24/08/2026
วันจันทร์ ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. นายเดชา สุดสวาท ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ประธานกรรมการ นางสาวณัฐพัชร์ แสนมหาทรัพย์ เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส นายพรรษพล ขันแก้ว นายข่างศิลปกรรมอาวุโส นายจตุรพร ทินเทียมกฤต นักโบราณคดีชำนาญการ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้าง และนายนรภัทร สิงห์คำ นายช่างโยธาชำนาญงาน ผู้ควบคุมงาน
ร่วมประชุมพิจารณาตรวจรับงานงวดที่ ๑-๔ (งวดสุดท้าย) โครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานวัดส้มสุก ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ดำเนินการบูรณะวิหาร, อาคารหมายเลข ๓, ๔ และ ๕
โบราณสถานวัดส้มสุก ตั้งอยู่ในหมู่ที่ ๗ บ้านสันโค้ง ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโบราณสถานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแอ่งที่ราบฝาง สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเมืองฝาง ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าระหว่างชุมชนโบราณที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีนกับชุมชนต่างๆ ในลุ่มน้ำกก- อิง และปิง-กวง ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๒
กรมศิลปากร โดย โครงการโบราณคดีประเทศไทย ภาคเหนือ สำรวจพบโบราณสถานวัดส้มสุกครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๗ ลักษณะเป็นซากฐานเจดีย์และวิหาร สภาพชำรุดพังทลาย ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๕๘ และ พ.ศ. ๒๕๖๔-๒๕๖๕ กรมศิลปากร โดย สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ดำเนินโครงการขุดแต่งทางโบราณคดีโบราณสถานวัดส้มสุก พบเจดีย์ทรงระฆังแบบมีช้างล้อมที่ฐานวิหาร อุโบสถ อาคารที่สันนิษฐานว่าเป็นศาลาเปลื้องเครื่อง และอาคารประกอบอื่นๆ อีกจำนวน ๑๒ หลัง ที่ได้รับอิทธิพลทางด้านรูปแบบศิลปกรรมจากศิลปะสุโขทัย นอกจากนี้ข้อมูลที่พบจากการขุดตรวจทางโบราณคดีบริเวณฐานวิหาร แสดงถึงร่องรอยการสร้าง และบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถานแห่งนี้ จำนวน ๔ ระยะ ระยะแรกในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๙ มีการก่อสร้างวิหารขึ้นเพียงหนึ่งหลัง ระยะที่สอง ราวกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๑ มีการก่อสร้างวิหารขนาดใหญ่ขึ้นซ้อนทับวิหารหลังเดิม พร้อมสร้างอาคารอื่นๆ เพิ่มเติม อีก ๑๕ หลัง ภายในบริเวณวัด ระยะที่สาม เป็นการขยายพื้นที่ส่วนหน้าของวิหาร และระยะที่ ๔ มีการปรับพื้นที่วิหารส่วนหน้า ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในช่วงฟื้นฟูเมืองฝางที่ถูกทิ้งร้างจากเหตุการณ์ระหว่างพระเจ้าสุทโธธรรมราชากับเจ้าเมืองฝางที่ตำนานท้องถิ่น เรียกว่า "พระเจ้าฝางอุดมสิน" ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๒