Thailand Institute of Justice (TIJ)

Thailand Institute of Justice (TIJ) Thailand institute of Justice (Public Organization)
(7)

เปิดเหมือนปกติ

วันที่ 6 เมษายน ของทุกปี เป็นวัน International Day of Sport for Development and Peaceกีฬา “เปลี่ยน” ชีวิตTIJ เชื่อว่ากีฬ...
06/04/2021

วันที่ 6 เมษายน ของทุกปี เป็นวัน International Day of Sport for Development and Peace

กีฬา “เปลี่ยน” ชีวิต

TIJ เชื่อว่ากีฬาเป็นเครื่องมือที่ช่วยป้องกันเด็กและเยาวชนจากการกระทำผิดทางอาญาได้ เพราะไม่เพียงเป็นการส่งเสริมสิทธิในการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้งทางร่างกายและจิตใจเท่านั้น แต่กีฬายังมีบทบาทสำคัญ ในการพัฒนากระบวนการคิดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอีกด้วย

เนื่องในวัน International Day of Sport for Development and Peace ทาง TIJ ขอร่วมเป็นแรงใจสนับสนุนเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาดให้กลับคืนสู่สังคมได้ ด้วยการนำกีฬามาพลิกวิกฤตเป็นโอกาส

ร่วมรับชม VDO เพื่อสนับสนุนการใช้กีฬาเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ได้ที่

https://www.youtube.com/watch?v=Ar0EVRo2KKk

#TIJ #YouthCrimePrevention


---------------------------------------------------------------

Every year on April 6th, the International Day for Sport Development and Peace is celebrated worldwide.

Sport “changes” lives.

TIJ believes that sport is a tool that can help protect children and young people from committing criminal activities. Not only does sport promote rights for the development of children and youth both physically and mentally, but it also plays an important role in encouraging cognitive development and positive behavioral changes.

Therefore, on this International Day of Sport for Development and Peace, TIJ wishes to support the societal reintegration of children and youth who have committed past mistakes by employing sport as the tool that can turn crisis into opportunities here and beyond.

Please join us in watching this video and supporting the use of sport for the development of at-risk children and youth: https://www.youtube.com/watch?v=Ar0EVRo2KKk

#TIJ #YouthCrimePrevention

02/04/2021
10 ปี ข้อกำหนดกรุงเทพ มีความก้าวหน้าไปอย่างไร นานาประเทศนำไปใช้อย่างไร และอนาคตของข้อกำหนดเพื่อการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญ...
31/03/2021
มุมมองจากต่างชาติต่อก้าวต่อไปของข้อกำหนดกรุงเทพ : สู่อนาคตเรือนจำที่ปลอดภัยและเป็นทาง

10 ปี ข้อกำหนดกรุงเทพ มีความก้าวหน้าไปอย่างไร นานาประเทศนำไปใช้อย่างไร และอนาคตของข้อกำหนดเพื่อการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและผู้กระทำผิดหญิงควรจะเป็นอย่างไรต่อไป
.

ติดตามรายละเอียดบทความ "มุมมองจากต่างชาติต่อก้าวต่อไปของข้อกำหนดกรุงเทพ : สู่อนาคตเรือนจำที่ปลอดภัยและเป็นทางเลือกสุดท้ายในการลงโทษ" จากการประชุมคู่ขนานหัวข้อ “A decade of the Bangkok Rules: Advancements, Challenges and Opportunities” ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 14 (The United Nations Congress on Crime Prevention and Criminal Justice – Crime Congress) ที่นี่: https://www.the101.world/bangkok-rules-next-stage/
.

#TIJ #UNODC #CrimeCongress #BangkokRules

101 ถอดความจากงานประชุม Crime Congress ในหัวข้อ “A Decade of the Bangkok Rules: Advancements, Challenges and Opportunities” ซึ่งพูดคุยถึงการนำข้อกำหนดกรุงเทพไปใช้ใ....

ชีวิตของผู้ต้องขังหญิงเป็นอย่างไร กระบวนการยุติธรรมและประชาสังคมจะสามารถเปลี่ยนชีวิตและให้โอกาสใหม่แก่พวกเธอตั้งแต่แรกก้...
30/03/2021

ชีวิตของผู้ต้องขังหญิงเป็นอย่างไร กระบวนการยุติธรรมและประชาสังคมจะสามารถเปลี่ยนชีวิตและให้โอกาสใหม่แก่พวกเธอตั้งแต่แรกก้าวเข้าสู่เรือนจำจนถึงเส้นทางชีวิตหลังจากนั้นได้ด้วยแนวทางใดบ้าง
.

ติดตามได้จากรายงานเรื่อง ‘การฟื้นฟูและการกลับคืนสู่สังคมของนักโทษหญิงและผู้กระทำผิดหญิง’ จากการประชุมคู่ขนานในการประชุม Crime Congress ครั้งที่ 14 ที่: https://www.the101.world/rehabilitation-and-social-reintegration/
.

อ่านรายงานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับผู้ต้องขังหญิงในไทย และการกระทำความผิดซ้ำของผู้ต้องขังในประเทศไทย (ภาษาอังกฤษ) ฉบับเต็ม ได้ที่:

Women's Pathways Into, Through and Out of Prison
https://knowledge.tijthailand.org/en/publication/detail/women-s-pathways-into-through-and-out-of-prison#book/

Research on the Causes of Recidivism in Thailand
https://knowledge.tijthailand.org/en/publication/detail/research-on-the-causes-of-recidivism-in-thailand#book/

#TIJ #crimecongress #UNODC #BangkokRules

“หลายครั้งที่ผู้ต้องขังหญิงถูกจำกัดทางเลือก เนื่องจากสิ่งแวดล้อมที่อยู่เหนือการควบคุมของพวกเธอ”
.
101 ชวนอ่านเก็บความจากงานประชุมคู่ขนานออนไลน์ ‘การฟื้นฟูและการกลับคืนสู่สังคมของนักโทษหญิงและผู้กระทำผิดหญิง’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม Crime Congress ครั้งที่ 14 เพื่อร่วมหาแนวปฏิบัติที่เหมาะสมในการฟื้นฟูและการกลับคืนสู่สังคมของผู้ต้องขังหญิง
.
อ่านบทความได้ที่: https://www.the101.world/rehabilitation-and-social-reintegration/
.
“จากการศึกษาพบว่านักโทษหญิงที่กระทำความผิดมักมีภูมิหลังที่แตกต่างหลากหลาย พวกเธอมีประวัติต้องเผชิญกับการใช้ความรุนแรง ครอบครัวแตกแยก ถูกชายคนรักควบคุมข่มเหง ใช้ยาเสพติด ไม่ได้รับการศึกษาหรือมีการศึกษาระดับต่ำ ฐานะยากจน หรือมีปัญหาทางสุขภาพจิตอื่นๆ จนผลักดันให้เกิดการกระทำความผิด ดังนั้น เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจึงควรมีแนวทางปฏิบัติที่เริ่มต้นตั้งแต่แนวทางปฏิบัติของกระบวนการยุติธรรมที่มีความเสมอภาคทางเพศและการดูแลสภาพจิตใจ” - ดร. ซาแมนธา เจฟฟรี่ย์
.
“กระบวนการฟื้นฟูและการวางแผนเตรียมความพร้อมก่อนการพ้นโทษเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิตหลังกรงขัง ทั้งยังชี้ให้เห็นถึงอคติและการตีตราของผู้ที่พ้นโทษโดยยกตัวอย่างกรณีของในประเทศไทยว่า หลายครั้งที่อคติและการตีตราของผู้ที่พ้นโทษผลักให้ผู้พ้นโทษเป็นคนนอกของสังคม จนหันกลับไปหาสิ่งแวดล้อมเดิมหรืองานที่ผิดกฎหมายอีกครั้งอย่างการค้ายาเสพติด” - ธีโอดอร์ เล็กเก็ตต์
.
[TIJ x 101]

TIJ เปิดรับสมัคร1. ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายประสานนโยบาย  1   (Chief of Section 1: External Relations) สังกัดสำนักกิจการต่างประ...
25/03/2021

TIJ เปิดรับสมัคร
1. ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายประสานนโยบาย 1 (Chief of Section 1: External Relations) สังกัดสำนักกิจการต่างประเทศและประสานนโยบาย จำนวน 1 อัตรา (เจ้าหน้าที่)
2. ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายประสานนโยบาย 2 (Chief of Section 2: Women and Children) สังกัดสำนักกิจการต่างประเทศและประสานนโยบาย จำนวน 1 อัตรา (เจ้าหน้าที่)
3. ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประสานนโยบายอาวุโส (Senior Policy Coordination officer) สังกัดสำนักกิจการต่างประเทศและประสานนโยบาย จำนวน 1 อัตรา (เจ้าหน้าที่)
4.ตำแหน่งเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศอาวุโส (IT Development Specialist) สังกัดสำนักบริหาร จำนวน 1 อัตรา (เจ้าหน้าที่)
5. ตำแหน่งนักนโยบายและวิจัย (Policy & Research Officer) สังกัดสำนักส่งเสริมข้อกำหนดกรุงเทพและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด จำนวน 1 อัตรา (ลูกจ้าง)

ผู้ที่สนใจให้ส่งจดหมายนำ (Cover Letter) และประวัติส่วนตัว (Resume) พร้อมระบุตำแหน่งที่ต้องการสมัครมาทางอีเมล์ [email protected] หรือสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tijthailand.org/career/jobs_opening ตั้งแต่วันนี้ถึง 7 เมษายน 2564 สอบถามเพิ่มเติม โทร 02 - 118 9400 ext. 123

#ร่วมงานกับเรา #ร่วมงานกับTIJ

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดการประชุม...
23/03/2021

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดการประชุมหารือระหว่างหน่วยงานไทย เรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ (UNODC – Thailand National Cybercrime Roundtable Discussion) โดยมีการอภิปรายถึงสถานการณ์ และเครื่องมือเพื่อใช้ในการป้องกันและต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ในประเทศไทย ตลอดจนทิศทางและแนวทางในการดำเนินงานในอนาคต ระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม 2564 ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ

ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวในพิธีเปิดงานครั้งนี้ว่า การร่วมมือกับ UNODC จะนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรเพื่อการจัดอบรมเพื่อส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรทั้งระดับปฏิบัติและระดับผู้กำหนดนโยบาย ในภาคส่วนต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ รวมทั้งจัดการประชุมระดับสูงภายในปีนี้ โดยมุ่งเน้นที่การหารือในประเด็นที่ครอบคลุมและมีมิติที่มากกว่าเฉพาะเรื่องของการสืบสวนสอบสวนและการรวบรวมหลักฐาน

อีกทั้งระบุด้วยว่า ในที่ประชุม Crime Congress ครั้งที่ 14 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยถึงปัญหาของอาชญากรรมไซเบอร์ และมีสัญญาณที่ดีที่หลายประเทศทั่วโลกเล็งเห็นความสำคัญของทุกภาคส่วนในสังคมในการร่วมกันแก้ไขปัญหา อย่างน้อยในเรื่องของการมุ่งมั่นพัฒนากรอบกฎหมายให้เท่าทัน การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการให้ความรู้แก่ประชาชนถึงภัยใกล้ตัวยุคใหม่นี้

ภายในงาน UNODC ยังได้เผยแพร่รายงาน “Darknet Cybercrime Threats to Southeast Asia 2020” เพื่อให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของอาชญากรรมไซเบอร์ในรูปแบบของ Darknet ด้วย

#cybercrime #UNODC #TIJ

“เราไม่อาจยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิงได้ โดยไม่ทลายกำแพงที่ขวางกั้นโลกภายในกับโลกภายนอก” ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ ...
12/03/2021
A decade of the Bangkok Rules:

“เราไม่อาจยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิงได้ โดยไม่ทลายกำแพงที่ขวางกั้นโลกภายในกับโลกภายนอก” ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ที่ปรึกษา สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) กล่าวในปาฐกถาเปิดงานผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 ไปยังที่ประชุมคู่ขนาน หัวข้อ “A decade of the Bangkok Rules: Advancements, Challenges and Opportunities” ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 14 (The 14th United Nations Congress on Crime Prevention and Criminal Justice) ซึ่งจัดขึ้นที่นครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

การประชุมคู่ขนานในหัวข้อ “A decade of the Bangkok Rules: Advancements, Challenges and Opportunities” ร่วมจัดโดย TIJ องค์กรปฏิรูปการลงโทษสากล (Penal Reforms International – PRI) และสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime – UNODC) เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญนานาชาติถึงผลของความพยายามในการนำข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำความผิดหญิง หรือข้อกำหนดกรุงเทพไปใช้ในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของข้อกำหนดกรุงเทพ อีกทั้งเป็นเวทีให้ผู้ร่วมเสวนาได้อภิปรายแนวทางการใช้ข้อกำหนดกรุงเทพเพื่อประโยชน์สูงสุดที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ ข้อ 5 เรื่องความเท่าเทียมทางเพศ และข้อ 16 ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมและสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผลรับผิดชอบและครอบคลุมในทุกระดับ

ศ.(พิเศษ) ดร.กิตติพงษ์ กล่าวถึงการนำข้อกำหนดกรุงเทพมาใช้ในภูมิภาคอาเซียนและในไทยว่า ที่ผ่านมา TIJ ในฐานะองค์กรเครือข่ายสถาบันสมทบของสหประชาชาติ (UN-PNIs) ได้มีการเผยแพร่ข้อกำหนดกรุงเทพในระดับภูมิภาค โดยได้ร่วมกับกรมราชทัณฑ์กัมพูชา ในการดำเนินโครงการนำร่องในเรือนจำหญิงที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชา ส่วนในประเทศอินโดนีเซีย TIJ ได้ฝึกอบรมว่าด้วยเรื่องของข้อกำหนดกรุงเทพแก่เจ้าหน้าที่อาวุโสของเรือนจำหญิงจำนวน 38 คน และมีแผนการจะทำการฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่เรือนจำของมาเลเซียในปีนี้
ขณะที่ในประเทศไทย นอกจากการสนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายร่วมมือกันในการส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคมอย่างปกติสุขของผู้ต้องขังหญิงแล้ว ล่าสุด TIJ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย หน่วยงานเอกชน และกรมราชทัณฑ์ในการนำเสนอโครงการ Hygiene Street Food สร้างโอกาส เพื่อให้โอกาสในการสร้างอาชีพใหม่แก่อดีตผู้ต้องขังหญิง และได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นมากกว่า 50 คน ในการพัฒนาโครงการฝึกอบรมแก่ผู้ต้องขังหญิงก่อนปล่อยตัว เน้นที่การสร้างเสริมพลังทางจิตใจ การสานความสัมพันธ์กับครอบครัว การให้ความรู้ทางด้านการลงทุนและการเงิน รวมทั้งการวางแผนอาชีพ

“อนาคตข้างหน้า เราต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลงทุนเพื่อส่งเสริมการใช้มาตรการที่มิใช่การคุมขังแทนการจำคุก และทำให้แน่ใจว่าโทษการจำคุกจะนำมาใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และเราต้องทำงานหนักขึ้น ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรือนจำและหน่วยงานภายนอกเพื่อให้ “เรือนจำ” เป็นอีกวิธีการเพื่อให้โอกาสครั้งใหม่แก่ผู้หญิงแทนที่จะเป็นสถานที่ที่ปิดโอกาสของพวกเธอ” ศ.(พิเศษ) ดร. กิตติพงษ์ กล่าวปิดท้าย

ในการประชุมคู่ขนานครั้งนี้ ยังได้รับความสนใจจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกที่เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและอภิปรายถึงความก้าวหน้าของการนำข้อกำหนดกรุงเทพไปใช้ในภูมิภาคและประเทศต่างๆ ได้แก่ ร็อบ อัลเลน นักวิจัยอิสระและที่ปรึกษา UNODC ดร.บาร์บารา โอเวน ศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านยุติธรรมอาญา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียสเตท และที่ปรึกษา TIJ ดร.ดอรีน เอ็น คยาซซี ผู้จัดการโครงการ องค์กร PRI ประจำภูมิภาคแอฟริกา โคเล็ตตา เอ. ยังเกอร์ จากหน่วยงานความร่วมมือด้านนโยบายยาเสพติดระหว่างประเทศ (International Drug Policy Consortium - IDPC) นาตาชา ล็อบเว็ต ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ La Boussole ในเม็กซิโก และ ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ TIJ เป็นผู้ดำเนินรายการ

ติดตามบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.tijthailand.org/th/highlight/detail/a-decade-of-the-bangkok-rules
ติดตามอัพเดทได้ที่ https://www.unodc.org/unodc/en/crimecongress/about.html หรือ https://www.tijthailand.org/
#TIJ #CrimeCongress #UNODC #BangkokRules

TIJ หวังอนาคตข้อกำหนดกรุงเทพ 10 ปีข้างหน้า โทษคุมข...

“การประชุมอาเซียนว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (ASEAN Conference on Crime Prevention and Criminal Jus...
12/03/2021
ACCPCJ UN CRIME CONGRESS

“การประชุมอาเซียนว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (ASEAN Conference on Crime Prevention and Criminal Justice – ACCPCJ) เป็นเวทีที่เกิดขึ้นอย่างถูกที่ถูกเวลาเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันในเรื่องของพลวัตของการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในระดับภูมิภาคในช่วงที่ผ่านมา และสร้างความตระหนักถึงความร่วมมือระหว่างภาคีจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่นำไปสู่นวัตกรรมการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่ท้าทายในปัจจุบัน” ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวในปาฐกถาเปิดการประชุมคู่ขนาน หัวข้อ Cross-sectoral collaboration for crime prevention: experience from the ASEAN Conference on Crime Prevention and Criminal Justice (ACCPCJ) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 ผ่านระบบออนไลน์ไปยังการประชุม Crime Congress ที่นครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น


การประชุมระดับอาเซียน ACCPCJ เป็นการประชุมที่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านกฎหมาย (ASLOM) ด้านอาชญากรรมข้ามชาติ (SOMTC) คณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (SOCA) ตลอดจนผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงาน และนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และแนวทางการปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศสมาชิก ส่งเสริมความร่วมมือทางกฎหมายการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ การดำเนินงานด้านความยุติธรรมทางอาญาอย่างบูรณาการ และสนับสนุนการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป้าหมายที่ 16 ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมและสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผลรับผิดชอบและครอบคลุมในทุกระดับ และเป้าหมายที่ 17 เสริมความแข็งแกร่งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลก เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในการประชุมที่ Crime Congress ในหัวข้อดังกล่าว ผู้ร่วมการเสวนาในการประชุมได้อภิปรายถึงความก้าวหน้าของความร่วมมือในอาเซียน ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา อันเป็นผลพวงจากการประชุม ACCPCJ ซึ่งล่าสุดได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และมีความเห็นเห็นพ้องกันว่า การป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในปัจจุบันมีความท้าทายในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทั่วโลกเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผู้คนต้องรักษาระยะห่างทางสังคม และอาศัยเทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสารและดำเนินชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีแนวโน้มที่จะเกิดอาชญากรรมในรูปแบบขององค์กรข้ามชาติ และไร้พรมแดน ผ่านโลกออนไลน์มากขึ้น จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ หลักฐานเชิงประจักษ์ และแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อการแก้ไขปัญหาในสังคม

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และประธาน ASLOM ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า การประชุม ACCPCJ เป็นตัวอย่างเวทีการประชุมที่ปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดที่จะเป็นตัวอย่างให้ความร่วมมือแก่ประเทศต่าง ๆ ได้ และถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ดี แต่ก็ยังจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นประโยชน์ในอนาคตต่อไป

ด้านนายโยชิมิตสุ ยามาอุชิ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ประเทศญี่ปุ่น ยังได้ระบุด้วยว่า หวังว่าจะมีการจัดประชุมระดับภูมิภาคเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมที่จะกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือกับอาเซียนในด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ผู้ร่วมงานเสวนาในการประชุมคู่ขนานครั้งนี้ ประกอบด้วย มาดามสุไรนี ชาร์บาวี รองอธิบดีอัยการ สภาอัยการ และเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านกฎหมาย ประเทศบรูไน ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม และประธาน ASLOM ประเทศไทย นายโยชิมิตสุ ยามาอุชิ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ประเทศญี่ปุ่น นายสุวรรณสาม อัน ผู้อำนวยการสำนักข้อตกลงและกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการอาเซียน และนายจูเลียน การ์ซานี รองผู้อำนวยการสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก ดำเนินรายการโดย นายวงศ์เทพ อรรถไกวัลวที ที่ปรึกษาพิเศษ TIJ

อ่านบทความที่เว็บไซต์ได้ที่ https://www.tijthailand.org/th/highlight/detail/accpcj-un-crime-congress
ติดตามอัพเดทได้ที่ https://www.unodc.org/unodc/en/crimecongress/about.html หรือ https://www.tijthailand.org/
#TIJ #CrimeCongress #UNODC #ASEAN #ACCPCJ

TIJ แชร์ความสำเร็จและความก้าวหน้าการจัด ACCPCJ ในเ...

“การใช้กีฬาเป็นเครื่องมือ (ป้องกันการกระทำผิดของเยาวชน) ไม่อาจให้ผลที่ดีได้ โค้ชต่างหากที่จะช่วยแนะแนวทางให้สัมฤทธิ์ผล” ...
11/03/2021
YOSPO-UN Crime Congress

“การใช้กีฬาเป็นเครื่องมือ (ป้องกันการกระทำผิดของเยาวชน) ไม่อาจให้ผลที่ดีได้ โค้ชต่างหากที่จะช่วยแนะแนวทางให้สัมฤทธิ์ผล” ปีเตอร์ ออตเต็นส์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเยทส์ (YETS Foundation) กล่าวในการประชุมคู่ขนานหัวข้อ การใช้กีฬาเป็นยุทธศาสตร์ในการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาของเด็กและเยาวชน (Integrating Sport into Youth Crime Prevention and Criminal Justice Strategies) เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2564 ผ่านระบบออนไลน์ ในการประชุม Crime Congress ที่นครเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

การประชุมคู่ขนานหัวข้อ การใช้กีฬาเป็นยุทธศาสตร์ในการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาของเด็กและเยาวชน จัดโดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือป้องกันเด็กและเยาวชนจากการกระทำผิดซ้ำ ควบคู่กับการส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตของเด็กและเยาวชนที่เคยกระทำผิด ในช่วงก่อนได้รับการปล่อยตัว อันจะยังผลให้เด็กที่กระทำผิดสามารถกลับคืนสู่สังคมและมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ เนื้อหาในการประชุมครั้งนี้มีความสอดคล้องกับข้อมติเรื่องการใช้กีฬาเป็นยุทธศาสตร์ในการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาของเด็กและเยาวชน ที่ประเทศไทยได้เป็นผู้เสนอในเวทีการประชุมคณะกรรมาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา (Commission on Crime Prevention and Criminal Justice) สมัยที่ 28 และได้รับการรับรองโดยฉันทามติจากประเทศสมาชิก และประชาคมโลกได้นำไปใช้อย่างแพร่หลาย

ดร.พิเศษ สอาดเย็น ผู้อำนวยการ TIJ กล่าวระหว่างการให้ปาฐกถาเปิดการประชุมว่า ตั้งแต่การประชุม Crime Congress ที่กรุงโดฮา ในปี พ.ศ. 2558 สำนักว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ได้ผลักดันโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือป้องกันอาชญากรรมในเด็กและเยาวชน ภายใต้สาระสำคัญที่ว่ากีฬาเป็นเครื่องมือที่ช่วยป้องกันอาชญากรรมได้ เพราะมีศักยภาพในการส่งเสริมการยอมรับซึ่งกันและกันและเสริมพลังให้แก่ตนเอง และแนวทางการใช้กีฬาป้องกันอาชญากรรมยังสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการของสหประชาชาติว่าด้วยการกีฬาเพื่อการพัฒนาและสันติสุขด้วย

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้เสนอข้อมติการใช้กีฬาเป็นยุทธศาสตร์ในการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาของเด็กและเยาวชน ได้มีการร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติ ภูมิภาค และนานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น โรซี มีค จากภาควิชาจิตวิทยาและอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยรอยัล ฮอลโลเวย์ ประเทศอังกฤษ และเจมส์ แมพสโตน ประธานบริหาร องค์กร Alliance of Sport เข้ามาร่วมทำการวิจัยเพื่อทบทวนแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือป้องกันอาชญากรรม และล่าสุดยังประสบความสำเร็จในการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและกีฬาของประเทศไทย บรรจุการใช้กีฬาเพื่อป้องกันอาชญากรรมในกลุ่มเด็กและเยาวชน ลงในแผนปฏิบัติการด้านกีฬาของอาเซียนอีกด้วย

“ครั้งนี้เป็นการเปิดบทใหม่ของความร่วมมือและนวัตกรรมเพื่อความยุติธรรมที่พวกเราจะร่วมมือกันอย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมบทบาทของกีฬาต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ความยุติธรรม และสันติสุขทั่วโลกต่อไป” ดร.พิเศษ กล่าวปิดท้าย

การประชุมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญนานาชาติร่วมบรรยาย ได้แก่ โจฮานส์ เดอ ฮาน เจ้าหน้าที่ด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา จาก UNODC โรซี มีค จากภาควิชาจิตวิทยาและอาชญาวิทยา มหาวิทยาลัยรอยัล ฮอลโลเวย์ ประเทศอังกฤษ เจมส์ แมพสโตน ประธานบริหารองค์กร Alliance of Sport และปีเตอร์ อ็อตเต็นส์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการมูลนิธิเยทส์ และดำเนินรายการโดย นายกิตติภูมิ เนียมหอม ผู้อำนวยการสำนักกิจการต่างประเทศและประสานนโยบาย ของ TIJ

ติดตามบทความฉบับเต็มได้ที่
https://www.tijthailand.org/th/highlight/detail/yospo-un-crime-congress

ติดตามอัพเดทได้ที่ https://www.unodc.org/unodc/en/crimecongress/about.html หรือ https://www.tijthailand.org

#TIJ #CrimeCongress #UNODC

TIJ ย้ำ การใช้ “กีฬา” เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ...

ที่อยู่

Thailand Institute Of Justice ( Public Organization) GPFBuilding Tower B 15 - 16 Floor Witthayu Road, Lumpinee, Pathumwan
Bangkok
10330

ข้อมูลทั่วไป

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ Thailand Institute of Justice (TIJ) จัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม ความเป็นเลิศด้านการวิจัยและการพัฒนากระบวนการยุติธรรม ส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประเทศไทยในกรอบความร่วมมือกับสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา เชื่อมโยงแนวคิดตามหลักสากลสู่การปฏิบัติในระดับประเทศ และในภูมิภาคอาเซียน ภารกิจสำคัญของ TIJ ประการหนึ่ง คือการส่งเสริมให้เกิด การอนุวัติ“ข้อกำหนดกรุงเทพ” หรือข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วย การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่ไม่ใช่การคุมขังสำหรับ ผู้กระทำความผิดหญิง (UN Bangkok Rules) รวมถึงส่งเสริมมาตรฐานสหประชาชาติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านเด็กและสตรีในกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งยังทำหน้าที่ขับเคลื่อนประเด็นสำคัญต่างๆ ในเวทีระหว่างประเทศ เช่น หลักนิติธรรม การพัฒนา สิทธิมนุษยชน สันติภาพ และความมั่นคง TIJ ถือเป็นองค์การมหาชนที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล แต่ปฏิบัติงานขึ้นตรงกับคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญในหลายแขนง และผู้บริหารองค์กรต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลและกำหนดนโยบาย กรอบยุทธศาสตร์ แผนงานของสถาบันฯ และมีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นประธานกรรมการที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ Thailand Institute of Justice, or TIJ, was established by the Royal Thai Government in 2011. It aims to promote excellence in research and capacity - building in crime and justice. Building on Thailand’s engagement in the UN Commission on crime Prevention and Criminal Justice and the UN Crime Congresses, TIJ serve as a bridge that transports global ideas to local practice, including in enhancing domestic justice reform and the rules-based community within the ASEAN region. TIJ’s primary objectives are to promote the implementation of United Nation Rules for the treatment of Women Prisoners and Non-custodial Measures for Women Offenders (the Bangkok Rules) as well as other relevant UN standards and norm, especially those related to women and children. TIJ also gears its work towards important cross-cutting issue on the UN agenda such as the rule of law, development, human right, peace and security. TIJ is semi- private organization. It receives funding from the Thai government but is directly accountable to the Board of Directors which consists of experts from different backgrounds and ex-officio member from justice institutions. Toformulate or update the policy and strategic frameworks and to oversee the work of TIJ, the Board of Directors benefits from the counsel of the Special Advisory Board currently chaired by Her Royal Highness Princess Bajakitiyabha Mahidol of Thailand.

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

02-118-9400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thailand Institute of Justice (TIJ)ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Thailand Institute of Justice (TIJ):

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด