กระทรวงมหาดไทย PR

กระทรวงมหาดไทย PR แฟนเพจเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการโดย กองสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
(2)

Follown :
FacebookFan : กระทรวงมหาดไทย PR
Twitter :
Google+ : กองสารนิเทศ กระทรวงมหาดไทย
Website : www.pr.moi.go.th
Youtube : กระทรวงมหาดไทย

ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุม SOMRDPE ผลักดันร่างแผนงานปี 2026–2030 มุ่งยกระดับการพัฒนาชนบทและการขจัดความยากจนอย่างยั่...
06/08/2026

ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุม SOMRDPE ผลักดันร่างแผนงานปี 2026–2030 มุ่งยกระดับการพัฒนาชนบทและการขจัดความยากจนอย่างยั่งยืน

วันนี้ (6 ส.ค. 69) เวลา 09.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและการขจัดความยากจน (SOMRDPE) วาระปี 2568–2569 มอบหมายให้ นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แทนในการกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับรองแผนงานอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจน พร้อมทั้งเข้าร่วมและทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับรองแผนงานที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและการขจัดความยากจน (SOMRDPE) ปี ค.ศ. 2026–2030 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีผู้แทนจากชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง 11 ประเทศเข้าร่วมการประชุมและหารือร่างแผนงานฯ

การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการ “อาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางสู่ปี ค.ศ. 2045 : การส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ การมีส่วนร่วมทางสังคม และความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคน” เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นจากประเทศสมาชิกอาเซียน (AMS) หุ้นส่วนการเจริญเติบโตและการพัฒนา ตลอดจนภาคประชาสังคม (CSOs) นำไปสู่การจัดทำร่างข้อความสุดท้ายและรับรองอย่างเป็นทางการในการประชุมสมัยพิเศษ (Special Session) เพื่อเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 49 ต่อไป โดยมีโครงการ Australia for ASEAN Futures (Aus4ASEAN Futures) เป็นผู้สนับสนุนหลัก ร่วมกับกองขจัดความยากจนและความเสมอภาคทางเพศ (PEGD) ภายใต้สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEC) และองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อการพัฒนาชนบทและการปฏิรูปที่ดินในเอเชีย (AsiaDHRRA)

วัตถุประสงค์หลักของการจัดทำแผนงาน SOMRDPE ปี 2026–2030 คือการทบทวนผลการดำเนินงานผ่านการนำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นและสาระสำคัญจากการทบทวนระยะสิ้นสุดโครงการ (End-Term Review: ETR) ของแผนงาน SOMRDPE ปี 2021–2025 เพื่อใช้เป็นฐานในการวางทิศทางใหม่ การรับรองกรอบผลลัพธ์หลัก (Key Result Areas: KRAs) ผ่านการกำหนดและรับรองขอบเขตผลลัพธ์หลัก ผลผลิต และกิจกรรมตัวอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและการพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมโดยการเปิดโอกาสให้หุ้นส่วนการเจรจาและการพัฒนา และภาคประชาสังคม เข้ามาร่วมหารือเกี่ยวกับลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความพร้อมในการรับมือกับความท้าทาย โดยเฉพาะในด้านความเสี่ยงจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) ตลอดจนการส่งเสริมบทบาทสตรีและเยาวชน การปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการขยายผลเครือข่ายหมู่บ้านอาเซียน (ASEAN Villages Network: AVN)

บทบาทของประเทศไทยในฐานะประธาน SOMRDPE วาระปี 2568–2569 และประธานการประชุมฯ ในครั้งนี้ เป็นบทบาทนำในการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEC) และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อหารือและสรุปข้อคิดเห็น และผลักดันให้เกิดการรับรองร่างแผนงานฯ จากผู้แทนจากทุกภาคส่วน นำไปสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาชนบทและการขจัดความยากจนที่ยั่งยืนและมีประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

ในโอกาสนี้ ประเทศไทย โดยกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์อาเซียน ค.ศ. 2045 (ASEAN Community Vision 2045) ที่เน้นย้ำการเป็น “อาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” สร้างความเสมอภาคทางเพศ การมีส่วนร่วมทางสังคม และความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกระทรวงมหาดไทยในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่ประชาชน ผ่านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับพื้นที่และชุมชนชนบทอย่างรอบด้าน และเสริมสร้างความสามารถปรับตัว ฟื้นตัวเร็ว ต่อความเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาคให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 905/2569
วันที่ 6 ส.ค. 2569

ก.กลาง ยึดมติ ฟันโกงสอบ 5,925 ราย ขึดเส้น อปท. ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค. "คดีต้องเดิน ระบบต้องเปลี่ยน เพื่อความยุติธรรม ของประ...
06/08/2026

ก.กลาง ยึดมติ ฟันโกงสอบ 5,925 ราย ขึดเส้น อปท. ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค. "คดีต้องเดิน ระบบต้องเปลี่ยน เพื่อความยุติธรรม ของประชาชน"
วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
6 ส.ค. 69

06/08/2026

🟦Live "มท.4 วรศิษฏ์" นำแถลงผลการประชุม ก.กลาง 6 ส.ค. 69

สนง.ปลัดกระทรวงมหาดไทย เห็นชอบมอบประกาศเกียรติคุณข้าราชการ-ลูกจ้าง 'เกษียณอายุ' และผู้รับราชการครบ 20 ปี และทำคุณประโยชน...
06/08/2026

สนง.ปลัดกระทรวงมหาดไทย เห็นชอบมอบประกาศเกียรติคุณข้าราชการ-ลูกจ้าง 'เกษียณอายุ' และผู้รับราชการครบ 20 ปี และทำคุณประโยชน์ต่อราชการ เพื่อเชิดชูเกียรติ และสร้างขวัญกำลังใจ ในการขับเคลื่อนงานบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อประชาชน
วันนี้ (6 ส.ค. 69) นางสาวกาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณามอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการและลูกจ้าง ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายอนุลักษณ์ รุ่งแสงทวีศักดิ์ ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมดำรงธรรม ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
นางสาวกาญจน์ชนิษฐา ได้กล่าวถึงหลักเกณฑ์การพิจารณามอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการและลูกจ้าง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากรในสังกัด ในการมุ่งมั่นทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชน เพราะบุคลากรของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ ผ่านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของจังหวัด การควบคุมภายในบริหารความเสี่ยง การบริหารราชการของจังหวัด รวมถึงการประสานแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนถึงบทบาทในการรักษาและสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดินผ่านกลไกกอง สำนัก ศูนย์ ของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยส่วนกลาง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
สำหรับการประชุมคณะกรรมการพิจารณามอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ประจำปี พ.ศ 2569 ในครั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบการมอบประกาศเกียรติคุณ 4 ประเภท ได้แก่ 1. ข้าราชการผู้ปฏิบัติราชการครบเกษียณอายุราชการ 119 ราย 2. ข้าราชการประเภทผู้บริหารระดับกรมผู้เกษียณอายุราชการ 4 ราย 3. ข้าราชการผู้รับราชการครบ 20 ปี 71 ราย และ 4. ผู้ทำคุณประโยชน์หรือเสียสละให้แก่ทางราชการเป็นกรณีพิเศษ 11 ราย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 904/2569
วันที่ 6 ส.ค. 69

"รัฐมนตรีเจเศรษฐ์" เปิดจุดบริการน้ำดื่มสะอาด อ.พระประแดง พร้อมกำชับ กปน. ขยายจุดบริการร่วมกับท้องถิ่น เพื่อสร้างรอยยิ้ม ...
06/08/2026

"รัฐมนตรีเจเศรษฐ์" เปิดจุดบริการน้ำดื่มสะอาด อ.พระประแดง พร้อมกำชับ กปน. ขยายจุดบริการร่วมกับท้องถิ่น เพื่อสร้างรอยยิ้ม ลดรายจ่าย และเพิ่มความสุขให้กับพี่น้องประชาชน
วันนี้ (6 ส.ค. 69) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดจุดบริการน้ำดื่มสะอาดฟรี ภายใต้โครงการ “น้ำดื่มสะอาดเพื่อชุมชน” ของการประปานครหลวง (กปน.) ณ โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี นายณัชวันก์ อัลภาชน์ เตชะเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง และส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย เข้าร่วม
นายเจเศรษฐ์ เผยว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญกับการเข้าถึง “น้ำดื่มสะอาด” โดยกําหนดเป็นนโยบายสําคัญเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยภายใต้การนําของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและเยาวชนที่ควรเข้าถึงน้ำดื่มที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สอดคล้องกับนโยบาย “มหาดไทย ทำทันที Action 5 Plus” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขอนามัยให้ประชาชน
นายเจเศรษฐ์ ยังได้ชื่นชมการประปานครหลวง ที่นำนโยบายไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเลือกพื้นที่โรงเรียนเทศบาลป้อมแผลงไฟฟ้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางของหน่วยงานราชการและชุมชนในอำเภอพระประแดง เป็นจุดติดตั้งเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด โดยในปัจจุบันได้ติดตั้งจุดบริการน้ำดื่มฟรีตามชุมชน ศาสนสถาน โรงเรียน และหน่วยงานราชการไปแล้วกว่า 167 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ำดื่มของประชาชนอย่างแท้จริง
นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้กำชับให้การประปานครหลวงเร่งรัดขยายจุดบริการไปยังชุมชนเปราะบางและพื้นที่สาธารณะที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก โดยบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เลือกจุดติดตั้งที่มีความแม่นยำและตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ เพื่อสร้างรอยยิ้ม ลดรายจ่าย และเพิ่มความสุขให้กับพี่น้องประชาชนผ่านการจัดสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพและทั่วถึง อันจะเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับประชาชน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 903/2569
วันที่ 6 ส.ค. 69

"พลพีร์" สั่ง 'ทุกอำเภอ' กระจายร้านขายสินค้าลดค่าครองชีพไปทุก อบต. อำนวยความสะดวก ลดภาระค่าใช้จ่าย หนุนเสริมยกระดับคุณภา...
06/08/2026

"พลพีร์" สั่ง 'ทุกอำเภอ' กระจายร้านขายสินค้าลดค่าครองชีพไปทุก อบต. อำนวยความสะดวก ลดภาระค่าใช้จ่าย หนุนเสริมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน
วันนี้ (6 ส.ค. 69) เวลา 10.00 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และผู้ตรวจราชการกรมที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ อำเภอกาบเชิง และอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์
โดยนายพลพีร์ ได้มอบโฉนดที่ดินตามโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน” จำนวน 32 ฉบับ และเดินเยี่ยมชมตลาดนัดของดีอำเภอกาบเชิง เยี่ยมชมสินค้าตามโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน ก่อนจะเป็นประธานมอบนโยบาย
นายพลพีร์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความมุ่งมั่นในการลดภาระค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพให้ประชาชน การพัฒนาให้บริการภาครัฐเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากเพื่อยกระดับเศรษฐกิจของไทย เช่นเดียวกันกับกระทรวงมหาดไทยที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเพื่อ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" พี่น้องประชาชน
"วาระสำคัญเร่งด่วน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. "การแก้ไขปัญหายาเสพติด" ด้วยความร่วมมือฝ่ายปกครอง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำงานเชิงรุกอย่างจริงจัง พุ่งเป้าทำให้ยาเสพติดหมดไปกับจากชุมชน เพื่อช่วยประหยัดงบประมาณของรัฐที่ต้องใช้ในการแก้ไขปัญหา แล้วนำเงินเหล่านั้นมาขับเคลื่อนโครงการที่เกิดประโยชน์กับประชาชน 2. การลดปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร ที่รัฐจะต้องสูญเสียงบประมาณเป็นหลักพันล้านบาท ด้วยการงดการเผาโดยสิ้นเชิง เพื่อจะได้มีงบประมาณใช้ในการพัฒนาพื้นที่ด้านอื่น ๆ และ 3. การขับเคลื่อนโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" และโครงการ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" เพื่อลดค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายของประชาชน"
นายพลพีร์ ยังได้กำชับให้นายอำเภอกระจายการจัดงานมหกรรมสินค้าลดค่าครองชีพ จากที่ว่าการอำเภอไปยังพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระค่าเดินทางให้แก่ประชาชน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลตามโครงการต่างๆ อาทิ การปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าเหลือ 3 บาท สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วยของ กฟภ. การยกเว้นการจัดเก็บค่าไฟฟ้าสาธารณะจากบิลค่าไฟของประชาชน การช่วยเหลือดอกเบี้ยกองทุนหมู่บ้านครึ่งหนึ่ง เป็นต้น โดยให้ผู้นำท้องที่และท้องถิ่นใช้ช่องทางการสื่อสาร ทั้งหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านและสื่อสังคมออนไลน์ ประชาสัมพันธ์การขับเคลื่อนภารกิจของรัฐที่ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง และหมั่นลงพื้นที่ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐได้อย่างเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายโกศล พลโยธา ผู้ตรวจราชการกรมที่ดิน นางอรุณรัตน์ ชิงชนะ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน นางธัญพร มุ่งเจริญพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมด้วย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 902/2569
วันที่ 6 ส.ค. 69

ปลัด มท. ร่วมคณะ ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า "โครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุร...
06/08/2026

ปลัด มท. ร่วมคณะ ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า "โครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี" น้อมนำพระราชดำริสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน
วันนี้ (6 ส.ค. 69) เวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุมรังสิพราหมณกุล กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยทหาร หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยภายหลังการประชุม ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจติดตามการก่อสร้างแก้มลิงลำห้วยใหญ่ และอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ตามโครงการพัฒนาจังหวัดเพชรบุรี
การติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาหุบกะพง - ห้วยทรายใต้ จังหวัดเพชรบุรี ในครั้งนี้ เป็นการร่วมสะท้อนภาพความสำเร็จในการบูรณาการทำงานอย่างยั่งยืน ซึ่งทุกภาคส่วนได้พร้อมใจน้อมนำพระบรมราโชบายและพระราชดำริ "สืบสาน รักษา และต่อยอด" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหน่วยงานในพื้นที่ ได้มุ่งเน้นการเร่งพัฒนาพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ อำเภอชะอำ ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งการดำเนินงานในระยะแรกมีความคืบหน้าไปตามลำดับแล้ว ทั้งการก่อสร้างเส้นทางจักรยาน ลู่วิ่งรอบอ่างเก็บน้ำ อาคารศาลาชมวิว ตลอดจนงานปรับปรุงภูมิทัศน์และเพิ่มพื้นที่สีเขียว ควบคู่ไปกับการวางโครงข่ายระบบไฟฟ้าบริเวณแก้มลิงลำห้วยใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการนำระบบไฟฟ้าลงใต้ดิน และการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างสาธารณะบริเวณลานจอดรถ เพื่อความปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อย
สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป จะได้มีการขยายผลการพัฒนาเส้นทางคมนาคมรอบภูเขาและเชื่อมโยงโครงข่ายชุมชนรอบพื้นที่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ควบคู่ไปกับการปรับทัศนียภาพรอบพื้นที่แก้มลิงลำห้วยใหญ่ให้มีความสวยงามน่าอยู่ ตลอดจนการปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับการขยายตัวของโครงการพัฒนาในพื้นที่ห้วยทรายอย่างครอบคลุม ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมที่จะติดตามและบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดร่วมกับจังหวัดเพชรบุรีและทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนโครงการพัฒนาต่าง ๆ ให้บรรลุผลสำเร็จตามแผนแม่บท มุ่งหวังพลิกฟื้นผืนดินในพื้นที่โครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างยั่งยืน
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 901/2569
วันที่ 6 ส.ค. 2569

"พลพีร์สั่งการ 'การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค' ประสานกระทรวงทรัพย์ฯ ร่วมพัฒนาพื้นที่ ขยายเขตไฟฟ้า เพื่อดูแลกำลังพลทหารพื้นที่ชายเเ...
06/08/2026

"พลพีร์สั่งการ 'การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค' ประสานกระทรวงทรัพย์ฯ ร่วมพัฒนาพื้นที่ ขยายเขตไฟฟ้า เพื่อดูแลกำลังพลทหารพื้นที่ชายเเดน"
มท.2 ลงพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ สั่ง กฟภ. เร่งขยายเขตไฟฟ้า "ปราสาทตาควาย-เนิน 350" มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและขวัญกำลังพลแนวหน้า เสริมสร้างความมั่นคงในการป้องกันประเทศตามแนวชายแดน
วันนี้ (6 ส.ค. 69) เวลา 10.00 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามและรับฟังข้อมูลการขอขยายเขตไฟฟ้า บริเวณปราสาทตาควาย และเนิน 350 เพื่ออำนวยความสะดวกและเสริมสร้างความมั่นคงในการป้องกันประเทศตามแนวชายแดน โดยมี นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนกองกำลังสุรนารี ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดสุรินทร์ ร่วมลงพื้นที่ ณ ปราสาทตาควาย ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
ในการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและคณะ เดินทางถึงอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย ร่วมวางพวงมาลารำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของทหารหาญที่เสียสละเพื่อชาติ และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่เจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เป็นแนวหน้าในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ก่อนเดินทางรับฟังข้อมูลพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย และเนิน 350
โครงการขยายเขตไฟฟ้าบริเวณปราสาทตาควาย และเนิน 350 โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 ได้บรรจุแผนงานการขยายเขตไฟฟ้าจำนวน 9 พื้นที่ ภายใต้งบประมาณรวมกว่า 130 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีความต้องการขยายเขตไฟฟ้าเพิ่มเติม ระยะทางรวมกว่า 12.5 กิโลเมตร รวมถึงความต้องการพลังงานไฟฟ้าระบบโซลาร์เซลล์ เส้นทางคมนาคมจากสามแยกลานยาง ถึง ปราสาทตาควาย ระยะทางประมาณ 8.7 กิโลเมตร
ทั้งนี้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ได้มีข้อสั่งการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เขต 3 เร่งรัดดำเนินการโครงการขยายเขตไฟฟ้าให้เป็นไปตามแผนงานโดยเร่งด่วน พร้อมกำชับเริ่มดำเนินโครงการภายในปี พ.ศ. 2569 และให้แล้วเสร็จในช่วงต้นปี พ.ศ. 2570 เพื่อยกระดับความปลอดภัยของแนวหน้ากำลังพลทุกนาย ที่ทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย และเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องประเทศ
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 900/2569
วันที่ 6 ส.ค. 69

รองปลัด มท. "สันติธร ยิ้มละมัย" ปาฐกถาพิเศษ 20 ปี กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น "บทเรียนและก้าวต่อไปสู่ทิศทางระบบสุขภาพ...
06/08/2026

รองปลัด มท. "สันติธร ยิ้มละมัย" ปาฐกถาพิเศษ 20 ปี กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น "บทเรียนและก้าวต่อไปสู่ทิศทางระบบสุขภาพชุมชนในทศวรรษที่ 3" ฝาก 3 พลัง "ท้องถิ่น-ภาคีเครือข่าย-ผลลัพธ์" ทำให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเข้าถึง เท่าเทียม ทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน
วันนี้ (6 ส.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ห้วหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "20 ปี กองทุน กปท. "บทเรียนและก้าวต่อไปสู่ทิศทางระบบสุขภาพชุมชนในทศวรรษที่ 3" ในงานมหกรรม 20 ปี กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) "ภาคอีสานอยู่ดีมีแฮง สร้างสุขภาพชุมชน สู่คนอีสานปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายด้วยโรคมะเร็งท่อน้ำดี" โดยมี นพ.วีรพันธ์ ลีธนะกุล รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมปาฐกถา และมีท้องถิ่นจังหวัด ผู้บริหารสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี ม.ขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการ แพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ ภาคีเครือข่าย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อสม. และประชาชนร่วมรับฟังกว่า 1,000 คน
นายสินติธร กล่าวว่า ในช่วงตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) กว่า 7,800 แห่งทั่วประเทศ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กองทุนฯ ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งสนับสนุนงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นศูนย์กลางความร่วมมือร่วมใจ เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง เพราะ "การดูแลสุขภาพประชาชนไม่ใช่ภารกิจหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีส่วนร่วม" ทั้งระบบสุขภาพตั้งแต่ระดับพื้นที่ ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ โดยกระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานภารกิจบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน มีกลไก เครื่องมือต่าง ๆ ลงไปถึงระดับหมู่บ้าน/ชุมชน
"นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ด้วยการส่งเสริมการกระจายอำนาจการดูแลสุขภาพอนามัยประชาชนไปสู่ท้องถิ่น ไปสู่ชุมชนให้ได้มีบทบาทเพราะปัญหาสุขภาพอยู่ในพื้นที่ ถ้าชุมชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ ตนมั่นใจว่า เราจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 งบประมาณแผ่นดินในเชิงยุทธศาสตร์จะมีเพิ่มขึ้น จากปีที่ผ่าน ๆ มาจะไปมุ่งเน้นเรื่องงบลงทุน ซึ่งสะท้อนนวัตกรรมทางนโยบายในเชิงสุขภาพของพี่น้องประชาชน และสะท้อนหลักการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วม และความร่วมมือของภาครัฐ ท้องถิ่น และพี่น้องประชาชน อย่างเป็นรูปธรรม"
นายสันติธร กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยเหตุนี้ การขับเคลื่อนกองทุนหลักประกันสุขภาพในทศวรรษที่ 3 จึงจำเป็นต้องยกระดับบทบาทจาก "กลไกการสนับสนุนงประมาณ" ไปสู่ "กลไกการจัดการระบบสุขภาพระดับพื้นที่" เพราะงบประมาณเพียงอย่างเดียวแก้ไขไม่ได้ แต่ความร่วมแรงร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในพื้นที่เป็นส่วนสำคัญ และในระยะต่อไป ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพสำคัญที่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ทั้งการลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง การดูแลสุขภาพจิต การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การรองรับสังคมสูงวัย การสร้างความปลอดภัยทางถนนสำหรับเด็กและเยาวชน ตลอดจนการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะในทุกมิติ ซึ่งล้วนเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน และการขับเคลื่อนจากระดับพื้นที่เป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตนเชื่อมั่นว่า ความสำเร็จของการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนในอนาคต จะตั้งอยู่บนพลังสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1. พลังของท้องถิ่น ในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ใกล้ชิดประชนมากที่สุด สามารถเข้าใจปัญหาการเจ็บป่วยของประชาชน และออกแบบการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ 2. พลังของภาคีเครือข่าย ที่ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และสนับสนุนทรัพยากรอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ มีจิตอาสาที่จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน และ 3. พลังของผลลัพธ์ ที่จะต้องสะท้อนออกมาให้เห็นถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความเสมอภาคทางสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนสามารถได้รับบริการด้านสุขภาพแบบ "เข้าถึง เท่าเทียม ทั่วถึง เป็นธรรม ยั่งยืน" เพื่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบสุขภาพของประเทศไทย
นพ.วีรพันธ์ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) เป็นเครือข่ายกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีกลไกเชื่อมโยง อปท. หน่วยบริการ และ อสม. ทั่วประเทศ ส่งผลให้เกิดความสำเร็จด้านการดูแลสุขภาพระดับพื้นที่ 5 ด้าน คือ 1. ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น 2. ความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพลดลง 3. ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง 4. ชุมชนเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ และ 5. เกิดนวัตกรรมสุขภาพในพื้นที่ โดยในทศวรรษต่อไป กปท. จะมุ่งสู่กลไกการลงทุนสุขภาพเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Investment) การวัดผลลัพธ์คุณภาพชีวิตที่จับต้องได้ มองตลอดวงจรชีวิตและสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศสุขภาพ (Health Ecosystem) ที่เชื่อมโยงข้อมูล เพราะ กปท. จะไม่ใช่เพียงกระเป๋าเงินสนับสนุน แต่คือ 'นักลงทุนเชิงยุทธศาสตร์' เพื่อสุขภาวะของพื้นที่ เพื่อร่วมกันสร้างระบบสุขภาพท้องถิ่นแห่งอนาคตที่ใช้ข้อมูล ใช้พลังชุมชน และใช้ความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้คนไทยทุกคนมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน
สำหรับงานมหกรรม 20 ปี กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข อาทิ ตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับฟรี (อายุ 15 ปีขึ้นไป) และตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดี ฟรี (อายุ 40 ปีขึ้นไป) รวมถึงการสัมมนาวิชาการ "คนอีสานปลอดพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี" และกิจกรรม/นิทรรศการภาคีเครือข่ายการแพทย์และการสาธารณสุข เข้าร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 899/2569
วันที่ 6 ส.ค. 69

รองปลัด มท.ชัยวัฒน์ ย้ำบทบาทข้าราชการมหาดไทย ต้องพร้อมรับความเสี่ยงที่อาจเกินการตั้งรับ เพื่อไม่กระทบชีวิตความเป็นอยู่ปร...
06/08/2026

รองปลัด มท.ชัยวัฒน์ ย้ำบทบาทข้าราชการมหาดไทย ต้องพร้อมรับความเสี่ยงที่อาจเกินการตั้งรับ เพื่อไม่กระทบชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน ยกระดับ สป.มท. สู่องค์กรสมรรถนะสูง เพื่อประชาชน
วันนี้ (6 ส.ค. 69) เวลา 09.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติ "การจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงระดับยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย" โดยมี นางสาวพิมพ์อัปสร บริบูรณ์รัตน์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบบริหาร พร้อมด้วยผู้อำนวยการกอง สำนัก ศูนย์ ผู้ตรวจสอบภายใน ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกลุ่มงาน ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม ณ ห้องประชุมอัษฎางค์ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย
นายชัยวัฒน์ ได้เน้นย้ำว่า ชีวิตของข้าราชการและบุคลากรกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่ชีวิตที่เพียงคำนึงถึงพื้นฐานการใช้ชีวิตอย่างเดียว "แต่ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและบริบทต่าง ๆ ของประชาชนเป็นสำคัญ" เฉกเช่นสโมสรฟุตบอลภายใต้การบริหารของโค้ช ที่มีการวางแผนทางโภชนาการ และการฟื้นฟูร่างกายของนักเตะ รวมถึงการขาดแคลนอาหารของประชาชนประเทศอินเดียในอดีต ที่ผู้นำสามารถบริหารความเสี่ยง ทำให้ขาดแคลนอาหารลดลงและมีความมั่นคงทางอาหารเพิ่มขึ้น เราจึงต้อง "ขยายความ" เรื่องความเสี่ยง และต้องรับมือผลของความเสี่ยง หากเกิดเหตุการณ์ที่เกินการตั้งรับ เพื่อไม่ให้กระทบกับความเป็นอยู่ของชีวิตประชาชน ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีพลังจากทุกหน่วยงานร่วมกันเพื่อให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยก้าวสู่องค์กรสมรรถนะสูง เพื่อประชาชน
การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ เริ่มจากการทบทวนระบบ และทิศทางยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ พันธกิจ ตัวชี้วัดสำคัญ แนวทางการบริหารความเสี่ยงระดับยุทธศาสตร์ รวมถึงการวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อม (PESTEL/STEP Analysis) ที่ส่งผลต่อเป้าหมาย โดยผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันระบุความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ (Risk Identification) ผ่านการบรรยายเทคนิคการเขียน Risk Statement และทำ Workshop นำปัจจัยแวดล้อมมาระบุเป็นความเสี่ยงที่กระทบต่อตัวชี้วัดหรือเป้าหมาย
กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 898/2569
วันที่ 6 ส.ค. 69

ที่อยู่

93 Asadang Road Phra Nakhon
Bangkok
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6622224131

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กระทรวงมหาดไทย PRผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กระทรวงมหาดไทย PR:

แชร์