05/08/2026
แถลงการณ์กองอุทยานแห่งชาติ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการให้บริการบ้านพักนักท่องเที่ยว การกำหนดเขตพักแรมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
ตามที่สื่อมวลชนหลายสำนัก ได้เผยแพร่เนื้อหาการอภิปรายของ นายวีระ ธีรภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ซึ่งได้สะท้อนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพบริการบ้านพักและสิ่งอำนวยความสะดวกในอุทยานแห่งชาติ จากประสบการณ์การเข้าพักในอดีต ว่า “...คุณภาพบริการของที่พักในอุทยาน ไม่ว่าจะเป็นที่หมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งต้องเรียนท่านตามตรงนะครับ ผมไปมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว นี่ต้องพูดว่าเลวทรามมากเลยครับ เพราะ 20:00 น. ปิดไฟครับ แล้วเตียงที่ผมไปนอนเนี่ย หนามนะครับ เป็นหนามเหล็กเลยนะครับ ผมต้องเอาผ้าห่มผมเนี่ยไปวาง...” พร้อมเสนอแนะให้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนบริหารจัดการ (PPP) นั้น
กองอุทยานแห่งชาติ ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
1. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันได้ปิดการพักแรม แบบถาวร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นไปตามประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ฉบับลงวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2561 โดยกำหนดให้รูปแบบการท่องเที่ยวเป็นแบบ ไป-กลับ (One-day trip) เท่านั้น เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน สำหรับ "อาคารบ้านพักหูยง" (บริเวณเกาะเมียง) เป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่ มิใช่บ้านพักที่เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทั่วไปแต่อย่างใด
2. กรณีไฟฟ้า ปิดในเวลา 20.00 น. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเป็นพื้นที่ที่อยู่บนเกาะห่างไกลฝั่ง จึงใช้ระบบผลิตไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (ไฟปั่น) แต่ก็มีข้อจำกัดในการขนส่ง และยังต้องคำนึงถึงการรักษาสภาพแวดล้อม และการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้รับจัดสรร เมื่อในปี พ.ศ. 2561 มีการกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวเป็นแบบไป-กลับ (One-day trip) การใช้ไฟในเวลากลางวันก็เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ส่วนการใช้ไฟในเวลากลางคืน ก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำภารกิจส่วนตัว การปิดในเวลา 20.00 น. จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว
3. สำหรับกรอบกฎหมายการร่วมมือกับภาคเอกชน (PPP) ในการพัฒนาที่พัก ปัจจุบัน มีเพียงกิจการแพเพื่อการท่องเที่ยวเดิมที่ได้รับอนุญาตตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ และเป็นรายเดิมเท่านั้น เพราะกฎหมายอุทยานแห่งชาติมุ่งเน้นในการสงวน อนุรักษ์ คุ้มครอง ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน การจัดให้มีที่พักก็เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ในรูปแบบที่เรียบง่าย มีความกลมกลืนกับสภาพธรรมชาติ โดยจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็น ประกอบกับการบริหารจัดการที่พักของเอกชนมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกับที่อุทยานแห่งชาติดำเนินการ ดังนั้น การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนบริหารจัดการ (PPP) จึงต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบ ไม่ให้เป็นการเอื้อต่อเอกชนรายใดรายหนึ่ง ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวในโซนบริการของอุทยานแห่งชาติ
กองอุทยานแห่งชาติขอยืนยันว่าได้ดำเนินการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเต็มความสามารถ เจ้าหน้าที่ทุกนายยินดีให้บริการอย่างเต็มที่ โดยมีการสำรวจความพึงพอใจจากนักท่องเที่ยวทั้งด้านบริการและบ้านพักผลสำรวจอยู่ในระดับดีมาก ยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวและพักแรมเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติหลายแห่งได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลและรางวัลด้านการจัดการพื้นที่ เช่น Green Destination Awards และ รางวัลการจัดการดูแลพื้นที่ชายหาดหรือผู้ประกอบการเอกชนที่มีพื้นที่บริการติดกับแนวชายหาดสาธารณะ (ISO 13009 : 2015)และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะยังมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติสืบต่อไป