สอวช. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เจริญเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติให้มีความพร้อมที่จะดำรงชีวิตอย่างผาสุกและประกอบสัมมาอาชีวะได้โดยสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างเหมาะสมตามรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศทุกด้าน ต้องใช้การวิจัยที่ผสมผสานองค์ความรู้ในศาสตร์ทุกแขนงเพื่อสรรสร้างนวัตกรรม โดยมิได้จำกัดเฉพาะการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหมือนเดิมเท่านั้น ประกอบกับการอุดมศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติให้มีความรู้ความสามารถและทักษะชั้นสูงในศาสตร์แขนงต่าง ๆ อยู่แล้ว ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงส่วนราชการ เพื่อให้มีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ทำหน้าที่สอดคล้องกับการบริบทของประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว และได้มีการกำหนดให้มีสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติเพื่อทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์แผนด้านการอุดมศึกษาและแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้มีเอกภาพและเป็นระบบ ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณและการประเมินผลการปฏิบัติให้เป็นไปโดยเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ตามมาตรา 21 ได้กำหนดให้มีสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “สอวช.” ทำหน้าที่รับผิดชอบงานวิชาการและงานธุรการของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ
มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนตามมาตรา 11 (1)เพื่อให้เกิดประโยชน์ ในการผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประเทศ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกได้ โดยใช้การวิจัยและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจ ชุมชน และสังคม รวมทั้งสนับสนุนการนำผลงานวิจัย และนวัตกรรมที่สำเร็จแล้วไปสู่การผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ

โดย สอวช. เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น

Office of National Higher Education Science Research and Innovation Policy Council or “์NXPO” responsible for academic and administrative work of the Policy Council.

The NXPO’s objectives are to promote and encourage the development and integration of higher education, science, research and innovation in line with the policies, strategies and plans pursuant, for the purpose of producing and developing the country’s manpower to satisfy its demand as well as enhancing the country’s global competitiveness through research and innovation so the country. Can move f

The NXPO’s objectives are to promote and encourage the development and integration of higher education, science, research and innovation in line with the policies, strategies and plans pursuant, for the purpose of producing and developing the country’s manpower to satisfy its demand as well as enhancing the country’s global competitiveness through research and innovation so the country. Can move f

เปิดเหมือนปกติ

ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. และให้ประกาศใ...
17/09/2021

ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. และให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย
.
(17 กันยายน 2564) ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 7 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. .… ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยที่ประชุมได้ลงมติในวาระที่ 3 เห็นชอบให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเสียง 494 เสียง
.
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญกุล ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. แถลงต่อที่ประชุมว่า ตามที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมพิจารณาทั้งสิ้น 9 ครั้ง โดยได้มีการเชิญบุคคลภายนอกมาชี้แจงแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกด้วย โดยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนั้น เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต และที่ผ่านมารัฐได้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่โดยที่ผู้รับทุนหรือนักวิจัยไม่สามารถเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมได้ด้วยข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบของภาครัฐจึงไม่มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นไปใช้ประโยชน์ ทั้งการต่อยอดการวิจัยและต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม อีกทั้งเป็นแรงจูงใจให้มีการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพิ่มขึ้น จึงสมควรกำหนดให้ผู้รับทุนหรือนักวิจัยสามารถเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่เกิดจากเงินสนับสนุนของภาครัฐได้ มีกลไกการบริหารจัดการและติดตามการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรม ไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนกำหนดมาตรการบังคับใช้สิทธิโดยรัฐในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างประโยชน์ของผู้เป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมและประโยชน์ส่วนรวม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ และบัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอเสนอต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาลงมติในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ซึ่งที่ประชุมได้ลงมติในวาระที่ 3 เห็นชอบให้ประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเสียง 494 เสียง
.
“คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. ขอขอบคุณประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งมีการผลักดันกันมาอย่างยาวนาน และเชื่อว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะพลิกโฉมหน้างานวิจัยไทย และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป” นายวรวัจน์ กล่าว
.
ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. กระทรวง อว. โดย สอวช. และหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้ดำเนินการจัดทำและร่วมผลักดันกันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎหมายเพื่อการปฏิรูประบบวิจัย นวัตกรรมของไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกิดจากการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของรัฐไปใช้ประโยชน์ และช่วยแก้ปัญหาการตกลงเรื่องสิทธิความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยระหว่างหน่วยงานให้ทุนกับผู้รับทุน โดยกำหนดให้ผู้รับทุนสามารถขอเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตนได้สร้างสรรค์ขึ้นได้ และเมื่อหน่วยงานผู้รับทุน ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัย ได้เป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม จะช่วยให้ Startup และ SME สามารถรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ส่งผลให้เกิดจำนวน Startup และ SME ที่ใช้เทคโนโลยีในการประกอบธุรกิจ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดระบบเศรษฐกิจนวัตกรรมได้ อีกทั้งยังช่วยยกระดับงานวิจัยในสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยของรัฐ โดยเพิ่มแรงจูงใจให้สถาบันวิจัยและนักวิจัย ผลิตผลงานวิจัยฯ ที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของภาคผลิตและบริการ
.
ที่มา : https://www.nxpo.or.th/th/8907/
.
#สอวช #NXPO #รัฐสภา #BayhDoleAct

ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. และให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย
.
(17 กันยายน 2564) ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 7 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. .… ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยที่ประชุมได้ลงมติในวาระที่ 3 เห็นชอบให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเสียง 494 เสียง
.
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญกุล ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. แถลงต่อที่ประชุมว่า ตามที่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้มีการประชุมพิจารณาทั้งสิ้น 9 ครั้ง โดยได้มีการเชิญบุคคลภายนอกมาชี้แจงแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกด้วย โดยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนั้น เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต และที่ผ่านมารัฐได้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่โดยที่ผู้รับทุนหรือนักวิจัยไม่สามารถเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมได้ด้วยข้อจำกัดด้านกฎหมายและกฎระเบียบของภาครัฐจึงไม่มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นไปใช้ประโยชน์ ทั้งการต่อยอดการวิจัยและต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม อีกทั้งเป็นแรงจูงใจให้มีการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพิ่มขึ้น จึงสมควรกำหนดให้ผู้รับทุนหรือนักวิจัยสามารถเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่เกิดจากเงินสนับสนุนของภาครัฐได้ มีกลไกการบริหารจัดการและติดตามการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรม ไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนกำหนดมาตรการบังคับใช้สิทธิโดยรัฐในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างประโยชน์ของผู้เป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมและประโยชน์ส่วนรวม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ และบัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอเสนอต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาลงมติในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ซึ่งที่ประชุมได้ลงมติในวาระที่ 3 เห็นชอบให้ประกาศใช้ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. เป็นกฎหมาย ด้วยคะแนนเสียง 494 เสียง
.
“คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. ขอขอบคุณประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งมีการผลักดันกันมาอย่างยาวนาน และเชื่อว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะพลิกโฉมหน้างานวิจัยไทย และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป” นายวรวัจน์ กล่าว
.
ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เปิดเผยว่า ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. …. กระทรวง อว. โดย สอวช. และหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้ดำเนินการจัดทำและร่วมผลักดันกันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎหมายเพื่อการปฏิรูประบบวิจัย นวัตกรรมของไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เกิดจากการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของรัฐไปใช้ประโยชน์ และช่วยแก้ปัญหาการตกลงเรื่องสิทธิความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยระหว่างหน่วยงานให้ทุนกับผู้รับทุน โดยกำหนดให้ผู้รับทุนสามารถขอเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตนได้สร้างสรรค์ขึ้นได้ และเมื่อหน่วยงานผู้รับทุน ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัย ได้เป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม จะช่วยให้ Startup และ SME สามารถรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ส่งผลให้เกิดจำนวน Startup และ SME ที่ใช้เทคโนโลยีในการประกอบธุรกิจ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดระบบเศรษฐกิจนวัตกรรมได้ อีกทั้งยังช่วยยกระดับงานวิจัยในสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยของรัฐ โดยเพิ่มแรงจูงใจให้สถาบันวิจัยและนักวิจัย ผลิตผลงานวิจัยฯ ที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของภาคผลิตและบริการ
.
ที่มา : https://www.nxpo.or.th/th/8907/
.
#สอวช #NXPO #รัฐสภา #BayhDoleAct

ที่ประชุมสภานโยบายฯ เห็นชอบข้อเสนอ spin-off หน่วยบริหารและจัดการทุน บพข.-บพท.-บพค. ออกจาก สอวช. เน้นบทบาทเป็นคานงัดสำคัญ...
17/09/2021

ที่ประชุมสภานโยบายฯ เห็นชอบข้อเสนอ spin-off หน่วยบริหารและจัดการทุน บพข.-บพท.-บพค. ออกจาก สอวช. เน้นบทบาทเป็นคานงัดสำคัญส่งเสริมการลงทุนวิจัยและนวัตกรรมภาคเอกชน
.
(15 กันยายน 2564) สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ จัดการประชุม ครั้งที่ 3/2564 ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ ตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (ดร.วิษณุ เครืองาม) เป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) (ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์) เป็นรองประธาน พร้อมด้วยรัฐมนตรี ผู้บริหารจากกระทรวงฯ หน่วยงานต่างๆ และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม
.
ระเบียบวาระที่สำคัญในการประชุมครั้งนี้ คือการพิจารณาข้อเสนอการจัดระบบการบริหารและจัดการทุนด้านวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และ (ร่าง) ข้อเสนอรูปแบบการแยกหน่วยบริหารและจัดการทุนเฉพาะด้านออกจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดย ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. ในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการสภานโยบายฯ เปิดเผยว่า การจัดตั้งหน่วยบริหารและจัดการทุนเฉพาะด้าน ภายใต้ร่มนิติบุคคลของ สอวช. เกิดขึ้นจากการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ สภานโยบายฯ จึงได้จัดตั้งหน่วยงานให้ทุนขึ้น 3 หน่วย ประกอบด้วย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.), หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.), และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ซึ่งตามข้อบังคับคณะกรรมการอำนวยการ สอวช. มีการกำหนดให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ จัดทำกรอบการประเมินและการแยกหน่วยบริหารและจัดการทุนออกจาก สอวช. ไปเป็นหน่วยงานที่เหมาะสมภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ซึ่งในปัจจุบันได้ดำเนินงานมาครบ 2 ปีแล้ว จึงต้องเตรียมการที่จะแยกตัวออกไปและเตรียมความพร้อม ภายในระยะเวลา 3 ปีตามที่กำหนดไว้
.
ในการแยกทั้ง 3 หน่วยงานออกมา ได้มีการศึกษาวิเคราะห์และหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้ข้อสรุปออกมาเป็นหลักการชี้นำ (Guiding Principle) ในการออกแบบระบบการบริหารและจัดการทุนของประเทศ โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ให้เกิดประโยชน์และเห็นเป็นที่ประจักษ์ เกิดผลสัมฤทธิ์ตามกรอบนโยบายยุทธศาสตร์ อววน. ที่สภานโยบายฯ ได้กำหนดไว้ เน้นการส่งมอบผลลัพธ์ตามโจทย์ที่ประเทศต้องการ รวมถึงการเปิดให้ภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ผู้ใช้ประโยชน์ และบุคลากรรุ่นใหม่ๆ เข้ามามีส่วนในการบริหารจัดการหรือดำเนินการ และให้มีปฏิสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย ภาคนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีในการขับเคลื่อนนวัตกรรมให้เกิดผล ที่สำคัญจะช่วยปิดช่องว่างของระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในขณะนี้ได้ ด้วยการเพิ่มการลงทุนวิจัยและนวัตกรรม การส่งเสริมภาคเอกชนให้ลงทุน โดยใช้งบประมาณของรัฐเข้าไปเป็นคานงัดกับงบวิจัยและนวัตกรรมของภาคเอกชน
.
การจัดตั้งหน่วยงานใหม่นี้จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยจะเป็นหน่วยงานให้ทุนที่จะจัดให้มีขอบเขตความรับผิดชอบของหน่วยงานชัดเจนขึ้น โดยเสนอให้รวมทั้ง 3 หน่วยบริหารจัดการทุนเฉพาะด้านข้างต้น เป็นองค์การมหาชน ซึ่งขอบเขตงานจะเข้ามาเติมเต็มในส่วนการทำ Translational Research ทำให้ความรู้หรืองานวิจัยสามารถออกไปสู่เชิงพาณิชย์และสร้างให้เกิดผู้ประกอบการได้ โดยหน่วยงานนี้จะรับผิดชอบการวิจัยและนวัตกรรม ในส่วนของอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการพัฒนาเชิงพื้นที่ ในด้านความสำคัญ คือเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการขับเคลื่อนให้บรรลุผลตามเป้าหมายยุทธศาสตร์และแผน อววน. ของประเทศ ช่วยเติมเต็มเรื่องการให้ทุนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เน้นเรื่องความสามารถในการแข่งขันในกลุ่มอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบ รวมถึงการจะช่วยเป็นคานงัดงบวิจัยของรัฐให้เกิดการเพิ่มการลงทุนของภาคเอกชน
.
สำหรับผลที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ คือการเพิ่มการลงทุนวิจัยและนวัตกรรมจากภาคเอกชน รวมถึงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนวิจัยและนวัตกรรมให้สูงขึ้น ตามเป้าหมายการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี ให้ได้ 2% ในปี 2570 อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย พัฒนาให้เกิดผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูง ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำ โดยเพิ่มศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการใช้กระบวนการการวิจัยและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ และสร้างขีดความสามารถการบริหารจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าให้กับประเทศ รองรับอุตสาหกรรมอนาคต เพื่อสร้างกลไกในการขับเคลื่อน รองรับการเติบโตของประเทศในระยะยาว
.
อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาข้อเสนอฯ ดังกล่าว ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการข้อเสนอการแยกหน่วยบริหารจัดการทุนเฉพาะด้านออกจาก สอวช. พร้อมได้มอบหมายให้ สอวช. จัดทำพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้น และจัดทำข้อเสนอตามแบบการขอจัดตั้งองค์การมหาชน เสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.) และคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป โดยให้ สอวช. ดำเนินงานควบคู่ไปกับการรายงานผลการดำเนินงานและความคืบหน้าให้ที่ประชุมสภานโยบายฯ ทราบเป็นระยะ ทั้งนี้ ในประเด็นดังกล่าว ที่ประชุมได้เน้นย้ำในเรื่องการตั้งชื่อหน่วยงานให้ชัดเจน กระชับและจดจำได้ง่าย ส่วนการกำหนดพันธกิจ วัตถุประสงค์ของหน่วยงานต้องมีความครอบคลุม ทั้งในเรื่องของบทบาทและความสัมพันธ์กับหน่วยงานให้ทุนอื่นๆ ในระบบเดียวกัน ด้านโครงสร้างและการบริหารงานของหน่วยงาน ต้องแยกบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารและอนุกรรมการแต่ละส่วนของหน่วยงานให้ชัดเจน รวมถึงเมื่อรวมกันเป็นองค์การมหาชนแล้ว ต้องจัดการการจัดสรรทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และควรเตรียมหน่วยงานให้มีความคล่องตัว มีความพร้อมในการตั้งหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะการให้ทุนกับภาคเอกชนโดยตรง เพราะเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำในประเทศอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่ง สอวช. จะนำข้อเสนอแนะและประเด็นสำคัญที่ได้จากที่ประชุมข้างต้นไปเพิ่มเติมให้การจัดทำระเบียบและการดำเนินงานส่วนต่างๆ ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
.
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาเห็นชอบ (ร่าง) รายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ประจำปี 2564: การฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 สู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคม ที่ สอวช. จัดทำขึ้น เพื่อรายงานขีดความสามารถด้าน อววน. ของประเทศ โดยชี้ให้เห็นตัวอย่างการดำเนินงานนำศักยภาพด้าน อววน. ไปแก้ปัญหาสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 รวมถึงการแก้ไขปัญหาสังคม และสร้างขีดความสามารถด้านนวัตกรรมให้ประเทศด้วย ซึ่งจะมีการนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรายงานถึงการดำเนินงานต่อไป
.
ที่มา : https://www.nxpo.or.th/th/8897/
.
#สอวช #NXPO #หน่วยบริหารและจัดการทุน #บพข #PMUC #บพท #PMUA #บพค #PMUB

