Thailand Institute of Justice (TIJ)

Thailand Institute of Justice (TIJ) Thailand institute of Justice (Public Organization)
(1)

🚨 เพราะคอร์รัปชันไม่ใช่แค่เรื่องของคนไม่ดี แต่คือ "ระบบที่เอื้อให้โกงง่าย"🔗🔎 ถึงเวลาเปลี่ยนวิธีคิด จากแค่ "จับคนโกง" มาเ...
26/06/2026

🚨 เพราะคอร์รัปชันไม่ใช่แค่เรื่องของคนไม่ดี แต่คือ "ระบบที่เอื้อให้โกงง่าย"🔗

🔎 ถึงเวลาเปลี่ยนวิธีคิด จากแค่ "จับคนโกง" มาเป็น "ออกแบบระบบให้โกงยากขึ้น" เพื่อสร้างสังคมที่โปร่งใส เป็นธรรม และทำให้ “คนทำถูกอยู่ได้ง่ายกว่าคนทำผิด” 🫱🏼‍🫲🏾

📍TIJ Common Ground ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรม ✏️Common Ground ชวน Talk หัวข้อ “คนไทยไม่ทนโกง”: ถึงเวลาออกแบบระบบที่ “โกง” ยาก

🗓️วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569
เวลา 13.00 - 15.30 น.
ณ ห้อง Learning Studio 1 ชั้น 1
TIJ Common Ground

💡Highlight💡

🖍️ Corruption Ecosystem: เมื่อปัญหาไม่ใช่แค่คนโกง แต่คือระบบที่เปิดช่องให้โกงได้
โดย คุณสุภอรรถ โบสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ HAND Social Enterprise

🖍️ The Economics of Corruption: ระบบกำลังสร้างแรงจูงใจแบบไหน?
โดย ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส TDRI

🖍️ Redesigning Public Systems: ออกแบบบริการรัฐอย่างไร ให้โปร่งใสและประชาชนเข้าถึงได้จริง
โดย คุณธนศักดิ์ มังกโรทัย รองเลขาธิการ ก.พ.ร.

🧩 ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการต่อยอดองค์ความรู้จาก TIJ Connect Vol.1 "คนไทยไม่ทนโกง ถึงเวลามาช่วยกันสร้างระบบที่โกงยาก" วารสารวิชาการที่ชวนสังคมมองปัญหาคอร์รัปชันผ่านมิติของระบบ การมีส่วนร่วม และการออกแบบอนาคตร่วมกัน🗳️

📌ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ท่านใดสนใจ รบกวนลงทะเบียนที่ลิงก์นี้ได้เลยค่า 👇
https://forms.gle/RH469az48PKNGNP16

#คนไทยไม่ทนโกง #คอร์รัปชัน #ต่อต้านคอร์รัปชัน #ระบบที่โกงยาก

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 น. สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) นำโดย ประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสถาบัน พร...
25/06/2026

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 น. สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) นำโดย ประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสถาบัน พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ เครือข่าย RoLD Cornell Club of Thailand และผู้ได้รับทุนพัชรกิติยาภาเพื่อการศึกษากฎหมาย ในระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยคอร์แนล (Cornell Law School) ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ห้องประชุม Theater ชั้น 1 และร่วมถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปและลงนามถวายความอาลัย ณ โถงชั้น 1 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย

🤍🎬 “เพราะความยุติธรรมที่แท้จริง ต้องเริ่มต้นด้วยความเข้าใจความเป็นมนุษย์”จากอัยการสู่นักการทูต ผู้พลิกโฉมหน้ากระบวนการยุ...
24/06/2026

🤍🎬 “เพราะความยุติธรรมที่แท้จริง ต้องเริ่มต้นด้วยความเข้าใจความเป็นมนุษย์”
จากอัยการสู่นักการทูต ผู้พลิกโฉมหน้ากระบวนการยุติธรรมทางอาญา

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงงานอย่างหนักเพื่อรับฟังเสียงของ “ผู้ที่ถูกลืม” หลังกำแพงเรือนจำ ทรงริเริ่มโครงการกำลังใจ และทรงเป็นพลังสำคัญในการผลักดันมาตรฐานสากลเพื่อผู้ต้องขังหญิงเป็นครั้งแรกของโลก หรือที่ทั่วโลกรู้จักในนาม “ข้อกำหนดกรุงเทพ” (The Bangkok Rules)

รับชมเรื่องราวพระกรณียกิจ ผ่านสัมภาษณ์ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)

👉 รับชมคลิป: เจ้าหญิงนักกฎหมาย ช่วยคนไทยที่ถูกลืม
https://www.youtube.com/watch?v=ndsZq4sOO3Y

#เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา #ข้อกำหนดกรุงเทพ #โครงการกำลังใจ #ความยุติธรรมที่มีคนเป็นศูนย์กลาง

ขอเวลานอก ดำเนินรายการโดย นลิน สิงหพุทธางกูร ทุกวันเสาร์ เวลาสี่ทุ่...

นโยบายแบบไหน? เป็นธรรมข้ามพรมแดน ติดตามได้จากรายงานจาก Policy Watch จับตานโยบายสาธารณะ ที่ได้ร่วมเวทีสำรวจการเข้าถึงความ...
23/06/2026

นโยบายแบบไหน? เป็นธรรมข้ามพรมแดน

ติดตามได้จากรายงานจาก Policy Watch จับตานโยบายสาธารณะ ที่ได้ร่วมเวทีสำรวจการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนและออกแบบนโยบายยกระดับอนาคตของกระบวนการยุติธรรม ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ภายใต้โครงการปักหมุดอนาคตกระบวนการยุติธรรมสู่การสร้างความเป็นธรรมในสังคม จัดโดย สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

#กระบวนการยุติธรรม #ความยุติธรรม #กระบวนการยุติธรรมที่มีคนเป็นศูนย์กลาง

โลกยุคข้ามพรมแดน จะมีนโยบายอย่างไรให้เป็นธรรม?
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประเด็นที่ท้าทายมากเป็นพิเศษ คือ "ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับคนริมแม่น้ำมูล" จากแผนการสร้างเขื่อนที่ลาวและในจีน
เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของรัฐไทย จากการข้ามพรมแดน เช่นเดียวกันกับ ปัญหาฝุ่นควันข้ามแดน และสารพิษในแม่น้ำกก
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคืออำนาจควบคุมการไหลของน้ำและการกักเก็บน้ำในต้นน้ำได้กลายเป็นอาวุธและอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์ (Hydro-hegemony)
ความยากลำบากจึงอยู่ที่การขยายพรมแดนของความเป็นธรรมไปสู่พื้นที่ข้ามพรมแดนได้อย่างไร
ปิยะพงษ์ บุษบงก์ มองว่าเราต้องการมกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาคที่เข้มแข็งกว่านี้ "ผ่านการทำความเข้าใจความเชื่อมโยงของปัญหาที่ดูเหมือนจะเฉพาะพื้นที่เช่นนี้ไปสู่พลวัตรของภูมิรัฐศาสตร์ของโลกในภาพใหญ่"
"ภูมิรัฐศาสตร์ดูเป็นเรื่องใหญ่ ไกลตัว และไม่น่าจะเกี่ยวอะไรได้มากกับชาวบ้านริมมูลที่อุบลฯ แต่ในความเป็นจริงแม่น้ำมูลเชื่อมกับแม่น้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำสากล และชาวบ้านที่นี่เป็นตัวแทนของคนไทย 8 จังหวัดริมโขงที่นับว่าเป็นเหยื่อโดยตรง"
การแข่งขันของประเทศมหาอำนาจกำลังคืบคลานเข้ามามากยิ่งขึ้น กำลังจะแปลงอาณาบริเวณนี้เป็นสมรภูมิทางการค้าและการช่วงชิงทรัพยากร อย่างแร่หายาก จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำอย่างรุนแรง
ประเด็นที่ท้าทายสำหรับรัฐบาลไทย คือ ทำอย่างไรจะสามารถยืนอยู่ในภูมิรัฐศาสตร์โลก และมีส่วนสร้างความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมในฐานะของการรักษาความดีงามร่วมกันของภูมิภาค
เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล ทำอย่างไรจะลดผลกระทบจากการพัฒนาข้ามแดน และ สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ
🎯🎯🎯 ติดตามเพิ่มเติมในคอมเมนต์
#ความเป็นธรรม #ความเหลื่อมล้ำ #น้ำมูล #ภูมิรัฐศาสตร์ #เขื่อนแม่น้ำโขง #ไฟฟ้าลาว #มลพิษข้ามแดน #ภัยพิบัติข้ามแดน #ติดตามนโยบาย #นโยบายสาธารณะ #นโยบายรัฐบาล

“สังคมเราจะไม่สามารถเติบโตและก้าวหน้าได้ หากยังขาดเสถียรภาพและความยุติธรรม สังคมย่อมเกิดความวุ่นวาย หากกฎหมายไม่มีความเป...
23/06/2026

“สังคมเราจะไม่สามารถเติบโตและก้าวหน้าได้ หากยังขาดเสถียรภาพและความยุติธรรม สังคมย่อมเกิดความวุ่นวาย หากกฎหมายไม่มีความเป็นธรรม และกระบวนการยุติธรรมที่ใช้อยู่ไร้ประสิทธิภาพ”

ความบางส่วนจากบทประทานสัมภาษณ์ สำนักข่าว Associated Press (AP) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ในระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

*****

การผลักดันหลักนิติธรรมในเวทีระหว่างประเทศสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 16)

“หลักนิติธรรม” ถือเป็นรากฐานสำคัญในการปกครองที่ถือกฎหมายเป็นใหญ่ มุ่งเน้นการบังคับใช้ร่วมกันอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ภายใต้กฎระเบียบที่มาจากกระบวนการประชาธิปไตย เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนจากการใช้อำนาจรัฐอย่างเป็นธรรม ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและพระปรีชาสามารถ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงให้ความสำคัญกับหลักการดังกล่าวอย่างยิ่งยวด โดยทรงตระหนักว่าสถาบันในระบบยุติธรรมที่เข้มแข็ง เที่ยงตรง และเข้าถึงได้ง่าย คือกลไกหลักในการขับเคลื่อนและสร้างสรรค์สังคมที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

พระองค์ทรงมุ่งมั่นทุ่มเทพระวรกายในการผลักดันให้หลักนิติธรรมก้าวสู่การเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ยิ่งไปกว่านั้น ยังทรงสะท้อนพระอัจฉริยภาพผ่านการแสวงหาแนวทางแปรนามธรรมของข้อกฎหมาย ไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน โดยทรงนำแนวทางการพัฒนาสังคมมาบูรณาการร่วมกับการป้องกันอาชญากรรมในประเทศไทย เพื่อสร้างความสงบสุขและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างรอบด้าน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกฎหมายในการขับเคลื่อนนโยบายกระบวนการยุติธรรมระดับโลกที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ ระหว่างทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา ใน พ.ศ. 2555 – 2557 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีบทบาทในเวทีสำคัญในการกำหนดนโยบายความยุติธรรมระดับโลก ทรงปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (The Commission on Crime Prevention and Criminal Justice - CCPCJ) สมัยที่ 21 พ.ศ. 2555 และเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด (The Commission on Narcotic Drugs - CND) สมัยที่ 56 พ.ศ. 2556

ระหว่างการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักนิติธรรมที่ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2555 ทรงมีพระดำรัสความตอนหนึ่งว่า

“การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของหลักนิติธรรมเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน เราต้องร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการส่งเสริมหลักนิติธรรมทั้งในระดับชาติและนานาชาติภายใต้การนำขององค์การสหประชาชาติ เพื่อสร้างโลกที่มีความเท่าเทียมยุติธรรมร่วมกัน”

การศึกษาวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าระบบกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพนั้นไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ระงับข้อพิพาทหรือลงโทษผู้กระทำความผิดเท่านั้น แต่ยังเป็นเสาหลักค้ำจุนเสถียรภาพทางสังคมและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ทรงตระหนักว่าความยุติธรรม ความมั่นคง และหลักนิติธรรมมีบทบาทสำคัญในการยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานระหว่างประเทศ ในปีเดียวกับการประชุม CND ทรงสนับสนุนให้เกิดการประชุมระดับนานาชาติว่าด้วยหลักนิติธรรม (The Bangkok Dialogue on the Rule of Law) ที่กรุงเทพฯ และภายหลังการประชุมดังกล่าว ทรงร่วมกับผู้แทนประเทศต่าง ๆ ผลักดันให้มีการบรรจุประเด็นเรื่องหลักนิติธรรมเข้าไว้ในวาระการพัฒนาของสหประชาชาติหลังปี พ.ศ. 2558 นำไปสู่การรวมเข้าเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goal 2030) ในเป้าหมายที่ 16 ว่าด้วยสันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง การรวมมิติด้านหลักนิติธรรมเข้ากับวาระการพัฒนาเป็นผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญ โดยถือเป็นการก้าวข้ามกรอบความคิดแบบเดิมที่แยกงานยุติธรรมออกจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างสิ้นเชิง

ด้วยพระกรณียกิจอันเป็นที่ประจักษ์ในการผลักดันประเด็นความยุติธรรมในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีด้านหลักนิติธรรมสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime – UNODC) ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสหประชาชาติที่มีการแต่งตั้งผู้แทนในตำแหน่งทูตสันถวไมตรีสำหรับประเด็นหลักนิติธรรมโดยเฉพาะ

ในวโรกาสนี้ ทรงมีพระดำรัสผ่านวิดีทัศน์ในโอกาสที่ทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายตำแหน่งทูตสันถวไมตรีดังกล่าวว่า "การรับตำแหน่งทูตสันถวไมตรีเป็นโอกาสสำคัญให้ได้สนับสนุนงานของสหประชาชาติด้านหลักนิติธรรมและความเป็นธรรมซึ่งมีผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการพัฒนาที่ยั่งยืน" และทรงเสริมถึงเป้าหมายการทรงงานในภูมิภาคว่า "ข้าพเจ้ามุ่งหมายที่จะทำงานร่วมกับสำนักงาน UNODC ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการลดปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรง ปกป้องกลุ่มผู้เปราะบางในสังคม จัดการกับปัญหาคอร์รัปชัน รวมถึงการสนับสนุนความพยายามระดับโลกในการเสริมสร้างหลักนิติธรรม"

ภารกิจสำคัญระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งดังกล่าว คือการเผยแพร่กิจกรรมและส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง UNODC กับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของประเทศสมาชิกอาเซียน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรมและการปฏิรูประบบงานยุติธรรมทางอาญา ยกระดับความสำคัญของโครงการของ UNODC ในภูมิภาคเอเชีย และรณรงค์ให้เกิดความตระหนักถึงความเชื่อมโยงระหว่างหลักนิติธรรม สันติภาพ เสถียรภาพ และเป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน

#หลักนิติธรรม #กระบวนการยุติธรรม #ความยุติธรรม #สหประชาชาติ #การพัฒนาที่ยั่งยืน

23/06/2026

“สังคมเราจะไม่สามารถเติบโตและก้าวหน้าได้ หากยังขาดเสถียรภาพและความยุติธรรม สังคมย่อมเกิดความวุ่นวาย หากกฎหมายไม่มีความเป็นธรรม และกระบวนการยุติธรรมที่ใช้อยู่ไร้ประสิทธิภาพ”

ความบางส่วนจากบทประทานสัมภาษณ์ สำนักข่าว Associated Press (AP) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ในระหว่างที่ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

#หลักนิติธรรม #กระบวนการยุติธรรม #ความยุติธรรม #การพัฒนาที่ยั่งยืน #สหประชาชาติ

😵ค่านิยมของวัยรุ่นก่อเรื่องตีกันในงานหมอลำ จนกระทั่งความรุนแรงกลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่ควรจะปกติ🚐🚕ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อมาช้า...
22/06/2026

😵ค่านิยมของวัยรุ่นก่อเรื่องตีกันในงานหมอลำ จนกระทั่งความรุนแรงกลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่ควรจะปกติ

🚐🚕ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อมาช้านาน แต่ถนนอีกสายซ่อมแล้วซ่อมอีกทั้งที่ยังไม่พัง ร้องเรียนไปก็ไม่มีใครสนใจ จนต้องหันมาทำคอนเทนต์ให้ดังในโซเซียลมีเดีย

🌿🌱ทำมาหากิน ทำไร่ ทำนา อยู่บนผืนแผ่นดินที่ตกทอดมา แต่กลายเป็นผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ เพียงเพราะรัฐประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นป่าอนุรักษ์

🌏บ้านที่อยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษกำลังจะได้รับผลกระทบจากโครงการสร้างเขื่อนของประเทศเพื่อนบ้านบนแม่น้ำนานาชาติ ไม่รู้จะเรียกร้องจากใคร เพราะรัฐบอกว่าเป็นโครงการในต่างประเทศ

*****

เรื่องราวเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคอีสานตั้งแต่เรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน โครงสร้างพื้นฐานที่ควรจะได้รับการดูแล เรื่องที่เกิดขึ้นใหม่เพราะมีผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐ ไปจนถึงปัญหาความไม่เป็นธรรมข้ามพรมแดน

ปัญหาทั้ง 4 ประเด็น ได้รับการหยิบยกมาเป็นประเด็นพูดคุยในโครงการ “ปักหมุดอนาคตกระบวนการยุติธรรมสู่การสร้างสังคมที่เป็นธรรม” ซึ่งสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย TIJ ร่วมมือกับ สถาบันนโยบายสาธารณะ (School of Public Policy) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทำงานวิจัยเพื่อออกแบบ ระบบยุติธรรมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-Centered Justice) โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดเป็นเวทีการพัฒนานโยบายเพื่อสร้างอนาคตที่เป็นธรรม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 เชิญชวนทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม นักศึกษา และตัวแทนกลุ่มเยาวชน มาช่วยกัน “ออกแบบความยุติธรมใหม่” ที่มาจากความต้องการของประชาชนที่อาจเป็นผู้ได้รับความไม่ยุติธรรมจากระบบเดิม”

เวทีนี้จะชวนให้ผู้เข้าร่วมวิเคราะห์เชิงลึกให้มองลงไปเพื่อค้นหา “ปัญหา” ที่ซ่อนอยู่มากกว่า ปัญหาที่มองเห็นอยู่แล้ว ... ค้นหาว่า ระบบที่เป็นต้นตอของปัญหาคือออะไร โครงสร้างของปัญหาคืออะไร ค่านิยม ความเชื่อ วาทกรรมที่ถูกผลิตซ้ำจนกลายเป็นความเคยชินคืออะไร จะเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ... และ เราสามารถจินตนาการไปถึงระบบยุติธรรมใหม่ที่จะช่วยทำให้คนที่เปราะบางที่สุดได้รับความยุติธรรม ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร

ถ้าลองคิดว่า เราทุกคนอาจมีโอกาสกลายเป็นคนที่เปราะบางที่สุดได้เช่นกัน เราทุกคน หรือ คนใกล้ตัวที่เรารัก อาจกลายเป็นคนที่ไม่ได้รับความไม่เป็นธรรมจากระบบยุติธรรมแบบเดิมได้เช่นกัน

*****

⚖ ระบบยุติธรรมในอนาคตแบบไหน ที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

โครงการปักหมุดอนาคตกระบวนการยุติธรรมสู่การสร้างความเป็นธรรมในสังคม ยังจะจัดเวทีในรูปแบบเดียวกันนี้ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยจะวิเคราะห์ตามสภาพปัญหาที่ต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ และจะจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสู่รัฐบาล เพื่อนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นพัฒนาระบบยุติธรรมไทยให้เป็นระบบยุติธรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริงต่อไป

#กระบวนการยุติธรรมที่มีคนเป็นศูนย์กลาง #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

“เป้าหมายของเราไม่ใช่การสร้างโรงเรียนที่ไม่มีความขัดแย้ง แต่คือการสร้างโรงเรียนที่เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นแล้ว ทุกคนมีภู...
22/06/2026

“เป้าหมายของเราไม่ใช่การสร้างโรงเรียนที่ไม่มีความขัดแย้ง แต่คือการสร้างโรงเรียนที่เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นแล้ว ทุกคนมีภูมิคุ้มกันและวิธีการที่พร้อมรับฟัง เพื่อให้คู่กรณีได้รับการเยียวยา ไม่มองว่าใครผิด หรือใครจะต้องถูกลงโทษ และยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนโรงเรียน”

ดร. อณูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์ รองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าวในพิธีปิดการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนและถอดบทเรียนจากครูแกนนำ (RJ Leading Teachers) โครงการ RJ in Schools Sandbox: การพัฒนาโรงเรียนนำร่องด้าน RJ พื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่อาคาร TIJ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง กรุงเทพมหานคร (BMA) คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNFPA) มูลนิธิฟรีดริช เนามัน เพื่อเสรีภาพ ประเทศไทย แพลตฟอร์ม So Safe โดย บริษัท Found by Design และ TIJ เพื่อส่งเสริมการใช้กลไกการแก้ไขความขัดแย้งในโรงเรียนด้วยกระบวนการยุติธรรมเชิงฟื้นฟูเยียวยา (Restorative Justice: RJ)

ในโอกาสนี้ รองผู้อำนวยการ TIJ ระบุว่า Restorative Justice ไม่ใช่เพียงแนวคิดทางทฤษฎี หรือแนวปฏิบัติที่ใช้ได้เฉพาะในต่างประเทศ แต่สามารถนำมาปรับใช้ได้จริงในบริบทโรงเรียนไทย โดยมีบทเรียนสำคัญจากโครงการนี้คือการรับฟังเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง และครูคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลง เพรราะไม่มีเครื่องมือใดจะสร้างความไว้วางใจให้นักเรียนได้มากกว่า Human-touch ของครูที่พร้อมเข้าใจ

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ครูแกนนำจำนวน 30 คน จากโรงเรียนนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 6 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนการเคหะท่าทราย โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1 โรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 2 โรงเรียนทุ่งสองห้อง (คุปตัษเฐียรอุทิศ) โรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์) และ โรงเรียนวัดหลักสี่ (ทองใบทิวารีวิทยา) ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและถอดบทเรียนกันในประเด็น
- ประสบการณ์การนำ RJ ไปใช้ในโรงเรียน ตั้งแต่เริ่มต้น การปฏิบัติจริง ความท้าทาย และผลกระทบต่อครู นักเรียน และโรงเรียน
- การนำเกม RJ Journey Board Game โดย บริษัท Found by Design ไปใช้เพื่อเสริมสร้างแนวทางการใช้ RJ ในโรงเรียน
- การขยายผลการนำ RJ ไปใช้ในโรงเรียนอื่น ๆ และให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมโรงเรียน
- การสะท้อนประสบการณ์การใช้แพลตฟอร์มระบบ So Safe เพื่อแจ้งเหตุและเชื่อมต่อความช่วยเหลือสู่การแก้ไขปัญหาสังคมอย่างปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป

TIJ และภาคีเครือข่ายมุ่งหวังที่จะร่วมกันพัฒนาเครือข่าย RJ Leading Teachers พัฒนาเครื่องมือที่เหมาะสมกับบริบทโรงเรียนไทย เชื่อมโยงกับระบบส่งต่อและเครือข่ายสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงถอดบทเรียนสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการขยายผลในระดับกรุงเทพมหานครและระดับประเทศ เพื่อสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย สนองตอบความต้องการของทั้งเด็กและเยาวชน ตลอดจนบุคลากรในสถานศึกษาต่อไป

#ความยุติธรรมเชิงฟื้นฟูเยียวยา #กรุงเทพมหานคร #นโยบายการศึกษา #โรงเรียนกทม. #ความรุนแรงในโรงเรียน #มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ความขัดแย้ง พฤติกรรม และการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับมิติทางสังคมที่ลึกซึ้งเกินกว่า...
19/06/2026

ความขัดแย้ง พฤติกรรม และการกระทำผิดของเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับมิติทางสังคมที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่มาตรการทางกฎหมายหรือการลงโทษเชิงวินัยแบบดั้งเดิมจะเยียวยาได้สำเร็จ

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จึงร่วมกันขับเคลื่อน "โครงการยกระดับทักษะผู้ประสานการประชุมในการดำเนินงานด้านยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Reskill & Upskill)" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยจัดอบรมรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 – 16 มิถุนายน 2569 และกำหนดจัดรุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 29 – 30 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร เพื่อการพัฒนาทักษะและความสามารถของผู้ปฏิบัติงานทั่วประเทศ ให้ก้าวข้ามจากการจัดการคดีความแบบเดิม สู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการฟื้นฟูเยียวยาที่มีคนเป็นศูนย์กลาง (People-Centred Justice) โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางปรีดา วิสาโรจน์ รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และ ดร.อณูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์ รองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกล่าวเปิดการอบรม เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569

การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะของผู้ปฏิบัติงานในการดำเนินมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยได้รับเกียรติจากศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อํานวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ดร.ไพรินทร์ โชติสกุลรัตน์ และนางสาวจันทร์ทิพย์ ปิยะวรธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารอย่างสันติ (Nonviolent Communication–NVC) นายอุกฤษฏ์ ศรพรหม หัวหน้าฝ่ายนโยบายและกิจการต่างประเทศ ด้านหลักนิติธรรมและความยุติธรรมทางอาญาและคณะวิทยากรจากสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เข้าร่วมในการถ่ายทอดองค์ความรู้และการเสริมศักยภาพให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ

สาระสำคัญของโครงการอบรมครั้งนี้มุ่งเสริมสร้างความเข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้คำนึงถึงบริบทชีวิตของเด็กและเยาวชนที่เป็นเหตุแห่งการแสดงพฤติกรรม อันจะช่วยสะท้อนความเข้าใจ ความรู้สึก และความต้องการ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ด้วยการบริหารจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ การป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งพัฒนาไปสู่ความรุนแรง พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนหรือผู้กระทำผิดเรียนรู้ผลกระทบจากการกระทำ การสร้างความรับผิดชอบร่วม และการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างผู้เกี่ยวข้องได้

การอบรมนี้ยังได้เน้นย้ำแนวคิดกระบวนการยุติธรรมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-Centred Justice) โดยผู้เข้าร่วมได้ฝึกฝนการออกแบบกระบวนการประชุมผ่านเครื่องมือการเรียนรู้รูปแบบเกมจำลองสถานการณ์ Restorative Justice Journey (RJ Board Game) เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร การรับฟังอย่างลึกซึ้ง การสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ และการออกแบบพื้นที่ที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อการเยียวยาความเสียหาย การตระหนักถึงผลกระทบของการกระทำ และการร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไขที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงหลักการยุติธรรมเชิงฟื้นฟูเยียวยากับกรอบสิทธิมนุษยชนและหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก และชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จของกระบวนการที่ไม่อาจวัดเพียงจากการยุติคดีหรือการให้อภัย แต่สามารถสะท้อนผ่านการตระหนักรู้ของผู้กระทำผิดระหว่างกระบวนการ การเยียวยาที่ตอบสนองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น แนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น และความสามารถของทุกฝ่ายในการร่วมกันสร้างทางออกอย่างสร้างสรรค์

โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกันระดับประเทศ โดยภายหลังการอบรมจะมีการติดตามผลและถอดบทเรียนจากการนำองค์ความรู้ไปใช้จริงในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนทั้ง 77 แห่งทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติด้านยุติธรรมเชิงฟื้นฟูภายใต้มาตรา 86 ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป

#กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน #ความยุติธรรมเชิงฟื้นฟูเยียวยา

คณะผู้แทน OECD ดูงานการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนที่สำนักงานยุติธรรม จังหวัดนครปฐม การเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน (...
19/06/2026

คณะผู้แทน OECD ดูงานการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนที่สำนักงานยุติธรรม จังหวัดนครปฐม

การเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน (Access to Justice) และการมีระบบยุติธรรมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People-Centred Justice) คือ สองประเด็นสำคัญที่คณะผู้แทนจาก OECD หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development) ที่นำโดย Maaike de Langen ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานอำนวยการด้านธรรมาภิบาลภาครัฐ (Public Governance Directorate) พร้อมด้วยคณะผู้แทน OECD ให้ความสำคัญในโครงการความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เพื่อแสวงหาข้อมูลการทำงานไปเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบยุติธรรมไทยให้เป็นไปตามมาตรฐาน OECD ในโอกาสที่ประเทศไทยสมัครขอเข้าเป็นประเทศสมาชิกกลุ่ม OECD

โดยระหว่างลงพื้นที่ วันที่ 12 มิถุนายน 2569 คณะผู้แทน OECD ได้เยี่ยมชม “คลินิกยุติธรรม” ซึ่งศูนย์รับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือกรณีไม่ได้รับความยุติธรรม พร้อมซักถามถึงแนวทางการให้บริการประชาชนที่มาขอรับบริการ

ในโอกาสนี้ นายสมาวิษฎ์ สุวรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรม จังหวัดนครปฐม ได้อธิบายการให้บริการด้านความยุติธรรมกับประชาชนโดยละเอียดทั้งในรูปแบบออนไซต์และรูปแบบออนไลน์ ทั้งงานให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การพยายามช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อลดภาระทางคดีของทั้งประชาชนและภาระของระบบศาล การบริการเพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย การประสานเพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญา การดูแลช่วยเหลือด้านความยุติธธรมในคดีที่เป็นจำนวนมาก เช่น คดีเด็ก เยาวชน ครอบครัว และคดีหนี้สิน รวมทั้งยืนยันด้วยว่ามีระบบันทึกสถิติการให้บริการทุกวัน เพื่อเก็บเป็นระบบฐานข้อมูลในการปรับปรุงการให้บริการ

#กระบวนการยุติธรรมไทย #ระบบยุติธรรม #สมาชิกOECD #หลักนิติธรรม #การเข้าถึงความยุติธรรม #คลินิกยุติธรรม

ที่อยู่

Thailand Institute Of Justice 999 Chaengwattana Road , Thung Song Hong, Lak Si
Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

+6625221199

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thailand Institute of Justice (TIJ)ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง Thailand Institute of Justice (TIJ):

แชร์