สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม นำเสนอข่าวสาร อัพเดทสถานการณ์ และเผยแพร่สาระความรู้ เกี่ยวกับกระทรวงกลาโหม

กระทรวงกลาโหมจัดพิธีขอขมาให้กำลังพล ก่อนเดินทางร่วมโครงการอุปสมบท บวชชีพรหมโพธิ และปฏิบัติธรรม ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอิ...
06/08/2026

กระทรวงกลาโหมจัดพิธีขอขมาให้กำลังพล ก่อนเดินทางร่วมโครงการอุปสมบท บวชชีพรหมโพธิ และปฏิบัติธรรม ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย–เนปาล

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00 น. พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีขอขมาโครงการอุปสมบท บวชชีพรหมโพธิ และปฏิบัติธรรม อุทิศถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ห้องสุรศักดิ์มนตรี ในศาลาว่าการกลาโหม โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการและผู้แทนสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพ ร่วมพิธีฯ

พิธีขอขมาเป็นการเตรียมความพร้อมทางจิตใจก่อนออกเดินทางสู่ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย–เนปาล ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในพระพุทธศาสนา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เริ่มต้นการปฏิบัติธรรมด้วยจิตที่ตั้งมั่นในศีล สมาธิ และปัญญา

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงกลาโหม วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี คณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย–เนปาล และมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ กำหนดจัดระหว่างวันที่ 7–19 สิงหาคม 2569 ณ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี จังหวัดสมุทรปราการ และดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย–เนปาล โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 220 คน

สำหรับผู้เข้าร่วมบรรพชาอุปสมบทและบวชชีพรหมโพธิ ในสังกัดกระทรวงกลาโหม มีจำนวน 51 คน ประกอบด้วยกำลังพลจากสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมอุปสมบท 40 คน และบวชชีพรหมโพธิ 11 คน

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมได้ศึกษาและปฏิบัติธรรม พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และดำเนินชีวิตตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

ภายหลังพิธีขอขมา ผู้เข้าร่วมโครงการจะเข้าร่วมพิธีปลงผมในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ณ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก่อนเดินทางไปยังประเทศอินเดียเพื่อประกอบพิธีอุปสมบทและบวชชีพรหมโพธิ ณ วัดไทยพุทธคยา และปฏิบัติธรรม ณ ดินแดนพุทธภูมิ ก่อนลาสิกขาในวันที่ 19 สิงหาคม 2569

กระทรวงกลาโหมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา ส่งเสริมคุณธรรมและจิตสำนึกแห่งความเสียสละ สร้างประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วม สังคม และประเทศชาติ พร้อมน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และอุทิศถวายพระราชกุศลด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พบปะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย กระชับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ และ...
04/08/2026

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พบปะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย กระชับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ และแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค รวมถึงสถานการณ์ชายแดน 🇹🇭🇮🇩

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าเยี่ยมคำนับและหารือกับ พลเอก ซาฟรี ซัมซุดดิน (Sjafrie Sjamsoeddin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินโดนีเซีย ระหว่างร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3–4 สิงหาคม 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศของทั้งสองประเทศ

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมย้ำว่า ไทยและอินโดนีเซียมีความร่วมมือด้านความมั่นคงที่แน่นแฟ้น ภายใต้บันทึกความเข้าใจด้านการป้องกันประเทศที่ลงนามร่วมกันตั้งแต่ปี 2558 และเห็นพ้องผลักดันการจัดตั้งกลไกหารือเชิงนโยบายด้านกลาโหม หรือ Defence Policy Dialogue เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความร่วมมือในระดับนโยบาย

ทั้งสองฝ่ายยังเห็นความสำคัญของการแลกเปลี่ยนการศึกษาทางทหาร การฝึกร่วม และการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เชี่ยวชาญเหล่าทัพ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพกำลังพล ความไว้วางใจ และการปฏิบัติการร่วม โดยไทยพร้อมขยายความร่วมมือด้านปฏิบัติการพิเศษในอนาคต

ในระดับภูมิภาค ไทยย้ำบทบาทร่วมกับอินโดนีเซียในการขับเคลื่อนความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน โดยเฉพาะการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน หรือ ADMM และ ADMM-Plus พร้อมสนับสนุนการฝึก “Trident Resolve” ที่บูรณาการการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการแพทย์ทหาร รวมถึงยืนยันความพร้อมในการเข้าร่วมการลาดตระเวนร่วมทางทะเลและทางอากาศในช่องแคบมะละกา เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของเส้นทางเดินเรือสำคัญของภูมิภาค

ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ไทยแสดงความสนใจแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับอินโดนีเซียในการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และเชิญชวนเข้าร่วมนิทรรศการ Defense & Security ของไทยในปีหน้า (พ.ศ 2570) พร้อมเสนอให้อินโดนีเซียพิจารณาผลิตภัณฑ์ยานเกราะล้อยางสะเทินน้ำสะเทินบก AWAV 8x8 ของไทย สำหรับโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ของนาวิกโยธินอินโดนีเซีย

สำหรับสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำว่า เป็นปัญหาภายในของไทยที่มีความซับซ้อน ไม่ใช่ความขัดแย้งทางศาสนา โดยรัฐบาลเดินหน้ากระบวนการสันติสุข ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย การพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมขอรับการสนับสนุนจากอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรอบอาเซียนและองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือ Organization of Islamic Countries (OIC) รวมถึงการดูแลนักศึกษามุสลิมไทย และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจฮาลาล

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณอินโดนีเซียที่วางตัวเป็นกลาง พร้อมยืนยันว่าไทยยึดมั่นแนวทางสันติวิธี การแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคี และปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยย้ำว่าการใช้กำลังของไทยเป็นไปเพื่อป้องกันตนเองและคุ้มครองประชาชนตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน

พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันรักษาการหยุดยิง หลีกเลี่ยงการยั่วยุ การเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน และเร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืนในอนาคต

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
4 สิงหาคม 2569

#กลาโหม
#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
#ทำทันทีรวมเป็นหนึ่งจึงชนะ

31/07/2026

JIC ลงพื้นที่สัตตะโสม ติดตามสถานการณ์ชายแดน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตกำลังพล

รองโฆษกกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ JIC ลงพื้นที่กองกำลังสุรนารี ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ภายใต้แนวคิด “ทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”

#กระทรวงกลาโหม #สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองกำลังสุรนารี #ทำทันทีรวมเป็นหนึ่งจึงชนะ

 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมบินหารือด่วนรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง เดินหน้าสร้างสันติสุขชา...
29/07/2026

 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมบินหารือด่วนรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย ยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง เดินหน้าสร้างสันติสุขชายแดนใต้ 🇹🇭🇲🇾

วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือทวิภาคีกับ ดาโตะ เซอรี โมฮัมหมัด คาเลด นอร์ดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย โดยมีเป้าหมายกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ พร้อมติดตามความคืบหน้าความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ

การหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อรองรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และร่วมกันเสริมสร้างเสถียรภาพของภูมิภาค

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย โดยฝ่ายไทยได้รายงานความคืบหน้าของการดำเนินงาน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนกระบวนการสร้างสันติสุข ควบคู่กับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการเสริมสร้างความเชื่อมั่นระหว่างทุกภาคส่วน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศเห็นพ้องถึงความสำคัญของการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน และการสนับสนุนความพยายามในการสร้างสันติสุข เพื่อให้เกิดเสถียรภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของทั้งสองประเทศ

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับมาเลเซียในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและหุ้นส่วนสำคัญด้านความมั่นคง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะเดินหน้าทำงานร่วมกับมาเลเซียอย่างใกล้ชิด บนพื้นฐานของความไว้วางใจ การเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อผลักดันให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดสันติสุขที่ยั่งยืน

“สันติสุขที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือ ความจริงใจ และการลงมือทำร่วมกัน ไทยพร้อมทำงานเคียงข้างมาเลเซีย เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงและสันติสุขที่ยั่งยืนให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ”

#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
29 กรกฎาคม 2569

29/07/2026

"แม้จะสูญเสีย แต่หัวใจไม่เคยถอย... พลังใจจากประชาชน ถึงพี่น้องทหารกล้า"

#หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข
#ชุดทักษิณสัมพันธ์ที่442
#ครูหมวกแดงปันยิ้ม

#กองอำนวยการรักษาความมั่นคง
#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

💛๒๘ กรกฎาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว💛ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้า...
28/07/2026

💛๒๘ กรกฎาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว💛

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ https://wellwishes.royaloffice.th/ ระหว่างวันที่ ๒๖ – ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙

#กระทรวงกลาโหม #สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

27/07/2026

ประชุมสภากลาโหม “เร่งเครื่อง” จากนโยบายสู่การปฏิบัติ

3 วาระสำคัญที่กำหนดทิศทางความมั่นคงของประเทศ
⚔️ ยกระดับความพร้อมรบ รับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ
🪖 เดินหน้าพลทหารอาสา สร้าง 4 โอกาสให้คนรุ่นใหม่สมัครใจรับใช้ชาติ
🏭 ผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มุ่งสู่การพึ่งพาตนเอง

พร้อมกำชับทุกหน่วยจัดทำ Action Plan ที่ชัดเจน ขับเคลื่อนทุกนโยบายภายใต้หลัก “ทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”

รับชมสรุปประเด็นสำคัญจากการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 5/2569

#สภากลาโหม
#กระทรวงกลาโหม
#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
#ทำทันทีรวมเป็นหนึ่งจึงชนะ

รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพทหารกล้า อส.ทพ.วิมล ตาบทอง ย้ำ “ไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่าการสูญเสียลูกน้อง” พร้อมย...
27/07/2026

รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพทหารกล้า อส.ทพ.วิมล ตาบทอง ย้ำ “ไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่าการสูญเสียลูกน้อง” พร้อมยืนยันดูแลครอบครัวผู้เสียสละอย่างดีที่สุด

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ อาสาสมัครทหารพราน วิมล ตาบทอง สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่จากเหตุคนร้ายก่อเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ณ เมรุวัดจำปาธาราราม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ หน่วยงานภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนร่วมพิธีด้วยความอาลัย

ก่อนพิธีพระราชทานเพลิงศพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ไปเยี่ยมครอบครัวของผู้เสียสละ เพื่อพูดคุย รับฟังปัญหา และให้กำลังใจบิดามารดาและญาติผู้สูญเสียด้วยตนเอง พร้อมยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมจะไม่ทอดทิ้งครอบครัวของผู้เสียสละ และจะดูแลในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ญาติพี่น้อง และประชาชนในพื้นที่อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ที่ได้สูญเสียบุตรหลานผู้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศชาติและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พลโท อดุลย์ กล่าวว่า การสูญเสียกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติเป็นความเจ็บปวดของทุกคนในกองทัพ พร้อมย้ำว่า ไม่มีอะไรจะเจ็บปวดไปมากกว่าการต้องสูญเสียลูกน้อง ผู้ที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องประชาชนและรักษาความมั่นคงของประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมจะดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเต็มกำลัง ทั้งด้านสวัสดิการ การเยียวยา และคุณภาพชีวิต โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ได้ผลักดันจนเกิดขึ้นแล้ว คือ โครงการสิทธิบัตรทองฮีโร่ เพื่อให้บิดา มารดา คู่สมรส และบุตรของกำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ยังคงได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่อาจทดแทนความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ได้ก็ตาม

ในตอนท้าย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวย้ำว่า การเสียสละของลูกน้องทุกนายจะไม่สูญเปล่า หน้าที่ของเราคือดูแลครอบครัวของเขาอย่างสมเกียรติ และเดินหน้าปกป้องประชาชนกับประเทศชาติต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่สุด

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
27 กรกฎาคม 2569

#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
#ทำทันทีรวมเป็นหนึ่งจึงชนะ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมเสนาธิการทหารบก ลงพื้นที่นราธิวาส ติดตามสถานการณ์เหตุความไม่สงบ ย้ำเร่งจับผู้ก่อเหตุอย่...
26/07/2026

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมเสนาธิการทหารบก ลงพื้นที่นราธิวาส ติดตามสถานการณ์เหตุความไม่สงบ ย้ำเร่งจับผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด ดูแลกำลังพลและประชาชนเต็มกำลัง พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและสมเกียรติ

วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคงภายหลังเหตุคนร้ายก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้การต้อนรับ พร้อมนำคณะรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และตรวจเยี่ยมพื้นที่ปฏิบัติการ

คณะได้รับฟังการบรรยายสรุปจากกองบังคับการกองกำลังเฉพาะกิจที่ 45 ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณ จุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อรับทราบข้อเท็จจริง สภาพพื้นที่ และผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ พร้อมติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนและการติดตามผู้ก่อเหตุ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำว่า พฤติการณ์ของคนร้ายครั้งนี้เป็นการวางแผนก่อเหตุโดยมุ่งหมายทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งสะท้อนถึงการกระทำที่อุกอาจและไร้มนุษยธรรม จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานด้านความมั่นคงบูรณาการการปฏิบัติอย่างเต็มกำลัง ทั้งด้านข่าวกรอง การสืบสวนสอบสวน และการปฏิบัติการ เพื่อเร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ให้ได้โดยเร็วและเด็ดขาด พร้อมยกระดับมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้พบปะและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้สูงอายุ สตรี และเยาวชน พร้อมรับฟังความเดือดร้อนและข้อเสนอแนะจากประชาชนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้พบครอบครัวของ เด็กชายฮาบี๊บ หินะ อายุ 10 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ซึ่งยังคงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลระแงะ โดยยืนยันว่ารัฐบาลและกระทรวงกลาโหมจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกคนอย่างเต็มที่ พร้อมเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลระแงะ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเด็กชายฮาบี๊บ หินะ และครอบครัว พร้อมติดตามอาการรักษาอย่างใกล้ชิด โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยากำลังพล ครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ อย่างรวดเร็ว ครบถ้วน และสมเกียรติ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การเยียวยา และสิทธิประโยชน์ตามระเบียบของทางราชการ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่และครอบครัวผู้เสียสละ

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมจะสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ข่าวกรอง และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยและป้องกันเหตุ พร้อมยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุทุกคนจะต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะที่ผู้เสียสละ ผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัว จะต้องได้รับการดูแลและเยียวยาอย่างดีที่สุดและสมเกียรติ

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในจังหวัดนราธิวาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะได้เดินทางต่อไปยัง วัดพนม อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมและแสดงความอาลัยต่อ จ่าสิบเอก ธีรยุทธ โสมะเกิด ทหารกล้าผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ พร้อมพบปะให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย โดยยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมจะยืนหยัดเคียงข้างกำลังพล ครอบครัวผู้เสียสละ และประชาชน พร้อมเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเพื่อรักษาความมั่นคง ความปลอดภัย และความสงบสุขของประเทศอย่างเต็มกำลัง

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
25 กรกฎาคม 2569

#รมวกห #กลาโหม
#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

รมว.กลาโหม ต้อนรับ รมว.กลาโหม จีน เยือนไทย เดินหน้าสานต่อความร่วมมือหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านเมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรก...
24/07/2026

รมว.กลาโหม ต้อนรับ รมว.กลาโหม จีน เยือนไทย เดินหน้าสานต่อความร่วมมือหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน

เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.45 น. พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ พลเรือเอก ต่ง จวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในศาลาว่าการกลาโหม โดยมีพิธีการต้อนรับอย่างสมเกียรติ พร้อมพิธีตรวจแถวกองทหารกองเกียรติยศ ก่อนการหารือทวิภาคีเพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ภายใต้กรอบความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวแสดงความยินดีต่อผลการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยที่ผ่านมา ซึ่งช่วยเปิดมิติความร่วมมือใหม่ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีสุขภาพ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมสีเขียว ตลอดจนการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และโลจิสติกส์ในภูมิภาค อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นในการสานต่อความร่วมมือด้านกลาโหมในทุกมิติ ทั้งการฝึกศึกษา การฝึกร่วมและผสม การแลกเปลี่ยนการเยือน การพัฒนาบุคลากร และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

ทั้งสองฝ่ายยังยินดีต่อการจัดตั้ง คณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางทหารและสิ่งอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางทหารระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน
(The China - Thailand Joint Committee of Cooperation on Military Affairs and Military Equipment and Technology) รวมทั้งกลไกหารือ 2+2 ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางและผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และการรับมือภัยคุกคามร่วมสมัยให้เกิดผลเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ฝ่ายไทยยืนยันจุดยืนในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี พร้อมขอบคุณสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการเจรจา โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการสร้างความไว้วางใจ การหลีกเลี่ยงการยั่วยุ การหยุดยิงอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน และการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอาชญากรรมออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การเดินทางเยือนไทยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ มีกำหนดเยี่ยมคำนับนายกรัฐมนตรี และเยี่ยมชมหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี อีกด้วย ถือเป็นการสะท้อนถึงความสัมพันธ์และความไว้วางใจอันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศ และระหว่างกระทรวงกลาโหมของไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ร่วมในการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศให้มีความใกล้ชิด เป็นรูปธรรม และร่วมส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคอย่างยั่งยืน

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
24 กรกฎาคม 2569

#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม

#ทำทันทีรวมเป็นหนึ่งจึงชนะ

ที่อยู่

ศาลาว่าการกลาโหม ถนนสนามไชย เขตพระนคร
Bangkok
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม:

ทางลัด

แชร์