หาหุ้น1เด้ง

หาหุ้น1เด้ง การเทรดเป็นการต่อสู้กับจิตใจของตัวเอง อดทน เพื่อเอาชนะมันให้ได้

พนักงานประจำที่อยากลองเปลี่ยนตัวเอง เรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆ เป็นการเเริ่มต้นออกเดินทางอีกครั้งของชีวิต

01/05/2026

วันนี้เป็นวันแรงงาน ซึ่งสถานะผมตอนนี้ไม่ได้เป็นผู้ใช้แรงงานในบริษัทแล้ว ตั้งแต่ปี2568 เป็นต้นมา นั่งมองย้อนไปเมื่อต้นปีทบทวนแผนการเทรดของเรา 4 เดือนที่ผ่านมาอะไรเป็นข้อผิดพลาดแล้วต้องปรับแก้ไข เพื่อสู้ต่อ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ได้ฉุกคิดขึ้นมาก็คือ ความชัดเจน ว่าเราจะเป็นสายไหนในการเทรดและจะเทรดแบบไหนเพื่อเอาเป็นแกนหลักในการปั้นพอร์ตหลักของตัวเรา ดูเหมือนที่ผ่านมามันจะไม่ค่อยชัดเท่าไร ทุกสายมีข้อดี ข้อเสีย ซึ่งควรต้องเอาสักอย่าง จะเอา Day trade หรือ จะเอาแบบเล่นรอบ Swing trade ดี หรือแบบอื่นๆ ก็เลยมานั่งดูตัวเองก่อนว่าเราผิดพลาดอะไรไปบ้าง มองที่ต้นตอจะได้แก้ได้ตรงจุด ก็เลยเห็นว่า จริงๆหากเราจะปั้นพอร์ตเราควรเป็นสาย Swing trade เล่นรอบ น่าจะตรงกับตัวเราตามความเป็นจริงที่สุด แต่ใจก็ยังรู้สึกอยากเทรดอยู่ ดังนั้นเราควร 1 แยกพอร์ตการลงทุน แบบ Day & Swing ตามรอบไปเลย 2. แบ่งน้ำหนักการลงทุกให้ชัด 80:20 เล่นรอบเอาเยอะหน่อย ส่วนหาเงินสดรายวันก็น้อยหน่อยตามโอกาสที่ให้ 3. โฟกัสหาหุ้นต้นรอบในกรอบสะสมของแต่ละกลุ่มอุตสหกรรมนั้นๆ แล้วถือ 4. เป้าหมาย หลักถือต้องการ 1 เด้ง เป้าหมายรองหากระเเสเงินสด 5.ต้องไม่ติดหุ้นทุกกรณี หากย้อนไปปีทีแล้วถ้ากล้าเก็บ Delta ตอนราคาลงมาแถวๆ60บาทแล้วถือจนถึงตอนนี้ก็เกิน 1เด้งไปแล้ว หรือ ปีนี้ 2 เดือนที่ผ่านมาทนถือ HANA KCE ก็ 1 เด้งแล้ว ดังนั้น กรอบสะสมสำคัญมาก แต่เราทนไม่ได้เพราะราคาไม่ไปไหน เนื่องจากเรามองเป็นซื้อวันนี้พรุ่งนี้ราคาต้องไปทำให้จิตใจทนไม่ได้ บางทีเป็นสัปดาห์ หรือมากกว่านั้น หากเราซื้อในกรอบสะสมเป็นช่วงราคา ไม่เข้าซื้อเป็นจุด ณ ราคาที่คิดว่าทีที่สุด จะเรียกว่าเป็นการซื้อแบบค่าเฉลี่ยของราคาในกรอบสะสมจะดีกว่า แล้วพอมันเริ่มทำงานเป็นขาขึ้นราคาขึ้นลงในแต่ละวันเราจะไม่หวั่นไหวกับมัน จนไปถึงเป้าหมายไม่หลุดเส้นเทรนด์ไลน์ หรือ เสียโครงสร้างของราคาเช่นหลุด EMA89 เป็นต้น ก็ต้องลาจากกันไป จะเรียกว่า อดทนกินคำใหญ่ก็ได้ซึ่งในความเป็นจริงมันคุ้ม แล้วแต่ตัวหุ้น บางตัว 3เดือน บางตัวเป็นปี หรือ หลายปีเช่นกลุ่มธนาคาร สื่อสาร ในระหว่างนั้นเราก็ Day trade แก้คันมือไป แน่นอนมันทำให้เรามีเวลาไปทำอย่างอื่นได้ หาความรู้เพิ่มเติมจิตใจก็ไม่ว้าวุ่นเพราะความชัดเจนในสิ่งที่ทำ เข้าใจที่ผ่านมาเน้น Day trade มากไป ทำให้ภาพมันเบลอ บางครั้งจิตตก กังวล หน้ามืด ตาลาย ได้ก็ดีใจ เเพ้ก็เสียใจ เหมือนคนบ้า หากเราทำเส้นทางเดินในการเทรดของเราให้ชัด เส้นทางนี้เทรดแบบเอาเป็นรอบนะ ส่วนเส้นทางนี้เทรดหาเงินแบบกระเเสเงินสด เชื่อว่าจิตของเราก็จะไม่สับสน ความเครียดก็จะน้อยลง สมาธิก็จะมากขึ้น วิธีการนี้ดีหรือเปล่าไม่รู้แต่ที่แน่ๆ นับจากนี้จะเดินทางบนเส้นทางนักเทรดแบบนี้ แล้วไปดูผลปลายปี หากมันดี ก็ยกระดับพัฒนาต่อ หากยังไม่ใช่ก็หาทางแก้ไขกันต่อไป เป้าหมายของเรา " หาหุ้น 1 เด้ง "

มีโอกาสได้อ่านหนังสือ  The one thing ซึ่งได้ให้ข้อคิดหลายอย่างในการทำงานให้ประสบผลสำเร็จ กฎคือการทำในสิ่งที่สำคัญที่สุดเ...
10/03/2026

มีโอกาสได้อ่านหนังสือ The one thing ซึ่งได้ให้ข้อคิดหลายอย่างในการทำงานให้ประสบผลสำเร็จ กฎคือการทำในสิ่งที่สำคัญที่สุดเพียงสิ่งเดียว อย่าทำหลายอย่างพร้อมกันเพราะเป็นการเปิดโอกาสให้หลายสิ่งผิดพลาดพร้อมกัน ทุ่มให้สุดตัว บอกปัดหากเราหันไปทำอย่างอื่น ให้บอกกับตัวเองว่า ยังไม่ใช่ตอนนี้ รอจนกว่าสิ่งสำคัญจะทำเสร็จก่อน หากเรานำแนวความคิดนี้มาใช้กับการเทรด เราควรโฟกัสกับหุ้นที่เราสนใจ เลือกตัวที่น่าสนใจที่สุด ได้เปรียบมากที่สุดจึงจะเอามาวางแผนเทรด แน่นอนในตลาดมีหุ้นอยู่มากมาก ในขณะที่ตัวของเราเลือกมาอาจติดลบ และ เห็นตัวอื่นๆ เขียวขจี แน่ละจิตใจของเรา ก็คงบอกกับตัวเองว่า เราเลือกผิดตัวนี่นา เปลี่ยนตัวเถอะ สุดท้ายเราก็เปลี่ยนตัวเล่นไปเรื่อยๆ ก็ไม่เคยเจอเขียวจริงๆ สักที ดังนั้นหากเรามั่นใจหุ้นที่เราเลือกมาดีแล้ว ขอให้อยู่กับมันจนกว่าโครงสร้างราคาจะเสียก็ต้องทิ้งมันไป มันทำให้ใจเราไม่เขวมาก หากเราทำลิสหุ้นที่จะเล่นสัก 5 -10 ตัวก็พอ ตัวไหนไม่ได้ก็ถอดออก แล้วค่อยหาตัวดีมาเติม จะได้มีเวลาให้กับมันได้เต็มที่นอกนั้น ตัวไหนเขียวช่างมัน เอาที่เราเลือกแล้วว่าดีวางแผนเทรดแค่นี้ก็สำเร็จได้เช่นกัน เหมือนเราตีกรอบจิตใจของเราให้จดจ่ออยู่กับหุ้นของเราแค่นี้พอแล้ว ยิ่งมากยิ่งทำให้สับสนและที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้น ทำให้บางครั้ง เราเองก็ขายตัวที่ดี ไปเอาตัวที่ไม่ดีเข้าพอร์ต แล้วอย่างนี้พอร์ตเราถึงยังไม่ไปไหนสักที และแน่นอนหากต้องการให้พอร์ตโตกว่าเดิมจำเป็นต้องให้ตัวช่วยเร่ง และหากเรามีความรู้มากพอเข้าใจตลาด DW จะเป็นเครื่องมือที่ดี แต่ต้องจำกัดความเสี่ยงด้วยการวางแผนที่ดีก่อนเสมอ และ ไม่ควรเทรด เกิน 10 % ของพอร์ต เนื่องจากตอนได้ แม้ได้เยอะ แต่หากโดน ก็หนักเพราะมีอัตราทด สูง 3-5 เท่าของหุ้นแม่ แต่หากเราคุมได้ เทรดในวงจำกัน เล่นเฉพาะตอนหุ้นขาขึ้นและเป็นหุ้นวิ่ง เอาตัวหลักๆในตลาดมาเล่น (หุ้นผู้นำ) โอกาสก็จะเป็นของเรา ความรู้สำคัญมาก ทุกอย่างอยู่บนความเสี่ยง ให้คิดก่อนเทรดเสมอว่า เรายอมเสียได้เท่าไรก่อน หากผิดทาง อย่าเพิ่งเอากำไรนำ เพราะมันทำให้เรามองข้ามความเสี่ยง เวลาผิดทางจะทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนงง สติหลุด กว่าจะเรียกกลับมา ความเสียหายก็ไปมากแล้ว .

17/02/2026

เมื่อเราอยู่ในตลาดได้นานพอจะเห็นรอบขึ้น และ ลงของตลาดก็พอที่จะเข้าใจว่า อย่าทำอะไรสวนตลาดเพราะจะทำให้เราผิดทางและเสียหายได้ตลอดเวลา หากวิ่งตามตลาด ในยามที่มันเป็นขาขึ้น มันก็จะไปต่อได้เรื่อยๆจนเราขายหมูหมดเล้า แล้วได้แต่นั่งมองดูมัน ไม่ต่างอะไรกันกับตอนมันลง ก็ลงแบบเอาตาย ต้องเก็บคองอเข่ากันเลยทีเดียว มันคงเป็นธรรมชาติของตลาดที่เราต้องเข้าใจและอยู่กับมัน สิ่งเดียวที่เราควรทำคือ เวลามันขึ้นต้องเอาให้เต็มที และจำกัดความเสี่ยง หารอบขาขึ้นใหญ่ให้ได้สักตัวก็อาจพลิกชีวิตได้เหมือนกัน....

26/01/2026

การฝึกฝนการสังเกตุ และ จดจำ ทำซ้ำให้กลับกลายเป็นทักษะนั้นต้องใช้เวลาหลายปี มันทำให้น่าเบื่อ เพราะเรามองแต่ผลระยะสั้น หากย้อนกลับไปในอดีตหลายๆเรื่องที่เรามีความชำนาญ ก็ใช้เวลานับสิบปี ไม่แปลกอะไรหากเราก้าวขาเข้ามาเทรดแล้วฝึกฝนแค่ไม่กี่เดือนมันจะเข้าใจ ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย สิ่งที่เราต้องทำคืออดทน ฝึกฝน เรียนรู้ ปรับตัว ไม่ทำซ้ำในสิ่งที่ผิดพลาด มันจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ภายใน3ปี หรือ 5 ปีข้างหน้า ไม่มีคำว่าสาย แต่มันจะเข้าใจมากขึ้น มองเห็นปัญหา หาทางแก้ไข ได้ทะลุมากกว่าเดิม เพราะเรามีทักษะที่มากขึ้นนั่นเอง ในระหว่างทาง แค่คอยหมั่นตรวจสอบผลของมันและปรับแก้ไปเรื่อยๆ อย่าไปเครียดกับมัน แบ่งเวลา ดูแลสุขภาพตัวเอง + ครอบครัว แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว...

12/01/2026

ในปีใหม่นี้เคยบอกกับตัวเองแล้วว่า การเทรดต้องเปลี่ยนไปจากเดิม หากไม่อยู่ในจุดที่ได้เปรียบมากพอ ก็ไม่เอาเลย สิ่งที่กำลังมองหาคือหุ้นต้นรอบที่ลงมามากแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ต้องรอให้มันยืนได้ก่อน เพราะในตลาดไม่มีอะไรจริงแท้แน่นอน หุ้นที่ยืนได้เหนือเส้น EMA 50 89 ต้นรอบก็เป็นจุดที่น่าสนใจ ในขณะเดียวกันก็ต้องเลือกกลุ่มให้ถูกด้วยเช่นกัน ทุกอย่างเป็นการคาดการณ์ไปข้างหน้าทั้งหมด พร้อมกับแผนฉุกเฉิน ที่ต้องโดดออกทันทีหากไม่เป็นไปตามคาดการณ์ การมองภาพใหญ่ ทำให้ใจนิ่งขึ้นเยอะ ที่ผ่านมาเข้าๆ ออกๆ ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แน่นอนว่า การควบคุมความเสี่ยงจะเข้มข้นขึ้น แล้วปลายปีมาดูบทสรุปว่าเป็นอย่างไร....

05/01/2026

วันนี้เริ่มปี 2569 วันแรกของการเทรดต้นปี เราจะไม่ทำซ้ำในสิ่งที่ผิดพลาดเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ยังคงมุ่งมั่นหาความรู้ พัฒนาทักษะ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อพัฒนาตนเองในทุกวัน ฝึกความอดทน รอคอย ควบคุมจิตใจให้มั่นคง เพราะเรายังต้องอยู่กับมันไปอีกนาน.....

01/01/2026

บันทึกไว้อีกครั้งสำหรับการเริ่มต้นปี2569 เราไม่รู้หรอกว่า อนาคตจะเป็นเช่นไรในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน หลายๆอย่างหากต้องการอยู่รอด ต้องปรับตัวที่จะเรียนรู้และอยู่กันมันให้ได้ ในโลกที่เอไอ มีบทบาทมากกว่ามนุษย์อย่างเรามากขึ้นทุกวัน ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะไปขวางมัน สิ่งที่ควรทำคือการเรียนรู้ใช้มันให้เป็น และ ให้มันเป็นผู้ช่วยของเรา เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้งานเราง่ายขึ้น แต่อย่าไปเป็นทาสมัน ปีนี้ตั้งใจปรับแผนการเทรดใหม่ อะไรที่เคยทำผิดพลาด จะต้องไม่เกิดซ้ำอีกในปีนี้ การควบคุมความเสี่ยงต้องมาก่อนเสมอ การซื้อต้องอยู่ในจุดที่ได้เปรียบเสมอ ไม่คุ้มไม่เอา หาจังหวะเทรดต้นรอบขาขึ้นเป็นหลัก เอาชนะใจตัวเองให้ได้ แล้วมาดูผลกันตอนปลายปี ว่าเป็นอย่างไร.....

21/12/2025

Time (เวลา) ตื่นมาเช้านี้นั่งมองตัวเองในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ต้องย้อนไปไกลเอาแค่ตอนเริ่มทำงานใหม่ที่สุดท้ายก็พอ น่าจะประมาณ 10 ปี ยังจำได้ดีว่า เหตุผลที่เจ้านายรับเราเข้าไปทำงาน เพราะต้องการให้ไปพัฒนาระบบเนื่องจากที่บริษัทเขายังขาดระบบการจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งหน้าที่เราต้องไปนับหนึ่งเลยก็ว่าได้ ต้องไปออกแบบระบบและทดสอบเพื่อให้มันใช้งานได้จริงซึ่งเขาให้ผู้เชี่ยวชาญในการเขียนระบบมาร่วมงานกับเราเป็นทีมเดียวกัน ยังจำได้ว่าตั้งแต่เริ่มงานก็ได้ทุ่มเทใช้เวลากับมันไปมาก แม้วันหยุดก็ยังไปทำงาน เป็นอย่างนี้ประมาณ 6 เดือน ก่อนที่พร้อมลงระบบจริงกับงานที่ทำ และ ก็ต้องใช้เวลาอีกเป็นสัปดาห์ในการเอาสินค้าเข้าระบบทีละชิ้นๆ จนกว่าจะครบ ด้วยบุคคลกรอันน้อยนิด แต่ก็สามารถผ่านมันมาได้ ซึ่งมันไม่ได้จบแค่นั้น ยังต้องมีการพัฒนาปรับปรุงอีกเป็นระยะๆอีก 3 ปีจนกว่ามันจะนิ่ง และ หาทางลดขั้นตอนการทำงานให้เร็วขึ้นไปอีกในปีที่4 ตลอดเส้นทาง ไม่มีใครสนใจมีปัญหาเรื่องระบบก็ให้เราจัดการติดต่อผู้เขียนโปรแกรม จนแก้ไขได้ แม้ในระยะหลังสัญญาต่างๆ กับผู้เขียนโปรแกรมจะหมดลงทำให้ยากต่อการพัฒนาระบบ แม้เรายังมีความต้องการแต่ก็ทำเองไม่ได้ ในตอนนั้น Chat GPT ก็ยังไม่ได้เก่งเหมือนตอนนี้ ไม่เช่นนั้นคงให้มันเขียนให้ตามความต้องการไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่ได้กับเรื่องนี้คือ เวลาทื่ทุ่มเทไปมันไม่ได้เสียเปล่าแต่เรากลายเป็นผู้รู้ระบบมากที่สุดคนหนึ่งก่อนที่จะถ่ายทอดให้ทีมงาน และ ทำคู่มือให้เอาไว้ใช้งาน ก่อนที่จะเดินออกมา เพื่อก้าวเดินในอีกเส้นทางของชีวิต ของการเป็นเทรดเดอร์ บทเรียนนี้มันสอนให้เราทุ่มเท เต็มที่กับทุกๆงานที่ทำ เราจะเป็นผู้พัฒนาระบบเทรดของตัวเองให้เอาไปใช้งานมีประสิทธภาพ และ มีอิสรภาพทางการเงิน ในอีก 3 ปีข้างหน้า.....

15/12/2025

ในระหว่างการออกกำลังกาย ขึ่จักรยานรอบหมู่บ้าน ในหัวก็คิดว่าการวิเคราะห์ปัญหาเมื่อครั้งเราทำงานที่บริษัทญึ่ปุ่น เขามีการสอนการปรับปรุงงานเพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในงานที่ตนปฎิบัติ เราเรียกมันว่า การทำ QCC ( Quality Control Cycle ) ซึ่งทุกคนก่อนเริ่มเข้าทำโครงการก็จะมีการให้ความรู้ ถึงวิธีการ ขั้นตอนต่างๆ อย่างเป็นระบบ ให้วิเคราห์ปัญหา หาสาเหตุของปัญหา และ แนวทางการแก้ไข ผลที่ได้รับ และ การตรวจติดตาม ซึ่งคิดว่ามาในยุคนี้ก็น่าจะหายากมากที่บริษัทจะจัดให้มีการให้ความรู้เช่นนี้กับพนักงานได้อีก หลายๆคนหันไปใช้ Chart GPT แทนซึ่งก็น่าจะง่ายกว่า เพราะมันคิดให้เราไปหมด อยากรู้อะไร อยากได้อะไรมันก็จัดการให้ได้ ซึ่งก็ถือเป็นเครื่องมือที่ดีมากๆ ในยุคนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราอาจมองข้ามไปคือตัวเราเอง สมองเราเองมันไม่ได้พัฒนา คิดอะไรด้วยตัวเองได้ยาก มองหาตัวช่วยอย่างเดียว สิ่งหนึ่งที่ยังจำได้สมัยทำ QCC คือเรื่องการวิเคราะห์ปัญหา ซึ่งก็มีการใช้เครื่องมือแบบง่ายๆ เช่น แผนภูมิก้างปลา + การใช้หลัก 5M1 E ผมคิดว่า มันยังเอามาใช้งานได้สำหรับการวิเคราะห์การเทรดหุ้นของเราเพื่อมองภาพใหญ่ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ก่อนเจาะลึกลงไปในรายละเอียดเพื่อแก้ไขในแต่ละจุด อย่างแผนภูมิก้างปลา ตรงหัวปลาเช่นเราตั้งว่า หุ้นติดดอย คราวนี้ก็มาใส่ ก้างแต่ละก้าง ดังนี้ ก้างแรก M( Man ) - ความรู้น้อย - ไม่ทำตามระบบ - ขาดวินัย - เทรดเกิน - ไม่ตรวจติดตาม - ไม่ยอดตัดขาดทุน ก็ลิสออกมาแล้วใส่ไป ก้างสอง M (Machine) อุปกรณ์ที่เราใช้อยู่เป็นอย่างไร - มือถือเก่าช้า - คอมไม่ update อ่านข้อมูลช้าไป ติดๆ ดับๆ เป็นต้น ก้างที่สาม M ( Method ) วิธีการ -การทำระบบเทรด -ขั้นตอนต่างๆ - ทำซ้ำได้ - การทำ Money Management เป็นต้น
ก้างที่สี่ M ( Meterial ) วัสดุ - แหล่งข้อมูลต่างๆ - ข่าว ต่างๆ - ยูทูป - หนังสือหุ้น - โค้ชสอน - กลุ่มเพื่อน - คอร์ส ออนไลน์ เป็นต้น ก้างที่ห้า E ( Environment) - คนในครอบครัวเข้าใจและให้กำลังใจอย่างไร - กลุ่มเพื่อนเทรด - สังคมที่เราอยู่ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดข้างต้นเป็นแค่ตัวอย่างยังมีอีกมากที่เราต้องย่อยมันออกมาแล้ว หาตัวแปลให้เจอว่า ก้างไหนสำคัญอันดับ 1 - 5 แล้วค่อยๆแก้ไปทีละก้าง ทีละเรื่องสำหรับผม ก้างที่ต้องแก้ลำดับต้นๆก็น่าจะเป็น Man + Method ต้องจัดการก่อน วางแผนเริ่มจัดการ ตั้งแต่ต้นปีหน้า(2569) และ จะไปดูผลปลายปีว่า เป็นอย่างไร " เมื่อความคิดเปลี่ยน การกระทำเปลี่ยน อะไรๆ ก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น"

ที่อยู่

บางพลี
Changwat Samut Prakan
10540

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หาหุ้น1เด้งผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท