กองประมงต่างประเทศ Fisheries Foreign Affairs Division

กองประมงต่างประเทศ Fisheries Foreign Affairs Division กองประมงต่างประเทศ กรมประมง
Fisheries Foreign Affairs Division

ในปี พ.ศ. 2563 ตามราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 137 ตอนที่ 41 ก วันที่ 9 มิถุนายน 2563 ว่าด้วย กฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2563 ข้อ 3 (12) ให้แบ่งส่วนราชการกรมประมงโดยมีกองประมงต่างประเทศเป็นหน่วยงานหนึ่งในราชการบริหารส่วนกลางจำนวน 24 หน่วยงาน มีหน้าที่และอำนาจบัญญัติไว้ในข้อ 17 ดังต่อไปนี้
(1) ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยกฎระเบียบ มาตรการ ข้อตกลง และข้อมูลสารสนเทศ ด้านการประมงต่างประเทศ
(2) บริหารจัดการและดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดท่าที การประชุมเจรจา และการปฏิบัติ ตามข้อตกลงด้านการประมงระหว่างประเทศในระดับทวิภาคี พหุภาคี และองค์การระหว่างประเทศ
(3) กำหนดทิศทาง นโยบาย มาตรการ กฎระเบียบ กรอบความร่วมมือ และข้อตกลง ด้านการประมงระหว่างประเทศ
(4) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และดำเนินการเกี่ยวกับงานวิเทศสัมพันธ์ของกรม
(5) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน ที่เกี่ยวข้องกับการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
(6) รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล ประสานงาน และบูรณาการการปฏิบัติงานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและระหว่างประเทศในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำการประมงโดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย
(7) ประสานงาน ให้คำแนะนำ ให้บริการข้อมูล และถ่ายทอดความรู้ด้านการประมง ต่างประเทศ
(8) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับมอบหมาย

ต่อมา ได้มีคำสั่งกรมประมง ที่ 825/2563 ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2563 เรื่อง การกำหนดโครงสร้างการแบ่งงานภายในและหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2563 และการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งที่กำหนดใหม่ ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามคำสั่งกรมประมงที่ 829/2563 ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2563 ส่งผลให้กองประมงต่างประเทศมีภารกิจที่เพิ่มขึ้นและมีกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งกลุ่ม
ปัจจุบัน กองประมงต่างประเทศ มีการบริหารงานโดยแบ่งเป็นหน่วยงานย่อย 5 หน่วยงาน (1 งาน 4 กลุ่ม) ได้แก่

1. งานบริหารทั่วไป
2. กลุ่มวิเทศสัมพันธ์
3. กลุ่มความร่วมมือทวิภาคี
4. กลุ่มความร่วมมือพหุภาคีและองค์กรระหว่างประเทศ
5. กลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

วันที่ 22 กันยายน 2569 ช่วงบ่าย นางลักขณา บุญส่งศรีกุล รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาการประมงต่างประเทศ ร่วม...
22/09/2026

วันที่ 22 กันยายน 2569 ช่วงบ่าย นางลักขณา บุญส่งศรีกุล รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาการประมงต่างประเทศ ร่วมนำเสนอผลงานวิชาการ เรื่อง การพัฒนาระบบเอกสารใบรับรองการจับสัตว์น้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำนำเข้าที่มาจากการทำประมง IUU เข้ามาในห่วงโซ่อุปทานของไทย เนื่องในงานกิจกรรมเสวนาด้านการประมง(Flash Talk) ณ ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง #กองประมงต่างประเทศ

22/09/2026

📢 ขอเชิญร่วมรับชม Live สด‼️ การนำเสนอผลงานทางวิชาการ/Flagship สุดโดดเด่น ในรูปแบบ Flash Talk ⚡️

​พบกับ 18 ผลงานเด่น จากบุคลากรกรมประมงที่จะมาเปิดเวทีถ่ายทอดความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ

📍 ณ ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง

​🗓 วันอังคารที่ 22 กันยายน 2569
⏰ เวลา 13:00 น. เป็นต้นไป

📺 รับชมสดผ่าน Facebook ประชาสัมพันธ์ กรมประมง :

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดงาน “ใต้ร่มพระ...
21/09/2026

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดงาน “ใต้ร่มพระบารมี 100 ปี กรมประมง : ในน้ำมีปลา สร้างคุณค่าสู่ความมั่นคงทางอาหาร” เนื่องในวันสถาปนากรมประมง ประจำปี 2569 โดยมี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะผู้บริหารกรมประมง เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ กรมประมง กรุงเทพมหานคร

ท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.moac.go.th/news-preview-481691792060

https://www.thaigov.go.th/th/news/169105

กรมประมงร่วมประชุม 34th ASWGFi ผลักดันความร่วมมือประมงอาเซียน มุ่งจัดการ IUU และยกระดับการประมงอย่างยั่งยืนวันที่ 17–18 ...
17/09/2026

กรมประมงร่วมประชุม 34th ASWGFi ผลักดันความร่วมมือประมงอาเซียน มุ่งจัดการ IUU และยกระดับการประมงอย่างยั่งยืน

วันที่ 17–18 กันยายน 2569 นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง พร้อมคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุม The 34th Meeting of the ASEAN Sectoral Working Group on Fisheries (34th ASWGFi) ณ เมือง Puerto Princesa สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนกำหนดทิศทางและติดตามความก้าวหน้าความร่วมมือด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของภูมิภาค โดยการประชุมครั้งนี้มีประเด็นสำคัญครอบคลุมการต่อต้านการทำประมง IUU การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน สุขภาพสัตว์น้ำและการดื้อยาต้านจุลชีพ ตลอดจนการจัดทำแผนปฏิบัติการความร่วมมืออาเซียนด้านการประมง ค.ศ. 2026–2030 และการปรับกลไกการทำงานภายใต้ ASWGFi ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในการประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยได้นำเสนอผลการดำเนินงานที่สำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการประมงของอาเซียน โดยเฉพาะการต่อต้านการทำประมง IUU ซึ่งไทยเป็นประเทศผู้นำในการดำเนินกิจกรรมภายใต้ ASEAN Roadmap on Combating IUU Fishing 2021–2025 ครอบคลุมการพัฒนาศักยภาพผู้สังเกตการณ์บนเรือประมง การแลกเปลี่ยนข้อมูลกฎหมายและแนวปฏิบัติในการตรวจเรือประมงต่างประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือด้านมาตรการรัฐเจ้าของท่า (PSMA) การประเมินความเสี่ยงเรือประมง และการนำเทคโนโลยีเพื่อป้องกันสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ประมงจากการทำประมง IUU เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ ไทยยังได้ร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือด้านการประมงของอาเซียนในระยะต่อไป โดยเสนอให้การกำหนดกิจกรรมสำคัญของอาเซียนในช่วงปี 2026–2027 สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการความร่วมมืออาเซียนด้านการประมง ค.ศ. 2026–2030 เพื่อให้ประเทศสมาชิกมีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และลดความซ้ำซ้อนของกิจกรรม พร้อมทั้งรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานของ ASEAN Network of Aquatic Animal Health Centres (ANAAHC) ในประเด็นการลดความเสี่ยงจากการดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) ในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อสนับสนุนการผลิตสัตว์น้ำที่ปลอดภัยและยั่งยืนของภูมิภาค

การเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของกรมประมงในการร่วมขับเคลื่อนนโยบายประมงของอาเซียน ทั้งด้านการต่อต้าน IUU Fishing การพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและสุขภาพสัตว์น้ำ ตลอดจนการพัฒนากลไกความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อให้ภาคการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยและอาเซียนเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ สามารถแข่งขันได้ และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนต่อไป

#นายประเทศซอรักษ์รองอธิบดีกรมประมง
#กรมประมง

15/09/2026
นางพิชญา ชัยนาค รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองประมงต่างประเทศ พร้อมด้วยนางลักขณา บุญส่งศรีกุล รักษาราชการในตำแหน่งผู้เช...
14/09/2026

นางพิชญา ชัยนาค รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองประมงต่างประเทศ พร้อมด้วยนางลักขณา บุญส่งศรีกุล รักษาราชการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาการประมงต่างประเทศ นำคณะเจ้าหน้าที่จากกองประมงต่างประเทศ กรมประมง ในฐานะหน่วยงานผู้ประสานงานหลักภายใต้ความร่วมมือกับ INFOFISH ร่วมจัดการประชุมและแสดงสินค้า The 19th IFOFISH World Tuna Trade Conference & Exhibition หรือ INFOFISH TUNA 2026” โดยผนึกกำลังผู้นำอุตสาหกรรมทูน่าโลก ชูแนวคิด “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” มุ่งยกระดับความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า

โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายชัย วัชรงค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นประธานเปิดการประชุมฯ ในวันที่ 14 กันยายน 256 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ โดยมีสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย และภาคีเครือข่ายระดับโลก ผู้แทนภาครัฐ เอกชน และผู้เชี่ยวชาญกว่า 500 ราย จากทั่วโลกเข้าร่วมงาน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมทูน่าตลอดห่วงโซ่คุณค่า มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างรับผิดชอบ ตามแนวทางเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy)

การที่ประเทศไทยได้ร่วมเจ้าภาพจัดการประชุม INFOFISH TUNA 2026 ครั้งนี้ เพื่อตอกย้ำบทบาทนำของประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าวัตถุดิบทูน่าเพื่อการแปรรูปแและส่งออกผลิตภัณฑ์ทูน่ารายใหญ่ของโลก โดยในปี 2568 ไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ทูน่าแปรรูปมูลค่าสูงกว่า 76,000 ล้านบาท และครองส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอเมริกาเกือบ 30% อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายจากกติกาการค้าโลกใหม่ที่มุ่งเน้นมาตรฐานสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ประเทศไทยจึงเดินหน้านโยบาย “การเปลี่ยนผ่านสีน้ำเงินอย่างยั่งยืน” โดยให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่การผลิต การคุ้มครองแรงงาน และการยกระดับความปลอดภัยของผู้บริโภค เพื่อยกระดับสินค้าประมงไทยให้แข่งขันได้อย่างเข้มแข็งในตลาดโลก

ในโอกาสนี้ กรมประมงได้มอบหมายนางพิชญา ชัยนาค รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองประมงต่างประเทศ ร่วมเสวนาพิเศษ Special Leader Dialogue Session เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปรับปรุงกฎระเบียบของไทย ให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคและประเทศคู่ค้าว่า ผลิตภัณฑ์ประมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ทูน่าของไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและปราศจากการทำประมง IUU โปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมตามมาตรฐานสากล

“ไทย” ร่วมเป็นเจ้าภาพ “INFOFISH TUNA 2026” ครั้งที่ 19ผนึกกำลังระดับโลก ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทูน่ายุคใหม่ด้วย “เศรษฐกิจสี...
14/09/2026

“ไทย” ร่วมเป็นเจ้าภาพ “INFOFISH TUNA 2026” ครั้งที่ 19
ผนึกกำลังระดับโลก ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทูน่ายุคใหม่ด้วย “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน”
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ นายชัย วัชรงค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพร่วมเปิดงานประชุมและจัดแสดงสินค้าระหว่างประเทศ The 19th INFOFISH World Tuna Trade Conference & Exhibition “INFOFISH TUNA 2026” ครั้งที่ 19 ภายใต้แนวคิด “การเสริมสร้างการผนึกกำลังในห่วงโซ่คุณค่า เศรษฐกิจสีน้ำเงิน และความยั่งยืนในอุตสาหกรรมทูน่าโลก” ร่วมกับ องค์การระหว่างประเทศด้านข่าวสารการตลาดและบริการแนะแนว ด้านเทคนิคของสินค้าสัตว์น้ำแห่งเอเชียและแปซิฟิก (INFOFISH) เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของผู้นำระดับสูง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมปลาทูน่า ผ่านการกำหนดทิศทางและพัฒนาอุตสาหกรรมทูน่า ควบคู่กับการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างรับผิดชอบ ตามแนวทางเศรษฐกิจสีน้ำเงิน พร้อมจัดแสดงสินค้าและบริการกว่า 40 บูท โดยมีผู้นำ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมกว่า 500 รายจากทั่วโลก
นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า การประชุมและจัดแสดงสินค้าระหว่างประเทศ “INFOFISH TUNA” เป็นงานที่จัดขึ้นทุก 2 ปี โดยประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2547 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมทูน่า ซึ่งมีความสำคัญต่อทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของโลก เนื่องจากปลาทูน่าเป็นทั้งสินค้าโภคภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าทางการค้าและการจ้างงาน อีกทั้งยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูงจากทะเลที่มีความสำคัญต่อประชากรทั่วโลก จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมทูน่า โดยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกปลาทูน่ากระป๋องรายใหญ่ที่สุดของโลก จากการนำเข้าวัตถุดิบปลาทูน่ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออกไปยังตลาดต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งเห็นได้จากปี 2568 ไทยมีการนำเข้าวัตถุดิบปลาทูน่าประมาณ 737,135 ตัน คิดเป็นมูลค่า 43,031 ล้านบาท และส่งออกปลาทูน่ากระป๋อง และผลิตภัณฑ์แปรรูปประมาณ 542,814 ตัน คิดเป็นมูลค่า 76,666 ล้านบาท นอกจากนี้ ประเทศไทยยังครองส่วนแบ่งการตลาดผลิตภัณฑ์ทูน่าแปรรูปในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาเกือบร้อยละ 30 ของมูลค่าการนำเข้าทูน่าทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมทูน่าไทยในด้านการผลิตและการส่งออก ตลอดจนบทบาทสำคัญในตลาดระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความต้องการปลาทูน่าของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุตสาหกรรมทูน่าเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและมาตรฐานทางการค้า โดยประเทศคู่ค้าและผู้บริโภคเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการผลิตและการค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ความเป็นธรรมทางสังคม และหลักธรรมาภิบาล (ESG) ตลอดห่วงโซ่การผลิตมากขึ้น ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องปรับการบริหารจัดการ และการค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล สำหรับประเทศไทยในฐานะประเทศผู้ผลิต และส่งออกปลาทูน่ารายสำคัญ จึงมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมทูน่าอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน ภายใต้นโยบาย “การเปลี่ยนผ่านสีน้ำเงินอย่างยั่งยืน” โดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรทูน่า การต่อต้านการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่การผลิต การป้องกันแรงงานบังคับและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้บริโภค ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้อุตสาหกรรมทูน่าไทยสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
รองอธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการประชุมและจัดแสดงสินค้าระหว่างประเทศ “INFOFISH TUNA 2026” ครั้งที่ 19 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 16 กันยายน 2569 ภายใต้แนวคิด “การเสริมสร้างการผนึกกำลังในห่วงโซ่คุณค่า เศรษฐกิจสีน้ำเงิน และความยั่งยืนในอุตสาหกรรมทูน่าโลก” เป็นความร่วมมือระหว่าง INFOFISH กรมประมง สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย (TTIA) คณะกรรมาธิการปลาทูน่าแห่งมหาสมุทรอินเดีย (IOTC–CTOI) คณะกรรมาธิการประมงแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกและตอนกลาง (WCPFC) คณะกรรมาธิการปลาทูน่าเขตร้อนระหว่างประเทศในทวีปอเมริกา (IATTC) และมูลนิธิความยั่งยืนของอาหารทะเลระหว่างประเทศ (ISSF) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมทูน่าทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ได้แก่ การจับ การแปรรูป โลจิสติกส์ ไปจนถึงการตลาด ซึ่งเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมทูน่าโลก
โดยการประชุมในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก Dr. Manuel Barange Fisheries and Aquaculture Division, FAO, Italy ร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การเสริมสร้างความเชื่อมโยงของห่วงโซ่คุณค่า เศรษฐกิจสีน้ำเงิน และความยั่งยืนตลอดอุตสาหกรรมปลาทูน่าทั่วโลก” (Strengthening Value Chain Synergies, Blue Economies and Sustainability across the Global Tuna Industry) พร้อมด้วยการเสวนาและอภิปราย ในประเด็นสำคัญตลอดทั้ง 3 วัน โดยผู้เข้าร่วมประชุมจะได้รับฟังเสวนาพิเศษจากผู้นำระดับสูง ในหัวข้อ “ภาวะผู้นำ ความยั่งยืน และอนาคตของการค้าปลาทูน่าระดับโลก” ซึ่งเป็นการเสวนาที่รวบรวมผู้แทนระดับสูงจากหลายภาคส่วน ร่วมกันวิเคราะห์ทิศทางการบูรณาการความร่วมมือ โดยมุ่งเน้นประเด็นธรรมาภิบาลการประมงที่ยั่งยืน การเข้าถึงตลาด การสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ยืดหยุ่น การพัฒนาเศรษฐกิจสีน้ำเงิน การลงทุนที่มีความรับผิดชอบ และบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบตรวจสอบย้อนกลับดิจิทัล และเทคโนโลยีประมงอัจฉริยะ เพื่อสร้างความโปร่งใสให้แก่ผู้บริโภคและประเทศคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้ ในวันที่ 15 กันยายน 2569 ยังมีการอภิปรายและวิเคราะห์แนวโน้มการค้าทูน่าโลกและตลาดภูมิภาคหลัก ทั้งข้อกำหนดด้านความยั่งยืน มาตรการทางภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษี การทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และความคาดหวังของผู้ซื้อในตลาดสากล รวมถึงโอกาสด้านการลงทุนและการเงินเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสีน้ำเงิน อาทิ การเงินแบบผสมผสาน (Blended Finance) และการจัดหาเงินทุนตามหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอุตสาหกรรมอาหารทะเล อาทิ เทคโนโลยีการประมงอัจฉริยะ ระบบติดตามตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring) และระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และวันที่ 16 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย จะมีการอภิปรายโดยมุ่งเน้นในเรื่องของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสังคม และการเข้าถึงตลาดอย่างเป็นธรรม ครอบคลุมทั้งด้านการรับรองมาตรฐาน การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และการสนับสนุนประมงพื้นบ้านขนาดเล็กให้เข้าถึงตลาดสากลได้ พร้อมปิดท้ายด้วยเวทีเสวนา “CEO & Industry Futures Dialogue” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่ออนาคตอุตสาหกรรมทูน่า ทั้งการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรจากสภาพภูมิอากาศ ความไม่แน่นอนทางการค้า และแนวทางการดำเนินธุรกิจในตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ตลอดทั้ง 3 วัน จะมีการจัดนิทรรศการแสดงสินค้าและบริการกว่า 40 บูท ประกอบด้วย เครื่องจักร เทคโนโลยี และบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทูน่า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุม ได้สร้างเครือข่าย และต่อยอดความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน พร้อมเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต วางแผนการส่งออกให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมทูน่าไทยสามารถรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้ดียิ่งขึ้น
รองอธิบดีฯ กล่าวในตอนท้ายว่า การประชุมครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทย ให้พร้อมรับมือกับกติกาการค้าโลก ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมทูน่าไทยให้สามารถแข่งขันได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระดับสากล ทั้งนี้ กรมประมงพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทูน่าไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานโลก เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประเทศคู่ค้าและผู้บริโภคว่า ผลิตภัณฑ์ทูน่าของไทยมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำประมง IUU ตลอดจนมุ่งมั่นร่วมมือกับองค์กรบริหารจัดการประมงระหว่างประเทศ (RFMOs) ในการดูแลทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy)

#กองประมงต่างประเทศ

ประเทศไทยโชว์บทบาทเชิงรุกในเวทีโลกกรมประมงร่วมการประชุมคณะกรรมการด้านการประมง ครั้งที่ 37 (COFI 37) นางพิชญา ชัยนาค ผู้อ...
11/09/2026

ประเทศไทยโชว์บทบาทเชิงรุกในเวทีโลก
กรมประมงร่วมการประชุมคณะกรรมการด้านการประมง ครั้งที่ 37 (COFI 37)

นางพิชญา ชัยนาค ผู้อำนวยการกองพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองประมงต่างประเทศ ได้รับมอบหมายจากนายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง ให้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนประเทศไทย นำคณะผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการด้านการประมง ครั้งที่ 37 (The 37th Session of Committee on Fisheries : COFI 37) ผ่านระบบการประชุมทางไกล ระหว่างวันที่ 7-11 กันยายน 2569 ภายใต้กรอบองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)

สำหรับการประชุม COFI ถือเป็นเวทีระดับนโยบายสูงสุดด้านการประมงของสากล โดยในครั้งนี้ประเทศสมาชิกทั่วโลกได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์สำคัญเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ โดยมีประเด็นที่สำคัญ ดังนี้

🔹️การติดตามรายงานสถานการณ์การประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วโลก พร้อมทบทวนความก้าวหน้าการดำเนินงานตามจรรยาบรรณว่าด้วยการทำการประมงอย่างรับผิดชอบ (Code of Conduct for Responsible Fisheries : CCRF)

🔹️การบังคับใช้มาตรการและความตกลงระหว่างประเทศในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing)

🔹️การยกระดับการสนับสนุนผู้ประกอบการและเกษตรกรรายย่อย เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการ และคุณภาพชีวิตของชุมชนชายฝั่งอย่างเป็นรูปธรรม

🔹️การพิจารณาแผนการดำเนินงานด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ภายใต้ยุทธศาสตร์ของ FAO

ซึ่งการเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเวทีระหว่างประเทศ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับประเทศสมาชิก FAO เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน การต่อต้านการทำประมง IUU การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่ไปกับการยกระดับขีดความสามารถของภาคประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวทางในระดับสากล

#กรมประมง
#กองประมงต่างประเทศ

วันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมพะยูน ชั้น 7 อาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง และผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์...
08/09/2026

วันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมพะยูน ชั้น 7 อาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง
และผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์

นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานการประชุมเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมายประมงและการต่อต้านการทำประมง IUU โดยมี นายเดชา ปรัชญารัตน์
ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรบุคคล
นางพิชญา ชัยนาค ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสัตว์น้ำรักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองประมงต่างประเทศ นางสาวดรุษกร หนูสิงห์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นาวาเอกสุรินทร์ บุญเอก หัวหน้ากลุ่มวิทยากร กองกฎหมาย ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล นาวาโท ณัฐพงศ์ สมบูรณ์เกื้อ หัวหน้าปฏิบัติการ ศูนย์ยุทธการกองทัพเรือ นาวาตรี สุทธินันท์ หงดิษฐาราม หัวหน้าแผนกแผน กองยุทธการ ทัพเรือภาค 1 ร้อยตำรวจเอก คุณานนต์ นาคสิทธิ์ รอง สว.ฝอ. กองบังคับการตำรวจน้ำ
ผู้แทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ผู้แทนจาก ศรชล. ผู้แทนกองทัพเรือ ผู้แทนกองบังคับการตำรวจน้ำ พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกรมประมง ได้แก่ กองประมงต่างประเทศ กองกฎหมาย กองบริหารจัดการเรือประมงและการทำการประมง กองตรวจสอบเรือประมง สินค้าสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิต กองตรวจการประมง
เข้าร่วมการประชุม

ทั้งนี้ การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อซักซ้อมความเข้าใจ แนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายด้านการประมง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานระบบฐานข้อมูลคดีประมงผิดกฎหมาย (FISHERIES LAW) ตลอดจนการดำเนินคดีและมาตรการทางปกครอง ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายสามารถดำเนินคดีและการรายงานข้อมูลคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
#กรมประมง
#กองประมงต่างประเทศ

ที่อยู่

Paholyothin
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6625797940

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองประมงต่างประเทศ Fisheries Foreign Affairs Divisionผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กองประมงต่างประเทศ Fisheries Foreign Affairs Division:

ทางลัด

แชร์