Smart City Thailand Office

Smart City Thailand Office Smart City Thailand Office

เปิดเหมือนปกติ

ดีป้า จับมือ ปตท.ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พัฒนา “วังจันทร์วัลเลย์” สู่เมืองอัจฉริยะอ่านข่าวทั้งหมดได้ที่https:...
03/04/2021
ปตท.จับมือ DEPA พัฒนา “วังจันทร์วัลเลย์” สู่เมืองอัจฉริยะ

ดีป้า จับมือ ปตท.ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พัฒนา “วังจันทร์วัลเลย์” สู่เมืองอัจฉริยะ

อ่านข่าวทั้งหมดได้ที่
https://mgronline.com/business/detail/9640000030316

อุตสาหกรรม-พลังงาน LiteVersion หน้าหลัก เศรษฐกิจ-ธุรกิจ การค้า-อุตสาหกรรม-คมนาคม อุตสาหกรรม-พลังงาน

การพัฒนาจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงต้องการการปรับตัว จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าชื่นชม ในเร...
03/04/2021

การพัฒนาจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงต้องการการปรับตัว จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าชื่นชม ในเรื่องของการวางรากฐานการพัฒนาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโดยนึกถึงคนในพื้นที่ ซึ่งทางจังหวัดได้มีการจัดงานเพื่อสร้างการรับรู้และสร้างความตระหนักเรื่องการพัฒนาแปดริ้วสู่ความเป็น Smart City เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและคุณภาพที่ชีวิตที่ดีกว่าของประชาชนคนแปดริ้ว

"PADRIEW INNOVATION WEEK PRESENT EEC X SMART CITY"
2 - 4 เมษายน 2564 ณ บริเวณสวนสาธารณะหน้าโรงพยาบาลพุทธโสธร

#depa #SmartCityThailand #8riew #smartcity #ฉะเชิงเทรา #eec

[TH]

"ดีป้า" ร่วมงาน "PADRIEW INNOVATION WEEK PRESENT EEC X SMART CITY" เปิดฉากความร่วมมือพันธมิตร รัฐ-เอกชน ดัน "แปดริ้ว" สู่เมืองอัจฉริยะ

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564, จังหวัดฉะเชิงเทรา - สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า นำโดย ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการใหญ่ และ ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ พร้อมทีมฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ และกิจการสาขาภาคตะวันออก ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างจังหวัดฉะเชิงเทรา กลุ่มความร่วมมือ และ ดีป้า เพื่อยกระดับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จังหวัดฉะเชิงเทรา สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ภายในพิธีเปิดงานนิทรรศการเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่อนาคต "PADRIEW INNOVATION WEEK PRESENT EEC X SMART CITY" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 - 4 เมษายน 2564 ณ บริเวณสวนสาธารณะหน้าโรงพยาบาลพุทธโสธร โดยได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานในพิธี โดยมี นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และนายสรายุทธ แก้วกุลปรีชา รองผู้ว่าราชการจังหวัด (หัวหน้าสำนักงานเมืองอัจฉริยะจังหวัดฉะเชิงเทรา) ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างดี

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ทางจังหวัดได้ระดมสรรพกำลังผสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษาร่วมจัดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยงบประมาณส่วนกลางของจังหวัด อันเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแปดริ้วสู่เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ มุ่งพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและคุณภาพที่ชีวิตที่ดีกว่าของประชาชนคนแปดริ้ว สร้างความตระหนักถึงความสำคัญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างเป็นประโยชน์ แก่ประชาชนในพื้นที่ กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว รับรู้ร่วมกัน รู้เท่าทัน สามารถปรับตัวรองรับกับการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตและเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่ยั่งยืน

พร้อมกันนี้ภายในงานดังกล่าว ดร.ภาสกร ประถมบุตร ได้นำเสนอความสำคัญของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมโดยใช้กลไกการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ซึ่งดีป้ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมขับเคลื่อน และผลักดันให้ "แปดริ้ว" เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

ด้าน นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่าการจัดงานในครั้งนี้ เกิดจากหลากหลายความร่วมมือ ทั้งส่วนราชการ บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ นิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้ ธนาคารกรุงไทยฯ โตโยต้า กฟผ.ฯลฯ และมีประชาชนชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมงานเป็นจำนวนมาก ที่ล้วนมีความตั้งใจที่จะร่วมบูรณาการในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตามบริบทของเมืองที่อยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกควบคู่ไปกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดที่ว่า “ฉะเชิงเทราเชื่อม EEC สู่เมืองที่อยู่อาศัยชั้นดี” ภายใต้การพัฒนา แบบจำแนกเชิงพื้นที่ “อุตสาหกรรมสีเขียว ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแหล่งผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย สังคมมีคุณภาพ ป่าและน้ำอุดมสมบูรณ์” รวมถึงเร่งรัดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้เป็นไปตามเป้าหมาย

ภายในงานมีนิทรรศการจากหน่วยงาน องค์กร และผู้ประกอบการนำนวัตกรรมที่เกี่ยวกับเมืองอัจฉริยะมาจัดแสดง โดยดีป้าได้พา ผู้ประกอบการดิจิทัลที่ได้ขึ้นทะเบืยนกับดีป้า (Digital Provider) ได้แก่ ผู้ใหิบริการ โดรนเพื่อการเกษตร และ IoT Street Solution ร่วมออกบูธนิทรรศการ เพื่อเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาเมืองด้วยเทคโนโลยี และเป็นการต่อยอดและสร้างโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการ

งานมีถึงวันที่ 4 เมษายน ในเวลา 16:00 น. - 22:00 น. ผู้สนใจสามารถเข้ามาชมงานได้ ณ บริเวณสวนสาธารณะหน้าโรงพยาบาลพุทธโสธร

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมชมพิธีเปิดงานย้อนหลังได้ที่ > https://fb.watch/4D9e8G8WcU/

----------------------------------------

[EN]

"depa" joined PADRIEW Innovation Week Present EEC X Smart City and signed MOU with Padriew to drive Padriew to become a smart city

April 2, 2021 - Chachoengsao Province - Digital Economy Promotion Agency or depa led by Dr. Passakorn Prathombutr, Senior Executive Vise President together with Dr. Orachat Liangpibun, Vice President of Smart City Promotion Department and team joined the Memorandum of Understanding (MOU) signing ceremony between Chachoengsao province with its alliance and depa to drive Chachoengsao Province to become a smart city. The event also involved the opening ceremony of the technology and innovation exhibition for the future "PADRIEW INNOVATION WEEK PRESENT EEC X SMART CITY” in which the exhibition was held from 2 - 4 April 2021 at the riverside park in front of Phutthasothon Hospital with an honor from Mr. Suchart Tancharoen, First Vice - President of the Senate, to be a chair of the ceremony. The ceremony and the exhibition have been well prepared by the effort of many organizations in Chachoengsao which is led by Mr. Maitri Tritilanan, Chachoengsao Provincial Governor. The propose of this event is to raise awareness of local people about smart city as a part of the smart city development for sustainability. In the exhibition, depa have an area for exhibiting smart city promotion agenda.

Live link of the open ceremony: https://fb.watch/4D9e8G8WcU/

#depa #DigitalThailand #Smartcity #Chachoengsao #padriew #innovation #EEC

โรงพยาบาลจะนะ ต้นแบบโรงพยาบาลพลังงานสะอาด#smartcitythailand #smartenergy
02/04/2021
ต้นแบบโรงพยาบาลไฟจากฟ้าที่เปลี่ยนวงการพลังงานสะอาดของโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา - The Cloud

โรงพยาบาลจะนะ ต้นแบบโรงพยาบาลพลังงานสะอาด
#smartcitythailand #smartenergy

พลังงานสะอาดบวกพลังความร่วมมือ จนโรงพยาบาลชุมชนในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ที่ริเริ่มและร่วมมือกันจนเป็นต...

เทคโนโลยี AI จับและวิเคราะห์เสียงจากป่า เพื่อการอนุรักษ์
02/04/2021

เทคโนโลยี AI จับและวิเคราะห์เสียงจากป่า เพื่อการอนุรักษ์

1 > Rainforest Connection (RFCx) เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐได้พัฒนาอาวุธชนิดใหม่ต่อสู้กับขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า โดยพัฒนาระบบให้สามารถวิเคราะห์เสียงของป่าเพื่อตรวจจับการตัดไม้และการลักลอบล่าสัตว์ ระบบนี้ถูกนำไปใช้ในป่าเขตร้อนใน 16 ประเทศ รวมทั้งอินโดนีเซีย บราซิล และแคเมอรูน ขณะนี้ได้ถูกนำไปใช้เพื่อปกป้องสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ด้วย

2 > RFCx ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 หลังจาก โทเฟอร์ ไวน์ นักเทคโนโลยีการอนุรักษ์สังเกตว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในป่าฝนชาวอินโดนีเซียใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาการตัดไม้ผิดกฎหมายมากกว่าการดูแลสัตว์ป่าในท้องถิ่น ภารกิจของเจ้าหน้าที่ยังยากขึ้น เนื่องจากความหนาแน่นของป่าเขตร้อนทำให้ตรวจจับได้ยากและอาจใช้เวลาหลายวันในการเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

3 > ในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักว่า "เสียง" คือสิ่งที่ป่าสื่อสารกัน เพราะความหนาแน่นของป่าทำให้สัตว์และสิ่งมีชีวิตในป่าต้องใช้เสียงในการจับความเคลื่อนไหวและรับรู้การมีอยู่ของสิ่งต่างๆ ในป่า

4 > RFCx เริ่มต้นด้วยการติดตั้งโทรศัพท์มือถือทิ้งแล้ว แต่นำมาใช้อีก (โดยวิธี upcycled หรือการนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพหรือมูลค่าสูงกว่าของเดิม) เพื่อรับเสียงและส่งเสียงของป่าซึ่งจะได้รับการวิเคราะห์เพื่อหาหลักฐานการลักลอบตัดไม้

5 > ตั้งแต่นั้นมาพวกเขาได้พัฒนาอุปกรณ์ของตัวเองที่เรียกว่า "ผู้พิทักษ์" (Guardian ) ซึ่งรวมแผงวงจรหลักที่พวกเขาพัฒนาขึ้นเองไว้ในกล่องกันฝนพร้อมแผงโซลาร์เซลล์ เสาอากาศแบบกำหนดทิศทาง และไมโครโฟน ติดตั้งไว้ที่ด้านบนสุดของยอดไม้ในป่าดงดิบและสามารถบันทึกเสียงทั้งหมดของป่าได้

6 > จากนั้นข้อมูลนี้จะถูกสตรีมไปยังระบบคลาวด์ซึ่งจะถูกวิเคราะห์โดยโมเดล AI ของ RFCx เพื่อตรวจจับเสียงต่างๆ เช่น เลื่อยไฟฟ้า ยานพาหนะ เสียงของมนุษย์ เสียงปืนหรืออะไรก็ตามที่จะแจ้งให้พวกเขาทราบว่ามีการตัดไม้ การลักลอบล่าสัตว์หรือการทำเหมืองผิดกฎหมายที่เกิดขึ้นในป่าและสามารถสร้างการแจ้งเตือนระวังภัยจากเสียงเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ

7 > การแจ้งเตือนเหล่านี้จะส่งถึงผู้คนในภาคพื้นดิน เช่น ทหารพราน คนพื้นเมือง และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรผ่านโทรศัพท์มือถือ ผู้รับสามารถดูสเปกโตรแกรม (แถบคลื่นความถี่ของเสียงหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ของการแจ้งเตือน จะฟังและยืนยันหรือปฏิเสธว่ามันเป็นเสียงของการลักลอบทำร้ายป่าและสัตว์ป่าหรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้ RFCx ปรับปรุงอัลกอริทึม AI ให้แม่นยำมากขึ้นต่อไป

8 > พวกเขายังร่วมมือกับบริษัทฮิตาชิ แวนทารา (Hitachi Vantara) บริษัทในเครือของฮิตาชิที่เน้นในเรื่องนวัตกรรม ฮิตาชิ แวนทารา เข้ามาช่วยจับเสียงต่างๆ ในป่าให้แม่นยำขึ้นและแยกแยะได้ชัดเจนขึ้น

9 > นั่นคือเทคโนโลยี bioacoustic signature ซึ่งจะจับสัญญาณจากสัตว์ป่าที่ในภาวะปกติพวกมันจะส่งเสียงแบบหนึ่ง แต่ถ้าป่าถูกรบกวนจากพวกลักลอบตัดไม้พวกมันจะส่งเสียงที่แปลออกไปในลักษณะเฉพาะ (signature) ซึ่งเป็นคำเตือนว่ามีการลุกล้ำป่าและมีความแม่นยำถึง 96% ช่วยให้เจ้าหน้าที่บุกไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น 5 วัน

10 > ยังไม่หมดแค่นั้น AI ที่พัฒนาขึ้นไม่ได้ช่วยแค่รักษาป่า แต่มันยังจับเสียงและบันทึกความหลากหลายทางชีวภาพได้ด้วย หรือ ecoacoustics เพื่อตรวจสอบว่าระบบนิเวศมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

11 > พวกเขาบอกในเว็บไซต์ว่า "เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เราสร้างชุดข้อมูลที่น่าทึ่งที่สุดในโลก อีกไม่นานมันคือขุมทรัพย์วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตและข้อมูลเชิงนิเวศบนแพลตฟอร์มที่จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงแบบเดือนต่อเดือน ปีต่อปีกับการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้"

12 คริสซี เดอร์คิน ผู้อำนวยการฝ่ายขยายธุรกิจระหว่างประเทศของ RFCx กล่าวว่า เป้าหมายที่แท้จริงของ RFCx คือการติดตั้งสถานีตรวจสอบอะคูสติกแบบเรียลไทม์ในระบบนิเวศที่สำคัญและถูกคุกคามมากที่สุดในโลก การทำเช่นนี้จะช่วยให้นักอนุรักษ์และประชากรในท้องถิ่นมั่นใจได้ว่าพื้นที่เหล่านี้ยังคงได้รับการคุ้มครองและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในระดับต่างๆ ลึกซึ้งมากขึ้น

เรียบเรียงจาก
Cristina Lago. (08 Feb 2021). "Sounds of the forest: How ‘bioacoustic’ analysis is helping to fight illegal logging". Tech Monitor.
ภาพ : Rainforest Connection

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ที่มีเป้าหมายมุ่งสู่พลังงานสะอาด ล...
02/04/2021

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ที่มีเป้าหมายมุ่งสู่พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2580 ภายใต้ทิศทางนโยบาย 5 ด้าน
1.ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน
2.ลงทุนพลังงานสีเขียว
3.ดำเนินนโยบาย 4D1E เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคพลังงาน
4.เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน
5.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี ครอบคลุมการขับเคลื่อนพลังงานทั้งด้านไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเชื้อเพลิง พลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564
#กบง #กรอบแผนพลังงานชาติ #NationalEnergyPlan #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN

กบง.เห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ภายใต้ทิศทางนโยบาย 5 ด้าน

จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเรือนกระจก อุณหภูมิโลกได้สูงขึ้น ประเทศไทยจึงได้วางเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดย กระทรวงพลังงาน ได้กำหนดเป้าหมายมุ่งสู่พลังงานสะอาด และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2580 ซึ่งที่ประชุม กบง. เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุม ได้เห็นชอบกรอบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ที่มีเป้าหมายมุ่งสู่พลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี 2580 มีทิศทางนโยบาย (Policy Direction) 5 ด้าน ได้แก่

1.ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน
2.ลงทุนพลังงานสีเขียว
3.ดำเนินนโยบาย 4D1E เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคพลังงาน
4.เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน
5.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี ครอบคลุมการขับเคลื่อนพลังงานทั้งด้านไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเชื้อเพลิง พลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน

ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูลจากศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ (National Energy Information Center: NEIC) ทั้งข้อมูลเชิงนโยบาย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านพลังงาน (Capacity Building) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในอนาคต

#กบง #กรอบแผนพลังงานชาติ #NationalEnergyPlan #มีพลังงานมีความสุข #กระทรวงพลังงาน #MinistryofEnergy #MoEN

ขอเชิญชวนร่วมงาน PADRIEW INNOVATION WEEK PRESENT EEC X SMART CITY ระหว่างวันที่ 2 - 4 เมษายน 2564 เวลา 16.00-20.00 น. ณ ...
01/04/2021

ขอเชิญชวนร่วมงาน PADRIEW INNOVATION WEEK PRESENT EEC X SMART CITY ระหว่างวันที่ 2 - 4 เมษายน 2564 เวลา 16.00-20.00 น. ณ บริเวณริมแม่น้ำบางปะกง หน้าโรงพยาบาลพุทธโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา

กิจกรรมภายในงาน
- พิธีลงนามกวามร่วมมืจชับเคลื่อนเมืองจัวงรียะ
- นิทรรศการของหน่วยงาน องค์กร ห้างร้านต่าง ๆ
- บริการด้านแรงงาน/รับสมัครงาน
- กิจกรรมดนตรีในสวน และการแสดงของนักเรียน นักศึกษา
- พบกับร้านอาหารและของกินเมือง แปดริ้ว และ คาราวาน Food truck

https://www.sanook.com/money/826820/

“ดีป้า” ร่วมกับพันธมิตรสถานเอกอัคราชฑูตอังกฤษประจำประเทศไทย เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีรถพลังงานไฟฟ้าสะอาด ในพื้นที่ภาคตะวั...
30/03/2021

“ดีป้า” ร่วมกับพันธมิตรสถานเอกอัคราชฑูตอังกฤษประจำประเทศไทย เปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีรถพลังงานไฟฟ้าสะอาด ในพื้นที่ภาคตะวันออก เปิดตัวหนังสือคู่มือเมืองอัจฉริยะ พร้อมกับเวริค์ช็อปเชิงรุกถอดรหัสแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เต็มสูบ

30 มีนาคม 2564 -- ณ โรงแรมสนามเบย์ชอร์ เมืองพัทยา นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ด้านโครงการพิเศษและศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม หรือ “ดีป้า” เป็นเกียรติร่วมให้การต้อนรับคณะสถานฑูตอังกฤษประจำประเทศไทย ในงาน “EV100 Roadshow and UK-Thailand Smart City Workshop” ณ เมืองพัทยา เพื่อเปิดตัว “หนังสือคู่มือเมืองอัจฉริยะ “(Smart City Handbook Thailand) ซึ่งเป็นผลงานร่วมระหว่าง ทีมนักวิจัยคนรุ่นใหม่ Urban Studies Lab และ ดีป้า ในพื้นที่ภาคตะวันออก และแสดงนวัตกรรมยานพาหนะที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากประเทศอังกฤษ โดยมีผู้สนใจในพื้นที่ภาคตะวันออกเข้าร่วมงานอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

ทั้งนี้ สถานฑูตอังกฤษให้ความสำคัญในเรื่องของการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นมุมมองที่สำคัญยิ่งของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ ทั้งในมัมมองของสิ่งแวดล้อม พลังงาน และ การใช้ชีวิต ซึ่งรูปแบบของยานพาหนะที่นำมาทดสอบในงานนี้ มีทั้งรูปแบบส่วนบุคคล รูปแบบยานพาหนะกึ่งสาธารณะ (ตุ้ก ตุ้ก EV) และรูปแบบรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า พร้อมทั้งแพลต์ฟอร์มการให้บริการดิจิทัล ที่ทำให้ระบบขนส่งเป็นบริการ หรือทีาเรียกว่า Mobility-as-a-Service

ทั้งนี้ “หนังสือคู่มือเมืองอัจฉริยะ “(Smart City Handbook Thailand) ที่มีการเปิดตัวไปนั้น ซึ่งเป็นผลงานเผยแพร่ให้ผู้สนใจนำไปใช้ในการต่อยอดองค์ความรู้ในเรื่องของการพัฒนา และ ส่งเสริมเมืองอัจฉริยะระหว่างประเทศไทยและอังกฤษ ซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกในงานสัปดาห์สมาร์ทซิตี้ 2020 (Smart City Week 2020) เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยผู้ที่สนใจสามารถดาว์นโหลดคู่มือได้ที่ http://bit.ly/smartcityhandbook

โดยกิจกรรมหลักของงานหลังจากการเปิดตัวคู่มือ คือ “Smart City Workshop” หรือ กิจกรรมกลุ่มย่อย เพื่อ ระดมสมอง กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา “เชิงรุก” (Proactive Problem-Solving) โดย “Smart City Workshop”ได้รับความสนใจจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และประชาชน ทั้งจากประเทศอังกฤษและไทย เข้าร่วมที่สถาที่และในรูปแบบออนไลน์มากกว่า 40 ท่าน

“ดีป้า” ได้ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในทุกมิติ โดยด้านของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่เอง ถือเป็น “ระบบนิเวศ” (Ecosystem) ที่สำคัญ” ที่จะทำให้ โครงข่าย กำลังคน ชุมชน วิสาหกิจเบื้องต้น วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม รวมไปถึง วิสาหกิจขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ร่วมกันอย่างเป็นระบบในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมผ่านการลงทุนในเมืองอัจฉริยะ โดย “ดีป้า” ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลาง” หรือ “Hub” เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ประชาชน และความร่วมมือจากเครือข่ายพัฒนามิตรนานาประเทศ และเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านองค์ความรู้ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่อันเป็นสะพานในการต่อยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ผู้สนใจสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้จาก https://www.facebook.com/SmartCityThailandOffice ส่วนผู้ที่สนใจการเรียนรู้เรื่อง เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.smartcitythailand.or.th และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรนักพัฒนาเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ (Chief Smart City Officer หรือ CSCO) ที่ทาง “ดีป้า” เป็นผู้พัฒนา ซึ่งผู้สนใจสามารดูรายละเอียด และลงเรียนออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/depa-csco

[Eng]Depa “Join Forces” with Key International Partners at “UK-Thailand Smart City Workshop” to Brainstorm and Advance Smart City Thailand in the Eastern Region

March 30, 2021 — Siam Bayshore Hotel Pattaya Digital Economy Promotion Agency (depa) teams up with the British Embassy Bangkok, UK Government and Chonburi Provincial and Pattaya Municipal Governments to conduct the third “UK-Thailand Smart City Workshop” (the first in the eastern region) to spearhead smart city development and promotion. Also present alongside the Workshop is “EV100 Roadshow,” showcasing electric vehicles technology from the UK, integrating the smartness of clean energy with the intelligent digital platform to bring to live the new paradigm of smart mobility.

This Workshop is a result of a collaboration between depa and the UK Embassy to build a springboard for smart city projects in Thailand and beyond. More than 40 participants include stakeholders from all sectors, such as the local government and public sector, private enterprises, educational and research institutions, and citizens.

#smarcitythailand #depathailand

"ListenField คือผู้พัฒนาแพลตฟอร์มที่สร้างโมเดลขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลผลิต ซึ่งเก็บข้อมูลผ่านช...
30/03/2021
The Cloud

"ListenField คือผู้พัฒนาแพลตฟอร์มที่สร้างโมเดลขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลผลิต ซึ่งเก็บข้อมูลผ่านช่องทางหลากหลาย ทั้งเซนเซอร์ที่ติดตั้งในพื้นที่ ข้อมูลสาธารณะ ภาพจากดาวเทียม โดรน ช่วยให้เกษตรกรมีข้อมูลของพื้นที่เที่ยงตรง พร้อมต่อการตัดสินใจ ลดทั้งกระบวนการ เวลา และต้นทุนการลองผิดลองถูก"

cr. The Cloud

การพัฒนาสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองน่าอยู่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะมนุษย์อาศัยสิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิตไม่...
29/03/2021
ขายได้ทุกอำเภอ เปลี่ยนใบไม้ให้เป็นเงิน กิโลละ 2 บาท พร้อมเปิด 34 หมู่บ้านนำร่อง

การพัฒนาสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองน่าอยู่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะมนุษย์อาศัยสิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิตไม่ว่าจะเป็น ดิน น้ำ อากาศ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของทุกชีวิตบนโลก

การพิจารณาเมืองอัจฉริยะ ด้านสิ่งแวดล้อม (Smart Environment) จึงเป็นองค์ประกอบหลักในเกณฑ์การพิจารณา

แต่ละเมืองมีปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน การแก้ปัญหาก็แตกต่างกันตามบริบท

ตัวอย่างตามข่าว เชียงใหม่ที่มีปัญหาเรื่อง PM2.5 ที่เกิดจากการเผาพื้นที่ป่าและการเกษตร มีการแก้ปัญหาด้วยการสร้างมูลค่าให้เศษใบไม้ในป่าหรือเศษพืชหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตการเกษตร เพื่อให้กระบวนการซื้อขายมีประสิทธิภาพและเกิดการขยายตัวในวงกว้าง การใช้เทคโนโลดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ ด้วยการสร้าง platform เก็บรวบรวมข้อมูลผู้ซื้อ ซึ่งจะสามารถใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการและการดำเนินโครงการให้มีความคล่องตัวและสามารถพัฒนาเพิ่มเติมสำหรับจับคู่ผู้ซื้อผู้ขายให้สะดวกรวดเร็วขึ้นในอนาคตได้

https://www.facebook.com/208675086547938/posts/939694006779372/?d=n

#smartenvironment #smarcitythailand #depa #pm2.5 #solution #chiangmai

ขายได้ทุกอำเภอ เปลี่ยนใบไม้ให้เป็นเงินได้เงินจริง กิโลละ 2 บาท พร้อมเปิด 34 หมู่บ้านนำร่อง

ที่อยู่

Digital Economy Promotion Agency
Bangkok

Phaholyothin Station

ข้อมูลทั่วไป

สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีภารกิจในการจัดทำแผนแม่บท แผนปฏิบัติการ และแผนการส่งเสริมการเป็นเมืองอัจฉริยะของประเทศ ด้วยการพัฒนากลไกเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน และการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเมืองจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมไปถึงการส่งเสริมให้เกิดความรู้ ความเข้าใจแก่บุคลากรด้านการพัฒนาเมือง ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการโครงการทั้งภาครัฐ ประชาชน และเอกชน อันเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศตามแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทย ๔.๐ และยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ให้ดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรมและมุ่งสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6620262333

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Smart City Thailand Officeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Smart City Thailand Office:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา Smarter City IN ACTION “รวมพลคนดิจิทัล ร่วมพัฒนาเมืองอัจฉริยะ” • วันที่ 8-9 กันยายน 2563 เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ ห้องธนากร 1 ศูนย์ประชุมมณฑาทิพย์ จังหวัดอุดรธานี • วันที่ 23-24 กันยายน 2563 เวลา 08.30 – 16.00 น. ณ ศูนย์ประชุมบางแสน เฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี พบกับกิจกรรมภายในงาน - แชร์เทคนิคการทำธุรกิจให้สำเร็จด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล - เข้ารับคำปรึกษาการเปลี่ยนธุรกิจด้วยดิจิทัล - พบกับ Digital Startup กว่า 30 ราย - คูปองส่งเสริมการใช้ Software พัฒนาธุรกิจ (depa mini Transformation Voucher) ท่านที่สนใจสามารถ สำรองที่นั่ง ฟรีได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้ https://sites.google.com/view/smartercityinaction ลงทะเบียน Online 200 ท่านแรก รับทันที กระเป๋า depa ฟรี!!!
วันนี้มางานค่ะ
ทางเลือกใหม่ รถไฟ “แบบไม่มีราง” ที่เมืองจูโจ่ว มณฑลหูหนาน ซึ่งเป็นการผนวกเอาเทคโนโลยีรถบัสวิ่งในเลนพิเศษ หรือ BRT กับ รถไฟรางเดี่ยว (หรือ monorail) ที่มีความสม่ำเสมอในการให้บริการ โดยใช้เทคโนโลยี Internet-of-Things (IoT) ที่ติดตั้งทั่วเมืองเพื่อให้ระบบคำนวณความเร็วของการวิ่ง ความถี่ในการจอดรับ และการเคลื่อนที่ของรถ ทำให้ผู้ใช้บริการไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าจริงๆ รถไฟไร้รางที่ใช้อยู่คือ “รถบัสที่ทำหน้าตาให้เหมือนกับรถไฟฟ้ารางเดี่ยว” ในเชิงธุรกิจ ระบบนี้ราคาถูกกว่ารถไฟรางเดี่ยวประมาณ 5 เท่า และส่งกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมในช่วงการก่อสร้างน้อยกว่าอย่างประเมินค่ามิได้ (เพราะแทบจะไม่ต้องก่อสร้างอะไรเลย) โดยตอนนี้ หประเทศการ์ต้า นำระบบนี้ไปทดลองแล้ว เพื่อพิจารณานำมาใช้ในช่วงฟุตบอลโลกครั้งต่อไปที่จะจัดที่นั่นครับ #smartmobility #smartliving #smartenvironment #smartcitythailand https://youtu.be/bXB87NWHvDg
Its tasks and goals are great for the environment and betterment of human beings as we’re increasingly moving to live in cities.