Thailand Institute of Justice (TIJ)

Thailand Institute of Justice (TIJ) Thailand institute of Justice (Public Organization)

เปิดเหมือนปกติ

📌 ร่วมเจาะลึกภาคต่อ “แนวทางการสัมภาษณ์เพื่อหาความจริง” วิธีการจากตำรวจนอร์เวย์ ที่เริ่มต้นการค้นหาความจริงในคดี ด้วยหลัก...
01/11/2021

📌 ร่วมเจาะลึกภาคต่อ “แนวทางการสัมภาษณ์เพื่อหาความจริง” วิธีการจากตำรวจนอร์เวย์ ที่เริ่มต้นการค้นหาความจริงในคดี ด้วยหลัก “สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์” เพื่อให้ได้ความจริงไปพร้อมๆ กับยึดหลักการเคารพสิทธิมนุษยชน ในมุมมองของผู้ปฎิบัติงานในประเทศไทย สามารถทำได้อย่างไร?
.
📌 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับเครือข่ายด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD) ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วม TIJ Forum EP.4 หัวข้อ “WAY OUT: หนทางใหม่สู่การค้นหาความจริง” (ภาคต่อ)
.
📌วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2564
⏰เวลา 17.00-19.00 น.
.
📌ผู้ร่วมเสวนา
.
🔹ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี รักษาการในตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีการค้ามนุษย์และคดียาเสพติด กรมสืบสวนคดีพิเศษ (DSI)
.
🔹พลตำรวจโท ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้บัญชาการ โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน
.
🔹พันตำรวจเอกทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์
.
📌สามารถเข้าร่วมงานได้ทาง zoom
https://zoom.us/j/93754822677?pwd=RDh2TlMwcFA5cXQ1dnBWVGk1cGZYUT09
Meeting ID: 937 5482 2677
Passcode: 809746
และทาง facebook Live เพจ Thailand Institute of Justice

#TIJ #TIJFORUM #RoLD

📌 ร่วมเจาะลึกภาคต่อ “แนวทางการสัมภาษณ์เพื่อหาความจริง” วิธีการจากตำรวจนอร์เวย์ ที่เริ่มต้นการค้นหาความจริงในคดี ด้วยหลัก “สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์” เพื่อให้ได้ความจริงไปพร้อมๆ กับยึดหลักการเคารพสิทธิมนุษยชน ในมุมมองของผู้ปฎิบัติงานในประเทศไทย สามารถทำได้อย่างไร?
.
📌 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับเครือข่ายด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD) ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วม TIJ Forum EP.4 หัวข้อ “WAY OUT: หนทางใหม่สู่การค้นหาความจริง” (ภาคต่อ)
.
📌วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2564
⏰เวลา 17.00-19.00 น.
.
📌ผู้ร่วมเสวนา
.
🔹ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี รักษาการในตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีการค้ามนุษย์และคดียาเสพติด กรมสืบสวนคดีพิเศษ (DSI)
.
🔹พลตำรวจโท ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้บัญชาการ โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน
.
🔹พันตำรวจเอกทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้อำนวยการ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์
.
📌สามารถเข้าร่วมงานได้ทาง zoom
https://zoom.us/j/93754822677?pwd=RDh2TlMwcFA5cXQ1dnBWVGk1cGZYUT09
Meeting ID: 937 5482 2677
Passcode: 809746
และทาง facebook Live เพจ Thailand Institute of Justice

#TIJ #TIJFORUM #RoLD

📌 หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหางานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล.📌 TIJ เปิดรับสมัครงาน! .📌 ตำแหน่งผู้จัดการด้านการบริหารทรั...
20/10/2021

📌 หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหางานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
.
📌 TIJ เปิดรับสมัครงาน!
.
📌 ตำแหน่งผู้จัดการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Manager) สังกัดสำนักอำนวยการพิเศษ จำนวน 1 อัตรา
.
📌 ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ทางใดบ้าง?
.
1️⃣ ส่งจดหมายนำ (Cover Letter) และประวัติส่วนตัว (Resume) พร้อมระบุตำแหน่งที่ต้องการสมัครมาทางอีเมล [email protected]
.
2️⃣ สมัครได้ที่ https://www.tijthailand.org/career/jobs_opening
.
📌ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tijthailand.org/career
.
📌 ระยะเวลาเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 3 พฤศจิกายน 2564
หากมีข้อสงสัยสอบถาม โทร 02–118-9400 ext. 123 หรือ 081-733-7461

📌 หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหางานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
.
📌 TIJ เปิดรับสมัครงาน!
.
📌 ตำแหน่งผู้จัดการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Manager) สังกัดสำนักอำนวยการพิเศษ จำนวน 1 อัตรา
.
📌 ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ทางใดบ้าง?
.
1️⃣ ส่งจดหมายนำ (Cover Letter) และประวัติส่วนตัว (Resume) พร้อมระบุตำแหน่งที่ต้องการสมัครมาทางอีเมล [email protected]
.
2️⃣ สมัครได้ที่ https://www.tijthailand.org/career/jobs_opening
.
📌ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tijthailand.org/career
.
📌 ระยะเวลาเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 3 พฤศจิกายน 2564
หากมีข้อสงสัยสอบถาม โทร 02–118-9400 ext. 123 หรือ 081-733-7461

การข่มขู่ ทำร้าย ทรมาน การครอบงำทางจิตวิทยา และเทคนิคการสืบสวนสอบสวนแบบขู่บังคับเพื่อให้ได้คำสารภาพ เป็นแนวทางที่หน่วยงา...
17/10/2021
TIJ Forum Investigative Interview

การข่มขู่ ทำร้าย ทรมาน การครอบงำทางจิตวิทยา และเทคนิคการสืบสวนสอบสวนแบบขู่บังคับเพื่อให้ได้คำสารภาพ เป็นแนวทางที่หน่วยงานที่ทำงานด้านคดีอาญาใช้อยู่ทั่วโลก ทว่าแนวทางเหล่านี้หลายครั้งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และขัดต่อหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์
.

แล้วการค้นหา “ความจริง” ที่มีเทคนิคตามมาตรฐานสากลจะช่วยปกป้องสิทธิพื้นฐานของผู้กล่าวหา ผู้เสียหาย และพยาน และเพิ่มประสิทธิภาพการสอบสวนอย่างไร
.

ชวนอ่านบทสรุป “การสัมภาษณ์เพื่อหาความจริง” เทคนิคการสอบสวนคดีอาญาที่ทำให้หลักการ “สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์” เป็นรูปธรรมจับต้องได้ ทางออกจากวังวนการทำร้ายผู้ถูกกล่าวหา จากเวทีเสวนา TIJ Forum หัวข้อ “Way Out หนทางใหม่สู่การค้นหาความจริง” ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนนอร์เวย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยออสโล เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564
.

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.tijthailand.org/th/highlight/detail/tij-forum-investigative-interview
#TIJ #TIJForum

“การสัมภาษณ์เพื่อหาความจริง” เทคนิคการสอบสวนคดีอาญ...

เพราะโอกาสใหม่ของผู้ก้าวพลาด คือสิ่งสำคัญ “โครงการ Hygiene Street Food สร้างโอกาส” ด้วยความร่วมมือระหว่าง กรมราชทัณฑ์ สถ...
15/10/2021
Hygiene Street Food

เพราะโอกาสใหม่ของผู้ก้าวพลาด คือสิ่งสำคัญ “โครงการ Hygiene Street Food สร้างโอกาส” ด้วยความร่วมมือระหว่าง กรมราชทัณฑ์ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท รีเทล บิซิเนส โซลูชั่นส์ จำกัด (RBS) จึงเกิดขึ้น และดำเนินการต่อเนื่องมาถึงรุ่นที่ 2 แล้ว
.


ภายใต้โครงการนี้ ผู้พ้นโทษจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง ด้วยการรับการอบรมหลักสูตรเชิงปฏิบัติการ ฝึกทักษะ และสร้างอาชีพขายอาหารให้กับผู้พ้นโทษอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนและเสริมศักยภาพทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่ 1.การเสริมสร้างองค์ความรู้ทั้งด้านสูตรอาหาร หลักสุขาภิบาลอาหาร ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักการตลาดและพื้นฐานการบริหารธุรกิจ 2.การเชื่อมหรือเพิ่มช่องทางส่งเสริมการขายในรูปแบบออนไลน์ 3.การสนับสนุนรถเข็นนวัตกรรม 4.การสนับสนุนเงินทุนในการเริ่มต้นประกอบอาชีพค้าขาย 5.การสนับสนุนวัตถุดิบในการออกร้าน พร้อมรับรถเข็นเพื่อนำไปประกอบอาชีพที่ต้องการต่อไป
.

ติดตามบทความฉบับเต็มได้ที่นี่
https://www.tijthailand.org/th/highlight/detail/hygiene-street-food

#HygieneStreetFoodสร้างโอกาส

ส่งมอบรถเข็นนวัตกรรมโครงการ Hygiene Street Food สร...

14/10/2021
“Way Out: หนทางใหม่สู่การค้นหาความจริง”

📌พลาดไม่ได้! ชวนฟังเสวนา TIJ Forum EP.3 หัวข้อ “WAY OUT: หนทางใหม่สู่การค้นหาความจริง” เจาะลึกประเด็นเกี่ยวกับ
แนวปฏิบัติการสอบสวนคดีแบบ “Investigative Interview” การสอบสวนรูปแบบใหม่ที่ทำให้ได้ความจริง โดยไม่ใช้อำนาจข่มขู่ ไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องสงสัย
.
🔎 Investigative Interview คืออะไร? ในต่างประเทศใช้การสอบสวนคดีแบบนี้อย่างไรบ้าง? สามารถนำมาปรับใช้กับการสอบสวนในประเทศไทยได้อย่างไร? ร่วมหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน
.
🔹โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาที่มาให้ความรู้เป็นผู้เชี่ยวชาญจาก Norwegian Center for Human Rights, Faculty of Law University of Oslo ประเทศนอร์เวย์ ประกอบด้วย Asbjorn Rachlew, Knut Asplund, Susanne Flolo, Ivar Fahsing และยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนจากทุกภาคส่วนในกระบวนการยุติธรรมไทยมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ด้วย

ร่วมงานและรับฟังการแปลเวทีเสวนาภาษาไทยได้ทาง

https://zoom.us/j/93830743374?pwd=S2sxa1lVTHN4Mm55U1JNZGNJV1FyผQT09
.
#TIJ #TIJForum #InvestigativeInterview

12/10/2021
🔎ในการค้นหา “ความจริง” มีเทคนิคตามมาตรฐานสากลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสอบสวนอย่างไร?.💰มีวิธีการช่วยลดความผิดพลาด ประห...
11/10/2021

🔎ในการค้นหา “ความจริง” มีเทคนิคตามมาตรฐานสากลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสอบสวนอย่างไร?
.
💰มีวิธีการช่วยลดความผิดพลาด ประหยัดทรัพยากร และประหยัดเวลาในการสอบปากคำหรือไม่ ?
.
⚖️ สามารถช่วยปกป้องสิทธิพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหา ผู้เสียหาย และพยาน ได้มากน้อยแค่ไหน ?

📌สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับเครือข่ายด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD) ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วม

📌TIJ Forum EP.3 หัวข้อ “WAY OUT: หนทางใหม่สู่การค้นหาความจริง”
.
⏰วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2564 เวลา 17.00-19.00 น.
.
โดยผู้เชี่ยวชาญ จาก Norwegian Center for Human Rights, Faculty of Law University of Oslo ประเทศนอร์เวย์ จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติการสอบสวนคดีแบบ “Investigative Interview” การสอบสวนรูปแบบใหม่ที่ทำให้ได้ความจริง โดยไม่ใช้อำนาจข่มขู่ ไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องสงสัย
.
พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนจากทุกภาคส่วนในกระบวนการยุติธรรมไทย
.
สามารถเข้าร่วมงานได้ทาง zoom
https://zoom.us/j/93830743374?pwd=S2sxa1lVTHN4Mm55U1JNZGNJV1FyQT09
Meeting ID: 938 3074 3374
Passcode: 022582
และทาง facebook Live เพจ Thailand Institute of Justice

#TIJ #TIJFORUM

🔎ในการค้นหา “ความจริง” มีเทคนิคตามมาตรฐานสากลที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสอบสวนอย่างไร?
.
💰มีวิธีการช่วยลดความผิดพลาด ประหยัดทรัพยากร และประหยัดเวลาในการสอบปากคำหรือไม่ ?
.
⚖️ สามารถช่วยปกป้องสิทธิพื้นฐานของผู้ถูกกล่าวหา ผู้เสียหาย และพยาน ได้มากน้อยแค่ไหน ?

📌สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับเครือข่ายด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD) ขอเชิญชวนทุกท่านเข้าร่วม

📌TIJ Forum EP.3 หัวข้อ “WAY OUT: หนทางใหม่สู่การค้นหาความจริง”
.
⏰วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2564 เวลา 17.00-19.00 น.
.
โดยผู้เชี่ยวชาญ จาก Norwegian Center for Human Rights, Faculty of Law University of Oslo ประเทศนอร์เวย์ จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติการสอบสวนคดีแบบ “Investigative Interview” การสอบสวนรูปแบบใหม่ที่ทำให้ได้ความจริง โดยไม่ใช้อำนาจข่มขู่ ไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้ต้องสงสัย
.
พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนจากทุกภาคส่วนในกระบวนการยุติธรรมไทย
.
สามารถเข้าร่วมงานได้ทาง zoom
https://zoom.us/j/93830743374?pwd=S2sxa1lVTHN4Mm55U1JNZGNJV1FyQT09
Meeting ID: 938 3074 3374
Passcode: 022582
และทาง facebook Live เพจ Thailand Institute of Justice

#TIJ #TIJFORUM

08/10/2021

“เจตน์เป็นนักศึกษาสถาปัตย์รุ่นแรกของ ม.กรุงเทพ เขาอยากทำวิทยานิพนธ์ว่าด้วยการออกแบบเรือนจำ แต่เสนอหัวข้อกับอาจารย์หลายคนแล้วไปต่อไม่ได้ อาจเป็นเพราะอาจารย์ไม่ถนัดหรือเขาสื่อสารความคิดของตัวเองได้ไม่ชัดนัก ผมเองเห็นว่าเด็กทุกคนควรได้ทำในสิ่งที่เขาสนใจ สุดท้ายเขาก็มาคุยกับผม จริงๆ ตอนแรกผมก็อยากปฏิเสธเหมือนกัน เพราะตัวเองไม่เคยออกแบบเรือนจำ ไม่รู้จักเรือนจำมาก่อน แต่เจตน์ยืนยันว่าสนใจเรื่องนี้จริงๆ พอได้คุยกันมากเข้า ผมรู้ว่าสิ่งที่เขาอยากทำไม่ใช่เรือนจำแบบที่ผมเข้าใจ เราเลยตกลงที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน

“ไอเดียของเจตน์คือ ผู้ต้องขังคือคนทำบางอย่างผิดพลาด กฎหมายทำให้เข้าไปอยู่ในเรือนจำ บางคนอาจไม่ได้ทำผิดขนาดนั้น แต่คนในสังคมมักตัดสินไปแล้วว่าเป็นคนไม่ดี เขาอยากออกแบบสถานที่ที่คนทั่วไปมาพูดคุยกับผู้ต้องขังได้ เขาคงเห็นโครงการต่างๆ มาบ้าง พอหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้วเจอว่า ในต่างประเทศมีสถานที่แบบนั้น หรือบางเคสทำงานสาธารณะแล้วอยู่บ้านได้ บางเคสติดกำไลอีเอ็ม รวมทั้งโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ไปจนถึงงานต่างๆ ที่องค์กรอย่าง TIJ (สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย) ทำอยู่ด้วย ถ้าความหมายของเรือนจำคือการขังไว้จนกว่าจะพ้นโทษ ผมจับประเด็นได้ว่าไอเดียของเจตน์เป็นอะไรก็ได้ที่ให้โอกาสคน เป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้มีชีวิตที่ดี หัวใจคือคำว่า ‘trust’ (ความเชื่อใจ) อาจเป็นโรงเรียน ห้าง หรือร้านกาแฟก็ได้

“โปรเจ็คต์นั้นชื่อ ‘อิสรสถานผู้ผิดพลาด’ คือสถานที่ที่คนมีอิสระต่อกัน เป็นเหมือนคอมมูนิตี้มอลล์ที่คนทำงานคือผู้ต้องขัง โดยมีกติกาบางอย่างกำหนดไว้ คนทั่วไปสามารถคุยกับผู้ต้องขังเหมือนมนุษย์คุยกัน หลังจากทำงานร่วมกันไปสักระยะ ผมเริ่มอินเรื่องนี้มากขึ้น เลยพาตัวเองไปรู้จักกับ TIJ ผ่านการเข้าร่วมหลักสูตรอบรมเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เจตนาคืออยากเอาไอเดียนั้นไปผลักดัน ผมได้แลกเปลี่ยนกับคนที่มาอบรม รู้ว่าเรือนจำหลายแห่งในบ้านเราก็ทำสิ่งที่คล้ายกัน และเห็นความเป็นไปได้ที่สถานที่แบบนั้นจะเกิดขึ้น ผมส่งข้อความไปเล่าให้เจตน์ฟัง เขาตอบมาว่า 'เอาเลยครับอาจารย์ ผมช่วยเต็มที่' แต่เจตน์ไปฉลองกับเพื่อนช่วงปีใหม่ 2562 เขาคงมีโรคประจำตัวบางอย่าง พอกลับมานอนแล้วไม่ตื่นอีก เขาเสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่รับปริญญาเลย

“หลักสูตรนั้นพาไปดูงานเรือนจำต่างๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ ของไทยที่ไปมาคือเรือนจำหญิงหลายแห่ง เป็นการเห็นเรือนจำของจริงครั้งแรก สภาพแวดล้อมไม่ได้แย่เหมือนในหนัง แต่ก็สัมผัสได้ถึงความแออัด ความเป็นอยู่ไม่เอื้อให้มีคุณภาพชีวิต ผมได้คุยกับผู้ต้องขังหญิงด้วย บางคนมีคนฝากยาเสพติดแล้วโดนจับ บางคนทำผิดด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ถ้าติดหลายปีคือชีวิตช่วงนั้นหายไปเลย ออกมาข้างนอกอาจตั้งหลักไม่ถูก ขณะที่เรือนจำที่ญี่ปุ่น เป็นเหมือนสถานที่ฝึกอาชีพ แต่มีกติกาว่าออกไปไหนไม่ได้ ความต่างคือคุณได้ฝึกอาชีพที่ใช้ได้จริง ความเป็นอยู่ก็แตกต่างกัน เขามีพื้นที่ส่วนตัว มีห้องน้ำที่มิดชิด และเลือกอาหารได้ อย่างสถานพินิจของญี่ปุ่นเหมือนโรงเรียนประจำ เด็กมาเรียนหนังสือ เล่นกีฬา ทำกิจกรรมร่วมกัน

“สภาพแวดล้อมที่ต่างกันก็ส่งผลต่างกัน ความต่างของเรือนจำมาจากวิธีคิดในการจัดการกับปัญหา ถ้าคุณมองว่า ‘คนพวกนี้ทำผิด ต้องถูกลงโทษ’ เรือนจำแบบบ้านเราก็สาสมแล้ว แต่ถ้าคุณมองว่า ‘เรือนจำคือการซ่อมคนให้ดีขึ้น’ สภาพแวดล้อมนั้นก็ควรเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ถ้าคนนั้นเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่แย่ เข้ามาในเรือนจำเจอแย่กว่าอีก เขาจะเจอตัวอย่างที่ดีจากไหน โลกทัศน์ก็จะเป็นแบบนั้นต่อไป ขณะเดียวกัน เรือนจำเป็นปลายทางของกระบวนการยุติธรรม ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้จับคนจากทุกความผิดเข้าเรือนจำ มันต้องเป็นความผิดที่หนักขนาดว่า คนนั้นต้องถูกกีดกันออกจากสังคม แต่สำหรับบ้านเรา พอทำผิด สถานที่เดียวที่ไปคือเรือนจำ คนขโมยของในเซเว่นเพราะความจำเป็นหรือนิสัยไม่ดีก็ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ และอาจต้องอยู่ร่วมกับพ่อค้ายาเสพติดที่เป็นอาชญากรร้ายแรง

“เวลาผ่านไปสักระยะ TIJ ได้รับการติดต่อจากผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ทางนั้นอยากเปลี่ยนพื้นที่ว่างตรงเรือนจำเก่าให้เป็นเรือนจำแบบเปิด มีเรือนนอนขนาดสัก 50 คน บริเวณเดียวกันนั้นเป็นร้านอาหารและร้านนวดอยู่แล้ว คนทำงานคือผู้ต้องขังหญิง ออกจากเรือนจำปิดตอนเช้าแล้วกลับไปตอนเย็น เขาอยากให้เรือนจำแบบเปิดเป็นโอกาสในการเรียนรู้เรื่องต่างๆ ชีวิตหลังพ้นโทษจะได้ตั้งตัวได้ ไม่ทำผิดแล้วย้อนกลับมาเรือนจำอีกครั้ง TIJ ติดต่อเรามา ผมเลยชวนนักศึกษามาทำโปรเจ็คต์นี้ด้วย เป็นการออกแบบเรือนนอน รีโนเวทร้านอาหารและร้านนวดให้ดีขึ้น มีส่วนที่คนทั่วไปมาเจอผู้ต้องขัง ทำกิจกรรมร่วมกัน พูดคุยกัน ตอนนี้การออกแบบเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างหาเงินมาก่อสร้างอาคาร ขณะเดียวกัน ผมพานักศึกษาอีกกลุ่มมาออกแบบนิทรรศการ (เรือนพธำมรงค์) เพื่อเผยแพร่วิธีคิดแบบนี้ให้คนภายนอกได้รับรู้ด้วย

“ผมเองมองว่า ถ้าผู้ต้องขังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ เขาจะได้คิด นึกออก และมีเวลาได้ตระหนักรู้ เรือนจำในบ้านเรามักนอนเบียดกันบนพื้น แต่เรือนจำแบบเปิดที่เชียงใหม่ออกแบบให้เป็นเตียงสองชั้น มีพื้นที่ของตัวเอง บางคนอาจบอกว่า เตียงเหล็กจะเปลี่ยนเป็นอาวุธ แต่การออกแบบทำให้เตียงไม่กลายเป็นอาวุธได้ เราออกแบบให้มีล็อกเกอร์เล็กๆ ไว้เก็บแป้งหรือลิปสติกรวมทั้งของที่มีคุณค่าทางใจ ส่วนห้องน้ำแบบตักในบ่อหรือชาวเวอร์ที่อาบรวมกัน เราออกแบบเป็นห้องน้ำที่มีฉากกั้น ส่วนเรื่องมีประตูปิดหรือเปล่ายังเถียงกันอยู่ เพราะกติกาคือผู้คุมต้องมองเห็น เรายังมีความเชื่อว่าผู้ต้องขังมีโอกาสทำผิดได้ตลอดเวลา ที่นี่ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย มันคือบ้านนั่นแหละ ถ้าบ้านเราเป็นยังไง เรือนจำก็ควรเป็นแบบนั้น

“เรือนจำเปิดจะลดความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจำปิด ถ้ามองในแง่เศรษฐกิจ การขังเอาไว้อย่างเดียวมีแต่รายจ่าย แต่ถ้าเขาเป็นผู้ผลิตบางอย่างก็เกิดรายได้กลับมา ยังไม่รวมมูลค่าของคนที่ได้กลับคืนสู่สังคมอีก ผู้มีอำนาจของไทยหลายคนก็ดูงานที่เรือนจำในต่างประเทศ มันไม่ใช่การทำด้วยความโลกสวย แต่ประเทศเหล่านั้นพิสูจน์แล้วว่าได้ผล กรณีศึกษาเยอะแยะเลย ถ้าผมได้พูดอะไรกับผู้มีอำนาจ คงอยากให้เขาลองไปติดคุก (หัวเราะ) แค่คุณได้นั่งคุยกับใครสักคนในนั้น รู้ที่มาที่ไป แต่ละคนดำเนินชีวิตยังไง อาจทำให้เขาอยากจะเปลี่ยนตัวบทกฎหมายก็ได้ เนลสัน แมนเดลา เคยบอกว่า คุณจะดูความเจริญของประเทศไหน ขอให้ดูจากการปฏิบัติต่อคนที่แย่ที่สุดในสังคม ถ้าคนในเรือนจำคือคนนั้น คำถามคือเรากำลังปฏิบัติกับเขายังไง

“สิ่งที่ผมพยายามบอกนักศึกษามาตลอดคือ งานออกแบบควรทำให้ชีวิตคนดีขึ้น ผมมีความหวังว่าเรือนจำแบบนี้จะเกิดขึ้น ตอนนี้มาได้ครึ่งทางแล้ว ถ้าเจตน์ได้ทำโปรเจ็คต์นี้ เขาคงเอาไปโม้กับกลุ่มเพื่อนที่อยู่กับสิ่งที่ไม่ดี ผมเชื่อว่าลึกๆ เขาคงอยากฉุดเพื่อนกลุ่มนั้นมามีชีวิตดีขึ้น ช่วงเวลาที่ผมได้ทำงานร่วมกับเจตน์คือความทรงจำมีคุณค่า เสียดายเหมือนกันนะ ถ้าวันนี้เจตน์ยังมีชีวิตอยู่ เขาคงภูมิใจ อาจไปผลักดันเรื่องนี้ที่บ้านเกิด วันหนึ่งอาจเกิดเรือนจำเปิดที่สุราษฎร์ธานี เขาอาจเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ หรืออาจไม่ได้ทำอะไรสักอย่างจนผมยังต้องด่ามันอยู่ก็ได้ (หัวเราะ)”

-

#มนุษย์กรุงเทพฯxTIJ

จากคดีอดีตผู้กำกับโจ้สู่การเจาะลึกปัญหาและที่มาแห่งการใช้อำนาจเชิงโครงสร้างภายในองค์กรในกระบวนการยุติธรรมในไทยและต่างประ...
08/10/2021

จากคดีอดีตผู้กำกับโจ้สู่การเจาะลึกปัญหาและที่มาแห่งการใช้อำนาจเชิงโครงสร้างภายในองค์กรในกระบวนการยุติธรรมในไทยและต่างประเทศ พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา ภาคประชาชนกับการมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้น และ การใช้เทคโนโลยีตรวจสอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานอำนวยความยุติธรรม
.
ชวนอ่านบทสรุป “เสนอทางออก ปฏิรูปอำนาจเชิงโครงสร้างในกระบวนการยุติธรรม สร้างช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ใช้เทคโนโลยีติดตามการทำงาน” จากงานเสวนา TIJ Forum : Way Out อำนาจเชิงโครงสร้างในกระบวนการอำนวยความยุติธรรม จัดโดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564
.
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.tijthailand.org/th/highlight/detail/tij-forum-way-out-for-criminal-justice-reform

#TIJ #TIJForum

จากคดีอดีตผู้กำกับโจ้สู่การเจาะลึกปัญหาและที่มาแห่งการใช้อำนาจเชิงโครงสร้างภายในองค์กรในกระบวนการยุติธรรมในไทยและต่างประเทศ พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา ภาคประชาชนกับการมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้น และ การใช้เทคโนโลยีตรวจสอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานอำนวยความยุติธรรม
.
ชวนอ่านบทสรุป “เสนอทางออก ปฏิรูปอำนาจเชิงโครงสร้างในกระบวนการยุติธรรม สร้างช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ใช้เทคโนโลยีติดตามการทำงาน” จากงานเสวนา TIJ Forum : Way Out อำนาจเชิงโครงสร้างในกระบวนการอำนวยความยุติธรรม จัดโดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564
.
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.tijthailand.org/th/highlight/detail/tij-forum-way-out-for-criminal-justice-reform

#TIJ #TIJForum

📌 ชวนอ่านบทสรุป หัวข้อ “มุมมองกระบวนการยุติธรรมกับความเห็นต่างทางการเมือง” ของดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อกา...
08/10/2021

📌 ชวนอ่านบทสรุป หัวข้อ “มุมมองกระบวนการยุติธรรมกับความเห็นต่างทางการเมือง” ของดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ที่ได้ร่วมเสวนา เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2564 ในงาน PRIDI Talks #13 รำลึก 45 ปี 6 ตุลาฯ “จากทุ่งสังหารถึงสำนักงานตั๋วช้าง” ตำรวจ-ทหาร กองทัพของราษฎร
.
🔹คำถามสำคัญในหัวข้อนี้ คือ “กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ควรมีบทบาทที่จะใช้เป็นเครื่องมือช่วยจัดการกับความเห็นต่างทางการเมืองหรือไม่อย่างไร”
.
ผู้อำนวยการ TIJ จึงสะท้อนมุมมองจากคำถามใหญ่ไว้ 3 ประเด็น คือ (1) กระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยหลักการเป็นอย่างไร (2) กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่เป็นอยู่จริงเป็นอย่างไร และ (3) กระบวนการยุติธรรมทางอาญาควรจะไปจัดการกับความเห็นต่างทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร
.
1️⃣ ประเด็นแรก กระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยหลักการเป็นอย่างไร ?
.
ดร.พิเศษ กล่าวว่า โดยหลักการแล้ว กระบวนการยุติธรรมทางอาญา คือ กระบวนการค้นหาความจริง เมื่อมีผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ความจริงที่ค้นหามาได้จะนำไปสู่การจัดการในขั้นต่อไป หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง คนทำผิดก็ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย แต่ถ้าไม่ได้ทำผิด ก็ต้องปล่อยตัว ชดเชย เยียวยา ไปตามครรลองที่เหมาะสม ดังนั้น กระบวนการยุติธรรมทางอาญา จะต้องทำหน้าที่ในกรอบของกฎหมาย ผู้ปฏิบัติต้องรู้กฎหมาย ต้องวางตัวเป็นกลาง และต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถ้าไม่สามารถนำตัวคนผิดมาลงโทษได้ ก็จะเกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม
.
เมื่อลงลึกไปในรายละเอียดของคำว่า “กระบวนการ” ดร.พิเศษ ชี้ให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรม เกิดจากการทำงานของหลายหน่วยงานที่เป็นอิสระจากกัน ตั้งแต่ ตำรวจ อัยการ และ ศาล ที่สำคัญคือ กระบวนการต้องทำหน้าที่ให้ดีในทุกชั้นของทุกหน่วยงาน เพื่อให้สังคมรู้สึกว่า “คนทำผิดจะไม่ลอยนวล”
.
เมื่อกระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ในการค้นหาความจริง ดร.พิเศษ จึงให้ความสำคัญกับการคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย โดยเฉพาะสิทธิในขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิหรือโอกาสที่ประชาชนหรือผู้เกี่ยวข้องจะได้พบกับทนาย และเช่นเดียวกัน ก็ต้องดูแลปกป้องสิทธิของเหยื่อด้วย เพื่อให้ผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง รู้สึกได้รับความเป็นธรรม ดังนั้น กระบวนการยุติธรรมทางอาญา จึงเป็นกระบวนการที่ต้องบริหารจัดการโดยคำนึงถึงทั้งมาตรฐานทางกฎหมายและความคาดหวังของสังคม แต่อย่างไรก็ตาม กระบวนการยุติธรรมทางอาญาก็ยังต้องปรับตัว เพราะในสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ลักษณะความผิดเปลี่ยนไปมาก มีความท้าทายมากขึ้น และปัญหาอาชญากรรมกลายเป็นปัญหาที่ไร้พรมแดน
.
2️⃣ ประเด็นที่ 2 กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่เป็นอยู่จริง เป็นอย่างไร ?
.
“ความน่าเชื่อถือของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม” คือ ประเด็นที่ ผู้อำนวยการ TIJ เห็นว่า เป็นข้อท้าทายที่สำคัญในปัจจุบัน หากพิจารณาข้อมูลจาก ดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรมของ World Justice Project ซึ่งได้ไปสำรวจและประเมินหลักนิติธรรมของประเทศต่างๆ มาเป็นประจำทุกปี พบว่า องค์ประกอบหรือมิติในด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรมของประเทศไทย มีค่าคะแนนอยู่ที่ระดับ 0.4 กว่าๆ จากคะแนนเต็ม 1 คะแนน ถือว่าเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ทำหน้าที่ได้ดีระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เห็นพัฒนาการที่เด่นชัด และทุกวันนี้ก็ยังต้องอาศัยเวลาในการพัฒนา เพราะมีปัจจัยที่ซับซ้อน
*** (1 คือ ดีมาก เป็นกระบวนการยุติธรรมที่เป็นกลาง ปราศจากการแทรกแซงโดยอำนาจรัฐ ให้ความสำคัญการดูแลเหยื่อ รักษาและเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา ไม่มีคอร์รัปชัน)
.
ดร.พิเศษ ยังกล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนถึงความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทย ซึ่ง TIJ ได้จัดสำรวจความคิดเห็นของประชาชนไว้ 2 ครั้ง จากกรณีคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา และคดีของอดีตผู้กำกับโจ้ ซึ่งพบว่า จากระดับคะแนน 0-5 ประชาชนให้คะแนนความเชื่อมั่นต่อการทำคดีนายวรยุทธเพียง 2 กว่าๆ และเมื่อถามความเชื่อมั่นต่อคดีอดีตผู้กำกับโจ้ที่เพิ่งผ่านไป คะแนนก็ตกลงมาอยู่ที่ 1.9 แสดงให้เห็นว่า ประชาชนยังมีความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทยไม่มากนัก
.
3️⃣ ประเด็นที่ 3 กระบวนการยุติธรรมทางอาญาควรจะไปจัดการความเห็นต่างทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร ?
.
“กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ควรจะใช้เท่าที่จำเป็น” คือ หลักการสำคัญที่ ดร.พิเศษ นำมาตอบคำถามนี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ควรใช้เพื่อจัดการกับผู้ที่ล่วงละเมิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดเท่านั้น เพราะเป็นมาตรการที่ใช้ทรัพยากรสูง และต้องมีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ ต้องเป็นกลาง ต้องพิจารณาคดีโดยปราศจากอคติ ซึ่งในความเป็นจริงก็ยังไม่สามารถทำตามหลักการนี้ได้ง่ายนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะกระบวนการนี้ ยังอยู่ภายใต้ระบบทางการเมืองเหมือนกับสถาบันอื่นๆ ในสังคม ด้วยเหตุที่ “ระบบ” หรือ “คนในระบบ” ก็ยังเป็นปุถุชน การดำเนินงานจึงยังไม่ได้ปราศจากอคติโดยสิ้นเชิง จึงยังมีข้อท้าทายในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจบางอย่างอยู่
.
📌 ผู้อำนวยการ TIJ จึงยังมีข้อกังวลว่า หากคาดหวังให้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาของไทย เข้าไปมีบทบาทในการจัดการความเห็นต่างทางการเมือง ถือเป็นแนวทางที่มีความเสี่ยงและอาจไม่เป็นผลดีต่อสังคมในระยะยาว เพราะกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จำเป็นต้องจัดการให้ได้ข้อเท็จจริงให้ปรากฏโดยปราศจากข้อสงสัยว่าบุคคลนั้นกระทำผิดจริงหรือไม่ แต่ความเห็นทางการเมือง เป็นเรื่องของอุดมการณ์ ความคิด ความเชื่อ ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยมาตรฐานทางกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จึงพบว่า แม้แต่เหตุการณ์ที่มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพอย่างรุนแรง เช่น การสลายการชุมนุมในเดือนพฤษภาคม ปี 2553 จึงมีความพยายามที่จะใช้กระบวนการอื่นเข้ามาแทน ด้วยการตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มาทำหน้าที่รวบรวม สรุปเหตุการณ์และให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจากความเห็นต่างทางการเมือง และได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ควรใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญามาแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า แต่ควรใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เข้ามาช่วย เพื่อให้สังคมได้บทเรียนและเก็บกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไว้ใช้กับเหตุหรือปัจจัยที่เหมาะสมจริง ๆ เท่านั้น
.
ดร.พิเศษ ยังชวนคิดต่อไปด้วยว่า กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ควรปรับอย่างไรให้สามารถสนับสนุนให้โครงสร้างสังคมให้มีกลไกที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้ และทำให้ทุกการแสดงความเห็นต่างได้รับการเคารพ

