กระทรวงมหาดไทย PR

กระทรวงมหาดไทย PR แฟนเพจเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภารกิจกระทรวงมหาดไทย Follown : FacebookFan : mahadthainews Twitter : @moinews2016 Google+ : กองสารนิเทศ กระทรวงมหาดไทย Website : www.pr.moi.go.th Youtube : กองสารนิเทศ กระทรวงมหาดไทย
(33)

เปิดเหมือนปกติ

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
25/10/2020

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ 💛💜 ภาพความประทับใจ ประชาชน จิตอาสา จิตอาสา 904 และผู้เฝ้ารับเสด็จทุกส่วน 🙏 🇹🇭]
.
บรรยากาศต่างๆก่อนที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ
.
บรรยากาศต่างๆ ของผู้ที่มาเฝ้ารับเสด็จ ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีอะไรมาก็สามารถเฝ้ารับเสด็จได้ โดยมีอาหารและเครื่องดื่มพระราชทานซึ่งใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ดูแลให้กับทุกภาคส่วนที่มาช่วยงานหรือเฝ้ารับเสด็จ
.
จิตอาสา 904 โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน ได้สนับสนุนจิตอาสาเฉพาะกิจ 23 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา โดยผู้ที่มีใจรักจิตอาสา และมีความจงรักภักดี กว่า 80 ชีวิตที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลประชาชนผู้มาเฝ้ารับเสด็จ

#โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
#จิตอาสา904
#ทรงพระเจริญ

มท.1 ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่       วันนี้ (24 ต.ค.63) เวลา 17:00 น. ที้ห้องป...
24/10/2020

มท.1 ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (24 ต.ค.63) เวลา 17:00 น. ที้ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับ ติดตาม เร่งรัด การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ ผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด ซึ่งในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันนี้เป็นการติดตามการขับเคลื่อนงานตามแผนงานของส่วนราชการในจังหวัดเชียงใหม่ ตามแผนงานยุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดไว้ในแผนพัฒนาจังหวัดที่ได้จัดทำคำของบประมาณและได้รับการจัดสรรงบประมาณตามที่ได้บรรจุไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดตามความต้องการของประชาชน และสอดคล้องเชื่อมโยงกับแผนงานที่กำหนดไว้ทุกระดับ เพื่อสามารถขับเคลื่อนได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ประมาณ 20,107.057 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,865,388.61 ไร่ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือ และเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมา จำแนกเป็นพื้นที่ป่าไม้ 69.92% (8,787,656 ไร่) พื้นที่ทางการเกษตร 12.82% (1,835,425 ไร่) พื้นที่อยู่อาศัยและอื่นๆ 17.26% (2,167,971 ไร่) แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ 204 ตำบล และ 2,066 หมู่บ้าน มีประชากร จำนวน 1,734,320 คน แบ่งเป็นเพศชายจำนวน 864,364 คน และเพศหญิงจำนวน 869,956 คน

นายธัญญานุภาพ อานันทนะ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน จังหวัดเชียงใหม่ นำเสนอแนวทางขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันจังหวัดเชียงใหม่ 3 ประเด็น คือ 1) การเพิ่มพลังการบริโภคและใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดเชียงใหม่ (Chiangmai's Consumption Power-up) ด้วยการสร้างแรงดึงดูดเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ชวนอยู่เชียงใหม่ให้นานขึ้น เร่งเสริมศักยภาพวิสาหกิจ และจ้างงานและสร้างอาชีพ 2) การเตรียมพร้อมจัดการสถานการณ์ฝุ่นควัน PM 2.5 โดยตั้งเป้าหมายลดจุด Hotspot/พื้นที่เผาไหม้ ลงร้อยละ 25 ด้วยการจัดทำแผนระดับหมู่บ้าน และแผนบริหารจัดการไฟฟ้าระดับจังหวัด และการกำหนดพื้นที่ Certified Safe Zone เป็นต้น และ 3) การสร้างความสามัคคีปรองดองภายในจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านกิจกรรมสำนักวัฒนธรรมเชียงใหม่ และกิจกรรมจิตอาสา นอกจากนี้ ได้นำเสนอความจำเป็นของเชียงใหม่ในระยะต่อไป ได้แก่ รถไฟฟ้าเชียงใหม่ ท่าอากาศยานเชียงใหม่แห่งที่ 2 การเชื่อมโยงเมืองเก่าและเมืองใหม่ และส่วนต่อขยายอาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ

นายณรงค์ ตนานุวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน จังหวัดเชียงใหม่ นำเสนอการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านการจัดงานพืชสวนโลก 2563 (Chaingmai Flower Expo 2020) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยว

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ ทุกคน ที่ได้ร่วมกันจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในฐานะผู้รับผิดชอบกำกับดูแลในพื้นที่ระดับจังหวัดเชียงใหม่ จะได้กำกับ ติดตาม เร่งรัด ข้อเสนอของคณะกรรมการฯ ต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ เร่งจัดทำข้อเสนอผ่านช่องทางคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (กบจ.) มายังกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งพิจารณาให้การสนับสนุน ซึ่งจะได้มีการติดตามผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่องในโอกาสถัดไป

กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 148/2563
วันที่ 24 ต.ค. 2563

มท.1 ลงพื้นที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน       วันนี้ (24 ต.ค.63) เวลา 14:30 น. ที่...
24/10/2020

มท.1 ลงพื้นที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน

วันนี้ (24 ต.ค.63) เวลา 14:30 น. ที่ห้องประชุมจามเทวี ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดลำพูน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า การดำเนินงานคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด เป็นการติดตามการขับเคลื่อนงานตามแผนงานของทุกส่วนราชการในจังหวัด โดยมุ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคประชาชนและภาควิชาการในการร่วมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนงานยุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดไว้ในแผนพัฒนาจังหวัดที่สอดคล้องตั้งแต่ยุทธศาสตร์ชาติลงสู่แผนงานระดับพื้นที่ รวมถึงการนำเสนอแผนจากระดับล่าง ตั้งแต่แผนหมู่บ้านขึ้นสู่ระดับนโยบาย เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดตามความต้องการของประชาชน และแผนงานที่กำหนดไว้สามารถขับเคลื่อนได้ตามวัตถุประสงค์ของแผนงาน/โครงการ

นายวรยุทธ เนาวรัตน์ กล่าวว่า จังหวัดลำพูน มีพื้นที่ประมาณ 4,505.88 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ จำนวนประชากร 402,363 คน 177,017 ครัวเรือน โดยได้กำหนดวิสัยทัศน์ในการเป็น "เมืองแห่งความสุข บนความพอเพียง" โดยกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ไปแก่ เมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เมืองหัตถนวัตกรรมสร้างสรรค์ เมืองเกษตรสีเขียว เมืองจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์วัฒนธรรม และเมืองแห่งคุณภาพชีวิต

นายสรสิทธิ์ ชลิศราพงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน นำเสนอประเด็น "การบริหารจัดการน้ำเพื่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำของจังหวัดลำพูน" ได้แก่ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในนิคมอุตสาหกรรม การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค และการต่อยอดขยายผลโครงการชุมชนพัชรธรรม ฟื้นฟูจิตวิญญาณลุ่มน้ำกวง โดยในระยะเร่งด่วน ควรดำเนินการขุดลอกแก้มลิงในลำน้ำกวง ความจุ 600,000 ลูกบาศก์เมตร งบประมาณ 10 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจโดยโครงการชลประทานลำพูน เพื่อเพียงพอต่อปริมาณความต้องการใช้น้ำของจังหวัดลำพูน

นายณรงค์ ธรรมจารี ประธานหอการค้าจังหงัดลำพูน นำเสนอประเด็น "แนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างยั่งยืน" ในพื้นที่ดอยขะม้อ ต.มะเขือแจ้ อ.เมืองลำพูน และพื้นที่บ้านก้อแซนด์บ๊อกซ์ ต.ก้อ อ.ลี้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว การลงทุน และสุขภาพของประชาชนชาวลำพูน โดยแก้ปัญหาด้วยการสร้างความตระหนัก การมีส่วนร่วมของประชาชน การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะผู้รับผิดชอบกำกับดูแลในพื้นที่ระดับจังหวัดลำพูน จะได้ติดตาม เร่งรัด การแก้ไขปัญหาทั้งสองประเด็นดังกล่าว และขอให้คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด จังหวัดลำพูน เร่งดำเนินการสำรวจปัญหาความต้องการของประชาชนเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่กับสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งจะได้มีการติดตามผลการดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป

กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 147/2563
วันที่ 24 ต.ค. 2563

มท.1 เป็นประธานเปิดสัมมนาวิชาการ “พลังอุดมศึกษากับการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” เน้นย้ำ "ต้องบูรณาการทุกภาคส่วนขับเคลื่อนกา...
24/10/2020

มท.1 เป็นประธานเปิดสัมมนาวิชาการ “พลังอุดมศึกษากับการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” เน้นย้ำ "ต้องบูรณาการทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการทำงานโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน"

วันนี้ (24ต.ค.63) เวลา 09.30 น. ที่ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสัมมนาทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายมหาวิทยาลัยและส่วนราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน เรื่อง “พลังอุดมศึกษากับการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” และบรรยายพิเศษพร้อมมอบนโยบายเรื่อง "การพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เพื่อขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ศาสตราจารย์ ดร. สัมพันธ์ ฤทธิเดช เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน ลำปาง ตาก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา ผู้บริหารที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนานักบริหารมหาวิทยาลัยสายวิชาการระดับสูง (นบม.) และนักศึกษา ร่วมรับฟัง จำนวน 200 คน

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า การบริหารราชการของรัฐบาล “รวมไทยสร้างชาติ” เป็นนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีแนวทางการดำเนินงาน คือ "ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานแบบใหม่ (New Normal)" โดยดึงทุกภาคส่วนและทุกระดับในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทในการช่วยกำหนดอนาคตของประเทศ "ประเมินผลงานภาครัฐ" โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตัวจริง เพื่อประเมินผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของรัฐว่าสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ และ "ปรับการทำงานเชิงรุก" กำหนดนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงแนวคิดขับเคลื่อน “ไทยไปด้วยกัน” เพื่อให้เกิดการติดตาม เร่งรัด ช่วยเหลือเยียวยา และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ เริ่มจากปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเร่งด่วน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วทันเหตุการณ์ ตอบสนองความต้องการของประชาชน และสร้างความตระหนักรู้ความเข้าใจกับประชาชนให้เห็นความจำเป็นในการร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ "ด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการทำงานโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน" ถ้าทุกภาคส่วนช่วยกันและประชาชนมีส่วนร่วมการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในประเทศก็จะบรรลุผล
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวต่อว่า ในสภาวะปัจจุบันมีปัจจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของโลกในหลายด้าน เช่น ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างพลิกผัน (Disruption) การเข้าสู่โลกดิจิทัล สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม และการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นต้น ดังนั้น จึงต้องเร่งพัฒนาการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ดังกล่าว เพื่อนำมาสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และกำหนดแนวปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม นอกจากนี้ ในด้านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและการพัฒนาระดับพื้นที่ ต้องมีความสอดคล้องกันตั้งแต่แผนพัฒนาหมู่บ้าน ตำบล ท้องถิ่น ให้มีความเชื่อมโยงจากล่างขึ้นไปถึงระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด ภาค และระดับชาติ และสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ และอื่น ๆ ในลักษณะ Bottom-up Approach
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาควิชาการ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ และทิศทางการพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมาย โดยอาศัยสถาบันอุดมศึกษาในการผลิตและพัฒนากำลังคนในศตวรรษที่ 21 ที่ตอบโจทย์การพัฒนาของประเทศ งานวิจัยที่สามารถนำไปสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท้ายที่สุดนี้ ความร่วมมือจะเกิดขึ้นได้ คือ การเปิดพื้นที่รับฟัง เน้นการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกัน ส่งผลให้การพัฒนาพื้นที่ และพัฒนาประเทศ บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้และเกิดประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน
จากนั้น ในเวลา 12:00 น. พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา และคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียคลองแม่ข่า ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 146/2563
วันที่ 24 ต.ค. 2563

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน
24/10/2020

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ 💛 รับเสด็จ “ในหลวง-ราชินีฯ” เนืองแน่น ทรงมีพระราชปฏิสันถารใกล้ชิดพสกนิกร 💜]
.
ภายหลังเสร็จจากการพระราชพิธีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานในวัน “ปิยมหาราช” ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างเนืองแน่น โดยทรงพระดำเนินจากศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ไปตามถนนจักรีจรัณย์ เลี้ยวขวาประตูวิเศษไชยศรี เข้าถนนหน้าพระลาน มุ่งหน้ายังถนนราชดำเนินใน บริเวณหน้าศาลหลักเมือง แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง
.
ครั้นเสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ครั้นเสด็จฯ ถึงบริเวณหน้ากองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนินนอก ทรงพระดำเนินเยี่ยมเยียนประชาชนที่มาปักหลักเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดสองฝั่งบาทวิถียาวต่อเนื่องไปถึงพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระลานพระราชวังดุสิต
.
การนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงโบกพระหัตถ์พร้อมแย้มพระสรวลให้แก่ราษฎรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างใกล้ชิด โดยพสกนิกรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ ต่างสวมใส่เสื้อสีเหลือง พร้อมโบกธงชาติและธงพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และพระนามาภิไธย ส.ท. และเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้อง ตลอดเส้นทางที่ล้นเกล้าทั้ง 4 พระองค์พระดำเนินผ่าน

#ทรงพระเจริญ
#ในหลวงสู้ๆ

🙏รวมใจไทยเจริญพระพุทธมนต์ สร้างสิริมงคลให้บ้านเมืองรัฐบาลขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อคว...
23/10/2020

🙏รวมใจไทยเจริญพระพุทธมนต์ สร้างสิริมงคลให้บ้านเมือง

รัฐบาลขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลของประเทศ และเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย

🕖🕖ในวันเสาร์ที่ 24 ต.ค. 63 เวลา 19.00 น. ส่วนกลางจัดขึ้น ณ พระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธี

🙏🙏พุทธศาสนิกชนแต่งกายด้วยชุดขาวเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ วัดหรือสถานที่จัดพิธีใกล้บ้านทั่วประเทศ

Cr. ไทยคู่ฟ้า

ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ นำข้าราชการและประชาชนจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์  เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้...
23/10/2020

ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ นำข้าราชการและประชาชนจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23 ตุลาคม 2563

วันนี้ (23 ต.ค.63) ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เป็นประธานในกิจกรรมจิตอาสา “ปณิธานความดี ทำดีได้เริ่มที่ใจเรา” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23 ตุลาคม 2563 โดยมีข้าราชการ อาสาสมัคร เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ สถานีรถไฟ แม่น้ำ คู คลอง สาธารณสมบัติ ปลูกต้นไม้ ทำความสะอาดถนน ฯลฯ โดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ด้วยความจงรักภักดี และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

💰💰โครงการคนละครึ่งเริ่มใช้จ่ายวันนี้วันแรก📲ผู้ที่ได้รับ SMS ยืนยันสิทธิแล้ว ขอให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเป๋าตัง และยืนยันตัวต...
23/10/2020

💰💰โครงการคนละครึ่งเริ่มใช้จ่ายวันนี้วันแรก

📲ผู้ที่ได้รับ SMS ยืนยันสิทธิแล้ว ขอให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเป๋าตัง และยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย จากนั้นเติมเงินจำนวนเท่าใดก็ได้ตามต้องการเข้าไปในแอปพลิเคชันเป๋าตัง ก็จะสามารถสแกนซื้อสินค้ากับผู้ประกอบการร้านค้าที่ร่วมโครงการได้ทันที

🕛🕛ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563 ในช่วงเวลา 06.00 น. – 23.00 น. โดยการใช้จ่ายแต่ละครั้ง รัฐจะร่วมจ่ายครึ่งหนึ่ง แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อวัน และไม่เกิน 3,000 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ

🏢🏢ขณะนี้มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 300,000 ร้านทั่วประเทศ ประชาชนสามารถสังเกตร้านค้าดังกล่าว
จากสัญลักษณ์โครงการคนละครึ่งที่หน้าร้านค้า หรือค้นหารายชื่อและที่ตั้งร้านค้าได้จากเว็บไซต์ คนละครึ่ง https://www.xn--42caj4e6bk1f5b1j.com/

#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#หยุดโควิดแต่ไม่หยุดเศรษฐกิจไทย
#NewNormalชีวิตวิถีใหม่
#สมดุลชีวิตวิถีใหม่
#รวมไทยสร้างชาติ

Cr. https://www.facebook.com/informationcovid19/photos/a.106455480972785/195951052023227/?type=3

ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูง วางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเ...
23/10/2020

ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูง วางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23 ตุลาคม 2563

วันนี้ (23 ต.ค.63) เวลา 06.30 น. ที่พระลานพระราชวังดุสิต นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ วางพวงมาลาถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 23 ตุลาคม 2563

23/10/2020
โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

โรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน

[ในหลวง-พระราชินี ทรงพระดำเนินเยี่ยมราษฎรชาวจังหวัดสกลนคร]
.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเยี่ยมราษฎร ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดสกลนคร ระหว่างวันที่ 15 ถึง 20 ตุลาคม 2563

วานนี้ เวลา 20 นาฬิกา 54 นาที ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปีการศึกษา 2559 ถึง 2560 ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเยี่ยมราษฎร ที่ไปเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ บริเวณหน้าหอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นประชาชน และกลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร อาทิ ไทญ้อ, ภูไท ,กะเลิง ,ไทโส้ , ไทยลาวอีสาน และไทยเวียดนาม ซึ่งมีวัฒนธรรม และการแต่งกายเป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียง ที่ทราบข่าวการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดสกลนคร ตลอดจนญาติของบัณฑิตที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร โดยตลอดสองข้างทางที่ทรงพระดำเนินผ่าน ราษฎรทุกหมู่เหล่าต่างพร้อมใจเปล่งเสียงถวายพระพร "ทรงพระเจริญ" ด้วยความปลาบปลื้ม ที่มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ชื่นชมพระบารมี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อย่างใกล้ชิด

#ทรงพระเจริญ

๒๓ ตุลาคม วันปิยมหาราช น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้  "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว"
22/10/2020

๒๓ ตุลาคม วันปิยมหาราช น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว"

รมว.มท ประชุมร่วม รมว.คลัง ขับเคลื่อน “โครงการคนละครึ่ง” เพื่อรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้ประช...
22/10/2020

รมว.มท ประชุมร่วม รมว.คลัง ขับเคลื่อน “โครงการคนละครึ่ง” เพื่อรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้ประชาชน

วันนี้ (22 ต.ค.63) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการคนละครึ่งผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) ร่วมกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยมี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ร่วมการประชุม โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด คลังจังหวัด นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมการประชุมผ่านระบบ VCS

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจฐานรากที่ส่งผลกระทบกับประชาชนในระดับพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบ “โครงการคนละครึ่ง” มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก ช่วยให้ภาคประชาชนลดค่าใช้จ่ายของตนเอง ทั้งค่าอาหารและเครื่องดื่มและอื่นๆ รวมทั้งผู้ประกอบการ/ร้านค้ารายย่อย ร้านค้าทั่วไป เช่น หาบเร่แผงลอย ร้านโชว์ห่วย เป็นต้น ที่ไม่ใช่นิติบุคคลและร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจเฟรนไชส์ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนฐานรากอย่างแท้จริง จึงขอให้ผู้ว่าราชการ นายอำเภอ ปลัดอำเภอในพื้นที่ได้ร่วมกันทำงานกับกระทรวงการคลังเพื่อให้โครงการสำเร็จตามเป้าหมาย

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 เห็นชอบและอนุมัติ “โครงการคนละครึ่ง” ของกระทรวงการคลัง ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยเหลือดูแลพ่อค้าแม่ค้าขนาดเล็กที่ประกอบกิจการขายสินค้าหาบเร่แผงลอยที่เป็นบุคคลธรรมดา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี (เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2563) ลดค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยที่รัฐบาลจะออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง

นางสาวกาญจนา ตั้งปกรณ์ ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า โครงการคนละครึ่ง เป็นหนึ่งในมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ครอบคลุม 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มประเภทร้านค้าเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าทั่วไป ร้านค้าของบุคคลธรรมดา หาบเร่ แผงลอย ที่ไม่ใช่นิติบุคคลและไม่ใช่ธุรกิจแฟรนไชส์ (ไม่รวมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกฮอล์และการบริการ) ด้วยการชำระเงินผ่าน G-Wallet แอปพลิเคชั่น "ถุงเงิน" โดยประชาชนจะชำระเงินร้อยละ 50 และภาครัฐจะชำระอีกร้อยละ 50 วันละไม่เกิน 150 บาท/คน รวมไม่เกินคนละ 3,000 บาท ตลอดโครงการ โดยผู้ประกอบการจะได้รับเงินคืนในวันรุ่งขึ้น

ทั้งนี้ ในขั้นตอนการลงทะเบียนร้านค้า และการตรวจสอบร้านค้า เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว ในการลงทะเบียนร้านค้าให้มากยิ่งขึ้น จึงขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนร้านค้าเข้าร่วมโครงการ และรับรองผู้ประกอบการร้านค้า ตามที่กำหนด เพื่ออำนวยความสะดวก และความรวดเร็ว ของการลงทะเบียนร้านค้า ในโครงการคนละครึ่ง ต่อไป

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก มีเป้าหมายผู้ประกอบการร้านค้า จำนวน 1 ล้านราย และเป้าหมายประชาชน (ผู้ซื้อ) 10 ล้านราย ดังนั้น ทุกจังหวัด/อำเภอ จะต้องทำให้ผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยแบะประชาขนเข้าใจการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ โดยใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ยืนยันสถานะการเป็นผู้ประกอบการรายย่อย

นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ขอให้นายอำเภอ และปลัดอำเภอประจำตำบล เร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ผ่านกลไกช่องทางการสื่อสารทั้งหอกระจายข่าวและการประชุมทุกระดับ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือ คำแนะนำ และอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการในการเข้าร่วมโครงการ โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องเป็นผู้ยืนยันสถานะร้านค้าและผู้ประกอบการในพื้นที่ นอกจากนี้ ต้องสนับสนุนและอำนวยความสะดวกธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่ จัดชุดเคลื่อนที่ (Mobile Unit) เชิงรุกเข้าไปในพื้นที่ในแต่ละตำบลเพื่อรับสมัครผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมโครงการ

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ พัฒนากร รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจกับผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยในการเข้าร่วม “โครงการคนละครึ่ง” เพื่อช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เดินไปได้ เมื่อผู้ประกอบการร้านค้าลงทะเบียนมากขึ้น ประชาชนจะมีช่องทางใช้เงินเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน

กองสารนิเทศ สป.มท.
ครั้งที่ 145/2563
วันที่ 22 ต.ค. 2563

ที่อยู่

91 Asadang Rd. Phra Nakhon
Bangkok
10200

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6622224131

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กระทรวงมหาดไทย PRผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กระทรวงมหาดไทย PR:

วิดีโอทั้งหมด

Our Story

Follown : FacebookFan : กระทรวงมหาดไทย PR Twitter : @moinews2016 Google+ : กองสารนิเทศ กระทรวงมหาดไทย Website : www.pr.moi.go.th Youtube : กองสารนิเทศ กระทรวงมหาดไทย

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

สู้.ๆ.ครับ
ตรงนี้เป็นบริเวณ #สี่แยยกติวานนท์ สัญญานไฟจราจร(ในวงกลม)ให้คนเดินข้ามถนนเสียมา3 เดือนแล้ว ผมแจ้งไปที่ #แขวงทางหลวงชนบทนนทบุรี ได้รับคำตอบว่า บริเวณนี้เป็นความรับผิดชอบของ #แขวงทางหลวงนนทบุรี ผมแจ้งไปที่แขวงทางหลวงนนทบุรี คำตอบคือบริเวณนี้เป็นเขตความรับผิดชอบของ แขวงทางหลวงชนบทนนทบุรี #สรุปคือโยนไม่อยู่ในความรับผิดชองของข้าพเจ้า ผมเลยแจ้งไป #ศูนย์ดำรงค์ธรรมนนทบุรี เรื่องก็ยังเงียบครับ
เรื่องท่อรถดังๆในบ้านนาสีทองนี้ไม่จบไม่สิ้น ขนาดเที่ยงคืนยังอุตสาห์ไม่หลับไม่นอน ก่อกวนไม่จบไม่สิ้นแล้วเจ้าพนักงานหลับหูหลับตาอยู่ ดูซิว่าเรื่องนี้กี่ สิบ ปีจะสิ้นสุด และทำการจับกุมปล่อยเด็กตามอำเภอใจ รัฐมนตรีก็เกษียรลาบวช อันนี้เท็จจริง ไม่น่าใช่ไม่เห็นมีข่าวชัวร์ แต่ไม่มีผลงานสั่งการจากรัฐมนตรีทั้งที่เป็นงาน บริการประชาชน จะ ดูว่าจะกี่ยุคปัญหานี้จะหมดไป
ขอเชิญชวน ปชช.ทุกคน ต่อต้านการให้พรรคการเมือง ส่งสมัคร การเมืองท้องถิ่นในทุกมมิิต เพราะจะไปสร้างอำนาจแฝงให้กับ พรรคการเมืองบงการ ผู้แทน จาก ปชช.ได้ สร้างความแตกแยกตามฝ่ายการเมืองอีก..หยุดแยกประชาชนท้องถิ่นให้ทะเลาะกันตามพรรคการเมือง ให้ความเป็นธรรมกับผู้สมัครอิสระ หาก ปชต.แท้จริง ต้องมองจะเอาช้างไปแข่งกับหฒุ มันใช่หรือ? และหากมีผู้แทนระดับท้องถิ่น เป็น สมาชิกพรรตคการเมือง ก็จะไม่เป็นธรรมกับ ปชช.ฝ่ายตรงข้าม เมื่อมีการเลือกตั้งระดับ ประเทศ พรรคก็จะบงการให้สมาชิกในฐานะผู้แทนท้องถิ่น ทำการในทางลีับไปอีก ทำให้เกิดการอยุติธรรม ไม่เป็น ปชตต. กกต.ต้องตีกรอบใหม่ และให้ศาล รธน.วินิจฉัย อย่าเอาช้างมาแข่งกับหมู..เอาเปรียบโว้ยๆๆๆ/น.นิรนาม
ของานผมทำมั้งซิ คณะกรรมการ พช.(รัฐวิสาหกิจ) รองผู้บริหารเป็นงานๆ นาย อภิชาติ แก้วทอง
ช่วยผมหน่อยเหอครับย่าผมจะตายแย่อยู่แล้วครับรอบบ้านแกล้งครับหายใจไม่ออกแล้วครับ
เขาแกล้งไม่เลิกลาเลยครับช่วยหน่อยอาผมไม่รู้ย่าก็แก่อาผมหูไม่ดีอยู่แค่สามคนเขาวางแผนทำข้อกฎหมายร้านผมก็แย่สิครับเจ้าหน้าที่ไม่ยุติธรรมครับข่าวสังคมสร้างความวุ่นวายจริงๆๆ
ทำอย่างไรถึงได้
นั่งรอทนายมาจดทะเบียนเช่าที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดลพบุรี ตั้งแต่เช้าจนขณะนี้ 15.02 แล้วยังไม่เสร็จเลยนี่เรื่องเดียวนะ....ประชาชนต้องรอทกเรื่องแค่จดทะเบียนเช่านะ 1 วันไม่ต้องทำอะไรเลย
วัดทุ่งเคล็ดสามัคคีธรรม ทุ่งเคล็ด หมู่ 6 ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขอเชิญร่วมบุญใหญ่สร้างพระอุโบสถ์ เสริมบารมี 0828852218 หลวงพ่อท่านเจ้าอาวาส สายตรงครับท่าน ขอขอบพระคุณครับ
บ้านอยู่ใกล้ โลตัส อ่อนนุช