ที่ประชุมสภานโยบายฯ เห็นชอบข้อเสนอ spin-off หน่วยบริหารและจัดการทุน บพข.-บพท.-บพค. ออกจาก สอวช. เน้นบทบาทเป็นคานงัดสำคัญส่งเสริมการลงทุนวิจัยและนวัตกรรมภาคเอกชน
.
(15 กันยายน 2564) สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ จัดการประชุม ครั้งที่ 3/2564 ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ ตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (ดร.วิษณุ เครืองาม) เป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) (ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์) เป็นรองประธาน พร้อมด้วยรัฐมนตรี ผู้บริหารจากกระทรวงฯ หน่วยงานต่างๆ และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม
.
ระเบียบวาระที่สำคัญในการประชุมครั้งนี้ คือการพิจารณาข้อเสนอการจัดระบบการบริหารและจัดการทุนด้านวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และ (ร่าง) ข้อเสนอรูปแบบการแยกหน่วยบริหารและจัดการทุนเฉพาะด้านออกจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดย ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. ในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการสภานโยบายฯ เปิดเผยว่า การจัดตั้งหน่วยบริหารและจัดการทุนเฉพาะด้าน ภายใต้ร่มนิติบุคคลของ สอวช. เกิดขึ้นจากการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ สภานโยบายฯ จึงได้จัดตั้งหน่วยงานให้ทุนขึ้น 3 หน่วย ประกอบด้วย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.), หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.), และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ซึ่งตามข้อบังคับคณะกรรมการอำนวยการ สอวช. มีการกำหนดให้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ จัดทำกรอบการประเมินและการแยกหน่วยบริหารและจัดการทุนออกจาก สอวช. ไปเป็นหน่วยงานที่เหมาะสมภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี ซึ่งในปัจจุบันได้ดำเนินงานมาครบ 2 ปีแล้ว จึงต้องเตรียมการที่จะแยกตัวออกไปและเตรียมความพร้อม ภายในระยะเวลา 3 ปีตามที่กำหนดไว้
.
ในการแยกทั้ง 3 หน่วยงานออกมา ได้มีการศึกษาวิเคราะห์และหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้ข้อสรุปออกมาเป็นหลักการชี้นำ (Guiding Principle) ในการออกแบบระบบการบริหารและจัดการทุนของประเทศ โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ให้เกิดประโยชน์และเห็นเป็นที่ประจักษ์ เกิดผลสัมฤทธิ์ตามกรอบนโยบายยุทธศาสตร์ อววน. ที่สภานโยบายฯ ได้กำหนดไว้ เน้นการส่งมอบผลลัพธ์ตามโจทย์ที่ประเทศต้องการ รวมถึงการเปิดให้ภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ผู้ใช้ประโยชน์ และบุคลากรรุ่นใหม่ๆ เข้ามามีส่วนในการบริหารจัดการหรือดำเนินการ และให้มีปฏิสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย ภาคนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีในการขับเคลื่อนนวัตกรรมให้เกิดผล ที่สำคัญจะช่วยปิดช่องว่างของระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในขณะนี้ได้ ด้วยการเพิ่มการลงทุนวิจัยและนวัตกรรม การส่งเสริมภาคเอกชนให้ลงทุน โดยใช้งบประมาณของรัฐเข้าไปเป็นคานงัดกับงบวิจัยและนวัตกรรมของภาคเอกชน
.
การจัดตั้งหน่วยงานใหม่นี้จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยจะเป็นหน่วยงานให้ทุนที่จะจัดให้มีขอบเขตความรับผิดชอบของหน่วยงานชัดเจนขึ้น โดยเสนอให้รวมทั้ง 3 หน่วยบริหารจัดการทุนเฉพาะด้านข้างต้น เป็นองค์การมหาชน ซึ่งขอบเขตงานจะเข้ามาเติมเต็มในส่วนการทำ Translational Research ทำให้ความรู้หรืองานวิจัยสามารถออกไปสู่เชิงพาณิชย์และสร้างให้เกิดผู้ประกอบการได้ โดยหน่วยงานนี้จะรับผิดชอบการวิจัยและนวัตกรรม ในส่วนของอุตสาหกรรมการผลิตและบริการ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการพัฒนาเชิงพื้นที่ ในด้านความสำคัญ คือเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการขับเคลื่อนให้บรรลุผลตามเป้าหมายยุทธศาสตร์และแผน อววน. ของประเทศ ช่วยเติมเต็มเรื่องการให้ทุนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เน้นเรื่องความสามารถในการแข่งขันในกลุ่มอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบ รวมถึงการจะช่วยเป็นคานงัดงบวิจัยของรัฐให้เกิดการเพิ่มการลงทุนของภาคเอกชน
.
สำหรับผลที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ คือการเพิ่มการลงทุนวิจัยและนวัตกรรมจากภาคเอกชน รวมถึงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนวิจัยและนวัตกรรมให้สูงขึ้น ตามเป้าหมายการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี ให้ได้ 2% ในปี 2570 อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย พัฒนาให้เกิดผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูง ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำ โดยเพิ่มศักยภาพของมหาวิทยาลัยในการใช้กระบวนการการวิจัยและนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ และสร้างขีดความสามารถการบริหารจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าให้กับประเทศ รองรับอุตสาหกรรมอนาคต เพื่อสร้างกลไกในการขับเคลื่อน รองรับการเติบโตของประเทศในระยะยาว
.
อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาข้อเสนอฯ ดังกล่าว ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการข้อเสนอการแยกหน่วยบริหารจัดการทุนเฉพาะด้านออกจาก สอวช. พร้อมได้มอบหมายให้ สอวช. จัดทำพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้น และจัดทำข้อเสนอตามแบบการขอจัดตั้งองค์การมหาชน เสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (กพม.) และคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป โดยให้ สอวช. ดำเนินงานควบคู่ไปกับการรายงานผลการดำเนินงานและความคืบหน้าให้ที่ประชุมสภานโยบายฯ ทราบเป็นระยะ ทั้งนี้ ในประเด็นดังกล่าว ที่ประชุมได้เน้นย้ำในเรื่องการตั้งชื่อหน่วยงานให้ชัดเจน กระชับและจดจำได้ง่าย ส่วนการกำหนดพันธกิจ วัตถุประสงค์ของหน่วยงานต้องมีความครอบคลุม ทั้งในเรื่องของบทบาทและความสัมพันธ์กับหน่วยงานให้ทุนอื่นๆ ในระบบเดียวกัน ด้านโครงสร้างและการบริหารงานของหน่วยงาน ต้องแยกบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารและอนุกรรมการแต่ละส่วนของหน่วยงานให้ชัดเจน รวมถึงเมื่อรวมกันเป็นองค์การมหาชนแล้ว ต้องจัดการการจัดสรรทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และควรเตรียมหน่วยงานให้มีความคล่องตัว มีความพร้อมในการตั้งหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะการให้ทุนกับภาคเอกชนโดยตรง เพราะเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น และเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำในประเทศอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่ง สอวช. จะนำข้อเสนอแนะและประเด็นสำคัญที่ได้จากที่ประชุมข้างต้นไปเพิ่มเติมให้การจัดทำระเบียบและการดำเนินงานส่วนต่างๆ ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
.
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาเห็นชอบ (ร่าง) รายงานการพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ประจำปี 2564: การฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 สู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคม ที่ สอวช. จัดทำขึ้น เพื่อรายงานขีดความสามารถด้าน อววน. ของประเทศ โดยชี้ให้เห็นตัวอย่างการดำเนินงานนำศักยภาพด้าน อววน. ไปแก้ปัญหาสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 รวมถึงการแก้ไขปัญหาสังคม และสร้างขีดความสามารถด้านนวัตกรรมให้ประเทศด้วย ซึ่งจะมีการนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรายงานถึงการดำเนินงานต่อไป
.
ที่มา : https://www.nxpo.or.th/th/8897/
.
#สอวช #NXPO #หน่วยบริหารและจัดการทุน #บพข #PMUC #บพท #PMUA #บพค #PMUB

ที่อยู่

319 Chamchuri Square Building, 14th Floor, Phayathai Road
Bangkok
10330

MRT Samyan exit 2

ข้อมูลทั่วไป

อำนาจหน้าที่ 1. รับผิดชอบงานวิชาการและงานธุรการ รวมถึงสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้การปฏิบัติหน้าที่ของสภานโยบาย คณะกรรมการ คณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่อง และคณะอนุกรรมการ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 2. เสนอความเห็นต่อสภานโยบายเกี่ยวกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนด้านการอุดมศึกษาและแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และแผนอื่น รวมทั้งนโยบายของรัฐบาล 3. เสนอความเห็นต่อสภานโยบายเกี่ยวกับกรอบวงเงินงบประมาณประจำปี ด้านการอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ รวมทั้งระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ให้สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนตามมาตรา 11 (1) 4. เสนอความเห็นต่อสภานโยบายเกี่ยวกับการเร่งรัดและติดตามให้มีการเสนอหรือการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 5. สนับสนุนการดำเนินการ การติดตามและประเมินผลของคณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่องตามมาตรา 18 6. ประสานงานให้มีการจัดทำ บูรณาการ และเชื่อมโยงฐานข้อมูลการอุดมศึกษาฐานข้อมูลมาตรฐานการอุดมศึกษา และฐานข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลดังกล่าวเพื่อใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย ทิศทาง และการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาการอุดมศึกษา และการวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลและผลการวิเคราะห์ สังเคราะห์ต่อสาธารณชนตามประกาศตามมาตรา 11 (7) 7. ประสานงานและให้ความร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ หน่วยงานภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 8. จัดทำรายงานประจำปีของสภานโยบายตามมาตรา 11 (10) 9. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น หรือตามที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สภานโยบาย หรือคณะกรรมการอำนวยการ สอวช. มอบหมาย The ONES shall have the following duties and authority: (1) Responsible for academic and administrative work as well as support and help the Policy Council, committees, special committees and subcommittees to perform their work effectively; (2) Provide opinions to the Policy Council on higher education policies, strategies and plans, as well as the country’s science, research and innovation plans in line with the national strategies, master plans, other plans and the government’s policies; (3) Provide opinions to the Policy Council on the country’s annual budget ceiling for higher education, science, research and innovation as well as on an integrated budget allocation and management system aimed at being effective and consistent with the policies, strategies and plans in accordance with Section 11 (1); (4) Provide opinions to the Policy Council on the expediency and follow-up of the proposition or improvement of any laws, rules or regulations relating to higher education, science, research and innovation; (5) Support the operation, follow-up and assessment of the special committees pursuant to Section 18; (6) Collaborate on the creation and integration of and the connection between a higher education database, higher education standards database, and science, research and innovation database, including to enable access to those databases for data analysis and synthesis, along with the determination of policies and directions, as well as the budget allocation for developments in higher education, science, research and innovation, and disclose data and the analysis and synthesis of such data to the public in accordance with the notifications referred to in Section 11 (7); (7) Collaborate and cooperate with government agencies, other government organizations, and private agencies, both inside and outside the country, that are involved in higher education, science, research and innovation; (8) Prepare the Policy Council’s annual report in accordance with Section 11 (10); and (9) Perform other duties as prescribed by this Act or other laws or as assigned by the Prime Minister, the Minister, the Policy Council, or the ONES Steering Committee.

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:30
อังคาร 08:30 - 17:30
พุธ 08:30 - 17:30
พฤหัสบดี 08:30 - 17:30
ศุกร์ 08:30 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6621095432

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สอวช.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สอวช.:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ขออนุญาตแอดมินค่ะ 📢📢 เปิดรับสมัครรอบใหม่ สมัครก่อน...มีสิทธิ์ก่อน ฟรี!! คูปองดิจิทัล มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท สำหรับ SMEs ในพื้นที่ภาคกลาง 💰💰ให้ทุนสนับสนุนในการซื้อ/ใช้บริการซอฟต์แวร์หรือฮาร์ตแวร์จาก Digital Provider ภายใต้โครงการ mini Transformation Voucher(sparkles) โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (sparkles) 👍ติดตามข่าวสารได้ที่ : 💻 https://www.icti.fti.or.th 📱 Line OA : https://lin.ee/b1JqyoV 📱 :https://www.facebook.com/icticlub/ 🎞 https://youtube.com/channel/UC_ie2aQ7tLt0JZsF6vsuF1A (magic wand)ลงทะเบียนจองสิทธิ์ คลิก https://forms.gle/hHUwRwescMBAqmdUA
ขอบคุณมากค่ะ กล่องข้าวรักษ์โลก ดีไซน์เก๋
ได้รับ " กล่องข้าวรักษ์โลก ที่ใช้วัตถุดิบผลิตภัณฑ์จากฟางข้าวสาลี " ของรางวัลจากกิจกรรมที่เข้าร่วม เรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ สำหรับการจัดกิจกรรมดีๆในครั้งนี้
เว็บไซด์ www.weifothailand.com
Weifoตู้ดูดความชื้นอัตโนมัติ..ไม่ใช้สารดูดความชื้น..iso9001..ควบคุมความชื้น20-60%RH..รับประกัน / ดูแลซ่อมบำรุงต่อเนื่อง..ทักมาที่ id line:weifo1/0923624299
ตอนนี้สิ่งประดิษฐ์ Quantum ที่อยากนำเสนอเพื่อเป็น passive income
อาจารย์ค่ะสนใจหลายหลักสูตรตั้งแต่2-7สมัครตรงนี้ได้ไหม/ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มอินทรีย์[email protected]
สัปดาห์วิทยาศาสตร์
สวัสดีครับ หน่วยงานได้ฐานข้อมูลการพัฒนาด้านต่างๆของยุโรปมา สามารถสืบค้นได้ทุกเรื่องครับ (ฝากถึงหน่วยงานต่างๆด้วยครับ) ให้มา 2 เวปฐานข้อมูล ฝากช่วยกันสืบค้นและศึกษาด้วยนะครับ https://www.up2europe.eu/calls/?txt=iot&up=1 https://publications.europa.eu/en/browse-by-subject?p_p_id=portal2012subjectFilter_WAR_portal2012portlet_INSTANCE_it9t7q31ik5d&p_p_lifecycle=1&p_p_state=normal&p_p_mode=view&p_p_col_id=maintop&p_p_col_count=1&_portal2012subjectFilter_WAR_portal2012portlet_INSTANCE_it9t7q31ik5d_javax.portlet.action=subject&userLocale=en&elementType=2&SEARCH_TYPE=BROWSE_BY_SUBJECT&selectedSubjectId=1357&facet.eurovoc.domain=68&facet.eurovoc.subdomain=6821&facet.eurovoc.subject=1357
ฐานข้อมูลการพัฒนาด้านต่างๆของยุโรป สามารถสืบค้นได้ทุกเรื่องครับ (ฝากถึงหน่วยงานต่างๆด้วยครับ)