#TIJ #CriminalJustice #Politicaldissent

📌 ชวนอ่านบทสรุป หัวข้อ “มุมมองกระบวนการยุติธรรมกับความเห็นต่างทางการเมือง” ของดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ที่ได้ร่วมเสวนา เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2564 ในงาน PRIDI Talks #13 รำลึก 45 ปี 6 ตุลาฯ “จากทุ่งสังหารถึงสำนักงานตั๋วช้าง” ตำรวจ-ทหาร กองทัพของราษฎร
.
🔹คำถามสำคัญในหัวข้อนี้ คือ “กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ควรมีบทบาทที่จะใช้เป็นเครื่องมือช่วยจัดการกับความเห็นต่างทางการเมืองหรือไม่อย่างไร”
.
ผู้อำนวยการ TIJ จึงสะท้อนมุมมองจากคำถามใหญ่ไว้ 3 ประเด็น คือ (1) กระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยหลักการเป็นอย่างไร (2) กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่เป็นอยู่จริงเป็นอย่างไร และ (3) กระบวนการยุติธรรมทางอาญาควรจะไปจัดการกับความเห็นต่างทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร
.
1️⃣ ประเด็นแรก กระบวนการยุติธรรมทางอาญาโดยหลักการเป็นอย่างไร ?
.
ดร.พิเศษ กล่าวว่า โดยหลักการแล้ว กระบวนการยุติธรรมทางอาญา คือ กระบวนการค้นหาความจริง เมื่อมีผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ความจริงที่ค้นหามาได้จะนำไปสู่การจัดการในขั้นต่อไป หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง คนทำผิดก็ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย แต่ถ้าไม่ได้ทำผิด ก็ต้องปล่อยตัว ชดเชย เยียวยา ไปตามครรลองที่เหมาะสม ดังนั้น กระบวนการยุติธรรมทางอาญา จะต้องทำหน้าที่ในกรอบของกฎหมาย ผู้ปฏิบัติต้องรู้กฎหมาย ต้องวางตัวเป็นกลาง และต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถ้าไม่สามารถนำตัวคนผิดมาลงโทษได้ ก็จะเกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม
.
เมื่อลงลึกไปในรายละเอียดของคำว่า “กระบวนการ” ดร.พิเศษ ชี้ให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรม เกิดจากการทำงานของหลายหน่วยงานที่เป็นอิสระจากกัน ตั้งแต่ ตำรวจ อัยการ และ ศาล ที่สำคัญคือ กระบวนการต้องทำหน้าที่ให้ดีในทุกชั้นของทุกหน่วยงาน เพื่อให้สังคมรู้สึกว่า “คนทำผิดจะไม่ลอยนวล”
.
เมื่อกระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ในการค้นหาความจริง ดร.พิเศษ จึงให้ความสำคัญกับการคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย โดยเฉพาะสิทธิในขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิหรือโอกาสที่ประชาชนหรือผู้เกี่ยวข้องจะได้พบกับทนาย และเช่นเดียวกัน ก็ต้องดูแลปกป้องสิทธิของเหยื่อด้วย เพื่อให้ผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง รู้สึกได้รับความเป็นธรรม ดังนั้น กระบวนการยุติธรรมทางอาญา จึงเป็นกระบวนการที่ต้องบริหารจัดการโดยคำนึงถึงทั้งมาตรฐานทางกฎหมายและความคาดหวังของสังคม แต่อย่างไรก็ตาม กระบวนการยุติธรรมทางอาญาก็ยังต้องปรับตัว เพราะในสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ทำให้ลักษณะความผิดเปลี่ยนไปมาก มีความท้าทายมากขึ้น และปัญหาอาชญากรรมกลายเป็นปัญหาที่ไร้พรมแดน
.
2️⃣ ประเด็นที่ 2 กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่เป็นอยู่จริง เป็นอย่างไร ?
.
“ความน่าเชื่อถือของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม” คือ ประเด็นที่ ผู้อำนวยการ TIJ เห็นว่า เป็นข้อท้าทายที่สำคัญในปัจจุบัน หากพิจารณาข้อมูลจาก ดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรมของ World Justice Project ซึ่งได้ไปสำรวจและประเมินหลักนิติธรรมของประเทศต่างๆ มาเป็นประจำทุกปี พบว่า องค์ประกอบหรือมิติในด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรมของประเทศไทย มีค่าคะแนนอยู่ที่ระดับ 0.4 กว่าๆ จากคะแนนเต็ม 1 คะแนน ถือว่าเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ทำหน้าที่ได้ดีระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เห็นพัฒนาการที่เด่นชัด และทุกวันนี้ก็ยังต้องอาศัยเวลาในการพัฒนา เพราะมีปัจจัยที่ซับซ้อน
*** (1 คือ ดีมาก เป็นกระบวนการยุติธรรมที่เป็นกลาง ปราศจากการแทรกแซงโดยอำนาจรัฐ ให้ความสำคัญการดูแลเหยื่อ รักษาและเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา ไม่มีคอร์รัปชัน)
.
ดร.พิเศษ ยังกล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนถึงความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทย ซึ่ง TIJ ได้จัดสำรวจความคิดเห็นของประชาชนไว้ 2 ครั้ง จากกรณีคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา และคดีของอดีตผู้กำกับโจ้ ซึ่งพบว่า จากระดับคะแนน 0-5 ประชาชนให้คะแนนความเชื่อมั่นต่อการทำคดีนายวรยุทธเพียง 2 กว่าๆ และเมื่อถามความเชื่อมั่นต่อคดีอดีตผู้กำกับโจ้ที่เพิ่งผ่านไป คะแนนก็ตกลงมาอยู่ที่ 1.9 แสดงให้เห็นว่า ประชาชนยังมีความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทยไม่มากนัก
.
3️⃣ ประเด็นที่ 3 กระบวนการยุติธรรมทางอาญาควรจะไปจัดการความเห็นต่างทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร ?
.
“กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ควรจะใช้เท่าที่จำเป็น” คือ หลักการสำคัญที่ ดร.พิเศษ นำมาตอบคำถามนี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่า กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ควรใช้เพื่อจัดการกับผู้ที่ล่วงละเมิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดเท่านั้น เพราะเป็นมาตรการที่ใช้ทรัพยากรสูง และต้องมีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ ต้องเป็นกลาง ต้องพิจารณาคดีโดยปราศจากอคติ ซึ่งในความเป็นจริงก็ยังไม่สามารถทำตามหลักการนี้ได้ง่ายนัก ซึ่งอาจเป็นเพราะกระบวนการนี้ ยังอยู่ภายใต้ระบบทางการเมืองเหมือนกับสถาบันอื่นๆ ในสังคม ด้วยเหตุที่ “ระบบ” หรือ “คนในระบบ” ก็ยังเป็นปุถุชน การดำเนินงานจึงยังไม่ได้ปราศจากอคติโดยสิ้นเชิง จึงยังมีข้อท้าทายในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจบางอย่างอยู่
.
📌 ผู้อำนวยการ TIJ จึงยังมีข้อกังวลว่า หากคาดหวังให้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาของไทย เข้าไปมีบทบาทในการจัดการความเห็นต่างทางการเมือง ถือเป็นแนวทางที่มีความเสี่ยงและอาจไม่เป็นผลดีต่อสังคมในระยะยาว เพราะกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จำเป็นต้องจัดการให้ได้ข้อเท็จจริงให้ปรากฏโดยปราศจากข้อสงสัยว่าบุคคลนั้นกระทำผิดจริงหรือไม่ แต่ความเห็นทางการเมือง เป็นเรื่องของอุดมการณ์ ความคิด ความเชื่อ ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยมาตรฐานทางกระบวนการยุติธรรมทางอาญา จึงพบว่า แม้แต่เหตุการณ์ที่มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพอย่างรุนแรง เช่น การสลายการชุมนุมในเดือนพฤษภาคม ปี 2553 จึงมีความพยายามที่จะใช้กระบวนการอื่นเข้ามาแทน ด้วยการตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) มาทำหน้าที่รวบรวม สรุปเหตุการณ์และให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจากความเห็นต่างทางการเมือง และได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ควรใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญามาแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า แต่ควรใช้กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เข้ามาช่วย เพื่อให้สังคมได้บทเรียนและเก็บกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไว้ใช้กับเหตุหรือปัจจัยที่เหมาะสมจริง ๆ เท่านั้น
.
ดร.พิเศษ ยังชวนคิดต่อไปด้วยว่า กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ควรปรับอย่างไรให้สามารถสนับสนุนให้โครงสร้างสังคมให้มีกลไกที่ทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้ และทำให้ทุกการแสดงความเห็นต่างได้รับการเคารพ

#TIJ #CriminalJustice #Politicaldissent

ที่อยู่

Thailand Institute Of Justice ( Public Organization) GPFBuilding Tower B 15 - 16 Floor Witthayu Road, Lumpinee, Pathumwan
Bangkok
10330

ข้อมูลทั่วไป

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ Thailand Institute of Justice (TIJ) จัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม ความเป็นเลิศด้านการวิจัยและการพัฒนากระบวนการยุติธรรม ส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประเทศไทยในกรอบความร่วมมือกับสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา เชื่อมโยงแนวคิดตามหลักสากลสู่การปฏิบัติในระดับประเทศ และในภูมิภาคอาเซียน ภารกิจสำคัญของ TIJ ประการหนึ่ง คือการส่งเสริมให้เกิด การอนุวัติ“ข้อกำหนดกรุงเทพ” หรือข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วย การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่ไม่ใช่การคุมขังสำหรับ ผู้กระทำความผิดหญิง (UN Bangkok Rules) รวมถึงส่งเสริมมาตรฐานสหประชาชาติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านเด็กและสตรีในกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งยังทำหน้าที่ขับเคลื่อนประเด็นสำคัญต่างๆ ในเวทีระหว่างประเทศ เช่น หลักนิติธรรม การพัฒนา สิทธิมนุษยชน สันติภาพ และความมั่นคง TIJ ถือเป็นองค์การมหาชนที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล แต่ปฏิบัติงานขึ้นตรงกับคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญในหลายแขนง และผู้บริหารองค์กรต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลและกำหนดนโยบาย กรอบยุทธศาสตร์ แผนงานของสถาบันฯ และมีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นประธานกรรมการที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ Thailand Institute of Justice, or TIJ, was established by the Royal Thai Government in 2011. It aims to promote excellence in research and capacity - building in crime and justice. Building on Thailand’s engagement in the UN Commission on crime Prevention and Criminal Justice and the UN Crime Congresses, TIJ serve as a bridge that transports global ideas to local practice, including in enhancing domestic justice reform and the rules-based community within the ASEAN region. TIJ’s primary objectives are to promote the implementation of United Nation Rules for the treatment of Women Prisoners and Non-custodial Measures for Women Offenders (the Bangkok Rules) as well as other relevant UN standards and norm, especially those related to women and children. TIJ also gears its work towards important cross-cutting issue on the UN agenda such as the rule of law, development, human right, peace and security. TIJ is semi- private organization. It receives funding from the Thai government but is directly accountable to the Board of Directors which consists of experts from different backgrounds and ex-officio member from justice institutions. Toformulate or update the policy and strategic frameworks and to oversee the work of TIJ, the Board of Directors benefits from the counsel of the Special Advisory Board currently chaired by Her Royal Highness Princess Bajakitiyabha Mahidol of Thailand.

เบอร์โทรศัพท์

02-118-9400

เว็บไซต์

ผลิตภัณฑ์

กรอบแผนงาน

- “หลักนิติธรรม” กุญแจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

- งานด้านสตรีและเด็กในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

- งานพัฒนาข้อมูลวิชาการเพื่อการกำหนดนโยบาย

- การป้องกันอาชญากรรมนำด้วยมิติการพัฒนา

- การป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ



Programme of Works

- The Rule of Law as A Key to Sustainable Development

- Women and Children in Criminal Justice System

- Promoting Evidence-based Criminal Justice Policy

- Development-led Crime Prevention

- Transnational Organised Crime

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thailand Institute of Justice (TIJ)ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Thailand Institute of Justice (TIJ):

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด