Clicky

องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย

องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย องค์การตลาด (อต.) เป็นหน่วยงานรัฐวิส? ในสมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า บริเวณพระอารามหลวงวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เป็นพระอารามเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก แต่สภาพสิ่งแวดล้อมโดยรอบ สกปรก ไม่เป็นระเบียบ มีสภาพคล้ายแหล่งสลัม ทั้งนี้เนื่องมาจากมีพ่อค้าแม่ค้าปลูกเพิงพักอาศัยและวางสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคนานาชนิดขายเป็นประจำถาวร เกิดปัญหาแก่ วัด ประชาชนและทางราชการเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าหากทางราชการจะขับไล่ พ่อค้าแม่ค้าและครอบครัวจะเดือดร้อนไม่มีที่ทำมาหาเลี้ยงชีพ รัฐบาลจึงแก้ปัญหาโดยการจัดตั้งองค์การตลาดขึ้น ที่บริเวณปากคลองตลาด ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม มีการคมนาคมสะดวกทั้งทางน้ำและทางบก เพื่อจัดตั้งตลาดกลางผักและผลไม้ขึ้นรองรับ และเพื่อความสมบูรณ์ได้ย้ายผู้ค้าส่งตลาดผักสดกรมภูธเรศน์ (ตลาดเก่าเยาวราช) ให้มารวมกันอยู่บริเวณปากคลองตลาดเป็นแห่งเดียวกัน

องค์การตลาด ได้จัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496 โดย “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาด พ.ศ. 2496“ ซึ่งครั้งแรกที่จัดตั้งนั้น ได้สังกัดกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย มีเงินทุนสำหรับดำเนินกิจการตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งฯ จำนวน 15,000,000 บาท โดยรัฐบาลจ่ายให้เป็นทุนประเดิมครั้งแรกจำนวน 5,000,000 บาท และจะจ่ายเพิ่มเป็นคราว ๆ ไป ตามจำนวนที่รัฐบาลเห็นสมควร แต่ความเป็นจริงจำนวนเงินทุนเริ่มต้นที่องค์การตลาด ได้รับจากงบประมาณแผ่นดินเพียง 2,000,000 บาท เท่านั้น องค์การตลาดจำเป็นต้องกู้จากธนาคารออมสินเพิ่มอีกจำนวน 15,000,000 บาท เพื่อรวมเป็นเงินทุนเพื่อการดำเนินงานขั้นต้นทั้งสิ้น 17,000,000 บาท

ต่อมารัฐบาลเห็นว่ากรมประชาสงเคราะห์ ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงที่จะบริหารงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดได้ เนื่องจากเป็นระยะเริ่มต้นของการดำเนินกิจการ ดังนั้นเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2501 จึงโอนองค์การตลาด ไปสังกัดกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพราะได้เล็งเห็นว่า กรมการค้าภายในมีหน้าที่เกี่ยวกับธุรกิจการพาณิชย์ สามารถที่จะควบคุมงานขององค์การตลาดให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งได้

ระยะเวลา 4 ปี ที่องค์การตลาดสังกัดกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กิจการไม่เจริญก้าวหน้าตามที่คาดหมายไว้ รัฐบาลโดย ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาให้โอนองค์การตลาด ไปสังกัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2505 ซึ่งนับแต่นั้นเป็นต้นมากิจการขององค์การตลาดก็ได้เจริญก้าวหน้าและดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

องค์การตลาด เป็นรัฐวิสาหกิจหน่วยงานหนึ่งในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย โดยใช้งบประมาณจากเงินทุนหมุนเวียนขององค์การตลาด ไม่ได้ขอใช้งบประมาณแผ่นดินแต่อย่างใด และนำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดินในอัตราร้อยละ 55 ของกำไรสุทธิประจำปี ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

เปิดเหมือนปกติ

รองผู้อำนวยการองค์การตลาด ลงพื้นที่ตลาดไท จ.ปทุมธานีนายวิทยา ทรัพย์เย็น รองผู้อำนวยการองค์การตลาด ทำการแทนผู้อำนวยการองค...
06/03/2022

รองผู้อำนวยการองค์การตลาด ลงพื้นที่ตลาดไท จ.ปทุมธานี
นายวิทยา ทรัพย์เย็น รองผู้อำนวยการองค์การตลาด ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การตลาด ร่วมด้วยตัวแทนคู่ค้าขององค์การตลาด ลงพื้นที่ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นตลาดกลางการค้าส่งสินค้าเกษตรของประเทศไทย เพื่อสำรวจตลาดหาแนวทางแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด โดยเฉพาะผลผลิตขิงล้นตลาดและราคาตกต่ำบนพื้นที่อำเภอเวียงแหงและอำเภอเมืองคอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่คาดว่าจะล้นกว่าสี่แสนกิโลกรัม

ทั้งนี้ องค์การตลาด (อต.) กระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการสนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลด้านการระบายสินค้าเกษตรที่ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาดและมีราคาตกต่ำ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในห้วงวิกฤตโควิดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

ประชาสัมพันธ์ อต.
ครั้งที่ 27/2565

🔹อต.ปลูกสำนึกจิตสาธารณะ "ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร"🚗 ชะลอ และ หยุด ให้คนข้ามถนนในทางข้ามทางม้าลาย🚕ช้า แต่ ชัวร์ ขับขี...
01/03/2022

🔹อต.ปลูกสำนึกจิตสาธารณะ "ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร"
🚗 ชะลอ และ หยุด ให้คนข้ามถนนในทางข้ามทางม้าลาย
🚕ช้า แต่ ชัวร์ ขับขี่ปลอดภัย
🚙เคารพกฎจราจร
เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือน้อยที่สุด

ประชาสัมพันธ์ อต.
ครั้งที่ 26/2565

ในยุคดิจิทัลที่มีความท้าทาย และเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง องค์กรต้องมีการปรับตัว ซึ่งปัจจัยสำคัญในการพัฒนาองค์กร คือ บุคลา...
28/02/2022

ในยุคดิจิทัลที่มีความท้าทาย และเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง องค์กรต้องมีการปรับตัว
ซึ่งปัจจัยสำคัญในการพัฒนาองค์กร คือ บุคลากร ที่ต้องเติบโตไปพร้อมองค์กร การปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ

รวมพลัง PROUD TO BE AORTOR ภูมิใจที่ได้เป็น อต

ประชาสัมพันธ์ อต.
ครั้งที่ 25/2565

Photos from กระทรวงมหาดไทย PR's post
28/02/2022

Photos from กระทรวงมหาดไทย PR's post

Photos from องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย's post
28/02/2022

Photos from องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย's post

ประชุมชี้แจงนโยบายการดำเนินกิจการของ อต. วันศุกร์ที่ 25 ก.พ. 65 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม องค์การตลาด ชั้น 3 องค์การตลา...
28/02/2022

ประชุมชี้แจงนโยบายการดำเนินกิจการของ อต.
วันศุกร์ที่ 25 ก.พ. 65 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม องค์การตลาด ชั้น 3
องค์การตลาดจัดประชุมชี้แจงนโยบายกรอบการดำเนินกิจการขององค์การตลาด โดยเป็นการชี้แจงนโยบายเร่งด่วน นโยบายที่สำคัญขององค์การตลาด โดยมีผู้บริหารองค์การตลาด เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมองค์การตลาดชั้น 3 และพนักงานองค์การตลาด ผู้ประกอบการค้า คู่ค้าขององค์การตลาด เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ Zoom Cloud Meetings
โดยการประชุมในครั้งนี้มีนโยบายเร่งด่วนได้แก่การรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ COVID-19 ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด จึงขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการค้าขององค์การตลาดปฏิบัติตามมาตราการและแนวทางของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
สำหรับนโนบายที่สำคัญขององค์การคือ 1)การจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการค้าขององค์การตลาดจัดหาสินค้าที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานที่กำหนดอย่างเคร่งครัด 2) โครงการ Demand Driven by DATA (DDD) เป็นโครงการที่องค์การตลาดดำเนินการสร้างฐานข้อมูลและรวบรวมข้อมูลโดยการนำข้อมูลความต้องการซื้อขายสินค้าเกษตรจากรายการอาหารดิบ เพื่อมาสร้าง Smart Farmer ให้กับเกษตรกร โดยขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการค้าขององค์การตลาดพิจารณาจัดหาสินค้าภายใต้โครงการ Demand Driven by DATA (DDD)เป็นอันดับแรก ในราคาที่เป็นธรรม ไม่ฝ่าฝืนกลไกตลาด และสอดคล้องกับราคาตามท้องตลาดที่มีในปัจจุบัน 3)โครงการ Go green plus 6G โดยมีเป้าหมายในระยะยาวสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศคือ zero carbon และ zero food waste ภายใต้ concept ของการพัฒนาดังนี้ G1 : Green :Product , G2 : Green Price , G3 : Green Place , G4 : Green Process ,G5 : Green Power , G6 : Green Partnership) และ 4) การพัฒนาและยกระดับคุณภาพของผู้ประกอบการค้าขององค์การตลาด ซึ่งองค์การตลาด ผู้ประกอบการค้าขององค์การตลาด จำเป็นต้องมีการปรับตัวและพัฒนาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง พิจารณานำนวัตกรรม เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ
นอกจากนี้ยังมีโครงการสานฝันปันรอยยิ้ม คืนคนดีสู่สังคม ซึ่งเป็นโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (corporate social responsibility : CSR) ภายใต้โครงการ Demand Driven by DATA (DDD)ซึ่งเป็นการช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง ส่งเสริมผู้พ้นโทษให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองได้ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นอย่างดี ทั้งนี้ได้มีการช่วยเหลือเกษตรกรในการระบายผลิตทางการเกษตร โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย จำนวน 5,200 กิโลกรัม

ประชาสัมพันธ์ อต.
ครั้งที่ 24/2565

โครงการ “ตลาดมาตรฐานสุขอนามัย” ประจำปี 2565อาหารปลอดภัย ไว้ใจตลาดหนองม่วง ภายใต้กิจกรรม “ตลาดมาตรฐานสุขอนามัย” สุ่มตรวจส...
23/02/2022

โครงการ “ตลาดมาตรฐานสุขอนามัย” ประจำปี 2565
อาหารปลอดภัย ไว้ใจตลาดหนองม่วง ภายใต้กิจกรรม “ตลาดมาตรฐานสุขอนามัย” สุ่มตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของอาหาร
.
องค์การตลาด สาขาหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุข อำเภอหนองม่วง โรงพยาบาลหนองม่วง และกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลหนองม่วง จัดกิจกรรมสุ่มเก็บตัวอย่างอาหาร ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล น้ำมันประกอบอาหาร หรืออื่นๆ ภายใต้กิจกรรมโครงการ “ตลาดมาตรฐานสุขอนามัย” เพื่อนำไปตรวจหาสารปนเปื้อน ตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของอาหารภายในตลาดเป็นประจำทุกเดือน ให้ตลาดสาขาหนองม่วงได้รับรองมาตรฐานสุขอนามัยต่อไป ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการภายในตลาดเป็นอย่างดี
.
นอกจากนี้ ตลาดสาขาหนองม่วง ผลักดันอบรมให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่ผู้ประกอบการในตลาด ได้ตระหนักป้องกันตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 กำชับให้ใส่หน้ากากป้องกันตลอดเวลา หมั่นขยันล้างมือ เว้นระยะห่าง และเช็คอินไทยชนะ ตนเองปลอดภัย ตลาดปลอดภัย ครอบครัวก็ปลอดภัย
.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
องค์การตลาด สาขา #หนองม่วง จังหวัดลพบุรี
☎️ โทร. 036-431-991
.
ประชาสัมพันธ์ อต.
ครั้งที่ 23/2564

อต. จัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) โครงการ จัดทำแผนดิจิทัลและสถาปัตยกรรมองค์กรขององค์การตลาดวันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์...
23/02/2022

อต. จัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) โครงการ จัดทำแผนดิจิทัลและสถาปัตยกรรมองค์กรขององค์การตลาด

วันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.00 น. องค์การตลาด จัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) โครงการ จัดทำแผนดิจิทัลและสถาปัตยกรรมองค์กรขององค์การตลาด หัวข้อ “วิธีการประเมินความคุ้มค่าความเสี่ยงและกรอบการประเมินความคุ้มค่าความเสี่ยง” โดยมีผู้บริหารองค์การตลาด เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมองค์การตลาดชั้น 3 และพนักงานองค์การตลาดเข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ Zoom Cloud Meetings
โดยการจัดประชุมในครั้งนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงที่จำเป็นสำหรับการจัดทำแผนปฏิบัติการดิจิทัล และสถาปัตยกรรมองค์กรในปัจจุบันเพื่อใช้เป็นกรอบดำเนินงานด้านดิจิทัลขององค์การตลาด ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ แผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานขององค์กร สถาปัตยกรรมองค์กรขององค์กร และเทคโนโลยีในปัจจุบัน

ประชาสัมพันธ์ อต.
ครั้งที่ 22/2565

รองผู้อำนวยการองค์การตลาด ตรวจเยี่ยม แปลงเกษตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่นายวิทยา ทรัพย์เย็น รองผู้อำนวยการองค์การตลา...
23/02/2022

รองผู้อำนวยการองค์การตลาด ตรวจเยี่ยม แปลงเกษตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
นายวิทยา ทรัพย์เย็น รองผู้อำนวยการองค์การตลาด ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การตลาด พร้อมด้วยนายศุภาโชติ มะหลีแก้ว เลขานุการองค์การตลาด ลงพื้นที่ตรวจเยื่อมแปลงเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ร่วมพูดคุยกับเกษตรกรถึงราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ผลผลิตล้นตลาด ซึ่งในช่วงเดือน มกราคมถึงเดือนเมษายน เกษตรกรจะปลูกแตงโม ผสมกับฟักทอง และในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคมจะทำการปลูกข้าว ซึ่งมีปลูกผักสวนครัวบางส่วนเพื่อขายและรับประทานเอง เช่น มะเขือยาว ถั่วฝักยาว เป็นต้น
ทั้งนี้องค์การตลาดได้เริ่มจัดทำโครงการ DDD หรือ Demand Driven by Data โดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการจัดทำฐานข้อมูลการจัดซื้อสินค้าเกษตรของภาครัฐ ที่อยู่ในความดูแลขององค์การตลาด เพื่อคาดการณ์และวางแผนการผลิตให้กับเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าและลดปัญหาสินค้าล้นตลาด ช่วยให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงตนเองและสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างพอเพียงและยั่งยืน

ประชาสัมพันธ์ อต.
ครั้งที่ 21/2565

Photos from องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย's post
17/02/2022

Photos from องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย's post

อต. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติราชการ (PA) ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Cloud Meetingsวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 9.0...
17/02/2022

อต. จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติราชการ (PA) ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Cloud Meetings
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 9.00 น. ณ การตลาด กระทรวงมหาดไทย นำโดย ฝ่ายบริหารบุคคล จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติราชการ (PA) ผ่านระบบ ZOOM Cloud Meetings ตามโครงการจัดทำบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติราชการ (performance agreement - PA) ประจำปีงบประมาณ 2565 ขององค์การตลาด โดยเป็นการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติราชการ (PA) ระหว่างผู้บริหารองค์การตลาดกับพนักงานองค์การตลาด
โครงการจัดทำบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติราชการ (performance agreement - PA) ประจำปีงบประมาณ 2565 ขององค์การตลาด หรือเรียกว่าระบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นกรอบในการบริหารจัดการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของหน่วยงานระดับฝ่าย ซึ่งจะช่วยให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามยุทธศาสตร์ได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม ทั้งในด้านการให้บริหาร กระบวนการทำงาน และการลงทุนด้านบุคลากรอันเป็นองค์ประกอบสำคัญขององค์กร อีกทั้งเพื่อตระหนักถึงความสำคัญของการมีสมรรถนะหลัก (Core competency) ขององค์กรด้วยอาศัยเครื่องมือทางการบริหารและนวัตกรรมที่ทันสมัยเสริมสร้างการพัฒนาต่อไป

ประชาสัมพันธ์ อต.
ครั้งที่ 20/2565

วันมาฆบูชา ปีนี้ตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 (วันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3) เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยเป็นวันที่พ...
16/02/2022

วันมาฆบูชา ปีนี้ตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 (วันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3) เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยเป็นวันที่พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และมีเหตุอัศจรรย์พร้อมกัน 4 ประการ หรือที่เรียกว่า "จาตุรงคสันนิบาต" และในวันนี้พระพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาฏิโมกข์" ซึ่งเป็นหลักคำสอนที่สำคัญของพุทธศาสนา

เหตุอัศจรรย์ในวันมาฆบูชา 4 ประการ คือ
1. เป็นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ดวงจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ (วันเพ็ญเดือน 3 )
2. พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมโดยมิได้นัดหมาย
3.ภิกษุเหล่านั้นเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา 6 ทั้งหมด ไม่มีภิกษุผู้เป็นปุถุชนหรือพระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามีแม้สักรูปเดียวมาประชุมในครั้งนี้
4.พระภิกษุทั้งหมดเป็นผู้ที่ได้รับการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา ซึ่งพระบรมศาสดาทรงประทานการบวชให้

ทั้งนี้ "กรมการศาสนา" เชิญชวนให้คนไทยร่วมกิจกรรมวันมาฆบูชาที่วัดใกล้บ้าน และร่วมกิจกรรมเรียนรู้ธรรมะ "เวียนเทียนออนไลน์" ในธีม "นมัสการพระบรมสารีริกธาตุออนไลน์ ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร" ตั้งแต่วันที่ 10 -16 กุมภาพันธ์ 2565
ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน วันสำคัญทางพระพุhttp://xn--o3ccd3dk1cc.com/
https://www.xn--42cgr4bbgbg6ba8c0bxsk5gidreic5k4v.com/

📣องค์การตลาดขอเชิญชวนบุคลากรและผู้มาติดต่อหรือรับบริการร่วมประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (...
15/02/2022

📣องค์การตลาดขอเชิญชวนบุคลากรและผู้มาติดต่อหรือรับบริการร่วมประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA)

👉โดยสามารถสแกน QR Code หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ https://itas.nacc.go.th/

📣 รับชมสารคดีเฉลิมพระเกียรติ ราชวงศ์จักรี ▶️ตอนที่ ๑ พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ แห่งพ...
15/02/2022
สารคดีรัชกาลที่ ๑๐ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (๑๗ ตอน) Archives - กระทรวงมหาดไทย

📣 รับชมสารคดีเฉลิมพระเกียรติ ราชวงศ์จักรี

▶️ตอนที่ ๑ พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ แห่งพระบรมราชจักรีวงค์
▶️ตอนที่ ๒ การสืบสานการสาธารณสุข
▶️ตอนที่ ๓ ขวัญข้าวแห่งแผ่นดิน
▶️ตอนที่ ๔ สายน้ำแห่งแผ่นดิน
▶️ตอนที่ ๕ พระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษา ดั่งแสงทอรุ้งจากฟากฟ้าสู่แผ่นดิน
▶️ตอนที่ ๖ มหาบพิตร ผู้ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก
▶️ตอนที่ ๗ การเจริญพระราชไมตรีระหว่างประเทศและ พระราชภารกิจด้านการทูต เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประเทศชาติ และประชาชน
▶️ตอนที่ ๘ พระมหากษัตริย์ผู้อยู่เคียงข้างประชาชน
▶️ตอนที่ ๙ การศึกษาด้านการทหาร และการบิน
▶️ตอนที่ ๑๐ สายพระโลหิตบูรพกษัตริย์นักรบ องค์จอมทัพไทย
▶️ตอนที่ ๑๑ พระราชกรณียกิจตามรอยพระบาทพระราชบิดา พระราชมารดา มหาราชาแห่งแผ่นดิน
▶️ตอนที่ ๑๒ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
▶️ตอนที่ ๑๓ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
▶️ตอนที่ ๑๔ สวนสัตว์แห่งใหม่ ในพระเมตตาของพระองค์
▶️ตอนที่ ๑๕ วันชนะศึกบ้านหมากแข้ง
▶️ตอนที่ ๑๖ บันทึกจากฐานปฏิบัติการนาจาน
▶️ตอนที่ ๑๗ ตามรอยพระบาทยาตรา พระมหากรุณา สู่เมืองน่าน ในรัชกาลที่ ๑๐

🎥 ผลิตโดย โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
↘️

ตอนที่ ๑๗ ตามรอยพระบาทยาตรา พระมหากรุณา สู่เมืองน่าน ในรัชกาลที่ ๑๐ โดย มหาดไทย 6 มกราคม 2565 6 มกราคม 2565 อ่านต่อ

อต. ร่วมพิธีมอบแบบลายผ้าขิดพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” และร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริม...
14/02/2022

อต. ร่วมพิธีมอบแบบลายผ้าขิดพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” และร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมการใช้และสวมผ้าไทย
วันนี้ (13 ก.พ. 65) เวลา 10:00 น. ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเต็ล อะ ลักชัวรี โฮเต็ล แบ็งค็อก เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานพิธีมอบแบบลายผ้าขิดพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยมี นายชยาวุธ จันทร นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารกรม หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี
โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และนำ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดทุกจังหวัด รับสมุดบันทึกแห่งความสุข (Calendar) และเจลแอลกอฮอล์พระราชทาน
จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดกรวยถวายเครื่องราชสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และกล่าวสำนึกในพระมหากรุณา ใจความตอนหนึ่งว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการ เพื่ออำนวยประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ พื้นฟู ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย ให้ดำรงอยู่ยั่งยืนตลอดไป ด้วยพระอัจฉริยภาพ พระองค์ทรงต่อยอดผสมผสานมุมมองด้านแฟชั่นที่ร่วมสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งการสืบสานอัตลักษณ์ เรื่องราวประจำภูมิภาค เป็นคุณูปการอย่างยิ่งแก่ปวงชนคนไทย ทรงพระราชทานแบบลายผ้า ชื่อลาย “ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในการออกแบบ เกิดความเชื่อมั่นว่าความงดงามของผ้าไทยจะคงอยู่คู่กับสังคมไทย โดยได้พระราชทานพระอนุญาตให้ กรมการพัฒนาชุมชน และสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” นับเป็นมิ่งมงคลยิ่งต่อการเริ่มต้นกิจกรรมการประกวด ทรงพระราชทานลายผ้าบาติก 3 ลาย “ปาเต๊ะร่วมใจเทิดไท้เจ้าหญิง” “ท้องทะเลไทย” และ “ป่าแดนใต้” ที่พระองค์ได้แรงบันดาลพระทัยจากการเสด็จไปทอดพระเนตรงานศิลปหัตถกรรมจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นในภาคใต้หลายครั้ง ทรงพบเห็นวิถีชีวิตและธรรมชาติของภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์ แนวพระดำริทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงบนผ้าลายบาติกพระราชทานนี้ เพื่อพระราชทานให้กับช่างฝีมือบาติก เป็นของขวัญตอบแทนมิตรภาพและความจริงใจที่ประชาชนชาวภาคใต้มอบให้กับพระองค์ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มคุณค่าและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ด้วยเรื่องราวและความหมายชวนประทับใจ เป็นการยกระดับผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากล เพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืนเปรียบดังแสงสว่างแห่งวิถีความงดงามของอัตลักษณ์ไทยส่งผ่านไปสู่พี่น้องประชาชน นำทางให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเศรษฐกิจฐานราก อันเป็นพลังที่จะสืบสานความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป”
จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เชิญแบบลายผ้าขิดพระราชทาน “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” มอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด ทุกจังหวัด เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อมอบให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม ทุกเทคนิค นำไปทอผ้า ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นในทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 65 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนิน ณ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ทอดพระเนตรกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ วัดธาตุประสิทธิ์ และหอประชุมโรงเรียนนาหว้าพิทยาคม จังหวัดนครพนม เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของโครงการศิลปาชีพ และในโอกาสเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 90 พรรษา เพื่อสร้างการรับรู้ประวัติศาสตร์ สู่คนรุ่นหลัง และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป โดยมีสมาชิกกลุ่มทอผ้าไหมกลุ่มแรกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในพื้นที่จังหวัดนครพนม และราษฎรเฝ้าฯ รับเสด็จ ซึ่งในการเสด็จฯ ครั้งนี้ ทรงพระราชทานแบบลายผ้า “ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา” ผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับช่างทอผ้าทุกกลุ่ม ทุกเทคนิค นำไปทอผ้า ผลิตผ้าตามอัตลักษณ์ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยแบบลายผ้าดังกล่าวทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยจาก “ผ้าขิดลายสมเด็จ” ที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระราชทานแก่ราษฎร อันเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย โดยแต่ละลวดลายมีความหมายที่ลึกซึ้ง ได้แก่ “ลาย S ที่ท้องผ้า” หมายถึง สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นต้นแบบในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงออกแบบให้เว้นช่องว่างไว้ เพื่อให้ราษฎรได้ร่วมถักทอลวดลายของตนเองลงในช่องว่าง เป็นการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากแต่ละท้องถิ่น โดยลายขิดที่เป็นกรอบล้อมรอบตัว S นี้ หมายถึงความจงรักภักดีที่ชาวไทยมีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์ “ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ” หมายถึง ความรักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อปวงชนชาวไทย “ลาย S” ประกอบกับลายขิดที่เชิงผ้า หมายถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงปรารถนาให้คนไทยอยู่ดีมีสุข “ลายต้นสนที่เชิงผ้า” หมายถึง พระดำริในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการฟื้นฟูประวัติศาสตร์ของโครงการศิลปาชีพฯ อันลายต้นสนนี้ เป็นลวดลายพื้นถิ่นที่ถักทออยู่บนผืนผ้าของบ้านนาหว้า จังหวัดนครพนม ที่ซึ่งเป็นจุดกำเนิดโครงการศิลปาชีพฯ “ลายหางนกยูงที่เชิงผ้า” หมายถึง ความตั้งพระทัยมั่นในการสืบสาน รักษาและต่อยอด พระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าของพระองค์ ในการฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน
“กระทรวงมหาดไทย น้อมนำแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษาและต่อยอด พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ฟื้นคืนภูมิปัญญาผ้าไทยให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดิน โดยกำหนดเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ปี 2565 ในการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย ภายใต้โครงการ "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" เพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ ได้มีอาชีพ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย
จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คุณรติรส จุลชาต ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ร่วมเสวนาการขับเคลื่อนโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” โดย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ช่วยชุบชีวิตของผู้ประกอบการทอผ้าทั่วประเทศ อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเห็นได้จากในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้พี่น้องประชาชนผู้ประกอบการทอผ้ามีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้น ดังนั้น “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ผู้ว่าราชการจังหวัดและประธานแม่บ้านมหาดไทย ต้องเป็น “ทูตการสวมใส่ผ้าไทย” เป็นผู้นำในการสวมใส่ผ้าไทยและเชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันใส่ผ้าไทยในทุกโอกาส
ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ กล่าวว่า “พระองค์มีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นในการสืบสาน รักษา ต่อยอด งานของสมเด็จย่า โดยพระราชทาน ดั่งน้ำฝนตกที่ทะเลทราย กี่ที่เคยเงียบในทุกจังหวัด ก็เริ่มมีเสียงกระทบ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้จากการทอผ้าขาย ส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และในปีนี้เป็นปีมหามงคล เนื่องในโอกาสสมเด็จพระนางเจ้าเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จะทรงมีพระชนมพรรษา 90 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะทรงเจริญพระชนมายุ 44 พรรษา ขอเชิญชวนทุกท่านได้ร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการรณรงค์การสวมใส่ผ้าไทย เพื่อร่วมกันสร้างความภาคภูมิใจ และสร้างประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานได้เรียนรู้และใส่ผ้าไทยให้สนุกในทุกวัน”
คุณรติรส จุลชาต ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงโดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการเยี่ยมเยียนราษฎรโดยเฉพาะกลุ่มทอผ้าในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ทำให้ได้ทรงซึมซับพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่า นำไปสู่การต่อยอดในการเรียนต่อในทางศิลปกรรมศาสตร์ เพื่อทรงช่วยเหลือประชาชนในการพัฒนาผ้าให้เกิดความเป็นสากล นำไปสู่การขับเคลื่อนแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ทำให้ได้ชุบชีวิตพี่น้องประชาชน โดยในช่วยการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 มียอดจำหน่ายผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ กว่า 561 ล้านบาท และเป็นยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยทั่วประเทศ จำนวนกว่า 9,911 ล้านบาท
นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ขับเคลื่อนการดำเนินโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผ่าน 6 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) “สร้างแรงบันดาลใจ แบ่งปันความรู้” 2) สืบสานพระราชปณิธาน “โครงการนาหว้าโมเดล” ในโอกาสครบรอบ 50 ปีโครงการศิลปาชีพ 3) สืบสาน อนุรักษ์ ภูมิปัญญา ผ่าน “โครงการพัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ 4 ชุมชน” เพื่อให้เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ 4) เพิ่มคุณค่าภูมิปัญญาสู่สากลผ่าน “โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสียอมร้อน” 5) การประกวดลายผ้าพระราชทานชุดที่ 3 และเปิดตัวแฟนเพจ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และ 6) การรวบรวมการพัฒนาเพื่อจัดแสดงผ้าไหมไทย (Thai Silk Festival 2022)
“การขับเคลื่อนผ้าไทย เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน เป็นการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย สร้างคุณภาพชีวิตประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศชาติ และเป็นหลักประกันว่าประเทศชาติเราจะมีความมั่นคงด้านเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เป็นที่ยืนยันว่า ภูมิปัญญา องค์ความรู้จากการพึ่งพาตนเองที่พระองค์ท่านกำลังส่งเสริมเกิดเป็นรูปธรรมอย่างครบวงจร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จึงขอให้ทุกจังหวัดช่วยกันส่งเสริมตามภูมิสังคมในพื้นที่นั้น ๆ โดยยึดถือเป้าหมายที่พระองค์ท่านพระราชทานพระดำริ คือ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย เพื่อให้ภูมิปัญญาบรรพบุรุษอยู่ได้อย่างยั่งยืน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม
ที่มา : กองสารนิเทศ สป.มท.

ที่อยู่

Suanphak Road
Bangkok
10170

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

020249270

เว็บไซต์

http://www.market-organization.or.th/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

👉7 ผักมงคลกินแล้วเฮงแถมสุขภาพดีรับตรุษจีน วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 ที่จะถึงนี้ ตรงกับ “วันตรุษจีน” หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนถือเป็นเทศกาลที่สำคัญและเป็นมงคล ซึ่งเป็นประเพณีที่ตกทอดสู่ประชากรเชื้อสายจีนที่กระจายอยู่ทั่วโลก นอกจากหมู เป็ด ไก่ ปลา และอาหารทะเลต่างๆ ที่นิยมนำมาไหว้เจ้าเนื่องในวันตรุษจีนแล้ว ในวันที่ 7 นับจากวันขึ้นปีใหม่ ตามความเชื่อของชาวจีนบางท้องถิ่นโดยเฉพาะชาวแต้จิ๋ว ฮากกา (จีนแคะ) จะเป็นวันกินผัก 7 อย่าง ซึ่งเลือกชื่อผักที่มีความหมายเป็นมงคลในภาษาจีน เพื่อความเป็นสิริมงคล สื่อถึงการเริ่มต้นชีวิตที่รุ่งเรือง มีโชคลาภ มีความสุขและร่ำรวยมั่งคั่งตลอดปี ♦️ในเทศกาลตรุษจีนชาวจีนมักนิยมนำผักที่มีชื่อมงคล 7 ชนิดมาผัดหรือต้มจับฉ่ายเช่น ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ผักกาดขาว กะหล่ำปี ต้นกระเทียม หัวไชเท้าและขึ้นช่าย โดยชื่อของผักที่สื่อความหมายถึงความเป็นมงคลนั้นมีความแตกต่างกันตามความเชื่อของชาวจีนในแต่ละท้องถิ่น ☑️“กะนั้มไฉ่” หรือ “ผักคะน้า” หมายถึง “ความเป็นหนึ่ง ยอดเยี่ยม ล้ำเลิศ” จากตัวอักษรซึ่งมาก่อนตัวอักษรอื่น ☑️“คึ้งไฉ่” หรือ “ผักคึ่นช่าย” ที่หมายถึง “ความมุมานะ” และ “ขยันหมั่นเพียร” ☑️“หัวไชเท้า” หมายถึง “ความสะอาดบริสุทธิ์” จากสีขาวของหัวไชเท้า แต่บางคนตีความว่า “ความเป็นใหญ่เป็นโต” ☑️“ตั่วไฉ่” หรือ “ผักกาดเขียว” หมายถึง “การประสบความสำเร็จ” ประชาสัมพันธ์ อต. ครั้งที่ 13/2565
📣การคัดแยกขยะ ถือเป็นอีกวิธีการที่สำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม 👉องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย ตระหนักถึงความสำคัญในการกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กรในด้านธรรมาภิบาลการบริหารพื้นที่ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาขยะมูลฝอยในชุมชน ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์วิธีการคัดแยกขยะ ก่อนจะนำไปทิ้ง เพื่อความสะดวกต่อการนำไปกำจัดหรือนำไปใช้ประโยชน์ใหม่ และยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย ด้วยการนำหลัก 3 ช มาใช้ ได้แก่ ใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ โดยทำป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณหน้าประตูลิฟท์ทั้ง 6 ชั้น ♻️การคัดแยกขยะโดยทั่วไปแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทคือ 1.ขยะย่อยสลายหรือขยะเศษอาหาร เป็นขยะที่ย่อยสลายได้ง่าย มีความชื้นมาก ส่งกลิ่นเหม็นได้อย่างรวดเร็ว ขยะประเภทนี้กำจัดและนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยการหมักทำปุ๋ยใช้ในการเกษตรได้ เช่น เศษอาหาร เศษผัก เศษผลไม้ เปลือกไม้ เป็นต้น 2.ขยะรีไซเคิล หรือขยะยังใช้ได้ ขยะประเภทนี้บางส่วนสามารถแยกนำมาแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น แก้ว กระดาษ พลาสติก โลหะ เป็นต้น 3.ขยะทั่วไป เป็นขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ ไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้ และไม่สามารถแยกเป็นประเภทต่างๆได้ เช่น พลาสติกห่อลูกอม ซองบะหมี่สำเร็จรูป ถุงพลาสติก โฟมและฟอล์ยที่เปื้อนอาหาร เป็นต้น 4.ขยะพิษ/อันตราย ถือเป็นขยะอันตรายที่จำเป็นต้องแยกทิ้งต่างหาก เนื่องจากสมบัติทางกานภาพ เคมี และชีวภาพ ได้แก่ สารเคมี วัตถุมีพิษ ซากถ่านไฟฉาย หลอดไฟ กระป๋องฉีดสเปรย์ และขยะติดเชื้อจากสถานพยาบาล ในการนี้องค์การตลาดสาขาตลิ่งชันยังได้จัดกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) ภายใต้ชื่อโครงการ “เปลี่ยนขยะเป็นกองบุญ ไม่มีทุนก็ทำบุญได้” ประจำปี 2564 และได้ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันโดยนำเงินที่ได้จากการคัดแยกขยะจำหน่าย เป็นกองบุญในหลายช่องทางการกุศลอีกด้วย ประชาสัมพันธ์ อต. ครั้งที่ 13/2565
📣อต. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำร่างข้อตกลงการปฏิบัติราชการ (PA) ขององค์การตลาดครั้งที่ 2 ผ่านระบบ ZOOM Cloud Meetings ⏩วันที่ 21 มกราคม 2565 เวลา 09.00 น. องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย นำโดย ฝ่ายบริหารบุคคล จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำร่างข้อตกลงการปฏิบัติราชการ (PA) ขององค์การตลาดครั้งที่ 2 ผ่านระบบ ZOOM Cloud Meetings โดยครอบคลุมผู้บริหาร และบุคลากรทุกระดับตามการจัดโครงสร้างขององค์การตลาด ตามโครงการจัดทำบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติราชการ (performance agreement - PA) ประจำปีงบประมาณ 2565 ขององค์การตลาด โดยการจัดประชุมในครั้งนี้เป็นการพิจารณารายละเอียดร่างข้อตกลงการปฏิบัติราชการ (PA) ขององค์การตลาด ประชาสัมพันธ์ อต. ครั้งที่ 12/2565
องค์การตลาด ส่งเสริมนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมุ่งมั่นหลักวัฒนธรรมองค์กรแห่งความโปร่งใส . 🎁🚫 NO GIFT POLICY งดรับ งดให้ ของขวัญ ในเทศกาลปีใหม่และเทศกาลอื่นใด . ขอน้อมรับความปรารถดี และขอบคุณในไมตรีจิตที่มีต่อกันเสมอมา “เปลี่ยนของขวัญเป็นอวยพรให้ เราก็สุขใจ” 🥰
📣ประชาสัมพันธ์ แผนปฏิบัติการว่าด้วยการส่งเสริมใช้ประโยชน์เทคโลโลยี 5G ของประเทศไทย ระยะที่ 1 เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้กระจายไปสู่สังคมทุกภาคส่วนอย่างแพร่หลาย และเพื่อเป็นช่องทางให้สามารถนำผลการศึกษาต่างๆ ไปใช้ประโยชน์ จากเทคโนโลยี 5G ต่อไป 👉ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ https://onde.go.th/view/1/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%94/1483/TH-TH
สัมมนาจับคู่ธุรกิจ​ Aortor Global Marketing (ของถูกขายฟรี ของดีพาส่งออก) ✈️✈️✈️ หลากหลาย Case Study มาร่วมแชร์ประสบการณ์ความสำเร็จ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกล่าวเปิดงาน สแกน​คิวอาร์โค้ด​ เพื่อสมัครสู่ถนนสายโกอินเตอร์กันค่ะ ⏲️แล้วพบกัน​ วันที่​ 28 ม.ค 65 📍ณ ห้องประชุมเทียนกิ่ง โรงแรมเฮลท์แลนด์รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดชลบุรี ‼️ย้ำว่าฟรี​ แต่รับจำนวนจำกัด‼️ ❤️ของขวัญปีใหม่ จาก💓มหาดไทย #ของถูกขายฟรีของดีพาส่งออก
📜 #วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ตรงกับวันที่ 17 มกราคม ของทุกปี องค์การตลาด (อต.) กระทรวงมหาดไทย ร่วมประกอบพิธีบวงสรวง เนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทย ผู้ทรงสร้างเอกลักษณ์ให้คนไทยได้มีตัวอักษรใช้มาจนจวบทุกวันนี้ . #พ่อขุนรามคำแหงมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง กรุงสุโขทัย ทรงทำนุบำรุงปกครองบ้านเมืองด้วยพระเมตตาธรรมต่อไพร่ฟ้า อาณาประชาราษฎร์ทรงสร้างสรรค์มรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมที่สำคัญๆ ของชาติไว้อย่างอเนกอนันต์ มรดกของชาติที่สำคัญที่สุดก็คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ทรงคิดประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 1826 อันเป็นต้นกำเนิดของ #อักษรไทย ที่ใช้กันในทุกวันนี้ นอกจากนี้พระองค์ท่านยังได้ทรงรวบรวมแคว้นต่างๆ เข้าด้วยกันจนเป็นราชอาณาจักรไทยที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่าทุกยุคสมัยที่ผ่านมา พระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประโยชน์แก่ประเทศชาติของพระองค์ท่านล้วนแต่เป็นการวางรากฐาน แห่งความเจริญไว้ให้แก่ประเทศชาติและปวงชนชาวไทยทุกคนสืบทอดต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน . ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านดังที่ได้ประจักษ์ รัฐบาลและปวงชนชาวไทยจึงได้พร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่านเป็น “ #มหาราช ” พระองค์แรกของชาติไทย และได้ร่วมกันสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ท่านขึ้นไว้ เพื่อสักการะ ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ จังหวัดสุโขทัย โดยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีอัญเชิญดวงพระวิญญาณของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช จากศาลพระแม่ย่าไปสถิต ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ฯ แล้วทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อวันที่17 พฤศจิกายน พ.ศ.2528 ซึ่งจังหวัดสุโขทัยได้จัดให้มีพิธีถวายบังคมมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 เป็นต้นมา นับแต่นั้นมาประมาณสามปีคือในเดือนธันวาคม พ.ศ.2531 สำนักงานสภาจังหวัดสุโขทัย ได้มีหนังสือเสนอต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ขอให้มีการกำหนด “วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช” ขึ้น โดยถือเอา วันที่ 17 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงประกอบพระราชพิธีและทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เป็น “วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช” ต่อมา คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย และจัดเอกสารทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ได้พิจารณาทบทวนเรื่องการกำหนดวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยคำนึงถึงความเหมาะสม และความถูกต้องตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้เสนอความคิดเห็นว่า ควรจะเป็นเหตุผลที่ว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพบหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2376 เมื่อได้มีการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ในคราวประชุม เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2532 แล้ว ในที่สุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติตามที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ ในการกำหนดวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ ซึ่งคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ และคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ได้พิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว . ✴️↘️↘️ ดังนั้นวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2533 จึงเป็น "วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช" วันสำคัญทางประวัติศาสตร์วันหนึ่งซึ่งถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก . ขอบคุณข้อมูล dailynews และ hilight kapook ประชาสัมพันธ์ อต. ครั้งที่ 11/2565
📚🚩 #วันครูแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 16 มกราคม ของทุกปี . เพื่อเชิดชู “ครู” ผู้เป็นแบบอย่างที่ดีและดูแลเด็กให้เป็นผู้ที่มีความรู้พร้อมเป็นกำลังของชาติ ซึ่งในอดีตได้จัดงานวันครูขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2500 และจัดเป็นวันหยุดของโรงเรียนเสมอมา โดยมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ดังนี้ 📌 1. จัดนิทรรศการ รวบรวมผลงานของครู 📌 2. มอบรางวัลให้กับครูที่มีผลงานได้รับการเชิดชูในปีนั้นๆ 📌 3. พิธีคารวะครูผู้สอนที่ยังมีชีวิตอยู่ 📌 4. พิธีระลึกถึงครูที่เสียชีวิตไปแล้ว 📌 5. กิจกรรมเพื่อสร้างความสามัคคีระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพครู เช่น การแข่งขันกีฬา . โดย เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็นวันที่ประกาศใช้พระราชบัญญัติครูในพระราชกิจจานุเบกษา โดยจัดตั้งสภาในกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า “ #คุรุสภา ” ซึ่งเป็นนิติบุคคล รวบรวมคุณครูในสังกัดมาเป็นสมาชิกคุรุสภา สมาชิกมีหน้าที่เสนอความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อสถาบันวิชาชีพครู พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นเรื่องนโยบายการศึกษาและวิชาการทั่วไปแก่กระทรวงศึกษาธิการ ทุกๆ ปี คุรุสภาจะจัดให้มีการประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ครูจากทั่วประเทศมาแถลงผลงานประจำปี และสอบถามข้อสงสัยในการดำเนินงานต่างๆ โดยเริ่มแรกใช้หอประชุมสามัคยาจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ประชุม ภายหลังจึงจัดประชุมขึ้นที่หอประชุมคุรุสภา . ———————— 📣👩🏻‍🏫 #คำขวัญวันครู คำขวัญวันครู 2565โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้คำขวัญเนื่องในโอกาสวันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 66 ไว้ว่า... "พัฒนาครู พัฒนาเด็ก เรียนรู้สู่อนาคต" . ขอบคุณข้อมูล: ไทยรัฐออนไลน์ ประชาสัมพันธ์ อต. ครั้งที่ 10/2565
องค์การตลาด เร่งเดินหน้า สนองนโยบายเร่งด่วนของภาครัฐ โดย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) แก้ปัญหาการขนส่งสินค้าเกษตร วันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2565 ณ องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย นายวิทยา ทรัพย์เย็น รองผู้อำนวยการองค์การตลาด เป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรคทุเรียนที่มีปริมาณมากจากแหล่งเพาะปลูกในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ อีกทั้งปัจจุบันประสบปัญหาด้านการส่งออกไปยังประเทศจีน โดยการเข้าพบของนายนรินทร์ พัฒน์ทอง นายกสมาคมชาวสวนทุเรียนและคณะ ในครั้งนี้นั้น องค์การตลาดได้เชื่อมโยงความร่วมมือไปยัง บริษัท นามยง เวิลด์ไวล์ เอกเพรส ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจส่งออกและโลจิสติกส์ นายกสมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตไทย เข้าร่วมประชุมเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน ทั้งด้านการควบคุมคุณภาพสินค้า ทั้งปัจจัยด้านต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง และมาตรการการนำเข้าสินค้าสู่ประเทศจีน รวมถึงแนวทางการยกระดับมาตรฐานสินค้าทุเรียนสดเพื่อสร้างการแข่งขันทางการค้าให้กับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนไทยให้ยั่งยืนต่อไป ประชาสัมพันธ์ อต. ครั้งที่ 9/2565