ชีววิถี กฟผ.

ชีววิถี กฟผ. โครงการชีววิถีฯเป็นการดำเนินงานโดย กฟผ. ส่งเสริมให้ชุมชนคิดและทำ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) โดยได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2542 โดยน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง มาปฏิบัติ และขยายผลความรู้สู่ชุมชนโดยรอบ เขตเขื่อน โรงไฟฟ้า และ พื้นที่ใต้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงทั่วประเทศ

ต่อมาในปี 2546 ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) โดยมีวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี,วิทยาลัยประมง,วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ และวิทยาลัยการอาชีพ เข้าร่วมมากกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำแนวคิดทางชีววิถีฯจาก กฟผ. ขนายผลไปสู่ชุมชนให้มากที่สุด มุ่งเน้นการลดรายจ่ายในครัวเรือน ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง
(7)

เปิดเหมือนปกติ

"ความพอเพียง" เป็นหัวใจ และหลักการทำสำคัญในการเดินตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง....เห็นมีหลายหน่วยงานร่วมทำโครงการนี้แล...
02/05/2021

"ความพอเพียง" เป็นหัวใจ และหลักการทำสำคัญในการเดินตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง....เห็นมีหลายหน่วยงานร่วมทำโครงการนี้และมีการตั้งโจทย์จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากร่วมกิจกรรมนี้ จึงเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง เพราะหากไม่เข้าใจหลักการพื้นฐานของ"ความพอเพียง"อย่างถ่องแท้ แล้วมุ่งแต่ผลลัพท์ "ด้านรายได้"เป็นเป้าหมายปลายทาง อาจทำให้ความยั่งยืนไม่เกิดแก่ชุมชนและราษฎรอย่างแท้จริง...

ให้ลูกศิษย์ช่วยทำสรุปเพื่อตอบคำถามที่ถามกันมามากครับ
อาจารย์ยักษ์
-------------------------------------
ถาม การออกแบบพื้นที่ถ้าเริ่มต้นเลย แบบไม่มีความรู้เลยจะต้องทำอย่างไรบ้างคะ

อาจารย์ยักษ์ตอบ

หัวใจข้อที่ 1 การออกแบบของเราต่างจากการออกแบบของทุนนิยม การออกแบบภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้มุ่งหาเงิน หากำไรสูงสุดจากที่ดิน แต่เรามุ่งไปที่บันได 9 ขั้น แห่งความพอเพียง ถ้ามีที่ดินแล้วออกแบบเพื่อผลิตกัญชาส่งออก แบบนั้นเป็นทุนนิยม เราไม่ได้ห้ามแต่มันคนละแนวทางกับของเรา ถ้าจะคิดค้าขายก็ไม่ได้ห้าม จะปรุงยา ไม่ได้ห้ามแต่ไปทำขั้นที่ 7 พื้นฐานพวกนี้จะต้องแม่นยำ ถ้าพื้นฐานความพอเพียงไม่แม่นยำ สุดท้ายก็จะอยู่กับความโลภ ทำมาเท่าไหร่ก็ไม่พอ ต้องเคลียร์ Concept นี้ให้ได้ เป็นประเด็นสำคัญ

สมมติถ้าเป็นพื้นที่ทหาร ต้องการออกแบบให้กับครอบครัวทหาร ต้องไปสำรวจว่า เรามีประชากรอยู่ในค่าย 1,000 คน เรามีเป้าหมายว่าทำอย่างไรจะมีอาหารพอ หล่อเลี้ยง 1,000 คนนี้ พื้นที่เรามีเท่าไหร่ ควรที่จะใช้ประโยชน์สูงสุดสำหรับให้พอกิน และมีของใช้ เตรียมไม้สำหรับสร้างบ้าน มียาไว้สำหรับคน 1,000 คน ในพื้นฐานบันได 9 ขั้น พอกิน พอใช้ อาหาร ยา แล้วแต่ว่าเราจะผลิตอะไรเพื่อจะป้อนครัวของเรา ซึ่งไม่ต้องทำทุกอย่างก็ได้ ทำเพียงแค่ 1 ใน 4 เพราะถ้าทำทั้งหมดก็จะเป็นเศรษฐกิจสมัยหิน แต่ในค่ายเรา อย่างน้อยเรื่องไข่ ควรจะไม่ต้องซื้อ อย่างน้อย คน 1,000 คน วันหนึ่งจะกินไข่ 500 ฟอง เพราะว่าบางคนก็ไม่ได้กินไข่ทุกวัน ควรจะมีเล้าไก่แบบวิ่งเล่นตามธรรมชาติสัก 5 จุด จุดหนึ่งมี 200 กว่าตัว ก็จะถูกออกแบบไป ว่าจุดนี้เป็นซุ้มไก่ 300 ตัว อีกจุด 100 ตัว จุดนี้เป็นที่วิ่งเล่นของไก่ ไก่ก็จะไม่ได้อยู่ตัวเดียว จะอยู่กับเป็ดแบบธรรมชาติ หาอะไรมาคลุมไว้เหมือนสวนนก ไก่วิ่งเล่นได้ บินได้ มีบ้านอยู่ มีหนองน้ำ มีโคกหนองนา สำหรับเป็ด สำหรับไก่ ปลูกพืชได้ด้วยเพราะว่าไก่ต้องกินพืชก็จัดเป็นระบบนิเวศด้วย สวยงาม โดยเติมศิลปะเข้าไป หรือต้องการกุ้ง ต้องการปลา ไว้เลี้ยงคน 1,000 คน หรือไว้แปรรูปแบ่งให้กับคนในชุมชนได้กินด้วย ก็สามารถทำได้ แต่ต้องใส่ศิลปะลงไปด้วย เพราะเกษตรกรไม่ใช่หาแต่เงิน เกษตรต้องมีความสุขด้วย พนักงานหรือคนในค่าย คนในออฟฟิศ ก็ต้องมีความสุข พาลูกมาเล่น พาหลานมาเล่นที่นี่ได้ ไม่ต้องออกไปข้างนอก มีปลา มีไก่ มีเป็ด มีผลไม้ มีสมุนไพรสำหรับปรุงยา ก็ออกแบบที่อยู่ของไก่ ของเป็ด ของปลาให้สวยงาม คนก็จะมาดูบ้านเป็ด บ้านไก่ ออกแบบบ้านปลาให้มี Creek(ลำธารหิน) มีหนองน้ำ มีน้ำตกให้ปลาว่ายเล่น ก็จะมีทั้งวิถีให้คนเข้ามาดู ให้มาเล่นกัน

เพราะฉะนั้นมันเป็นคนละ Concept เลยกับการออกแบบที่เคยทำกันมา นี่คือแปลงนา นี่คือแปลงสมุนไพร แบ่งเป็นล็อกๆ มันคนละแบบเลย ซึ่งเราก็ต้องแนะนำให้เขา เพราะเขาคิดไม่ออก ระบบเศรษฐกิจทุกวันนี้มันสอนให้เราลืมไปหมดแล้วว่าวิถีของเราสามารถเป็นศิลปะได้ พอกิน พอใช้ พออยู่ เป็นที่ทำให้คนมาเรียนรู้ ดูงานได้ มีศิลปะไปด้วยได้ ไม่ใช่ชีวิตแบบไร้ศิลปะ ชีวิตแบบนี้สามารถทำได้.

--------------------------------------
ถาม: แล้วมีหลักการออกแบบที่แนะนำไหมคะ

อาจารย์ยักษ์ตอบ

มันก็ต้องหาข้อมูลพื้นฐาน 2 ด้าน ตามหลักการออกแบบ

1. ด้านกายภาพ ภูมิศาสตร์ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทิศทางลม ทิศทางแสง พื้นที่เท่าไหร่ รอบๆ มีภูมิประเทศเป็นอย่างไร เป็นภูเขาหรืออะไร ลำธารใกล้เคียงไหม ป่ามีไหม ฝนตกไหลไปทางไหน ตะวันอ้อมข้าวไปทางไหน พื้นที่ที่แสงตกมีตึกบังไหม มีต้นไม้บังไหม (Existing Conditions) ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

2. เรื่องสังคม เรื่องของ คน สัตว์ พืช ที่จะเอามาปลูก มาใช้ คนในครอบครัว ความชอบ ไม่ชอบ วัฒนธรรมความเชื่อ อะไรเป็นเรื่องขึด เรื่องขลำ คือเรื่องต้องห้ามของที่นั่น นั่นคือสิ่งที่ต้องเรียนรู้ให้ได้

นำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบ กำหนดวัตถุประสงค์ลงไป จะสร้างบ้าน สร้างที่อยู่อาศัยตรงไหน จะทำนาไหม จะมีคลอง มีหนองเท่าไหร่ เพื่อปลูกอะไร เช่น มีลูกต้องเตรียมอะไรให้ลูก ก็ต้องมีข้อมูลมาประกอบ
หลังจากนั้นก็นำข้อมูลทั้งหมด มาพิจารณาว่า อะไรจะอยู่ตรงไหน น้ำจะอยู่ตรงไหน คลองไส้ไก่จะอยู่ตรงไหน จะถูกกำหนดลงไป จัดความสัมพันธ์ระหว่าง แสง ดิน น้ำ ลม ไฟ ก็จะจัดความสัมพันธ์ได้ จะเลือกกิจกรรมต่างๆ ลงไป จะเป็นประเด็นที่จะต้องนำมาคิดต่อไป

13/10/2020

ในวันที่บทสวดมนต์ และพรอันประเสริฐที่มีค่าใดๆในโลก ถูกส่งจากแรงใจของคนไทยทั้งประเทศ ไปยังสถานที่แห่งเดียว...แต่ก็ไม่อาจสร้างปาฏิหาริย์ใดๆให้เกิดขึ้นได้

เราหลายคนเพิ่งเข้าใจว่าการแตกสลายของ "ศูนย์รวมใจไทยทั้งชาติ" เป็นอย่างไร และได้รับรู้ถึงความรู้สึกนั้น เช่นเดียวกัน...

เราเห็นผู้คนมากมายออกมาตามท้องถนน มีความ "สามัคคี" จากกลุ่มคนต่างความคิดอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันตามลักษณะพื้นฐานเฉพาะของคนไทย....

หลายคนออกมาตั้ง "ปฏิญาณ" ว่าจะทำความดี เพื่อ "พ่อหลวง" หลายๆเรื่องในช่วงเวลานั้น....

ตลอดการทรงงาน 70 ปีของพระองค์ท่านนั้น ได้ทำสิ่งต่างๆเพื่อคนไทยไว้อย่างมากมาย โดยเป้าหมายที่สำคัญที่สุด ก็เพื่อให้ "พสกนิกร" ของพระองค์ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ภายใต้ลักษณะประเพณี วัฒนธรรม และรากเหง้าบรรพบุรุษของพวกเรา ซึ่งไม่เหมือนประเทศใดๆในโลก

พวกเราจึงมีหน้าที่เล็กๆเพียงอย่างเดียว ที่จะ สืบสาน รักษา และต่อยอด ในหลายสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำไว้เพื่อคนไทย เพื่อวันข้างหน้าสำหรับลูกหลาน และทำให้ประเทศขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้าได้....

ถึงเวลารึยังที่ต้องเปลี่ยนจาก "คำพูด" เป็น "การลงมือทำ" ยึดภาพรวมของแผ่นดินและผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ให้มากกว่าตนเอง หน่วยงาน องค์กร หรือพวกพ้อง...

ร่วมกันสานต่อคุณงามวามดีและงานของพระองค์ท่าน และเปลี่ยนความสูญเสียให้เป็นพลังที่จะขับเคลื่อนแผ่นดินไทยร่วมกันต่อไป

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า
คณะผู้ปฏิบัติงานโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

12/10/2020
สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

สารคดี " คิดถึง น้อมนำ ทำตาม "
เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เนื่องในวันที่ ๑๓ ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
Cr. สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม
ขอเชิญติดตามชม
สารคดี " คิดถึง น้อมนำ ทำตาม "
เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เนื่องในวันที่ ๑๓ ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะข้าแผ่นดินของพระองค์ การน้อมรำลึก การถวายความจงรักภักดีแด่พระองค์ที่ดีที่สุด นอกจากการประกอบพิธีเทิดพระเกียรติ ถวายราชสักการะแล้ว สิ่งที่เราควรพร้อมใจกันกระทำอย่างยิ่งคือการ น้อมนำและปฎิบัติตาม " คำพ่อสอน " ซึ่งเป็นมรดกล้ำค่าที่พระองค์พระราชทานไว้แก่คนไทย ผ่านการบอกเล่าของศิลปินร่วมสมัย และผู้เกี่ยวข้องทั้ง ๙ ท่าน
ผลิตโดย
สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม
YouTube : https://youtu.be/gf7B5XTugrg

12/10/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ ตอนที่ 1 พระราชกรณียกิจตามรอยพระบาทพระราชบิดา พระราชมารดา มหาราชาแห่งแผ่นดิน ]

----------------

⭐️ สามารถรับชมตอนอื่นๆ ได้ที่
https://www.facebook.com/watch/106130694462981/282697372842570/
สามารถกดติดตาม(Follow) Playlist ได้เพื่อรับชมเนื้อหาตอนใหม่ๆหรือย้อนหลังครับ

11/10/2020
สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

ขอเชิญติดตามชม
สารคดี " คิดถึง น้อมนำ ทำตาม "
เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
.
รับชมพร้อมกันเร็วๆ นี้
YouTube I Facebook : สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
คลิปโปรโมท https://youtu.be/vJnMo9VtIGk
ผลิตโดย
สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม
ขอเชิญติดตามชม
สารคดี " คิดถึง น้อมนำ ทำตาม "
เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เนื่องในวันที่ ๑๓ ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคต ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ผ่านการบอกเล่าของศิลปินร่วมสมัย และผู้เกี่ยวข้องทั้ง ๙ ท่าน

รับชมพร้อมกันเร็วๆ นี้
YouTube I Facebook : สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
คลิปโปรโมท https://youtu.be/vJnMo9VtIGk
ผลิตโดย
สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม

24/09/2020
สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ

“ไทม์แมทชีนชีวิต “

คุณสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ พิธีกร รายการ “ฅนค้นคน” ได้ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์สังคมปัจจุบัน ผ่านทางเพจส่วนตัว ด้วยการยกตัวอย่างที่เข้าใจง่ายๆ คือ “ไทม์แมทชีนชีวิต”ครอบครัวตนเอง ที่คุณเช็คได้นำมาใช้สอนลูกสาว ให้ระลึกถึงผลแห่งการกระทำหรือ “กรรม” ที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ ที่ส่งผลเชื่อมโยงไปถึงทุกคนในครอบครัว

หากเราขยายไปถึงรากเหง้าประวัติศาสตร์ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราก็จะเข้าใจถึงความสำคัญของสิ่งดีที่บรรพบุรุษได้สร้างและสั่งสมไว้ ซึ่งส่งผลให้เราคนไทยทุกคนมีทุกวันนี้

ดังนั้น หากเราทุกคนไม่หลงลืมรากเหง้าของตน ตัวเราก็จะเป็น“ไทม์แมทชีนชีวิต”ที่ดีแก่คนรุ่นหลัง ทั้งในระดับครอบครัวตนเอง สังคมและประเทศชาติต่อไป...

บังเอิญผมมันเชื่อไปแล้ว
ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีคุณูปการต่อสังคมไทย
และพิเคราะห์แล้วว่า ถ้าแก้ความไม่ดีที่เป็นปัญหาอย่างอื่นได้
โดยสถาบันกษัตริย์เป็นอย่างที่เป็นอยู่
ประเทศไทยก็ที่หนึ่งในสามโลกแล้ว

แต่ก่อนจะไปถึงสวรรค์ เอาแค่ปากซอยก่อน
ในครอบครัวของเรา ในวันที่ไม่รู้จะหวังอะไรกับรัฐบาลนี้

ผมขอเชิญชวน คุณพ่อ คุณแม่ ที่เชื่อเหมือนผม
ช่วยกันทำให้ลูกเข้าใจและไม่ลืมรากเหง้า

ท่านคือไทม์แมทชีนของลูก ที่จะพาลูกกลับไปยังความเข้าใจเหล่านั้น
ไทม์แมทชีนของผม เก่า โบราณ กระจอกงอกง่อยมาก ผมทราบ ผมเชื่อว่าท่านทำได้ดีกว่า

สำหรับคนที่คิดต่าง ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไร้สาระก็ไม่เป็นไร
ประชาธิปไตยคงรับฟังกันได้นะครับ

ท่านก็ทำหน้าที่ท่าน ผมก็ทำหน้าที่ผม

อ้อ ผมขออนุญาตลูกและลูกผมได้ดูคลิปแล้วนะครับ
ก่อนจะโพสท์คลิปนี้

ลูกบอกว่า พ่อทำให้ใครดู ถ้าจะให้คนรุ่นใหม่ดูอย่าหวัง คิดเองได้ 555

#ไทม์แมทชีน
#CHECKคิด
#สุทธิพงษ์ธรรมวุฒิ
#CheckSuthipong

ศ.ดร.อลิสา วังใน ภาควิชาชีวเคมี จุฬาฯ เป็นผู้พัฒนาโครงการลดมลพิษสิ่งแวดล้อมนี้ กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เรามีปัญห...
24/09/2020

ศ.ดร.อลิสา วังใน ภาควิชาชีวเคมี จุฬาฯ เป็นผู้พัฒนาโครงการลดมลพิษสิ่งแวดล้อมนี้ กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เรามีปัญหาสารเคมีทางการเกษตรปนเปื้อนในดินและน้ำ นำมาสู่การพัฒนาหัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายสารพิษ ใช้ฉีดพ่นทั่วพื้นที่ปนเปื้อน เช่น นาข้าว สวนผัก สวนผลไม้ และสวนดอกไม้ จุลินทรีย์จะย่อยสลายสารเคมีในยาฆ่าหญ้า หลังฉีดพ่นปริมาณสารตกค้างลดลงในปริมาณที่ไม่สามารถตรวจพบได้
.
โดยเป็นนวัตกรรมที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และสามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ทำให้เกษตรมีรายได้ที่มากขึ้น อีกทั้งช่วยสร้างระบบห่วงโซ่อาหารที่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค มีเกษตรกรรายหนึ่งหมดเงินไปราวสามหมื่นบาทกับการฟื้นฟูดิน แต่ไม่ได้ผล เมื่อมาอบรมเชิงปฏิบัติและใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์นี้ พบว่า ใช้งานได้ดี และสนใจจะใช้แนวทางนี้แทน
.
“ จุลินทรีย์คึกคัก ” ของจุฬาฯ ยังมีจุดเด่นใช้เวลาไม่นานสลายสารพิษตกค้าง นักชีวเคมี บอกว่า ปกติการเปลี่ยนพื้นที่เกษตรเคมีเป็นเกษตรอินทรีย์ ต้องรอให้สารพิษสลาย 3-5 ปี แต่จากการทดสอบหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่พัฒนา เมื่อฉีดพ่นในพื้นที่ปนเปื้อน ประกอบกับกระบวนการไถพรวนและปลูกปอเทืองบำรุงดินควบคู่ไปด้วย ทิ้งไว้ 8 เดือน -1 ปี ผืนดินกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพขึ้นกับประวัติพื้นที่ใช้สารเคมีเกษตรมาต่อเนื่องแค่ไหน บางพื้นที่สภาพดินแข็งกระด้างมาก พืชไม่สามารถแทงรากดูดซึมธาตุอาหารในดินได้ จะแนะนำเกษตรกรใส่จุลินทรีย์ถี่ขึ้น ทุก 2 สัปดาห์ จากปกติเดือนละครั้ง งานวิจัยนี้บูรณาการร่วมกับ ผศ.ดร.จิตรตรา เพียภูเขียว ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อให้งานวิจัยฟื้นฟูพื้นที่เกษตรตอบโจทย์ที่สุด
.
นวัตกรรมนี้นอกจากเหมาะกับการเปลี่ยนพื้นที่สู่เกษตรอินทรีย์ ยังรวมถึงเกษตรเคมีที่ต้องการฟื้นฟูดิน และพื้นที่เกษตรอินทรีย์ พืชดูดสารอาหารในดินระหว่างการเพาะปลูกไปแล้ว เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพอยู่แล้ว แต่ใช้จุลินทรีย์คึกคักร่วมด้วยช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดิน ส่งผลให้พืชเจริญงอกงามดีขึ้น
.
งานวิจัยเชิงลึกยังพัฒนาตัวเร่งชีวภาพใช้ในภาคอุตสาหกรรมการเกษตร เนื่องจากมีภาคเอกชนสนใจเพื่อให้ขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์กับเกษตรกรในเครือข่าย ก่อนสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 จัดโครงการฝึกอบรม เกษตรกร บุคลากรทางการเกษตรที่สนใจเรื่องนวัตกรรมเพิ่มผลผลิต และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมปลอดภัยต่อเนื่อง ปัจจุบันเลื่อนกิจกรรมไปไม่มีกำหนดจนกว่าสภาวการณ์ปกติ
.
ศ.ดร.อลิสา กล่าวว่า ด้วยความเป็นนักชีวเคมีจึงสกัดเอมไซม์จากจุลินทรีย์อีกชนิดใช้ล้างผัก ผลไม้ ลดสารพิษ มีสูตรที่เป็นเอกลักษณ์ เพราะเกษตรกรพ่นยาฆ่าแมลงระหว่างการเพาะปลูก และก่อนการเก็บเกี่ยว ป้องกันแมลงทำลายผลผลิต ยาฆ่าแมลงหรือสารพิษตกค้างในผัก ทำให้เกิดโรค ทำลายระบบประสาท รวมถึงทารกในครรภ์เกิดความผิดปกติ เป็นความสูญค่ารักษาพยาบาล และกระทบธุรกิจผักผลไม้ส่งออก
---------------------------
ขอบคุณข้อมูล
https://www.thaipost.net/main/detail/65496

24/09/2020
เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์

เกษตรธรรมชาติ เกษตรปลอดภัย และเกษตรอินทรีย์ แตกต่างกันอย่างไร?

ผักปลอดสาร ตามมาตรฐาน GAP:: คือผักที่อาจใช้ปุ๋ยเคมีในการดูแล แต่จะไม่ใช้ยากำจัดศัตรูพืช แต่ยังคงใช้ปุ๋ยเคมีและฮอร์โมนเร่งผลผลิต ผลผลิตจะมีสารเคมีตกค้างไม่เกินปริมาณที่กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค จึงไม่มีสารพิษตกค้างแม้จะมีสารเคมีจากปุ๋ยอยู่บ้าง ถือว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีกว่าผักที่อุดมไปด้วยสารพิษ แม้จะไม่ใช่ธรรมชาติล้วนๆ

ผักอินทรีย์ หรือ ผักออร์แกนิค ตามมาตรฐาน Organic Thailand :: ตือพืชผักที่เพาะปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ 100% หมายความว่า จะต้องงดเว้นการใช้สารเคมีสังเคราะห์ในทุกขั้นตอนของการผลิต ส่วนมากจะเป็นพืชที่ปลูกตามฤดูกาลเพื่อให้พืชเจริญงอกงามได้ดีตามธรรมชาติ ใช้สมุนไพรแทนสารพิษกำจัดศัตรูพืช และใช้ปุ๋ยหมักอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี นอกจากนั้นพืชออร์แกนิคยังต้องเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมตามธรรมชาติ ไม่ผ่านการตัดแต่งพันธุกรรม หรือ GMOs

นอกจากนี้ยังมีคำอธิบายสำหรับการผลิตประเภทต่างๆไว้อีกดังนี้

เกษตรธรรมชาติ : คือการปลูกพืชเพื่อการบริโภค โดยไม่มีการใช้สารเคมี แต่ไม่มีกระบวนการในการกำจัดอินทร์วัตถุหรือจัดเตรียมแปลง ยังไม่นับเป็นรูปแบบของเกษตรอินทรีย์

ผักอนามัย (Pesticide Safe) หรือ “ผักกางมุ้ง” มีการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อการเจริญเติบโต และใช้สารกำจัดแมลง แต่เป็นสารเคมีที่มีพิษตกค้างในระยะสั้น และหยุดฉีดพ่นสารเคมีก่อนการเก็บเกี่ยวตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยใช้กางมุ้งหรือใช้ตาข่ายปลูก และปลูกแบบไม่ใช้มุ้ง แต่เน้นการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสานคือ เน้นปลูกผักตามฤดูร่วมกับผักประเภทกะหล่ำปลีที่ช่วยลดการระบาดของแมลง ส่วนการรับรองมาตรฐานจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกับผักปลอดสารพิษ

ผักไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) เป็นผักปลอดสารที่ปลูกโดยใช้น้ำแทนดิน ด้วยการผสมอาหารที่จำเป็นของพืชลงในน รากพืชที่สัมผัสน้ำจะดูดซึมสารอาหารมาสะสมไว้ที่ใบ ส่วนรากที่ไม่สัมผัสน้ำจะทำหน้าที่รับออกซิเจน ซึ่งยังคงมีการใช้สารเคมีและฮอร์โมนในกระบวนการเพาะปลูก

