นิเทศ at NIDA

นิเทศ at NIDA Graduate School of Communication Arts and Management Innovation
(14)

“อยากเปิดเพจ Facebook เป็นของตัวเอง อยากเป็น YouTuber แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ต้องมาเรียน Digital Marketing ที่นิเทศนิด้า”...
26/01/2021

“อยากเปิดเพจ Facebook เป็นของตัวเอง อยากเป็น YouTuber แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ต้องมาเรียน Digital Marketing ที่นิเทศนิด้า”
.
ที่นิเทศนิด้าเราสอนตั้งแต่เริ่มต้น แม้ไม่มีประสบการณ์ด้านนิเทศศาสตร์ก็สามารถเรียนได้ สำหรับใครที่คิดอยากทำ YouTuber อยากเปิดเพจ Facebook เป็นของตัวเองแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เพราะไม่มี Skill พื้นฐานด้านการสื่อสารไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง หลักสูตรจากนิเทศนิด้า ช่วยคุณได้
.
เราจะได้เรียนตั้งแต่ทักษาการสื่อสารเบื้องต้น ปูพื้นฐานด้านทฤษฎีและการประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ปัจจุบัน ฝึกพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้ทฤษฎีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของกระบวนการเกิด Invention และ Innovation ระดมไอเดียไปพร้อมกับเพื่อนและอาจารย์ในชั้นเรียน
.
เรียนรู้วิธีการเก็บข้อมูลผู้บริโภคและการนำข้อมูลไปใช้ ทั้งการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า หรือแม้แต่เนื้อหาแบบไหนที่ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด เมื่อเราทราบข้อมูลแล้วก็จะสามารถนำไปออกแบบเนื้อหา เลือกช่องทางการสื่อสารได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม Facebook Twitter Instagram หรือว่า YouTube
.
ไม่ใช่แค่เรื่องเนื้อหาที่เรามีสอน การบริหารจัดการแบรนด์หรือบริหารจัดการเพจ Channel ของตนเองเราก็มีสอน ตั้งแต่การสร้าง Life style ให้กับตัวเองไปจนถึงการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดภาวะวิกฤตขึ้น (จะสื่อสารอย่างไรเมื่อมีดราม่า) รวมทั้งการ Boost Post การทำ SEO, SEM ยิง Ad อย่างไรให้คุ้มค่า หลักสูตรของนิเทศนิด้าตอบโจทย์ให้คุณครบทุกรูปแบบครบวงจร
.
นอกจากอาจารย์ที่มากประสบการณ์แล้ว เรายังมีวิทยากรระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่จะมาให้ความรู้และแชร์ประสบการณ์ในการทำงานด้าน Digital Marketing มาถ่ายทอดกลยุทธ์และทักษาะให้กับนักศึกษาตลอดแผนการศึกษาในทุกรายวิชาที่ได้เรียน
.
สนใจศึกษาข้อมูลหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ http://gscm.nida.ac.th/th/course-master.php
โทร. 090-678-4690 หรือ Inbox https://www.facebook.com/NitadeNida
.
เรียบเรียงเนื้อหา : นางสาวกฤติยาภรณ์ ลงอ่อน
ออกแบบภาพประกอบ : นางสาวณิชกานต์ พุทธิเสาวภาคย์
นักศึกษาทุนคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ รุ่น 15
.
รูปจาก www.freepik.com

#วันนั้นของเดือน มกราคม 17 มกราคม – วันโคนมแห่งชาติ . ในปี พ.ศ. 2503 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหารา...
25/01/2021

#วันนั้นของเดือน มกราคม 17 มกราคม – วันโคนมแห่งชาติ

.

ในปี พ.ศ. 2503 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จประพาสประเทศเดนมาร์กเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี และทรงสนพระทัยในกิจการฟาร์มโคนมของชาวเดนมาร์ก ด้วยทรงเห็นว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมน่าจะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวไทย หลังจากนั้นทางรัฐบาลเดนมาร์กได้ถวายโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมเป็นของขวัญแด่ล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ เพื่อให้ดำเนินโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยบรรลุตามเจตนารมณ์

.

นอกจากนี้ยังมีการลงนามในสัญญาความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลเดนมาร์กในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2504 โดยได้ดำเนินการจัดตั้ง "ฟาร์มโคนม” และ "ศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย - เดนมาร์ก” ขึ้น ที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี และมีพิธีเปิดฟาร์มโคนม และศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย - เดนมาร์กอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2505 และในปี พ.ศ. 2514 รัฐบาลไทยก็ได้รับโอนกิจการฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย – เดนมาร์กจากรัฐบาลเดนมาร์ค และได้ตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้ชื่อว่า "องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย” (อ.ส.ค.)

.

ถึงแม้ว่าในอดีตจะยึดถือเอาวันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็นวันโคนมแห่งชาติตามวันที่มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ แต่จะทำให้ซ้ำซ้อนกับวันครูที่จะถูกจัดขึ้นในวันที่ 16 มกราคมของทุกปีเช่นกัน รัฐบาลจึงได้มีมติให้วันที่ 17 มกราคมของทุกปีเป็นวันโคนมแห่งชาติ วันนี้จึงถือเป็นวันที่มีความสำคัญต่ออาชีพการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยเป็นอย่างมาก

.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

https://bit.ly/3o9hedm

https://www.lib.ru.ac.th/journal/jan/jan17-MilchCowDay.html

http://dairydevelopmentprogram.weebly.com/blog-36153634361936603617362636403586/7

https://www.facebook.com/thestandardth/posts/1818100081816209/ https://siamrath.co.th/n/204290

.

เรียบเรียงโดย นางสาวธนธร วุฒิมานานนท์
ออกแบบโดย นางสาวณิชกานต์ พุทธิเสาวภาคย์
นักศึกษาทุนคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ รุ่น 15

.

รูปจาก www.freepik.com

เสียงสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ ด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารประเภทอาหารริมทาง (Street food) ย่านเยาวราช : ฐิติรัตน์ เจนศิริ...
22/01/2021

เสียงสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ ด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร
ประเภทอาหารริมทาง (Street food) ย่านเยาวราช : ฐิติรัตน์ เจนศิริรัตนากร อาจารที่ปรึกษาการศึกษาค้นคว้าอิสระ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุหงา ชัยสุวรรณ
.
ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน เมื่อต้องการซื้อสินค้าอะไรสักอย่างหนึ่งจะไม่ได้ซื้อเลยทันทีแต่จะค้นหาข้อมูล หรือสอบถามข้อมูลจากเพื่อนหรือคนไม่อาจจะไม่รู้จักผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือสื่อสังคมออนไลน์ การเลือกร้านอาหารก็เช่นเดียวกัน ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการค้นหาข้อมูลการรีวิวเกี่ยวกับร้านอาหารก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ซึ่งในปัจจุบันสามารถค้นหาข้อมูลได้ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น page, Pantip, Wongnai และ Ryoiireview เป็นต้น ไม่เว้นแม้แต่อาหารริมทาง (Street food) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร การนำเครื่องมือ Social Listening มาใช้เพื่อฟังเสียงสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Voice) ในด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ประเภทอาหารริมทางจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่าสื่อสังคมออนไลน์เป็นแหล่งรวมประสบการณ์บนเว็บไซต์ และการค้นพบข้อมูลใหม่ ๆ ได้
.
เสียงสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Voice) เป็นเสียงที่แสดงถึงความคิดเห็นของผู้คนที่กล่าวถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน การสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้รับสาร หรือผู้บริโภค การรับฟังเสียงสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์จะทำให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งการเปิดรับสื่อ เนื้อหาต่าง ๆ ที่ผู้คนให้ความสนใจ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ประเภทอาหารริมทาง ย่านเยาวราช
.
จากผลการศึกษาเรื่องเสียงสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ ด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ประเภทอาหารริมทาง (Street food) ย่านเยาวราช โดยการใช้เครื่องมือ Social Listening พบว่า เสียงสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์มีการกล่าวถึงด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ประเภทอาหารริมทาง ย่านเยาวราช ในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 มากที่สุด ซึ่งช่วงเวลาในการโพสต์ของแต่ละสื่อมีความแตกต่างกัน โดยเฟซบุ๊กมีการโพสต์มากที่สุดช่วงเย็นประมาณ 18.00 น. ใกล้เคียงกับในเว็บไซต์พันทิป ที่มีการโพสต์มากที่สุดประมาณ 16.00 น. แตกต่างกับในทวิตเตอร์ที่มีการโพสต์มากที่สุดในช่วงเช้าประมาณ 10.00 น. คำสำคัญ (Keyword) ที่ใช้มากที่สุด คือคำว่า "เยาวราช" ถูกกล่าวถึงในเนื้อหามากที่สุดร้อยละ 82.6 รองลงมาคือ "ถนนเยาวราช" ร้อยละ 12.5 และ "สตรีท" ร้อยละ 2.2 นอกจากนี้ คำสำคัญเชิงบวกที่พบมากที่สุดในเนื้อหาคือคำว่า อร่อย คิดเป็นร้อยละ 16.6 และคำสำคัญเชิงลบที่พบมากที่สุดคือคำว่า ไม่มี คิดเป็นร้อยละ 8.0 ทั้งนี้พบคำสำคัญเชิงบวกและแบบทั่วไปปรากฏอยู่ในเสียงสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์มากกว่าคำสำคัญเชิงลบและคำแนะนำ
.
เมื่อพิจารณาในปริมาณจำนวนข่าวสารในเสียงสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ จำแนกตามสื่อสังคมออนไลน์ 4 ประเภท ได้แก่ เฟซบุ๊ก ยูทูบ เว็บไซต์พันทิป และทวิตเตอร์ พบว่า มีเนื้อหาที่กล่าวถึงการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ประเภทอาหารริมทาง ย่านเยาวราช ในสื่อสังคมออนไลน์ประเภทเฟซบุ๊ก มากที่สุด และผู้ติดตามมีพฤติกรรมการตอบสนองเฉลี่ยต่อสื่อสังคมออนไลน์ประเภทเฟซบุ๊กมากที่สุดอีกเช่นกัน นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบอีกว่า เพจที่มีการโพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับอาหารริมทางมากที่สุด คือ เพจรีวิวไม่หยุด เป็นเพจที่มีรูปแบบเหมือนบล็อก โดยผู้เขียนเปรียบเสมือนบล็อกเกอร์ที่จะแนะนำเกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่มจากประสบการณ์ของตัวเอง
.
โดยผู้ทรงอิทธิพลออนไลน์ที่พบในเสียงสื่อสารในสื่อสังคมออนไลน์ส่วนมากเป็นประเภท Mega Influencer ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1,000,000 คน ซึ่งมีรูปแบบการสื่อสารส่วนใหญ่เป็นแบบข้อความและรูปภาพ รูปแบบลิงก์เว็บไซต์ และคลิปวิดีโอ ซึ่งผู้ติดตามมีพฤติกรรมการตอบสนองเฉลี่ยต่อการสื่อสารในรูปแบบคลิปวิดีโอมากที่สุด รองลงมาคือ รูปแบบข้อความและรูปภาพ ส่วนลิงก์เว็บไซต์และการตั้งคำถามเป็นรูปแบบเนื้อหาที่ได้รับการตอบสนองน้อยที่สุด โดยเนื้อหาการสื่อสารในรูปแบบคลิปวิดีโอและรูปแบบข้อความและรูปภาพที่ได้รับการตอบสนองที่ดีนั้น จะเป็นเนื้อหาที่ผู้ทรงอิทธิพลออนไลน์เป็นผู้สร้างสรรค์ออกแบบเองด้วยการเขียนเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์ การทำวิดีโอหรือรูปภาพขึ้นมาใหม่ และมีการใส่โลโก้ของเพจลงบนรูปภาพหรือวิดีโอเพื่อให้เกิดการจดจำ
.
ด้านผลการวิจัยในการใช้แรงจูงใจในการสื่อสารของผู้ทรงอิทธิพลออนไลน์พบว่า ผู้ทรงอิทธิพลออนไลน์มีการใช้แรงจูงใจ ด้านปัจจัยผลักดันในด้านความพึงพอใจส่วนบุคคลในการสื่อสารมากที่สุด กล่าวคือ ผู้ทรงอิทธิพลออนไลน์ได้อธิบายถึงความชื่นชอบ ความพึงพอใจของตัวเอง หรือความสุขที่ได้ทานอาหาร ลงไปในเนื้อหาในการสื่อสารด้วย และสำหรับการใช้แรงจูงใจ ด้านปัจจัยดึงดูดพบว่า ผู้ทรงอิทธิพลออนไลน์ใช้ปัจจัยดึงดูด ด้านคุณสมบัติที่เกี่ยวกับประสาทสัมผัส รองลงมาคือ ด้านกิจกรรมเกี่ยวกับอาหารมากที่สุด และความหลากหลายของอาหาร นอกจากนี้ผลการวิจัยนี้ยังพบว่า การสื่อสารของผู้ทรงอิทธิพลออนไลน์ที่มีพฤติกรรมการตอบสนองเฉลี่ยมากที่สุด มีการใช้แรงจูงใจ ด้านปัจจัยดึงดูดในเนื้อหาที่ใช้สื่อสาร เช่นเดียวกับรูปแบบการสื่อสารแบบคลิปวิดีโอที่มีพฤติกรรมการตอบสนองเฉลี่ยมากสุดก็มีการนำแรงจูงใจด้านปัจจัยดึงดูดมาใช้ในการสื่อสารเช่นกัน
.
เรียบเรียงโดย นางสาวธนธร วุฒิมานานนท์
ออกแบบโดย นางสาวณิชกานต์ พุทธิเสาวภาคย์
นักศึกษาทุนคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ รุ่น 15
.
รูปจาก www.pexels.com

แบบสอบถาม เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย แล้วฉันต้องใช้เครื่องมืออะไร ถึงจะได้ใจเธอมาครอง.เรื่อง IS, Thesis เด็กปอโทอย่า...
21/01/2021

แบบสอบถาม เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย แล้วฉันต้องใช้เครื่องมืออะไร ถึงจะได้ใจเธอมาครอง
.
เรื่อง IS, Thesis เด็กปอโทอย่างพวกเราน่ะรู้ดี ว่ามีเครื่องมืออะไรบ้างที่จะสามารถช่วยให้เราทำงานวิจัยได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องของหัวใจ ไม่รู้เลยว่าต้องใช้เครื่องมืออะไรถึงจะได้หัวใจของเธอมาครอง ใครรู้บอกเราที
.
#นิเทศนิด้าน่าเรียนมาก #ปอโทนิเทศนิด้าธรรมดาที่ไหน
.
เรียบเรียงเนื้อหา : นางสาวกฤติยาภรณ์ ลงอ่อน
ออกแบบภาพประกอบ : นางสาวณิชกานต์ พุทธิเสาวภาคย์
นักศึกษาทุนคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ รุ่น 15

นิเทศฯ@NIDA ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วม Nitade@NIDA Live Talk/Teach ในหัวข้อ "นิเทศศาสตร์นวัตกรรม กับ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์" 🗓ว...
21/01/2021

นิเทศฯ@NIDA ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วม [email protected] Live Talk/Teach ในหัวข้อ "นิเทศศาสตร์นวัตกรรม กับ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์"

🗓วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564
🕰เวลา 16.00 - 17.00 น.
📲ผ่านระบบ ZOOM

📍ไม่มีค่าใช้จ่าย

โดย 👉🏻 รศ.ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การและกิจการนักศึกษา และ ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาเอก นิเทศ@นิด้า ให้เกียรติเป็นวิทยากร

👉ดำเนินรายการโดย นายปกรณ์ เต็มใจ นักศึกษาปริญญาโท ภาคปกติ รุ่น 14 นิเทศ@นิด้า

📌ลงทะเบียนเข้าฟังฟรีตั้งแต่บัดนี้ - 27 ม.ค. 64!!
📱 Link >> https://forms.gle/5Qo5y7vjuXfWokrP7
📞สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.099-287-4647

กลับถึงบ้านต้องรีบอาบน้ำ  ทำความสะอาดร่างกาย  ป้องกันเชื้อ COVID-19 แพร่กระจายในบ้าน.ในสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสระบาดแบบนี้...
20/01/2021

กลับถึงบ้านต้องรีบอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกาย ป้องกันเชื้อ COVID-19 แพร่กระจายในบ้าน
.
ในสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสระบาดแบบนี้ เราจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังการดำเนินชีวิตประจำวันกันอย่างมาก ขณะที่เราออกไปปฏิบัติภารกิจนอกบ้านก็ต้องระมัดระวังด้วยการสวมหน้ากากอนามัยและล้างมืออย่างสม่ำเสมอ และเมื่อกลับถึงบ้านแล้ว ควรรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนหรือทำกิจกรรมต่างๆ ในบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ COVID-19 ไปยังบุคคลอื่นๆในครอบครัว
.
ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข http://healthydee.moph.go.th/view_article.php?id=817
.
#สเตย์อย่างสตรอง #นิเทศนิด้ารวมใจสู้ภัยโควิด
.
เรียบเรียงเนื้อหา : นางสาวกฤติยาภรณ์ ลงอ่อน
ออกแบบภาพประกอบ : นางสาวณิชกานต์ พุทธิเสาวภาคย์
นักศึกษาทุนคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ รุ่น 15
.
รูปจาก www.freepik.com

รองศาสตราจารย์ ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การและกิจการนักศึกษา และผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาเ...
20/01/2021
แนะ‘ศูนย์ต้านข่าวปลอม’ลบภาพลักษณ์ ‘เครื่องมือการเมือง’เป็นที่พึ่งปชช.ตรวจสอบข้อเท็จจ

รองศาสตราจารย์ ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การและกิจการนักศึกษา และผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาเอก คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ นิด้า ให้สัมภาษณ์.. ในประเด็น "แนะ‘ศูนย์ต้านข่าวปลอม’ลบภาพลักษณ์ ‘เครื่องมือการเมือง’เป็นที่พึ่งปชช.ตรวจสอบข้อเท็จจริง" ทางเว็บไซต์หนังสือพิมพ์แนวหน้า เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา

โดยประเด็นการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับปัญหาข่าวปลอม (Fake News) ที่ถูกส่งต่อกันบนโลกออนไลน์ในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งบางข่าวแม้มีการยืนยันแล้วว่าเป็นข่าวปลอมแต่ก็ยังถูกส่งต่อวนซ้ำไป-มา โดยตอนหนึ่งกล่าวถึงบทบาทของ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ว่า ยังตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ไม่ฉับไวเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับปริมาณข่าวสารที่เกิดขึ้น

อ่านต่อ 📲 ตาม link นี้👉🏻 : https://www.naewna.com/local/544958

12 มกราคม 2564 รศ.ดร.อัศวิน เนตรโพธิ์แก้ว ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาเอก คณะนิเทศศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศา...

“เรียนนิเทศนิด้าไม่หวั่นทุกการเปลี่ยนแปลง เตรียมความพร้อมครบทุก Digital Skill”.เตรียมความพร้อมให้กับตัวคุณ พัฒนาทักษะด้า...
19/01/2021

“เรียนนิเทศนิด้าไม่หวั่นทุกการเปลี่ยนแปลง เตรียมความพร้อมครบทุก Digital Skill”
.
เตรียมความพร้อมให้กับตัวคุณ พัฒนาทักษะด้านการสื่อสารในยุคดิจิทัลอย่างรอบด้าน จะการเปลี่ยนแปลงรูปแบบไหนก็ไม่หวั่น
.
ทักษะด้านข้อมูลที่จำเป็นต่อการสื่อสารและการขับเคลื่อนองค์กร ฝึกการใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในมือให้เป็นประโยชน์ ทั้งการใช้เครื่องมือในค้นหา รวบรวม และการวิเคราะห์ข้อมูล ฝึกทักษะการเก็บข้อมูลด้วยตนเองจากพื้นฐานการวิจัย Consumer insight, Marketing Trend และ Consumer Experience
.
ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ด้วย Innovation และ Technology ฝึกการออกแบบเนื้อหา Content Marketing , ออกแบบ Innovative Campaign ให้ตอบโจทย์และตรงใจกลุ่มเป้าหมาย บนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Twitter, Facebook, Instagram และ YouTube
.
ทักษะการทำงานทั้งการวางแผน การบริหารจัดการการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เริ่มตั้งแต่วางวางแผนการทำ Content Marketing, การวางแผนสร้าง Innovative Marketing Communication Campaign, การบริหารจัดการแบรนด์เมื่อเกิดภาวะวิกฤตด้วยกระบวนการของการสื่อสารในยุคดิจิทัล
.
ทักษะการทำโฆษณาบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม ทั้งแบบ Organic และแบบที่ใช้เงินยิง Ad – Boost post ไปกับ Online Community Building
.
ที่เดียวจบ ครบทุก Skill การสื่อสารในยุคดิจิทัล ต้องที่นิเทศนิด้า
.
ดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://gscm.nida.ac.th/th/course-master.php
โทร. 090-678-4690
.
สร้างสรรค์แคปชันโดย วิศรุต เตียเจริญ (นักศึกษาภาคพิเศษ รุ่นที่ 15)
.
เรียบเรียงเนื้อหา : นางสาวกฤติยาภรณ์ ลงอ่อน
ออกแบบภาพประกอบ : นางสาวณิชกานต์ พุทธิเสาวภาคย์
นักศึกษาทุนคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ รุ่น 15
.
รูปจาก www.freepik.com

#วันนั้นของเดือน มกราคม17 มกราคม – วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช.พ่อขุนรามคำแหงมหาราช หรือ พญาร่วง เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที...
18/01/2021

#วันนั้นของเดือน มกราคม
17 มกราคม – วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
.
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช หรือ พญาร่วง เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 ในราชวงศ์พระร่วง แห่งราชอาณาจักรสุโขทัย พระนามเดิมคือ "ราม" เมื่อพ่อขุนรามคำแหงมหาราชมีพระชนมายุ 19 พรรษา ได้ทรงทำยุทธหัตถีและมีชัยต่อขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด พระราชบิดาของพระองค์จึงทรงขนานพระนามว่า "พระรามคำแหง" ซึ่งแปลว่า "พระรามผู้กล้าหาญ"
.
รัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเป็นยุคที่กรุงสุโขทัยเฟื่องฟู และเจริญขึ้นกว่าเดิมมาก มีระบบการปกครองแบบ “พ่อปกครองลูก” ก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยอย่างมีประสิทธิภาพ มีการติดต่อกับต่างประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมือง ประชาชนอยู่ดีกินดีและสภาพบ้านเมืองก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร การชลประทาน อุตสาหกรรมและศาสนา
.
พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงทำนุบำรุงปกครองบ้านเมืองด้วยพระเมตตาธรรมต่อไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ และได้ทรงสร้างสรรค์มรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการรับเอาพระพุทธศาสนา นิกายเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ์ มาประดิษฐานที่เมืองสุโขทัย ทำให้พระพุทธศาสนาวางรากฐานมั่นคงในอาณาจักรสุโขทัยและกลายเป็นศาสนาประจำชาติไทยในทุกวันนี้ ทรงโปรดให้สร้างทำนบกักน้ำ (สรีดภงส์) เพื่อเก็บกักนำน้ำเอาไว้ใช้ในตัวเมือง โดยอาศัยแนวคันดินที่เรียกว่า “เขื่อนพระร่วง” เพื่อให้มีน้ำสำหรับใช้ในการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภคในยามขาดแคลนน้ำ และที่สำคัญที่สุดคือได้ทรงคิดประดิษฐ์อักษรไทยขึ้น และเป็นต้นกำเนิดของอักษรไทยที่ใช้กันในทุกวันนี้อีกด้วย
.
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทำให้ประเทศไทย ภาษาไทย และพุทธศาสนาสามารถดำรงอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ ประชาชนชาวไทยจึงได้พร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่านเป็น "มหาราช" พระองค์แรกของชาติไทย และได้ร่วมกันสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ท่านขึ้นไว้เพื่อสักการะ ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ จังหวัดสุโขทัย
.
โดยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในขณะนั้นที่ดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีอัญเชิญดวงพระวิญญาณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช จากศาลพระแม่ย่าไปสถิต ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ แล้วทรง เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อวันที่17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 และหลังจากนั้นทางสำนักงานสภาจังหวัดสุโขทัยก็ได้มีหนังสือเสนอต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ขอให้มีการกำหนด "วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช" ขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2533 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้วันที่ 17 มกราคมของทุกปีให้เป็น "วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช"
.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
https://www.thebangkokinsight.com/274122/
https://www.m-culture.go.th/phatthalung/ewt_news.php...
https://www.dailynews.co.th/article/819432
.
เรียบเรียงโดย นางสาวธนธร วุฒิมานานนท์
ออกแบบโดย นางสาวณิชกานต์ พุทธิเสาวภาคย์
นักศึกษาทุนคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ รุ่น 15
.
รูปจาก www.freepik.com

การใช้สื่อเพื่อการรณรงค์ปัญหาขยะวัดจากแดง : สรินทร์พรรณ ปวเรศวงศ์ อาจารย์ที่ปรึกษาการศึกษาค้นคว้าอิสระ รองศาสตราจารย์ ดร...
15/01/2021

การใช้สื่อเพื่อการรณรงค์ปัญหาขยะวัดจากแดง : สรินทร์พรรณ ปวเรศวงศ์ อาจารย์ที่ปรึกษาการศึกษาค้นคว้าอิสระ รองศาสตราจารย์ ดร.กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ
.
ปัญหาขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในสังคมไทยได้ทวีความรุนแรงถึงระดับที่ทุกฝ่ายต้องหาแนวทางร่วมมือกันแก้ไขเฉพาะ การกำจัดขยะมูลฝอยจำนวนมากทั้งที่เกิดจากพฤติกรรมการอุปโภคบริโภค การขยายตัวของชุมชนและการเพิ่มขึ้นของประชาชน เช่น จังหวัดสมุทรปราการที่มีปัญหาปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มขึ้น เนื่องจากจังหวัดสมุทรปราการเป็นอยู่ในส่วนของในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีการคาดการณ์จำนวนประชากรอาศัยอยู่จริงประมาณ 2.3 ล้านคนเศษ ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมต่าง ๆ ได้แก่ ปัญหายาเสพติด คดีอาชญากรรม และคุณภาพชีวิต เป็นต้น นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ ได้แก่ ปัญหามลพิษทางน้ำ ปัญหามลพิษทางอากาศ และปัญหาขยะมูลฝอย ทำให้ชุมชนวัดจากแดง ซึ่งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการได้รับผลกระทบในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
.
การใช้สื่อรณรงค์ปัญหาขยะในชุมชนวัดจากแดง มีที่มาและแนวคิดจากการเล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในวัดจากแดง ซึ่งมีพระมหาระนอมธัมมาลังกาโร เป็นผู้ให้ความรู้ในเกี่ยวกับการจัดการปัญหาขยะในชุมชนวัดจากแดง โดยการใช้สื่อต่าง ๆ เช่น สื่อโทรทัศน์ สื่อการประชุม สื่อเฉพาะกิจ และสื่อออนไลน์ ซึ่งการใช้สื่อเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ทำให้ผู้คนเกิดความตระหนักรู้และเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของชุมชนวัดจากแดงได้อย่างรวดเร็วผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งในปัจจุบัน สื่อออนไลน์สามารถเข้าถึงได้กับทุกเพศทุกวัย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความคิดเกี่ยวกับปัญหาขยะจากสื่อรณรงค์ดังกล่าว โดยมีเป้าหมายให้ผู้คนทั้งในและนอกชุมชนวัดจากแดงได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการปัญหาขยะต่าง ๆ ได้
.
ในส่วนของสื่อทางโทรทัศน์ ทางวัดจากแดงได้มีการนำสื่อโทรทัศน์โดยผ่านโครงการของวัดจากแดง “จีวรพระจากขยะพลาสติก” โดยการนำเสนอทางการใช้ทฤษฎีต่าง ๆ ของการจัดการขยะด้วยการนำหลัก 7R ที่ทางวัดจากแดงได้มีประยุกต์เดิมมาจากมูลนิธิฉือจี้ของจีน ดังนั้นทำให้มีสื่อทางโทรทัศน์เข้ามาให้ความสนใจกับแนวคิด 7R ของทางวัดจากแดงเป็นมาก ซึ่งในขั้นตอนของการนำเสนอโครงการ “จีวรพระจากขยะพลาสติก” ผู้ที่เผยแพร่คือ เจ้าอาวาสของวัดจากแดง พระมหาประนอม ธัมมาลังกาโร ได้ใช้จุดแข็งของทางโครงการเป็นการจัดการขยะที่สามารถประยุกต์จากของเดิมได้ โดยจะเรียกกันว่า (Circular Way)
.
สื่อทางประชุม สำหรับการสื่อประชุมทางวัดจากแดงได้ใช้สื่อการประชุมโดยการผ่านทางเจ้าอาวาสวัดจากแดง ซึ่งเป็นผู้ความรู้กับผู้นำของหมู่บ้าน โดยการใช้ทฤษฎีมาจากการพูดแบบบอกต่อกันไปเรื่อย ๆ ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลข่าวสารที่ได้รับนั้นจะไปถึงชาวชุมชนเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ในเรื่องของโครงการ “จีวรพระจากขยะพลาสติก”
.
สื่อกิจกรรม การใช้สื่อรณรงค์ปัญหาขยะในชุมชนวัดจากแดง โดยผ่านทางโครงการ “จีวรพระจากขยะพลาสติก” เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มบุคคลทั่วไปเพื่อให้เกิดการเรียนรู้และตระหนักถึงปัญหาขยะและการจัดการขยะในชุมชนวัดจากแดงและเพื่อให้ผู้คนในชุมชนวัดจากแดงและบุคคลทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมกับทางวัดในการจัดกิจกรรมดังกล่าว
.
และสำหรับสื่อออนไลน์ การใช้สื่อออนไลน์ในการเป็นสื่อที่ใช้รณรงค์ปัญหาขยะในชุมชนวัดจากแดง นับว่าเป็นช่องทางที่รวดเร็วที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและเป็นสื่อที่สามารถสร้างกระแสตระหนักรู้ปัญหาขยะในชุมชนวัดจากแดงได้เป็นอย่างดี YouTube , Facebook , Website หลักของวัดจากแดง โดยเผยแพร่ข่าวสารและข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ ของสื่อออนไลน์ซึ่งมีการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในหมู่คนที่สร้างการแบ่งปันหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดกันในเครือข่าย (Networks) และชุมชนเสมือน (Virtual communities) และมีความสามารถทำให้ปัจเจกบุคคลได้พบปะกับบุคคลแปลกหน้าได้ง่าย และยังสามารถให้ผู้ใช้เชื่อในสื่อสังคมและทำให้เครือข่ายนั้นมองเห็นได้อีกด้วย
.
ซึ่งสิ่งที่ชุมชนวัดจากแดงต้องการคือการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนที่เกิดความตระหนักรู้ และเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการและคัดแยกขยะด้วยกัน โดยวิธีการโน้มน้าวใจ โดยการให้เจ้าอาวาสวัดจากแดงพระมหาประนอม ธมมรันกาโร เป็นผู้เชิญชวนให้ผู้คนในชุมชนวัดจากแดงได้ตระหนักถึงปัญหาขยะ ผ่านการใช้สื่อต่าง ๆ นอกจากนั้นสำหรับทางวัดจากแดงได้ใช้ธรรมะน้อมนำจิตใจ โดยการใช้วิธีการเทศนาธรรมผ่านงาน Event ต่าง ๆ และใช้การรณรงค์โดยการพูดถึงข้อเสียของการที่ไม่จัดการขยะ ทำให้ผู้คนได้ตระหนักและทำตาม เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะในสมัยใดก็ตามก็ยังคงมีความเชื่อว่า พระคือส่วนร่วมของจิตใจ ไม่ว่าพระจะทำสิ่งใด เช่น การเก็บขยะ หรือการเทศนาธรรม ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังคงปฏิบัติตามหลักธรรมที่พระใช้ในการเป็นรูปแบบของการโน้มน้าวจิตใจ
.
เรียบเรียงโดย นางสาวธนธร วุฒิมานานนท์
ออกแบบโดย นางสาวณิชกานต์ พุทธิเสาวภาคย์
นักศึกษาทุนคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ รุ่น 15
.
รูปภาพจาก www.pexels.com

ที่อยู่

118 SeriThai Rd., Klong-chan, Bangkapi
Bangkok
10240

ข้อมูลทั่วไป

Master of Arts Program in Communication Arts and Innovation Doctor of Philosophy in Communication Arts and Innovation

เบอร์โทรศัพท์

2727 3758

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นิเทศ at NIDAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง นิเทศ at NIDA:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ถึงแม้เค้าจะชอบหน้าตาของน้อง Cha Eun Woo แต่ตอนนี้ฟังเพลงนี้วนไปวนมาตลอดตลอด
โครงการประกวด คลิปวีดีโอ #คนตาดี_ตามหา_สุดยอดนักร้องตาบอด ชิงเงินรางวัล 10,000 บาท . . ถ้าท่านเดินตามถนน แล้วเห็นนักร้องตาบอด ที่ร้องเพลงได้เพราะอย่างไม่น่าเชื่อ ขอให้ท่านถ่ายคลิปวีดีโอความยาว ไม่เกิน 3 นาที ส่งมาให้เรา (สามารถตัดต่อให้มีหลายเพลงได้) ถ้าวีดีโอของท่านชนะ ท่านจะได้รางวัล . เงื่อนไขการประกวด 1.ถ่ายนักร้องตาบอดคนเดียว หรือ เป็นวงก็ได้ 2.ต้องถ่ายจากริมถนน ทั่วไป เท่านั้น 3.เวลาส่งคลิปต้องส่งชื่อเบอร์โทรคนถ่ายคลิป กับชื่อเบอร์โทรนักร้องตาบอด 4.ก่อนประกาศผู้ชนะจะมีการตรวจสอบว่าคนในคลิปตาบอดจริงไหม 5.รางวัลชนะเลิศ คนถ่ายคลิปได้ 10,000 บาท รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล คนถ่ายคลิปได้ 2,000 บาท . 6.หลังจากประกวดเสร็จ ทาง Face Book : เที่ยวไทย ช่วยชาวบ้าน จะติดต่อ โรงแรม ร้านอาหาร ให้เริ่มลองจ้างนักร้องตาบอดเหล่านี้ไปทำงาน ดังนั้นท่านสามารถแจ้ง คนตาบอดได้ว่า #ถ้าเขาเข้าร่วมเขาจะมีโอกาสได้ไปร้อง #ในโรงแรม #ร้านอาหาร . 7.สนใจส่งคลิปมาที่ inbox ของ Face Book : เที่ยวไทย ช่วยชาวบ้าน หรือ Email : [email protected] 8.ส่งคลิปได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 กค. 61 ประกาศผู้ชนะ 15 สิงหาคม 2561
ถ้าสงกรานต์นี้ยังไม่รู้จะทำอะไร ลองมาทำคลิปประกวดกันดู กระทรวงการต่างประเทศขอเชิญนิสิตนักศีกษาและผู้สนใจทุกท่านร่วมประกวดคลิปในหัวข้อ "การต่างประเทศในมุมมองของฉัน" ชิงเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรและสิทธิเข้าร่วมทัศนศึกษาประเทศในอาเซียน เปิดรับผลงาน 1 เมษายน - 20 พฤษภาคม 2561 รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.facebook.com/saranromradio/videos/1821756071178977
ตามมาจากเพจ Psychologist Cafe' อยากอ่านฉบับเต็มของวิจัยนี้จัง https://www.facebook.com/PsychologistCafe/posts/1896769923897076