Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย Chinese Embassy in Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
(4)

เปิดเหมือนปกติ

01/10/2020

ฯพณฯพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยส่งสาส์นแสดงความยินดีถึงนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงเนื่องในโอกาสครบรอบ 71 ปีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อเร็วๆนี้ ฯพณฯพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยได้ส่งสาส์นถึงนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง เพื่อแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 71 ปีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

ฯพณฯพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชากล่าวว่า เนื่องในวาระครบรอบ 71 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ในนามของรัฐบาลและประชาชนแห่งราชอาณาจักรไทย ขอแสดงความยินดีและความปรารถนาดีมายังท่านและประชาชนจีนทุกคน ปัจจุบัน ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายจากโรคโควิด-19และความท้าทายอื่นๆ รัฐบาลจีนได้ให้ความสำคัญกับชีวิตประชาชนเป็นอันดับแรก และได้ใช้ความพยายามในการพัฒนาประเทศอย่างไม่ลดละ นอกจากนี้ จีนยังได้ผลักดันการวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19อย่างจริงจัง และประกาศว่าวัคซีนของจีนจะเป็นสินค้าสาธารณะของโลก ทั้งนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นประเทศใหญ่ที่มีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ซึ่งฝ่ายไทยชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ซับซ้อน ความสัมพันธ์ระหว่างไทย – จีนที่เป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นที่มีพลังอันแข็งแกร่ง โดยความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ได้ประสบผลสำเร็จมากมาย ข้าพเจ้ายินดีที่จะร่วมมือกับท่านอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นทั้งในระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาคและระดับโลก บนพื้นฐานแห่งความไว้วางใจและเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน

01/10/2020

ฯพณฯดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยส่งสาส์นแสดงความยินดีถึง ฯพณฯ หวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เนื่องในโอกาสครบรอบ 71 ปีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฯพณฯดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยได้ส่งสาส์นถึงฯพณฯ หวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนเพื่อแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 71 ปีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

ฯพณฯดอน ปรมัตถ์วินัยกล่าวว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 71 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีและความปรารถนาดีต่อความเจริญรุ่งเรืองและความสำเร็จในการพัฒนาของสาธารณรัฐประชาชนจีนและประชาชนจีน ในการเผชิญหน้ากับปัจจัยความไม่แน่นอนของโลก เช่นการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้นำพาประชาชนจีนในการต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อจนสามารถเอาชนะความท้าทายต่าง ๆได้ ซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาของภูมิภาคและโลก อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นประเทศใหญ่ที่มีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ความสัมพันธ์ระหว่างไทย - จีนที่เป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธ์ศาสตร์อย่างรอบด้านยังคงพัฒนาอย่างใกล้ชิดและมีชีวิตชีวา ข้าพเจ้ายินดีร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับท่าน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ตลอดจนขยายความร่วมมือที่มีผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างสองฝ่ายในระดับภูมิภาคและระดับโลก ร่วมกันสร้างคุณูปการต่อการฟื้นฟูสังคมและเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านสาธารณสุขในยุคหลังโควิด-19

30/09/2020
สุนทรพจน์ในงานรับรองออนไลน์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ71ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

สุนทรพจน์ใน #งานรับรองออนไลน์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ71ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยนายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูต สถานทูตจีนประจำประเทศไทย
http://www.chinaembassy.or.th/th/sgxw/t1820656.htm

Speech at the 71st Anniversary Online Reception of the founding of the People's Republic of China
Yang Xin, Charge d'affaires, Embassy of the People’s Republic of China in the Kingdom of Thailand
http://www.chinaembassy.or.th/eng/sgxw/t1820662.htm

30/09/2020

China 2020: Putting People First #งานรับรองออนไลน์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ71ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

Preventing and Controlling the Novel Coronavirus Outbreak in China:An Exhibition #งานรับรองออนไลน์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ71...
30/09/2020

Preventing and Controlling the Novel Coronavirus Outbreak in China:An Exhibition #งานรับรองออนไลน์เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ71ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

จีนจะสนับสนุนเงินอีก 50 ล้านเหรียญสหรัฐแก่แผนงานระดับโลกด้านมนุษยธรรมเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19ของสหประชาชาติเมื่อวันที่ ...
25/09/2020

จีนจะสนับสนุนเงินอีก 50 ล้านเหรียญสหรัฐแก่แผนงานระดับโลกด้านมนุษยธรรมเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19ของสหประชาชาติ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2563 ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในการอภิปรายทั่วไปของที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติครั้งที่ 75
ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงกล่าวว่า มนุษยชาติกำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในการเผชิญหน้ากับโรคระบาดนั้น เราต้องถือประชาชนเป็นใหญ่ ถือชีวิตเป็นใหญ่ ไม่ทิ้งผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยแม้แต่คนเดียว และใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างเด็ดขาด ในการเผชิญหน้ากับโรคระบาด เราต้องเสริมสร้างความสามัคคีและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้องค์การอนามัยโลกมีบทบาทความเป็นผู้นำอย่างเต็มที่ ต่อต้านพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนเรื่องโรคระบาดให้เป็นเรื่องการเมืองและพฤติกรรมที่ทำให้ผู้อื่นมีมลทิน ในการเผชิญหน้ากับโรคระบาด เราต้องกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมที่ครอบคลุมและเป็นปกติ ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ ๆต้องเสริมสร้างการประสานงานด้านนโยบายมหภาค ไม่ใช่มุ่งแต่พัฒนาเศรษฐกิจในประเทศของตนเท่านั้น แต่ต้องมีส่วนช่วยในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ในการเผชิญกับโรคระบาด เราต้องดูแลและห่วงใยประเทศกำลังพัฒนา เพื่อดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 (The 2030 Agenda for Sustainable Development)ของสหประชาชาติ

นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นมา ประชาชนจีน 1.4 พันล้านคนไม่กลัวความยากลำบากและพยายามทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะผลกระทบจากโรคระบาด เรามั่นใจว่าจะสร้างสังคมกินดีอยู่ดีอย่างรอบด้านได้ตามกำหนด ขจัดความยากจนในชนบท (ตามมาตรฐานปัจจุบัน) ได้ทั้งหมดภายในกำหนดเวลา และบรรลุเป้าหมายในการลดความยากจนตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ได้ล่วงหน้า 10 ปี ประเทศจีนจะสนับสนุนเงินอีก 50 ล้านเหรียญสหรัฐแก่แผนงานระดับโลกด้านมนุษยธรรมเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19ของสหประชาชาติ เพื่อสนับสนุนบทบาทหลักของสหประชาชาติในกิจการระหว่างประเทศ นอกจากนี้ จีนจะจัดตั้งกองทุนเพื่อความร่วมมือใต้-ใต้ด้านอาหารและการเกษตรระหว่างจีน - สหประชาชาติระยะที่สามมูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับกองทุนเพื่อสันติภาพและการพัฒนาระหว่างจีน – สหประชาชาติซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2025 ก็จะถูกขยายเวลาออกไปอีก 5 ปี นอกจากนี้ จีนจะจัดตั้งศูนย์ความรู้และนวัตกรรมสารสนเทศภูมิศาสตร์โลกแห่งสหประชาชาติและศูนย์วิจัย Big Data ระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเป็นแรงผลักดันใหม่สำหรับการดำเนินการตาม วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030

จีนเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และกำลังดำเนินตามแนวทางของการพัฒนาอย่างสันติ เปิดกว้าง มีความร่วมมือ และให้ทุกฝ่ายพัฒนาไปด้วยกัน เราจะไม่ทำตัวเป็นเจ้าโลก ไม่ขยายอำนาจหรือสร้างขอบเขตอิทธิพล ไม่ประสงค์จะทำสงครามเย็นหรือสงครามร้อนกับประเทศใด เรายืนหยัดที่จะใช้วิธีเจรจาเพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาท เราไม่ทำตัวโดดเด่นเหนือใคร ไม่ต้องการเอาชนะผู้ใด และจะไม่ปิดประตูดำเนินการเอง เราจะค่อยๆสร้างรูปแบบการพัฒนาแบบใหม่ที่มีวัฏจักรในประเทศเป็นหลักและมีการส่งเสริมระหว่างกันของวัฏจักรภายในและภายนอกประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการฟื้นตัวและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแสดงมุมมองเกี่ยวกับโลกยุคหลังโควิด-19ว่า เราต้องการองค์การสหประชาชาติแบบไหน เมื่อวันที่ 21 กันยายน...
23/09/2020

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแสดงมุมมองเกี่ยวกับโลกยุคหลังโควิด-19ว่า เราต้องการองค์การสหประชาชาติแบบไหน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ.2563 ฯพณฯ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนได้กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในการประชุมระดับสูงเพื่อฉลองครบรอบ 75 ปีสหประชาชาติ(High-level Meeting of the General Assembly to Commemorate the 75th Anniversary of the United Nations) พร้อมมีข้อเสนอแนะ 4 ประการเกี่ยวกับโลกยุคหลังโควิด-19 ต้องการองค์การสหประชาชาติแบบไหน

ประการแรกคือการรักษาความยุติธรรม ไม่มีประเทศใดมีสิทธิที่จะครอบครองกิจการระหว่างประเทศครอบงำชะตากรรมของประเทศอื่นและผูกขาดความได้เปรียบในการพัฒนา ยิ่งไม่อาจดำเนินกิจการในทั่วโลกได้ตามอำเภอใจ ทำตัวเป็นเจ้าโลก กลั่นแกล้งประเทศอื่นหรือทำตัวเป็นจอมเผด็จการ ลัทธิเอกภาคนิยม (unilateralism) จะไม่สามารถหาทางออกได้ เราต้องยืนหยัดการปรึกษาหารือ สร้างสรรค์และแบ่งปันผลประโยชน์ให้ทุกประเทศได้ ปกป้องรักษาความมั่นคงโลก แบ่งปันผลประโยชน์จากการพัฒนาและกำหนดโชคชะตาของโลกร่วมกัน

ประการที่สองคือการบังคับใช้หลักนิติธรรม วัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติเป็นพื้นฐานในการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และยังเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงของระเบียบโลกซึ่งจะต้องยึดถือโดยไม่หวั่นไหว ความสัมพันธ์และผลประโยชน์ของประเทศต่างๆจะสามารถประสานกันได้ด้วยระบบและกฎเกณฑ์เท่านั้น ไม่ใช่ผู้ใดมีพลังอำนาจมากกว่าก็ต้องเชื่อฟังคนนั้น ไม่ควรใช้ลัทธิข้อยกเว้น (exceptionalism) หรือสองมาตรฐาน และไม่ควรบิดเบือนกฎหมายระหว่างประเทศหรืออ้างหลักนิติธรรมเพื่อละเมิดสิทธิประโยชน์อันชอบธรรมของประเทศอื่น ๆ และทำลายสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างประเทศ
  
ประการที่สามคือการส่งเสริมความร่วมมือ แนวคิดแบบสงครามเย็นการวาดเส้นด้วยอุดมการณ์ และการเล่นเกมผลรวมเป็นศูนย์จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาในประเทศของตนได้ และไม่สามารถรับมือกับความท้าทายทั่วไปที่มนุษยชาติต้องเผชิญ เราจะต้องใช้การเจรจาแทนที่ความขัดแย้งใช้การหารือแทนที่การบีบบังคับใช้หลัก win-win แทนที่หลักผลรวมเป็นศูนย์ บูรณาการผลประโยชน์ของชาติตนเองเข้ากับผลประโยชน์ส่วนรวมของทุกประเทศ มุ่งมั่นที่จะขยายพื้นที่ที่ทุกประเทศได้ประโยชน์ร่วมกันและสร้างครอบครัวระหว่างประเทศที่มีความสามัคคีและร่วมมือกัน

ประการที่สี่คือมุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติองค์การสหประชาชาติ ควรปฏิบัติภารกิจโดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาส่ งเสริมความมั่นคงการพัฒนาและสิทธิมนุษยชนอย่างสมดุล ให้ความสำคัญกับการรับมือภัยคุกคามทางความมั่นคงรูปแบบใหม่ เช่นสาธารณสุข เป็นต้น วางประเด็นการพัฒนาไว้ในตำแหน่งที่สำคัญภายใต้กรอบมหภาคระดับโลก และให้ความสำคัญมากขึ้นในการส่งเสริมและปกป้องสิทธิในการอยู่รอดและสิทธิในการพัฒนา

ฯพณฯ สี จิ้นผิงย้ำว่าจีนเป็นประเทศแรกที่ลงนามในกฎบัตรสหประชาชาติ เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ และเป็นประเทศกำลังพัฒนาเพียงประเทศเดียวในบรรดาสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เราจะยืนหยัดลัทธิพหุภาคีโดยมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการปฏิรูปและการสร้างระบบการปกครองโลก รักษาระบบระหว่างประเทศอย่างมั่นคงโดยมีองค์การสหประชาชาติเป็นแกนกลาง รักษาระเบียบโลกอย่างมั่นคงตามหลักของกฎหมายระหว่างประเทศและยึดมั่นในบทบาทหลักของสหประชาชาติในกิจการระหว่างประเทศ

จีนเสนอ “ข้อริเริ่มว่าด้วยความปลอดภัยเดต้าระดับโลก”เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563 ฯพณฯหวังอี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการก...
09/09/2020

จีนเสนอ “ข้อริเริ่มว่าด้วยความปลอดภัยเดต้าระดับโลก”

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563 ฯพณฯหวังอี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ยึดมั่นพหุภาคีนิยม ส่งเสริมความเป็นธรรม ร่วมกันพัฒนาเพื่อชัยชนะร่วมกัน”ในการประชุมระดับสูงของการประชุมวิชาการนานาชาติเรื่อง“คว้าโอกาสดิจิทัลและแสวงหาความร่วมมือและการพัฒนาร่วมกัน”และเสนอ “ข้อริเริ่มว่าด้วยความปลอดภัยเดต้าระดับโลก” หรือ "Global Data Security Initiative"

ฯพณฯหวัง อี้ กล่าวว่า เพื่อที่จะรับมือกับปัญหาและความท้าทายใหม่และร่วมกันสร้างโลกไซเบอร์ที่สันติ ปลอดภัย เปิดกว้าง เน้นความร่วมมือและเป็นระเบียบ จีนยินดีที่จะนำเสนอ “ข้อริเริ่มว่าด้วยความปลอดภัยเดต้าระดับโลก” หรือ"Global Data Security Initiative" เนื้อหาหลักของข้อริเริ่มประกอบด้วย 1.พิจารณาความปลอดภัยของเดต้าอย่างภววิสัยและมีเหตุผล มุ่งมั่น รักษาห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกที่เปิดกว้างปลอดภัยและมีเสถียรภาพ 2. ต่อต้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศอื่นหรือขโมยเดต้าสำคัญ 3.ใช้มาตรการเพื่อป้องกันและหยุดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและต้องไม่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในทางที่ผิดเพื่อทำการมอนิเตอร์ประเทศอื่นหรือเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองของประเทศอื่นอย่างผิดกฎหมาย 4.กำหนดให้องค์การธุรกิจเคารพกฎหมายท้องถิ่นและไม่บังคับให้องค์การธุรกิจต้องเอาเดต้าที่สร้างขึ้นและได้รับในต่างประเทศจัดเก็บไว้ในประเทศของตน 5.เคารพอำนาจอธิปไตยอำนาจศาลและสิทธิในการจัดการเดต้าของประเทศอื่นๆและไม่บังคับให้องค์การธุรกิจหรือบุคคลเรียกดูหรือเข้าถึงเดต้าที่อยู่ในประเทศอื่นโดยตรง 6.ควรใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความจำเป็นในการดึงข้อมูลข้ามพรมแดนเพื่อประโยชน์ของการดำเนินการทางกฎหมาย 7.ผู้ให้บริการและผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศไม่ควรตั้งกลไกในผลิตภัณฑ์และบริการของตนเพื่อขโมยข้อมูลของผู้ใช้อย่างผิดกฎหมาย 8. องค์การธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจะต้องไม่ใช้การพึ่งพาผลิตภัณฑ์ของผู้ใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมาย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อริเริ่มที่จีนเสนอมาฉบับนี้จะสามารถเป็นต้นฉบับสำหรับการกำหนดกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศสำหรับการรักษาความปลอดภัยดิจิทัลและเริ่มกระบวนการระดับโลก หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลของนานาประเทศ องค์การระหว่างประเทศและฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วยกัน ยินดีต้อนรับทุกประเทศสนับสนุนข้อริเริ่มนี้ในรูปแบบทวิภาคีหรือรูปแบบภูมิภาค จีนยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายด้วยท่าทีที่เปิดกว้าง

29/08/2020

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2563 ฯพณฯ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนกล่าวคำปราศรัยในที่ประชุมสัมมนาเกี่ยวกับงานเศรษฐกิจและสังคม เสนอข้อคิดเห็น 6 ประการเกี่ยวกับการทำความเข้าใจและการมีทัศนคติที่ถูกต้อง ต่อประเด็นสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะกลางและระยะยาว
การจัดวางแผนระยะกลางและระยะยาว ในการชี้นำการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เป็นรูปแบบสำคัญในการปกครองบริหารประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1953 เป็นต้นมา จีนได้ปฏิบัติตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะเวลา 5 ปี รวม 13 ฉบับแล้ว ในจำนวนนี้ นับตั้งแต่ดำเนินนโยบายการปฏิรูปและเปิดประเทศเป็นต้นมา มีการจัดวางและปฏิบัติตามแผนการพัฒนา 8 ฉบับ ซึ่งได้ผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม ยกระดับพลังรวมแห่งชาติ และปรับปรุงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างมาก จนได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ทางการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และการมีเสถียรภาพทางสังคมในระยะยาว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้น้อยมากในโลก
ประการแรก ต้องมองโอกาสใหม่ และการท้าทายใหม่ด้วยตรรกวิภาษ โลกปัจจุบันกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบร้อยปีที่ผ่านมา และการระบาดของโควิด-19 ทำให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น การกีดกันทางการค้าและแนวคิดเอกภาคีมีความรุนแรงขึ้น เศรษฐกิจโลกซบเซา เราต้องใช้ตรรกวิภาษในการทำความเข้าใจและตระหนักถึงแนวโน้มที่ต้องเป็นไปของทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ พยายามบรรลุการพัฒนาที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความเที่ยงธรรม ความถาวร และความมั่นคงมากขึ้น
ประการที่สอง สร้างสถานะใหม่แห่งการพัฒนาเศรษฐกิจประชาชาติที่มีความหมุนเวียนอย่างคล่องตัว สถานะใหม่แห่งการพัฒนาไม่ใช่การหมุนเวียนภายในประเทศแบบปิด แต่เป็นการหมุนเวียนทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ จีนพร้อมที่จะเปิดตลาดให้แก่ต่างประเทศมากขึ้น จะกลายเป็นแหล่งสำคัญในการดึงดูดสินค้าและปัจจัยการผลิตสำคัญจากต่างประเทศ
ประการที่ 3 ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงขับเคลื่อนการพัฒนาใหม่ บรรลุซึ่งการเติบโตชนิดภายในที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์ ยิ่งกว่านี้เราควรทุ่มกำลังยกระดับความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ด้วยตนเองให้สูงขึ้น ควรทุ่มกำลังฝึกอบรมและนำเข้าบุคลากรและทีมงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชั้นหนึ่งของโลก ยืนหยัดความคิดสร้างสรรค์ชนิดเปิดเสรี และดำเนินการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีระหว่างประเทศมากขึ้น
ประการที่ 4 ใช้การลงลึกการปฏิรูป เพื่อกระตุ้นพลังชีวิตทางการพัฒนาใหม่ ยืนหยัดและปรับปรุงระบบสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีนให้สมบูรณ์ขึ้น เดินหน้าสร้างความทันสมัยระบบการบริหารประเทศและความสามารถด้านการบริหาร สร้างระบบและบรรยากาศที่มั่นคง ยั่งยืน และคาดการณ์ได้ ควรคุ้มครองกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินและสิทธิทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น สร้างระบบการตลาดที่ได้มาตรฐาน ปรับระบบการแข่งขันด้วยความเป็นธรรมมากขึ้น
ประการที่ 5 ใช้การเปิดเสรีต่อต่างประเทศในระดับสูง เพื่อสร้างความเหนือกว่าใหม่ด้านความร่วมมือ และการแข่งขันระหว่างประเทศ การเปิดเสรีต่อต่างประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายประเทศขั้นพื้นฐาน เราควรยกระดับการเปิดเสรีต่อต่างประเทศให้สูงขึ้นรอบด้าน สร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ชนิดเปิดเสรีในระดับสูง ทุกประเทศ ภูมิภาค และวิสาหกิจที่ประสงค์จะร่วมมือกับเรา ซึ่งรวมถึงมลรัฐ ทางการท้องถิ่น และวิสาหกิจของสหรัฐ เราล้วนควรดำเนินความร่วมมือกันอย่างจริงจัง สร้างรูปแบบการร่วมมือและการเปิดเสรีทุกระดับ หลายชั้น และหลายอย่าง
ประการที่ 6 ใช้การร่วมสร้างร่วมบริหารและร่วมเข้าถึงกัน เพื่อต่อยอดเฟสใหม่ของการพัฒนาสังคม ให้การบริหารโดยรัฐกับการปรับโดยสังคม และการปกครองตนเองโดยพลเมือง มีการตอบสนองโดยตรงกันด้วยดี สร้างประชาคมบริหารจัดการสังคมที่ทุกคนมีความรับผิดชอบ และทุกคนเข้าถึงประโยชน์กันถ้วนหน้า

นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียงเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือล้านช้าง – แม่โขง ครั้งที่ 3 และกล่าวสุนทรพจน์สำคัญเมื่อว...
25/08/2020

นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียงเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือล้านช้าง – แม่โขง ครั้งที่ 3 และกล่าวสุนทรพจน์สำคัญ

เมื่อวันที่24 สิงหาคม 2563 ฯพณฯหลี่ เค่อเฉียงนายกรัฐมนตรีจีนเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือล้านช้าง – แม่โขงครั้งที่ 3(3rd Mekong - Lancang Cooperation Leaders’ Meeting) และกล่าวสุนทรพจน์ที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงกล่าวว่าในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19อย่างกะทันหัน หกประเทศในอนุภูมิภาคล้านช้าง – แม่โขงมีการร่วมมือร่วมใจ คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19และฟื้นฟูเศรษฐกิจในภูมิภาคในครึ่งปีแรกของปีนี้การค้าและการลงทุนของจีนในประเทศลุ่มน้ำโขงเพิ่มขึ้น8.7% และ33.5% ตามลำดับ ซึ่งเป็นการทวนแนวโน้มการค้าการลงทุนโลกที่ลดน้อยลง การส่งออกสินค้าเกษตรจากประเทศลุ่มน้ำโขงไปยังจีนเพิ่มขึ้น21.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนในสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงได้เสนอแผนงานของจีนในการผลักดันความร่วมมือล้านช้าง – แม่โขง ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

- เริ่มตั้งแต่ปีนี้จีนจะแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอุทกศาสตร์ของแม่น้ำล้านช้างตลอดทั้งปีกับประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงและร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มแบ่งปันข้อมูลสำหรับความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำล้านช้าง - แม่โขงเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและน้ำท่วมกับภัยแล้ง

- จีนยินดีที่จะเชื่อมโยงข้อริเริ่ม"สายแถบและเส้นทาง"กับยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้นและเชื่อมโยงความร่วมมือล้านช้าง - แม่โขงกับ "ระเบียงทางการค้าเชื่อมทางบก - ทางทะเลระหว่างประเทศแห่งใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor) "เพื่อเอื้ออำนวยต่อช่องทางการค้ามากยิ่งขึ้น สร้างทางรถไฟจีน - ลาวและจีน - ไทยเพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมเหนือ - ใต้ของภูมิภาคเสริมสร้างความร่วมมือ"หลายประเทศหลายนิคมอุตสาหกรรม" ภายใต้สถานการณ์ของวิถีชีวิตปกติใหม่ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 สร้างเสริมเครือข่าย"ช่องทางด่วน"และ"ช่องทางสีเขียว"ให้ดีในภูมิภาคนี้

- ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการแปรรูปและเก็บรักษาสินค้าทางการเกษตร ยกระดับระบบความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร สร้างนิคมอุตสาหกรรมความร่วมมือด้านการเกษตรจีนยินดีที่จะนำเข้าสินค้าเกษตร ปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์พลอยได้คุณภาพสูงจากประเทศลุ่มแม่น้ำโขงเข้าจีน

-เมื่อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ของจีนได้รับการพัฒนาจนสำเร็จและถูกนำไปใช้จริงแล้ว จีนจะจัดสรรวัคซีนให้ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงก่อน จีนจะจัดตั้งกองทุนพิเศษด้านสาธารณสุขภายใต้กรอบความร่วมมือล้านช้าง –แม่โขง (MLC Special Fund for Public Health) และยังคงพยายามจัดหาวัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีแก่ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงอย่างสุดความสามารถ

-จีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับประเทศลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อดำเนินโครงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพิบัติ สุขอนามัยในชนบท โภชนาการและสุขภาพสำหรับทารกและเด็ก เป็นต้น เพื่อให้ความร่วมมือล้านช้าง - แม่โขงเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้น ดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนที่ยากจน "การเป็นผู้ประกอบการในพื้นที่ชนกลุ่มน้อย" และโครงการอื่นๆ

-เดินหน้าเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างกลไกต่างๆ ผลักดันการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างกรอบความร่วมมือล้านช้าง – แม่โขง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง(Greater Mekong subregional-GMS) ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) และคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ศึกษาและบุกเบิกความร่วมมือกับฝ่ายที่สาม เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรปอย่างสร้างสรรค์

ที่อยู่

57 Ratchadaphisek Road,Dindaeng
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 15:00 - 16:00
จันทร์ 08:00 - 11:00
อังคาร 15:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 11:00
พุธ 15:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 11:00
พฤหัสบดี 15:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 11:00
ศุกร์ 15:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 11:00

เบอร์โทรศัพท์

+66-2-2450088

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย:

วิดีโอทั้งหมด

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


องค์กรของรัฐ อื่นๆใน Bangkok

แสดงผลทั้งหมด