สำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ กรมทางหลวง

สำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ กรมทางหลวง "องค์กรชั้นนำด้านวิศวกรรมวัสดุงานทาง มุ่งพัฒนามาตรฐานและบริการสู่ระดับสากล" วิสัยทัศน์ "องค์กรชั้นนำด้านวิศวกรรมวัสดุงานทาง มุ่งพัฒนามาตรฐานและบริการสู่ระดับสากล" พันธกิจ วิเคราะห์ ตรวจสอบ แนะนำวัสดุสร้างทาง สำรวจ ออกแบบ แนะนำโครงสร้างชั้นทาง จัดทำ ปรับปรุง ข้อกำหนด และวิธีการทดลองวัสดุงานทาง บูรณาการเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมวัสดุงานทาง และสารสนเทศ ตอบสนองการให้บริการด้วยความถูกต้องรวดเร็ว สนับสนุน พัฒนา มาตรฐานงานทาง และเผยแพร่งานวิชาการ ค่านิยม (TEST) Technology : มุ่งพัฒนาเทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูลด้านวัสดุงานทาง Expert : เชี่ยวชาญด้านวัสดุงานทางขั้นสูง Service mind : ใส่ใจการให้บริการ Transfer of knowledge : แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในองค์กร วัฒนธรรมองค์กร (HELP) Hi-Tech : ล้ำสมัยในด้านเทคโนโลยีวัสดุงานทาง Excellent service : บริการดีเยี่ยม Learning organization : องค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน Professional : เชี่ยวชาญ ทำงานถูกต้อง รวดเร็ว

เปิดเหมือนปกติ

28/07/2020
กรมทางหลวง
27/07/2020

กรมทางหลวง

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

กรมทางหลวง
22/07/2020

กรมทางหลวง

วันนี้ (22 ก.ค.63) นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง พร้อมด้วยผู้บริหารกรมทางหลวง ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2563 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ถนนวิภาวดีรังสิต

กรมทางหลวง
18/07/2020

กรมทางหลวง

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2563) เวลา 10.00 น. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะ ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 สาย ธนบุรี – ปากท่อ ตอน ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ของกรมทางหลวง และ โครงการทางพิเศษ สาย พระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก (สัญญาที่2) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยมีนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง และคณะผู้บริหารกรมทางหลวง ร่วมลง พื้นที่ฯ ณ โครงการก่อสร้างทางยกระดับฯ กม.15+800
#กรมทางหลวง
#สายด่วนกรมทางหลวง1586

วันนี้ (15 กรกฏาคม 2563) นายโกสินทร์ เจติยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ เป็นผู้แทนกรมทางหลวงเข้าร่วมแสดงความ...
15/07/2020

วันนี้ (15 กรกฏาคม 2563) นายโกสินทร์ เจติยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ เป็นผู้แทนกรมทางหลวงเข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาการยางแห่งประเทศไทย "๕ ปี กึ่งทศวรรษ กยท. นวัตกรรมยาง สร้างความยั่งยืน" พร้อมทั้งมอบเงินบริจาคเข้ามูลนิธิ การยางแห่งประเทศไทยเพื่อการกุศล โดยมีนายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับมอบ ณ การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ บางขุนนนท์ กรุงเทพฯ

#สำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ
#สายด่วนกรมทางหลวง1586
#กรมทางหลวง
โกสินทร์ เจติยานนท์

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์
10/07/2020

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์

“ศักดิ์สยาม”สั่งแก้รถติดรับเดินทางหยุดยาว 24-28 ก.ค.นี้
*จี้เปิดด่านเก็บเงิน “มอเตอร์เวย์-ทางด่วน”ทุกช่อง
*จัดป้ายแจ้งจุดพักรถ/คืนผิวจราจรทุกพื้นที่ก่อสร้าง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมสรุปผลการอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดราชการ (วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา) ตั้งแต่วันที่ 4-7 ก.ค.63 ว่า ภาพรวมการเดินทางของประชาชนดีขึ้นกว่าวันหยุดช่วงปีใหม่ปี 63 มีรถเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง มีประชาชนเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ 9,014,427 คน สูงกว่าประมาณการ 15.34%

ขณะที่รถยนต์ส่วนบุคคล มีปริมาณจราจรเข้า-ออกกรุงเทพฯ 11,824,758 คัน ส่วนการเกิดอุบัติเหตุบนโครงข่ายถนนกระทรวงคมนาคม พบ 369 ครั้ง เสียชีวิต 56 คน บาดเจ็บ 396 คน ทั้งนี้มอบให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เปรียบเทียบข้อมูลสถิติอุบัติเหตุกับช่วงเวลาใกล้เคียงว่าเพิ่มขึ้น หรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่อย่างไร

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า การเดินทางช่วงที่ผ่านมา ยังพบว่ามีปัญหาอุปสรรคบ้างในหลายประเด็น ซึ่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปรับปรุงแก้ไขแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ค.63 ไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา โดยได้ให้กรมทางหลวง(ทล). และกรมทางหลวงชนบท(ทช.) พิจารณาจุดที่เกิดอุบัติเหตุ และลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ

โดยเฉพาะทางตรง รวมถึงหาวิธีป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกในการเดินทางช่วงวันหยุดยาวปลายเดือน ก.ค.นี้ นอกจากนี้มอบให้ ทล. และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดช่องเก็บเงินค่าผ่านทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) และทางด่วนทุกช่อง เพราะได้รับร้องเรียนว่ารัฐบาลยกเว้นค่าผ่านทาง แต่ไม่เปิดทุกช่อง จึงทำให้เกิดปัญหารถติดหน้าด่าน และไม่สะดวกในการเดินทาง เช่น ถนนวิ่งมา 6-7 ช่องจราจร แต่เปิดช่องเก็บเงินค่าผ่านทางเพียง 3 ช่อง จึงขอให้แก้ไขโดยด่วน

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันยังพบปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-ชลบุรี ขาเข้ายาวประมาณ 5-10 กิโลเมตร(กม.) เนื่องจากประชาชนเข้าใช้บริการจุดจอดพักรถ (Rest Area) จำนวนมาก ซึ่งได้มอบให้ ทล. ไปพิจารณาว่าจะแจ้งประชาชนอย่างไรว่ามีจุดจอดพักรถอยู่ข้างหน้า เพื่อจะได้ขับเบี่ยงออกเลนขวา ไม่ต้องมารอรถติดอยู่ในเลนซ้าย ทั้งนี้ควรต้องแจ้งเป็นระยะๆ ด้วย เช่น ถ้ารถติดยาวประมาณ 1 กม. ก็ต้องแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้าก่อนถึง 1 กม.ที่รถติด อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้รับรายงานว่า ทล. มีแผนแก้ปัญหาระยะยาวด้วยการเตรียมก่อสร้างจุดจอดพักรถจุดเล็กๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยกระจายความหนาแน่นในการเข้าใช้บริการจุดจอดพักรถได้

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า พร้อมกันนี้ขอให้ประสานกับตำรวจทางหลวง เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เนื่องจากพบว่าบริเวณขึ้นเนินต่างๆ จะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งเต็มทุกช่องจราจร ส่วนใหญ่วิ่งเลนขวา ไม่วิ่งเลยซ้าย ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถผ่านไปได้ นอกจากนี้พื้นที่การก่อสร้างจุดต่างๆ จะต้องคืนผิวจราจร และมีป้ายบอกให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา การก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ทำได้ดี มีการกั้นแบริเออร์ และมีป้ายบอกชัดเจน

นายศักดิ์สยาม กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 18 ก.ค.นี้ จะลงพื้นที่ถนนพระราม 2 อีกครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 สาย ธนบุรี – ปากท่อ ตอนทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย และ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก (สัญญาที่2) หลังจากเปิดให้ผู้รับเหมาเข้าพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการทำแผนบริหารการจราจรรองรับวันหยุดยาวช่วงปลายเดือน ก.ค.นี้ด้วย.

🔴ฝากกด like 👍👍กด share 👌👌เพจข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์ ด้วยนะจ๊ะ❤️

#ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์
#แก้รถติด
#เดินทางวันหยุดยาว
#คมนาคม
#ศักดิ์สยามชิดชอบ

กรมทางหลวง
29/06/2020

กรมทางหลวง

รัฐมนตรีฯ คมนาคม ตรวจความพร้อมการเริ่มงานก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) เพื่อลดผลกระทบในการเดินทางของประชาชน

วันนี้ (29 มิถุนายน 2563) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 สาย ธนบุรี – ปากท่อ ตอน ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ของกรมทางหลวง และ โครงการทางพิเศษ สาย พระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก (สัญญาที่ 2) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการเริ่มก่อสร้างและร่วมบูรณาการการทำงานของทั้งสองหน่วยงาน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในวันนี้จะเป็นการตรวจความพร้อมในการเริ่มก่อสร้างโครงการทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 สาย ธนบุรี – ปากท่อ ตอน ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ของกรมทางหลวง ในส่วนของการจัดการจราจรในช่วงระหว่างการก่อสร้างดังกล่าวพร้อมร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง ลดผลกระทบการจราจรติดขัด เนื่องจากบริเวณสองข้างทางของถนนพระราม 2 มีชุมชนหนาแน่นและมีปริมาณจราจรประมาณ 200,000 คัน/วัน รวมทั้ง มีสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น สถานศึกษา โรงพยาบาล นิคมอุตสาหกรรม และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ ถนนพระราม 2 ถือเป็นเส้นทางหลักในการคมนาคมขนส่งสู่ภาคใต้อีกด้วย
นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวง จะเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 สาย ธนบุรี – ปากท่อ ตอน ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ระยะทางประมาณ 8.335 กิโลเมตร โดยจะเริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างจำนวน 2 จุดก่อน ได้แก่ กม.14+000 ถึง กม.15+000 และ กม.18+000 ถึง กม.20+295 ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประสานงานด้านการจัดการจราจรกับท้องที่และตำรวจ ทั้งกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 และ สน.แสมดำ พร้อมประชุมเชิงบูรณาการกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระหว่างการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ยังมีช่องจราจรจำนวน 12 ช่องจราจรเช่นเดิม (ทิศทางละ 6 ช่องจราจร) เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

สำหรับโครงการฯ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดรองรับปริมาณรถที่เพิ่มสูงขึ้นเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลกับพื้นที่ภาคใต้ อีกทั้ง ยังช่วยประหยัดเวลาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำให้การเดินทางสู่ภาคใต้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ขอความร่วมผู้ใช้ทางขับขี่อย่างระมัดระวัง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ อย่างเคร่งครัด หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุระหว่างก่อสร้างได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

“ตู้ปันสุข...ปันน้ำใจ”วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2563นายโกสินทร์ เจติยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ พร้อมด้วยน...
17/06/2020

“ตู้ปันสุข...ปันน้ำใจ”
วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2563
นายโกสินทร์ เจติยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ พร้อมด้วย
นายประเสริฐ บุญธรักษา วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ
นายพรหมมา เทพศรีหา วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ
นางโสวรพันธ์ ดวงแข วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ
และเจ้าหน้าที่สำนักฯ ร่วมกันนำของวางในตู้ปันสุข บริเวณประตู 2 กรมทางหลวง
#สำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ
#กรมทางหลวง
#สายด่วนกรมทางหลวง1586

กรมทางหลวง
12/06/2020

กรมทางหลวง

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีลงนามความร่วมมือนำยางพารามาเป็นวัสดุเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ ช่วยเกษตรกรสวนยาง
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือการนำอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพาราไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานภาครัฐ ระหว่างกระทรวงคมนาคม โดย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้แทนลงนาม และมี นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายอนันต์ สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ ในวันที่ 12 มิถุนายน 2563 ณ ทำเนียบรัฐบาล
รัฐบาลโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคม ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงเส้นทางคมนาคมเพื่อลดการบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนทางหลวง ขณะเดียวกันเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบปัญหาราคายางตกต่ำ จึงได้มุ่งเน้นให้ใช้น้ำยางพาราเป็นวัสดุในการปรับปรุง ก่อสร้างทาง เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรโดยตรง กระทรวงคมนาคม โดย กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท จึงได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยศึกษาแนวทางการเพิ่มความปลอดภัยทางถนนด้วยการใช้ยางพาราเป็นวัสดุหลัก ซึ่งจากผลการศึกษาและวิจัยพบว่า มี 2 ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม คือ แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) ซึ่งได้รับการทดสอบการชนจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และสถาบัน Korea Automobile Testing & Research Institute (KATRI) ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี พบว่าสามารถลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกระทรวงคมนาคมมีแผนดำเนินงานนำผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 อย่าง มาใช้ติดตั้งบนถนนของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบททั่วประเทศ ภายในปี 2563 - 2565 แบ่งเป็นแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (RFB) ระยะทางรวม 12,282 กิโลเมตร และหลักนำทางยางธรรมชาติ (RGP) จำนวน 1,063,651 ต้น ใช้น้ำยางพาราในปริมาณมากถึง 1 ล้านตัน สร้างรายได้ให้เกษตรกรถึง 71% หรือคิดเป็นผลตอบแทนกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งเกษตรกรจะได้รับโดยตรง เป็นการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิต
ของเกษตรกรไทย ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมให้การสนับสนุนเครื่องมือรวมถึงวัตถุดิบในการผลิตโดยให้สหกรณ์สวนยางทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าร่วมโครงการ ให้ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจากกระทรวงคมนาคม และสามารถกระจายรายได้สู่เกษตรกรอย่างเท่าเทียม จึงนำมาสู่การทำบันทึกความร่วมมือการนำอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพาราไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานภาครัฐ ระหว่างกระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สำหรับข้อตกลงความร่วมมือฯ ในส่วนของกระทรวงคมนาคมจะศึกษาและพัฒนาต้นแบบอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารา รวมถึงทำการทดสอบเพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพ และการจัดทำแบบมาตรฐานและข้อกำหนดคุณสมบัติของวัสดุ การจัดทำแผนงานและการกำหนดความต้องการการใช้ยางตามมติคณะรัฐมนตรี รวมทั้งการรับซื้อผลิตภัณฑ์ และนำอุปกรณ์ดังกล่าวไปติดตั้ง ใช้งบประมาณ 85,624 ล้านบาท โดยใช้ยางพาราสดปริมาณ 1,007,951 ตัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างความปลอดภัยให้ผู้ใช้รถใช้ถนนแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรโดยตรง คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 30,108 ล้านบาท
ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหน้าที่กำกับคุณภาพในการผลิตอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารา พร้อมทั้งคัดเลือกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับรอง ให้เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งยังสนับสนุนจัดเตรียมเครื่องมือและวัตถุดิบ ให้เป็นไปตามรูปแบบ มาตรฐาน และราคาตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนด ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันเกษตรกรที่ดำเนินธุรกิจยางพารา 661 แห่ง โดยปีที่ผ่านมามีการผลิตยางพารารูปแบบต่าง ๆ ประมาณ 475,058 ตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 57 จากผลผลิตทั้งหมดของสมาชิกสหกรณ์ที่ประกอบอาชีพสวนยางพารารวม 355,181 ราย มีสมาชิกในครัวเรือนที่ได้รับผลประโยชน์ จำนวน 1,420,724 ราย ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะช่วยเหลือสถาบันเกษตรกร ทั้งในการด้านพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต และการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต โดยพร้อมผลักดันเกษตรกรชาวสวนยางไทยให้ได้รับโอกาสอย่างทั่วถึง ด้วยการสนับสนุนเครื่องมือ รวมถึงวัตถุดิบในการผลิตให้แก่สหกรณ์สวนยางทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตจากกระทรวงคมนาคม และสามารถกระจายรายได้สู่เกษตรกรอย่างทั่วถึง
ความร่วมมือร่วมใจในครั้งนี้ นอกจากจะลดความสูญเสีย สร้างผลตอบแทนเป็นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่ไม่อาจประเมินค่าได้แล้ว ที่สำคัญยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยางไทย ให้สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้ และสร้างความมั่นคงทางอาชีพอย่างยั่งยืน

12/06/2020
กรมทางหลวง

กรมทางหลวง

12 มิ.ย. 63 เวลา 13.30 กระทรวงคมนาคม กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่องอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยจากยางพารา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานภาครัฐ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

Rubber Guide Post และ Rubber Fender Barrier อุปกรณ์ทางด้าน การจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารา“ ยกระดับรา...
11/06/2020

Rubber Guide Post และ Rubber Fender Barrier
อุปกรณ์ทางด้าน การจราจรและอำนวยความปลอดภัยทางถนนที่ผลิตจากยางพารา

“ ยกระดับรายได้เกษตรกรไทย ส่งเสริมความปลอดภัยบนทางหลวง”

วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2563นายโกสินทร์ เจติยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ พร้อมด้วยนายสุรชัย จันทร์ขาว วิศวกร...
10/06/2020

วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2563
นายโกสินทร์ เจติยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ พร้อมด้วย
นายสุรชัย จันทร์ขาว วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ
นายกิติฤกษ์ ฉิมทับ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ
นายอานนท์ เชื้อฉุน วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ
เดินทางไปตรวจสอบอาคารศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีงานทาง (Central lab) เพื่อเตรียมความพร้อมในการขนย้ายเครื่องมือ อุปกรณ์ และครุภัณฑ์สำนักงาน สำหรับการย้ายไปปฏิบัติงาน ณ อาคารสำนักงานใหม่ เร็วๆ นี้

#สำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ
#กรมทางหลวง
#สายด่วนกรมทางหลวง1586

โกสินทร์ เจติยานนท์

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์
08/06/2020

ข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์

อธิบดีกรมทางหลวงสั่งเฝ้าระวัง3พันเส้นทาง7หมื่นกม.
*ออก6มาตรการเร่งด่วนรับมือน้ำท่วมดินถล่ม
*รีบช่วยประชาชนถนน-สะพานขาดแก้ไขทันที

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝน เกิดฝนและลมกระโชกแรงในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เกิดวาตภัย ต้นไม้ล้มทับทาง ดินโคลนถล่ม ส่งผลกระทบต่อระบบคมนาคมขนส่ง และการสัญจรของประชาชนผู้ใช้ทางบนโครงข่ายถนนของ ทล. กว่า 3,000 เส้นทาง ระยะทางรวมทั้งหมด 72,000กม. ทั่วประเทศ

เพื่อป้องกันและบรรเทาสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ทั้งสำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการดังนี้

1.ให้ตรวจสอบสภาพความเรียบร้อยของผิวทาง ต้องไม่มีหลุมบ่อพร้อมสำรวจพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ ตรวจสอบสะพาน ท่อระบายน้ำ ร่องน้ำในเขตทางให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานและดำเนินขุดลอกร่องระบายน้ำบริเวณสองข้างทาง ทำความสะอาดอาคารระบายน้ำ กำจัดขยะเศษวัชพืชไม่ให้กีดขวางทางระบายน้ำ

รวมทั้งตัดแต่งกิ่งต้นไม้ และจัดเตรียมเครื่องจักร ยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ สิ่งอำนวยความปลอดภัย ป้ายจราจร และป้ายจราจรแบบเคลื่อนที่ (Knock Down) หลักนำทาง และไฟกระพริบ ให้สามารถใช้งานทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ

นายสราวุธ กล่าวต่อว่า 2.กรณีเมื่อเกิดภัยพิบัติ ให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด รวมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้น 3.เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนให้ดำเนินการแก้ไขทันที พร้อมทั้งรายงานระดับผู้บริการ ทล. ให้ทราบทันทีและรายงานอย่างต่อเนื่อง จนกว่าเหตุการณ์จะยุติลง

4.เมื่อเกิดเหตุทางขาด หรือสะพานขาด หรือชำรุด ให้ขอความร่วมมือจากศูนย์สร้างทาง ศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน เพื่อขอรับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรและสะพานเบลี่ย์ ให้เข้าดำเนินการแก้ไขร่วมกับแขวงในพื้นที่

5.ติดตามและรายงานข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าระบบบริหารงานภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน (EMS) พร้อมกับอัพเดทสถานการณ์หรือภาพถ่ายอย่างต่อเนื่อง จนกว่าเหตุการณ์จะปกติและยุติการในระบบทันที และ 6.ให้ทุกหน่วยงานติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ การเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด

นายสราวุธ กล่าวอีกว่า รวมทั้งดูแลทางเดินเท้าฟุตบาทปรับปรุงให้ปลอดภัยช่วงหน้าฝน ไม่เปรอะเปื้อน โดยเฉพาะถนนที่ผ่านชุมชน โรงเรียน โรงพยาบาล พร้อมจัดเตรียมเจ้าหน้าที่วัสดุและชิ้นส่วนสะพานเบลี่ย์ เครื่องจักร ยานพาหนะ สนับสนุนทุกหน่วยงานที่ในกรณีถนนหรือสะพานขาด ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามสภาพเส้นทางการจราจรบนถนนทางหลวงในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย ต้องการความช่วยเหลือ หรือพบเหตุบนทางหลวง เช่น ต้นไม้ล้ม ทางขาด แจ้งได้ที่สายด่วนกรมฯ 1586 ตลอด 24 ชม.

🔴ฝากกด like 👍👍กด share 👌👌เพจข่าวนวัตกรรมขนส่ง เดลินิวส์ ด้วยนะจ๊ะ❤️

#ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์
#กรมทางหลวงรับมือน้ำท่วม
#สราวุธทรงศิวิไล

กรมทางหลวง
02/06/2020

กรมทางหลวง

กรมทางหลวง
31/05/2020

กรมทางหลวง

นายกฯ มอบคมนาคม เร่งขยายมอเตอร์เวย์ให้ถึงสนามบินอู่ตะเภาและเชื่อมต่อ EEC กับ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หวังเติมเต็มโครงข่ายโลจิสติกส์เชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน ปักธงไทยฮับขนส่งอาเซียน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคมเร่งขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางถนนและการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเดินทางของประชาชนให้มีความปลอดภัย สะดวกรวดเร็ว มีระบบคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่ทันสมัยพร้อมรองรับการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต กระจายความเจริญและสร้างเศรษฐกิจชุนชนระดับฐานราก เป็นการสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมทั้งการเติมเต็มโครงข่ายการคมนาคมขนส่งของเขตพัฒนาพิเศษ
ภาคตะวันออก (EEC) เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
กระทรวงคมนาคมจึงได้เร่งรัดกรมทางหลวงก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7
ส่วนต่อขยาย ช่วงพัทยา-มาบตาพุด ให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย และได้เปิดทดลองให้บริการโดยไม่เก็บค่าผ่านทาง
ไปตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมาจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2563 และได้สั่งการให้ศึกษาออกแบบเพื่อก่อสร้าง
ส่วนต่อขยายต่อไปถึงท่าอากาศยานอู่ตะเภา รวมทั้งการพัฒนาโครงข่ายมอเตอร์เวย์จาก EEC ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือผ่านจังหวัดปราจีนบุรี นครราชสีมา เพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งและโลจิสติกส์สู่ประเทศเพื่อนบ้าน เสริมศักยภาพการค้าชายแดน
“ในอนาคตหากโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ส่วนต่อขยายเชื่อมโยงถึงท่าอากาศยานอู่ตะเภา และการเชื่อม
มอเตอร์เวย์จากภาคตะวันออกกับภาคอีสาน จะเป็นการเติมเต็มระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่งของไทยสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของอาเซียนอย่างสมบูรณ์ ส่งเสริมเศรษฐกิจไทยทั้งในระดับภาพรวมและระดับฐานรากให้ก้าวไกล เติบโตมั่นคง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนได้อย่างยั่งยืน”
นายศักดิ์สยาม กล่าว
“มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ส่วนต่อขยาย ช่วงพัทยา-มาบตาพุด นอกจากจะอำนวยความสะดวกรวดเร็วให้แก่ผู้ใช้ทางแล้วยังสร้างประโยชน์เพิ่มเติมต่อภาพรวมของประเทศอีก 4 ด้านคือ เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโลจิสติกส์ รองรับการขนส่งภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ผ่านการเชื่อมโยงการขนส่งทั้งทางถนน, ราง, น้ำ และอากาศ เพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุน ส่งเสริมเศรษฐกิจตลอดแนวเส้นทางโครงการและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในระยะยาว ส่งเสริมศักยภาพ
ด้านการท่องเที่ยวในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว ให้สามารถเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้สะดวกยิ่งขึ้น เป็นการกระจายรายได้ไปยังชุมชน และสร้างความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะยาว เพิ่มความปลอดภัย ในการเดินทาง ด้วยรูปแบบของทางหลวงพิเศษขนาด 4-6 ช่องจราจรที่มีการควบคุมการเข้า-ออกอย่างสมบูรณ์ ซึ่งทำให้ผู้ใช้ทางเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง15-20 นาทีจากทางแยกต่างระดับมาบประชันถึงท่าอากาศยานอู่ตะเภา จังหวัดระยอง และสามารถใช้ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยความปลอดภัยตลอดเส้นทาง
นอกจากนี้ กรมทางหลวง ยังมีแผนก่อสร้าง จุดพักรถ (Rest Stop) มาบประชัน และสถานที่บริการทางหลวง (Service Area) บางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อให้ผู้ใช้ทางสามารถจอดพักเพื่อผ่อนคลายจากการขับขี่ได้โดยมีแผนเปิดให้บริการภายในปี 2565 อีกด้วย” นายศักดิ์สยาม กล่าวในที่สุด

ที่อยู่

2/486 สำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ กรมทางหลวง ถนน ศรีอยุธยา เขตราชเทวี
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

02-354-6561

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ กรมทางหลวงผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

ตู้กันความชื้นweifo(เวยโฟ).iso9001.ไม่ใช้สาร/ฮีทเตอร์ดูด ความชื้น..เก็บรักษาเครื่องมือ.กล้องเลนส์.สารเคมี.ชิ้นงาน ตัวอย่าง ฯลฯ..ไม่ให้เกิดเชื้อรา/สนิม.ช่วยยืดอายุ.ไม่เสื่อม คุณภาพ.ได้มาตรฐาน..รับประกัน/ดูแลซ่อมหลังการขาย.. สอบถาม idline:weifo1/0624944693
ค่าตอบแทนลูกจ้างชั่วคราวสำนักวิเคาระห์ งบ หมด งง. เนอะ
ตามที่มีผู้ขอสอบถามเข้ามาใน Inbox ของสำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ เรื่องค่าตอบแทนในเดือนกันยายน นี้ สำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ ขอชี้แจงดังนี้ 1. ปีงบประมาณ 2562 สำนักฯได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณตามพรบ. 180,360,000 บาท ซึ่งลดลงจากปีงบประมาณ 2561 (ปีงบประมาณ 2561 ได้รับ 189 ล้านบาท) เนื่องด้วยในปีงบประมาณ 2562 มีโครงการเกิดขึ้นใหม่เพิ่มขึ้น 80 กว่าสายทาง ทำให้งบประมาณที่ได้รับมาไม่พอเพียง ซึ่งงบประมาณที่ได้รับมานี้จัดสรรให้กับโครงการไปทั้งสิ้น 80% ของเงินงบประมาณทั้งสำนัก ต่อมาทางสำนักฯ ได้ทำการขอเพิ่มเติมไปยังสำนักงบประมาณ 35 ล้านบาทแต่โดนตัดเหลือ 29,600,000 บาท ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอที่จะบริหารได้ และต่อมาได้ทำการขอเพิ่มเติมอีก 5 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับการจัดสรรเนื่องจากงบประมาณของ กรมฯ มีไม่เพียงพอ ด้วยงบประมาณที่เหลืออยู่อย่างจำกัดนี้ ทำให้ในเดือนกันยายน 2562 จัดสรรค่าตอบแทนได้เพียง 2 วัน (4 แรง) เท่านั้น 2. หน้าที่ในการสั่งงานในโครงการฯ นั้นๆ เป็นหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยผิวทาง และหน่วย Soil ที่จะวางแผนการปฏิบัติงานให้บรรลุผลสำเร็จลุล่วงด้วยดี 3. ขอให้หัวหน้าหน่วย , ผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยของสำนักวิเคราะห์ฯ ทั้งหน่วยผิวทางและหน่วย Soil ช่วยชี้แจงสถานะงบประมาณให้กับเจ้าหน้าที่ (ลูกจ้าง)ของท่านทราบด้วย เพราะสำนักฯ ที่ได้ชี้แจงเรื่องเงินงบประมาณในงานสัมมนาของสำนักฯ เมื่อวานนี้ให้ทราบกันไปแล้ว จึงขอเรียนชี้แจงมา ณ ที่นี้ ขอบคุณค่ะ วันทนีย์ ลุดทั่ง หบว.บัญชี 7 ก.ย. 2562
ตามที่มีผู้สอบถามในเรื่อง การจ้างลูกจ้างชั่วคราวโครงการฯ ในอัตราจ้างค่าตอบแทนของสำนักวิเคราะห์ฯ มาใน Inbox ของสำนักฯ นะคะ ขอชี้แจงดังนี้ 1. งบประมาณประจำปี 2562 สำนักฯ ได้รับการจัดสรรตาม พรบ. 180,369,000 บาท แต่ในปี 2562 มีสายทางเพิ่มขึ้นประมาณ 80 กว่าโครงการ ด้วยงบประมาณสำนักได้รับการจัดสรรลดลงจากปี 2561 ลงไปมาก (ปี 2561 ได้ 189 ล้านบาท) ต่อมาสำนักได้ทำการขอเพิ่มเติมไปที่สำนักงบประมาณไปอีก 35 ล้าน แต่สำนักงบประมาณตัดเหลือ 29,600,000 บาท ก็ยังไม่พอที่จะนำมาบริหารในส่วนของสำนักได้ งบประมาณที่จัดสรรให้กับโครงการเป็น 80% ของงบประมาณทั้งสำนัก ต่อมาได้ทำการขอเพิ่มเติมไปอีกประมาณ 5 ล้านกว่า แต่ก็ไม่ได้รับจัดสรรเพราะเงินงบประมาณของกรมฯ มีไม่เพียงพอ ด้วยเงินงบประมาณที่มีเหลืออยู่น้อยมาก จึงจัดสรรให้กับเดือน กันยายน 2562 ได้เป็นค่าตอบแทนเพียงแค่ 2 วัน (4 แรง) เท่านั้น 2. การจ้างงานเป็นหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยผิวทาง , Soil ที่จะบริหารว่าจะบริหารการปฎิบัติงานอย่างไร ให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี 3. ขอให้หัวหน้าหน่วยฯ , ผู้ช่วยหน่วยฯ ประจำโครงการของสำนักวิเคราะห์ฯ ทั้งหน่วยผิวทางและ หน่วย Soil ช่วยชี้แจงให้กับเจ้าหน้าที่ (ลูกจ้าง) ของท่านทราบด้วยนะคะว่าตอนนี้สถานะการณ์ด้านงบประมาณของสำนักเป็นอย่างไร เพราะได้ชี้แจงสถานะงบประมาณไปแล้วเมื่อวานนี้ในห้องสัมมนา ขอบคุณค่ะ จึงขอเรียนชี้แจงมา ณ ที่นี้ วันทนีย์ ลุดทั่ง หบว.บัญชี 7 ก.ย.2562
ทำไมโพสไม่ได้
ขอสอบถามเรื่องค่าตอบแทนของลุกจ้างชั่วคราวนะคะ ทำไมเคยได้๑๖แรงตอนนี้ทำไมลดหายเหลือ๑๒แรงที่อื่นมีแต่เขาเพิ่มขึ้นๆที่นี่ยิ่งทำยิ่งลดลงๆใครกินแรงลุกจ้างชั่วคราว ขอให้จนลงๆๆนะคะ
ใบรับรองส่วนผสมว่ามียาวพาราผสมอยู่...เป็นแบบไหนครับ