สายด่วน 1300 พม.

สายด่วน 1300 พม. เป็นมิตร เป็นธรรม เป็นพลังเพื่อสังคม
(99)

เปิดเหมือนปกติ

ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ ครม.อนุมัติมาต...
13/07/2021

ศูนย์ปฏิบัติการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ ครม.อนุมัติมาตรการเยียวยารอบใหม่
แจกเงิน แรงงานฟรีแลนซ์ตาม มาตรา 39-40
คนละ 5 พัน


ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
อนุมัติมาตรการเยียวยาประชาชนรอบใหม่ ดังนี้

ให้ความช่วยเหลือกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่สถานการณ์ควบคุมสูงสุด 10 จังหวัดประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา 10 จังหวัด

โดยมีรูปแบบการให้ความช่วยเหลือคือ กลุ่มแรงงาน
ที่อยู่ในระบบและนอกระบบสัญชาติไทย
ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 จะได้รับความช่วยเหลือเงินจำนวน 2,500 บาท
จำนวน 1 เดือน

ขณะที่ผู้ประกันตน มาตรา 39 และมาตรา 40
สัญชาติไทยจะได้รับความช่วยเหลือคนละ 5,000 บาท จำนวนหนึ่งเดือน

ส่วนผู้ที่ประกอบอาชีพที่ไม่ได้อยู่ในมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40
ที่ยังประกอบอาชีพ
อยู่ในปัจจุบันให้เตรียม
หลักฐานเพื่อลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 กับสำนักงานประกันสังคมภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือจำนวน 5,000 บาท
จำนวนหนึ่งเดือน

ศูนย์ปฏิบัติการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ ครม.อนุมัติมาตรการเยียวยารอบใหม่
แจกเงิน แรงงานฟรีแลนซ์ตาม มาตรา 39-40
คนละ 5 พัน


ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
อนุมัติมาตรการเยียวยาประชาชนรอบใหม่ ดังนี้

ให้ความช่วยเหลือกลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่สถานการณ์ควบคุมสูงสุด 10 จังหวัดประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา 10 จังหวัด

โดยมีรูปแบบการให้ความช่วยเหลือคือ กลุ่มแรงงาน
ที่อยู่ในระบบและนอกระบบสัญชาติไทย
ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 จะได้รับความช่วยเหลือเงินจำนวน 2,500 บาท
จำนวน 1 เดือน

ขณะที่ผู้ประกันตน มาตรา 39 และมาตรา 40
สัญชาติไทยจะได้รับความช่วยเหลือคนละ 5,000 บาท จำนวนหนึ่งเดือน

ส่วนผู้ที่ประกอบอาชีพที่ไม่ได้อยู่ในมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40
ที่ยังประกอบอาชีพ
อยู่ในปัจจุบันให้เตรียม
หลักฐานเพื่อลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 กับสำนักงานประกันสังคมภายในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือจำนวน 5,000 บาท
จำนวนหนึ่งเดือน

ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และจัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ มติ ครม.เห็นชอ...
13/07/2021

ศูนย์ปฏิบัติการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และจัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ มติ ครม.
เห็นชอบลดค่าไฟฟ้า-ลดค่าน้ำประปา
ระยะเวลา 2 เดือน
สำหรับประชาชนทั่วประเทศ

ที่ประชุม ครม.เห็นชอบลดค่าไฟฟ้า-ลดค่าน้ำประปา ระยะเวลา 2 เดือน (ก.ค.-ส.ค. 64)

มาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานสำหรับประชาชนทั่วประเทศ

1.ค่าไฟฟ้า

ให้มีการลดค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ เฉพาะอย่าง องค์กรไม่แสวงหากำไร และการสูบน้ำเพื่อการเกษตร (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)
เป็นเวลา 2 เดือน คือ
ก.ค. และ สค. 2564

- สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก

- สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้คิดดังนี้ 1) หากใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับค่าไฟเดือน ก.พ. 64 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้จริง 2) หากใช้ไฟฟ้ามากกว่าค่าไฟเดือน ก.พ. 64 หากไม่เกิน 500 หน่วย ให้คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยของเดือน ก.พ. 64 3) หากใช้ 501 - 1,000 หน่วย ให้คิดค่าไฟเท่ากับหน่วยของเดือน ก.พ. 64 บวกด้วยหน่วยที่มากกว่าหน่วยของเดือน ก.พ. 64 ในอัตราร้อยละ 50 4) หากใช้มากกว่า 1,000 หน่วย ให้คิดค่าไฟเท่ากับหน่วยของเดือน ก.พ. 64 บวกด้วยหน่วยที่มากกว่าหน่วยของเดือน ก.พ. 64 ในอัตราร้อยละ 70 ทั้งนี้ให้เป็นส่วนลดก่อนการคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม

- สำหรับกิจการขนาดเล็ก ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 100 หน่วยแรก

- สำหรับกิจการขนาดกลาง ขนาดใหญ่ เฉพาะอย่าง องค์กรไม่แสวงหากำไร และการสูบน้ำเพื่อการเกษตร ให้ยกเว้นการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด (Minimum Charge) ไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2564

2. ค่าน้ำประปา

ลดร้อยละ 10 สำหรับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก ระยะเวลา 2 เดือน (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) เป็นเวลา 2 เดือน คือ ก.ค. และ ส.ค. 2564

ศูนย์ปฏิบัติการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และจัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ มติ ครม.
เห็นชอบลดค่าไฟฟ้า-ลดค่าน้ำประปา
ระยะเวลา 2 เดือน
สำหรับประชาชนทั่วประเทศ

ที่ประชุม ครม.เห็นชอบลดค่าไฟฟ้า-ลดค่าน้ำประปา ระยะเวลา 2 เดือน (ก.ค.-ส.ค. 64)

มาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานสำหรับประชาชนทั่วประเทศ

1.ค่าไฟฟ้า

ให้มีการลดค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัย และกิจการขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ เฉพาะอย่าง องค์กรไม่แสวงหากำไร และการสูบน้ำเพื่อการเกษตร (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)
เป็นเวลา 2 เดือน คือ
ก.ค. และ สค. 2564

- สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก

- สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้คิดดังนี้ 1) หากใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับค่าไฟเดือน ก.พ. 64 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้จริง 2) หากใช้ไฟฟ้ามากกว่าค่าไฟเดือน ก.พ. 64 หากไม่เกิน 500 หน่วย ให้คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยของเดือน ก.พ. 64 3) หากใช้ 501 - 1,000 หน่วย ให้คิดค่าไฟเท่ากับหน่วยของเดือน ก.พ. 64 บวกด้วยหน่วยที่มากกว่าหน่วยของเดือน ก.พ. 64 ในอัตราร้อยละ 50 4) หากใช้มากกว่า 1,000 หน่วย ให้คิดค่าไฟเท่ากับหน่วยของเดือน ก.พ. 64 บวกด้วยหน่วยที่มากกว่าหน่วยของเดือน ก.พ. 64 ในอัตราร้อยละ 70 ทั้งนี้ให้เป็นส่วนลดก่อนการคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม

- สำหรับกิจการขนาดเล็ก ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 100 หน่วยแรก

- สำหรับกิจการขนาดกลาง ขนาดใหญ่ เฉพาะอย่าง องค์กรไม่แสวงหากำไร และการสูบน้ำเพื่อการเกษตร ให้ยกเว้นการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด (Minimum Charge) ไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2564

2. ค่าน้ำประปา

ลดร้อยละ 10 สำหรับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก ระยะเวลา 2 เดือน (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) เป็นเวลา 2 เดือน คือ ก.ค. และ ส.ค. 2564

ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ มติครม.อนุมัติ...
13/07/2021

ศูนย์ปฏิบัติการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ มติครม.อนุมัติมาตรการเยียวยาชดเชยค่าจ้างเพิ่ม 5 กลุ่มอาชีพได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในพื้นที่ 10 จังหวัด

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์พื้นที่ 10 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา อย่างน้อย 14 วัน

โดยจะช่วยเหลือกลุ่มแรงงาน ผู้ประกอบการ และประชาชน

สำหรับแรงงานทั้งในและนอกระบบประกันสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ และมาตรการควบคุมการระบาดเพิ่มจากเดิม 4 สาขาอาชีพ เป็น 9 สาขาอาชีพ โดยสาขาที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ 5 สาขา ได้แก่

1.สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า

2.สาขาการขายส่งและการขายปลีก

3.สาขาการซ่อมยานยนต์

4.สาขากิจกรรมการบริหารและสนับสนุนวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมวิชาการ

5.สาขาข้อมูลข่าวสารและการศึกษา

ระยะเวลาการช่วยเหลือ 1 เดือน โดยรูปแบบการช่วยเหลือ ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 จะได้รับการช่วยเหลือ 2,500 บาทต่อคน และลูกจ้างที่ได้รับชดเชยจะได้รับเงินเดือน 50% ของค่าจ้าง รวมไม่เกินคนละ 10,000 บาท

สำหรับผู้ประกอบการ จะได้รับรายละ 3,000 บาท ต่อลูกจ้าง 1 คน จำกัด ไม่เกิน 200 คน ส่วนผู้ประกันตน มาตรา 39 และ มาตรา 40 จะได้รับความช่วยเหลือ 5,000 บาท

ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ให้เตรียมหลักฐานเป็นผู้ประกันตน ซึ่งเป็นแนวทางที่ปรับเปลี่ยนจากการเยียวยาครั้งที่แล้ว

ศูนย์ปฏิบัติการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ มติครม.อนุมัติมาตรการเยียวยาชดเชยค่าจ้างเพิ่ม 5 กลุ่มอาชีพได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในพื้นที่ 10 จังหวัด

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์พื้นที่ 10 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา อย่างน้อย 14 วัน

โดยจะช่วยเหลือกลุ่มแรงงาน ผู้ประกอบการ และประชาชน

สำหรับแรงงานทั้งในและนอกระบบประกันสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ และมาตรการควบคุมการระบาดเพิ่มจากเดิม 4 สาขาอาชีพ เป็น 9 สาขาอาชีพ โดยสาขาที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ 5 สาขา ได้แก่

1.สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า

2.สาขาการขายส่งและการขายปลีก

3.สาขาการซ่อมยานยนต์

4.สาขากิจกรรมการบริหารและสนับสนุนวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมวิชาการ

5.สาขาข้อมูลข่าวสารและการศึกษา

ระยะเวลาการช่วยเหลือ 1 เดือน โดยรูปแบบการช่วยเหลือ ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 จะได้รับการช่วยเหลือ 2,500 บาทต่อคน และลูกจ้างที่ได้รับชดเชยจะได้รับเงินเดือน 50% ของค่าจ้าง รวมไม่เกินคนละ 10,000 บาท

สำหรับผู้ประกอบการ จะได้รับรายละ 3,000 บาท ต่อลูกจ้าง 1 คน จำกัด ไม่เกิน 200 คน ส่วนผู้ประกันตน มาตรา 39 และ มาตรา 40 จะได้รับความช่วยเหลือ 5,000 บาท

ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ ให้เตรียมหลักฐานเป็นผู้ประกันตน ซึ่งเป็นแนวทางที่ปรับเปลี่ยนจากการเยียวยาครั้งที่แล้ว

ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ กรมวิทยาศาสตร์...
13/07/2021

ศูนย์ปฏิบัติการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แนะแนวทางการใช้ Antigen Test Kit ตรวจการติดเชื้อโควิด-19 เบื้องต้น

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ขอแนะนำแนวทางการใช้ Antigen Test Kit (ATK) ในการตรวจการติดเชื้อโควิด-19 เบื้องต้น สำหรับสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน รวมถึงการตรวจด้วยตนเอง ดังนี้

1.ชุดตรวจที่ใช้ต้องผ่านการประเมินและขึ้นทะเบียนแล้วกับ อย.

2.ตัวอย่างที่ใช้ตรวจเก็บจาก nasopharyngeal (โพรงหลังจมูก), oropharyngeal (ช่องปากและลำคอ) nasal (โพรงจมูก) หรือน้ำลายตามที่ชุดตรวจกำหนด

3.ใช้เพื่อการคัดกรองเบื้องต้นตามแนวทางที่แนะนำ ดังนี้

-ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายติดเชื้อให้พิจารณาตรวจ ด้วยวิธี RT-PCR ก่อน กรณีตรวจผู้ป่วยจำนวนมากให้พิจารณาใช้ Antigen Test Kit ถ้าให้ผลบวกให้ยืนยันด้วย RT-PCR

-ผู้สงสัยแต่ไม่มีอาการ สามารถพิจารณาตรวจเบื้องต้นด้วย Antigen Test Kit หากผลเป็นลบให้ทำการตรวจซ้ำในอีก 3-5 วัน แต่หากมีความเสี่ยงสูงให้พิจารณาตรวจด้วย RT-PCR

-กรณีที่ใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit ทำการตรวจด้วยตนเอง ควรเลือกชุดทดสอบที่สามารถเก็บสิ่งส่งตรวจ ด้วยตนเองได้ง่าย เช่น เก็บจากโพรงจมูกหรือน้ำลาย เมื่อมีผลบวกให้แจ้งสถานบริการที่กำหนดใกล้บ้าน เพื่อพิจารณาดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป

4.ส่วนการเพิ่มการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อโควิด-19 อาจพิจารณาร่วมกับการใช้วิธีอื่นๆ อีก เช่น การตรวจน้ำลาย การตรวจแบบ Pooled Samples, LAMP, CRISPR เป็นต้น

ข้อแนะนำกรณีการใช้ Antigen Test Kit ทดสอบด้วยตนเอง

1.ตรวจสอบว่าแต่ละชุดทดสอบนั้นมีคำแนะนำที่แนบมากับชุดทดสอบว่าสามารถใช้กับตัวอย่างที่เก็บจาก บริเวณใด เช่น nasal (โพรงจมูก), nasopharyngeal (โพรงหลังจมูก) oropharyngeal (ช่องปากและลำคอ) หรือน้ำลาย เป็นต้น ควรเลือกใช้ชุดทดสอบที่สามารถเก็บตัวอย่างด้วยตัวเองได้ง่าย

2.ศึกษารายละเอียดขั้นตอนวิธีการทดสอบ การแปลผล จากเอกสารกำกับชุดทดสอบ ก่อนเริ่มทำการทดสอบ

3.การเก็บตัวอย่างและดำเนินการทดสอบ

-ล้างมือให้สะอาด พร้อมสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน (PPE) ก่อนทำการเก็บตัวอย่าง

-ทำการเก็บตัวอย่างให้ถูกต้อง (ตามคำแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง)

-ทำการทดสอบตามขั้นตอนที่ระบุในเอกสารกำกับอย่างเคร่งครัด

-การเก็บตัวอย่างที่ไม่ถูกต้องตามคำแนะนำ อาจทำให้ผลการทดสอบผิดพลาดได้

4. ข้อควรระวัง

-ชุดทดสอบถูกเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ชุดทดสอบกำหนดก่อนนำมาใช้งาน

-ตรวจสอบวันหมดอายุของชุดทดสอบ

-เตรียมพื้นที่สำหรับใช้ทดสอบให้สะอาด ปราศจากการปนเปื้อน

-อย่าเปิดหรือฉีกซองที่บรรจุตลับทดสอบ จนกว่าจะเริ่มทำการทดสอบ

-อ่านผลตามเวลาที่ชุดทดสอบกำหนด (การอ่านผลเร็วหรือช้าเกินไปอาจเกิดความผิดพลาดได้)

-ไม่นำอุปกรณ์หรือตลับทดสอบอันเดิมมาใช้ซ้ำ

-นำชุดทดสอบที่ทดสอบแล้วพร้อมอุปกรณ์ของชุดทดสอบที่เหลือจากการใช้งานแช่น้ำยาฆ่าเชื้อ และแยกใส่ถุงปิดให้มิดชิด และทิ้งให้เหมาะสม

-ล้างมือให้สะอาดภายหลังทำการทดสอบ

การปฏิบัติตนหลังทราบผลการทดสอบ กรณีผลการทดสอบให้ ผลบวก ให้แจ้งหน่วยบริการใกล้บ้านที่กำหนด และแยกกักตัวเองจากผู้อื่น เพื่อลดการแพร่เชื้อ เช่น แยกห้องน้ำ ของใช้ส่วนตัว หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์เลี้ยง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการหายใจลำบาก ควรติดต่อขอรับเข้าการรักษาหรือแจ้งผู้ใกล้ชิดกับตนเองให้ทราบ เพื่อลดความเสี่ยง จากการสัมผัส และควรได้รับการทดสอบการติดเชื้อต่อไป

ส่วนกรณีผลการทดสอบให้ ผลลบ หากเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง อาจอยู่ในระยะฟักตัว ควรทำการแยกตัว และทดสอบซ้ำอีกครั้งภายหลัง 3-5 วัน หรือหากมีอาการของโรคโควิด 19 ควรทำการทดสอบซ้ำทันที

ศูนย์ปฏิบัติการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แนะแนวทางการใช้ Antigen Test Kit ตรวจการติดเชื้อโควิด-19 เบื้องต้น

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ขอแนะนำแนวทางการใช้ Antigen Test Kit (ATK) ในการตรวจการติดเชื้อโควิด-19 เบื้องต้น สำหรับสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน รวมถึงการตรวจด้วยตนเอง ดังนี้

1.ชุดตรวจที่ใช้ต้องผ่านการประเมินและขึ้นทะเบียนแล้วกับ อย.

2.ตัวอย่างที่ใช้ตรวจเก็บจาก nasopharyngeal (โพรงหลังจมูก), oropharyngeal (ช่องปากและลำคอ) nasal (โพรงจมูก) หรือน้ำลายตามที่ชุดตรวจกำหนด

3.ใช้เพื่อการคัดกรองเบื้องต้นตามแนวทางที่แนะนำ ดังนี้

-ผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายติดเชื้อให้พิจารณาตรวจ ด้วยวิธี RT-PCR ก่อน กรณีตรวจผู้ป่วยจำนวนมากให้พิจารณาใช้ Antigen Test Kit ถ้าให้ผลบวกให้ยืนยันด้วย RT-PCR

-ผู้สงสัยแต่ไม่มีอาการ สามารถพิจารณาตรวจเบื้องต้นด้วย Antigen Test Kit หากผลเป็นลบให้ทำการตรวจซ้ำในอีก 3-5 วัน แต่หากมีความเสี่ยงสูงให้พิจารณาตรวจด้วย RT-PCR

-กรณีที่ใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit ทำการตรวจด้วยตนเอง ควรเลือกชุดทดสอบที่สามารถเก็บสิ่งส่งตรวจ ด้วยตนเองได้ง่าย เช่น เก็บจากโพรงจมูกหรือน้ำลาย เมื่อมีผลบวกให้แจ้งสถานบริการที่กำหนดใกล้บ้าน เพื่อพิจารณาดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป

4.ส่วนการเพิ่มการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อโควิด-19 อาจพิจารณาร่วมกับการใช้วิธีอื่นๆ อีก เช่น การตรวจน้ำลาย การตรวจแบบ Pooled Samples, LAMP, CRISPR เป็นต้น

ข้อแนะนำกรณีการใช้ Antigen Test Kit ทดสอบด้วยตนเอง

1.ตรวจสอบว่าแต่ละชุดทดสอบนั้นมีคำแนะนำที่แนบมากับชุดทดสอบว่าสามารถใช้กับตัวอย่างที่เก็บจาก บริเวณใด เช่น nasal (โพรงจมูก), nasopharyngeal (โพรงหลังจมูก) oropharyngeal (ช่องปากและลำคอ) หรือน้ำลาย เป็นต้น ควรเลือกใช้ชุดทดสอบที่สามารถเก็บตัวอย่างด้วยตัวเองได้ง่าย

2.ศึกษารายละเอียดขั้นตอนวิธีการทดสอบ การแปลผล จากเอกสารกำกับชุดทดสอบ ก่อนเริ่มทำการทดสอบ

3.การเก็บตัวอย่างและดำเนินการทดสอบ

-ล้างมือให้สะอาด พร้อมสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน (PPE) ก่อนทำการเก็บตัวอย่าง

-ทำการเก็บตัวอย่างให้ถูกต้อง (ตามคำแนะนำวิธีการเก็บตัวอย่าง)

-ทำการทดสอบตามขั้นตอนที่ระบุในเอกสารกำกับอย่างเคร่งครัด

-การเก็บตัวอย่างที่ไม่ถูกต้องตามคำแนะนำ อาจทำให้ผลการทดสอบผิดพลาดได้

4. ข้อควรระวัง

-ชุดทดสอบถูกเก็บรักษาในอุณหภูมิที่ชุดทดสอบกำหนดก่อนนำมาใช้งาน

-ตรวจสอบวันหมดอายุของชุดทดสอบ

-เตรียมพื้นที่สำหรับใช้ทดสอบให้สะอาด ปราศจากการปนเปื้อน

-อย่าเปิดหรือฉีกซองที่บรรจุตลับทดสอบ จนกว่าจะเริ่มทำการทดสอบ

-อ่านผลตามเวลาที่ชุดทดสอบกำหนด (การอ่านผลเร็วหรือช้าเกินไปอาจเกิดความผิดพลาดได้)

-ไม่นำอุปกรณ์หรือตลับทดสอบอันเดิมมาใช้ซ้ำ

-นำชุดทดสอบที่ทดสอบแล้วพร้อมอุปกรณ์ของชุดทดสอบที่เหลือจากการใช้งานแช่น้ำยาฆ่าเชื้อ และแยกใส่ถุงปิดให้มิดชิด และทิ้งให้เหมาะสม

-ล้างมือให้สะอาดภายหลังทำการทดสอบ

การปฏิบัติตนหลังทราบผลการทดสอบ กรณีผลการทดสอบให้ ผลบวก ให้แจ้งหน่วยบริการใกล้บ้านที่กำหนด และแยกกักตัวเองจากผู้อื่น เพื่อลดการแพร่เชื้อ เช่น แยกห้องน้ำ ของใช้ส่วนตัว หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์เลี้ยง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการหายใจลำบาก ควรติดต่อขอรับเข้าการรักษาหรือแจ้งผู้ใกล้ชิดกับตนเองให้ทราบ เพื่อลดความเสี่ยง จากการสัมผัส และควรได้รับการทดสอบการติดเชื้อต่อไป

ส่วนกรณีผลการทดสอบให้ ผลลบ หากเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง อาจอยู่ในระยะฟักตัว ควรทำการแยกตัว และทดสอบซ้ำอีกครั้งภายหลัง 3-5 วัน หรือหากมีอาการของโรคโควิด 19 ควรทำการทดสอบซ้ำทันที

ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ กรมอนามัยแนะ 9...
13/07/2021

ศูนย์ปฏิบัติการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ กรมอนามัยแนะ
9 ข้อปฏิบัติให้ผู้สูงอายุเตรียมตัวก่อนเข้าฉีดวัคซีนโควิด พร้อมหลัก 5 อ. เอาตัวรอดช่วงโควิดระบาด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ยังคงรุนแรงกลุ่มผู้สูงอายุนับเป็นกลุ่มเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการได้รับบริการฉีดวัคซีนของกลุ่มผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง โดยก่อนเข้ารับบริการควรเตรียมตัวให้พร้อมดังนี้

1.พักผ่อนให้เพียงพอ

2.กินอาหารและยาให้เรียบร้อย

3.วันที่ฉีดควรกินน้ำอย่างน้อย 500-1,000 ซีซี งดชากาแฟหรือของที่มีคาเฟอีน รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

4.ให้ญาติหรือลูกหลานไปด้วยอย่างน้อย1คน

5.นำบัตรประชาชนบัตรประจำตัวผู้ป่วยและยาที่กินประจำไปด้วย

6.ฉีดแขนข้างที่ไม่ค่อยถนัดและหลังฉีดสองวัน งดใช้แขนข้างที่ฉีดไม่เกร็งและยกของหนัก

7.การฉีดวัคซีนโควิดควรห่างจากการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่อย่างน้อย 1 เดือน

8.กรณีกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ก็ให้กินยาตามปกติ แต่เมื่อฉีดยาแล้วให้กดนิ่งตรงตำแหน่งที่ฉีดต่ออีก1นาทีและ

9.ศึกษาและทำความเข้าใจกับการฉีดวัคซีนในครั้งนี้ว่าอาจจะเกิดอาการข้างเคียงหลังรับวัคซิน เพื่อสร้างความเข้าใจก่อนไปรับบริการเช่น อาการที่พึงประสงค์ และ อาการไม่พึงประสงค์

หลังการฉีดวัคซีนผู้สูงอายุต้องปฏิบัติดังนี้

1.นั่งพักสังเกตอาการอย่างน้อย30นาที

2.ดื่มน้ำมากๆ

3.พักผ่อนให้เพียงพอ

4.งดออกกำลังกายยกของหนักและทำงานหนักอย่างน้อย 2 วัน

หากพบอาการไม่พึงประสงค์ทั่วไปเช่นปวดบวมแดงร้อน ไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คันบริเวณที่ฉีด อ่อนเพลียไม่มีแรง ท้องเสีย ให้รักษาตามอาการหรือรอให้อาการทุเลาลง ซึ่งส่วนมากจะหายได้เองใน1-2วัน หากไม่ดีขึ้นควรไปโรงพยาบาล

ส่วนอาการไม่พึงประสงค์ที่ควรพบแพทย์เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง เหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก อาเจียนมากกว่า
5 ครั้ง มีจ้ำเลือดออกจำนวนมาก ใบหน้าเบี้ยว หรือ ปากเบี้ยวแขนขาอ่อนแรงกล้ามเนื้ออ่อนแรงและ ชักหรือหมดสติ ในกรณีที่รุนแรงมากรีบแจ้ง 1669 และ 1422 ทันที

ทั้งนี้ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากผู้สูงอายุจะต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดแล้ว การดูแลสุขภาพด้วยหลัก 5อ. ยังคงต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องดังนี้

1.อ.อาหารกินอาหารที่สะอาดปรุงสุกใหม่ๆเลี่ยงอาหารหวานหรือเค็ม เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเสริมภูมิคุ้มกันและครบ5หมู่ และดูสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ

2.อ.อารมณ์อย่ารับข่าวสารมากเกินไป ให้ทำกิจกรรมที่ผู้สูงอายุชื่นชอบหลีก เลี่ยงการดื่มสุราแต่หากเกิดความเครียด และต้องการปรึกษาให้ โทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323

3.อ.ออกกำลังกายหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ หรือทำเท่าที่ทำได้ตามสภาพร่างกาย

4.อ.เอนกายพักผ่อนนอนหลักพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน

5.อ.ออกห่างสังคมนอกบ้านทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลควรเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านให้มากที่สุด เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตรสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และล้างมือด้วยน้ำสบู่ และน้ำหรือแอลกอฮอล์เจลเป็นประจำ

ศูนย์ปฏิบัติการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ กรมอนามัยแนะ
9 ข้อปฏิบัติให้ผู้สูงอายุเตรียมตัวก่อนเข้าฉีดวัคซีนโควิด พร้อมหลัก 5 อ. เอาตัวรอดช่วงโควิดระบาด

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ยังคงรุนแรงกลุ่มผู้สูงอายุนับเป็นกลุ่มเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการได้รับบริการฉีดวัคซีนของกลุ่มผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง โดยก่อนเข้ารับบริการควรเตรียมตัวให้พร้อมดังนี้

1.พักผ่อนให้เพียงพอ

2.กินอาหารและยาให้เรียบร้อย

3.วันที่ฉีดควรกินน้ำอย่างน้อย 500-1,000 ซีซี งดชากาแฟหรือของที่มีคาเฟอีน รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

4.ให้ญาติหรือลูกหลานไปด้วยอย่างน้อย1คน

5.นำบัตรประชาชนบัตรประจำตัวผู้ป่วยและยาที่กินประจำไปด้วย

6.ฉีดแขนข้างที่ไม่ค่อยถนัดและหลังฉีดสองวัน งดใช้แขนข้างที่ฉีดไม่เกร็งและยกของหนัก

7.การฉีดวัคซีนโควิดควรห่างจากการวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่อย่างน้อย 1 เดือน

8.กรณีกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ก็ให้กินยาตามปกติ แต่เมื่อฉีดยาแล้วให้กดนิ่งตรงตำแหน่งที่ฉีดต่ออีก1นาทีและ

9.ศึกษาและทำความเข้าใจกับการฉีดวัคซีนในครั้งนี้ว่าอาจจะเกิดอาการข้างเคียงหลังรับวัคซิน เพื่อสร้างความเข้าใจก่อนไปรับบริการเช่น อาการที่พึงประสงค์ และ อาการไม่พึงประสงค์

หลังการฉีดวัคซีนผู้สูงอายุต้องปฏิบัติดังนี้

1.นั่งพักสังเกตอาการอย่างน้อย30นาที

2.ดื่มน้ำมากๆ

3.พักผ่อนให้เพียงพอ

4.งดออกกำลังกายยกของหนักและทำงานหนักอย่างน้อย 2 วัน

หากพบอาการไม่พึงประสงค์ทั่วไปเช่นปวดบวมแดงร้อน ไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คันบริเวณที่ฉีด อ่อนเพลียไม่มีแรง ท้องเสีย ให้รักษาตามอาการหรือรอให้อาการทุเลาลง ซึ่งส่วนมากจะหายได้เองใน1-2วัน หากไม่ดีขึ้นควรไปโรงพยาบาล

ส่วนอาการไม่พึงประสงค์ที่ควรพบแพทย์เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง เหนื่อย แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก อาเจียนมากกว่า
5 ครั้ง มีจ้ำเลือดออกจำนวนมาก ใบหน้าเบี้ยว หรือ ปากเบี้ยวแขนขาอ่อนแรงกล้ามเนื้ออ่อนแรงและ ชักหรือหมดสติ ในกรณีที่รุนแรงมากรีบแจ้ง 1669 และ 1422 ทันที

ทั้งนี้ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากผู้สูงอายุจะต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดแล้ว การดูแลสุขภาพด้วยหลัก 5อ. ยังคงต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องดังนี้

1.อ.อาหารกินอาหารที่สะอาดปรุงสุกใหม่ๆเลี่ยงอาหารหวานหรือเค็ม เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเสริมภูมิคุ้มกันและครบ5หมู่ และดูสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ

2.อ.อารมณ์อย่ารับข่าวสารมากเกินไป ให้ทำกิจกรรมที่ผู้สูงอายุชื่นชอบหลีก เลี่ยงการดื่มสุราแต่หากเกิดความเครียด และต้องการปรึกษาให้ โทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323

3.อ.ออกกำลังกายหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ หรือทำเท่าที่ทำได้ตามสภาพร่างกาย

4.อ.เอนกายพักผ่อนนอนหลักพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน

5.อ.ออกห่างสังคมนอกบ้านทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลควรเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านให้มากที่สุด เว้นระยะห่างอย่างน้อย 2 เมตรสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และล้างมือด้วยน้ำสบู่ และน้ำหรือแอลกอฮอล์เจลเป็นประจำ

ที่อยู่

ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
Bangkok
10110

เบอร์โทรศัพท์

+661300

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สายด่วน 1300 พม.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สายด่วน 1300 พม.:

วิดีโอทั้งหมด

About Us

ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300


  • สายด่วน 1300 ตลอด24 ชั่วโมง 7 วัน

  • ได้รับรางวัล GECC ศูนย์ราชการ สะดวก
  • ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


    Bangkok บริการภาครัฐอื่นๆ

    แสดงผลทั้งหมด

    ความคิดเห็น

    อยากขอความช่วยเหลือค่ะลำบากไม่มีจะกินค่ะ
    ชื่อนศชรินทร์ธรรมรัตน์ตราธนาคารออมสินลูกชายผมไป 30 พฤษภาคมบอกจะเอาเงินมาให้ผมไงคนผิดสัญญาระวังเวรกรรม
    ชื่อนศชรินทร์ธรรมรัตน์ตราธนาคารออมสินยังไม่ได้เปลี่ยนให้ผมเลยเงินผมยังไม่ได้เลยเงินอุดหนุนเด็กเขาเป็นคนเลว
    รายละเอียด ต้องหาข้อมูลที่ไหนครับ ว่าพิการลักษณะอย่างไรถึงได้รับเบี้ย ขอบคุณมากครับ
    ว่างงานคะไป หางานทำในเมืองก็โดนสั่งกักตัวห้ามออกนอกพื้นทีแล้วเพราะโควิดระบาด
    เขาป่วยหรือเปล่าคะหรือไม่มีที่พักพิง พิกัด หน้า เซเว่นเย็นอากาศ
    ตามหา เบาะแสคนหาย นางอารี รัตนราตรี (แมว) อายุ 71 สูง 160 น้ำหนัก 60 ผิวขาวร่างท้วม ผมหยักศกประบ่า หายออกจากบริเวณ บ้านพักรถไฟซอย 5(ตรงข้ามตลาดรถไฟธนบุรี) แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กทม. ช่วงวันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 เวลาประมาณ 10.00 - 12.00 ผู้ใดพบเห็น ช่วยติดต่อแจ้งเบาะแสได้ที่ ต้น โทร. 0894953111
    หน่วยงานลงพื้นที่หน่อยครับจุดพิกัดหน้าเดอะมอลท่าพระครับ เห็นแล้วสงสารเด็กครับ
    สวัสดีค่ะหนูจะมาขอความช่วยเหลึอค่ะ หนูอยากจะมาขอ นม และ ข้าวสาร ขนม ให้ลูกกินค่ะ ลำบากค่ะ ไม่มี นม ให้ลูกกินค่ะ
    มีนมบริจาคไหมคะอยากได้มาให้น้องคะ หรือต้องไปไหน
    มันไม่ช่วยหรอกนะโนบราสวยแล้วอย่างสร้างภาพผมคนพิการไม่เห็นช่วยอะไรดีแต่พูดเจ้าหน้าทีอ้างแต่ระเบียบแล้วออกนโยบายมาทำคอะไรเขาทำมาหากินได้มันดีอยุ่แล้วไม่เดือน800มันก็อ้างระเบืยบฃเลืกคุยเรื่องระเบียบได้แล้ว
    ต้องการความช่วยเหลือด่วน...ป้าคนนี้ไม่มีญาติ ไม่รู้ชื่อ นามสกุล อยู่ท้ายซอยชุมชมแก้วฟ้าชัยมงคล ซอยนวมินทร์ 24 เขตบึงกุ่ม ป้าคนนี้ไม่มีเอกสารอะไรเลย..ใครมีข้อมูลประสานมูลนิธิที่พอจะช่วยเหลือได้บ้างรบกวนติดต่อมาหน่อยนะคะ