Clicky

กระทรวงมหาดไทย PR

กระทรวงมหาดไทย PR แฟนเพจเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย Follown :
FacebookFan : กระทรวงมหาดไทย PR
Twitter : @moinews2016
Google+ : กองสารนิเทศ กระทรวงมหาดไทย
Website : www.pr.moi.go.th
Youtube : กองสารนิเทศ กระทรวงมหาดไทย

เปิดเหมือนปกติ

มท. เผยผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย รับทราบโควตาผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ชาวไทย จำนวน 5,885 คน มีกำหน...
10/05/2022

มท. เผยผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย รับทราบโควตาผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ชาวไทย จำนวน 5,885 คน มีกำหนดระยะเวลาในการเดินทางเข้าร่วมประกอบพิธีฮัจย์ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน 2565 - 3 กรกฎาคม 2565

วันนี้ (10 พ.ค. 65) นายชยาวุธ จันทร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน ได้เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวานนี้ (9 พ.ค. 65) ซึ่งที่ประชุมได้มีมติรับทราบบันทึกความตกลงการเตรียมการฮัจย์ ประจำปี พ.ศ. 2565 (ฮ.ศ. 1443) ระหว่างผู้แทนฮัจย์ของประเทศไทยกับกระทรวงฮัจย์และอุมเราะห์ของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียโดยกำหนดโควตาผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ชาวไทย จำนวน 5,885 คน โดยเดินทางจากประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ และท่าอากาศยานนราธิวาส ไปยังราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ King Abbulaziz เมืองเจดดาห์ และท่าอากาศยานนานาชาติ Prince Mohammed เมืองมาดีนะห์ พร้อมทั้งรับทราบผลการลงทะเบียนเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปี พ.ศ. 2565 (ฮ.ศ. 1443) ข้อมูล ณ วันที่ 8 เมษายน 2565 มีผู้ลงทะเบียนแสดงความประสงค์ จำนวน 4,148 คน โดยผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปี พ.ศ. 2565 (ฮ.ศ. 1443) ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด จำนวน 5 ข้อ ได้แก่ 1) ต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนรวมถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 2) ต้องแสดงผลการตรวจโรคโควิด-19 แบบ PCR ที่เป็นลบอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ก่อนเดินทาง 3) ต้องสวมหน้ากากอนามัยระหว่างการประกอบพิธีฮัจย์ตลอดเวลา 4) ต้องแสดงเอกสารการจัดทำประกันโรคโควิด-19 และ 5) ต้องมีอายุต่ำกว่า 65 ปี โดยวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียให้การรับรองแล้ว 9 ชนิด ได้แก่ Pfizer, Moderna, Oxford Astra Zeneca, Johnson & Johnson, Sinopharm, Sinovac, Covaxin, Sputnik และ Covavax โดยมีกำหนดระยะเวลาในการเดินทางจากประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมประกอบพิธีฮัจย์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน 2565 - 3 กรกฎาคม 2565

กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 157/2565
วันที่ 10 พ.ค. 2565

กระทรวงมหาดไทย ฝึกอบรมแพทย์ประจำตำบลตามโครงการพัฒนาศักยภาพแพทย์ประจำตำบล...การสาธารณสุขเพื่อแผ่นดิน เพื่อเป็นการเพิ่มพูน...
09/05/2022

กระทรวงมหาดไทย ฝึกอบรมแพทย์ประจำตำบลตามโครงการพัฒนาศักยภาพแพทย์ประจำตำบล...การสาธารณสุขเพื่อแผ่นดิน เพื่อเป็นการเพิ่มพูนศักยภาพให้แก่แพทย์ประจำตำบลในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ

วันนี้ (9 พ.ค. 65) เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมแพร่นครา อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพแพทย์ประจำตำบล...การสาธารณสุขเพื่อแผ่นดิน โดยมี นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครอง นายอำเภอในพื้นที่จังหวัดแพร่ และแพทย์ประจำตำบลในพื้นที่ภาคเหนือ 196 คน ร่วมพิธี

นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า "แพทย์ประจำตำบล" มีขึ้นตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 กำหนดให้มีแพทย์ประจำตำบลในตำบล เพื่อทำหน้าที่คอยสังเกต ตรวจตรา และป้องกันโรคภัยที่จะเกิดขึ้นแก่ราษฎรในตำบล หากมีโรคร้ายแรงเกิดขึ้น แพทย์ประจำตำบลต้องรายงานให้อำเภอทราบโดยทันที เพื่อเป็นการเพิ่มพูนองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของแพทย์ประจำตำบล กรมการปกครองจึงได้จัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพแพทย์ประจำตำบล...การสาธารณสุขเพื่อแผ่นดิน ขึ้น แม้ปัจจุบันคนอาจจะลืมบทบาทของแพทย์ประจำตำบล และไปรู้จัก อสม. มากกว่า แต่ในทางปฏิบัติแพทย์ประจำตำบลเป็นเจ้าพนักงานโดยตรงในการป้องกันโรคภัยในตำบล และส่วนใหญ่ก็สวมหมวกสองใบคือเป็น อสม. ด้วย
นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการปกครองท้องที่ กล่าวว่า โครงการฯ ในครั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นตัวแทนแพทย์ประจำตำบลทุกอำเภอ ในจังหวัดภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด 196 คน เข้ารับการอบรม ระหว่างวันที่ 9 - 11 พฤษภาคม 2565 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจทฤษฎีการแพทย์แผนไทยเบื้องต้นให้กับผู้เข้าอบรม และนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดเพื่อรักษาโรคให้กับประชาชนในตำบล หมู่บ้าน รวมทั้งสามารถใช้สมุนไพรในท้องถิ่นอันเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อการรักษาโรคด้วยตนเองได้ ตลอดจนเสริมสร้างองค์ความรู้ความเข้าใจ บทบาทและอำนาจหน้าที่ของแพทย์ประจำตำบลตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปสู่การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้

สำหรับเนื้อหาในการจัดอบรมวิชาแพทย์แผนไทย ได้รับเกียรติจากแพทย์แผนไทยคมสัน ทินกร ณ อยุธยา วิทยากรจากสถานพยาบาลคลินิกการแพทย์แผนไทย หม่อมราชวงศ์สอาด ทินกร บรรยายวิชาหลักการแพทย์แผนไทยเบื้องต้น การปลูกสวนยาเพื่อใช้สมุนไพรในการรักษาโรค การเรียนรู้หัตถการ และฝึกปฏิบัติมณีเวช และวิทยากรจากส่วนบริหารงานกำนัน ผู้ใหญ่บ้านบรรยายหลักสูตรกฎหมาย ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับแพทย์ประจำตำบล ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 การดำเนินโครงการฯ ครั้งนี้จึงเป็นการส่งเสริมบทบาทและพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของแพทย์ประจำตำบล ให้เข้าใจบทบาทหน้าที่และเสริมสร้างองค์ความรู้ในทฤษฎีการแพทย์แผนไทยเบื้องต้น และนำความรู้นี้มาปรับใช้ในวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เพื่อเป้าหมายในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” และทำให้ประชาชน “ทุกข์น้อยลง สุขมากขึ้น”

จากนั้น อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้เยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมทุ่งเจริญย้อมสีธรรมชาติ ที่บ้านเลขที่ 291 หมู่ 5 ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมืองแพร่ โดยได้ทำการย้อมผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ หรือสีจากต้นห้อม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์โอทอปสำคัญของจังหวัดแพร่ คือผ้าหม้อห้อม ผ้ามัดย้อม และร่วมเปิดป้าย “ศูนย์เรียนรู้สมุนไพรพื้นบ้าน” ณ สถานที่ผลิตยาแผนโบราณ โชคทวีโอสถ บ้านต้นค่า หมู่ 2 ตำบลแม่ยม อำเภอเมืองแพร่ พร้อมเยี่ยมชมสวนสมุนไพรของนายทวี ก๋าทองทุ่ง และนางกัญญ์หา ก๋าทองทุ่ง หมอพื้นบ้านล้านนาเวชกรรมไทย โดยสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ผลิตยา “โชคทวีโอสถ” ซึ่งผลิตยาแพทย์แผนไทยมาแต่ดั้งเดิม

นิพนธ์ ลุยช่วยน้ำท่วมสุราษฎร์ฯ มอบเงินบ้านพังเสียหาย พร้อมให้กำลังใจผู้ประสบภัย ย้ำ "ทุกชีวิตต้องปลอดภัย เมื่อเกิดภัยต้อ...
09/05/2022

นิพนธ์ ลุยช่วยน้ำท่วมสุราษฎร์ฯ มอบเงินบ้านพังเสียหาย พร้อมให้กำลังใจผู้ประสบภัย ย้ำ "ทุกชีวิตต้องปลอดภัย เมื่อเกิดภัยต้องช่วยเหลือทันที" เร่ง ปภ. ดำเนินการเยียวยาโดยเร็ว

วานนี้ (8 พ.ค 65) นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วนบริเวณ ตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัย พร้อมมอบเงินเยียวยาและถุงยังชีพ สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น บรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบภัย โดยมีนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้นำท้องที่ ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ วันที่ 6 - 8 พฤษภาคม 2565 ในพื้นที่จำนวน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวิภาวดี อำเภอไชยา และอำเภอท่าฉาง รวม 3 ตำบล 10 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 328 ครัวเรือน 1,065 ราย เสียชีวิต 1 ราย (เป็นชาวต่างชาติ) มีบ้านเรือนพังเสียหายทั้งหลัง 11 หลัง สถานการณ์ปัจจุบัน ยังมีฝนตกเล็กน้อย ปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชม. ที่ผ่านมา มากที่สุด อบต.ปากฉลุย อำเภอท่าฉาง วัดได้ 82 มม. ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง

นายนิพนธ์ กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยขณะนี้ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใยต่อความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ ตนซึ่งในฐานะที่กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีหน้าที่ในการดูแลประชาชนโดยตรงเมื่อเกิดทั้งภัยน้ำท่วมและน้ำแล้ง ได้สั่งการให้อำเภอและหน่วยงานเกี่ยวข้อง แจ้งเตือนประชาชน พร้อมให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และขอให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่นซึ่งอยู่ส่วนหน้า คอยให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ให้น้อยที่สุด โดยในวันนี้ตนได้มอบเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้าน จำนวน 4 หลังคาเรือน ครัวเรือนละ 49,500 บาท ซึ่งเป็นระเบียบกระทรวงการคลัง ที่บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

“ เมื่อประชาชนเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ ตนเองก็ได้ลงพื้นที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือทุกพื้นที่อย่างเร่งด่วนทันที ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่พี่น้องประชาชน ในยามที่ประชาชนเดือดร้อนรัฐบาลก็ได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือ เพราะความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ ไม่ต้องให้ประชาชนร้องขอ สิ่งไหนช่วยเหลือได้ก็ดำเนินการ และขอเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนได้ยึดถือในการปฏิบัติว่าทุกชีวิตต้องปลอดภัย และเมื่อเกิดภัยต้องเร่งช่วยเหลือ เร่งเยียวยาทันที” นายนิพนธ์กล่าว

มหาดไทยน้อมนำพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” Coaching ผ้าขิดลายนารีรัต...
08/05/2022

มหาดไทยน้อมนำพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” Coaching ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ้าไทยเพื่อสร้างรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

วันนี้ (8 พ.ค. 65) เวลา 10:30 น. ที่โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์ วิว อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มช่องทางการตลาดและอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP ผ้าไทย (Coaching ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา) จุดดำเนินการที่ 2 โดยมี นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นางกาญจนี รุจนเสรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนมและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม นางอ้อมขวัญ คงทัน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม และรองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม นายนิวัติ น้อยผาง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายชาญชัย คงทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ดร. ศรินดา จามรมาน กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก คุณธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกและผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย คุณศิริชัย ทหรานนท์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้ก่อตั้งแบรนด์เรียร์เตอร์ อาจารย์ณัฐธิดา พละศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Craft Marketing อาจารย์ตะวัน ก้อนแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านเทรนด์และแฟชั่น อาจารย์อดุลย์ เพลินจันทึก อาจารย์ภราดร บัวหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นใย อาจารย์นุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมสีธรรมชาติ ผู้ผลิต และผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและช่างทอผ้าจากจังหวัดนครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ และสกลนคร รวม 60 กลุ่ม ร่วมกิจกรรม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นับพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงทุ่มเทในการที่จะให้พี่น้องเกษตรกรผู้ประสบปัญหาจากการประกอบสัมมาอาชีพที่ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศทางธรรมชาติ บางปีฝนทิ้งช่วง ทำให้ประสบภัยแล้ง บางปีฝนฟ้าอุดมสมบูรณ์ ทำให้ประสบอุทกภัย ซึ่งในการโดยเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่วัดธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า จ.นครพนม ทรงพบแนวทางทำให้เกษตรกรได้มีอาชีพเสริมเพื่อทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยพระราชทานแนวความคิดไปสู่การปฏิบัติ ด้วยการส่งเสริมยุยงและกระตุ้นทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ทอผ้าเพื่อที่จะขายให้พระองค์ท่านก่อน เป็นที่มาของคำว่า “ขาดทุนคือกำไร” เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้สมัครใจและเห็นว่า “ชีวิตยังมีหวัง” ทั้งนี้ ด้วยทรงพบว่าพี่น้องคนไทยในทุกพื้นที่มีสายโลหิตที่รับมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปลูกฝ้าย ทอผ้า นำไปสู่การจัดตั้งโครงการศิลปาชีพ เมื่อปี 2515 ถือเป็นโครงการศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถแห่งแรก โดยทรงเน้นย้ำให้ประชาชนทำงานรวมกันเป็นกลุ่ม เพื่อจะได้พึ่งพาอาศัยช่วยเหลือกัน รวมทั้งมีผู้นำต้นแบบในขณะนั้น คือ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ สวมใส่ชุดผ้าไทยในทุกวัน จนทำให้ประชาชนคนไทยในยุคนั้นนิยมสวมใส่ผ้าไทย อันเป็นแนวทางให้ในปัจจุบัน รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพัฒนาชุมชน เป็นผู้รับผิดชอบและเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนได้รวมกลุ่ม นำเอาความสามารถในงานหัตถศิลป์ หัตถกรรม ทำขนม ทำอาหาร รวมตัวผลิตเป็นสินค้า OTOP หรือ One Tambon One Product มาจนถึงบัดนี้ ทำให้วงจรชีวิตของงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ้าไทย ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า แต่นับเป็นโชคดีของพวกเราคนไทยที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีความตั้งมั่นในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ด้วยการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ด้วยทรงมุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนเรื่องของศิลปะ แฟชั่น ภูมิปัญญาผ้าไทย ทั้งในประเทศไทยที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ ด้วยพระกตเวทิตาคุณที่สูงยิ่ง จึงทรงเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ในการประมวลแนวพระราชดำริของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงมาขับเคลื่อนช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทยของพระองค์ โดยพระราชทานแนวทาง ได้แก่ 1) ทรงกระตุ้นพัฒนาฝีมือภูมิปัญญาของช่างทอผ้าที่มีอยู่แล้วให้มีความเป็นเลิศและดีเด่น เป็นสุดยอดผ้าไทย ด้วยการจัดประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” 2) ทรงนำอุปสงค์ความต้องการสวมใส่ผ้าไทย (Demand) มากระตุ้นส่วนของอุปทาน (Supply) โดยพระราชทาน “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อให้คนทุกเพศทุกวัยสามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส และพระราชทานแนวความคิดว่า ทุกเพศทุกวัยจะใส่ได้ต้องมีการออกแบบที่ดีมากระตุ้นให้ช่างทอผ้าได้เรียนรู้ว่า “ความต้องการจะเพิ่มขึ้น ถ้าทอผ้า ตัดชุดได้ตรงกับความต้องการ” โดยนำแบบดั้งเดิมของบรรพบุรุษที่มีความสวยงาม มาดัดแปลงให้มีความร่วมสมัย สอดคล้องกับเทรนด์ตลาดได้ เช่น ย่อลายให้เล็กลง ผสมลวดลาย และประการสำคัญ 3) พระราชทานแนวทางการใช้สีเอิร์ธโทน ซึ่งสามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ สร้างคอนทราสต์กับสีสันต่าง ๆ ได้อย่างสง่างาม ทันสมัย โดยทรงวิริยะอุตสาหะในการศึกษาค้นคว้า กระทั่งจัดพิมพ์เป็นหนังสือ THAI TEXTILES TREND BOOK โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม 4) ทรงเล็งเห็นถึง “ความยั่งยืน” ต่อโลกใบเดียวนี้ มีการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดี ด้วยทรงกระตุ้นปลุกเร้าให้พวกเราคำนึงถึงการใช้สีธรรมชาติ ไม่ใช่สีเคมี และปลูกต้นไม้ที่ให้สีธรรมชาติ ปลูกฝ้าย ปลูกหม่อน เลี้ยงไหมด้วยตนเอง เพื่อเกิดการถักทอผลิตเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มไม่มีพิษต่อน้ำ พิษต่อดิน พิษต่อมือ พิษต่อคนสวมใส่ เพราะสิ่งใดที่เป็นเคมี จะปะปนแปลกปลอมไปด้วยสารพิษต่อร่างกายและโลกใบนี้ทั้งสิ้น

“พวกเราข้าราชการกระทรวงมหาดไทย มีความภาคภูมิใจและมีวาสนาที่ได้มาสนองงานพระดำริ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” พัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างด้วยการพึ่งพาตนเองอย่างลึกซึ้ง ซึ่งสิ่งสำคัญในการพัฒนาตามพระดำริ “ไม่ใช่การหยิบยื่นปลาหรือส้มตำให้พวกเรากิน แต่เป็นการกระตุ้น ปลุกเร้า เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนช่วยกันดึงเอาความรู้ความสามารถของพวกเราเองที่มีอยู่มาใช้ในการทำมาหากิน มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราให้เราสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยการจัดกิจกรรม Coaching ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญาในวันนี้ จะทำให้พี่น้องผู้ผลิต และผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและช่างทอผ้าจากทั้ง 4 จังหวัด ซึ่งเป็นขุนพลและความหวังในการสืบสาน รักษา ต่อยอด ภูมิปัญญาผ้าไทย ได้นำเทคนิค องค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญผ้าไทยและเทคนิคการพัฒนาด้านต่าง ๆ ไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีความสวยงาม ร่วมสมัย เป็นที่ต้องการของตลาด เข้าถึงคนทุกกลุ่มทุกวัย สอดคล้องกับโครงการพระดำริผ้าไทยใส่ให้สนุก อันถือเป็นการ Change for Good ให้กับผ้าไทย ภายใต้พระกรุณาของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทุกลมหายใจของพระองค์นึกถึงพวกเราเสมอเพื่อ “พวกเราคนที่รักษาภูมิปัญญาผ้าไทย” ทุกคน จะมีรายได้จุนเจือครอบครัว เลี้ยงดูลูกหลานให้ได้มีอนาคต มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นบุญของคนไทยที่เรามีองค์พระมหากษัตริย์ และเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทุกยุคทุกสมัยที่ทรงระลึกนึกถึงและห่วงใยพวกเราเหล่าพสกนิกรของพระองค์ จึงขอให้พี่น้องผู้ประกอบการผ้า ช่างทอผ้าทุกคน ได้ร่วมกันน้อมนำพระดำริด้วยการฝึกฝน พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อเป็นการถวายพระกำลังใจแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงข้าราชการมหาดไทยทุกคน ได้ช่วยกันดูแลเอาใจใส่แนวทางพระราชทาน และช่วยกันในการเผยแพร่ผ้าไทยให้อยู่ยั้งยืนยงคู่กับแผ่นดินไทย คู่กับโลกใบนี้ของเราตราบนานเท่านาน”

ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณของคนไทยทุกคน ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชปณิธานในการฟื้นฟูอัตลักษณ์ภูมิปัญญาผ้าไทยของบรรพบุรุษให้คงอยู่คู่กับแผ่นดินไทย และได้รับการสืบสาน รักษา และต่อยอดโดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เป็นการชุบชีวิตของคนทอผ้า ทำให้กี่ทุกกี่ใต้ถุนบ้านได้กลับมามีเสียงกระทบด้วยการทอผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับประชาชน แม้จะกำลังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ด้วยพระมหากรุณาของพระองค์ท่าน ทำให้พี่น้องผู้ประกอบการทอผ้า ยังคงมีรายได้จากอาชีพที่เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ

โอกาสนี้ ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้อัญเชิญพระนิพนธ์คำนำของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ได้จัดพิมพ์ในหนังสือผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางด้านการอนุรักษ์ และการผลิตผ้าจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นของไทยมาเป็นเวลากว่า 60 ปี ข้าพเจ้ามีความตั้งใจมั่นที่จะสืบสานและต่อยอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระอัยยิกาเจ้า ในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย ด้วยใจรักในงานศิลปะและชื่นชอบงานออกแบบเครื่องแต่งกาย ข้าพเจ้าจึงได้ออกแบบ "ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณรีฯ" มอบให้แก่ช่างทอผ้า เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ผ่านทางกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยได้ออกแบบให้แต่ละลวดลายบนผืนผ้า "ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ" นี้มีความหมาย เพื่อเป็นการจุดประกายความคิดในการพัฒนาลวดลายและผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ให้มีความร่วมสมัยเป็นสากล และข้าพเจ้ายังได้อนุญาตให้ช่างทอผ้าในทุกภูมิภาค สามารถนำลวดลายนี้ไปออกแบบและประยุกต์ใช้ได้ตามความคิดสร้างสรรค์อย่างกว้างขวาง ตามวิถีทางที่เป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นตามแนวทาง "ผ้าไทยใส่ให้สนุก" คือความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปหัตถกรรมไทย เป็นวงจรเศรษฐกิจเชิงมหภาค สร้างรายได้ให้กลับสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน.....โอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอขอบคุณช่างทอผ้าทุกคนและทุกกลุ่มจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมกันถักทอ “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” กันอย่างสุดฝีมือ ผ้าแต่ละผืนเปรียบเสมือนบทบันทึกของวิถีชีวิตที่เรียบง่าย หากแฝงไว้ด้วยรายละเอียดและเทคนิคการสร้างสรรค์ผืนผ้าสุดวิจิตรที่สืบต่อมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งนอกจากจะเป็นผลงานที่ทรงคุณค่ายิ่งแล้ว ยังงดงามด้วยภูมิปัญญาพื้นถิ่นที่ถูกฟื้นคืน”

“ขอแสดงความยินดีกับผู้มีโอกาสเดินทางมาเข้ารับการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มช่องทางการตลาดและอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ OTOP ผ้าไทย (Coaching ผ้าขิดลายนารีรัตนราชกัญญา) ในวันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีที่ทุกท่านได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้ มาพัฒนาฝีมือจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งพระองค์ท่านทรงมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในการเชิญท่านเหล่านี้มาพัฒนาศักยภาพเพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยตามแนวพระดำริผ้าไทยใส่ให้สนุก ซึ่งห้องเรียนในวันนี้ เป็นห้องเรียนที่มีชีวิต เป็นความรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษได้รับการสืบสาน รักษา และต่อยอด สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกหลานอย่างยั่งยืน” ดร. วันดีฯ กล่าวในช่วงท้าย

กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 155/2565
วันที่ 8 พ.ค. 2565

ที่อยู่

91 Asadang Rd. Phra Nakhon
Bangkok
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6622224131

เว็บไซต์

http://www.pr.moi.go.th/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กระทรวงมหาดไทย PRผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กระทรวงมหาดไทย PR:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

🇹🇭 สำนักข่าวความมั่นคง 🇹🇭 ไม่อนุญาตสื่อประจวบฯ รับฟังการประชุมปรับปรุงโครงการร้าง 300 ล้าน แนวทางการใช้ประโยชน์อ้างรอ ผวจ.ไฟเขียว http://www.xn--22ceam2gca3da8bob7fa9ckd74a6bi7g.com/?p=130674
ขอน้อมก้มลงกราบ ทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญ
เตรียมรับคัดเตอร์ใหม่ในเร็ววันนึ้ งานวัดจัดได้แต่..ร้านผู้ประกอบการ.ผับ..บาร์ กลับถูกมองว่าอันตรายสถานที่สร้างคัดเตอร์ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2903211669970191&id=100008441590495
**ข้อความแก้ไขเพิ่มเติม 15/12/64** เรื่องด่วน!! สำคัญมาก.... ชาวไทยไม่ต้องตกใจ!! กษัตริย์(ร.10)จะไม่ทรงพระปรมาภิไธย ให้รัฐธรรมนูญทำลายสถาบันกษัตริย์ไทยได้เป็นเด็ดขาด รัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ กษัตริย์ต้องเป็นผู้ลงประปรมาภิไธยกำกับ (ลายมือชื่อ) »»» ตามที่ในหลวง ร.10 ตรัสว่าให้เอาความจริงมาพูดกัน ความจริงคือ ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข(ราชาธิปไตย) หมายความว่า พระมหากษัตริย์ เป็นประมุขของประชาธิปไตยทุกคน ปัจจุบันมีการเล่นการเมืองเกินขอบเขตจากคำว่า"สู้ไปกราบไป"ทุกคนคงรู้ความหมายกันดี คือสู้กับกษัตริย์โดยตรง หาทางทำลายกฎหมาย ม.112 แล้วเข้าสู่กระบวนการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ไทย(ก่อกบฏ) เพื่อเปลี่ยนใช้การปกครองแบบประธานาธิบดี "ฝากวิเคราะห์" เข้าดูข่าวใน โพสต์ facebookหลัก ของ Mongkhon Khoontonil ประกอบข่าวทุกช่อง จะเห็นว่า มีการโจมตีหาทางล้มล้างสถาบันกษัตริย์ และได้รับการตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญแล้วว่าเป็นความจริง มีพรรคการเมืองเป็นกองบัญชาการ ส่วนช่องข่าวที่โจมตีสถาบันกษัตริย์ตรงๆ หลักๆ Youtubeช่อง ข่าวใหม่News, คณะราษฎร2563, Thai News TV, REDEM NEWS, ข่าวเด่นวันนี้, Sunai TV, เล็ก จรรยา, ไฟเย็น ฯลฯ จะเห็นได้ว่าเป็นการสู้ศึกกับกษัตริย์โดยตรงแบบสงครามเย็น โจมตีโดยการปล่อยสื่อใส่ร้ายบิดเบือนให้มีการด้อยค่าสถาบันกษัตริย์ ใช้ม็อบป่วนประเทศและสถานทูตต่างๆทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างชาติ ใช้นักการเมืองป่วนทุกส่วนการปกครองรวมถึงศาลรัฐธรรมนูญทำให้เกิดความแตกแยกภายในประเทศ เพื่อเป็นข้อต่อลองกับกษัตริย์เพื่อหลอกล่อดึงกษัตริย์ลงมาเจรจา เพื่อเอาเหตุความไม่เหมาะสมเป็นเป็นหลักฐานให้นักการเมืองมีทางโจมตีสถาบันกษัตริย์ได้ แล้วแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเข้าสู่การล้มล้างสถาบันกษัตริย์ไทย(ก่อกบฏ) กับปัญหาที่เกิดขึ้นมายาวนานในประเทศไทย กษัตริย์วชิราลงกรณ์(ร.10) พระองค์ทรงหาทางแก้ไขมาโดยตลอด ตอนนี้พระองค์ทรงเห็นวิธีแก้ไขและถึงเวลาที่จะต้องแก้ไขแล้ว ในเมื่อทุกฝ่ายทางการปกครองให้การยอมรับรวมถึงนายกรัฐมนตรี โดยยึดคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่ตั้ง จะไม่มีใครล้มล้างสถาบันกษัตริย์ไทยได้ เพราะประเทศไทยยังมี "อำนาจสูงสุด" ที่กษัตริย์เป็นผู้ใช้ในการปกครองประเทศตามรัฐธรรมนูญไทย อำนาจสูงสุด คืออำนาจอธิปไตยของพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปัจจุบันในหลวงวชิราลงกรณ์(ร.10) พระองค์ทรงเก็บตัว ป้องกันการลอบปลงพระชนม์ และทรงงานอยู่เงียบๆเตรียมแผนปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ไทย กับเหตุการณ์กบฏที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พระองค์จะปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ด้วยตัวพระองค์เองตามหลักบทบาทของพระมหากษัตริย์ข้อ6,7และ9ใน 10 ข้อ และวิธีปฏิรูปก็ได้รับการยอมรับจากทุกส่วนแล้ว รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ (กษัตริย์เป็นผู้ใช้อำนาจสูงสุดสามารถปฏิรูปตัวเองได้) ปัจจุบันพระองค์ทรงติดต่อกับผู้ครองแต่ละประเทศเพื่อบอกกล่าวชี้แจงการแก้ไขให้แต่ละประเทศทราบ จบโควิดหรือก่อนเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ จึงจะแจ้งประชาชนภายในประเทศอย่างเป็นทางการด้วยตัวพระองค์เอง พระองค์(ร.10)จะใช้อำนาจสูงสุดของกษัตริย์ตั้งเมืองลูกหลวงเป็นผู้ช่วยกษัตริย์ไทย ให้เจ้าเมืองครองราชคู่เจ้าฟ้าหญิงสิริวรรณวรีนารีรัตน์ฯ ครองนครราชสีมาดูแลภาคอีสาน ช่วยปกครองดูแลประเทศไทย และช่วยกษัตริย์ทำในส่วนที่กษัตริย์ทำได้ไม่เหมาะสม และดูแลรับผิดชอบผู้กระทำผิดต่อกฎหมายเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์รวมถึง ม.113 เพื่อปิดช่องโหว่กระบวนการปกครองของไทยเป็นการชี้ให้เห็นถึงระบอบการปกครองของประเทศไทยได้ชัดเจน เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้สถาบันกษัตริย์ เพื่อแก้ไขปัญหากบฏที่เกิดขึ้นและป้องกันการโจมตีการคิดล้มล้างสถาบันกษัตริย์ภายในประเทศไทย ที่มีจากอดีต จนถึงปัจจุบันไม่ให้เกิดขึ้นอีกตลอดไป...หากต่อไปใครทำการคัดค้านการแต่งตั้งเจ้าเมืองลูกหลวง ต่อต้านกษัตริย์และเจ้าเมืองลูกหลวง ถือว่าเป็นกบฏมีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตไม่รอลงอาญา... ...เสร็จภาระกิจและมีความปลอดภัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์(ร.10) พระองค์จะทรงเสด็จออกเยี่ยมประชาชน ...จบปัญหาโควิดหรือก่อนเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ พอที่จะจัดงานเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชของเจ้าเมืองลูกหลวง(ผู้ช่วยกษัตริย์) โดยไม่เสี่ยงกับการติดเชื้อโควิด พระองค์(ร.10)จะทรงดำรัสเป็นทางการด้วยตัวเอง **หมายเหตุ** หากท่านใดคิดว่าข้อความเป็น"เท็จ" หรือหลอกลวง สามารถฟ้องคดีได้ทุกข้อหา ยินดีและพร้อมที่จะเอาความจริงมาพูดกัน...
ชาวบ้านร้องเรียนเป็นปี ไม่เห็นมีการแก้ไขความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเลย https://www.youtube.com/watch?v=y9R97FZRLIE&fbclid=IwAR0BmSWvLZ7-C3lSufo4PNWD5FALeUhm-BQiNVKLd3T7EaHZbBmsfkz2-cg
ฝากถามปลัดกระทรวงมหาดไทย ผ่านไปยังอธิบดีกรมการปกครอง ว่าแบบคำร้องขอคัดทะเบียนราษฎร ผมนำเอาของอำเภอคลองหลวง ไปใช้ที่อำเภอเสาไห้ ปลัดฝ่ายทะเบียนบอกใช้ไม่ได้ ต้องใช้ของอำเภอเสาไห้ เลยต้องไปเขียนใหม่ ขอถามว่าแบบฟอร์มของอำเภอ ในประเทศไทยเนี่ย มันใช้คนละแบบฟอร์มเหรอ ก็เห็นทั้งข้อความ ทั้งแบบฟอร์มเหมือนกันหมด แต่ทำไมของอำเภอคลองหลวงไปใช้ที่อำเภอเสาไห้ไม่ได้ อีกเรื่องนะครับ ผมไป ยื่นขอ เล่มทะเบียนบ้านใหม่ เนื่องจากทะเบียนบ้านเล่มเดิมสูญหาย ที่อำเภอหนองเสือ โดยมอบหมาย ให้ ให้น้องในสำนักงานไปดำเนินการ ปลัดฝ่ายทะเบียนอำเภอหนองเสือ บอกว่า ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่เซ็นเป็นพยานด้วย ทั้งสองคน ไปอำเภออื่นหรือที่เทศบาลอื่นไม่ต้องใช้ ถามว่าการเพิ่มภาระ ให้กับประชาชนในทุกเรื่อง แบบนี้เป็นนโยบายของกระทรวงมหาดไทยใช่หรือไม่ ผมโทรถามที่สายด่วนกรมการปกครองทางเจ้าหน้าที่ของกรมการปกครองฝ่ายทะเบียนราษฎร ซึ่งน่าจะเป็นที่นางเลิ้งหรือที่ คลอง 9 อำเภอลำลูกกาไม่แน่ใจ ตอบว่า ผู้ที่เซ็นเป็นพยานไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนซึ่งขัดแย้งกับหัวหน้าฝ่ายทะเบียนอำเภอหนองเสือเป็นอย่างมาก ช่วยออกประกาศระเบียบปฏิบัติให้ประชาชนทั่วไป ทราบกันโดยทั่วกันว่า ท่านมีระเบียบปฏิบัติอย่างไร ในการติดต่อราชการของหน่วยงานภายใต้กำกับการดูแลของกระทรวงมหาดไทย
ข้อมูลเพื่อสร้างการรับรู้สู่ชุมชน ครั้งที่ 49/2564
>>>@นายวังผมให้>>คุณคุณแพนเค้ก😠😠 มาดูเรานอนอยู่เฉพาในห้องที่สองในบ้านจบนะผม. ไม่ใช่มาสร้างปัญหาให้ผมนะผมก็เป็นตำรวจภาคพิเศษบางพระผมยังไม่เคยเอ่ยชื่อตามนี้นะเป็นทางการปรเทศไทยจบนะรำคารเป็นทางการ.⚡🦅🆔🇹🇭✍️@@
คุณสวนหินผงาม
ไปภูบ่าเปาะฟูจิเมือเลย #อ.อําเภอหลวงจังหวัดเลย
หนังสือพิมพ์ชี้ชัดเจาะลึก เดือนธันวาคม 2564 ฉบับออนไลน์ https://chechadnews.blogspot.com/2021/12/2564.html
กปภ.สาขาสมุทรสาคร ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจาก สำนักงานชลประทาน ที่ 11,13 และ สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 7 https://www.facebook.com/228901777296089/posts/1729359733916945/