู้อำนวยการกองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ กองทัพเรือ, นางยุนีย์ ธีระนันท์ หัวหน้ากลุ่มงานช่างปิดทองประดับกระจกและช่างสนะไทย กลุ่มประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ และนางสาวดวงใจ พิชิตณรงค์ชัย หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ดำเนินรายการโดย นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร และ Youtube Live : กรมศิลปากร

กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการ ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน "การจัดรูปขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” วิทยากรโดย นาวาเอกณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อ ผู้อำนวยการกองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ กองทัพเรือ, นางยุนีย์ ธีระนันท์ หัวหน้ากลุ่มงานช่างปิดทองประดับกระจกและช่างสนะไทย กลุ่มประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ และนางสาวดวงใจ พิชิตณรงค์ชัย หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ดำเนินรายการโดย นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร และ Youtube Live : กรมศิลปากร

พระพิมพ์ทองเหลืองรูปพระปิดทวารทั้งเก้า(พระปิดตามหาอุด หลวงพ่อแก้ว วัดนางสาว จังหวัดสมุทรสาคร)สมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษ...
08/11/2021

พระพิมพ์ทองเหลืองรูปพระปิดทวารทั้งเก้า
(พระปิดตามหาอุด หลวงพ่อแก้ว วัดนางสาว จังหวัดสมุทรสาคร)
สมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ หรือประมาณ ๑๐๐ ปีมาแล้ว
สูง ๑.๙ เซนติเมตร กว้าง ๑.๓ เซนติเมตร
พระยาสิงหเสนี (สอาด สิงเสนี) มอบให้
เก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

Brass Votive Tablet Depicting The Buddha in the Gesture of ‘Closing Nine Passages of the Body’
(Thai Term: Phra Pit Ta Maha Ut Luang Pho Kaeo, Wat Nang Sao, Samut Sakhon Province)
Rattanakosin art, 20th century CE
H: 1.9 cm; W: 1.3 cm
Presented by Phraya Singhaseni (Sa-ad Singhaseni) to the National Museum
The National Museum Bangkok Collection

พระพิมพ์ทองเหลืองรูปพระปิดทวารทั้งเก้า
(พระปิดตามหาอุด หลวงพ่อแก้ว วัดนางสาว จังหวัดสมุทรสาคร)
สมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ หรือประมาณ ๑๐๐ ปีมาแล้ว
สูง ๑.๙ เซนติเมตร กว้าง ๑.๓ เซนติเมตร
พระยาสิงหเสนี (สอาด สิงเสนี) มอบให้
เก็บรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

Brass Votive Tablet Depicting The Buddha in the Gesture of ‘Closing Nine Passages of the Body’
(Thai Term: Phra Pit Ta Maha Ut Luang Pho Kaeo, Wat Nang Sao, Samut Sakhon Province)
Rattanakosin art, 20th century CE
H: 1.9 cm; W: 1.3 cm
Presented by Phraya Singhaseni (Sa-ad Singhaseni) to the National Museum
The National Museum Bangkok Collection

องค์ความรู้ : โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์เรื่อง พระพุทธรูปสมัยลพบุรี
08/11/2021

องค์ความรู้ : โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์

เรื่อง พระพุทธรูปสมัยลพบุรี

องค์ความรู้ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทองเรื่อง   เหรียญตราพระอาทิตย์-ศรีวัตสะ พบจากบ้านเนินพลับพลา เมืองโบราณอู่ทอง
08/11/2021

องค์ความรู้ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง

เรื่อง เหรียญตราพระอาทิตย์-ศรีวัตสะ พบจากบ้านเนินพลับพลา
เมืองโบราณอู่ทอง

เหรียญตราพระอาทิตย์-ศรีวัตสะ พบจากบ้านเนินพลับพลา เมืองโบราณอู่ทอง

เหรียญตราพระอาทิตย์-ศรีวัตสะ พบบริเวณบ้านเนินพลับพลา เมืองโบราณอู่ทอง ตำบลอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จัดแสดงห้องอู่ทองศรีทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง

เหรียญเงินกลมแบน มีรอยตัดแบ่งตรงกึ่งกลางเหรียญ เป็นร่องทะลุจากขอบเข้ามาด้านในเหรียญประมาณ ๒ ใน ๓ ส่วน เหรียญนี้กำหนดอายุสมัยทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๖ หรือประมาณ ๑,๐๐๐ – ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว เหรียญตกแต่งสัญลักษณ์มงคลทั้ง ๒ ด้าน มีรายละเอียด ดังนี้

ด้านที่ ๑ เป็นรูปพระอาทิตย์ฉายแสง โดยมีพระอาทิตย์ครึ่งดวงอยู่ตรงกึ่งกลาง มีแฉกเป็นเส้นหนาส่วนปลายเรียวแหลมกระจายออกโดยรอบจำนวน ๑๒ แฉก ระหว่างแฉกมีจุดกลม มีเส้นวงกลมล้อมรอบ ขอบด้านนอกตกแต่งด้วยลายจุดกลมโดยรอบ

ด้านที่ ๒ เป็นรูปศรีวัตสะ ภัทรบิฐหรือฑมรุ และสวัสดิกะ โดยมีศรีวัตสะอยู่ตรงกึ่งกลาง ลักษณะเป็นโครงลายเส้น เส้นฐานล่างเป็นเส้นโค้ง เส้นด้านข้างทั้งสองด้านเชื่อมกับเส้นฐานล่าง ส่วนปลายด้านบนตวัดโค้งงอเข้าหากัน ด้านในมีลวดลายลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยมซ้อนกัน และมีลายจุดกลม ด้านข้างศรีวัตสะมีภาพภัทรบิฐ (บัลลังก์) หรือฑมรุ (กลองสองหน้า) มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม ๒ รูปประกอบกันคล้ายนาฬิกาทราย ด้านบนมีจุดกลม ๓ จุด อีกด้านของศรีวัตสะมีภาพสวัสดิกะ มีลักษณะเป็นรูปกากบาทประกอบกับลายจุดกลม ๔ จุด ลวดลายเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์มงคลที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์และความอุดมสมบูรณ์

สันนิษฐานว่าเหรียญเงินรูปแบบนี้ ใช้สำหรับการประกอบพิธีกรรม เนื่องจากมีรอยตัดอย่างจงใจ และพบร่วมกับเหรียญเงินขนาดเล็ก แท่งผลึกควอตซ์ และเศษทองคำเปลวจำนวนหนึ่ง เหรียญเงินมีสัญลักษณ์มงคลที่มีรอยตัดนี้ ยังพบที่แหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีแห่งอื่นด้วย เช่น เหรียญตราพระอาทิตย์-ศรีวัตสะ มีรอยตัด พบที่บ้านพรหมทิน อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี และเหรียญตราสังข์-ศรีวัตสะ มีรอยตัด พบที่บ้านอู่ตะเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบเหรียญเงินที่ถูกบิดงอหรือม้วนอย่างจงใจ ซึ่งสันนิษฐานว่าใช้ในการประกอบพิธีกรรมเช่นกัน เช่น เหรียญตรารูปพระอาทิตย์-ศรีวัตสะ และเหรียญตราสังข์-ศรีวัตสะม้วนงอ พบร่วมกับเหรียญเงินมีจารึก “ศฺรีทฺวารวตี ศฺวรปุณย” เหรียญเงินมีสัญลักษณ์มงคลและแท่งเงินตัด บรรจุภายในภาชนะดินเผา พบที่โบราณสถานคอกช้างดิน เมืองโบราณอู่ทอง เป็นต้น

เอกสารอ้างอิง
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. มรดก ๑,๐๐๐ ปี เก่าที่สุดในสยาม. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, ๒๕๕๖.
วิภาดา อ่อนวิมล. “เหรียญตราในประเทศไทยช่วงพุทธศตวรรษที่ ๙-๑๖”. วิทยานิพนธ์ปริญญา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๖๑.
สายันต์ ไพรชาญจิตร์และสุภมาศ ดวงสกุล. “หลักฐานและความรู้ใหม่ทางโบราณคดีจากคอกช้างดินเมืองอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี” ใน เอกสารประกอบการสัมมนาโครงการสัมมนา ประวัติศาสตร์ โบราณคดีเมืองสุพรรณบุรี “จากทวารวดีถึงสุพรรณภูมิ : หลักฐานและข้อมูลใหม่ทางโบราณคดี”. สุพรรณบุรี : ฝ่ายวิชาการ สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ ๒ สุพรรณบุรี, ๒๕๔๒.

องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเรื่อง ตรีบูรแห่งเมืองสุโขทัยคูเมือง-กำแพงเมืองสุโขทัยในปัจจุบันปรากฏคูน้ำ-คันดิ...
08/11/2021

องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

เรื่อง ตรีบูรแห่งเมืองสุโขทัย

คูเมือง-กำแพงเมืองสุโขทัยในปัจจุบันปรากฏคูน้ำ-คันดินทั้งหมดสามชั้น มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทั้งนี้ ในจารึกหลักที่ 1 (จารึกพ่อขุนรามคำแหง) ได้กล่าวถึงเมืองสุโขทัยว่า “...รอบเมืองสุโขทัยนี้ ตรีบูรได้สามพันสี่ร้อยวา...” ทำให้แต่เดิมนักวิชาการส่วนใหญ่สันนิษฐานว่า คูเมือง-กำแพงเมืองสุโขทัยนี้ มีสามชั้นมาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มหรือในสมัยของพ่อขุนรามคำแหงแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของคูเมือง-กำแพงเมืองที่ยังปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน ต่อมาได้มีการดำเนินงานทางโบราณคดีในส่วนของคูเมือง ป้อมประตูเมือง และกำแพงเมือง ผลจากการดำเนินงานทำให้ทราบว่า คูเมือง-กำแพงเมืองเหล่านี้ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นพร้อมกันในคราวเดียว คือ

- คูเมือง-กำแพงเมืองชั้นใน : จากหลักฐานที่พบทำให้สันนิษฐานได้ว่า กำแพงเมืองชั้นใน คูเมืองชั้นใน และประตูเมืองทั้ง 4 สร้างในช่วงสุโขทัยตอนต้น-กลาง เพื่อเป็นการกำหนดขอบเขตพื้นที่และแสดงถึงความเป็นเมือง ต่อมาได้มีการสร้างเสริมบ้างในระยะหลังเพื่อเสริมความมั่นคงแข็งแรงของกำแพง

- กำแพงเมืองชั้นกลาง – กำแพงเมืองชั้นนอก : พิจารณาจากหลักฐานที่พบทำให้สันนิษฐานได้ว่า กำแพงเมืองชั้นกลางและชั้นนอกก่อสร้างในช่วงที่สุโขทัยอยู่ภายใต้อำนาจของอยุธยาแล้ว ซึ่งได้พบการสร้างป้อมประตูเมืองของกำแพงเมืองชั้นกลางทับลงไปบนวัดที่เคยมีอยู่ก่อนแล้ว พร้อมทั้งขุดคูเมืองชั้นกลางและชั้นนอก และยังพบเศษภาชนะดินเผาในสมัยราชวงศ์หมิง ซึ่งกำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 20 - 22

แล้วเหตุใดในจารึกหลักที่ 1 จึงกล่าวว่า “...รอบเมืองสุโขทัยนี้ ตรีบูรได้สามพันสี่ร้อยวา...” ?

นักวิชาการสันนิษฐานว่า คำว่า “ตรีบูร” นี้ ไม่ได้หมายความถึงกำแพงเมืองสามชั้นอย่างที่เข้าใจ เนื่องด้วย ไม่เพียงแต่เมืองสุโขทัยเท่านั้นที่ถูกกล่าวถึงว่ามี “ตรีบูร” แต่ยังมีเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองที่สร้างร่วมสมัยกับเมืองสุโขทัยตอนต้น โดยในศิลาจารึกวัดเชียงมั่นได้กล่าวถึงการสร้างเมืองเชียงใหม่ว่า “...พญามังรายเจ้าแล พญางำเมือง พญาร่วง ทั้งสามตนตั้งหอนอนในที่ชัยภูมิราชมนเทียน ขุดคือ ก่อตรีบูรทั้งสี่ด้าน แลก่อพระเจดีย์...” ซึ่งคูเมือง-กำแพงเมืองเชียงใหม่ที่ปรากฏร่องรอยให้เห็นในปัจจุบันนั้น เป็นกำแพงก่ออิฐขนาบด้วยคูเมืองในผังสี่เหลี่ยม ยกเว้นในส่วนทางด้านทิศใต้และทิศตะวันออกได้ปรากฏแนวกำแพงดินอีกหนึ่งชั้น โดยจากข้อมูลที่พบทำให้สันนิษฐานได้ว่า กำแพงเมืองเชียงใหม่ส่วนที่สร้างในสมัยพญามังรายนั้นคือกำแพงเมือง-คูเมืองในผังสี่เหลี่ยม ในส่วนของแนวกำแพงดินและคูเมืองที่ล้อมรอบทางด้านทิศใต้และทิศตะวันออกนั้น สันนิษฐานว่ามีการขยายเมืองขึ้นในช่วงที่เกิดสงครามระหว่างเชียงใหม่และอยุธยา จากร่องรอยและหลักฐานต่างๆที่เหลืออยู่ ไม่ปรากฏว่าเมืองเชียงใหม่มีกำแพงเมืองสามชั้นแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ใน “กำสรวลสมุทร” ยังพบคำว่า ตรีบูร ที่กล่าวว่าถึงอยุธยาว่า “อยุธยาไพโรชใต้ ตรีบูร” ซึ่งไม่ปรากฏว่า กำแพงเมืองอยุธยานั้นมีสามชั้นแต่อย่างใด นักวิชาการจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า “ตรี” นี้อาจมาจากภาษาทมิฬคำว่า “ติริ” มีความหมายตรงกับคำว่า “ศรี” แปลว่า กำแพงที่ดีงามมั่นคงแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีข้อสันนิษฐานว่าอาจหมายถึง ปราการที่แข็งแกร่งทั้งสาม คือ กำแพงวิเศษที่เกิดขึ้นจากการหลอมรวมปราการที่แข็งแกร่งทั้งสามเข้าด้วยกัน (กำแพงบนโลก กำแพงในชั้นอากาศ และกำแพงในชั้นสวรรค์) มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ว่า เป็นกำแพงที่ไม่อาจทำลายได้


เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. กองโบราณคดี. การขุดค้นทางโบราณคดีในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. กรุงเทพฯ : บริษัท วิคตอรี่เพาเวอร์พอยท์ จำกัด, 2531.
คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี. เมืองและแหล่งชุมชนโบราณในล้านนา. กรุงเทพฯ : หจก.ไอเดีย สแควร์, 2539.
คณะอนุกรรมการพิจารณาจารึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย ในคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย กรมศิลปากร. จารึกล้านนาภาค 2 เล่ม 1 จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2551.
ธนิต อยู่โพธิ์. ประวัติและโคลงกำสรวลศรีปราชญ์ พร้อมด้วยบันทึกสอบทานและหมายเหตุ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นายเดือนลอย บุนนาค. พิมพ์ครั้งที่ 3. 2511.
พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. ฟื้นฝอยหาตะเข็บ. กรุงเทพฯ : มติชน, 2553.
วินัย พงศ์ศรีเพียร. สุโขทัยคดี ประวัติศาสตร์ จารึกศึกษา และนิรุกติประวัติ. นครปฐม : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2563.

08/11/2021
08/11/2021
วันที่ ๓ – ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก ให้การต้อนรับผู้เข้าใช้บริการรวมทั้งสิ้น ๗ คน แบ่งเป็นชาย ...
08/11/2021

วันที่ ๓ – ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก ให้การต้อนรับผู้เข้าใช้บริการรวมทั้งสิ้น ๗ คน แบ่งเป็นชาย ๒ คน หญิง ๕ คน เข้าชมและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและนิทรรศการพิเศษ เรื่อง "คู่แก้วจอมขวัญแผ่นดินไทย" พร้อมรับของที่ระลึก ทั้งนี้ ผู้เข้าใช้บริการให้ความร่วมมือปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา- ๒๐๑๙ เป็นอย่างดี

วันอาทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จำนวน ๒๕ คน
08/11/2021

วันอาทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จำนวน ๒๕ คน

องค์ความรู้ สำนัก​ศิลปากร​ที่​ ๗​ เชียงใหม่​เรื่อง ร่องรอยแหล่งตีเหล็ก​สมัยล้านนา​ ในแอ่งที่ราบเชียงใหม่​-ลำพูนเรียบเรีย...
07/11/2021

องค์ความรู้ สำนัก​ศิลปากร​ที่​ ๗​ เชียงใหม่​
เรื่อง ร่องรอยแหล่งตีเหล็ก​สมัยล้านนา​ ในแอ่งที่ราบเชียงใหม่​-ลำพูน
เรียบเรียง​โดย​ นาย​ยอด​ดนัย​ สุขเกษม​ นัก​โบราณคดี​ปฏิบัติ​การ​ สำนัก​ศิลปากร​ที่​ ๗​ เชียงใหม่

องค์ความรู้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเรื่อง พระราชกรณียกิจในการบริหารจ...
07/11/2021

องค์ความรู้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เรื่อง พระราชกรณียกิจในการบริหารจัดการน้ำ : การก่อสร้างคันกั้นน้ำ

07/11/2021
การแสดงดนตรี จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ภายใต้โครงการ "111 ปี ปิยมหาราชรำลึก"

การแสดงดนตรี จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ภายใต้โครงการ "111 ปี ปิยมหาราชรำลึก" ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14.00 - 16.00 น. ณ อาคารถาวรวัตถุ (บริเวณโถงกลาง) ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร ผ่านทาง Facebook Live ของหอสมุดแห่งชาติ

'กิตติพันธ์' เร่งพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ดัน 'ภูพระบาท' มรดกโลก
07/11/2021
‘กิตติพันธ์’ เร่งพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ดัน ‘ภูพระบาท’ มรดกโลก

'กิตติพันธ์' เร่งพัฒนาพิพิธภัณฑ์ ดัน 'ภูพระบาท' มรดกโลก

6 พ.ย. 2564 - นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตนมีแนวทางการดำเนินงานติดตามการพัฒนาพื้นที่ อาค....

ตู้ไทยโบราณ 'ตู้ลายทอง'ข่าวจากหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ หน้า ๑๑ประจำวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔
07/11/2021

ตู้ไทยโบราณ 'ตู้ลายทอง'
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ หน้า ๑๑
ประจำวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

ตู้ไทยโบราณ 'ตู้ลายทอง'
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ หน้า ๑๑
ประจำวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔

วันเสาร์ที่ ๖  พฤศจิกายน ๒๕๖๔ สำนักหอสมุดแห่งชาติฯ ศูนย์นราธิปฯ ให้การต้อนรับผู้เข้าชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด...
07/11/2021

วันเสาร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ สำนักหอสมุดแห่งชาติฯ ศูนย์นราธิปฯ ให้การต้อนรับผู้เข้าชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ นิทรรศการตู้ลายทอง นิทรรศการเหรียญที่ระลึก ในรัชสมัยรัชกาลที่ ๕ มีผู้เข้าชมรวมทั้งสิ้น ๔๒ คน ชาวไทย จำนวน ๓๔ คน ต่างชาติ จำนวน ๓ คน นักเรียน / นักศึกษา จำนวน ๔ คน และพระสงฆ์ จำนวน ๑ รูป ✨พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่และผู้เข้าชมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคระบาดไวรัสโควิด-๑๙ อย่างเคร่งครัด

วันเสาร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว จำนวนทั้งสิ้น ๒๒๒ คน แบ่ง...
07/11/2021

วันเสาร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว จำนวนทั้งสิ้น ๒๒๒ คน แบ่งเป็น
๑.นักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน ๑๓๕ คน
๒.นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน ๑ คน
๓.นักเรียน เยาวชน จำนวน ๓๖ คน
๔.ผู้สูงอายุ จำนวน ๕๐ คน
พร้อมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา(Covid 19)
อย่างเคร่งครัด

วันเสาร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๔ มีนักท่องเที่ยวเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม จ.สระแก้ว เป็นจำนวนทั้งหมด ๑๓๖ คน แบ...
07/11/2021

วันเสาร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๔ มีนักท่องเที่ยวเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม จ.สระแก้ว เป็นจำนวนทั้งหมด ๑๓๖ คน แบ่งเป็น
พระ ๔ รูป นักท่องเที่ยวชาวไทย ๑๓๒ คน โดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันและเฝ้าระวัง การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ อย่างต่อเนื่อง เช่นลงทะเบียนไทยชนะ สวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างและหมั่นล้างมือ เป็นต้น

องค์ความรู้ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม เรื่อง "เทศาภิบาลและมณฑลกรุงเก่า"
06/11/2021

องค์ความรู้ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม

เรื่อง "เทศาภิบาลและมณฑลกรุงเก่า"

เมื่อวันเสาร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี (ร้อยเอก บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ) และเจ้าหน้าที่จา...
06/11/2021

เมื่อวันเสาร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี (ร้อยเอก บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ) และเจ้าหน้าที่จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี รับมอบเอกสารข้อมูลจารึกที่พบในจังหวัดสุพรรณบุรีจากชมรมนักโบราณคดี (สมัครเล่น) เมืองสุพรรณ พร้อมรับมอบโบราณวัตถุจากอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ณ หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรีจะดำเนินการตรวจสอบ ศึกษา วิเคราะห์ และเก็บรักษาให้เป็นไปตามระบบการดูแลรักษาโบราณวัตถุฯ ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติต่อไป

วันที่ ๓ - ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ นักท่องเที่ยวเข้าชม ดังนี้ ๑.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี จำนวน ๑๗ ท่าน๒.อาคารประติมากรร...
06/11/2021

วันที่ ๓ - ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ นักท่องเที่ยวเข้าชม ดังนี้ ๑.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี จำนวน ๑๗ ท่าน
๒.อาคารประติมากรรมขุนหลวงพะงั่วและประวัติศาสตร์สุพรรณบุรี จำนวน ๑๑ ท่าน โดยมีเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกค่ะ
#ทั้งนี้ การเข้าชมดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID ๒๐๑๙ )

องค์ความรู้ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรีเรื่อง “คุณธรรมและจริยธรรม สำหรับข้าราชการ”
06/11/2021

องค์ความรู้ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี

เรื่อง “คุณธรรมและจริยธรรม สำหรับข้าราชการ”

องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เรื่อง พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชรแห่งเจดีย์สิงห์ล้อมพระพุทธรูป คือรูปที...
06/11/2021

องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

เรื่อง พระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชรแห่งเจดีย์สิงห์ล้อม

พระพุทธรูป คือรูปที่ใช้แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นพระบรมศาสดาในพระพุทธศาสนา

โดยคติการสร้างพระพุทธรูปนั้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์และเป็นพุทธานุสติให้เหล่าศาสนิกชนได้ระลึกถึงพระพุทธองค์ ซึ่งมีองค์ประกอบคือ

๑.อิริยาบถ ที่แสดงท่าทางการประทับนั่ง, ยืน,นอน (ไสยาสน์) และเดิน (ลีลา)

๒. มุทรา หรือปาง คือการแสดงถึงเหตุการณ์ในพระพุทธประวัติ
ในส่วนของอิริยาบถที่แสดงท่าทางการประทับนั่งของพระพุทธรูปสามารถแบ่งได้๓รูปแบบ ได้แก่

๑.ขัดสมาธิราบ (วีราสนะ หรือสัตตวปรยังคะ) คือ การประทับนั่งขัดสมาธิ ให้ขาขวาทับขาซ้าย

๒.ห้อยพระบาท (ปรลัมพปทาสนะ) คือ การประทับนั่งห้อยพระบาทลงไปที่พื้น

๓.ขัดสมาธิเพชร (วัชรปรยังกะ หรือวัชราสนะ) คือ การประทับนั่งขัดสมาธิ ให้ขาทั้ง ๒ ข้างไขว้กัน

“ขัดสมาธิเพชร” ความหมายตามพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม อักษร ก-ฮ ฉบับราชบัณฑิตสถานพุทธศักราช ๒๕๕๐ หมายถึง ท่าประทับของพระพุทธรูปแบบหนึ่ง นั่งให้พระชงฆ์ (แข้ง) ไขว้กันอย่างมั่นคง และหงายฝ่าพระบาทขึ้นทั้งสองข้าง บางทีเรียกว่าขัดสมาธิสองชั้นหรือวัชรปรยังกะ (Vajraparyanka) แสดงถึงความหนักแน่น มั่นคง ไม่เคลื่อนไหวต่อทุกสิ่งที่เข้ามากระทบกับสมาธิ ถือเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ของท่าปฏิบัตินั่งโยคะอาสนะ (asana) เพื่อฝึกฝนจิตใจในการทำสมาธิ

พระพุทธรูปในประเทศไทยที่ปรากฏในอิริยาบถประทับนั่งแบบขัดสมาธิเพชรส่วนใหญ่เป็น พระพุทธรูปในศิลปะสมัยล้านนา (ต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๐) ที่ได้รับอิทธิพลทางศิลปะแบบปาละ-เสนะ ของอินเดีย ผ่านทางเมืองพุกามของเมียนมา มีลักษณะที่โดดเด่น คือ ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร
พระชงฆ์ไขว้เห็นฝาพระบาทหงายทั้งสองขาง พระพักตร์มีลักษณะกลมและอมยิ้ม พระเกตุมาลาเป็นรูปดอกบัวตูม ขมวดพระเกศาใหญ่ พระขนงโก่ง พระหนุเป็นปม พระอุระนูน พระวรกายอวบพระโอษฐ์เล็ก ส่วนของชายสังฆาฏิสั้นและอยู่เหนือพระถัน ปลายเป็นเขี้ยวตะขาบ

เมืองกำแพงเพชรได้ปรากฏพบพระพุทธรูปในอิริยาบถประทับนั่งแบบขัดสมาธิเพชรณ วัดพระแก้วเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตกำแพงเมืองกำแพงเพชรตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองผังวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
อาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ของวัดใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง มีเจดีย์สิงห์ล้อมเป็นเจดีย์ประธาน ของวัด ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกลมหรือทรงระฆังขนาดใหญ่บนฐานสี่เหลี่ยมโดยรอบฐานมีประติมากรรม ปูนปั้นรูปสิงห์รายรอบจำนวน ๓๒ ซุ้มสามารถศึกษาเปรียบเทียบทางศิลปะเทียบเคียงได้กับเจดีย์ประธานสิงห์ล้อม ที่วัดธรรมิกราชและวัดแม่นางปลื้ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานได้ว่าเจดีย์สิงห์ล้อม มีอายุสมัยในราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐ -๒๑

ถัดจากฐานสิงห์ล้อมขึ้นมา เป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นจำนวน ๑๖ ซุ้ม คล้ายกับรูปแบบ ของเจดีย์ประธานที่วัดช้างล้อม เมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เหนือซุ้มขึ้นไปเป็นชุดบัวถลาลดหลั่นกัน สามชั้นรองรับองค์ระฆัง ถัดขึ้นไปเป็นบัลลังก์ที่มีซุ้มจระนำออกมาทั้ง ๔ ด้านต่อด้วยส่วนของก้านฉัตร ปล้องไฉนและปลียอด

บริเวณซุ้มที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นจำนวน ๑๖ ซุ้ม นั้น ที่ซุ้มด้านทิศใต้ได้ปรากฏร่องรอยของพระพุทธรูปในอิริยาบถประทับนั่งอาสนะแบบขัดสมาธิเพชรจำนวน ๑ องค์ประดิษฐานอยู่บนฐานอิฐ ส่วนของพระพุทธรูปคงเหลือเฉพาะพระวรกาย ส่วนของพระเศียรและพระกรข้างขวาหักหายแสดงการห่มผ้าจีวรถึงข้อพระหัตถ์และข้อพระบาท ขนาดหน้าตักกว้าง ๐.๗๗ เมตร สูง ๐.๖๐ เมตรกำหนดอายุสมัยได้ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๐ - ๒๑

การเสด็จประพาสต้นครั้งที่ ๒ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๔๙ พระองค์ได้เสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๔๙ โดยในวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๔๙เสด็จประพาสตัวเมืองกำแพงเพชรเก่าได้แก่ กำแพงเมือง ป้อมและประตูเมือง วัดพระแก้ว หลักเมือง และสระมน รวมทั้งทรงได้พระราชนิพนธ์บรรยายเกี่ยวกับพระพุทธรูป ภายในซุ้มของเจดีย์สิงห์ล้อมวัดพระแก้วไว้ดังนี้

“…พระเจดีย์กลมลอมฟาง อยู่หลังวิหารอีกหน่อยหนึ่งหย่อมนี้เห็นจะเป็นชั้นลังกาแต่พระเจดีย์นั้น ทำงามมาก ชั้นล่างเป็นซุ้มคูหารอบ มีสิงห์ยืนในคูหา ถัดขึ้นไปอีกชั้น ๑เป็นคูหาไว้พระพุทธรูป ขนาดเดียวกับพระโบโรบุโด ซึ่งเชิญมาไว้ในวัดพระแก้ว แต่คะเนยังไม่ได้ว่าจะเป็นท่าต่าง ๆฤๅไม่ ถัดขึ้นไปจึงถึงองค์พระเจดีย์บัวคว่ำบัวหงายที่รับปากระฆังเป็นบัวหลังเบี้ยสลับกลีบกันงามเข้าทีมาก บัลลังก์มีซุ้มยื่นออกมา ๔ทิศ ไว้พระ ๔ปาง ไม่เห็นมีเสารับยอดซึ่งกรมหลวงนริศสงสัยว่าจะเป็นทวย ถัดขึ้นไปปล้องไฉนแต่ยอดด้วน ประมาณว่าจะสูงราว ๑๕วา…”

เอกสารอ้างอิง

กรมศิลปากร. นำชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร. กรุงเทพฯ: บริษัทบางกอก
อินเฮ้าส์จำกัด, ๒๕๖๑.
กรมศิลปากร. พระพุทธรูปปางต่าง ๆ. นครปฐม: บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (๑๙๗๗) จำกัด, ๒๕๕๘.
กรมศิลปากร. รายงานการบูรณะโบราณสถานวัดพระแก้ว จังหวัดกำแพงเพชร .กำแพงเพชร:
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามเพชร, ๒๕๔๓.
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. เสด็จประพาสต้น
ในรัชกาลที่ ๕.พิมพ์ครั้งที่ ๒๖. กรุงเทพฯ : ไทยร่มเกล้า, ๒๕๒๙.
พุทธรักษ์ ปราบนอก. (๒๕๕๙,กันยายน – ธันวาคม). “พุทธปรัชญาในพุทธปฏิมา”, มนุษยศาสตร์
สังคมศาสตร์ ๓๓ (๓): ๒๔๑ – ๒๖๓.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. เจดีย์ในประเทศไทย รูปแบบ พัฒนาการ และพลังศรัทธา. กรุงเทพฯ:
ด่านสุทธาการพิมพ์, ๒๕๖๐.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๑.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะล้านนา. นนทบุรี: โรงพิมพ์มติชนปากเกร็ด, ๒๕๕๖.
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. พจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม อักษร ก-ฮ. กรุงเทพฯ : สำนักงาน
ราชบัณฑิตยสภา, ๒๕๕๐.
หม่อมเจ้าสุภัทรดิศดิศกุล. ศิลปะในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: อมรินทร์การพิมพ์, ๒๕๒๘.

ที่อยู่

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร
Bangkok
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 09:00 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

022242050

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากรผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

เป็นความคิดเห็นของผมคนเดียว ผมไปถ่ายที่วัดศิริไอยสวรรค์ พระนาคปรกชัดชัด แต่บังเอิญมีกระปุกยา เมื่อเมษาไปถ่ายใหม่ กระปุกยาหายไป ทำให้คิดว่าไม่ใช่พระไภษัชยคุรุแน่นอน และผมย้อนกลับไปดูภาพเก่าตอนที่ถ่ายณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี เจอองค์หนึ่งหน้าตาเหมือนคนเขมรมากน่าจะเป็นพระไภษัชยคุรุ มากกว่า ท่านผู้รู้ผมผิดยังไง ช่วยแก้ไข ขอบคุณมาก
องค์ความรู้ เรื่อง สงกรานต์ แผ่นดินพระจอมเกล้าฯ ตอนที่ ๓ นับตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๐๕ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ออกประกาศวันมหาสงกรานต์ที่มีรายละเอียดมากขึ้น จากเดิมที่มีเนื้อความว่าด้วยวันมหาสงกรานต์ และวันสำคัญประจำปีนั้น ๆ ปรากฏว่าได้โปรดให้ประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงคำนวณด้วยพระองค์เอง และในประกาศมหาสงกรานต์ นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๐๕ เป็นต้นมา โปรดให้แจ้งกำหนดวันสำหรับพระราชพิธีต่าง ๆ ด้วย ดังความว่า “...ใน ปีจอจัตวาศกนี้ วันพุธ เดือน ๕ ขึ้น ๓ ค่ำ วันหนึ่ง วันอาทิตย์ เดือน ๑๐แรม ๑๓ ค่ำวันหนึ่ง เปนวันประชุมถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา วันพฤหัสบดี เดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำ เปนวันจะทำพระราชพิธีจรดพระนังคัล ให้ราษฎรลงมือทำนาภายหลังวันนั้น ตั้งแต่วันศุกร เดือน ๖ ขึ้น ๔ ค่ำไป ห้ามมิให้ลงมือทำนาก่อน ฤๅในวันนั้นตลอดพระราชอาณาเขตร์ พระราชพิธีจองเปรียงในปีจอจัตวาศกนี้ ยกโคมวันพุธ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ลดโคมวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น ๓ ค่ำ ณวันอาทิตย์ เดือนอ้าย แรมค่ำ ๑ เปนวันชีพ่อพราหมณ์จะได้ทำพระราชพิธีกฤติเกยาณพระเทวสถาน พระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน ๒ ครั้ง แลพระราชพิธีสารท แลพระราชพิธีตรียัมพวายตรีปวาย แลพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ คงทำในวันคืนแลเดือนขึ้นแรมนั้นๆ ตามเคยเหมือนอย่างทุกปี...” และมีในประกาศสงกรานต์ปีขาล อัฐศก พุทธศักราช ๒๔๐๙ ความตอนหนึ่งว่า “...ในกลางเดือน ๖ นั้นมีแต่ราชการฉัตรมงคล คือในพระบรมมหาราชวังนี้ จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตร ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท วันเสาร์เดือน ๖ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ วันอาทิตย์เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม วันจันทร์เดือน ๖ แรมค่ำหนึ่ง เปนการมงคลสำหรับพระราชวังตามปี...” พระราชพิธีที่ปรากฏในประกาศดังกล่าว บางพระราชพิธีมีมาแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ บางพระราชพิธีเพิ่งเกิดมีขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นคราวแรก อย่างเช่น พระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน หรือพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งมีที่มาอยู่ในหนังสือ พระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ในพระปิยมหาราช ความว่า “....ธรรมเนียมแต่ก่อนมีมาจนถึงทุกวันนี้ เมื่อเปลี่ยนปีใหม่ถึงเดือนหกพนักงานข้างหน้าข้างในบรรดาซึ่งรักษาเครื่องราชูปโภคและรักษาตำแหน่งหน้าที่มีพระทวารและประตูวังเป็นต้น ต้องทำการสมโภชเครื่องราชูปโภคและตำแหน่งซึ่งตนรักษาคราวหนึ่ง ข้างฝ่ายหน้าแต่ก่อนมาถึงมีสวดมนต์เลี้ยงพระด้วยก็มี แต่ข้างฝ่ายในนั้นมีแต่เครื่องสังเวยเครื่องประโคม แล้วร้อยดอกไม้เป็นตาข่ายอุบะมาลัยแขวนตามกำลังมากและน้อย เป็นส่วนของเจ้าพนักงานทำเอง หาได้เกี่ยวข้องเป็นการหลวงไม่ ครั้นมาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกในวันพฤหัสบดีเดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีกุนตรีศก จุลศักราช ๑๒๑๓ จึงทรงพระราชดำริว่าวันบรมราชาภิเษกนั้นเป็นมหามงคลสมัย ซึ่งประเทศทั้งปวงที่มีพระเจ้าแผ่นดินปกครองย่อมนับถือวันนั้นว่าเป็นวันนักขัตฤกษ์มงคลกาล แต่ในกรุงสยามนี้เฉยๆ อยู่มิได้มีการนักขัตฤกษ์อันใด ครั้งนี้การบรมราชาภิเษกของพระองค์เฉพาะตรงกับสมัยที่เจ้าพนักงานเคยสมโภชเครื่องสิริราชูปโภคแต่เดิมมา ควรที่จะมีการสมโภชพระมหาเศวตฉัตรให้เป็นสวัสดิมงคลแก่ราชสมบัติ จึงได้ทรงพระราชดำริจัดการพระราชกุศล ซึ่งพระราชทานชื่อว่าฉัตรมงคล...” ในปี พุทธศักราช ๒๔๐๗ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา โปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และเฉลิมฉลอง ซึ่งได้เป็นแบบอย่างในเวลาต่อมา ประกาศวันสงกรานต์ นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๐๕ มาจนสิ้นรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงมีพระบรมราโชวาทพระราชทานแก่ราษฎรว่าด้วยเรื่องของชีวิตและการปฏิบัติตน เช่นในประกาศมหาสงกรานต์ ปีขาลอัฐศก มีว่า “...เมื่อวันคืนเดือนปีล่วงไปๆ ดังนี้ อายุของมนุษย์ทั้งปวงในโลกครั้งนี้ประมาณ ๘๐ ปีแลต่ำลงมากว่านั้นก็หมดไปสิ้นไป ใกล้ต่อเวลาที่จะถึงแก่ความตายเข้าไปทุกวันๆ สั้นเข้าไปทุกเวลา ความตายไม่เลือกหน้าว่าผู้ใด เปนคนจนคนมีผู้ดีแลไพร่ชาวบ้านชาววัด ไม่ล่วงพ้นจากความตายได้เลย ก็แลสัตว์ทั้งปวงมนุษย์ทั้งปวงย่อมรักชีวิตหมดด้วยกัน กลัวตายไม่อยากตายเปนธรรมดา ถึงกระนั้นก็ไม่ล่วงความตายไปได้ตามปราถนา ชีวิตของมนุษย์ทั้งปวงของสัตว์ทั้งปวงน้อยนักน้อยหนามีแต่หมดไปสิ้นไป เหมือนหนึ่งน้ำในแม่น้ำน้อยในคราวระดูแล้ง มีแต่แห้งไปหมดไปถ่ายเดียว ก็อายุของมนุษย์ทั้งหลายสัตวทั้งหลายน้อยนัก ควรที่ผู้เปนคนดีมีปัญญาจะพึงเบื่อหน่ายเกลียดชัง แล้วรีบเร่งประพฤติการดีการชอบ ที่เปนที่ตั้งสุขประโยชน์แก่กันให้มากโดยเปนการเร็วการด่วน เหมือนคนที่ศีร์ษะเพลิงไหม้ รีบร้อนหาน้ำเครื่องเย็นดับเพลิงในศีร์ษะนั้น การประพฤติชอบดี เปนคุณเปนประโยชน์แก่กันแลกัน ซึ่งสำเร็จเปนที่พึ่งพำนักของสัตว์ทั้งปวง ที่นักปราชญ์เปนอันมากเห็นว่าชอบดีพร้อมกันนั้น คือความเมตตากรุณาแลสงเคราะห์อนุเคราะห์เผื่อแผ่ความสุขให้แก่กัน ทั้งในหมู่มนุษย์แลหมู่สัตว์ แลตั้งตนไว้ให้เต็มพร้อมด้วยความดีความชอบ๑๐ อย่าง คือไม่ฆ่าสัตว์เปนให้ตาย ไม่ลักฉ้อทรัพย์ของผู้อื่น ไม่ประพฤติผิดในที่ๆ ไม่ควรล่วง เปนผู้ถือสัตย์ไม่กล่าวเท็จฬ่อลวงให้ผู้อื่นหลงไม่พูดยุยงส่อเสียดให้ผู้อื่นแตกร้าวกัน ไม่พูดคำหยาบให้เจ็บร้อนใจผู้อื่น ไม่พูดเพ้อเจ้อเปล่าจากประโยชน์ ไม่มุ่งหมายอยากได้ทรัพย์ของผู้อื่นด้วยความมักได้ ไม่มีผูกใจเจ็บจนถึงแช่งให้ผู้นั้นตาย ย่อมตริตรองด้วยปัญญาที่ชอบ ไม่ถือมั่นตามความเห็นผิดทางดีทางชั่ว การประพฤติชอบดี ๑๐ อย่างดังว่ามานี้ เปนความดีความชอบมีสำหรับโลกตั้งอยู่เสมอ จะมีผู้ถือก็ดีไม่มีใครถือก็ดี ก็คงมีอยู่อย่างนั้นไม่แปรผันยักเยื้องเปนอย่างอื่นไปเลยเปนอันขาด นอกจากนี้ ยังทรงขยายความถึงการประพฤติตนตามหลักพุทธศาสนาเพิ่มเติมไปอีก ในขณะเดียวกัน ก็ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตแก่ประชาราษฎรในการนับถือศาสนา ดังประกาศมหาสงกรานต์ ปีมะโรงสัมฤทธิศก พุทธศักราช ๒๔๑๑ “... อนึ่งการแสวงหาแลถือสาสนา ซึ่งจะเปนที่พึ่งของตนในชาตินี้ ก็เปนการดีสมควรเปนที่ยิ่งแล้ว ควรที่ท่านทั้งปวงทุกๆ คนจะตริตรองใคร่ครวญด้วยปัญญาตนเอง เมื่อเห็นคุณประจักษ์ว่า สาสนาใดในหมู่ใดพวกใด จะเปนที่พึ่งได้ควรแก่ปัญญาแล้ว ก็จงถือแลปฏิบัติตามสาสนานั้นโดยน้ำใจตนเอง อย่าถือด้วยการตื่นการเกณฑ์ แลการเล่าลือแลว่าธรรมเนียมเคยถือสืบๆ มา ฤๅอาการที่ไม่เห็นมาว่ามาขู่ให้กลัวให้ดีใจ ก็อย่ามีความพิศวงต่อเหตุต่างๆ แล้วถือตามทำตาม เมื่อได้ที่พึ่งนับถืออันงามดีควรแล้ว จงประกอบความเลื่อมใสให้มากจึงปฏิบัติตาม ก็จะมีความเจริญดีแก่ตนทุกๆ คนนั้นแล...” เทศกาลสงกรานต์ นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอดีต ถือกันว่าเป็นช่วงเวลาของการเข้าสู่ศักราชใหม่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงรอบรู้ในสรรพวิทยา ทรงศึกษาในศาสตร์ต่างๆ อย่างรอบด้าน ได้ทรงให้ความสำคัญกับช่วงเวลาดังกล่าว จึงโปรดให้ออกประกาศสงกรานต์ในเวลาจะเข้าสู่ศักราชใหม่ เพื่อจะทรงแสดงวันเวลาที่ถูกต้อง ด้วยมีพระราชประสงค์จะไม่ให้ราษฎรทั้งหลายเกิดความเข้าใจผิด ทรงให้ความรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญที่จะเกิดป้องกันการตื่นตระหนก และที่สำคัญ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงมีพระบรมราโชวาท โดยทรงอ้างอิงคติทางพุทธศาสนาเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการดำเนินชีวิต ทั้งยังทรงมีพระราชกระแสตักเตือน ด้วยทรงหวังให้เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และเป็นการเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในชีวิตของประชาราษฎรทั้งหลาย เรียบเรียง/ภาพ : วสันต์ ญาติพัฒ ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ภาพประกอบ : ถนนสนามไชย ถนนเส้นแรกๆ ในพระนคร มีมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซ้ายมือคือพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ ตรงข้าม คือสนามไชย ที่มา : พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จ. พระราชพิธีสิบสองเดือน.กรุงเทพฯ : แสงดาว, ๒๕๕๖. พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จ. รวมพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง ประชุมประกาศรัชกาลที่ ๔. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๔๘.
ต้องการทราบว่า ภาพนี้เป็นมรดกโลกที่ไหนครับ และชื่อว่าอะไรครับ
ต้องการทราบว่า แหล่งมรดกโลกจากภาพนี้คือ อะไรและตั้งในประเทศไหนครับ เพื่อต้องการไปประกอบการศึกษา ขอบคุณครับ
ขออนุญาตประชาสัมพันธ์ครับ ___________________________________________ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางจาริกบุญ-จาริกธรรม ตามรอยพระพุทธเจ้า ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล แสวงธรรม บำเพ็ญบุญ บูชาคุณพระรัตนตรัย ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล สถานที่ ประสูติ-ตรัสรู้–ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน เมือง ลุมพินี - พุทธคยา - พาราณสี - กุสินารา – นาลันทา – สาวัตถี เดินทางวันที่ 8 - 15 กุมภาพันธ์ 2563 นำทางธรรมโดย รองศาสตราจารย์ ดร. สำเนียง เลื่อมใส ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และพระวิทยากรสายพุทธภูมิร่วมบรรยายพุทธประวัติ ราคาท่านละ 56,800 บาท สามารถดาวน์โหลดรายละเอียดโปรแกรมการเดินทางได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1HoYaUKDSRqjNZiilg9k1FoR8kPaZbkpd/view?usp=sharing ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งตั้งแต่บัดนี้ ได้ที่ คุณชิษณุพงศ์ (086-9777043), คุณกิตติพร (081-8809437), คุณวรพจน์ (098-3050723), คุณนุชนารถ (094-8236649)
คาดว่าเป็นศิลปต้น ร.5 และ หลวงปู่โต สร้างถวาย ร.4 ถ้าเป็นจริงเจ้าของที่ดินจะโดยเวนคืนไหมครับ
เป็นพระบาทที่พบเมื่อ2490 แต่โดนลืมมานาน ขอความช้วยเหลือในการตรวจสอบทางกรมศิลปากรด้วย
#แจกฟรี2000
ขอบคุณค่ะ
นี่คือหินอะไร ครับ เก็บได้จากป่าครับ