08/07/2026
ป.ป.ส. เดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันสังคม จัดโครงการ “ยาเสพติดกับปัญหาจิตเวช” มุ่งเสริมความรู้และความเข้าใจในการรับมือปัญหาอาการทางจิตที่สัมพันธ์กับการใช้สารเสพติด
วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิตย์ อาคาร 2 ชั้น 3 สำนักงาน ป.ป.ส. พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสร้างการรับรู้ “ยาเสพติดกับปัญหาจิตเวช” ภายในงานได้จัดให้มีการอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และกิจกรรมการเรียนรู้ในหัวข้อ “ยาเสพติดกับปัญหาจิตเวช” และได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ 3 ท่าน ได้แก่ รศ.นพ.สหภูมิ ศรีสุมะ ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา ศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล นายแพทย์นพพร ตันติรังสี ผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต และนายแพทย์อภิศักดิ์ วิทยานุกูลลักษณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ ร่วมเสวนา
โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมรับฟังประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ ครู นักจิตวิทยา นักเรียนแกนนำจากสถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้นำชุมชน เยาวชน สื่อมวลชน ตลอดจนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส.
ข้อมูลนำเสนอพบว่าผู้ป่วยจิตเวชที่เข้ามารับบริการของกระทรวงสาธารณสุข มีจำนวนประมาณ 3 ล้านคน เป็นผู้ป่วยจิตเวช สุรา และยาเสพติด ประมาณ 9 แสนคน ทั้งนี้ผู้ป่วยจิตเวชสารเสพติด 3 อันดับแรก คือ บุหรี่ สุรา และยาบ้า ตามลำดับ
การใช้สารเสพติด และยาเสพติด แต่ละชนิด ส่งผลโดยตรงต่อสารสื่อประสาทในสมอง เช่น Dopamine, Serotonin, GABA ซึ่งควบคุมอารมณ์ สมาธิ และการรับรู้ และเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางจิต ซึ่งการใช้สารเสพติดและยาเสพติด อาจไม่ได้ทำให้เกิด "โรคจิต" เสมอไป แต่อาจเกิดอาการทางจิตจากพิษเฉียบพลันจากการใช้ยาเสพติด อาการทางจิตจากการถอนยา ทั้งนี้ปัจจัยที่ส่งผลอาการทางจิต ได้แก่ ชนิดสาร ปริมาณ ความถี่ ระยะเวลาที่ใช้ อายุที่เริ่มใช้ โรคประจำตัว/โรคร่วม และกรรมพันธุ์
ดังนั้นจึงต้องเฝ้าสังเกตอาการเตือนระยะต้น เช่น ไม่หลับไม่นอน, พูดคนเดียว, เที่ยวหวาดระแวง, เดินไปเดินมาไม่นิ่ง และหงุดหงิดฉุนเฉียว ซึ่งหากมีอาการ 1 ใน 5 อาการนี้ สามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตได้ที่สายด่วน 1323 หรือให้พบจิตแพทย์ โดยใช้เทคนิคการสื่อสาร "พูดให้สงบ ไม่พูดให้แตกหัก" และการจัดการสภาพแวดล้อมเพื่อความปลอดภัยทั้งในบ้านและชุมชน
จากสถานการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าวและได้รับความสนใจจากสังคมในระยะที่ผ่านมา พบกรณีผู้ใช้สารเสพติดบางรายมีอาการทางจิต เช่น หวาดระแวง สับสน หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม สำนักงาน ป.ป.ส. จึงตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของสารเสพติดและสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทบางชนิดต่อระบบประสาทและสมอง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางจิตในบางบุคคล รวมถึงปัจจัยด้านครอบครัว สังคม และสิ่งแวดล้อมที่อาจผลักดันให้กลุ่มเสี่ยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เปิดเผยว่า ปัญหาสุขภาพจิตและความเครียดของคนไทย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งปัญหาครอบครัว ภาวะเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และการขาดทักษะชีวิต ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย (UNICEF Thailand) ตลอดจนผลการศึกษาทางวิชาการหลายฉบับ สะท้อนว่า เด็กและเยาวชนที่มีปัญหาสุขภาพจิตมีความเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติดมากกว่ากลุ่มทั่วไป ขณะเดียวกัน การใช้สารเสพติดบางชนิดก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางจิตและโรคจิตเวชในบางบุคคลได้ โครงการนี้จึงจัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันปัญหา สามารถสังเกต คัดกรอง เฝ้าระวัง ตลอดจนเรียนรู้แนวทางการดูแลเบื้องต้นและการส่งต่อผู้ที่มีอาการทางจิตซึ่งอาจสัมพันธ์กับการใช้สารเสพติดเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างเหมาะสม ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามและส่งผลกระทบในวงกว้าง
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ และส่งเสริมความเข้าใจในการป้องกันและรับมือปัญหาอาการทางจิตที่อาจสัมพันธ์กับการใช้สารเสพติด ตลอดจนการดูแลเบื้องต้นและการส่งต่อผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ป่วย ครอบครัว และสังคม พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนสามารถร่วมเฝ้าระวังและป้องกันปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืน