Digital DIP กองพัฒนาดิจิทัลอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

ผลักดันผู้ประกอบการสู่ดิจิทัล 4.0 ด้วยการ

เปิดเหมือนปกติ

#ดีดีไอบอกเรื่องน่ารู้"3 เทคนิคการเลือก KOL ให้โดนใจและมีประสิทธิภาพ"เรื่องน่ารู้จาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม#DIProm #กรมส่...
18/04/2021

#ดีดีไอบอกเรื่องน่ารู้
"3 เทคนิคการเลือก KOL ให้โดนใจและมีประสิทธิภาพ"
เรื่องน่ารู้จาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
#DIProm #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

3 เทคนิคการเลือก KOL ให้โดนใจและมีประสิทธิภาพ

จากครั้งที่แล้วที่เราเคยพูดถึงการเลือก Influencer เพื่อโปรโมทแบรนด์ สินค้า และบริการ ยังไงให้ประสบความสำเร็จ วันนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับอีกหนึ่งกลยุทธ์การทำแคมเปญการตลาดที่มีความใกล้เคียงกับการโปรโมทด้วย Influencer นั่นก็คือ #KOL (Key Opinion Leader)

#KOL คืออะไร
KOL คือ ผู้ที่มีอิทธิพลคล้าย ๆ กับ Influencer แต่จะมีความแตกต่างกันที่ KOL คือ ผู้มีอิทธิพลทางความคิด โดยใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญในการสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้ติดตามคล้อยตาม ขณะที่ Influencer จะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลเช่นเดียวกัน แต่การนำเสนอคอนเทนท์จะมีความหลากหลายมากกว่า

โดยเฉพาะในประเทศจีน การใช้กลยทุธ์ KOL ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง อย่างกรณีของ หลี่เจียฉี เจ้าของฉายา ลิปสติกคิง ผู้ขายลิปสติกบนโลกออนไลน์ที่ทำสถิติขายได้ 15,000 ชิ้น ภายในเวลาเพียง 5 นาที ด้วยการ Live-Stream และรีวิวขายลิปสติก หรือกรณีของ Mr.Bag Blogger ที่สามารถกระตุ้นยอดขายกระเป๋าผ่านการรีวิวได้ยอดขายมากกว่า 1.2 ล้านหยวน ภายในเวลาเพียง 12 นาที

ด้วยอำนาจของ KOL ที่สามารถกระตุ้นและปิดการขายได้อย่างมหาศาล เราจะพาทุกท่านไปเรียนรู้ 3 เทคนิค ในการเลือก KOL ที่ตรงกลุ่มเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ

เทคนิคที่ 1 เลือก KOL ที่มีภาพลักษณ์สอดคล้องกับแบรนด์
ภาพลักษณ์ของ KOL มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ลอรีอัล ที่เลือก คุณชมพู่ อารยา เอฮาร์เก็ต เป็นพรีเซนต์อย่างต่อเนื่อง เพราะภาพลักษณ์ของคุณชมพู่ ที่มีความเป็นลูกครึ่ง ผิวพรรณดี สวย จึงสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ระดับสากลและมีราคา

เทคนิคที่ 2 วิเคราะห์กลุ่มผู้ติดตามของ KOL ว่าตรงกับลูกค้าเป้าหมายของเราหรือไม่
การเลือก KOL ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก จำเป็นจะต้องวิเคราะห์กลุ่มผู้ติดตามของพวกเขาด้วย ยกตัวอย่างเช่น ช่อง Kaykai Salaider ที่มีผู้ติดตาม 8.7 ล้านคน แม้ว่าจำนวนผู้ติดตามจะมีจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่คือกลุ่มวัยประถมและมัธยม ถ้าเรานำสินค้าหรือบริการที่มีราคาสูงมาก ๆ ไปโปรโมทผ่านช่องทางดังกล่าว อาจจะไม่ได้ยอดซื้อ แต่ถ้าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับวัยของผู้ติดตาม เช่น สินค้าแฟชั่น เกมส์ ของเล่น อาจทำให้ผู้ติดตามกลายเป็นผู้ซื้อได้ในอนาคต

เทคนิคที่ 3 ให้ KOL ได้ใช้สินค้าและรีวิว
KOL คือ ผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิด ถ้าเราให้พวกเขาได้ทดลองใช้สินค้า และรีวิวตามความจริง จะช่วยให้แบรนด์มีคอนเทนต์คุณภาพที่สร้างความน่าเชื่อถือ และการโพสต์หรือรีวิวความรู้สึกจากการใช้จริง จะทำให้ผู้ติดตามเกิดความรู้สึกคล้อยตาม

สุดท้ายนี้แม้ว่าจำนวนผู้ติดตามหรือการเข้าถึงจะนำมาเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของการทำแคมเปญการตลาดได้ แต่สิ่งสำคัญที่แบรนด์ควรคำนึงถึงด้วยคือ Engagement ระหว่างผู้ติดตามกับ KOL ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้แบรนด์ของเราเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

ที่มา: พัชรสิตา สกุลวงศ์สิริโชค

ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้ที่
Website : www.dip.go.th
Facebook : www.facebook.com/dipromindustry
Twitter : twitter.com/dipindustry
Instagram : www.instagram.com/dipindustry
Youtube : https://www.youtube.com/dipromstation
Line : https://lin.ee/Bj5AUaK
#กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #DIProm #DIPROM2021

#ดีดีไอบอกเรื่องน่ารู้กำหนด interest บน Facebook Ads ให้โดนกลุ่มเป้าหมายเรื่องน่ารู้จาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม#DIProm #กร...
09/04/2021

#ดีดีไอบอกเรื่องน่ารู้
กำหนด interest บน Facebook Ads ให้โดนกลุ่มเป้าหมาย
เรื่องน่ารู้จาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
#DIProm #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

กำหนด Interest บน Facebook Ads ให้โดนกลุ่มเป้าหมาย

ถ้าคุณคือ คนที่ทำการตลาดผ่าน Facebook การกำหนด Interest คงเป็นเรื่องที่น่าปวดหัว แต่จะดีหรือไม่ ถ้าคุณกำหนด Interest ได้แม่นยำ ด้วยหลักวิธีคิดง่าย ๆ

การกำหนด Interest ที่แม่นยำ ต้องเริ่มต้นที่ "ลูกค้า" การเข้าใจพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ และความคิดของลูกค้าว่า พวกเขาน่าจะชอบไอดอลคนไหน หรือชอบอ่านนิตยสารอะไร หรือมีงานอดิเรกไหม หรือชอบแบรนด์อะไรเป็นพิเศษ Keyword เหล่านี้ จะช่วยให้คุณสามารถยิง Ads โดนกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ

เราลองมาดู Interest 5 อย่างที่จะทำให้ผลลัพท์โฆษณาดีขึ้น

1. ไอดอล
ลองคิดว่าคนที่ทำธุรกิจ พวกเขาน่าจะมีไอดอลเป็นใคร เช่น มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก , สตีฟ จอบส์ หรือแจ๊ค หม่า บุคคลเหล่านี้เป็นที่สนใจของคนทำธุรกิจ แล้วลองคิดในมุมของลูกค้า ว่าลูกค้าของคุณน่าจะมีไอดอลเป็นใคร และนั่นคือ Interest ที่ควรใส่ลงไปตอนยิง Ads

2. นิตยสารหรือหนังสือ
ความชอบอ่านนิตยสารหรือหนังสือของลูกค้าแต่ละคน จะช่วยให้สามารถเจาะจงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ถ้ากลุ่มเป้าหมาย คือ เจ้าของธุรกิจ พวกเขาน่าจะชอบอ่าน Bloomberg , Business Insider , Forbes แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมายของคุณคือ ผู้หญิงวัยทำงาน พวกเขาน่าจะชอบอ่าน VOGUE , CLEO , ชีวจิต พวกชื่อนิตยสารเหล่านี้ จะช่วยให้กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ชัดขึ้น

3. งานอดิเรก
ลองคิดว่าคนที่ทำธุรกิจ พวกเขาจะสนใจงานอดิเรกแบบไหน หากพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่ชอบเรียน ชอบศึกษา ดังนั้น Interest อย่าง ความสนใจด้านการฝึกอบรม เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ หรือพวกเขาชอบไปร้านหนังสือเพื่อเติมเต็มตนเอง ก็เป็น interest ที่เวิร์คได้ไม่ยาก หรือจะเลือกงานอดิเรกที่สื่อถึงกลุ่มคน Hi-end ไปเลย เช่น การดำน้ำ การเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ หรือ First Class Travel ก็น่าสนใจไม่น้อย และแน่นอนว่างานอดิเรกที่ดู Hi-End ก็ทำให้เข้าถึงลูกค้าระดับพรีเมี่ยม

4. แบรนด์เนม
ลองนึกภาพว่า ถ้าสินค้าของคุณเป็นสินค้าพรีเมี่ยม มีราคาค่อนข้างสูง และต้องการลูกค้าที่มีรายได้ที่พร้อมจะจ่ายให้กับสินค้าของคุณ ดังนั้นจึงต้องใส่ Interest ที่คาดว่าพวกเขาน่าจะสนใจ เช่น ใส่ชื่อแบรนด์เนม Gucci , LV, Prada , ROLEX เพราะ Keyword เหล่านี้จะทำให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่คาดว่ามีรายได้สูง

5. คู่แข่งขัน
นอกจากการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ นั่นก็คือ คู่แข่งขันทางธุรกิจ ลองคิดดูว่าถ้าลูกค้าไม่ซื้อสินค้าของเรา พวกเขาจะซื้อสินค้าของใครเป็นอันดับต้น ๆ และนั่น คือชื่อคู่แข่งขันที่คุณควรใส่ไปใน Interest สมมติว่า คุณขายยาสระผม คุณก็ควรใส่ชื่อคู่แข่งขัน อย่างเช่น Pantene , DOVE, AloEx

ที่มา: พัชรสิตา สกุลวงศ์สิริโชค

ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้ที่
Website : www.dip.go.th
Facebook : https://www.facebook.com/dipromindustry
Twitter : twitter.com/dipindustry
Instagram : www.instagram.com/dipindustry
Youtube : https://www.youtube.com/dipromstation
Line : https://lin.ee/Bj5AUaK
#กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #DIProm #DIPROM2021

07/04/2021
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม - DIProm

https://www.facebook.com/dipromindustry/videos/2765855673745295/

Live ยังไงให้ออเดอร์ถล่มถลาย

#อย่าลืมร่วมกิจกรรมแจกของรางวัลนะคะ

❗️❗️ร่วมสนุก ลุ้นรับแก้วเก็บความเย็นฟรี เพียงร่วมกิจกรรมกับเราหลังจบไลฟ์

#ทอล์คดีกับDIPROM
DIPROM x อ.ภาณุพงษ์
ในหัวข้อ : Live ยังไงให้ได้ยอดออเดอร์ออกถล่มถลาย

❓❓ใครที่อยากจะไลฟ์สดขายของในเพจตัวเอง แต่ไม่รู้เริ่มต้นอย่างไร เรามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน ในรายการ ทอล์คดีกับดีพร้อม วันนี้ พบกับ อ.ภาณุพงษ์ จันทร ที่ปรึกษาด้านโฆษณาและสื่อออนไลน์จากบริษัทเอ็มวีพี คอนซัลท์แทนท์ จำกัด จะมาร่วมพูดคุยรวมถึงแนะนำวิธีการไลฟ์สด
⏰ รับชมรายการ ทอล์คดีกับ DIPROM ได้ในวันพุธที่ 7 เมษายน เวลา 19:00 น. เป็นต้นไป และ ร่วมกิจกรรมกดไลค์กดแชร์ พร้อมตอบคำถามได้หลังจบไลฟ์นี้

Facebook กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม - DIProm
#ทอล์คดีกับDIPROM #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #DIPROM #DIPROM2021

#DDIแจ้งข่าว#ฝากประชาสัมพันธ์#โครงการSaphanDigitalโครงการสะพานดิจิทัล Saphan Digital 🙏 🤝 ในความร่วมมือจาก Google และ กระ...
07/04/2021

#DDIแจ้งข่าว
#ฝากประชาสัมพันธ์
#โครงการSaphanDigital

โครงการสะพานดิจิทัล Saphan Digital 🙏

🤝 ในความร่วมมือจาก Google และ กระทรวงพาณิชย์

จัดการเรียนการสอนด้านดิจิทัลออนไลน์ .. ฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

🔶️ ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเรียนรู้การทำธุรกิจเบื้องต้น เรียนรู้การใช้เครื่องมือดิจิทัล ในด้านต่างๆ

🔶 เพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนาและต่อยอด การทำธุระกิจออนไลน์ในปัจจุบัน

🔷️ เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมแล้ววันนี้ สามารถสมัครได้ที่ช่องทางดังนี้
➡️ https://saphandigital.moc.go.th/
➡️ Line โครงการสะพานดิจิทัล @saphandigital

หรือสามารถโทรสอบถามเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยตรงจาก
เจ้าหน้าที่ทีมงาน Saphan Digital หรือโทร 0963109517 นิว รัฐพร
( เจ้าหน้าที่ )

สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการก่อน 30 เมษายน 2564 นี้เท่านั้น

#ดีดีไอบอกข่าว.📢ประกาศรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานฟังบรรยาย หัวข้อ "ใช้ดิจิทัลในธุรกิจ ฝ่าวิกฤตโควิดระลอกใหม่"โครงกา...
06/04/2021
ประกาศรายชื่อ - Google Drive

#ดีดีไอบอกข่าว
.
📢ประกาศรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานฟังบรรยาย
หัวข้อ "ใช้ดิจิทัลในธุรกิจ ฝ่าวิกฤตโควิดระลอกใหม่"
โครงการปั้นอาหารไทยปรุงให้ก้าวไกลสู่ตลาดดิจิทัลอย่างเป็น มืออาชีพ
.
🗓️วันพฤหัสบดที่ 8 เมษายน 2564
⏰ เวลา 08.30-16.30 น.
📌ณ ห้อง Palladium A ชั้น 10 โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ประตูน้ำ กรุงเทพฯ
.
https://drive.google.com/drive/folders/1K2xzclBHUbVNc3pn9vt64doIaON5MjTM

#ดีดีไอบอกเรื่องน่ารู้กรขยายตลาดผ่านการตลาดดิจิทัล#DIProm #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
05/04/2021

#ดีดีไอบอกเรื่องน่ารู้
กรขยายตลาดผ่านการตลาดดิจิทัล
#DIProm #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

การขยายตลาดผ่านการตลาดดิจิทัล

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสื่อสารระหว่างผู้บริโภคกับธุรกิจเป็นอย่างมาก ในทุกวันนี้เราไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนแปลงเข้ามาสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น และด้วยสถานการณ์ของโควิด-19 ทำให้การบริการถูกพัฒนาเข้าสู่รูปแบบดิจิทัล เกิดนวัตกรรมทางธุรกิจใหม่ ๆ การแสวงหาช่องทางการค้าที่แตกต่างไปจากเดิม ไปจนถึงการสื่อสารในรูปแบบ Viral มากขึ้น

ความสำคัญของ #การตลาดดิจิทัล คือ ต้องรู้จักตนเอง รู้จักลูกค้า รู้จักตลาด และมีการวัดผล (KPI) เพื่อให้รู้ว่ากิจกรรมที่ทำในตลาดส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อธุรกิจจริงหรือไม่ รวมไปถึงการมีทีมงานที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจ จะช่วยให้องค์กรสามารถอยู่รอดและเติบโตได้

ดังนั้น #การขยายตลาดผ่านการตลาดดิจิทัล ในยุคปัจจุบันจึงต้องมุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก เพื่อให้การทำการตลาดตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกันการนำเสนอสินค้าและบริการในหลาย ๆ แพลตฟอร์ม ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยในการโปรโมทและเพิ่มช่องทางการขายสินค้าและบริการให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย

การตลาดดิจิทัลสามารถทำได้ทั้ง Inbound Marketing และ Outbound Marketing

#Inbound Marketing หรือที่เรียกว่า การตลาดแบบแรงดึงดูด คือ การดึงให้ลูกค้าเข้ามาหาแบรนด์หรือธุรกิจ โดยการทำการตลาดผ่าน Content รูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ ให้ข้อมูลสินค้า ให้วิธีการใช้ เพื่อสะท้อนคุณภาพของสินค้าหรือบริการ และสร้างความน่าเชื่อถือ จนลูกค้าตัดสินใจซื้อ
##Outbound Marketing หรือที่เรียกว่า การตลาดแบบผลักออก เป็นการสื่อสารไปยังลูกค้าผ่านการยิง Ads Facebook การใช้ Email Marketing การทำแคมเปญต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมาก
ดังนั้นการทำการตลาดควรเลือกผสมสานทั้งกลยุทธ์ Inbound Marketing และ Outbound Marketing เพื่อการสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าและบริการ

ที่มา: พัชรสิตา สกุลวงศ์สิริโชค

ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้ที่
Website : www.dip.go.th
Facebook : www.facebook.com/dipromindustry
Twitter : twitter.com/dipindustry
Instagram : www.instagram.com/dipindustry
Youtube : https://www.youtube.com/dipromstation
Line : https://lin.ee/Bj5AUaK
#กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #DIProm #DIPROM2021

#ดีดีไอบอกเรื่องน่ารู้5​ เทคนิคง่ายๆ​ ดันเพจให้ติดอันดับเรื่องน่ารู้จาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม#DIProm #กรมส่งเสริมอุตสาหก...
03/04/2021

#ดีดีไอบอกเรื่องน่ารู้
5​ เทคนิคง่ายๆ​ ดันเพจให้ติดอันดับ
เรื่องน่ารู้จาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
#DIProm #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

5 เทคนิคง่าย ๆ ดันเพจให้ติดอันดับช่องค้นหาใน Facebook

การเติบโตของธุรกิจขายออนไลน์ในปัจจุบัน ทำให้เกิดสงครามการแข่งขันในช่องทางออนไลน์และสื่อโซเชียลมีเดียอย่างดุเดือด พ่อค้าแม่ค้าต่างนำสินค้าและบริการประกาศขายกันอยู่เต็มหน้าฟีด Facebook บางร้านยอดขายสูงทะลุเป้า แต่บางร้านยอดขายนิ่งเงียบจนท้อ

พ่อค้าแม่ค้าบางคนยอมทุ่มเงินเพื่อโปรโมทสินค้าและบริการจำนวนมาก แต่ยอดการเข้าถึงเพจ และยอดการสั่งซื้อกลับไม่แปรผันไปตามจำนวนเงินที่ลงทุน นั่นก็เพราะ Facebook ลดการมองเห็น เนื่องจากการปรับอัลกอรึทึมของ Facebook ที่ต้องการให้เราใช้เงินเพื่อโปรโมทมากขึ้น

แต่ถ้าเราไม่อยากโปรโมทเพจล่ะ จะทำอย่างไรให้การมองเห็นง่ายขึ้น และลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ของเรา และกลับมาซื้อซ้ำได้

เรามาลองดู 5 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยดันเพจของคุณให้ติดอันดับช่องค้นหาใน Facebook หรือช่วยให้การเข้าถึงง่ายขึ้น

1. ชื่อเพจต้องจดจำง่าย
ชื่อเพจเป็นองค์ประกอบแรกที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ลูกค้าสามารถค้นหาร้านของเราเจอ ดังนั้นการตั้งชื่อเพจจะต้องไม่ยาวมาก อ่านง่าย และต้องสื่อให้ได้ว่าร้านของเราขายอะไร นอกจากนี้ควรใส่ Keyword ที่เป็นสินค้าของเราเข้าไปด้วย เช่น เพจ Price 200 Baht - เสื้อผ้า เดรส ราคาถูก

2. URL FACEBOOK PAGE ต้องสั้นและกระชับ
URL ของ Facebook จะแสดงในรูปแบบ “www.facebook.com/username” ตรงคำว่า username จะต้องสั้น กระชับ เพื่อให้ลูกค้าค้นหาง่าย หรืออาจจะใส่ชื่อแบรนด์เลยก็ได้ เช่น www.facebook.com/lorealparisthailand

3. ระบุข้อมูลสินค้าให้ชัดเจน
ในช่อง About (เกี่ยวกับ) ควรใส่รายละเอียดของสินค้าที่คิดว่าลูกค้าน่าจะใช้ค้นหา เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น เดรสราคาถูก หรือจะใส่ข้อมูลร้านค้าที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถติดต่อเราได้ เช่น [email protected] Instagram เบอร์โทรศัพท์

4. ติด Hashtag ในโพสต์
ข้อดีของการติด Hashtag ทุกครั้งที่เราโพสต์จะช่วยให้เฟสบุ๊คตรวจจับคำค้นหาได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ของเราได้อีกด้วย ซึ่ง Hashtag ที่ใช้จะต้องเกี่ยวข้องกับร้านค้า เพื่อให้ลูกค้าค้นหาง่าย เช่น #เสื้อผ้าแฟชั่นราคาถูก

5. ใส่ปุ่ม Call to Action
Call to Action หรือ CTA คือปุ่มที่ผู้ชมเพจ สามารถกดคลิกเพื่อเลือกวัตถุประสงค์บางอย่าง เช่น ลงทะเบียน สมัครสมาชิก หรือแม้แต่กระทั่งซื้อสินค้า เช่น การสร้างปุ่ม Shop Now ในช่วงที่เพจจัดโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเข้าไปคลิกเลือกซื้อสินค้าได้ทันที

ที่มา: พัชรสิตา สกุลวงศ์สิริโชค

ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้ที่
Website : www.dip.go.th
Facebook :
www.facebook.com/dipromindustry
Twitter : twitter.com/dipindustry
Instagram : www.instagram.com/dipindustry
Youtube : https://www.youtube.com/dipromstation
Line : https://lin.ee/Bj5AUaK
#กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #DIProm #DIPROM2021

#ดีดีไอบอกข่าว.กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม​ โดยกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม​ ร่วมกับ​ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน.ขอเชิญทุ...
02/04/2021

#ดีดีไอบอกข่าว
.
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม​ โดยกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม​ ร่วมกับ​ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน
.
ขอเชิญทุกท่านร่วมซื้อสินค้า​ สร้างบุญร่วมกัน​ โดยรายได้ทั้งหมดนำไปบริจาคเพื่อการกุศล
.
ท่านใดสนใจสามารถร่วม​ Shop​ ร่วม​ Shared​ ได้ที่​ บริเวณชั้น​ 1​ อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม​ กระทรวงอุตสาหกรรม

#ดีดีไอบอกข่าว.📣🔥 เปิดแล้ววว!!!! รับสมัครผลงานการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไทย ประจำปี 2564 (ThaiStar Packaging Awards 2021) ภายใต...
01/04/2021

#ดีดีไอบอกข่าว
.
📣🔥 เปิดแล้ววว!!!! รับสมัครผลงานการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไทย ประจำปี 2564 (ThaiStar Packaging Awards 2021) ภายใต้หัวข้อ
" Sustainability for next normal...วิถีใหม่ ที่ยั่งยืน "
📲 กรอกใบสมัครออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2564 ทาง
👉https://www.thaistarpackagingawards.com/login
หรือ
👉www.propakasia.com > AWARDS > Thaistar Packaging Awards 2021
.
ประเภทผู้ประกอบการ บริษัท หน่วยงาน >> ส่งผลงานจริงใน 5 ประเภทย่อย CP TP EP POP PMC ที่ Thai-IDC
ประเภทนักเรียน นิสิต นักศึกษา >> ST ส่งSketch Design หรือ ภาพต้นแบบผลงาน ไม่จำกัดเทคนิค
ประเภทนักออกแบบอิสระ ประชาชนทั่วไป และผู้สนใจ >> ND ส่งSketch Design หรือ ภาพต้นแบบผลงาน ไม่จำกัดเทคนิค
.
ชิงรางวัลพิเศษ
รางวัลการออกแบบบาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์ (ออกแบบโดยจัดวางลงบนบรรจุภัณฑ์ได้เลย) สนับสนุนโดย GS1Thailand
รางวัลบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดีเด่น 3 รางวัล จากTIPMSE
.
📲 เปิดรับผลงานและสมัครออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2564
.
🏅🎖 ประเภท ST & ND ตัดสินแบบออนไลน์ คัดผลงานเข้าสู่รอบ FInal 20 ผลงาน เพื่อผลิตเป็นต้นแบบจริง และส่งร่วมตัดสินอีกครั้ง
.
✨👉 ติดตามความเคลื่อนไหวของการประกวดได้ที่
Facebook : Thaistar Packaging Awards
Website : www.dip.go.th
.
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
คุณสีวลี/ ภศณมน/จักรพงษ์/ วรพัฒน์
โทร. 061-423-4926, 092 -345-1292
E-mail : [email protected]
.
หมายเหตุ : ผู้ได้รับรางวัล มีสิทธิ์ส่งผลงานไปประกวดต่อในระดับเอเชีย (AsiaStar Awards) 💫 และระดับโลก (WorldStar Awards)🏆

#ดีดีไอบอกเรื่องน่ารู้การทำโฆษณาบน TikTok ทางเลือกใหม่ของการตลาดออนไลน์เรื่องน่ารู้จาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม#DIProm #กรม...
31/03/2021

#ดีดีไอบอกเรื่องน่ารู้
การทำโฆษณาบน TikTok ทางเลือกใหม่ของการตลาดออนไลน์
เรื่องน่ารู้จาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
#DIProm #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

การทำโฆษณาบน TikTok ทางเลือกใหม่ของการตลาดออนไลน์
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทำให้การตลาดยุคปัจจุบันปรับตัวเข้าสู่ออนไลน์กันอย่างเนืองแน่น จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับการทำการตลาดออนไลน์บนแพลตฟอร์มอย่าง Facebook Instagram [email protected] Twitter แต่ ณ เวลานี้ แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และเป็นที่ดึงดูดใจของผู้ชม คงหนีไม่พ้นการทำการตลาดบน TikTok
TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยม และกลายเป็นกระแสทั่วโลก จากการทำคลิปวีดีโอสั้นๆ เพื่อสร้างความสนุกสนาน จึงเป็นที่นิยมของกลุ่ม Gen Y (อายุ 23-40 ปี) และ Gen Z (อายุน้อยกว่า 23 ปี) โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ Influencer Marketing Hub ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบัน TikTok มีผู้ใช้ประมาณ 500 ล้านคนทั่วโลก และสามารถรองรับภาษาได้ถึง 75 ภาษา ซึ่งรูปแบบการทำการตลาดบน TikTok สามารถแบ่งตามวัตถุประสงค์ได้ 2 ข้อหลัก ๆ คือ การโฆษณาเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (Reach) และการโฆษณาเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement)
#การโฆษณาเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (Reach) สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น
.
Brand Takeover เป็นการโฆษณาที่เหมาะสำหรับแบรนด์หรือสินค้าที่มีอยากจะโปรโมทในระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อสร้างการรับรู้
..
Top View เป็นการโฆษณาที่สามารถสร้างได้ทั้งเพื่อดึงไปยังเว็บไซต์ของแบรนด์ เพื่อสร้างการเข้าถึง และเพิ่มจำนวนคนที่เข้ามาบนแพลตฟอร์ม

In-feed-Ads เป็นโฆษณาที่แสดงระหว่างคอนเทนต์วิดีโอต่าง ๆ บน Feed ซึ่งสามารถใส่ Call to Action เพื่อให้ผู้ชมเข้ามาคลิกได้
#การโฆษณาเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement)
.
Hashtag Challenge เป็นการทำแคมเปญเพื่อสร้างให้ผู้ชมมีส่วนร่วม เช่น การติด Hashtag การจัดกิจกรรมเพื่อชิงรางวัล เพื่อให้โฆษณาเกิดเป็นกระแส
..
Branded Effect เป็นการโฆษณาที่ใส่ Effect ทั้งภาพและเสียงในคลิปวีดีโอ เพื่อกระตุ้นความสนใจ
ที่มา: เว็บไซต์นินจาการตลาด
ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้ที่
Website : www.dip.go.th
Facebook : https://www.facebook.com/dipromindustry
Twitter : twitter.com/dipindustry
Instagram : www.instagram.com/dipindustry
Youtube : https://www.youtube.com/dipromstation
Line : https://lin.ee/Bj5AUaK
#กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #DIProm #DIPROM2021

#ดีดีไอบอกเรื่องน่ารู้การตลาดที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์​ พลิกวิกฤตสู่ร้อยล้าน​ Data​ Drive​n Marketingเรื่องน่ารู้จาก กรมส่ง...
27/03/2021

#ดีดีไอบอกเรื่องน่ารู้
การตลาดที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์​ พลิกวิกฤตสู่ร้อยล้าน​ Data​ Drive​n Marketing
เรื่องน่ารู้จาก กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
#DIProm #กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

การตลาดที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์ พลิกวิกฤตสู่ร้อยล้าน Data Driven Marketing

วันนี้เรามี 5 ข้อเด็ด ๆ ที่สามารถเอาข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า (Insight Data) มาใช้ทำการตลาดได้อย่างที่ ซุนวู เคยกล่าวไว้ คือ “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ยิ่งมีข้อมูลมาก ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้แค่ไหน?

โลกปัจจุบันที่เข้าสู่ยุคดิจิทัล ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้อ่านหลาย ๆ ท่าน คงได้ยินคำศัพท์ใหม่ที่เริ่มใช้กันอย่างแพร่หลาย อย่างคำว่า Big Data และพอจะเข้าใจความหมายมาพอหอมปากหอมคอ

การเข้าสู่ยุคดิจิทัลทำให้เราสามารถรับข้อมูลได้ง่ายขึ้น ทั้งจากช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ และหลังจากที่เราได้รับข้อมูลมานั้น จะต้องนำมาเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ การผสมผสาน การวิเคราะห์ ไปจนกระทั่งกระบวนการสังเคราะห์เชิงลึก เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป รวมไปถึงความต้องการเชิงลึกของลูกค้า

ซึ่งเราสามารถหาข้อมูลลูกค้าได้จากพฤติกรรมการเล่นอินเทอร์เน็ต การชมเว็บไซต์ การซื้อสินค้า การพิมพ์หรือการค้นหา การดู VDO Content การซื้อสินค้าผ่าน e-commerce หรือข้อมูลพฤติกรรมการบริโภคในแบบออฟไลน์ เป็นต้น

ขอยกตัวอย่างเช่น ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา หลากหลายธุรกิจต้องปิดตัวลง แต่ก็ยังมีอีกหลายธุรกิจที่ผู้ประกอบการสามารถหาทางออกได้ด้วยการขายผ่านทางออนไลน์ ปรับผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับยุค New Normal ปรับช่องทางการขายให้เหมาะสม ทั้งหมดล้วนแต่มาจากข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ กำหนดกลยุทธ์ และสร้างการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ โดยส่วนใหญ่นักการตลาดจะนำข้อมูลพฤติกรรมเชิงลึกของลูกค้าหรือผู้บริโภคไปใช้กับอะไรได้บ้าง เรามาลองดูวิธีการนำ Insight Data ไปใช้กัน

1. เพื่อระบุความปรารถนาของลูกค้า (Customer Ambition)
อดีตที่ผ่านมา ยุคการตลาด 1.0 หรือ 2.0 เป็นยุคที่นักการตลาดไม่ได้สนใจหรือเข้าใจความปรารถนาหรือความต้องการของลูกค้าเลยแม้แต่น้อย เป็นเพียงการผลิตสินค้าขึ้นมาในปริมาณมาก ๆ และเริ่มแบ่งเป็น SKUs เช่น ขนาดต่าง ๆ สีต่าง ๆ เพื่อเดาใจลูกค้าล้วน ๆ ว่าจะชอบอะไร ซื้ออะไร และค่อยปรับปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับปริมาณยอดขายที่เกิดขึ้น เช่น สีดำขายดี ก็ผลิตดำเยอะขึ้น เป็นต้น เมื่อโลกเข้าสู่ยุค 4.0 มี Big Data เกิดขึ้นมหาศาลทำให้มีข้อมูลที่มากพอมาสนับสนุนความคิด ความเชื่อว่าลูกค้าปรารถนาหรือต้องการสิ่งใด โดยดูจากพฤติกรรม ตัวอย่างเช่น Alibaba มีการวิเคราะห์ความปรารถนาหรือความต้องการของลูกค้า โดยดูจากพฤติกรรมที่เข้ามาในร้านค้าบน Taobao ว่าเกิด traffic กับสินค้าชนิดใดที่คนเข้ามาสนใจเยอะ และเกิดยอดขายตามมา สินค้าไหนที่คนไม่เข้าไปชมหรือสนใจที่จะนั่งดูคอนเทนท์นั้น Alibaba ก็จะแนะนำให้เจ้าของร้านใน Taobao เอารายการนั้นออกจากบนหน้าร้านเสมือนจริง และไปมุ่งทำการตลาดกับสินค้าที่ลูกค้าต้องการแทน รวมถึงการวิเคราะห์ความสนใจของลูกค้ากับข้อมูล คอนเทนท์ต่าง ๆ ที่อ่านหรือรับชม ยังบอกได้ว่าลูกค้ากำลังมองหาสิ่งใด หรือสินค้าใดนั่นเอง เป็นการพิจารณาสิ่งที่ลูกค้าชอบและสนใจมาวิเคราะห์ว่าองค์กรควรขายสินค้าและบริการใด

2. สร้าง Persona ของลูกค้า (Customer Persona)
ถ้าเรารู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร ทานอะไร เล่นกิจกรรมอะไร ฟังเพลงอะไร ติดตามดาราคนไหน ชอบไอดอลเป็นใคร อ่านหนังสือแนวไหน เราจะกำหนด Persona หรือ Segmentation ในแบบฉบับที่เจาะลึกลงไปถึงพฤติกรรมของลูกค้า หรือไลฟ์สไตล์ลึก ๆ ที่ทำให้เราเข้าใจลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งและแปลงไปสู่การทำการตลาดที่ตรงใจ หรือเฉพาะเจาะจง ต่างจากอดีตที่เรากำหนดกันได้แค่ เพศ อายุ รายได้ อาชีพ สถานภาพ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณรู้ว่าลูกค้าของคุณเป็นเพศชาย สุดสัปดาห์ชอบไปปั่นจักรยาน วันจันทร์ถึงศุกร์ทำงานแถวสีลม ช่วงบ่ายชอบอ่านข่าวหุ้นออนไลน์ผ่าน tablet ชอบใช้โปรบัตรเครดิตเป็นส่วนลดเท่าที่ใช้ได้ ข้อมูล Insight แบบนี้ ทำให้คุณพอวิเคราะห์ Persona ของคน ๆ นี้ได้ว่าเป็นคนลักษณะใด เขาคงเป็นชายโสดที่รักการออกกำลังกายและรักการลงทุน รู้จักออมเงิน และมีความรู้ทางการเงิน ข้อมูลเหล่านี้ได้มาจากการวิเคราะห์ Persona ของเขา ทำให้เราเข้าใจหรือรู้จักลูกค้าคนนี้มากขึ้น เราก็สามารถวางแผนแคมเปญการตลาดที่เฉพาะเจาะจงกับเขาและคนอื่นๆ ที่คล้ายลูกค้าท่านนี้ได้เช่นกัน

3. วาดแผนที่เส้นทางการเดินทางของลูกค้า (Customer Journey)
Customer Journey เป็นเรื่องสุดคลาสสิคอีกหนึ่งเรื่อง ที่นักการตลาดในปัจจุบันต้องให้ความสนใจและความสำคัญอย่างมากในการวิเคราะห์ข้อมูลทุกจุดและวาดแผนที่เส้นทางการเดินทางของลูกค้าตั้งแต่ต้นจนกระทั้งซื้อสินค้าและจบการใช้งานสินค้าและบริการ Customer Journey มีกระบวนการอยู่ 5 ขั้น ไล่เรียงมาตั้งแต่ การตระหนักรู้ (Awareness) การพิจารณา (Consider) การซื้อสินค้า (Purchase) การกลับมาซื้อหรือใช้บริการซ้ำ (Retention) และการสนับสนุนแบรนด์ (Advocate) วิธีการที่นักการตลาด หรือนักวิเคราะห์นำมาใช้ในการสร้างแผนที่มีขั้นตอนที่ไม่ได้ยากแต่ต้องผสานข้อมูลจากหลาย ๆ จุด เราลองนึกภาพตาม ถ้าท่านใดเคยใช้งาน Agoda.com เพื่อหาข้อมูลจองที่พัก และท่านอาจยังไม่ตัดสินใจ เมื่อท่านกลับมาเล่น Facebook ท่านก็จะเห็นโฆษณาของ Agoda ในจังหวัดหรือสถานที่ที่ท่านสนใจ พร้อมราคาห้องหรือระดับโรงแรมที่ใกล้เคียงกัน ทั้งหมดนี้เกิดจากการใช้ Facebook Pixels และการฝัง Code หลังบ้าน ส่งข้อมูลกลับมาที่ Facebook และสร้างตัวกระตุ้นในขั้นของ การตระหนักรู้ (Awareness) เพื่อกระตุ้นให้ท่านกลับมายังขั้นตอนการพิจารณา (Consider) และนำไปสู่การซื้อสินค้า (Purchase) การเก็บข้อมูลทั้งหมดมาทำให้องค์กรวาดแผนที่เส้นทางการเดินทางของลูกค้าได้ และรู้ว่าควรลงเงินการตลาดไปกับช่องทางใด วิธีการใด รูปแบบคอนเทนท์ใดจึงจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

4. สร้างแนวคิดใหม่ ๆ ในการทำและพัฒนา Engagement
Engagement ของโลกออนไลน์ ดูจะเป็นคำที่ยิ่งใหญ่และหลายคนก็ถวิลหา จริง ๆ แล้วมันสำคัญทั้งออนไลน์และออฟไลน์ การสร้างความผูกพันกับลูกค้า หรือความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน อาจเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในการแข่งขันทางธุรกิจ การมีข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า ช่วยให้องค์กร หรือนักการตลาดมองเห็น ประสบการณ์ลูกค้าบางอย่างที่มีปัญหา หรือมีจุดที่แก้ไข ปรับปรุงให้ดีกว่าเดิมและสร้างประสบการณ์ใหม่ไปแทนที่เพื่อยกระดับ Engagement ระหว่างกัน เช่น สถิติของ e-commerce ขายสินค้าประเภทเครื่องใช้ในบ้าน พบว่า ลูกค้าออกจากระบบการสั่งซื้อสินค้าในช่วงก่อนที่จะชำระเงิน โดยเป็นขั้นตอนระหว่างการชำระเงินที่จะปรากฎค่าขนส่งสินค้าในอัตราหลายร้อยบาท ข้อมูลนี้ทำให้องค์กรรู้ทันทีว่า ถ้าต้องการให้ลูกค้าไปจบที่การซื้อสินค้าอย่างสมบูรณ์คงจะต้องปรับกลยุทธ์ค่าขนส่งสินค้า ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด หรือการจัดโปรโมชั่นฟรีค่าจัดส่ง ซึ่งคู่แข่งขันของแบรนด์นี้รู้ปัญหาตรงนี้แล้วนำไปออกแบบประสบการณ์การใช้งาน e-commerce ของตนเอง โดยใช้โปรโมชั่นส่งฟรี ถ้าสั่งขั้นต่ำตามที่แบรนด์กำหนด และประกาศไว้ตั้งแต่เริ่มต้นไม่ต้องมาเซอร์ไพร์สเจอตอนจ่ายเงิน เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่และก่อให้เกิด Engagement กับลูกค้าที่ดีขึ้น

5. ออกแบบ Blueprint for innovation แบบล้ำ ๆ
ทั้งหมด 4 ข้อมีไว้เพื่อข้อที่ 5 โดยเฉพาะ เพราะข้อ 1-4 ทำให้เข้าใจลูกค้าเชิงลึก โดยเฉพาะพฤติกรรมหรือแม้กระทั่ง Pain & Gain ทำให้สามารถสร้าง Service Blueprint ในการยกระดับคุณภาพการบริการที่เต็มไปด้วยการสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ อาจกล่าวได้ว่าเป็นนวัตกรรมการบริการ ตลอดจนนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงนวัตกรรมทางการตลาดที่กระตุ้นให้เกิดความประทับใจได้อย่างเหมาะสม เช่น Samsung รู้พฤติกรรมของมนุษย์ที่ชอบความสนุกสนาน โดยเฉพาะคนไทยที่ชอบลุ้นหรือเสี่ยงโชค เลยทำแคมเปญให้จองโทรศัพท์แบบยังไม่ต้องเห็นกันไปเลย ประมาณกล้าของไหม? สิ่งเหล่านี้ก็เกิดจากการเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าทั้งสิ้น

ที่มา : ดร.ปุญญภณ เทพประสิทธิ์

ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องได้ที่
Website : www.dip.go.th
Facebook : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม - DIProm
Twitter : twitter.com/dipindustry
Instagram : www.instagram.com/dipindustry
Youtube : https://www.youtube.com/dipromstation
Line : https://lin.ee/Bj5AUaK

#กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม #DIProm #DIPROM2021

ที่อยู่

75/6 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถนนพระรามที่6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6622024594

ผลิตภัณฑ์

Trainning

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Digital DIPผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Digital DIP:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป เข้าร่วม ขาย/ซื้อ สินค้า ผ่านช่องทาง Facebook กลุ่ม ตลาดดีพร้อม DIProm Marketplace โดยท่านสามารถเข้าร่วมขายและซื้อสินค้าง่ายๆ ได้แล้ววันนี้ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย พบกับร้านค้ามาตรฐานนับ 100 ร้านค้า สนใจคลิกเข้าร่วม https://www.facebook.com/groups/diprommarketplace
วันนี้ ผอ โดม. บรรยาย หลักสูตรนี้ ใครสนใจเรียนเพื่อขายสินค้าออนไลน์ที่บ้านเป็น คลิกเข้าห้องรอเรียนกันได้ครับ เริ่มเรียน 13.15 น ครับ สมัครเสร็จแล้ว เชิญเข้าห้องรอเรียน เลยครับ https://line.me/R/ti/g/BvrTvabY9Kี
🤡😎👏
ขอบคุณทาง DIP และครูปุ้ยมากๆครับ
Live สด เรียนออนไลน์ที่บ้าน ช่วงที่ 3 เริ่มแล้วคะ https://www.facebook.com/miimt/videos/10216949918325636/
65 พอใจ วิสุทธิ์เสรีวงศ์
มีค่าใช้จ่ายไหมครับผม
ยืนยันเข้าร่วมสัมมนา ลำดับที่ 30 จาก ชัยรินทร์ ธนะสกุลประเสริฐ 080-5449915
111ยืนยันครับ