พรรคประชาชาติ Prachachat Party

พรรคประชาชาติ Prachachat Party ประชาชาติสร้างคน คนสร้างชาติ
(1)

มาตรฐาน “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” : จุดชี้ชะตาคดี ฮั้ว สว. และศรัทธาต่อ กกต.ในสภาวการณ์ที่สังคมไทยกำลังจับจ้องการประช...
31/07/2026

มาตรฐาน “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” : จุดชี้ชะตาคดี ฮั้ว สว. และศรัทธาต่อ กกต.
ในสภาวการณ์ที่สังคมไทยกำลังจับจ้องการประชุมชี้ขาดคดีประวัติศาสตร์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีจะมีมติ ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรรมการบริหารพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา มากกว่า 229 คน การตัดสินใจของ กกต. ในครั้งนี้มิได้มีผลเฉพาะต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น หากยังเป็นบททดสอบสำคัญของหลักนิติธรรม ความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระ และความศรัทธาของประชาชนต่อหลักนิติธรรมของประเทศ ซึ่งการพิจารณาทางกฎหมายมหาชนและประสบการณ์ส่วนตัวจากคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ (คำวินิจฉัยที่ 1/2569) มีข้อเสนอ ดังนี้
1. กกต. เป็นองค์กรอิสระตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง และมาตรา 215 กำหนดให้องค์กรอิสระต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้หลักนิติธรรม ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติ
ความเป็น “องค์กรอิสระ” จึงมิใช่อำนาจที่จะใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ หรือเบี่ยงเบนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์แก่บุคคลใด หากแต่หมายถึงความเป็นอิสระจากการครอบงำทางการเมือง ความสัมพันธ์ส่วนตัว และผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะและความยุติธรรมของบ้านเมือง
2. สิ่งที่สร้างความกังวลแก่สังคม คือข้อเท็จจริงตามลำดับเวลาที่ปรากฏว่า ขณะที่สมาชิกวุฒิสภา 138 คน กำลังถูกไต่สวนในคดีทุจริตการเลือกตั้ง วุฒิสภาชุดเดียวกันกลับเป็นผู้ลงมติให้ความเห็นชอบกรรมการ กกต. จำนวน 5 ใน 7 คน เข้าดำรงตำแหน่ง
- นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ แม้ครบวาระแล้ว แต่เมื่อวุฒิสภาไม่เห็นชอบผู้ได้รับการสรรหาใหม่ จึงยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
- กรรมการ กกต. อีก 4 คน ได้แก่ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ นายณรงค์ รักร้อย และนายจิรุตม์ วิศาลจิตร ต่างได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาชุดปัจจุบัน
ข้อเท็จจริงดังกล่าวย่อมทำให้วิญญูชนตั้งคำถามได้ว่า การพิจารณาคดีที่มีผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเคยมีบทบาทในการลงมติให้ความเห็นชอบกรรมการ กกต. จะสามารถดำเนินไปโดยปราศจากอคติหรือความผูกพันทางใจได้เพียงใด แม้ไม่มีการกระทำที่ไม่ชอบเกิดขึ้นก็ตาม ความเชื่อมั่นของสาธารณชนย่อมได้รับผลกระทบจากภาพแห่งความขัดกันของผลประโยชน์ดังกล่าว
3. พฤติการณ์ที่เป็นข้อกังขาของสังคมที่เป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ตอบแทนบุญคุณมากกว่าความถูกต้อง และการเอื้อประโยชน์เปิดประตูให้ทำการทุจริต อาทิ
- ระเบียบ กกต. ข้อ 122 ที่กำหนดให้ใช้หมายเลขผู้สมัครเดียวกันทั้งรอบเช้าและรอบบ่าย ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเปิดช่องให้เกิดการลงคะแนนแบบจัดตั้งหรือ “โหวตล็อก” อันกระทบต่อหลักการลงคะแนนลับตามมาตรา 33
- ขบวนการบล็อก หรือให้ลงคะแนนตามโพย จนผลการเลือกตั้งมีลักษณะผิดธรรมชาติ แต่เลือกตามโพย โดยผู้ได้รับเลือกเป็น สว. 138 คน มีคะแนนกระจุกตัวอยู่ในช่วงประมาณ 50–79 คะแนน ขณะที่ผู้สมัครอีกจำนวนมากมีคะแนนอยู่เพียงประมาณ 20–28 คะแนน
- การแต่งตั้งอนุกรรมการชุดที่ 36 มาพิจารณายกคำร้อง ทั้งที่อนุกรรมการชุดที่ 26 เป็นผู้ไต่สวนโดยตรง
- การปรับผลการประเมินเลขาธิการ กกต. จาก “ไม่ผ่าน” เป็น “ผ่าน”
- การไม่รับสำนวนการสอบสวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทั้งที่มีการกล่าวอ้างว่ามีพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน
ฯลฯ
ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นประเด็นที่สังคมเรียกร้องให้มีการอธิบายอย่างชัดเจนและโปร่งใส เพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง
4. “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” คือมาตรฐานทางกฎหมายที่ กกต. ต้องยึดถือ
พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 บัญญัติว่า หากมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” มีการกระทำอันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2569 (หน้า 19) ซึ่งอ้างอิงรายงานการประชุมของวุฒิสภาในชั้นพิจารณาร่างกฎหมาย ได้อธิบายเจตนารมณ์ของบทบัญญัตินี้ไว้อย่างชัดเจนว่า การพิจารณาของ กกต. ใช้มาตรฐานทางกฎหมายมหาชน มิใช่มาตรฐานการพิสูจน์ในคดีอาญาที่ต้องพิสูจน์จนปราศจากข้อสงสัยอันสมควร
กล่าวคือ หากมีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเบื้องต้นที่ทำให้วิญญูชนเห็นได้อย่างมีเหตุผลว่าน่าเชื่อว่ามีการกระทำความผิด ก็เพียงพอที่จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นผู้ไต่สวนและวินิจฉัยต่อไป
เมื่อเทียบเคียงกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 ซึ่งศาลสามารถออกหมายจับได้โดยอาศัยเพียง “หลักฐานตามสมควร” การใช้มาตรฐาน “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า” ตามมาตรา 62 จึงมิใช่มาตรฐานที่สูงกว่านั้น
หากเป็นจริงตามที่มีการกล่าวอ้างว่าสำนวนคดีมีเอกสารกว่า 80,000 แผ่น พร้อมพยานหลักฐานด้านนิติคณิตศาสตร์และข้อมูลอื่นประกอบแล้ว ประเด็นสำคัญจึงมิใช่ว่าจะพิสูจน์ความผิดจนสิ้นข้อสงสัยได้หรือไม่ เพราะนั่นเป็นหน้าที่ของศาลฎีกา หากแต่เป็นการพิจารณาว่าได้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่
5. หลักกฎหมายมหาชนกำหนดให้การใช้อำนาจรัฐต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตน และต้องรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม
ภายใต้ข้อเท็จจริงและข้อกังวลที่เกิดขึ้น ทางออกที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมมากที่สุด คือการที่ กกต. ใช้อำนาจตามมาตรา 62 ยื่นคำร้องและส่งสำนวนทั้งหมดให้ศาลฎีกาเป็นผู้ไต่สวนและวินิจฉัยคดี
เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้ศาลฎีกาเป็นผู้ใช้อำนาจวินิจฉัยชี้ขาดในคดีลักษณะนี้ การส่งเรื่องให้ศาลจึงมิใช่การตัดสินว่าผู้ใดมีความผิด หากเป็นการเปิดโอกาสให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามที่กฎหมายบัญญัติไว้
ท้ายที่สุด สิ่งที่สังคมไทยต้องการคือคำวินิจฉัยที่ยุติธรรมตามความเป็นจริงและกฎหมาย ความไม่ยุติธรรมในกระบวนการเลือกตั้ง คือภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตย และหลักนิติธรรมที่นำไปสู่การขัดแย้งแตกแยกในสังคมโดยส่วนรวม
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง
หัวหน้าพรรคประชาชาติ

"ปัญหาภาคใต้ไม่ได้มีมิติเดียวต้องไปพูดคุยแสวงหาความร่วมมือหลายๆ ช่องทางทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ความมั่นคง ยาเสพติดรว...
31/07/2026

"ปัญหาภาคใต้ไม่ได้มีมิติเดียว
ต้องไปพูดคุยแสวงหาความร่วมมือหลายๆ ช่องทาง
ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา ความมั่นคง ยาเสพติด
รวมทั้งความร่วมมือทางการเมือง
ปัญหานี้สุดท้ายต้องจบบนโต๊ะเจรจา
เราจะปฏิเสธการพูดคุยไม่ได้
คนที่ทำผิด ใช้ความรุนแรง ก็ใช้กฎหมายจัดการไป"

วันมูหะมัดนอร์ มะทา
ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ

๒๘ กรกฎาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอ...
28/07/2026

๒๘ กรกฎาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐

ทรงพระเจริญ

ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน และทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบไป

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสมาชิกพรรคประชาชาติ

#ทรงพระเจริญ #๒๘กรกฎาคม #วันเฉลิมพระชนมพรรษา #รัชกาลที่10 #พรรคประชาชาติ

สส.พรรคประชาชาติ เดินทางประกอบพิธีอุมเราะฮ์ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาในช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษ...
24/07/2026

สส.พรรคประชาชาติ เดินทางประกอบพิธีอุมเราะฮ์ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในช่วงปิดสมัยประชุมสภา

ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชาติ ได้เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะฮ์ ณ นครมักกะฮ์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อปฏิบัติศาสนกิจและขอพรต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) ให้ประเทศชาติและประชาชนมีความสงบสุข ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรือง

พรรคประชาชาติขออำนวยพรให้การประกอบพิธีอุมเราะฮ์ของสมาชิกทุกท่านได้รับการตอบรับจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) และขอให้ทุกท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ พร้อมกลับมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติต่อไป

#พรรคประชาชาติ

พรรคประชาชาติ แสดงความอาลัยต่อเจ้าหน้าที่ อส.ทพ. 5 นาย ผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี ย้ำประณามความรุนแ...
23/07/2026

พรรคประชาชาติ แสดงความอาลัยต่อเจ้าหน้าที่ อส.ทพ. 5 นาย ผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี ย้ำประณามความรุนแรงทุกรูปแบบ

พรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์แสดงความอาลัยและความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของ อส.ทพ.วิมล ดาบทอง, จ.ส.อ.ธีระยุทธ โสมะเกิด, อส.ทพ.ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา, อส.ทพ.ซอลาฮูดิง ปี และ อส.ทพ.ชากีรียา เจ๊ะน๊ะ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและขว้างระเบิดโจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569

พรรคประชาชาติขอสดุดีในความกล้าหาญและความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทั้ง 5 นาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมร่วมส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสียทุกครอบครัวในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้า

นอกจากนี้ พรรคประชาชาติได้ขอวิงวอนต่ออัลลอฮ์ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) โปรดประทานความเมตตาแก่ผู้วายชนม์ ประทานความอดทน ความเข้มแข็ง และปลอบประโลมจิตใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย ตลอดจนทรงคุ้มครองพี่น้องประชาชนทุกคนให้ปลอดภัยจากเหตุความรุนแรง

พรรคประชาชาติขอประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ พร้อมยืนยันว่า การสร้างสันติภาพ ความยุติธรรม และการเคารพในคุณค่าของชีวิตมนุษย์ คือรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และเป็นหนทางที่จะนำไปสู่ความมั่นคงและความสงบสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และสังคมไทยโดยรวม

#พรรคประชาชาติ

20/07/2026

"แฉโกงสอบท้องถิ่น! พบประกาศคะแนนเท็จไม่ตรงคะแนนจริง จี้ 'กสถ.' รับผิดชอบฐานปลอมแปลงเอกสาร"

#พรรคประชาชาติ

"วันนอร์" แนะคมนาคมยกระดับมาตรฐานขนส่งไทย ชี้ระบบรางต้องตรงเวลา-เร่งขยายสนามบินเบตง-หนุนจุดพักรถ EV รองรับอนาคตในการประช...
20/07/2026

"วันนอร์" แนะคมนาคมยกระดับมาตรฐานขนส่งไทย ชี้ระบบรางต้องตรงเวลา-เร่งขยายสนามบินเบตง-หนุนจุดพักรถ EV รองรับอนาคต

ในการประชุมกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กรรมาธิการ ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยเน้นย้ำถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและความคุ้มค่าของงบประมาณในหลายมิติ

นายวันมูหะมัดนอร์ ได้แสดงความชื่นชมต่อการลงทุนโครงการรถไฟทางคู่ทั่วประเทศที่ช่วยยกระดับการขนส่ง อย่างไรก็ตาม นายวันมูหะมัดนอร์ได้สะท้อนปัญหา ความไม่ตรงต่อเวลาและ สภาพรถจักรที่เก่าเกินไป โดยเล่าจากประสบการณ์ส่วนตัวว่าเคยเดินทางไปเชียงใหม่แล้วล่าช้ากว่ากำหนดถึง 4-5 ชั่วโมง เนื่องจากหัวรถจักรไม่มีกำลังพอที่จะขึ้นเขา นอกจากนี้ยังเคยพบเหตุการณ์ "รถตาย" ที่พัทลุงจนต้องรอเปลี่ยนหัวรถจักรใหม่ จึงเรียกร้องให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เร่งปรับปรุงการบริหารจัดการและจัดหาหัวรถจักรที่ทันสมัย เพื่อให้ประชาชนกลับมานิยมใช้บริการรถไฟอีกครั้ง

ในส่วนของกรมทางหลวง นายวันมูหะมัดนอร์ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการมอเตอร์เวย์สาย M6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) และ M81 (บางใหญ่-กาญจนบุรี) ที่มีความล่าช้า พร้อมทั้งเสนอแนะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงภูมิทัศน์เกาะกลางถนนให้สวยงามเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และการพัฒนาจุดพักรถสำหรับรถบรรทุก (Truck Rest Area) โดยเน้นให้มีการติดตั้ง สถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charging Station) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในภาคการขนส่งเชิงพาณิชย์

สำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ นายวันมูหะมัดนอร์ได้สอบถามถึงความคืบหน้าการพัฒนาสนามบินเบตง จ.ยะลา ซึ่งปัจจุบันรันเวย์ยาวเพียง 1,800 เมตร รองรับได้เพียงเครื่องบินขนาดเล็ก ทำให้สายการบินเชิงพาณิชย์ทำการบินได้ยาก โดยได้รับคำชี้แจงจากกรมท่าอากาศยานว่าอยู่ระหว่างศึกษาขยายรันเวย์เป็น 2,500 เมตร ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2569 นอกจากนี้ ยังได้เร่งรัดการแก้ปัญหาอุปสรรคการใช้พื้นที่บริเวณด่านบูเก๊ะตา ระหว่างกรมทางหลวงและกรมศุลกากร เพื่อให้การก่อสร้างอาคารด่านและหลังคาคลุมถนนดำเนินการได้ตามแผน เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าชายแดน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เน้นย้ำว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องมาพร้อมกับคุณภาพการบริการที่ได้มาตรฐานสากล ทั้งความตรงต่อเวลา ความปลอดภัย และความทันสมัย เพื่อให้เม็ดเงินงบประมาณที่ลงทุนไปเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

#พรรคประชาชาติ
#วันมูหะมัดนอร์มะทา
#ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
#งบประมาณ70

18/07/2026
18/07/2026
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ร่วมแสดงความอาลัยและให้กำลังใจครอบครัว “เฮียชัช” นักธุรกิจชื่อดังยะลา พร้อมติดตามความคืบหน้าคดีอ...
18/07/2026

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ร่วมแสดงความอาลัยและให้กำลังใจครอบครัว “เฮียชัช” นักธุรกิจชื่อดังยะลา พร้อมติดตามความคืบหน้าคดีอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ เดินทางไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและแสดงความอาลัย พร้อมให้กำลังใจครอบครัวของ นายชัชวาลย์ บูรณะเรข หรือ “เฮียชัช” นักธุรกิจชื่อดังเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดสามดาวพาราวู้ด ณ สมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

นายชัชวาลย์เสียชีวิตจากเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนบริเวณหน้าสำนักงานของบริษัทในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัว ผู้ใกล้ชิด และประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง

ภายในพิธีเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า มีญาติ ข้าราชการ นักธุรกิจ และผู้ที่เคารพนับถือเดินทางมาร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก โดยมีการประกอบพิธีตามประเพณีจีนเพื่อส่งดวงวิญญาณผู้วายชนม์อย่างสมเกียรติ

ในโอกาสนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้ร่วมประกอบพิธีตามธรรมเนียมจีน พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวบูรณะเรข และให้กำลังใจญาติผู้สูญเสีย พร้อมยืนยันถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องดำเนินไปอย่างโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

สำหรับความคืบหน้าของคดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ชุดสืบสวนสอบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ยังคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง โดยได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ รวมถึงตรวจพิสูจน์วัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์

เบื้องต้น ผลการตรวจเปรียบเทียบหัวกระสุนขนาด 5.56 มิลลิเมตรในระบบฐานข้อมูลอาวุธปืน พบข้อมูลที่อาจเชื่อมโยงกับอาวุธปืนที่เคยถูกใช้ในคดีความมั่นคง ซึ่งรวมถึงเหตุยิงสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนในพื้นที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อปี 2568 ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผลการสืบสวน เพื่อยืนยันความเชื่อมโยงและติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พรรคประชาชาติขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ความจริงปรากฏและนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว อันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป

ที่อยู่

สรงประภา 30
Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

+66659858695

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พรรคประชาชาติ Prachachat Partyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง พรรคประชาชาติ Prachachat Party:

ทางลัด

แชร์