ดังนั้น ผักปลอดสารเคมีหรือผักปลอดสารพิษที่ได้รับเครื่อง "หมาย Q" หรือ "GAP" ทั่วไปตามท้องตลาด จึงไม่ได้หมายถึงผลผลิตที่ไร้สารเคมีและสารกำจัดศัตรูพืช แต่สามารถมีสารเคมีตกค้างได้ไม่เกินระดับมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้เท่านั้น

ซึ่งแตกต่างจากผักเกษตรอินทรีย์หรือผักออร์แกนิกที่ได้รับเครื่องหมาย "Organic Thailand" ที่จะไม่มีการใช้สารเคมีในทุกระบบขั้นตอนการผลิต

โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมชุมชนและสังคมให้มีอาหารปลอดภัยไว้บริโภค และลดการใช้สารเคมีทุกรูปแบบ ด้วยรูปแบบการนำพาไปสู่การขอรับใบรับรองมาตรฐาน "Organic Thailand" ให้กับชุมชนที่มีความพร้อมในระยะเวลาอันใกล้นี้

cr.
ที่มา คลิปวีดีโอจาก : มาตรฐานเกษตรน่ารู้ โดย มกอช.
ข้อมูลข้อเขียน : เรียบเรียงโดยทีมงานชีววิถี กฟผ.

06/09/2020
การทำแอร์แวแบบพอเพียง

วันนี้ อ.พุธ ทองลา หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญ แนวคิดทาง “ชีววิถี กฟผ.” จาก จ.มหาสารคาม มาแนะนำการเพิ่มแรงดันน้ำ เพื่อใช้ในรั้วบ้าน และแปลงเกษตรขนาดเล็กในครัวเรือน เพื่อเพิ่มระยะทางของน้ำไปยังพื้นที่ต่างๆ สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งแปลงเกษตร ประมง ปศุสัตว์ และการจัดการสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

แอร์แวแบบพอเพียงเป็นอุปกรณ์รักษาแรงดันคงที่ที่ใช้ในสวนมะนาวมีสุขและไร่อ้อยเห็นว่าใช้ดีมีประสิทธิภาพจ...

05/09/2020
การขยายจุลินทรียฺ์ EM 100 ลิตร

คุณพุธ ทองลา ราษฎรจาก บ้านตะคุ จ.มหาสารคาม ผู้ที่ได้รับความรู้จากโครงการชีววิถีฯ ผ่าน วษท.มหาสารคาม จนกระทั่งได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศปี ๒๕๕๘ วันนี้ มาแนะนำการขยาย EM ๑๐๐ ลิตร สำหรับใช้ในกิจกรรมในครัวเรือน

ศูนย์การเรียนรู้โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั้งยืน ได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเ.....

01/09/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

ธ ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ศูนย์รวมใจชาวไทยสมัครสมาน
ธ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยและดำรงอยู่ภายใต้ทศพิธราชธรรม ทรงเป็นผู้นำการพัฒนาประเทศในทุกด้าน
#จิตอาสา904
#เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

[ ธ ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ศูนย์รวมใจชาวไทยสมัครสมาน ]
.
สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเสาหลักให้กับชาติบ้านเมืองมาตั้งแต่สมัยโบราณ จวบจนปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ จึงเป็นสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่ของชาติไทย มายาวนานกว่า 700 ปี และเป็นสถาบันทางสังคมที่เข้มแข็งยืนยง ทำให้ประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นไท ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ตราบจนปัจจุบัน
ธ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยและดำรงอยู่ภายใต้ทศพิธราชธรรม ทรงเป็นผู้นำการพัฒนาประเทศในทุกด้าน อันได้แก่ การปกครองประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงน้อมนำ พระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง มาเผยแพร่ให้ประชาชนได้เรียนรู้และนำไปปรับใช้ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” จนก่อให้เกิดเป็นพลังที่สำคัญยิ่งในการ ผลักดันให้ประเทศไทย ยืนหยัดอยู่ในสังคมแห่งอารยประเทศได้อย่างสง่างาม

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#จิตอาสา

26/08/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

"เกษตรทฤษฎีใหม่" ที่ขับเคลื่อนตามภูมิสังคมในแต่ละพื้นที่ ในรูปแบบของ "โคก หนอง นา โมเดล" ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมเอามื้อ ลงแรงร่วมกัน เพื่อสู่ปลายทางที่ยั่งยืน.

[โคกหนองนาโมเดล เกี่ยวข้องอย่างไรกับ เกษตรทฤษฎีใหม่ ของในหลวงรัชกาลที่ 9?]
.
[ถ้าไม่มีเงินทุนจะทำอย่างไร?]
.
[ทำไมต้องออกแบบให้ดูสวยงาม หรูหรา?]
.
[แล้วเมื่อไหร่จะคุ้มทุน?]
.
เชื่อว่าหลายๆ คนคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ “โคก หนอง นา โมเดล” หรือ “เกษตรทฤษฎีใหม่” วันนี้ “อ.ยักษ์” ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร วิทยากร รร.จิตอาสาพระราชทาน/ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จะมาไขคำตอบให้ทุกคนได้รู้

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา
#พอเพียง

23/08/2020
ชีววิถี กฟผ.

ชีววิถี กฟผ.

แปลงสาธิตตามรูปแบบ "ชีววิถี กฟผ. " ในพื้นที่ขนาด 1 งาน หรือ 400 ตารางเมตร ที่จัดทำไว้ในวิทยาลัยเกษตรและทคโนโลยีมหาสารคาม ในงาน องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (อกท.) ครั้งที่ 39 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2561

โดยเป็นการจำลองรูปแบบของ "ครัวเรือนชีววิถี" ที่ชุมชนต่างๆได้นำองค์ความรู้จาก 4 กิจกรรม อันประกอบไปด้วย การปลูกพืช,การปศุสัตว์,การประมง และการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เกื้อกูลกันอย่างครบวงจร ซึ่งมีการนำไปใช้จริงใน "ครัวเรือน ชีววิถี" หลายร้อยแห่งทั่วประเทศ

ภายในแปลงประกอบไปด้วย

-บ่อปลาสาธิต ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร ลึก 1 เมตร ปูด้วยผ้าพลาสติก และปลูกผักโดยรอบ จำนวน 2 บ่อ

-บ่อกบขนาด กว้าง 50cmx50cm ปูด้วยผ้าพลาสติกจำนวน 1 บ่อ

- การปลูกพืชไม่น้อยกว่า 10 ชนิด ในพื้นที่ 4 แปลง และพื้นที่โดยรอบ

- แปลงนาข้าวในครัวเรือน ขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 5 เมตร จำนวน 2 แปลง

- คอกหมูหลุม 1 คอก

- คอกไก่ไข่อารมณ์ดี 1 คอก

- ธนาคารจุลินทรีย์ ขนาด 600 ลิตร แบบใช้ปั๊มน้ำหมุนเวียน สลับถังได้ 1 ชุด พร้อมโรงเรือน

- การวางระบบน้ำทั้งแปลง โดยใช้นวัตกรรมจากจักรยานน้ำชนิดเพิ่มแรงดัน หรือ "ฟิตเนตสาวบ้านแต้" ในการดูแลพืชผัก โดยไม่ต้องใช้แรงงานคน และสามารถปรับรูปแบบการใช้งานได้หลากหลายนอกเหนือจากการรดน้ำแบบธรรมดา เช่น การเพิ่มอ๊อกซิเจนในบ่อปลา / การใช้เป็นหัวพ่นฮอร์โมน / การเติมจุลลินทรีย์ และอื่นๆ

- รวมทั้งป้ายแสดงองค์ความรู้อื่นๆ ในกิจกรรมครัวเรือนชีววิถี อาทิ การปลูกพืชกลับหัว เป็นต้น

รูปแบบแปลงสาธิตนี้นับเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปใน "ชุมชนชีววิถี กฟผ." ที่มีอยู่เกือบทุกหมู่บ้าน เพื่อใช้เป็นศูนย์การเรียนรู้และตัวอย่างให้แก่คนในชุมชนได้นำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในครัวเรือน

ที่อยู่

ฝ่ายกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เลขที่ 53 ม.2 ถ.จรัญสนิทวงศ
Bangkok
11130

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

02-4364646

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ชีววิถี กฟผ.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ชีววิถี กฟผ.:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ที่พิจิตรมีตรงไหนบ้างคะ
อยากรู้วิธีทำปุ๋ย