East Asia Watch จับตาเอเชียตะวันออก

East Asia Watch จับตาเอเชียตะวันออก ข่าว ความเคลื่อนไหว ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

ยินดีต้อนรับสู่เฟสบุ๊คเพจของกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ

Welcome to Official page of Department of East Asian Affairs, Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เศรษฐกิจฮ่องกงในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ขยายตัว ร้อยละ 4.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันขอ...
06/08/2026

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

เศรษฐกิจฮ่องกงในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ขยายตัว ร้อยละ 4.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้นและอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังมีความยืดหยุ่น แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน ส่งผลให้การขยายตัวในช่วงครึ่งแรกของปีเป็นไปในทิศทางที่ดี และรัฐบาลคาดว่าเศรษฐกิจจะยังคงเติบโตอย่างมั่นคงในช่วงครึ่งหลังของปี
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในครั้งนี้คือการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากความต้องการสินค้าเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตลาดโลก ขณะที่ภาคบริการได้รับอานิสงส์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความต้องการบริการทางการเงินและบริการวิชาชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ตลาดแรงงานที่มีเสถียรภาพยังช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลฮ่องกงระบุว่ายังคงต้องติดตามความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด อาทิ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของระบบการเงินโลก และมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการค้าและการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
ที่มา: https://www.scmp.com/news/hong-kong/hong-kong-economy/article/3362538/hong-kong-economy-grows-43-strong-external-trade-resilient-domestic-demand?module=top_story&pgtype=homepage
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Twitter / X: https://x.com/Thai_EAD/

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้เข้าร่วมงานสัมมน...
05/08/2026

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้เข้าร่วมงานสัมมนาด้านการแลกเปลี่ยนทรัพยากรมนุษย์กับเอกอัครราชทูตประเทศผู้ส่งแรงงานในญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์กร NAGOMi (National Association for Global & Open Minded Communities) ณ อาคารสำนักงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐสภาญี่ปุ่น โดยมีเอกอัครราชทูตและคณะทูตานุทูตจากประเทศผู้ส่งออกแรงงาน 6 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ศรีลังกา ไทย บังกลาเทศ และมองโกเลีย ตลอดจนวุฒิสมาชิก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ ผู้บริหารของ NAGOMi องค์กรผู้รับแรงงานในญี่ปุ่นและสื่อมวลชน รวมประมาณ 120 คน เข้าร่วมด้วย
ในโอกาสดังกล่าว เอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวถ้อยแถลงเกี่ยวกับสถานการณ์และศักยภาพของแรงงานและนักศึกษาไทยในญี่ปุ่น ตลอดจนบทบาทของทรัพยากรมนุษย์ไทยในการส่งเสริมเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น พร้อมแสดงการสนับสนุนทิศทางนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการริเริ่มระบบการจ้างงานเพื่อพัฒนาทักษะ พร้อมเสนอให้ทั้งสองประเทศเพิ่มพูนความร่วมมือในการพัฒนาความรู้ด้านภาษา กฎหมายและวัฒนธรรมญี่ปุ่น การป้องกันนายหน้าและการจัดหางานที่ผิดกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของแรงงาน ตลอดจนการขยายโอกาสฝึกงานและการเข้าสู่ตลาดแรงงานญี่ปุ่นสำหรับนักศึกษาไทย พร้อมย้ำว่าทั้งฝ่ายผู้ส่งและฝ่ายผู้รับแรงงานมีความรับผิดชอบร่วมกันในการสร้างสังคมที่คนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติสามารถปรับตัวเข้าหากัน ทำงาน เติบโต และอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1C5VjZnhfJ/
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Twitter / X: https://x.com/Thai_EAD/

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก  สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี (Korea Meteorological Administration: KMA) ประกาศขยาย...
04/08/2026

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี (Korea Meteorological Administration: KMA) ประกาศขยายการให้บริการข้อมูลพยากรณ์อากาศจาก Korean Integrated Model (KIM) ซึ่งเป็นระบบพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลขที่เกาหลีใต้พัฒนาขึ้นเอง ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย โดยให้บริการข้อมูลอุตุนิยมวิทยา 33 ชุดข้อมูล ครอบคลุม 117 เมือง ใน 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ปาปัวนิวกินี ติมอร์-เลสเต และบรูไน เพื่อสนับสนุนการติดตามสภาพอากาศแบบเรียลไทม์และเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์อากาศของประเทศในภูมิภาคดังกล่าว
โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับ โครงการพยากรณ์อากาศรุนแรง (Severe Weather Forecasting Programme: SWFP) ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ซึ่งมุ่งยกระดับขีดความสามารถของประเทศกำลังพัฒนาในการคาดการณ์และรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะประเทศหมู่เกาะและประเทศที่มีความเปราะบางต่อพายุโซนร้อน มรสุม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมักขาดทรัพยากรด้านระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงสำหรับการประมวลผลแบบจำลองพยากรณ์อากาศ
การขยายการแบ่งปันข้อมูลครั้งนี้สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเกาหลีใต้ในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอุตุนิยมวิทยาเป็นเครื่องมือสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ผ่านการถ่ายทอดข้อมูลพยากรณ์อากาศความละเอียดสูงและองค์ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยา
ที่มา: https://www.koreatimes.co.kr/southkorea/environment-animals/20260724/korea-expands-high-precision-weather-data-sharing-to-southeast-asia-oceania
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter / X: https://x.com/Thai_EAD/

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก   เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 กงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง พร้อมด้วยผู้อำนวยการ...
03/08/2026

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 กงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง และผู้อำนวยการสำนักงานที่ปรึกษาศุลกากร ณ นครกว่างโจว ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายหวัง เว่ยปิง อธิบดีศุลกากรหนานหนิง เพื่อแนะนำทีมประเทศไทยของสถานกงสุลใหญ่ฯ และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกทางด้านศุลกากร การนำเข้าผลไม้และสินค้าเกษตรไทย ตลอดจนการยกระดับความร่วมมือด้านความปลอดภัยอาหาร และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานของไทยกับจีน
อธิบดีศุลกากรฯ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน ไทยสามารถส่งออกผลไม้ผ่านด่านในกว่างซี รวม 7 ด่าน ครอบคลุมทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ และทางรถไฟ ได้แก่ ทางบก ด่านโหย่วอี้กวาน ด่านรถไฟผิงเสียง ด่านตงซิง ด่านหลงปัง ด่านสุยโข่ว ทางเรือ ด่านท่าเรือชินโจว และทางอากาศ ด่านท่าอากาศยานนานาชาติอู๋ซวี นครหนานหนิง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ผลไม้ไทยที่นำเข้าผ่านด่านกว่างซีมีมูลค่า 13,220 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 80.8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า ควรส่งเสริมการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและกว่างซี ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก การคัดบรรจุ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การออกใบรับรองสุขอนามัยพืช ไปจนถึงการขนส่งและการยื่นพิธีการศุลกากร เพื่อให้สามารถตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงได้ล่วงหน้า
กงสุลใหญ่ฯ กล่าวขอบคุณศุลกากรหนานหนิงที่ได้ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่สินค้าไทยและยืนยันความพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างศุลกากรหนานหนิงกับหน่วยงานของไทย เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูล การแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้า และส่งเสริมให้ผลไม้และสินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดจีนผ่านด่านในกว่างซีได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
ที่มา: https://nanning.thaiembassy.org/th/content/rtcgnng2026-07-24?cate=5d74d36d15e39c20cc0066d2&fbclid=IwY2xjawTUEVtwZG9mAWV4dG4DYWVtAjEwAGJyaWQRMWFxY1BaSTJkbE5hU1hsZzNzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEeod_6pPhYj9trVs1_AF9m3VTH4u9ETvQnbVW-nnnp-gVcCSrfXW8ERG6e00U_aem_eP-D1u67jslIueEbndkn_g
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter X: https://x.com/Thai_EAD

31/07/2026
ข่าวที่น่าสนใจในภูมิtagภาคเอเชียตะวันออก   เวียดนามเร่งพัฒนา Medical Tourism มุ่งสู่ศูนย์กลางสุขภาพของอาเซียนเวียดนามเดิ...
31/07/2026

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิtagภาคเอเชียตะวันออก

เวียดนามเร่งพัฒนา Medical Tourism มุ่งสู่ศูนย์กลางสุขภาพของอาเซียน

เวียดนามเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) อย่างจริงจัง โดยกระทรวงสาธารณสุข เวียดนาม อยู่ระหว่างจัดทำแผนพัฒนาบริการทางการแพทย์คุณภาพสูงควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อดึงดูดทั้งผู้ป่วยในประเทศและต่างชาติ พร้อมยกระดับศักยภาพ การแข่งขันของประเทศในตลาดบริการสุขภาพระดับภูมิภาค

ภายใต้แผนดังกล่าว เวียดนามเตรียมนำร่องการพัฒนา Medical Tourism แบบครบวงจรใน 5 เมืองยุทธศาสตร์ ได้แก่ กรุงฮานอย นครโฮจิมินห์ นครดานัง จังหวัดกว๋างนิญ และจังหวัดคั้ญหว่า โดยมีเป้าหมายในการเชื่อมโยงบริการรักษาพยาบาล การท่องเที่ยว และบริการส่งเสริมสุขภาพเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้รับบริการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้สำเร็จภายในปี 2573

ปัจจุบัน ตลาดการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของเวียดนามมีมูลค่าประมาณ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโตแตะเกือบ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576 หรือขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 18 ต่อปี โดยมีจุดแข็งด้านค่ารักษาพยาบาลที่สามารถแข่งขันได้ บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และศักยภาพในการรักษาโรคซับซ้อน นอกจากนี้ รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าพัฒนาโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานสากลอย่างน้อย 15 แห่ง ภายในปี 2573 พร้อมส่งเสริมการแพทย์แผนดั้งเดิมควบคู่กับบริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว
ที่มา: https://globthailand.com/vietnam-16072026/
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter / X: https://x.com/Thai_EAD/status/2083048588918272483?s=20

 #ญี่ปุ่น ประเทศที่ต้องเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่เสมอ แต่กลับสามารถรับมือได้อย่างเป็นระบบ เคล็ดลับการจัดการภัยพิบัติข...
27/07/2026

#ญี่ปุ่น ประเทศที่ต้องเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่เสมอ แต่กลับสามารถรับมือได้อย่างเป็นระบบ เคล็ดลับการจัดการภัยพิบัติของญี่ปุ่นคืออะไร? ร่วมหาคำตอบได้ทาง YouTube

🔗 https://youtu.be/pgaCgzIUCxc?si=U1jnrMcwnOIwsodP

โดยคลิปนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการผลิตสื่อเรียนรู้วิธีรับมือภัยพิบัติของญี่ปุ่น โดย สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ Royal Thai Consulate-General in Fukuoka เพื่อเสริมสร้างความรู้และช่วยลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวไทย

คลิปที่เกี่ยวข้องแผ่นดินไหว เกิดได้ยังไง https://youtu.be/6TI0bXOA...

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก   สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ให้การสนับสนุนโครงการแลกเปลี่ยนการเรียนร...
27/07/2026

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ให้การสนับสนุนโครงการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้สำหรับผู้พิการทางการได้ยินระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผู้อำนวยการศูนย์มือแห่งความหวัง สปป.ลาว พร้อมคณะ ได้เข้าพบเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ เพื่อแสดงความขอบคุณสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณค่าตั๋วรถไฟเส้นทางเวียงจันทน์–กรุงเทพฯ–เวียงจันทน์ สำหรับคณะครูและนักเรียน จำนวน 32 คน จากศูนย์มือแห่งความหวัง โรงเรียนมือแห่งความหวัง โรงเรียนศึกษาพิเศษนครหลวงเวียงจันทน์ และโรงเรียนสาธิตสำหรับคนหูหนวก เพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้สำหรับผู้พิการทางการได้ยินระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว ณ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 6–11 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

โดยตลอดระยะเวลาการศึกษาดูงาน คณะครูและนักเรียนได้เข้าเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ณ โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานคร โดยได้เรียนรู้ทั้งด้านการจัดการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพ อาทิ งานศิลปะ การทำขนม และการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อส่งเสริมศักยภาพและการประกอบอาชีพของผู้พิการทางการได้ยิน

นอกจากนี้ คณะยังได้เข้าศึกษาดูงานกระบวนการผลิตรายการโทรทัศน์ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยได้เข้าร่วมชมการถ่ายทำรายการ “ข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์” และเรียนรู้บทบาทการปฏิบัติงานของล่ามภาษามือในการสื่อสารผ่านสื่อโทรทัศน์ ซึ่งนับเป็นประสบการณ์ที่ช่วยเปิดมุมมองด้านการสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของผู้พิการทางการได้ยิน

นับเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้คณะครูและนักเรียนได้รับองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนสำหรับผู้พิการทางการได้ยินใน สปป. ลาว ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง พร้อมทั้งมองเห็นโอกาสในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต ตลอดจนสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างสังคมที่เปิดโอกาสให้ผู้พิการทางการได้ยินสามารถมีส่วนร่วมและใช้ศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่
ที่มา: https://facebook.com/share/p/1E9hLy8hyt/
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter X: https://x.com/Thai_EAD/status/2081592660712968296?s=20

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก       วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นางสาวลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัม...
24/07/2026

ข่าวการดำเนินงานของไทยในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นางสาวลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเยือนอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ - ด่านบูกิตกายูฮิตัม ซึ่งนายกรัฐมนตรีไทยและ YAB Dato’ Seri Anwar bin Ibrahim นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดฯ นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้เดินผ่านประตูด่านศุลกากรจาก ฝั่งของตนเองก่อนพบและจับมือกัน ณ จุดกึ่งกลางของด่าน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะเชิญนายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังฝั่งมาเลเซียเพื่อร่วมเปิดแผ่นจารึกและรับประทานอาหารกลางวันซึ่งฝ่ายมาเลเซียเป็นเจ้าภาพ โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้ร่วมในพิธีเปิดฯ และงานเลี้ยงอาหารกลางวันดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการเปิดใช้ถนนเชื่อมด่านฯ ในฐานะกลไกสำคัญในการยกระดับความเชื่อมโยงและการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน โดยนายกรัฐมนตรีไทยกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซียสำหรับความร่วมมืออย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่า ถนนเชื่อมด่านฯ จะเป็น “ประตูเศรษฐกิจ” ที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน การขนส่ง และการท่องเที่ยว ต่อยอดการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย - มาเลเซีย ขณะที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแสดงความเชื่อมั่นว่า ถนนเชื่อมด่านฯ แห่งใหม่นี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค พร้อมย้ำความจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพการผ่านแดน ลดระยะเวลาการรอคอยและต้นทุนการขนส่ง ตลอดจนแสดงความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลทั้งสองประเทศจะสามารถยกระดับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศได้มากยิ่งขึ้น
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดฯ เอกอัครราชทูตฯ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมอาคารผู้โดยสารด่านศุลกากรสะเดา (CIQ Passenger Terminal) แห่งใหม่ โดยมี พันตำรวจโท พัฒนพงษ์ โรจนวานิชกิจ สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 ให้การต้อนรับ และแนะนำช่องตรวจคนเข้าเมืองภายในอาคารฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดใช้งานในช่วงเช้าวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้พบปะเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง แสดงความพร้อมของสถานเอกอัครราชทูตฯ ในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมอวยพรให้การเปิดใช้งานอาคารฯ แห่งใหม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและราบรื่น เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนไทยและมาเลเซีย
ที่มา: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์
https://www.facebook.com/share/p/1AYgS7vc7E/
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter/X: https://x.com/Thai_EAD/

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก   มณฑลเจียงซูประกาศ “แผนปฏิบัติการ AI + งานที่อยู่อาศัยและการก่อสร้างเมือง” ซึ่งเน...
23/07/2026

ข่าวที่น่าสนใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

มณฑลเจียงซูประกาศ “แผนปฏิบัติการ AI + งานที่อยู่อาศัยและการก่อสร้างเมือง” ซึ่งเน้นการประยุกต์ใช้ AI ที่ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ วงจรชีวิตอาคาร ห่วงโซ่อุตสาหกรรมก่อสร้างทั้งระบบ การบริหารจัดการเมือง และส่วนงานบริการของภาครัฐ โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2570 จะมีอัตราการใช้งานของอุปกรณ์อัจฉริยะรุ่นใหม่มากกว่าร้อยละ 70 และเพิ่มเป็นกว่าร้อยละ 90 ภายในปี 2573 พร้อมทั้งพัฒนาโมเดล AI เฉพาะด้านสำหรับงานเมืองและการก่อสร้างโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ เจียงซูได้นำ AI ที่เกี่ยวข้องกับด้านดังกล่าวไปประยุกต์ใช้งานจริงแล้วในหลายเมืองของมณฑล เช่น การใช้ AI ตรวจแบบแปลนก่อสร้างที่มีความแม่นยำสูงร้อยละ 95 ในนิคมอุตสาหกรรมเมืองซูโจว การเปิดตัวระบบตรวจสอบ BIM (Building Information Modeling) อัจฉริยะที่ผลิตในจีนทั้งหมดเป็นครั้งแรกที่เมืองอู๋ซี การสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล BIM ระดับเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในจีนที่นครหนานจิง และ การพัฒนา “ระบบคณะกรรมการชุมชนอัจฉริยะ” เพื่อบริหารจัดการชุมชนที่พักอาศัย 1,959 แห่งในเมืองฉางโจว เป็นต้น
ความน่าสนใจของการดำเนินงานของเจียงซู คือ “การเชื่อมโยงทั้งระบบเข้าด้วยกัน” โดยไม่ใช่เพียงการใช้ AI ในงานใดงานหนึ่ง แต่เป็นการทำให้ AI กลายเป็นแกนกลางของเมือง ตั้งแต่ การออกแบบสิ่งปลูกสร้างไปจนถึงการบริหารความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานและงานบริการชุมชน ซึ่งนับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับไทยในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เชิงลึก ทั้งในแง่ของการวางผังเมือง ระบบราชการดิจิทัล และอุตสาหกรรมก่อสร้าง หากไทยสามารถประยุกต์แนวคิดนี้ได้อย่างเหมาะสม น่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการบริการจัดการโครงการเมืองอัจฉริยะในระยะยาวได้
ที่มา: ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
https://thaibizchina.com/energy-technology-environment/20260709-3/
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: East Asia Watch
Website: https://eastasia.mfa.go.th/th
Twitter/X: https://x.com/Thai_EAD/

ที่อยู่

443 Sri Ayudhya Road
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 16:30
อังคาร 08:00 - 16:30
พุธ 08:00 - 16:30
พฤหัสบดี 08:00 - 16:30
ศุกร์ 08:00 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+6622035000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ East Asia Watch จับตาเอเชียตะวันออกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง East Asia Watch จับตาเอเชียตะวันออก:

แชร์