สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมวิชาชีพด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ สมาคมวิชาชีพด้านวิทยุและโทรทัศน์
(1)

เปิดเหมือนปกติ

24/09/2020

สวัสดีค่ะ ท่านสมาชิกและกรรมการสมาคมฯ

ดิฉันขอขอบพระคุณทุกท่านในการที่ได้สนับสนุนและให้ความไว้ใจ เลือกดิฉันเป็นนายกสมาคมฯ
ซึ่งดิฉันมีความตั้งใจและยินดีที่จะทำหน้าที่ด้วยความรักในองค์กรของเราด้วยความจริงใจเช่นเดียวกับทุกท่าน

หลายสิบปีที่ผ่านมา สมาคมฯของเรา
ได้สร้างสรรค์ผลงานอันเป็นคุณูปการแก่สังคม
เป็นที่ประจักษ์และเป็นความภาคภูมิใจของเราทุกคน

สมาคมฯของเราได้ผลิตนักจัดรายการออกไปรับใช้สังคมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงรุ่นที่ 76 แล้ว
ดังนั้นอาคารสถานที่ และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆที่เราใช้อบรมสมาชิกมายาวนานจึงมีความชำรุดเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา

โดยเฉพาะ ขณะนี้หลังคาของอาคารซึ่งเป็นจุดอ่อนไหวและสำคัญที่สุด มีการรั่วซึมเป็นวงกว้างทำให้ฝ้าเพดานทะยอยทรุดตัวลงมา รวมถึงเกิดความชื้นเสียหายลุกลามไปยังเครื่องใช้ต่างๆเป็นจำนวนมาก

ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงนี้ มีพายุฝนตกหนักบ่อยมากดังที่ทุกท่านย่อมทราบดีอยู่แล้ว
จึงเป็นเหตุเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่เห็นได้ว่าไม่สามารถจะรอการจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่แล้วเสร็จ แล้วจึงเรียกประชุมเพื่อหารือเรื่องการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารสถานที่ของสมาคมฯในครั้งนี้ได้

ด้วยความจริงใจที่ดิฉันไม่อาจทนเห็นความสูญเสียลุกลามต่อไป และเพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายดิฉันจึงตัดสินใจ เข้าทำการซ่อมแซมปรับปรุงพื้นที่โดยมีรายละเอียดเบื้องต้นซึ่งสามารถเห็นได้จากภาพที่ส่งมาด้วยพร้อมนี้

ขอให้ถือเป็นการ “ทำงาน” ลำดับแรก
เพื่อตอบแทนความรักและไว้วางใจที่ท่านมอบให้กับดิฉัน

โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการปรับปรุงอาคารสถานที่ของสมาคมฯให้สะอาด สะดวกสบายและสวยงาม สามารถใช้รองรับกิจกรรมต่างๆสำหรับมวลสมาชิกสมาคมฯรวมทั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมฯที่จะมาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีความสุขและเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรพื้นที่ของสมาคมให้สมประโยชน์เต็มประสิทธิสภาพต่อไป

หากท่านสมาชิกหรือคณะกรรมการสมาคมฯ
ท่านใดสะดวก ดิฉันขอเชิญท่านมาเป็นกำลังใจ และมีส่วนร่วมในการปรับปรุงอาคารสถานที่ของเราด้วยกันนะคะ
โดยในช่วงเดือนกันยายนนี้ ดิฉันจะเข้าสมาคมฯเป็นประจำทุกวันไม่เว้นเสาร์ อาทิตย์ ค่ะ

หากผลแห่งการกระทำใด ที่ดิฉันกระทำแล้ว
เป็นประโยชน์เป็นการดีเป็นกุศล
ดิฉันขอน้อมผลนั้นแด่ทุกท่านได้ปีติยินดีและโมทนาร่วมกัน ขอท่านทั้งหลายได้รับคุณงามความดีทั้งปวงนั้นดุจเดียวกันทุกท่านนะคะ

บุญรักษาค่ะ พรลพัชร นรารัตน์วันชัย นายกสมาคมฯ

กรณีผู้ขายสินค้าออนไลน์ ไม่แจ้งราคาผ่านช่องทางที่จำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ไลน์ และเว็บไซต์ แต่จะให้อินบ็...
22/09/2020
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ขายของออนไลน์ ห้ามให้ Inbox ถามราคา ไม่แจ้งในโพสต์ปรับ 10,000 บาท

กรณีผู้ขายสินค้าออนไลน์ ไม่แจ้งราคาผ่านช่องทางที่จำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ไลน์ และเว็บไซต์ แต่จะให้อินบ็อกซ์เข้ามาสอบถามราคาแทนนั้น จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับสินบนนำจับร้อยละ25 ของค่าปรับ เช่น หากโทษปรับ 10,000 บาท ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับเงินส่วนแบ่ง 2,500 บาท ซึ่งหลักฐานที่ต้องเตรียมนั้น ได้แก่ ข้อความที่พูดคุยกัน, การแจ้งราคาทางอินบ็อกซ์ รวมถึงบัญชีธนาคารของคนขาย เพื่อความสะดวกต่อการนำจับ หากพบผู้กระทำความผิดดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลหรือร้องเรียนได้ที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ อีเมล [email protected] หรือสายด่วน 1569

          เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 70 พ.ศ. 2563 เรื่อ...

22/09/2020
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

64 คลินิก-รพ.เอกชนถูกยกเลิกสัญญาด้วยเหตุทุจริต ย้ำสิทธิบัตรทองยังคงอยู่

64 คลินิก-รพ.เอกชนถูกยกเลิกสัญญาด้วยเหตุทุจริต ย้ำสิทธิบัตรทองยังคงอยู่

21/09/2020
ละครวิทยุ Radio Drama

#นักแสดงละครวิทยุ #ละครวิทยุ

"นักแสดงละครวิทยุ"

นักแสดงละครวิทยุคือผู้ที่ถ่ายทอดเรื่องราว จากตัวหนังสือให้เป็นการพูด ส่งต่อไปยังผู้ฟัง ทั้งสาระและบันเทิง การกระทำเช่นนี้เรียกว่า "แสดง" และผู้ที่ทำหน้าที่นี้เรียกว่า "นักแสดงละครวิทยุ" เพราะนักแสดงละครวิทยุ จะต้องตีความเข้าใจในตัวอักษรที่อ่าน และสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดที่มีอารมณ์ในน้ำเสียง ว่าข้อความนั้นเศร้า ดีใจ เคียดแค้น หรือเบื่อหน่าย เป็นต้น เพื่อให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจได้ในทันทีที่ฟังสิ่งที่นักแสดงฯพูดออกมา นักแสดงละครวิทยุจึงจำเป็นต้องเข้าถึงอารมณ์ของตัวละคร ต้องสวมบทบาทเป็นตัวละครนั้น ๆ จิตนาการแล้วเปล่งเสียงออกมาเสมือนว่าตนคือตัวละครนั้น ๆ จึงไม่ต่างจากนักแสดงละครโทรทัศน์ ที่ต้องสวมบทบาทเช่นกัน จะต่างกันก็เพียงนักแสดงละครวิทยุใช้เสียงในการแสดง ไม่เห็นหน้าไม่สามารถใช้กิริยาอาการช่วยในการแสดงได้ หากไม่สามารถเข้าถึงตัวละครได้เสียงที่เปล่งออกมาก็จะไร้ความรู้สึก ย่อมส่งผลให้ผู้ฟังไม่เข้าใจว่าต้องการจะสื่ออะไร

"คุณสมบัติของนักแสดงละครวิทยุ"

-ต้องอ่านหนังสือแตก หมายถึง อ่านตัวอักษรแล้วเข้าใจ สามารถตีความได้ในทันทีว่าผู้ประพันธ์ หรือคนเขียนบท ต้องการสื่ออะไร

-ต้องมีจินตนาการ ต้องมีความเป็นนักแสดง เพราะเมื่ออ่านหนังสือแตก เข้าใจว่าผู้ประพันธ์หรือคนเขียนบทต้องการสื่ออะไรแล้ว ต้องสวมวิญญาณนักแสดง โดยการสวมบทบาทเป็นตัวละครที่ได้รับมอบหมาย อาจเป็นพระเอก นางเอก ตัวร้าย ตัวตลก หรือตัวผ่าน ก็ต้องเปล่งเสียงออกมาพร้อมกับอารมณ์ที่เหมาะสมกับตัวละครนั้น ๆ

-ต้องเป็นผู้ที่พูดอักขระได้อย่างชัดเจน เช่น ร ล ตัวควบกล้ำต่าง ๆ ต้องชัด เรื่องนี้สำคัญมาก

"จำเป็นต้องเสียงเพราะหรือไม่"

เสียงของแต่ละคนนั้น ถือเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด สำหรับการแสดงละครวิทยุ คนที่เสียงเพราะย่อมดีกว่าเสียงไม่เพราะ เนื่องจากการแสดงละครวิทยุสื่อสารด้วยเสียงเพียงอย่างเดียว การใช้นักแสดงที่เสียงเพราะ เมื่อผู้ฟังได้ฟังย่อมสบายใจกว่า แต่ก็ใช่ว่าคนเสียงไม่เพราะจะเป็นนักแสดงละครวิทยุไม่ได้ เนื่องจากละครวิทยุ ก็คือชีวิตจริง ในชีวิตจริงย่อมมีคนหลากหลาย ทั้งพระเอก นางเอก คนดี คนชั่ว คนหนุ่มคนสาว คนแก่ เด็ก ฯลฯ ดังนั้น แม้จะเสียงไม่เพราะก็สามารถแสดงละครวิทยุได้ โดยรับบทเป็นตัวละครอื่น ๆ ที่ไม่ใช่พระเอก นางเอก ขอเพียงให้มีคุณสมบัติของการเป็นนักแสดงละครวิทยุ ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น

"นักแสดงละครวิทยุในปัจจุบัน"

หากถามถึงนักแสดงละครวิทยุในปัจจุบัน(ปี2563) ต้องขอตอบว่า แทบไม่เหลือแล้ว ที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่จะอยู่ในวัย 50-80 ปี หลายท่านแสดงละครวิทยุมาตั้งแต่อายุ 17-18 จนถึงปัจจุบัน
สาเหตุที่นักแสดงละครวิทยุในปัจจุบันเหลือน้อยมากก็เป็นเพราะ กว่ายี่สิบปีที่ผ่านมา บทบาทของละครวิทยุในฐานะสื่อความบันเทิงและสาระ ได้ถูกลดความสำคัญลงมาก จนรายได้ที่ได้จากการแสดงละครวิทยุนั้นไม่สามารถเลี้ยงชีพได้ จึงไม่มีนักแสดงละครรุ่นใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาทดแทน หรือถ้ามีก็น้อยมาก ส่วนใหญ่ที่ยังคงแสดงอยู่ในปัจจุบันนี้ คือผู้ที่มีใจรัก และมีงานอื่นรองรับเท่านั้น

== รายนามนักแสดงละครวิทยุ(อยู่ระหว่างรวบรวม) ==

-วิเชียร นีลิกานนท์ -พันธุ์ทิพย์ วิภาตะพันธ์ -วีระ ลิมปะพันธุ์(213) -ผ่องศรี เอี่ยมสนธิ(213) -จีรภา ปัญจศีล -สมจินต์ ธรรมทัต -ปราโมทย์ สัชฌุกร -สันต์ ศรีสิริยาภรณ์ -ราม ราชันย์ -พิศาล อัครเศรณี -อาทร พาทีพัฒนะ -ลินดา เกษศิริ -กำแหง สาลักษณ์ -เกษราภรณ์ วัณณะพงษ์(บันเทิงสุข วัณณะพงษ์) -สมยศ เปรมอนันต์ -กมลรัต ไชยนันทน์ -พิสัยสิทธิ์ พรโสภณ -ชัยวิชิต อติศัพท์ -ชูศักด์ ทะนุเสริม(213) -น้ำเพชร โชติสถาพร(213) -ชาติ (สักกะ) จารุจินดา -กำธร สุวรรณปิยะศิริ -รัก รักพงษ์ (สมณะ โพธิรักษ์) -สุภางค์ (พิจิตรคุรุการ) ชูโต -อนุวัตร สุวรรณสโรช - สินีนาฏ โพธิเวส -ศุภมิตร ศาตะจันทร์ -นงลักษณ์ โรจนพรรณ -สมจินต์ ธรรมทัต -จักรพันธ์ ยมจินดา -นัยนา เพิ่มสุริยา -ชูศักดิ์ สุธีรธรรม -ไพโรจน์ เขียวอยู่ -โรจน์ ราชสีมา -ชัยเชวง -พนาลัย เจียมจิต -ละมัย สุขวิเศษ -สุรภา วัฒนพร -สุวัฒน์ ใจคง -วีรญา ภมรเดช -ไอศูรย์ เนียมสมบุญ -รัชดา พรรณรังษี(รัตนา บูรณะพิมพ์) -สุรศักดิ์ สินธุฉาย -รำภา ขจรจำนงค์(วิภา ขจรจำนงค์) -นีรนุช นาคสุวรรณ -เกศิณี วงษ์ภักดี -วัลภา ขจรจำนงค์ -กัญจน์ณี ทองคำพราว -รัตนาพร แพนลา -ประจวบ หวันวิเศษ -พรชวณัฐ สุขษาเกษ(ประดิษฐ์ สุขษาเกษ) -จำเริญ รัตนะ -รัษฎา มหัทธนะเตมีย์ -รจนา สำราญรมย์ -วิทยา อัมภสุวรรณ -กรกฏ สยาม -มุฑิตา อิทธิผล -นุช โสภิต -จารึก เชาว์หอมศิลป์ -กิ่งแก้ว นพเก้า -ปลิตา บัณฑูรนิพิท -ธีระบุญฤทธิ์ ควรหาเวช -จิตลดา สิทธิเลิศจรรยา -โฉมฉาย ฉัตรวิไล -จักรพันธ์ ยมจินดา -สปัลศิลป์ ศิริชัย

==อ้างอิงข้อมูลจาก==
-ไอศูรย์ เนียมสมบุญ
-สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
-ศุภกร เอี่ยมสนธิ
-กัญจน์ณี ทองคำพราว
-Theatre Studies and News

21/09/2020
ละครวิทยุ Radio Drama

#ละครวิทยุ

"ละครวิทยุ"

คือศิลปะการแสดงแขนงหนึ่ง ที่ใช้เสียงในการสื่อสารถึงผู้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูด เสียงดนตรี และเสียงประกอบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ฟังได้จินตนาการ ให้เกิดเป็นภาพในความคิด ผู้ฟังจึงมีอิสระในการสร้างจินตนาการของตน ว่าต้องการให้พระเอกนางเอก หล่อสวยเพียใด สภาพแวดล้อมยิ่งใหญ่เท่าใดก็ย่อมได้
การจะเป็นละครวิทยุได้นั้น ต้องมีการนำบทประพันธ์(นวนิยาย) มาดัดแปลงให้อยู่ในรูปบทละครวิทยุเสียก่อน เพื่อความสะดวกในการใช้งานของนักแสดงขณะทำการบันทึกเสียง

''ต้นกำเนิด''

ต้นกำเนิดของละครวิทยุเท่าที่มีการบันทึกไว้ มีการออกอากาศครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2473 (ค.ศ.1930) โดยสตรีชื่อ เออร์น่า ฟิลลิปส์ โดยการสนุนจากบริษัทผลิตและจำหน่ายผงซักฟอก ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไมจึงเรียกละครวิทยุว่า Soap Opara

สําหรับประเทศไทยเริ่มดําเนินการออกอากาศที่ศาลาแดงเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2473 โดยละครวิทยุกระจายเสียงใน สมัยแรกๆ เจ้าหน้าที่ของสถานีจะเป็นผู้แสดงเอง ซึ่งเริ่มจากการแทรกบทเจรจา สลับกับมโหรีในละครรําประเภทต่างๆ เช่น ละครนอก ละครใน ละครร้อง จึงอาจกล่าวได้ว่าละครวิทยุในปัจจุบัน มีวิวัฒนาการมาจากศิลปะการแสดงในยุคก่อน แล้วจึงมีการ เปลี่ยนแปลงรูปแบบให้เข้ากับยุคสมัย จนกลายมาเป็นละครวิทยุในยุคปัจจุบัน

"ละครวิทยุคืออะไร"

เป็นคำพูดที่มักจะได้ยิน เมื่อถามคนรุ่นใหม่ว่า เคยฟังละครวิทยุไหม รู้จักละครวิทยุไหม ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ “ละครวิทยุ” ในปัจจุบัน เป็นที่รู้จักน้อยลงทุกขณะ แม้จะมีวิชาละครวิทยุสอนในมหาวิทยาลัยก็ตาม แต่ในสังคมโดยทั่วไปคำว่า “ละครวิทยุ” แทบจะเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน ยิ่งคนรุ่นใหม่ด้วยแล้วจะมีจำนวนไม่มากนักที่เคยได้ฟังละครวิทยุ
หากจะกล่าวโดยย่นย่อถึงคำจำกัดความของละครวิทยุเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ละครวิทยุก็เหมือนละครโทรทัศน์ หรือซีรีส์ ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ นั่นเอง เพียงแต่ละครวิทยุมีแต่เสียงไม่มีภาพ การนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ อาศัยเพียงเสียงเป็นตัวนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดของนักแสดงละครวิทยุ *(1) เสียงดนตรี หรือเสียงประกอบต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวไปยังผู้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความรัก ความเศร้า บู๊ ตลกขบขัน ละครผีสยองขวัญ หรือแม้แต่สาระความรู้ก็ตาม
ดังนั้นละครวิทยุจะสนุกสนานน่าติดตาม หรือสามารถสื่อให้คนฟังเข้าใจเรื่องราวได้หรือไม่ ก็ล้วนอยู่ที่การนำเสนอผ่านเสียงทั้งสิ้น
จึงสรุปได้ว่า “ละครวิทยุ” ก็คือการนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งด้านบันเทิง และสาระไปยังผู้ฟัง ผ่านการใช้เสียง ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูด เสียงดนตรี และเสียงประกอบต่าง ๆ โดยมีการผูกเป็นเรื่องราว มีที่มาที่ไปให้ชวนติดตามนั่นเอง

*(1)การที่บุคคลอ่านบท เปล่งเสียงเป็นเรื่องราว โดยสอดแทรกอารมณ์ลงไปในการเปล่งเสียง เช่นนี้เรียกว่า การแสดงละครวิทยุ และผู้ที่แสดง เรียกว่า นักแสดงละครวิทยุ (ไม่ใช่นักพากย์อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด)

== อ้างอิง ==
-ละครวิทยุคืออะไร โดย ไอศูรย์ เนียมสมบุญ (นักแสดงละครวิทยุ/ผู้ประพันธ์และเขียนบทละครวิทยุ)
-ศิวะพร หงส์จินดาเกศ. 2537 : 1
-สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

รัชกาลที่ ๑๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ มอบโล่เกียรติยศ และเกียรติบัตร เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖...
21/09/2020

รัชกาลที่ ๑๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ มอบโล่เกียรติยศ และเกียรติบัตร เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๓

วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี ผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเยาวชนแห่งชาติประจำปี ๒๕๖๓ พร้อมมอบโล่เกียรติยศและเกียรติบัตรแก่เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ประจำปี ๒๕๖๓ โดยมีนายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบหนังสือวันเยาวชนแห่งชาติ เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน พุทธศักราช ๒๕๖๓ แด่ผู้แทนพระองค์ พร้อมด้วยนางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนกล่าวรายงาน และนางเทพวัลย์ ภรณวลัย รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เบิกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ผู้แทนองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน เด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้แทนกลุ่มเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ เข้ารับโล่เกียรติยศและเกียรติบัตร จำนวน ๑๑ สาขา รวมทั้งสิ้น ๑๐๑ ราย

นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติ (UNITED NATIONS) ได้ประกาศให้ปี พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นปีเยาวชนสากลและขอให้ประเทศสมาชิกร่วมเฉลิมฉลองปีเยาวชนสากล ภายใต้คำขวัญ “ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ” (Participation, Development and Peace) เพื่อที่จะมุ่งเน้นให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเองที่จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคตและสามารถช่วยสร้างเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม อีกทั้ง เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์สองพระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ ซึ่งทั้งสองพระองค์ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ในขณะที่ยังทรงพระเยาว์ คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๒๘ กำหนดให้วันที่ ๒๐ กันยายนของทุกปี เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมให้เยาวชนได้มีพื้นที่ในการทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เจริญเติบโตสมวัยทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา มีความเข้าใจในการดำรงชีวิตตามกฎระเบียบของสังคม ได้จัดงานวันเยาวชนแห่งชาติอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ให้เยาวชนมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ อีกทั้งเป็นการกระตุ้น ให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชน และมีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเยาวชน

นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูและสนับสนุนสร้างแรงจูงใจแก่ ผู้ทำคุณงามความดี มีความสามารถเป็นแบบอย่าง มีสภาวะเป็นผู้นำที่เข้มแข็งมากขึ้น สามารถช่วยเหลือสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ แบ่งเป็น ๔ ประเภท ได้แก่ ประเภทเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ๖๙ ราย ประเภทกลุ่มเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ๑๑ กลุ่ม ประเภทบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ๑๓ ราย ประเภทองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน ๘ องค์กร แบ่งเป็น ๑๑ สาขา ได้แก่ ๑. สาขากฎหมายและการปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชน ๒. สาขาการศึกษาและวิชาการ ๓. สาขากีฬาและนันทนาการ ๔. สาขาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี ๕. สาขาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๖. สาขานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ๗. สาขาพัฒนาเยาวชนบำเพ็ญประโยชน์ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน ๘. สาขาศิลปวัฒนธรรม ๙. สาขาศีลธรรม จริยธรรม และคุณธรรม ๑๐. สาขาสื่อมวลชนเพื่อเด็กและเยาวชนที่ป้องกันปัญหาสังคม ๑๑. สาขาอาชีพ รวมทั้งสิ้น ๑๐๑ ราย โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกในปีนี้ อาทิ สาขาสื่อมวลชนเพื่อเด็กและเยาวชนที่ป้องกันปัญหาสังคม ประเภทเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ นายกรภัทร์ เกิดพันธุ์ (นนน) ประเภทบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน อาทิ พันโท สุธี สุขสากล นายเกษม ศรีสมบูรณ์ (เต๋า ภูศิลป์) ฯลฯ สามารถติดตามรายชื่อผู้เข้ารับรางวัลได้ที่ www.dcy.go.th

“วันที่ ๒๐ กันยายน เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ” อยากฝากให้เยาวชนทั่วประเทศได้แสดงพลังของตนเอง เพื่อให้ชุมชนและสังคม เห็นความสำคัญ ประกอบกับวัยเยาวชนเป็นวัยที่มีพลัง กล้าคิด กล้าแสดงออก พร้อมที่จะพัฒนาศักยภาพและแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมที่จะส่งเสริม และสนับสนุนให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม ประเทศชาติ ตามคำขวัญวันเยาวชนที่ว่า “ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ” นางสุภัชชา กล่าวทิ้งท้าย
เจนกิจ นัดไธสง สวทท.๖๘ รายงาน

สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
20/09/2020

สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์

วันเยาวชน : วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่ ๕ และรัชกาลที่ ๘
พระผู้ทรงเป็นแบบอย่างของเด็กและเยาวชนไทย
เด็กและเยาวชน คือกำลังสำคัญอันจักกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศชาติ หากมุ่งหมายคาดการณ์ว่าบ้านเมืองจะดำเนินไปในลักษณาการเช่นไร คำตอบที่อาจแสวงพบได้ใกล้ตัวและชัดเจนที่สุดก็ได้แก่การพิจารณาทัศนคติ พฤติกรรม และแนวโน้มการดำเนินชีวิตของเด็กและเยาวชนในปัจจุบันนี้เอง ย่อมจะพบคำตอบในอนาคตที่กำลังมาถึงได้ในอีกไม่ช้านาน ดังนั้น การอบรมบ่มเพาะอุปนิสัยเด็กและเยาวชนให้เป็นพลเมืองคุณภาพนับแต่เยาว์วัย จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่ต้องเอาใจใส่ ปลูกฝังค่านิยมและทัศนคติอันดีงาม บนพื้นฐานของความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ให้บังเกิดขึ้นเป็นเมล็ดพันธุ์อันทรงคุณค่าในใจเด็กและเยาวชน ซึ่งกำลังจะงอกงามเติบโต ผลิดอกออกผลเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า

ราชอาณาจักรไทยมีพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ เสด็จดำรงสิริราชสมบัตินับแต่ทรงพระเยาว์ชนถึง ๒ พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระบรมราชสมภพ ๒๐ กันยายน ๒๓๙๖ - สวรรคต ๒๓ ตุลาคม ๒๔๕๓) ขณะพระชนมายุ ๑๕ พรรษา และ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (พระบรมราชสมภพ ๒๐ กันยายน ๒๔๖๘ - สวรรคต ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙) ขณะพระชนมายุ ๙ พรรษา ซึ่งทั้งสองพระองค์ เสด็จพระราชสมภพในวันที่ ๒๐ กันยายน ประจวบกันเป็นเหตุเหมาะให้ราชการกำหนดวันที่ ๒๐ กันยายน ของทุกปี เป็น “วันเยาวชนแห่งชาติ”

พระบรมราชปณิธาน พระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตร ของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทั้งสองพระองค์นั้น มีเป็นอเนกปริยายหลายหลากด้าน ล้วนเป็นเนติแบบอย่างอันประเสริฐแก่พสกนิกรทั้งมวล หากส่วนที่พึ่งอัญเชิญขึ้นเป็นเครื่องเตือนใจแก่เด็กและเยาวชน เนื่องในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ ณ วาระนี้ ได้แก่พระบรมราชปณิธาน พระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตร ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๘ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ซึ่งทรงได้รับการอภิบาลอบรมบ่มเพาะพระอุปนิสัยอันงามจาก สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

พระราชกิตติประวัติในรัชกาลที่ ๘ ล้วนทรงคุณค่ามหาศาลในฐานที่เป็นทิฏฐานุคติอันเลิศแก่บรรดาเด็กและเยาวชนไทย แม้พระองค์จะทรงดำรงพระชนมพรรษาอยู่ไม่นานนัก แต่ก็ทรงเป็นศูนย์รวมความจงรักภักดีและทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เป็นหิตานุหิตประโยชน์แก่แผ่นดินไทยไว้มากมายเหลือคณานับ ควรที่เด็กและเยาวชนจะน้อมรับแนวทางแห่งพระราชจริยามาเป็นแนวทางประพฤติแห่งตนๆ โดยทั่วหน้ากัน

สืบสาน รักษา ต่อยอด
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชหฤทัยมั่นในอันที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระบรมราชปณิธานและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชบูรพการีแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์สืบมา เมื่อพิจารณาจากพระราชจริยวัตร พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท และแนวพระราชดำริของสมเด็จพระบรมปิตุลาธิราช พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ยิ่งเห็นประจักษ์ได้ว่า พระบรมราโชบายด้านการศึกษา เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระมหากรุณาพระราชทานไว้ดังต่อไปนี้ ล้วนสอดคล้องต้องตรงกับแนวพระราชดำริของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ ทุกประการ

มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ข้อนี้มีคำขยายว่า ต้องมีความรู้ความเข้าใจที่มีต่อชาติบ้านเมืองยึดมั่นในศาสนามั่นคงในสถาบันพระมหากษัตริย์และมีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุมชนของตน

มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงมีคุณธรรม ข้อนี้มีคำขยายว่า ให้รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด-ที่ถูก สิ่งชั่ว-สิ่งดี เพื่อปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบที่ดีงามปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบที่ดีงามปฏิเสธสิ่งที่ผิดที่ชั่วเพื่อสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง

มีงานทำ มีอาชีพ ข้อนี้คำขยายว่า ต้องให้เด็กรักงาน สู้งาน ทำงานจนสำเร็จอบรมให้เรียนรู้การทำงาน ให้สามารถเลี้ยงตัวและเลี้ยงครอบครัวได้

เป็นพลเมืองดี ข้อนี้มีคำขยายว่า การเป็นพลเมืองดีเป็นหน้าที่ของทุกคน สถานที่ศึกษาและสถานประกอบการต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่พลเมืองดี การเป็นพลเมืองดีหมายถึงการมีน้ำใจ มีความเอื้ออาทร ต้องทำงานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ “เห็นอะไรที่จะทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ”

เนื่องใน “วันเยาวชนแห่งชาติ” ๒๐ กันยายน ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระอัฐมรามาธิบดินทร นับเป็นโอกาสอันดีที่เตือนใจให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กและเยาวชนทุกคน หันมาเอาใจใส่ใคร่ครวญศึกษาพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตร พระบรมราโชบาย พระบรมราชปณิธาน ตลอดจนแนวพระราชดำริของสมเด็จพระมหากษัตริยาราชเจ้าพระบรมราชจักรีวงศ์ เพื่อเป็นแบบอย่างทางประพฤติอันประเสริฐสุดดุจประทีปนำทางในการดำเนินชีวิต สำหรับการอบรมบ่มเพาะคุณลักษณะอันพึงประสงค์แก่เด็กและเยาวชน ในขณะเดียวกัน เด็กและเยาวชนเองย่อมมีอุดมคติอันเลิศที่จะเสริมสร้างพัฒนาคุณภาพของตนๆ ให้บรรลุสัมฤทธิผล สามารถเติบใหญ่ไปเป็นกำลังสำคัญอันล้ำค่าของราชอาณาจักรไทยสืบไปได้สมดั่งพระบรมราชปณิธาน

#สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ #TheCrownPropertyBureau #วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ #รัชกาลที่๕ #รัชกาลที่๘ #สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า #พระบรมราชจักรีวงศ์ #วันเยาวชนแห่งชาติ #พระบรมราชปณิธาน #พระราชกรณียกิจ #พระราชจริยวัตร #สืบสานรักษาต่อยอด

ที่อยู่

พหลโยธิน 7(อารีย์) พญาไท
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

022785665

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์:

วิดีโอทั้งหมด

Our Story

ประมวลจรรยาบรรณวิชาชีพ นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์

พ.ศ.2538

สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

ในพระบรมราชูปถัมภ์

สำหรับประเทศไทยมีสถาบันของผู้ประกอบอาชีพนักวิทยุกระจายเสียง และนักวิทยุโทรทัศน์ คือ สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และในปี พ.ศ.2538 ได้มี

การกำหนดจรรยาบรรณออกมาใช้เพื่อควบคุมนักวิทยุกระจายเสียงและนักวิทยุโทรทัศน์ โดยสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดังต่อไปนี้

คำปรารภ

โดยที่ได้พิจารณาเห็นว่า ในปัจจุบัน นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ มีบทบาท

และหน้าที่ในฐานะนักสื่อสารมวลชน เป็นผู้ส่งสารผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์

ไปยังผู้รับสารได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทรงไว้ซึ่งอิทธิพลในการสร้างประชามติ

ค่านิยม และโน้มน้าวให้เกิดความเชื่อถือ เป็นเวทีเสรีในการแสดงความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์ใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จากบทบาทดังกล่าว

จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสาธารณชนอย่างกว้างขวางในการเสริมสติปัญญา พิทักษ์เสรีภาพส่วนบุคคล เกื้อกูลระบบเศรษฐกิจ เกื้อกูลระบบการเมือง พิทักษ์ผลประโยชน์ของประเทศชาติ และให้ความบันเทิง โดยตั้งอยู่บนรากฐานแห่งความมีเสรีภาพ นักจัดรายการวิทยุแลโทรทัศน์ จึงต้องมีความรับผิดชอบในวิชาชีพของตน ต่อบุคคลองค์กร และสถาบันอื่นๆ ในสังคม ตามหลักแห่งคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ ทั้งนี้ ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความเป็นปึกแผ่น สมัครสมานสามัคคีในสังคม ประเทศชาติ ให้วัฒนาสถาพรสืบไป

หมวดที่ 1 ความทั่วไป

เพื่อประกาศความสำนึก และความรับผิดชอบ ของนักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์

ให้ประจักษ์แก่สาธารณชน คณะกรรมการบริหารสมาคมวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ในการประชุมครั้งที่ 2/2538 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2538 มีมติให้ตราประมวลจรรยาบรรณวิชาชีพนักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ เพื่อยึดถือเป็นหลักปฏิบัติไว้ดังต่อไปนี้

1. ประมวลจรรยาฉบับนี้ เรียกว่า ประมวลจรรยาบรรณวิชาชีพนักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ พ.ศ.2538

2. ให้ใช้ประมวลจรรยาบรรณวิชาชีพ นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ พ.ศ.2538

ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2538 เป็นต้นไป

3. ในประมวลจรรยาบรรณวิชาชีพนักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ ฉบับนี้

คำว่า “จรรยาบรรณ” หมายถึง หลักจริยธรรม ซึ่งได้ตราขึ้นไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

เพื่อเป็นหลักแห่งความประพฤติปฏิบัติของผู้ประกอบวิชาชีพนักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์

คำว่า “ข่าว” หมายถึง บรรดาเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม และได้รับการ

เรียบเรียงเป็นรายงานด้วยลายลักษณ์อักษร หรือคำพูดเพื่อนำเสนอทางสื่อสารมวลชนวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์

คำว่า “วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์” หมายถึงวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2530

คำว่า “นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์” หมายถึง ผู้ประกอบวิชาชีพเป็นผู้จัดรายการ

ผู้ดำเนินรายการ และผู้ประการ ตามในกฎกระทรวงฉบับที่ 14 (2537) ออกตามความ

ในพระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 และระเบียบกรมประชา-

สัมพันธ์ว่าด้วยการทดสอบและอบรมผู้ประกาศของวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ พ.ศ.2537

คำว่า “องค์กร” หมายถึง หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนหรือที่ได้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย

คำว่า “สถาบัน” หมายถึง องค์กรหลายองค์กร ปฏิบัติงานหลักเรื่องเดียวกัน

คำว่า “บุคคล” หมายถึง ปัจเจกบุคคลในสังคมของชาติโดยส่วนรวมปราศจากซึ่งการแบ่งชั้นวรรณะ เชื้อชาติ ศาสนา

คำว่า “การโฆษณา” หมายถึง การกระทำใดๆ ของนักจัดรายการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เพื่อให้ข้อมูลข้อสารของสินค้า หรือบริการเผยแพร่ ผ่านสื่อวิทยุกระจาย

เสียงและวิทยุโทรทัศน์

คำว่า “ภาพ” หมายถึง ภาพ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ที่ไม่ถาวร ซึ่งปรากฏ

บนจอเครื่องรับวิทยุโทรทัศน์

หมวดที่ 2 จรรยาบรรณในการเสนอข่าว

เพื่อสนองสิทธิในการรับรู้ (Right to know) ของประชาชน นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ พึงมีความรับผิดชอบในการเสนอข่าว และความสำนึกต่อวิชาชีพของตน ดังต่อไปนี้

1. ไม่เสนอข่าวและภาพ ซึ่งรู้อยู่แก่ใจว่า เป็นเท็จไม่ว่าลักษณะใดๆ

2. ไม่เสนอข่าวและภาพ ซึ่งทำให้ประชาชนเสียขวัญ เกิดการแตกแยก กระทบ

กระเทือนความมั่นคงแห่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างประเทศ

3. ไม่เสนอข่าวและภาพลามกอนาจาร ซึ่งขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรม

อันดีของประชาชน

4. ไม่เสนอข่าวและภาพไร้สาระ ชวนให้หลงเชื่อ งมงาย

5. ไม่เสนอข่าวและภาพด้วยความลำเอียง อันอาจทำให้สาธารณชน วินิจฉัย

คลาดเคลื่อน

6. ไม่สอดแทรกความคิดเห็นใดๆ ของตนลงในข่าว

7. ในกรณีคัดลอกข้อความจากหนังสือพิมพ์หรือหนังสืออื่น ต้องแจ้งให้ทราบ ซึ่ง

แหล่งข้อมูลที่มาของข้อความนั้น

8. ภาษาที่ใช้ในการเสนอข่าวและบรรยายภาพ ต้องสุภาพ ปราศจากความหมาย

ในเชิงเหยียดหยาม กระทบกระเทียบเปรียบเปรย เสียดสี

9. ไม่ใช้การเสนอข่าวและภาพ เป็นไปในทางโฆษณาตนเอง

10. ไม่เสนอข่าวและภาพ ซึ่งขัดกับสาธารณประโยชน์ของประชาชน และสังคม

ประเทศชาติ

11. ไม่เสนอข่าวและภาพ ซ้ำเติม ระบายสี บุคคล องค์กร สถาบัน ซึ่งตกเป็นข่าว

12. ไม่เสนอข่าวและภาพ ในเชิงดูหมิ่น เหยียดหยามลัทธิความเชื่อในศาสนาใดๆ

13. พึงให้ความเคารพ ต่อสิทธิของบุคคล องค์กร และสถาบันอื่นๆ ตามกฎหมาย

14. พึงรับผิดและแก้ไขโดยเปิดเผย และไม่ชักช้า ถ้าเกิดความเสียหายแก่บุคคล

องค์กร หรือสถาบัน ในการเสนอข่าวผิดพลาด คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

15. พึงละเว้นการรับอามิสสินจ้างใดๆ ที่ให้ทำ หรือละเว้นการกระทำเกี่ยวกับการ

เสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา

หมวดที่ 3 จรรยาบรรณในการแสดงความเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์

ในการแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ พึง

มีความรับผิดชอบและความสำนึกต่อวิชาชีพของตน ดังต่อไปนี้

1. พึงแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ ด้วยสำนึกและความรับผิดชอบ ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2. พึงแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ของสาธารณชน กระทำได้อย่างเปิดเผย

3. พึงงดการแสดงความคิดเห็นชี้นำและการวิพากษ์วิจารณ์ อันเป็นการส่อไปในทางมีอคติในทางหนึ่งทางใด

4. พึงเคารพความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น ซึ่งไม่ตรงกับความคิด เห็นของตน

5. พึงแสดงความคิดเห็นของตน ด้วยความสุภาพ และด้วยความรอบครบ ภายใต้ประเด็นของข้อเท็จจริง

6. พึงปฏิบัติต่อบุคคล องค์กร หรือสถาบัน ด้วยความสุภาพและมีเกียรติเสมอกันโดยไม่คำนึงถึงฐานะความมั่งคั่งทางสังคม

7. พึงละเว้นการแสดงความเห็นชวนเชื่อ เว้นแต่การกระทำเช่นนั้น เป็นประโยชน์สูงสุดของชาติ

หมวดที่ 4 จรรยาบรรณในการประกาศโฆษณา

ในการประกาศโฆษณา ข้อความ เครื่องหมายรูปภาพ ทั้งภาพนิ่งและภาพ

เคลื่อนไหว ทางสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งดำเนินการโดยนักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ พึงมีความรับผิดชอบและสำนึกต่อวิชาชีพของตน ดังต่อไปนี้

1. พึงดำเนินการโฆษณาสินค้าและบริการ ด้วยการให้ข่าวสารที่ถูกต้อง ไม่โอ้อวดเกินความเป็นจริง ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

2. พึงดำเนินการโฆษณา ภายใต้ขอบเขตของศีลธรรม วัฒนธรรม และจารีตประเพณีอันดีของประชาชน

3. พึงละเว้นการโฆษณาสินค้าหรือบริการ ที่เป็นการหลอกลวง ไม่ว่าจะกระทำด้วยรูปแบบใดๆ

4. พึงละเว้นการโฆษณาสินค้าหรือบริการ โดยมีเจตนาให้หลงเชื่อ งมงาย

5. พึงละเว้นการโฆษณาทำลายคู่แข่งทางการค้า โดยไม่เป็นธรรม

6. พึงละเว้นการโฆษณาสินค้าหรือบริการ ที่ไม่ชอบโดยกฎหมาย

7. พึงละเว้นการโฆษณาสินค้าหรือบริการ ที่เป็นภัยแก่สุภาพ หรือทำให้วัฒนธรรมเสื่อมโทรม

8. พึงละเว้นการโฆษณาสินค้าหรือบริการ ที่มีเจตนาเพื่อค้ากำไรเกินควร

9. พึงละเว้นการโฆษณาสินค้าหรือบริการที่เสียดสีผู้อื่น

10. พึงละเว้นการโฆษณาโน้มน้าว ชี้นำ ให้ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้หนึ่งผู้ใด โดยรับอามิสสินจ้างตอบแทนหรือไม่ก็เว้นแต่ได้รับอนุญาตหรือเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ

11. พึงละเว้นการประกาศโฆษณาสินค้าหรือบริการ โดยปราศจากชื่อผู้ผลิต หรือบริการ

12. พึงละเว้นการประกาศโฆษณาสินค้าหรือบริการ ที่สงสัยว่าจะเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน

หมวดที่ 5 ความประพฤติ

ในการแสดงออกซึ่งพฤติกรรม (Behavior) ต่างๆ นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ พึงมีความรับผิดชอบ และมีความสำนึกต่อวิชาชีพของตน ดังต่อไปนี้

1. นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ต้องบำเพ็ญตนให้สมเกียรติแห่งวิชาชีพของตน

2. นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ ต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพ ให้สมเกียรติตามฐานะในสังคมของตน

3. นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ ต้องพยายามเรียนรู้ระเบียบปฏิบัติต่างๆ ของสังคมเพื่อเข้าร่วมงานสังคมได้โดยปราศจากการเคอะเขิน

4. นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ พึงละเว้นการอวดอ้างฐานะของตน ที่เป็นนัก จัดรายการวิทยุและโทรทัศน์

5. นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ พึงละเว้นการเรียกร้องสิทธิประโยชน์มิควรได้ ได้โดยไม่ชอบธรรม

6. นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์จะไม่เปิดเผยความลับของผู้สนับสนุนรายการให้แก่คู่แข่งขันทางธุรกิจการค้า ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

7. นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ ต้องเป็นผู้รักษาระเบียบวินัยโดยเคร่งครัด ไม่สร้างความเสื่อมเสียในหมู่คณะและสมาคมวิชาชีพของตน

ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2538

นายวีระ ลิมปะพันธุ์

นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

หลังจากที่สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ประกาศใช้ประมวลจรรยาบรรณวิชาชีพนักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ พ.ศ.2538 แล้วนั้น ต่อมาภายหลังเพื่อให้เกิดความสะดวกในการประกอบวิชาชีพทางด้านวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ จึงได้นำเสนอ หลักกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพนักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ซึ่งเป็นข้อห้าม ดังต่อไปนี้

*ห้าม*เสนอข่าวสารหรือประชาสัมพันธ์ข้อความซึ่งรู้อยู่แก่ใจแล้วว่า

* เป็นเท็จ ทำให้ประชาชนเสียขวัญ เกิดการแตกแยก

* กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สัมพันธไมตรีระหว่างประเทศ

* เป็นข่าวลือไร้สาระ ชวนให้หลงงมงายอาจทำให้สาธารณชนวินิจฉัยคลาดเคลื่อน

* เป็นการระบายสี บุคคล องค์กร สถาบัน ซึ่งตกเป็นข่าว

* เป็นการดูหมิ่น เหยียดหยาม ลัทธิ ความเชื่อในศาสนาใดๆ

* โฆษณา หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ม.112 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณา หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ราชาธิบดี ราชินี ราชสามี รัชทายาท หรือประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ (ม.133 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณา หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ผู้แทนรัฐต่าง

ประเทศ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มาสู่ราชสำนัก (ม.134 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณายุยงให้ทหารหรือตำรวจให้หนีราชการ ให้ละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่หรือให้ก่อการกำเริบ โดยมุ่งหมายให้วินัยของทหารและตำรวจเสื่อมทรามลง (ม.115 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณาแก่ประชาชนด้วยวาจา เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน (ม.116 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณายุยงให้เกิดการร่วมนัดหยุดงาน ร่วมกันปิดงาน งดจ้าง หรือการร่วมกัน ไม่ยอมค้าขาย หรือติดต่อทางธุรกิจกับบุคคลใด เพื่อให้เกิดเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน เพื่อบังคับรัฐบาล หรือเพื่อข่มขู่ประชาชน (ม.117 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณา หรือกระทำการใดๆ เพื่อให้ผู้อื่นล่วงรู้ หรือได้ไปซึ่งข้อความ ซึ่งปกปิด ไว้เป็นความลับสำหรับความปลอดภัยของประเทศ (ม.124 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณาหรือกระทำการใดๆ เพื่อให้เกิดเหตุร้ายซึ่งไม่เป็นผลดีในด้านความมั่นคงหรือความปลอดภัย กับประเทศจากภายนอก (ม.127 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณาหรือจัดส่งข้อความใดๆ โดยวิทยุโทรคมนาคม อันตนรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ

หรือข้อความที่ไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหาต่อประเทศชาติ หรือประชาชน (ม.16,ม.23 พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม 2498 ม.10,ม.21 พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์)

* โฆษณา หรือ เปิดเผย โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งข่าววิทยุโทรคมนาคม ที่มิได้

มุ่งหมายเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน (ม.17,ม.25, พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม 2498)

* โฆษณาบอกเล่าความเท็จให้เลื่องลื่อ จนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจ (ม.384 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณาดูหมิ่น แสดงการดูถูก เหยียดหยาม สบประมาท หรือด่า ผู้อื่นซึ่งหน้า (ม.393 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณาคุณภาพสินค้าประเภทอาหาร เกินจริง (ม.40, ม.70, พ.ร.บ.อาหาร)

* โฆษณาคุณภาพ คุณประโยชน์ สรรพคุณอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต (ม.41, ม.71 พ.ร.บ.อาหาร)

* โฆษณาขายยา จะต้องไม่ (ตาม ม.88, ม.124, ม.124 ทวิ พ.ร.บ.ยา)

- โอ้อวดสรรพคุณหรือส่วนประกอบยาว่า รักษาหายได้ อย่างศักดิ์สิทธิ์หรือหายขาด

- แสดงสรรพคุณยาอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง

- ทำให้เข้าใจผิดว่ามีวัตถุใดเป็นส่วนผสมของยา ซึ่งความจริงแล้วไม่มี

- แสดงสรรพคุณ ยาอันตราย หรือ ยาควบคุมพิเศษ

- รับรองหรือยอย่องสรรพคุณยาโดยบุคคลอื่น

- ไม่แสดงสรรพคุณยาว่าสามารถบำบัดบรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคที่รัฐมนตรีกำหนด เช่น ประกาศเขตพื้นที่โรคติดต่อร้ายแรง ไข้หวัดนก ไข้หวัดสายพันธุ์

* โฆษณาขายยา จะต้องได้รับอนุญาตให้โฆษณาจาก อ.ย.(ตาม ม.88 ทวิ, ม.124 ข้อความ เสียง หรือ ภาพ)

* โฆษณาขาย ไม่สุภาพโดยการร้องรำทำเพลง หรือแสดงความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย (ม.89, ม.124 พ.ร.บ.ยา)

* โฆษณาขายยาโดยวิธีแถมพก หรือ ออกสลากรางวัล (ม.90, ม.124 พ.ร.บ.ยา)

* โฆษณาเพื่อการค้าซึ่งยาเสพติดให้โทษ (ม.48, ม.89 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ)

* โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ ปริมาณ มาตรฐาน หรือแหล่งกำเนิด เครื่องมือแพทย์ อันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวง (ม.41, ม.77 พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์)

* โฆษณาเครื่องมือแพทย์เพื่อประโยชน์ในการทางค้า ต้องได้รับความเห็นชอบจาก อ.ย. ในข้อความ ภาพ เสียงที่จะใช้โฆษณา และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ อ.ย. กำหนด (ม.42, ม.78 พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์)

* โฆษณาสรรพคุณเครื่องสำอางเกินความเป็นจริง ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค (ม.22, ม.48)

* โฆษณาโดยการอ้างรายงานทางวิชาการ ผลการวิจัย สถิติการรับรองของสถาบันหรือบุคคลอื่นใด หรือยืนยันข้อเท็จจริงอันใด ถ้าผู้กระทำการโฆษณาไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อความที่ใช้ในการโฆษณาเป็นความจริงตามที่กล่าวอ้าง (ม.28, ม.49 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค)

* โฆษณาความลับทางการค้าของผู้อื่นให้เป็นที่ล่วงรู้โดยทั่วไป ทำให้ความลับทางการค้านั้นสิ้นสภาพการเป็นความลับทางการค้า (ตาม ม.33 พ.ร.บ.ความลับทางการค้า)

* โฆษณาเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการหรือการดำเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจ อันเป็นข้อเท็จจริงที่ตามปกติวิสัยของผู้ประกอบธุรกิจจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย (ม.53 ตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า)

* โฆษณา หรือ ไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความเป็นจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียง ทางทำมาหาได้ หรือ ทางเจริญของบุคคลอื่น (ม.423, ม.425, ม.447 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)

* โฆษณาหรือเปิดเผยข้อความในจดหมายปิดผนึก หรือโทรเลข เพื่อล่วงรู้ข้อความและการโฆษณาหรือเปิดเผยนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด (ม.322 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณาหรือใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม และจะทำให้ผู้อื่นนั้น เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เป็นการหมิ่นประมาท (ม.326 ม.328 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณาหรือใส่ความผู้ตาย ต่อบุคคลที่สาม ซึ่งจะทำให้ บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง เป็นการหมิ่นประมาท (ม.327ม.328 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณาด้วยแผ่นเสียง สิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ กระทำโดยการกระจายเสียงหรือกระจายภาพ และเป็นการหมิ่นประมาท (ม.326, ม.32, ม.328 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณาไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความเป็นเท็จ เพื่อให้เสียความเชื่อถือในสถานที่การค้า สินค้าอุตสาหกรรม หรือพาณิชยการ ของผู้หนึ่งผู้ใด โดยมุ่งประโยชน์แก่การ

ค้าของตน (ม.272 ประมวลกฎหมายอาญา)

* โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย ซึ่งการค้าวัตถุ หรือสิ่งของลามก หรือไขข่าวว่าจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด เพื่อความประสงค์แห่งการค้า (ม.287 ประมวลกฎหมายอาญา)

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด

ความคิดเห็น

toสื่อมวลชน คือ สื่อมวลชน คือ กระบอกเสียงแห่งรัฐ แต่ต้องทำเพื่อประชาชนให้สุขสะบาย ***ผมฟังรายการวิทยุแล้ว รู้สึกว่ามีประโยช์น้อยมากแก่ประชาชนระดับรากหญ้า คือ 70% ของประชากรไทย มีอาชีพทำเกษตร แต่เป็นการทำเกษตรแบบดั่งเดิม เพราะคนเกษตรตัวจริง ตัวหลักๆ ตอนนี่เขามีอายุประมาณ50ปี+ ซึ่งคนรุ่นนี่ใช้อินเตอร์เน็ตไม่เป็น จึงขาดความรู้ไหม่ๆด้านเกษตรอย่างมาก ทำไม? สื่อมวลชนถึงไม่หาความรู้ด้านเกษตรแบบไหม่ล่าสุด ได้ผลดีที่สุด วิธีลดต้นทุน วิธีเพิ่มผลผลิต วิธีเพิ่มรายได้ วิธีงดใช้สารเคมีเปลียนเป็นวิธีชีวภาพ ที่มีในอินเตอร์เน็ตด้านเกษตรมาพูดมาบอกให้ประชาชนฟัง เช่นอาชีพ สวนยาง ปามล์ ข้าว ประมง ปถุสัตว์ ปลูกผัก ทุกอย่างที่เป็นงานเกษตร คือ เอาความรู้ไหม่ๆ ล่าสุด ในอินเตอร์เน็ตด้านเกษตร มาพูดมาบอกชาวบ้าน บอกวิธีทำแบบละเอียดๆ ให้ประชาชนฟังทางวิทยุ เพราะชาวเกษตรชนบทส่วนใหญ่ยังชอบฟังวิทยุเป็นเพื่อนคลายเหงา จะดีกว่าไหม?หากคุณพูดสาระวิธีทำเกษตรแบบต่างๆ สลับฟังเพลงให้ชาวบ้านฟัง ประชาชนจะได้มีความรู้ไหม่ๆ วิชาการไหม่ ๆด้านเกษตร ควบคู่ไปด้วย ช่วยอ่านความรู้ล้าสุด ไหม่ๆ ของชาวเกษตรยุคไหม่ ให้ประชาชนฟัง และอธิบายวิธีทำอย่างละเอียด ให้ฟังทุกช่วง ทุก1ชั่งโมง อ่าน1เรื่อง ผมว่าถ้าทำแบบนี่ได้ คนทำเกษตรจะมีความรู้เพิ่มขึ้นมากๆและสามารถนํามาปรับใช้ได้ คือคนจะมีคุณภาพ ชาติก็จะเจริญแบบรวดเร็วที่สุดครับ ถ้าคุณช่วยประชาชนตาดำๆ เพราะเขาใช้อินเตอร์เน็ตไม่เป็น ครับท่าน จึงเรียนมาเพื่อทราบ ครับ 5555555555
วันที่ ๑๘ตุลาคม๒๕๖๑ เวลา๑๔.๐๐น งานบุญทอดผ้าป่ามหากุศลบุญบารมี ทำบุญถวายวันคล้ายวันเกิดพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยุู่หัวรัชกาลที่ ๔ แห่งรัตนโกสินทร์ ณ วัดราชประดิษฐสถิตสีมาราม กรุงเทพมหานคร เชิญชวนชาวพุทธศาสนิกชนและประชาชนมาสร้างบุญบารมีกัน และ ให้สถานีสทท.๑๑ มาถ่ายทอดสดเวลาทำบุญด้วยคะ เพื่อเสริมดวงบุญบารมีกันทั่วหน้า...
รางวัลสายฟ้าทองคำ ของ สวทท. ปัจจุบันยังมีอยู่ไหมคะ ขอทราบประวัติรางวัลนี้หน่อยค่ะ คุณปรีชา ทรัพยาโสภาเคยได้รับรางวัลนี้ปี 2532 ลงนามโดยนายพิศาล มูลศาสตรสาทร ประธานคณะกรรมการอำนวยการ ร่วมกันระหว่างสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สมาคมนักจัดรายการข่าววิทยุและ สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
เจ้าหน้าที่รายการวิทยุ-โทรทัศน์ รุ่นพิเศษ 51