ชมรมเทิดพระเกียรติ "เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย"

ชมรมเทิดพระเกียรติ "เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย" จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสน์ พระมหากษัตริย์ สถาบันพระมหากษัตริย์ มีคุณานุปการต่อชาติมาตั้งแต่ครั้งอดีตถึงปัจจุบัน พึงระลึกว่าบรรพชนผู้ที่สละชีวิตเลือดเนื้อในการรวบรวมชาติให้เป็นปึกแผ่น จนถึงทุกวันนี้ มีสถาบันกษัตริย์เป็นศูนย์รวมและเป็นผู้นำจิตใจให้บรรพชน ทั้งหลายเหล่านั้น เพราะประชาชนคนไทยมีจิตใจที่สำนึกถึงคุณงามความดี ของสถาบันกษัตริย์มาโดยตลอด จงรัก เคารพ และเทิดทูน สถาบันอันเป็นที่รักของคนไทย ใครหมิ่น หยามเกียรติ และดึงฟ้าลงต่ำ ต้องต่อต้านและขับไล่ ช่วยกันปกป้อง และเทิดทูนไว้ด้วยชีวิตจะหาไม่

เปิดเหมือนปกติ

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ ตลอดนานตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ.
12/08/2020

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ ตลอดนานตลอดไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ.

ทรงพระเจริญ.ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ.
28/07/2020

ทรงพระเจริญ.
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ.

ทรงพระเจริญ ๔ กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควั...
04/07/2020

ทรงพระเจริญ
๔ กรกฎาคม วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี.

ทรงพระเจริญ วันที่ ๒ เมษายน วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี. ...
02/04/2020

ทรงพระเจริญ
วันที่ ๒ เมษายน วันคล้ายวันพระราชสมภพ
สมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี.
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม.

“องค์เหนือหัว ผู้มอบชีวิตให้แก่เรา  พระผู้ทรงโปรดให้เลิกทาส”น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้บุญหนักหนาแล้วเกิ...
01/04/2020

“องค์เหนือหัว ผู้มอบชีวิตให้แก่เรา
พระผู้ทรงโปรดให้เลิกทาส”
น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
บุญหนักหนาแล้วเกิดใต้ร่มพระบารมีจักกรีวงศ์.

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานควรมิควรแล้วแต่จะทรงโปรด ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ.
29/03/2020

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงโปรด ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ.

เนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๑๒ สิงหาคม ๒๕...
12/08/2019

เนื่องในโอกาสมหามงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ ขอพระแม่ของชาวไทย ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ ทรงพระพลานามัย สมบูรณ์แข็งแรง ทรงเป็นร่มไทรของเหล่าพสกนิกรตลอดนาน ตลอดไป.
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงโปรด
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ.

๒๘ กรกฎาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว.ขอพระองค์ท...
28/07/2019

๒๘ กรกฎาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว.
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ.

๔ กรกฎาคม เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีส...
04/07/2019

๔ กรกฎาคม เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันวันประสูติ
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางวัฒวรขัตติยราชนารี .
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระพลานามัย สมบูรณ์แข็งแรง.
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงโปรด
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม.

ศุภมงคลโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓มิถุนายน๒๕๖๒ ทรงพระเจริญ.
03/06/2019

ศุภมงคลโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓มิถุนายน๒๕๖๒ ทรงพระเจริญ.

พระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอ...
04/05/2019

พระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดนธรรม เพื่อประโยชน์สุข แห่งอาณาราษฎร ตลอดไป.”
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.

พระนามใหม่ ในหลวงรัชกาลที่๑๐ “พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว.ออกเสียงอ่านพ...
23/04/2019

พระนามใหม่ ในหลวงรัชกาลที่๑๐
“พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว.
ออกเสียงอ่าน
พระ-บาท-สม-เด็จ-พระ-ปอ-ระ-เมน-ทะ-ระ-รา-มา-ธิ-บอ-ดี-ศรี-สิน-ทอน-มะ-หา-วะ-ชิ-รา-ลง-กอน-พระ-วะ-ชิ-ระ-เกล้า-เจ้า-อยู่-หัว
กราบฝ่าพระบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญ.

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ๒เมษายน  วันคล้ายวัน พระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี  ทรงเจริญพระชนมายุ๖๔ ปี  ...
02/04/2019

ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ๒เมษายน วันคล้ายวัน พระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ๖๔ ปี ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ ทรงพระพลานามัย สมบูรณ์ แข็งแรง ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม.

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗พระมหากษัตริย์ภายใต้ "รัฐธรรมนูญ" พระองค์แรกแห่งอาณาจักร สยาม "ข้าพเจ้ามีคว...
09/12/2018

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗
พระมหากษัตริย์ภายใต้ "รัฐธรรมนูญ" พระองค์แรกแห่งอาณาจักร สยาม

"ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ พระองค์ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใช้ในประเทศ โดยมีส่วนช่วยร่างรัฐธรรมนูญคือ พระยากัลยาณไมตรี หรือ ฟรานซิส บี. แซร์ (Francis Bowes Sayre) ที่ปรึกษาทางกฎหมายชาวอเมริกัน ผู้อยู่ในคณะเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาไม่เป็นธรรมกับชาติตะวันตกหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑

โดยรัฐธรรมนูญที่พระยากัลยาณไมตรี ร่างนั้นมีเพียง ๑๒ มาตรา เรียกว่า “Outline of Preliminary Draft” เสร็จสิ้นในปี ๒๔๖๗ แต่ไม่ได้มีการประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว



พระยากัลยาณไมตรีตอบรัชกาลที่ ๗
ยังไม่ควรมีสภาเพราะประชาชนไม่พร้อม

อนึ่งก่อนหน้าที่จะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว รัชกาลที่ ๗ มีพระราชหัตถเลขา "Problem of Siam" สอบถามพระยากัลยาณไมตรี ๙ ข้อ ในจำนวนนี้มีคำถามที่เกี่ยวข้องกับระบอบการเมืองได้แก่ ข้อ ๓ "สักวันหนึ่งประเทศนี้จะต้องมีระบบการปกครองในระบบรัฐสภาหรือไม่ และระบอบการปกครองในระบบรัฐสภาแบบแองโกล - แซ็กสัน นั้นเหมาะสมกับชาวตะวันออกหรือ" ข้อ ๔ "ประเทศนี้พร้อมหรือยังที่จะมีการปกครองระบบผู้แทนราษฎรในรูปใดรูปหนึ่ง?" ข้อ ๖ "เราควรมีนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ? ควรเริ่มใช้ระบบนี้ในตอนนี้เลยหรือไม่ ?" และข้อ ๗ "เราควรมีสภานิติบัญญัติหรือไม่? องค์ประกอบสภาเช่นนี้ควรจะเป็นเช่นใด"

โดยพระยากัลยาณไมตรีตอบกลับมาในบันทึกหัวข้อ “Sayrt’s Memorandum” โดยตอนหนึ่งแสดงความไม่เห็นด้วยกับการมีสภาผู้แทนราษฎร โดยอ้างว่าประชาชนไม่พร้อม โดยระบุว่า "การจะมีรัฐสภาที่ใช้งานได้จะต้องอาศัยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าใจระบอบการปกครองแบบนี้ดี หากไม่มีประชาชนที่มีสติปัญญามากำกับควบคุม รัฐสภามีแต่จะเสื่อมถอยไปเป็นองค์การที่เลวร้ายและเผด็จการ ตราบใดที่ปวงประชาชาวสยามทั้งหลายยังไม่ได้รับการศึกษาสูงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การพยายามตั้งองค์กรเชิงรัฐสภาที่ประชาชนเลือกตั้งมามีแต่จะนำอันตรายใหญ่หลวงมาให้ ดังนั้น จึงดูไม่มีทางเลือกนอกจากการคงไว้ซึ่งระบอบการปกครองที่อำนาจเด็ดขาดยังคงอยู่กับพระมหากษัตริย์ อย่างน้อยที่สุดในช่วงปัจจุบันนี้"

รัชกาลที่ ๗ ทรงนำจดหมายตอบดังกล่าวให้สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้เป็นหนึ่งในสมาชิกอภิรัฐมนตรีสภา ซึ่งท่านก็ไม่เห็นด้วยในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการมีนายกรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ตามไม่มีการนำร่างรัฐธรรมนูญ ๑๒ มาตราของพระยากัลยาณไมตรีมาใช้แต่อย่างใด

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับพระยากัลยาณไมตรี

มาตรา ๑

อำนาจอธิปไตยเป็นของพระมหากษัตริย์

มาตรา ๒

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีนายหนึ่งซึ่งรับผิดชอบ ต่อพระองค์ในการบริหารราชการแผ่นดินทั้งปวง และให้นายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งตามพระราชอัธยาศัย

มาตรา ๓

ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบในการแต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีทั้งหลาย ซึ่งเป็นเจ้ากระทรวงต่าง ๆ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบต่อพระมหากษัตริย์ในกิจการทั้งปวงของแต่ละกระทรวง และจะต้องรับผิดชอบในการปฏิบัติภารกิจตามนโยบายทั่วไปของรัฐบาล ดังที่มีพระบรมราชโองการ และรับผิดชอบในการประสานงานระหว่างกระทรวงต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุนโยบายดังกล่าว

มาตรา ๔

ให้รัฐมนตรีแต่ละนายรับผิดชอบโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี สำหรับงานในกระทรวงของตน และให้ร่วมปฏิบัติภาคกิจตามนโยบายทั่วไปของรัฐบาลตามคำบัญชาของนายกรัฐมนตรี

มาตรา ๕

ให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยให้คณะรัฐมนตรีประกอบด้วยรัฐมนตรีทุกนาย คณะรัฐมนตรีอาจอภิปรายปัญหาสำคัญอันเป็นประโยชน์ได้เสียร่วมกันได้แต่ให้ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบในการลงมติทั้งปวง

มาตรา ๖

ให้นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์เพื่อขอรับพระบรมราชวินิจฉัย ในปัญหาทั้งปวงอันเกี่ยวด้วยนโยบายทั่วไป และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดก็ตาม นายกรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามพระบรมราชโองการ

มาตรา ๗

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งมนตรี ๕ นาย ประกอบกันเป็น อภิรัฐมนตรีสภา ให้นายกรัฐมนตรีเป็นสมาชิกอภิรัฐมนตรีสภาโดยตำแหน่ง แต่ห้ามรัฐมนตรีนายอื่นดำรงตำแหน่งสมาชิกด้วย อภิรัฐมนตรีไม่มีอำนาจทางบริหาร ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม อำนาจหน้าที่ของอภิรัฐมนตรีสภามีเพียงถวายความคิดเห็นแด่พระมหากษัตริย์ ในปัญหาเกี่ยวด้วยนโยบายทั่วไป หรือปัญหาอื่นใดอันมิใช่รายละเอียดเกี่ยวกับงานบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเท่านั้น อภิรัฐมนตรีสภาไม่มีอำนาจเสนอแนะให้แต่งตั้งใครดำรงตำแหน่งใดตลอดจนเสนอแนะรายละเอียดเกี่ยวกับการปกครอง อย่างไรก็ตาม อภิรัฐมนตรีสภามีอำนาจเปลี่ยนแปลงผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี

มาตรา ๘

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและถอดถอนสมาชิกองคมนตรีสภาตามพระราชอัธยาศัย

มาตรา ๙

ภายในระยะเวลา ๓ วันนับแต่วันเสวยราชสมบัติ พระมหากษัตริย์จะทรงเลือกบุคคลหนึ่ง เป็นทายาทด้วยคำแนะนำและยินยอมขององค์มนตรีสภา บุคคลผู้จะเป็นรัชทายาทได้นั้น จะต้องเป็นโอรสของพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินี หรือเป็นบุคคลอื่นซึ่งอยู่ในราชตระกูล แต่ทั้งนี้ไม่จำต้องอยู่ในลำดับฐานะมีพระอิสริยยศสูง หรือมีอาวุโสสูง การกำหนดบุคคลใดให้เป็นรัชทายาทย่อมไม่อาจเพิกถอนได้ แต่อาจถูกทบทวนใหม่ได้ในเวลาสิ้นสุดของทุกกำหนด ๕ ปี โดยพระมหากษัตริย์ด้วยคำแนะนำและยินยอมขององคมนตรีสภา หากพระมหากษัตริย์สวรรคตก่อนมีการเลือกรัชทายาท ให้องคมนตรีสภาเลือกบุคคลหนึ่งขึ้นเป็นรัชทายาททันทีหลังจากที่พระมหากษัตริย์สวรรคต ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดก็ตาม สามในสี่ของสมาชิกองคมนตรีสภา ซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร ย่อมประกอบกันเป็นองค์ประชุมกำหนดตัวรัชทายาท

มาตรา ๑๐

ภายใต้บังคับแห่งพระราชอำนาจสูงสุด ศาลฎีกาและศาลอื่นใดทั้งหลายซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงตั้งขึ้นเป็นคราว ๆ เป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการ

มาตรา ๑๑

อำนาจสูงสุดทางนิติบัญญัติเป็นของพระมหากษัตริย์

มาตรา ๑๒

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญนี้กระทำได้โดย พระมหากษัตริย์ประกอบด้วยคำแนะนำและยินยอมจากสามในสี่ของสมาชิกองคมนตรีสภา



ร่างรัฐธรรมนูญฉบับพระยาศรีวิสารวาจา-เรมอนด์ บี.สตีเวนส์

นอกจากนี้ในปี ๒๔๗๓ รัชกาลที่ ๗ เสด็จไปรักษาพระเนตรที่สหรัฐอเมริกาทรงให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ที่สหรัฐอเมริกาเรื่องการตั้งระบบเทศบาลขึ้นในประเทศ และเมื่อเสด็จกลับจากสหรัฐอเมริกา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาศรีวิสารวาจา (เทียนเลี้ยง หรือ หุ่น ฮุนตระกูล) ปลัดทูลฉลองกระทรวงการต่างประเทศ ผู้สำเร็จเนติบัณฑิตจากประเทศอังกฤษ และนายเรมอนด์ บี. สตีเวนส์ (Raymond B. Stevens) ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ ผู้สำเร็จวิชากฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard) เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนรัฐนิวแฮมเชียร์ สังกัดพรรคเดโมแครต รองประธานคณะกรรมการเดินเรือแห่งสหรัฐ และเป็นผู้แทนอเมริกันในสภาการขนส่งทางทะเลของฝ่ายสัมพันธมิตรในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๑ เป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยทั้งสองร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญเสร็จในวันที่ ๙ มีนาคม ๒๔๗๔ (หรือ ๙ มีนาคม ๒๔๗๕ ตามปฏิทินสากล) เป็นภาษาอังกฤษ ใช้ชื่อว่า “An Outline of Changes in the Form of Government” หรือ “เค้าโครงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง” ร่างดังกล่าวได้กำหนดรูปแบบของการปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจบริหารและนิติบัญญัติ ตลอดจนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ด้วย

โดยพระยาศรีวิสารวาจาและนายเรมอนด์ บี.สตีเวนส์ ได้มอบร่างดังกล่าวให้แก่อภิรัฐมนตรี ในวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๔๗๔ (หรือ ๑๒ มีนาคม ๒๔๗๕ ตามปฏิทินสากล) เพื่อประชุมพิจารณาในที่ประชุมอภิรัฐมนตรีสภา แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้มีการประชุมพิจารณากันอย่างไร และไม่มีการพระราชทานรัฐธรรมนูญในพระราชพิธีฉลองพระนครครบ ๑๕๐ ปีในวันที่ ๖ เมษายน ๒๔๗๕

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับพระยาศรีวิสารวาจา-เรมอนด์ บี.สตีเวนส์ ที่มีผู้รวบรวมและแปลในเว็บไซต์ academia มีสาระสำคัญดังนี้

๑. อภิรัฐมนตรีสภามีจำนวนไม่เกิน ๖ คน ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ในนโยบายทั่วๆ ไป และห้ามสมาชิกในอภิรัฐมนตรีสภา ไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี

๒. นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกของพระมหากษัตริย์และต้องรับผิดชอบต่อพระมหากษัตริย์ในเรื่องของการบริหารงานของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีมีสิทธิในการเลือกรัฐมนตรีร่วมรัฐบาล ซึ่งจะต้องแจ้งให้พระมหากษัตริย์ทราบและยืนยันด้วย

๓. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการประชุมคณะรัฐมนตรีและเป็นสื่อระหว่างพระมหากษัตริย์กับรัฐมนตรี

๔. สภานิติบัญญัติ มีสมาชิกไม่น้อยกว่า ๕๐ คนและไม่เกิน ๗๕ คน สมาชิกที่มาจากเลือกตั้งและแต่งตั้งในจำนวนเท่าๆ กัน และการแต่งตั้งของพระมหากษัตริย์จะต้องไม่เกินครึ่งหนึ่ง คณะรัฐมนตรีจะเลือกผู้ทรงคุณวุฒิมาดำรงตำแหน่งในสภานิติบัญญัติ ถ้าสภานิติบัญญัติใช้อำนาจไปเกินขอบเขตของฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารมีสิทธิที่จะชี้แจงได้ในสภา มีสิทธิในการตอบคำถามต่างๆ

วิธีการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติ ผู้ออกเสียงในแต่ละอำเภอเลือกผู้สมัคร ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้เป็นตัวแทนของมณฑล จำนวนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและจำนวนผู้แทนของมณฑลต้องตั้งอยู่บนฐานของประชากร ผู้ที่ลงสมัครจะต้องอาศัยอยู่ในอำเภอนั้นๆ และจะต้องเสียภาษีในมณฑล

การเลือกตั้งจะต้องฟังเสียงส่วนใหญ่หากมณฑลใดการเลือกตั้งล้มเหลวหรือมีที่นั่งว่างลงพระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติ คุณสมบัติของสมาชิกสภานิติบัญญัติต้องมีเชื้อชาติสยาม และอายุไม่ต่ำกว่า ๓๐ ปี ต้องอ่านออกเขียนได้ ต้องจ่ายภาษี และต้องไม่ดำรงตำแหน่งในรัฐบาล สมาชิกสภานิติบัญญัติดำรงตำแหน่ง ๔-๕ ปี วาระจะเท่ากับคณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติจะต้องประชุมปีละไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง เว้นแต่จะมีเหตุการณ์พิเศษจะมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญโดยพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ในบทความของชำนาญ จันทร์เรือง เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายนปี ๒๕๕๘ เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญของพระยาศรีวิสารวาจาดังกล่าวเป็นแต่เพียงเค้าโครงการจัดรูปแบบการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น มิใช่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เช่นเดียวกับ สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ที่เห็นว่า “เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบสมบูรณายาสิทธิราชย์ที่ไม่มีรัฐธรรมนูญไปเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มีรัฐธรรมนูญ เพราะอำนาจอธิปไตยทั้งหมดยังคงอยู่ที่พระมหากษัตริย์แต่เพียงผู้เดียว”

อนึ่งในบันทึกความเห็นประกอบ“เค้าโครงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง” ทั้งพระยาศรีวิสารวาจา และ เรย์มอนด์ บี. สตีเวนส์ เสนอว่ายังไม่สมควรที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองในขณะนั้น เพราะประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการปกครองตนเอง โดยพระยาศรีวิสารวาจาได้ยกตัวอย่างว่าในประเทศพม่ามีการจัดตั้งเทศบาลตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๒๗ และในอีกเกือบ ๔๐ ปีต่อมาจึงมีการจัดตั้งสภานิติบัญญัติขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๖๖ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลไทยก็ควรจะพิจารณาประกาศใช้พระราชบัญญัติเทศบาลเสียก่อน เพื่อให้ท้องถิ่นต่างๆ มีประสบการณ์เกี่ยวกับการปกครองตนเองในขอบเขตจำกัด ก่อนที่จะเข้ามามีสิทธิมีเสียงในการปกครองประเทศโดยส่วนรวม

ส่วนสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อภิรัฐมนตรีในขณะนั้นเห็นว่าการมีนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นวิธีการในระบบรัฐสภา เมื่อยังไม่มีรัฐสภาก็ยังไม่ควรจะมีนายกรัฐมนตรี และทรงเห็นว่าปัญหาที่สำคัญของประเทศสยามในขณะนั้นมิใช่อยู่ที่จะมีหรือไม่มีนายกรัฐมนตรี แต่เป็นเรื่องการปรับปรุงระบบบริหารราชการแผ่นดินของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อถูกคัดค้านจากทั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญและอภิรัฐมนตรี จึงทำให้ไม่มีการพระราชทานรัฐธรรมนูญในพระราชพิธีฉลองพระนครครบ ๑๕๐ ปีในวันที่ ๖ เมษายน ๒๔๗๕ ต่อมาเมื่อคณะราษฎรเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ จึงทำให้ "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช ๒๔๗๕" ที่ประกาศใช้เมื่อ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ กลายเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของไทย ซึ่งต่อมา ได้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวร เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕

ที่มาของข้อมูล : ฐานข้อมูลของสถาบันพระปกเกล้า

ที่มาของภาพประกอบ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ "พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ในวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๖๙"

๗ธันวาคม วันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
07/12/2018

๗ธันวาคม วันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

มีครั้งหนี่ง อดีตนายก ชวน หลีกภัย กราบบังคมทูลว่า เวลาตกเย็น ที่หน้าทำเนียบ จะมีผู้คนจุดประทัดแก้บนกรมหลวงชุมพรฯ เป็นประ...
14/10/2018

มีครั้งหนี่ง อดีตนายก ชวน หลีกภัย กราบบังคมทูลว่า เวลาตกเย็น ที่หน้าทำเนียบ จะมีผู้คนจุดประทัดแก้บนกรมหลวงชุมพรฯ เป็นประจำแทบทุกวัน บ่อยครั้งที่เสียงดังรัวเป็นคั่วข้าวตอกจนน่าตกใจ ไม่ทราบเกล้าฯว่า เสียงดังเข้ามาถึงในสวนจิตรลดาบ้างหรือไม่ จะได้ทำการปรามไปยังตำรวจ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงรับสั่งว่า “อยู่ที่ว่า การจุดประทัดนั้น เป็นการผิดต่อกฏหมายหรือไม่ หรือเป็นเสรีภาพ ถ้าหากถูกต้อง และเป็นเสรีภาพ ถึงจะดังอย่างไร ทุกคนก็ต้องทน ฉันก็ต้องทน คุณชวนก็ต้องทน อย่าห่วงสวนจิตรฯมากกว่า สิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ถ้าหากไม่ใช่เสรีภาพหรือผิดกฎหมาย แม้ดังมาไม่ถึงสวนจิตรฯ ก็ต้องห้ามปราม อย่าเอาตัวฉัน หรือสวนจิตรฯ เป็นเครื่องชี้วัด”

ทีฆายุกาโหตุมหาราชินี มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๖ พรรษา ๑๒ สิงหามหาราชินี ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ ...
12/08/2018

ทีฆายุกาโหตุมหาราชินี
มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๖ พรรษา ๑๒ สิงหามหาราชินี ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ ทรงพระพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง ทรงพระชนมายุยิ่งยืนนาน ตลอดนานตลอดไป.
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงโปรด
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ.

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยูหัวนั้น อิทธิพลและอารยธรรมของชา...
08/08/2018

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๕

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยูหัวนั้น อิทธิพลและอารยธรรมของชาติตะวันตกได้หลั่งไหลเข้ามาในสยามประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลดปล่อยทาสให้เป็นเสรีชน หลังจากที่ไทยได้ติดต่อทำค้าขายกับประเทศตะวันตกอย่างกว้างขวาง ภายหลังการทำสนธิสัญญาบาวริง พ.ศ. ๒๓๙๘ เป็นต้นมา

อิทธิพลของลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตกที่กำลงส่อเค้าว่าจะคุกคามไทย ถ้าสังคมไทยยังมีลักษณะป่าเถื่อนล้าหลัง และพลเมืองส่วนใหญ่ยังตกเป็นทาส โดยที่มหาอำนาจตะวันตกจะถือเป็นข้ออ้างเข้ามาช่วยสร้างความเจริญให้ด้วยการเข้ามายึดครอง ดังนั้น การปรับสังคมด้วยการเลิกทาสย่อมเป็นการลดกระแสกดดันของลัทธิจักรวรรดินิยมได้

ความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจที่ต้องการแรงงานเสรีเพิ่มมากขึ้น โดยระบบการค้าเสรีที่เกิดขึ้นภายหลังสนธิสัญญาบาวริง ทำให้ธุรกิจการค้าและการผลิตต่างๆ ขยายตัวออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตข้าว ซึ่งการปลดปล่อยทาสให้มีอิสระในแรงงานของตนย่อมสนองตอบต่อความต้องการทางด้านแรงงานเสรีของระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่กำลังขยายตัว และความจำเป็นทางด้านการปกครอง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีแผนการปฏิรูประบบบริหารราชการให้ทันสมัย ดังนั้นเมื่อทรงมีแผนการเช่นนี้แล้ว การปลดปล่อยทาสให้เป็นเสรีชนย่อมจะสอดคล้องกับความต้องการกำลังคนซึ่งมีอิสระในแรงงานของตนเป็นอย่างมาก เพื่อรองรับการขยายงานของระบบบริหารราชการสมัยใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

แต่เดิมนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมีพระราชประสงค์จะให้คนไทยมีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันทุกคนอยู่แต่ต้นแล้ว สอดคล้องกับระบบบริหารราชการแผ่นดินและอิทธิพลของชาติตะวันตก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้มีการยกเลิกทาสในสังคมไทย แต่การปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระแก่ตนเองนั้นจำเป็นจะต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะสังคมไทยมีทาสมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ การยกเลิกทาสโดยฉับพลันย่อมจะกระทบกระเทือนต่อผลประโยชน์ของกลุ่มมูลนายที่มีทาสในครอบครอง ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงเตรียมแผนการในการเลิกทาสอย่างเป็นขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๑๗ เป็นต้นมาและได้สิ้นสุดลงในปี พ.ศ. ๒๔๔๘

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการยกย่องจากประชาชนในทั่วทุกแว่นแคว้นในพระปรีชาสามารถ และด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงใช้วิจารณญาณในการประยุกต์อารยธรรมตะวันตก ซึ่งกำลังเข้ามาคุกคามสยามประเทศอยู่ ณ ขณะนั้น ผสมผสานประยุกต์ให้เข้ากับชีวิตและความเป็นอยู่ในสังคมไทยอย่างมีชั้นเชิง โดยทรงยึดถือ “ประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง” ทำให้ประเทศพัฒนาและเจริญก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ ซึ่งเป็นรากฐานอันมั่นคงของประเทศไทยในปัจจุบัน

ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า เหล่าสมาชิก ชมรมเทิดพระเกียรติ "เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย"

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๑ มหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษ า ๖๖ พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ร.๑๐ น้อมเกล้าถว...
28/07/2018

๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๑ มหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษ า ๖๖ พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ร.๑๐
น้อมเกล้าถวายพระพรชัย ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญตลอดนานตลอดไป
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงโปรด
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ.

ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖๕ พรรษา วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๑  ประชาชนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นพร้อมกล่...
25/07/2018

ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖๕ พรรษา
วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๑ ประชาชนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นพร้อมกล่าวถวายพระพร “ทรงพระเจริญ"

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๕ ตลอดระยะเวลาทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทย ขณะเดียวกันตลอดระยะเวลา ๙ เดือน ที่เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๙ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการอย่างต่อเนื่อง ยังความปลื้มปีติแก่ราษฎรไทยทั่วทั้งประเทศ

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ

24/07/2018

พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ ๙

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
วันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ เนื่องในวันเฉลิมพระชนม์พรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

"คำว่าเศรษฐกิจพอเพียงนี้ไม่มีในตำรา ไม่เคยมีระบบเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงนี้กว้างขวางกว่า "Self Sufficiency" พูดจาก็พอเพียง ปฏิบัติก็พอเพียง ความคิดก็เหมือนกัน ถ้าใครมีความคิดอย่างหนึ่ง การพอเพียงในความคิดก็คือแสดงความคิดของตัว ความเห็นของตัวและปล่อยให้อีกคนพูดบ้าง และมาพิจารณาว่าที่เขาพูดกับที่เราพูดอันไหนพอเพียง อันไหนเข้าเรื่อง ถ้าไม่เข้าเรื่องก็แก้ไข เพราะว่าพูดกันโดยที่ไม่รู้เรื่องกันมันก็เป็นการทะเลาะ จากการทะเลาะด้วยวาจา ก็กลายเป็นการทะเลาะด้วยกาย ซึึ่งในที่สุดก็นำไปสู่ความเสียหาย..."

ที่อยู่

Bangkok

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ชมรมเทิดพระเกียรติ "เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย"ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ชมรมเทิดพระเกียรติ "เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย":

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด