แขวงทางหลวงกรุงเทพ กรมทางหลวง

แขวงทางหลวงกรุงเทพ กรมทางหลวง .
(1)

เปิดเหมือนปกติ

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์
14/09/2020

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์

สร้างปีนี้ 10 เลน”แยกคอมเพล็กซ์-บางพระ” 1.2 พันล้าน
*ทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทราด้านใต้เสร็จปี 66
*อีอีซีจงเจริญ! ภาคกลางวาร์ปไปอีสานวิ่งฉิว

รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) แจ้งว่า ได้เสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาอนุมัติวงเงินโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 365 ทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทราด้านใต้ช่วง กม. 0+000-กม. 4+995 ระยะทาง 4.995 กิโลเมตร (กม.) งบประมาณ 1,200 ล้านบาท ที่ได้ออกแบบโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากได้รับการอนุมัติจะเร่งประกวดราคาหาผู้รับเหมาทันที คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 63 ใช้เวลาก่อสร้าง 1,080 วัน แล้วเสร็จภายในปี 66

รูปแบบโครงการมีจุดเริ่มต้นที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนสุวินทวงศ์) และทางหลวงหมายเลข 315 (ถนนศุขประยูร) หรือจุดตัดทางแยกคอมเพล็กซ์ กม. ที่ 0+000 บน ทล. 365 ในพื้นที่ ต.บางตีนเป็ด อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา และสิ้นสุดโครงการบริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 314 (ถนนสิริโสธร) หรือบริเวณจุดตัดทางแยกบางพระ ที่ กม. 4+995 บน ทล.365 พื้นที่ ต.บางพระ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

ปัจจุบันมีขนาด 4 ช่องจราจรไปกลับด้านละ2ช่อง ได้ออกแบบให้ขยายเป็น 6-10 ช่อง ไปกลับขึ้นอยู่กับเขตทางและสภาพพื้นที่ ความกว้างช่องละ 3.5 เมตร มีเกาะกลางแบบแผงกั้นคอนกรีตกว้าง1.6 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้างข้างละ 2.5 เมตร ผิวทางเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่ช่วงที่มีขนาด 10 ช่องจะเพิ่มทางขนาน 2 ช่อง ซ้าย-ขวา ความกว้างช่องละ 3.25 เมตร ทางเท้ากว้าง 4.2 เมตร ไหล่ทางทางขนานกว้าง 2.5 เมตร ผิวทางเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก

นอกจากนี้ได้ออกแบบจุดกลับรถใต้สะพาน 3 แห่ง ได้แก่ 1.ช่วงต้นโครงการบริเวณจุดตัดทางแยกคอมเพล็กซ์ 2.ช่วงกลางโครงการบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง กม. ที่ 3+300 บน ทล. 365 และ 3.ช่วงสิ้นสุดโครงการบริเวณทางแยกบางพระ เพื่อความปลอดภัยไม่ตัดกระแสการจราจรทางหลัก โครงการนี้ไม่มีการเวนคืน เพราะใช้เขตทางเดิมของ ทล.ทั้งหมดซึ่งเพียงพอต่อการก่อสร้าง

อย่างไรก็ตามโครงการใช้งบประมาณค่อนข้างสูงหากเทียบกับระยะทางก่อสร้าง4.9 กม. เนื่องจากบริเวณจุดตัดได้ก่อสร้างเป็นทางต่างระดับ สำหรับเลี้ยวขวา 2 ช่องจราจร 2 ทิศทาง มีความสูงช่องลอดไม่ต่ำกว่า 5.5 เมตร ทั้งสองทิศทาง โดยปิดการใช้งานแยกสัญญาณไฟจราจรระดับดินเดิม รวมทั้งปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะกับการก่อสร้าง เพราะมีสภาพดินค่อนข้างอ่อน

สำหรับแยกคอมเพล็กซ์ และแยกบางพระมีปริมาณการจราจรสูงประมาณ 95,000 คันต่อวัน เพราะมีการขยายตัวของชุมชนเมือง รวมทั้งเป็นเส้นทางหลักสู่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.ฉะเชิงเทรา อย่างวัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือวัดหลวงพ่อโสธร ตลอดจนรองรับรถจากทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา ไป อ.พนมสารคาม เพื่อเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ช่องทางที่มีอยู่เกินขีดความสามารถรองรับปริมาณรถที่คับคั่งทำให้เกิดปัญหารถติด

เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะรองรับปริมาณการจราจรสูงกว่า 100,000 คันต่อวัน ทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็วและมีความปลอดภัยในการเดินทางมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสนับสนุนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก( อีอีซี)

🔴ฝากกด like ถูกใจ 👍👍 กด follow ติดตาม 😎😎และกด share 👌👌เพจข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์ ด้วยนะจ๊ะ❤️

#ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์
#สร้าง10เลนทางเลี่ยงเมืองฉะเชิงเทราด้านใต้
#แยกคอมเพล็กซ์ถึงแยกบางพระ
#กรมทางหลวง

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์
14/09/2020

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์

โละหมดพันตู้เก็บค่าทางด่วน-มอเตอร์เวย์ใช้ ”M-flow”
*นำร่องปีใหม่ [email protected]ทับช้างสแกนผ่านฉิวไร้ไม้กั้น
*ยกเลิกพนักงานด่านกว่า3พันคนย้ายทำหน้าที่อื่น
*เพิ่มข้อหาแหกด่านผิดกฎหมายต่อทะเบียนไม่ได้

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับข้อมูลทะเบียนยานพาหนะระหว่าง กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) กรมทางหลวง(ทล.) และ กทพ.

พร้อมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อศึกษาและพัฒนาระบบเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น Multi-Lane Free Flow หรือ M-Flow ในรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน (Single Platform System) ร่วมกันระหว่าง ทล. กทพ. ขบ. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม และบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือโทลเวย์ โดยมีผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมงาน

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า เป็นเวลา 1ปี1เดือน14วัน ตั้งแต่ตนเข้ารับตำแหน่งที่ได้ให้นโยบายเร่งด่วนเรื่องแก้ปัญหารถติดสะสมบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษและทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) ซึ่งขณะนี้เริ่มเป็นรูปธรรมแล้ว เพราะกรมทางหลวงได้ศึกษาและพัฒนาระบบ M-Flow ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยี Video Tolling แบบ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่สามารถตรวจจับป้ายทะเบียนรถโดยอัตโนมัติ โดยจะทำหน้าที่บันทึกทะเบียนรถเพื่อเรียกเก็บค่าผ่านทางเป็นรายเดือน เช่นเดียวกันค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว

อยู่ระหว่างหาผู้รับจ้างดำเนินการระยะที่1 นำร่องบริเวณมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก (บางปะอิน-บางพลี) จำนวน 2 ด่าน ได้แก่ ด่านทับช้าง 1 และด่านทับช้าง 2 ซึ่งจะเป็นระบบ M-Flow ทุกช่องเก็บเงินไม่มีช่องM-Pass หรือช่องเงินสดแล้ว

คาดว่าจะทดสอบระบบได้ภายในเดือนธ.ค.นี้ก่อนเปิดให้ประชาชนใช้งานอย่างเต็มรูปแบบหลังปีใหม่ในต้นเดือนม.ค.64 ขณะที่กทพ.จะเริ่มนำร่องที่ทางด่วนฉลองรัช(รามอินทรา-อาจณรงค์) ในเดือนก.พ.64 จากนั้นให้ทั้ง2หน่วยงาน รวมถึงเอกชนที่ได้รับสัมปทานในการบริหารจัดการทางด่วน มอเตอร์เวย์ รวมถึงโทลเวย์เร่งขยายผลให้ครบทุกด่านภายในสิ้นปี64ต่อไป

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า เมื่อใช้ระบบ M-Flow แล้วด่านเก็บค่าผ่านทางที่มีอยู่คงไม่ได้ใช้แล้ว ดังนั้นระยะต่อไปขอให้ทั้ง2หน่วยงานตรวจสอบในสัญญาว่าสามารถรื้อถอนออกได้หรือไม่อย่างไร เพราะถ้าใช้ระบบ M-Flow เต็มรูปแบบแล้วก็อยากให้รื้อถอนตู้ค่าค่าผ่านทางออกทั้งหมดเพราะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรแล้ว

ระบบดังกล่าวนอกจากอำนวยความสะดวกให้ประชาชนไม่ต้องยุ่งยากในการใช้บริการแล้ว ยังช่วยเรื่องความมั่นคงในการตรวจสอบยานพาหนะที่ผ่านมาเข้ามาในระบบได้อย่างแม่นยำ โดยบูรณาการข้อมูลกับกรมการชนส่งทางบก(ขบ.) เพื่อจะได้รู้ว่ามีรถอะไร และมีประวัติอย่างไรถูกต้องหรือผิดกฎหมาย เช่น ปลอมทะเบียน เปลี่ยนสี ถูกขโมย หรือใช้ประกอบอาชญากรรมผ่านเข้ามาในระบบหรือไม่ ก่อนส่งต่อให้ขบ.ตรวจสอบและส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตามฝากว่าการเปลี่ยนแปลงย่อมมีผลกระทบอาจเกิดขึ้นจึงย้ำว่าในส่วนของพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่ตามด่านเก็บเงินนั้นให้ ทล. กทพ.บีอีเอ็มและโทลย์เวย์ ไปพิจารณาหาทางเยียวยา โดยไม่ต้องการให้ออก(รีไทร์) แต่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งให้ไปปฏิบัติงานอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น จึงขอให้มั่นใจว่าไม่เกิดผลกระทบต่อพนักงานแต่ในอนาคตคงไม่มีการรับพนักงานใหม่แล้ว

ทั้งนี้ขอให้ทั้ง2หน่วยงานเร่งประชาสัมพันธ์ก่อนเปิดใช้ระบบ M-Flow อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้บริการต้องสับสน เหมือนกับการยกเว้นค่าผ่านทางในช่วงวันหยุดพิเศษที่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ไม่รู้ รวมถึงเมื่อใช้ระบบ M-Flow ก็ต้องยกเลิกบัตรM-Pass Easy-Pass และระบบเงินสดด้วย ดังนั้นจำเป็นต้องประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องก่อน

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า การดำเนินการระบบ M-Flow จะมีการเปิดประมูลว่าจ้างเอกชนเข้ามาเป็นผู้บริหารจัดการในการตรวจรถ เรียกเก็บเงิน และติดตามหนี้กรณีไม่จ่ายค่าผ่านทาง ซึ่งปัจจุบัน กทพ.และทล.มีปัญหาเรื่องการเก็บค่าผ่านทางที่ได้ไม่เต็ม100% เพราะมีผู้หนีด่านเฉลี่ยวันละประมาณ 2%

เมื่อว่าจ้างเอกชนบริหารจัดการแล้วเอกชนจะเป็นผู้การันตีรายได้จากการเก็บค่าผ่านทาง และประกันความเสี่ยงว่าทั้ง2หน่วยงานจะได้รายได้ครบ100% ทั้ง2หน่วยงานไม่ต้องไปติดตามหนี้เองแล้ว รวมถึงส่งข้อมูลให้กับขบ.กรณีชำระค่าใช้บริการไม่ครบด้วยซึ่งจะนำไปสู่การไม่ต่อทะเบียนรถให้

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เพิ่มข้อหาการไม่ชำระค่าผ่านทางเป็นความผิดตามพ.ร.บ.จราจรด้วย ซึ่งขณะนี้ทล.ได้เตรียมส่งเรื่องเข้าคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก(คจร.) เพื่อพิจารณาแล้ว ทั้งนี้ยืนยันว่าระบบดังกล่าวมีการใช้ในหลายประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา เยอรมันนี สเปน เป็นต้น

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า ภายในสิ้นเดือนนี้ทล.จะว่าจ้างเอกชนวงเงิน180ล้านบาทติดตั้งระบบโครงสร้าง M-Flow ที่บริเวณด่านมอเตอร์เวย์สาย 9 ทั้ง 4 ด่าน ได้แก่ ด่านธัญบุรี 1, ด่านธัญบุรี 2, ด่านทับช้าง 1 และด่านทับช้าง 2 และอยู่ระหว่างร่างเอกสารประกวดราคา(ทีโออาร์)ว่าจ้างเอกชนเข้ามาบริหารจัดการระบบ M-Flow พร้อมติดตั้งกล้องบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทาง คาดว่าจะประมูลได้ในปลายเดือนต.ค. จากนั้นจะทดสอบระบบในเดือนธ.ค.และเปิดใช้อย่างสมบูรณ์ในต้นปี64 ก่อนขยายผลในทุกด่านต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทล.และกทพ.มีพนักงานประจำตู้เก็บค่าผ่านทางรวมกว่า 3 พันคน แบ่งเป็นพนักงานมอเตอร์เวย์ประมาณ1พันคน และมีตู้เก็บค่าผ่านทางประมาณ200ตู้ จากด่านทั้งหมดจำนวน16ด่าน ขณะที่กทพ.มีพนักงานประจำตู้เก็บค่าผ่านทางด่วนกว่า 2พันคน มีตู้เก็บค่าผ่านทางประมาณ 800ตู้ จากด่านทั้งหมด141ด่านเก็บค่าผ่านทาง ทั้งนี้แต่ละด่านเก็บค่าผ่านทางทั้งของทล.และกทพ.จะมีจำนวนตู้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับขนาดของแต่ละด่าน


🔴ฝากกด like ถูกใจ 👍👍 กด follow ติดตาม 😎😎และกด share 👌👌เพจข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์ ด้วยนะจ๊ะ❤️

#ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์
#ยกเลิกไม้กั้น
#รื้อตู้ทางด่วนมอเตอร์เวย์
#MFlow
#ศักดิ์สยามชิดชอบ
#สราวุธทรงศิวิไล

14/09/2020
กรมทางหลวง

กรมทางหลวง

ความคืบหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81)

14/09/2020
กรมทางหลวง

กรมทางหลวง

ความคืบหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6)

14/09/2020
กรมทางหลวง

กรมทางหลวง

ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ -บ้านฉาง

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์
12/09/2020

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์

ไปเจิมกันยัง? เพิ่มสะพาน2ช่องต่างระดับบางปะอินเวิร์ก
*ระบายแสนคันวิ่งฉิวเข้าสายเอเชียไปเหนือคล่อง
*นายช่างทล.ย้ำรัวๆให้แค่รถ4ล้อพี่เบิ้มใช้ตัวเดิม

นายกิตตินันท์ พรมทุ่ง นายช่างโยธาอาวุโสโครงการก่อสร้างปรับปรุงทางแยกต่างระดับบางปะอิน (บางส่วน) จ.พระนครศรีอยุธยา กรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ผลเปิดใช้สะพานที่ทางแยกต่างระดับบางปะอิน (บางส่วน) เมื่อวันที่ 31 ส.ค. จนถึงปัจจุบันพบว่าประชาชนใช้เส้นทางยังไม่มากนักอาจยังไม่ทราบข้อมูลทั่วถึง

แต่ถือว่าช่วยระบายการจราจรโดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดีซึ่งมีปริมาณการจราจรผ่านทางแยกต่างระดับบางปะอินนับแสนคันต่อวัน ช่วยระบายรถสู่ทางหลวงหมายเลข 32 (ถนนเอเชีย) เดินทางไปภาคเหนือได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

ขณะเดียวกันต้องประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าสะพานตัวใหม่อนุญาตให้เฉพาะรถ 4 ล้อใช้บริการเท่านั้น ส่วนรถ 6 ล้อขึ้นไปต้องใช้สะพานเดิมเพื่อความปลอดภัย เพื่อแยกรถเล็กและรถใหญ่ให้ชัดเจนและเดินทางได้สะดวกมากขึ้น พร้อมเก็บข้อมูลปริมาณการจราจรวันต่อวันเพื่อประเมินผลและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป

นายกิตตินันท์ กล่าวต่อว่า โครงการมีจุดเริ่มต้นที่ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) กม.ที่ 50+900 บริเวณบริษัทเอ็นเอ็มบี-มินีแบไทยจำกัด นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รวมทั้งคาบเกี่ยวพื้นที่ อ.บางปะอิน และอ.วังน้อยจ.พระนครศรีอยุธยา-กม.ที่ 55+450 ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต.ลำไทร อ.วังน้อยจ.พระนครศรีอยุธยา ระยะทาง 4.550 กม. งบประมาณก่อสร้าง 305,800,000 บาท

เป็นทางยกระดับขนาด 2 ช่องแยกทิศทางรับรถจากถนนวงแหวนตะวันออกหรือมอเตอร์เวย์หมายเลข9 (บางปะอิน-บางพลี) และ จ.สระบุรี มุ่งหน้าถนนสายเอเชียโดยไม่ต้องผ่านทางแยกต่างระดับบางปะอินเดิม พร้อมขยายถนนช่องทางคู่ขนานทิศทางขาเข้ากรุงเทพฯ อีก 1 ช่องจากเดิม 3 ช่อง รวมเป็น 4 ช่อง แก้ไขปัญหาคอขวดด้วย

ทั้งนี้ปัจจุบันบริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอินมีปริมาณการจราจรหนาแน่น และติดขัด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเพราะรับรถจากกรุงเทพฯสระบุรี ปทุมธานี เข้าถนนเอเชีย มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ และอนาคตทางแยกต่างระดับบางปะอินจะเชื่อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา ซึ่งปริมาณจราจรจะเพิ่มและส่งผลให้รถติดยิ่งขึ้น

🔴ฝากกด like ถูกใจ 👍👍 กด follow ติดตาม 😎😎และกด share 👌👌เพจข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์ ด้วยนะจ๊ะ❤️

#ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์
#สะพานต่างระดับบางปะอิน
#กรมทางหลวง

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์
11/09/2020

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์

“อธิบดี”น้อมรับทุกข้อผิดพลาดศาลาทางหลวงกันแดดฝนไม่ได้
*ผู้รับเหมาซ่อมฟรี8ล้านทั้ง114แห่งสยบทัวร์ลงรอบ2
*สร้างใหม่ 300 หลังใช้ทรงไทยไม่เอาแล้วเพิงแหงน
*เปิดราคาเทียบ1.2/1.3แสนอายุใช้งานเท่ากัน5-10ปี

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์กรณีประชาชนจำนวนมากยังวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ(ทัวร์ลง) ศาลาริมทางหลวงแบบโมเดิร์นเพิงแหงนที่มีต้นแบบมาจากการก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 220 สายศรีสะเกษ-ขุขันธ์ตอน ศรีสะเกษ-อ.วังหิน แม้ล่าสุดจะแก้ไขแบบบางแห่งด้วยการใช้วัสดุครอบทับศาลาเดิมเป็นหลังคากันแดดกันฝน2ชั้นแล้วก็ตามแต่ยังไม่ตอบโจทย์ประชาชนสู้ศาลาหน้าจั่วทรงไทยแบบเดิมไม่ได้ ทำให้สั่นสะเทือนวงการสถาปัตย์ ผู้พิการไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้และทำให้เสียงบประมาณซ้ำซ้อน

โดยนายสราวุธ กล่าวว่า กรมทางหลวงน้อมรับฟังทุกข้อวิพากษ์วิจารณ์ สำหรับศาลาทางหลวงแบบเพิงแหงนที่สร้างเสร็จและต้องปรับปรุงมีทั้งหมด 114 แห่งทั่วประเทศ ได้แก้ไขเสร็จแล้ว 14 แห่งคือที่ จ.ระยอง 1แห่ง ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งในโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 36 สาย กระทิงลาย-ระยอง ตอน ทางแยกต่างระดับเขาไม้แก้ว-แยกหนองบอน ตอน 2 ระหว่าง กม.25+000-33+000 มี หจก. ไทพิพัฒน์เป็นผู้รับจ้าง

อีก13แห่งอยู่บนทางหลวงสายศรีสะเกษ-ขุขันธ์ ช่วงระหว่างศรีสะเกษ-อ.วังหิน มีการขยายถนนจาก 2ช่อง เป็น 4 ช่อง ได้ปรับปรุงแก้ไขใส่ผนังเหล็กลายไม้ด้านหลังศาลา ซึ่งมีลวดลายสวยงาม และบริเวณด้านข้างเสริมเหล็กพร้อมนำแผ่นพลาสติกใสมาติดตั้งทั้งสองข้างให้มองเห็นทะลุไม่เป็นมุมอับ ส่วนบริเวณหลังคาด้านหน้า ได้ทำกันสาดยื่นออกมาเล็กน้อย ให้ใช้ประโยชน์ในการบังแดดบังฝนได้ จากการลงพื้นที่ของแขวงฯศรีสะเกษติดตามผลพบว่าชาวบ้านพอใจในการใช้งาน

ในทุกจุดที่ปรับปรุงได้มอบหมายแขวงและหมวดทางหลวงที่รับผิดชอบร่วมกับทางโครงการก่อสร้างทำหนังสือเป็นทางการเพื่อปรึกษาหารือ พร้อมขอคำแนะนำ และขอความเห็นกับหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ รวมถึงผู้ใหญ่บ้านและประชาชนพร้อมลงสำรวจพื้นที่จริงเพื่อเลือกรูปแบบการปรับปรุงศาลาทางหลวงตามที่ท้องถิ่นและประชาชนต้องการ โดยมีหลังคากันฝนและวัสดุกันแดดเพิ่มเติมให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

ยกตัวอย่างที่ จ.ระยอง ซึ่งทำหลังคาเพิ่มเป็น 2 ชั้น ค่าปรับปรุง 70,000 กว่าบาท จากรูปแบบเดิมใช้งบประมาณ 125,000 บาท รวมงบฯเดิมและปรับปรุงใหม่ 195,000 บาท ซึ่งผู้รับจ้างโครงการยินดีปรับปรุงให้ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม ส่วนที่ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องทางลาดผู้พิการจะให้ปรับปรุงเพิ่มเติม

นายสราวุธ กล่าวต่อว่า ส่วนที่เหลืออีก 110 แห่ง รวมงบฯปรับปรุงอีกประมาณ 8 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการให้เน้นลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชนร่วมด้วยให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของประชาชนเป็นหลัก โดยการปรับปรุงใหม่ได้ขอความร่วมมือจากผู้รับจ้างในแต่ละโครงการให้ออกงบให้แม้บางโครงการจะดำเนินการเสร็จแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาปรับปรุงเสร็จภายใน3 เดือน ซึ่งผู้รับจ้างมีความยินดีปรับปรุงให้ทั้งหมดโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื่องจากงบฯแต่ละแห่งไม่มากไม่ถึง 100,000 บาท

นายสราวุธ ยังตอบข้อสงสัยของผู้สื่อข่าวและประชาชนด้วยว่าทำไม? ผู้รับจ้างหรือผู้รับเหมาใจดียินดีปรับปรุงให้ฟรีรวมแล้วตั้ง 8 ล้านบาทว่า ค่างานในส่วนศาลาทางหลวงน้อยมาก เมื่อเทียบกับมูลค่าโครงการทั้งหมด เช่น บางโครงการมี 10 หลัง@120,000 = 1.2 ล้านค่างานทั้งสัญญา 700 ล้าน คิดเป็น 0.17% การปรับปรุงแต่ละจุด น้อยบ้าง มากบ้าง อยู่ในช่วง 10,000-70,000 บาท บางแห่งเอาต้นไม้มาเสริมเท่านั้น เพราะอยู่ในจุดที่เหมาะสมแล้วเมื่อเทียบเป็นเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มไม่เยอะมาก และที่สำคัญเชื่อว่าผู้รับจ้างมองว่าเป็นการช่วยกรมทางหลวง ให้ผ่านวิกฤติเรื่องนี้ ได้ช่วยประชาชนหลบแดดกันฝนได้ คนไทยด้วยกัน

นายสราวุธ กล่าวอีกว่า ส่วนศาลาทางหลวงที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอีกประมาณ 300 แห่ง ให้นโยบายแล้วว่าใช้รูปแบบศาลาทางหลวงแบบหน้าจั่วหลังคาคลุม4 เสา ทรงไทยแบบเดิมแต่ให้พิจารณาปรับตำแหน่งหรือปรับขนาดให้เหมาะสมกับพื้นที่ เดิมทำแบบเพิงแหงนเพราะเขตทางไม่เพียงพอ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้ทางด้วย ซึ่งระยะเวลาดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญาแต่ละโครงการ

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ปัจจุบันมีศาลาริมทางหลวง 20,304 แห่งทั่วประเทศผู้บริหารได้สั่งการให้ปรับปรุงสภาพพร้อมใช้งาน เช่น สีซีด หลังคาแตก พื้นศาลาแตก และที่นั่งพัง ต้องแก้ไขทันทีใช้งบไม่มากแต่กรณีโดนพายุถล่มอย่างหนักหลังคาปลิวทั้งหลังหรือเสาศาลาหักพัง ใช้งบฯ 40,000-50,000 บาท เปลี่ยนหลังคาและเสาใหม่ โดยศาลาสร้างใหม่แบบทรงจั่วหลังคาคลุม 4 เสา งบฯอยู่ที่ประมาณ 110,000 -120,000บาทต่อแห่ง เทียบกับแบบเพิงแหงนอยู่ที่ประมาณ 120,000-130,000 บาทต่อแห่ง อายุใช้งานเท่ากัน 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับวัสดุในการใช้

🔴ฝากกด like ถูกใจ 👍👍 กด follow ติดตาม 😎😎และกด share 👌👌เพจข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์ ด้วยนะจ๊ะ❤️

#ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์
#ศาลาทางหลวง
#สราวุธทรงศิวิไล
#กรมทางหลวง

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์
11/09/2020

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์

แชะชิคเช็คอิน “สุราษฎร์ฯ เกตเวย์” แลนด์มาร์กแห่งใหม่
*ริมทางหลวงหมายเลข 41 ขาล่อง อ.เวียงสระ
*พักเหนื่อย-จุดกึ่งกลางเดินทาง กทม.-เบตง

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมทางหลวง (ทล.) แจ้งว่า แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 3 (เวียงสระ) ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ตามสถาปัตยกรรมทางหลวงริมทางหลวงหมายเลข 41 (เอเชีย) ขาล่องพื้นที่ ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ก่อสร้างจุดพักรถบริการประชาชนติดกับจุดบริการตำรวจทางหลวงเวียงสระ ให้มีที่จอดรถและจุดพักผ่อน

โดยนำประติมากรรม ปูนปั้นสัญลักษณ์ของกินแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมาตกแต่งสร้างสร้างเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ให้สวยงามและอำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้เส้นทางได้ผ่อนคลายอิริยาบถระหว่างการเดินทาง เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นจุดกึ่งกลางของการเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปเบตง จ.ยะลาที่อันตราย

โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวงริมทางหลวงหมายเลข 41 ดังกล่าวอยู่ช่วง ตอน ท่าชี-ถ้ำพรรณรา ระหว่าง กม.228+025-กม.228+104 (ด้านซ้ายทาง) โดยแขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่ 3 (เวียงสระ) ได้ดำเนินการตามนโยบายของนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดี ทล. ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชน

รวมถึงดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศโดยการสัญจรทางถนน แขวงฯ จึงได้จัดทำแผนขออนุมัติจัดสร้าง “สุราษฎร์ฯ เกตเวย์” เพื่อให้เป็นจุดพักผ่อนระหว่างการเดินทางสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลต่างๆ

รวมทั้งช่วงที่มีวันหยุดยาว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความเหมาะสมที่จะก่อสร้างจุดพักรถบริการประชาชน เพื่อได้พักเปลี่ยนอิริยาบถ หากประชาชนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดติดต่อในภาคใต้จุดนี้ถือว่าอยู่ในช่วงครึ่งทางของการเดินทาง ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ขับขี่จะรู้สึกง่วงนอนพอดี ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก จุดพักผ่อนระหว่างการเดินทาง

จึงมีความสำคัญและเกิดประโยชน์จริง ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้ผ่อนคลายอิริยาบถ อีกทั้งการนำประติมากรรมปูนปั้นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ต่างๆ ทั้งของกินและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงของ จ.สุราษฎร์ธานี เช่น เงาะโรงเรียนนาสาร ไข่เค็มไชยา หอยนางรมกาญจนดิษฐ์ กุ้งแม่น้ำในแม่น้ำตาปี ดอกบัวผุด อ.พนม เขาสามเกลอในเขื่อนรัชชประภา

รวมถึงปูนปั้นช้างซึ่งเป็นสัญลักษณ์สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศมาตกแต่งประกอบในพื้นที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.สุราษฎร์ธานี ถือเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่สวยงามและเป็นจุดเช็คอินอีกแห่งหนึ่งด้วย ซึ่งขณะนี้ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการโดยสามารถรองรับนักเดินทางที่จะเดินทางมายังภาคใต้ รวมถึงนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลต่างๆ และภาคการขนส่ง เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

🔴ฝากกด like ถูกใจ 👍👍 กด follow ติดตาม 😎😎และกด share 👌👌เพจข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์ ด้วยนะจ๊ะ❤️

#ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์
#สุราษฎร์เกตเวย์
#แขวงทางหลวงสุราษฎร์ธานีที่3
#กรมทางหลวง

ที่อยู่

40 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง
Bangkok
10210

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+66 2 552 7299

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แขวงทางหลวงกรุงเทพ กรมทางหลวงผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

กรมทางหลวง

ระบบทางหลวงที่สะดวก ปลอดภัย เชื่อมโยงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

แจ้งไฟส่องผิวถนนดับ บริเวณจุดกลับรถเจ๊เล้ง ดอนเมือง จากถนนวิภาวดี-รังสิต (ขาเข้า) มายังฝั่งถนนวิภาวดี-รังสิต (ขาออก) โดยไฟส่องผิวถนนดังกล่าวจะอยู่ใต้ต่อม่อ ทางด่วนยกระดับดอนเมืองโทลเวลย์ (ตามที่ได้วงเอาไว้) ซึ่งในเวลากลางคืนจุดดังกล่าวจะมืดมากครับ
สอบถามหน่อยครับ โรงงานสามารถบุกรุก ต่อเติม ในทางหลวงได้ด้วยหรอครับ พิกัด gps. (13.7491462, 100.7021021)
ทำถนนแบบนี้ ร้องเรียนฟ้องร้องค่าเสียหายได้ที่ไหนครับ
ขวด M100 ตกอยู่กลางสะพานลอยถนนรามคำแหง Google Map 13.812456,100.736847 ครับ
วันนี้ 20 มกราคม 2563 เวลาประมาณ 12.00 น. บนสะพานลอยถนนรามคำแหงตัดกับถนนร่มเกล้า บนกลางสะพานลอยขาออก มีขวด M100 ตกอยู่กลางถนน...ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยนำออกจากผิวทางให้ด้วยเพราะเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุ... ขอบคุณมากครับ...
ขออนุญาติ แจ้งเรื่องร้องเรียนครับ ... ทุกวันนี้ ขับรถไปทำงาน บางนาตราด ไปท่องเที่ยว หรือไปทำธุระ ไม่ว่าที่ไหน รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถกระบะบรรทุกหนัก รถพ่วง ฯลฯ ทำไมปล่อยให้วิ่งแช่ขวากันเกลื่อนถนนครับ มีกล้องจับวิ่งขวา เค้าก็ไม่กลัวกัน เพราะพ่นสีปิดบังทะเบียนกัน ควรมีมาตราการจัดการตรงนี้ให้ด้วย เพราะ รถบรรทุกหนักวิ่งขวาแช่ยาวๆ ทำให้เสี่ยงอุบัติเหตุ ไม่ว่ารถชนิดใดๆ แซงแล้วควรชิดซ้าย เพื่อทำให้การจราจรเป็นไปมีระเบียบ แต่ทุกวันนี้ เจอบรรทุกวิ่งขวาแช่ยาวตลอดเลย ขอให้กรมทางหลวงกรุงเทพ กรมทางหลวง พิจารณาเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
มีหลุมยาวประมาณ60ซ มอยู่ตรงหน้าเดอะทรี ถ.บางบอน3เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ
ไม่ทราบว่าทางหน่ายนี้มีทำทางเขาบ้านให้ไ้ด้วยหรือค่ะ. ดีจร้าๆๆๆค่ะ
รถติดทุกวันไม่มีการพัฒนาเลยทำทางเป็นสิบปีแล้วยังไม่เสร็จอีก คนเจ็บคนป่วยมาตายก่อนพอดีถ้ารถจะติดขนาดนี้ ไม่มีการพัฒนาเลย (ถนนกาญจนาภิเษก)
ขออนุญาติประชาสัมพันธ์งานค่ะ 📍30 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ 🛒🛍ชวนมาช้อปโหดเหมือนโกรธกระเป๋าตังค์💵 ณ ลาน Work & Play ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 เตรียมตัวพบกับที่สุด...ของงานแสดงและจำหน่ายสินค้าแฟชั่นล้านนาตะวันออกสุดยิ่งใหญ่ พร้อมกองทัพแฟชั่นล้านนาตะวันออก ผ้าทอดีไซน์ทันสมัย และเครื่องประดับสุดเก๋ จากเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน สวยแซ่บ สวยเก๋ และมีดีไซน์ ตามสไตล์ล้านนาตะวันออก ---------------------------------------- จัดโดย กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน #แฟชั่นล้านนาตะวันออกEp_2 #Eastern_Lanna_Fashion_Lifestyle2019 #เทรนด์แฟชั่นผ้าทอเมืองเหนือ
ขอบคุณทีมงานที่ช่วยดูแลรักษากทม.ค่ะ
ขอชมเชยทางหลวงกรุงเทพ โดยหมวดทางหลวงสะพานสูง ที่ได้มาแก้ไขปัญหาทางคู่ขนานวงแหวนตะวันออกแยกเข้าเขตสะพานสูง ม พฤกษชาติ ที่มีปัญหาการจราจรติดขัดมานานคลี่คลายลงได้ดีมาก ขอให้ประสพความสำเร็จในหน้าที่การงานครับ