ข่าวสารอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์

ข่าวสารอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์

07/08/2026

Soft Power ของไทย พร้อมก้าวสู่เวทีโลก

37 ลวดลายผ้าไทยจาก 26 ชุมชน วัตถุดิบ GI จากทั่วประเทศ และรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจในการกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง คือสิ่งที่ประเทศไทยพร้อมนำเสนอและถ่ายทอดสู่ผู้แทนจากกว่า 191 ประเทศทั่วโลก ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569

✨ อีกก้าวสำคัญให้โลกจดจำประเทศไทย

นายกฯ ต้อนรับ ปธน. เมียนมา ร่วมหารือทวิภาคี มุ่งกระชับความร่วมมือทุกมิติ พร้อมเป็นสักขีพยานลงนามเอกสารความร่วมมือวันนี้ ...
06/08/2026

นายกฯ ต้อนรับ ปธน. เมียนมา ร่วมหารือทวิภาคี มุ่งกระชับความร่วมมือทุกมิติ พร้อมเป็นสักขีพยานลงนามเอกสารความร่วมมือ

วันนี้ (6 สิงหาคม 2569) ณ ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี จัดพิธีต้อนรับ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และนางจู่จู่ หละ ภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (Official Visit) ในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 6 - 7 สิงหาคม 2569 โดยมีพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า การถ่ายภาพร่วมกัน ณ บันไดโถงกลางตึกไทยคู่ฟ้า การถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ห้องสีงาช้าง ตลอดจนการลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึก

ภายหลังพิธีต้อนรับ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้ร่วมหารือข้อราชการในระดับผู้นำ ณ ห้องสีงาช้าง และการหารือข้อราชการเต็มคณะ ณ ตึกภักดีบดินทร์ เพื่อผลักดันความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับเมียนมาในมิติต่าง ๆ จากนั้น ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือ ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่
1. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน และความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาว่าด้วยการจ้างแรงงาน
2.ขอบเขตหน้าที่ (Terms of Reference: TOR) คณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทยและเมียนมา
3. บันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กับสำนักงานอวกาศแห่งเมียนมา (Myanmar Space Agency) เรื่องความร่วมมือในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสำรวจโลกในทางสันติ

ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Thailand - Myanmar Business Forum 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก่อนที่ประธานาธิบดีเมียนมาจะหารือแบบ One-on-One ร่วมกับภาคเอกชนไทย และในช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีและภริยาเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ (Official Dinner) เพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและภริยา ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและภริยา มีกำหนดการเดินทางไปยังพระบรมมหาราชวังเพื่อวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมลงนามในสมุดถวายความอาลัย ก่อนเดินทางไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อเข้าเยี่ยมคารวะประธานวุฒิสภา และพบปะข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทยต่อไป

การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับเมียนมาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพ การค้า การลงทุน และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

06/08/2026

"สล่าเรือน่าน" จากภูมิปัญญาพื้นบ้าน สู่เครือข่ายช่างเรืออาเซียน!

"ประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน" ไม่เพียงเป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็งของภาคเหนือ แต่เบื้องหลังความงดงามคือฝีมือของ "สล่าเรือ" (ช่างต่อเรือ) ที่ทรงคุณค่า

ปัจจุบัน งานช่างเรือเมืองน่านได้ถูกยกระดับไปอีกขั้น ด้วยการแลกเปลี่ยนและพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกับเครือข่ายช่างเรือในภูมิภาคอาเซียน ช่วยเสริมสร้างทักษะอาชีพ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และพร้อมก้าวสู่การแข่งขันในระดับสากลได้อย่างภาคภูมิ 🌏✨

🚣‍♂️ Elevating "Nan Boat Artisans" from Local Wisdom to the ASEAN Boatbuilding Network!

The "Nan Boat Racing Tradition" is not only a vibrant cultural identity of Northern Thailand, but behind its splendor lies the invaluable craftsmanship of "Sala Ruea" (Traditional Boat Builders).

Today, Nan's boatbuilding craftsmanship has stepped up to the next level through knowledge exchange and collaboration with boatbuilding networks across the ASEAN region. This initiative empowers occupational skills, adds economic value, and prepares local artisans to proudly compete on the international stage. 🌏✨

#ข่าวสารอาเซียน #กรมประชาสัมพันธ์ #สล่าเรือน่าน #แข่งเรือน่าน #ภูมิปัญญาอาเซียน #น่าน

06/08/2026

🦐 "กุ้งจ่อมบุรีรัมย์" เมนูหมักพื้นถิ่น เชื่อมสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม!

อาหารไม่เพียงสร้างความอร่อย แต่คือสื่อกลางที่เชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมของชาติสมาชิกอาเซียนเข้าด้วยกัน

จากภูมิปัญญาการถนอมอาหารพื้นบ้านของชาวบุรีรัมย์ วันนี้ "กุ้งจ่อม" (Thai Fermented Shrimps) พร้อมก้าวข้ามพรมแดน สร้างการรับรู้และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ มุ่งหน้าสู่ตลาดประเทศเวียดนาม 🇻🇳 ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาค

🌾 From Buriram to ASEAN: Thai Kung Jom (Fermented Shrimps) connects ASEAN people through shared culinary traditions, expanding beyond borders to Vietnam!

📻 ติดตามเรื่องราวการเดินทางของกุ้งจ่อมบุรีรัมย์ โดย สวท.บุรีรัมย์ FM 101.75
🎬 รับชมคลิปเต็มทาง YouTube: https://www.youtube.com/watch?v=d14Lc7-ZgQs

#ข่าวสารอาเซียน #กุ้งจ่อมบุรีรัมย์ #สวทบุรีรัมย์FM10175 #กรมประชาสัมพันธ์

Thailand Creative Cities Network (TCCN) Forum 2026 เปิดเวทีเชื่อมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ผลักดันการท่องเที่ยวและเศรษฐกิ...
06/08/2026

Thailand Creative Cities Network (TCCN) Forum 2026 เปิดเวทีเชื่อมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ผลักดันการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยและอาเซียน

กรุงเทพฯ (6 สิงหาคม 2569) – องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จัดงาน Thailand Creative Cities Network (TCCN) Forum 2026 ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ ภายใต้เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางสาววนิดา พันธ์สะอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์การยูเนสโก สำนักงานกรุงเทพมหานคร ผู้แทน
กรมประชาสัมพันธ์ หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมงาน

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของประเทศไทย สร้างเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการพัฒนาเมืองผ่านมิติของวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเมืองสร้างสรรค์ของไทยกับเครือข่ายนานาชาติ

ภายในงานมีการปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "Creative Cities as Drivers of Sustainable Tourism" โดยผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคยูเนสโก กรุงเทพฯ รวมถึงการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากเมืองสมาชิก UCCN ได้แก่ Berlin (เยอรมนี), Cebu (ฟิลิปปินส์), Jakarta (อินโดนีเซีย) และ Echizen (ญี่ปุ่น) ซึ่งร่วมแบ่งปันแนวทางการใช้ทุนทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลการดำเนินงานของเมืองสร้างสรรค์ของไทยในสาขาต่าง ๆ อาทิ ด้านอาหาร การออกแบบ หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ดนตรี และวรรณกรรม รวมถึงการเตรียมความพร้อมของเมืองไทยที่มีศักยภาพในการสมัครเข้าร่วมเครือข่าย UNESCO Creative Cities Network ในอนาคต

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีเมืองที่ได้รับการรับรองเป็นสมาชิก UNESCO Creative Cities Network (UCCN) จำนวน 9 เมือง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (การออกแบบ), เชียงใหม่ (หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน), ภูเก็ต (อาหาร), สุโขทัย (หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน), เพชรบุรี (อาหาร), เชียงราย (การออกแบบ), สุพรรณบุรี (ดนตรี), สงขลา (อาหาร) และ น่าน (หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน) ซึ่งสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

สำหรับอาเซียน การพัฒนาเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนท้องถิ่น โดย TCCN Forum 2026 จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างเมืองสร้างสรรค์ของไทยกับประเทศสมาชิกอาเซียนและเครือข่ายระดับโลก อันจะนำไปสู่การพัฒนาเมืองที่มีความยั่งยืนและมีศักยภาพในการแข่งขันในอนาคต

#ข่าวสารอาเซียน #กรมประชาสัมพันธ์

นายกฯ ต้อนรับ ปธน. เมียนมา เดินหน้าความร่วมมือสองประเทศวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569) เวลา 10.20 น. ณ บริเวณสนาม...
06/08/2026

นายกฯ ต้อนรับ ปธน. เมียนมา เดินหน้าความร่วมมือสองประเทศ

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569) เวลา 10.20 น. ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับ นายมิน ออง ไลง์ (H.E. Mr. Min Aung Hlaing) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล (Official Visit)

โดยทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมนำประธานาธิบดีเมียนมาร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการและตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีได้เชิญประธานาธิบดีเมียนมาถ่ายภาพร่วมกัน ณ บันไดโถงกลาง ตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมลงนามในสมุดเยี่ยมของรัฐบาลและชมของที่ระลึกที่ทั้งสองฝ่ายมอบให้แก่กัน ณ ห้องสีงาช้าง

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเมียนมาร่วมหารือข้อราชการกลุ่มเล็ก ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับเมียนมา ทั้งในการจัดการปัญหาข้ามแดน ความร่วมมือด้านพลังงาน การอำนวยความสะดวกทางการค้า รวมถึงการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพชายแดน ก่อนเข้าสู่การหารือข้อราชการเต็มคณะ (Plenary) ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ต่อไป

อนึ่ง บุคคลสำคัญที่เข้าร่วมการหารือเต็มคณะของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายไทยประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (รัฐมนตรีเกียรติยศ) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ขณะที่ฝ่ายเมียนมาประกอบด้วย นายขิ่น หม่อง ยี รัฐมนตรีประจำสำนักงานประธานาธิบดี นายติน หม่อง ซเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายโก โก ลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการไฟฟ้าและพลังงาน นายขิ่น หม่อง โซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายทุน อ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายซอ มยิ้นท์ อู มุขมนตรีรัฐกะเหรี่ยง นายซอ ไนง์ อู มุขมนตรีภาคตะนาวศรี พลโท โม มยิ้นท์ ซเว ประธานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ดร. ข่าย ข่าย โซ โฆษกประจำสำนักงานประธานาธิบดี นายตุน ลู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายมิน ตู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายซอ ซอ โซ เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีแสดงวิสัยทัศน์ ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน ชู 3 แนวทางขับเคลื่อนภูมิภาค(English Below)นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรั...
05/08/2026

นายกรัฐมนตรีแสดงวิสัยทัศน์ ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน ชู 3 แนวทางขับเคลื่อนภูมิภาค

(English Below)

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถ้อยแถลงแสดงวิสัยทัศน์ ณ สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEC) กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ต่อหน้าคณะนักการทูตกว่า 100 ประเทศ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปีที่นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวสุนทรพจน์ ณ สถานที่แห่งนี้ โดยเสนอ 3 แนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนภูมิภาค ได้แก่

1. การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยมที่เข้มแข็ง (Stronger Regionalism): ยึดมั่นในเอกภาพและความเป็นแกนกลางของอาเซียน ผลักดันการแก้ปัญหาเมียนมาตามฉันทามติ 5 ข้ออย่างเป็นขั้นเป็นตอน และฟื้นฟูความไว้วางใจในการเจรจาทวิภาคีกับกัมพูชาด้วยสันติวิธี

2. การสร้างภูมิคุ้มกันและความพร้อมรับความผันผวน (Greater Resilience): เตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนเกิดวิกฤต เสริมความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน ดิจิทัล และขยายความร่วมมือกับมหาอำนาจขนาดกลางและประเทศกลุ่มโลกใต้เพื่อลดการพึ่งพา

3. การทำให้อาเซียนมีความหมายต่อชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน (Lasting Relevance): มุ่งเน้นผลประโยชน์ที่จับต้องได้ ปราบปรามภัยคุกคามข้ามพรมแดน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ พัฒนาทักษะดิจิทัลให้คนรุ่นใหม่ และเสริมสร้างประสิทธิภาพของสถาบันอาเซียน

ในฐานะประเทศผู้ร่วมก่อตั้ง ประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการกลับมารับบทบาทนำเชิงรุก เพื่อร่วมกำหนดทิศทางของภูมิภาคเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีการก่อตั้งอาเซียนในปีถัดไป

Prime Minister Anutin Charnvirakul delivered a statement outlining Thailand’s vision for ASEAN’s future at the ASEAN Secretariat (ASEC) in Jakarta, Indonesia, before diplomats from over 100 countries, marking the first address by a Thai Prime Minister at ASEC in 17 years. The Prime Minister proposed three core pillars to guide the region:

1. Stronger Regionalism: Upholding ASEAN unity and centrality, advocating a calibrated re-engagement in Myanmar under the Five-Point Consensus, and restoring trust in bilateral dialogue with Cambodia through peaceful means.

2. Greater Resilience: Enhancing proactive crisis preparedness across food, energy, supply chains, and digital connectivity, while broadening partnerships with middle powers and the Global South to maintain strategic autonomy.

3. Lasting Relevance: Delivering tangible benefits to the people by combating cross-border threats, fostering economic opportunities, upskilling youth for the digital era, and strengthening institutional efficiency.

As a founding member, Thailand reaffirmed its readiness to resume a proactive leadership role in shaping the region’s new trajectory ahead of ASEAN’s 60th anniversary next year.

ประธานาธิบดีเมียนมา เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 6 - 7 สิงหาคม นี้นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมี...
04/08/2026

ประธานาธิบดีเมียนมา เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 6 - 7 สิงหาคม นี้

นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมด้วยนางจู่จู่ หละ ภริยา มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 6 - 7 สิงหาคม 2569

ในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 รัฐบาลเตรียมพิธีการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นจะมีการหารือข้อราชการร่วมกับนายกรัฐมนตรี รวมทั้งเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ ผู้นำเมียนมาจะเข้าร่วมงาน Thailand - Myanmar Business Forum 2026 และหารือกับภาคเอกชนไทย โดยนายกรัฐมนตรีและภริยา จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและภริยา ณ ตึกสันติไมตรี

สำหรับวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและภริยา มีกำหนดเดินทางไปวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระบรมมหาราชวัง ก่อนเข้าเยี่ยมคารวะประธานวุฒิสภา ณ อาคารรัฐสภา พบปะข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย รวมทั้งศึกษาดูงานในช่วงบ่าย ก่อนที่จะเดินทางกลับโดยเที่ยวบินพิเศษในช่วงเย็น

การเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยและเมียนมา เพิ่มพูนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการเชื่อมโยงทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ

"ศุภมาส" สั่ง "กรมประชาสัมพันธ์-อสมท" กู้ความเชื่อมั่นคดี 5 ศพ แจ้งข้อเท็จจริงถึงสายตาต่างชาติ "ชัวร์ก่อนแชร์" สกัดข่าวป...
02/08/2026

"ศุภมาส" สั่ง "กรมประชาสัมพันธ์-อสมท" กู้ความเชื่อมั่นคดี 5 ศพ แจ้งข้อเท็จจริงถึงสายตาต่างชาติ "ชัวร์ก่อนแชร์" สกัดข่าวปลอมซ้ำเติมครอบครัวเหยื่อ

วันนี้ (2 สิงหาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) สั่งการหน่วยงานด้านการสื่อสารของรัฐ รับมือสถานการณ์ข้อมูลข่าวสารจากคดีสังหารสองพี่น้องชาวรัสเซียและคดีต่อเนื่องซึ่งมีผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยผู้ต้องหาก่อเหตุ 2 คดีในเวลาห่างกันไม่ถึง 1 เดือน หลังเพิ่งพ้นโทษ ทำให้สังคมทั้งในและต่างประเทศติดตามคดีอย่างใกล้ชิด กระทบความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของประเทศ
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุด้วยตนเอง และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมขอโทษนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวรัสเซีย โดยย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของอาชญากรเฉพาะราย ไม่ใช่ภาพสะท้อนว่าประเทศไทยขาดความปลอดภัยโดยรวม พร้อมประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนการลดโทษผู้กระทำผิดคดีอุกฉกรรจ์ สั่งทบทวนมาตรการบังคับใช้กฎหมายกรณีผู้พ้นโทษกลับมาก่อเหตุซ้ำ และยืนยันว่าประเทศไทยยังคงมีโทษประหารชีวิตตามกฎหมาย โดยการลงโทษเป็นดุลพินิจของศาล นางสาวศุภมาสจึงสานต่อข้อสั่งการในมิติการสื่อสารของรัฐ ซึ่งเป็นงานในความรับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้ข้อเท็จจริงถึงประชาชนและสายตาต่างชาติ ควบคู่กับการปกป้องครอบครัวผู้สูญเสียจากข้อมูลเท็จและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
นางสาวศุภมาส ได้กล่าวถึงข้อสั่งการเร่งด่วนที่ตนมีไปยังกรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท. โดยสั่งให้มีการเผยแพร่ข้อเท็จจริงผ่านช่องทางหลัก ได้แก่ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ช่อง 9 MCOT HD สำนักข่าวไทย และช่องทางภาคภาษาต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชน ชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยว รับทราบข้อมูลอย่างทันท่วงทีว่าเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาแล้วโดยใช้เวลาภายในไม่กี่วัน และคดีเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง รัฐบาลไทยกำลังยกระดับมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ พร้อมทั้งให้มีการรายงานความคืบหน้าตามหลักจริยธรรมสื่อมวลชน ไม่นำเสนอภาพความรุนแรงหรือเนื้อหาที่ละเมิดศักดิ์ศรีผู้เสียชีวิตและครอบครัว ทั้งนี้ได้สั่งการให้ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย ตรวจสอบข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับคดีที่แพร่กระจายบนโลกออนไลน์ เพื่อเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม
นอกจากนี้ นางสาวศุภมาสกล่าวเสริมว่า ตนติดตามคดีนี้มาตั้งแต่วันแรก และเข้าใจความรู้สึกของประชาชนที่โกรธ ทั้งจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น และจากกรณีผู้ต้องหาเคยต้องโทษแล้วกลับมาก่อเหตุซ้ำจนมีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย
"ดิฉันเสียใจและโกรธไม่ต่างจากพี่น้องประชาชน คนที่ทำต้องได้รับโทษหนักที่สุดตามที่กฎหมายกำหนด ดิฉันสนับสนุนจุดยืนของท่านนายกรัฐมนตรีที่ไม่สนับสนุนการลดโทษคดีอุกฉกรรจ์ และการทบทวนมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุซ้ำ เสียงเรียกร้องของประชาชนวันนี้ รัฐบาลได้ยินและกำลังลงมือทำ ในส่วนของดิฉัน หน้าที่คือทำให้ความจริงชนะข่าวปลอม ทั้งในประเทศและสายตาชาวโลก โลกต้องเห็นว่าประเทศไทยจับคนร้ายได้ในเวลาไม่กี่วัน และกระบวนการยุติธรรมกำลังทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เห็นแต่ภาพความรุนแรงที่ถูกแชร์ซ้ำไปซ้ำมา" นางสาวศุภมาสกล่าว
"สิ่งที่ดิฉันขอจากสังคมคือ อย่าให้พื้นที่กับคนร้าย อย่าแชร์ภาพความรุนแรงหรือคำพูดของผู้ก่อเหตุจนกลบเสียงของผู้สูญเสีย ขอให้ส่งแรงใจไปที่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการ หากพบข่าวปลอมหรือข้อมูลที่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับคดี ส่งให้ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย ตรวจสอบได้ทันที" นางสาวศุภมาสกล่าว

(English Below)ไทยเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนกับสหรัฐฯหวังลดภาษีนำเข้าเหลือ 10%รัฐบาลไทยกำลังเจรจาข้อตกลงการค้า...
31/07/2026

(English Below)

ไทยเดินหน้าเจรจาข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนกับสหรัฐฯ
หวังลดภาษีนำเข้าเหลือ 10%

รัฐบาลไทยกำลังเจรจาข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade) กับสหรัฐอเมริกา เพื่อปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไทยจากร้อยละ 12.5 เหลือร้อยละ 10 พร้อมคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ไทยได้ชี้แจงต่อสหรัฐฯ ว่า กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ร้อยละ 75–95 จึงไม่เข้าข่ายมีปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินตามที่ถูกกล่าวอ้าง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ผลักดันร่างกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตด้วยแรงงานบังคับ เพื่อแก้ไขข้อกังวลด้านแรงงานของสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในการประชุมสมัยหน้า

นอกจากนี้ ไทยยังอยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับเงื่อนไขการค้า 3 ประเด็นสำคัญ เพื่อคุ้มครองความมั่นคงของประเทศ รวมถึงภาคเกษตรและอุตสาหกรรม พร้อมส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ และผลักดันการขยายรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการเจรจา

Thailand Negotiates Reciprocal Trade Deal with US to Secure Lower Tariffs

Thailand is negotiating an Agreement on Reciprocal Trade with the United States to reduce tariffs on Thai exports from 12.5 percent to 10 percent while safeguarding national economic interests.

Deputy Prime Minister and Commerce Minister Suphajee Suthumpun said the government has rejected US claims of industrial overcapacity, stating Thailand's factory utilization rates range between 75 and 95 percent.

To address US concerns over labor practices, Thailand has introduced legislation to ban imports made with forced labor, with parliamentary consideration expected in the next session.

The government is also seeking revisions to three trade clauses to protect national security as well as the agricultural and industrial sectors. In addition, Thailand plans to encourage more private-sector investment in the US and expand the list of tariff-exempt goods to strengthen its negotiating position.

ที่มา: NBT World

ที่อยู่

9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถ. พระรามที่6 เขตพญาไท
Bangkok
10400

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ข่าวสารอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง ข่าวสารอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์:

ทางลัด

แชร์