อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: STeP

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: STeP อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Science & Technology Park (STeP)

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มุ่งเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์ชั้นนำของเอเชียที่สามารถใช้ประโยชน์ทรัพยากรของมหาวิทยาลัย เพื่อการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าแบบองค์รวม


ให้บริการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ด้วยงานวิจัยร่วมกับภาคเอกชน การบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สร้าง Startup ออกแบบบรรจุภัณฑ์นวัตกรรมและสื่อประชาสัมพันธ์ ให้คำปรึกษาแนะนำ รวมทั้งขอรับความคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมบริการห้องปฏิบัติการและโรงงานต้นแบบเทคโนโลยีอย่างครบวงจร

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จับมือ อุทยานวิทย์ มช. ยกระดับความร่วมมือ (MOU) ด้านการพัฒนาเชื่อมโยงทางการค้า การตลาด กา...
10/04/2024

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จับมือ อุทยานวิทย์ มช. ยกระดับความร่วมมือ (MOU) ด้านการพัฒนาเชื่อมโยงทางการค้า การตลาด การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการประยุกต์ใช้ผลงานด้านเทคโนโลยี
-----------------------
วันที่ 9 เมษายน 2567 รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการพัฒนาเชื่อมโยงทางการค้า การตลาด การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วมกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำโดย นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และรศ. ดร.รัตนาวรรณ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญ ความรู้ทางวิชาการ และข้อมูลตลาดต่างๆ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้ผลงานด้านเทคโนโลยี เพื่อเป็นเครือข่ายด้านวิชาการ เชื่อมตลาดกับนวัตกรรม และการสนับสนุนการดำเนินงานให้บรรลุผล
ในการนี้ ผู้อำนวยการอุทยานฯ ได้ร่วมเสวนา CEO TALK หัวข้อ “มุมมองต่อการพัฒนาด้านวัตกรรมไทยในอนาคต” ร่วมกับผู้บริหาร 9 หน่วยงาน ได้แก่ ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.), สำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.), สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.), หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
.

คณะกรรมาธิการ อว. ลงพื้นที่ อุทยานวิทย์ มช. เยี่ยมชมกลไกดำเนินงานเพื่อพัฒนาสตาร์ทอัพด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ในพื้นที่ภา...
09/04/2024

คณะกรรมาธิการ อว. ลงพื้นที่ อุทยานวิทย์ มช. เยี่ยมชมกลไกดำเนินงานเพื่อพัฒนาสตาร์ทอัพด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ในพื้นที่ภาคเหนือ
-----------------------

วันอังคารที่ 9 เมษายน 2567 คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด เยือนอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของอุทยานฯ โดยมี ผศ.ดร.เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ รองผู้อำนวยการอุทยานฯ ให้การต้อนรับพร้อมบรรยายภาพรวมกลไกการดำเนินของอุทยานฯ ณ The Brick X อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) จากนั้นทางคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาผลิตภัณฑ์สินค้าของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมรับบริการของอุทยานฯ พร้อมทั้งผลงานจากสตาร์ทอัพที่เข้ารับการบ่มเพาะจากอุทยานฯ และผลิตภัณฑ์จากโรงงานต้นแบบนวัตกรรมอาหารครบวงจร ในพื้นที่ทดสอบตลาดอย่าง NSP INNO โดยมี ผศ.ดร.ชนม์เจริญ แสวงรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ ให้เกียรติเป็นผู้นำชมและบรรยายแนะนำพื้นที่ดังกล่าว อีกด้วย
ซึ่งการเยือน STeP ในครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และซักถามการดำเนินงานซึ่งจะนำไปสู่การต่อยอดพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐและมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอนาคตต่อไป

#มช #อว.

♻️ STeP ร่วมประชุมหารือเทคโนโลยีอาคารสีเขียว ร่วมกับ สวทช. และ Taisei (Thailand) 👍-----------------------✨ รศ.ดร.ปิติวัฒ...
09/04/2024

♻️ STeP ร่วมประชุมหารือเทคโนโลยีอาคารสีเขียว ร่วมกับ สวทช. และ Taisei (Thailand) 👍
-----------------------

✨ รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าเยี่ยมชมและประชุมหารือเกี่ยวกับเทคโนโลยีการสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อวันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ซึ่งในโอกาสครั้งนี้ Mr. Naohito OHBA Managing Director, Taisei (Thailand) Co., Ltd. ได้ให้การต้อนรับและนำชมอาคารต้นแบบ Builging-Integrated Photovoltaic: BIPV Solar House Building เพื่อศึกษากระบวนการทำงานและโครงสร้างพื้นฐานของอาคาร BIPV ทั้งนี้ การประชุมหารือดังกล่าว ถือเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีการก่อสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปอีกด้วย

#สวทช. #ไทยเซอิ

(ข่าวประชาสัมพันธ์) 📣📣🌏 เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับชาติ Engagement Thailand ครั้งที่ 9 (The 9th Engageme...
09/04/2024

(ข่าวประชาสัมพันธ์) 📣📣

🌏 เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงานประชุมวิชาการระดับชาติ
Engagement Thailand ครั้งที่ 9 (The 9th Engagement Thailand Annual Conference 2024 Driving Society Engagement Innovation toward Sustainability)

โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับสมาคมพันธกิจสัมพันธ์มหาวิทยาลัยกับสังคม และหน่วยงานเครือข่าย
รายละเอียดเพิ่มเติม 👇👇

💡 STeP ในฐานะคณะทำงานเพื่อประสานงานและปฏิบัติงานร่วมกับบริษัท อ่างแก้ว โฮลดิ้ง จำกัดได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การทำ Univer...
06/04/2024

💡 STeP ในฐานะคณะทำงานเพื่อประสานงานและปฏิบัติงานร่วมกับบริษัท อ่างแก้ว โฮลดิ้ง จำกัด
ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การทำ University Holding Company

06/04/2024
ดีพร้อม (DIPROM) - อุทยานวิทย์ มช. (STeP) จับมือจัดกิจกรรม Startup Connect เชื่อมโยงตลาดสำหรับวิสาหกิจเริ่มต้น ---------...
05/04/2024

ดีพร้อม (DIPROM) - อุทยานวิทย์ มช. (STeP) จับมือจัดกิจกรรม Startup Connect เชื่อมโยงตลาดสำหรับวิสาหกิจเริ่มต้น
------------------
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 ผศ.ดร.เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ คุณจีรนันท์ อินศรี ผู้อำนวยการกลุ่มบริการธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 รวมถึงผู้ประกอบการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และนักลงทุน จำนวนกว่า 60 คน ในกิจกรรรมการนําเสนอโมเดลธุรกิจและจับคู่ธุรกิจ (Pitching and Business Matching) ภายใต้โครงการเร่งการจัดตั้งและขยายธุรกิจของผู้ประกอบการอัจฉริยะ ปีงบประมาณ 2566 ณ NSP Exhibition Hall อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่)

โดยภายในงานได้มีการนำเสนอโมเดลธุรกิจจากผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยง ขยายธุรกิจ คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกับ SMEs ที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยผลักดันให้เกิดการจับคู่ธุรกิจที่ผสมผสานองค์ความรู้ร่วมกัน ตลอดจนสามารถเข้าถึงตลาดและแหล่งทุนได้อย่างเหมาะสม ซึ่งกิจกรรมเชื่อมโยงตลาดสำหรับวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup Connect) อุทยานฯ และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) ร่วมดำเนินจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อนำเสนอธุรกิจให้กับนักลงทุนภาคเอกชน และจับคู่แลกเปลี่ยนพูดคุยทางธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ Startup ในโครงการ

IASA / NMCO / IMO #ประสานความร่วมมือและเครือข่าย 🤝เพื่อสร้าง “ความเป็นไปได้” ครั้งใหม่ 🔝✨________“ไปคนเดียวไปได้ไว ไปได้...
05/04/2024

IASA / NMCO / IMO
#ประสานความร่วมมือและเครือข่าย 🤝
เพื่อสร้าง “ความเป็นไปได้” ครั้งใหม่ 🔝✨
________

“ไปคนเดียวไปได้ไว ไปได้ไกลต้องไปด้วยกัน”

ประโยคเชย ๆ ที่เราต่างต้องเคยได้ยินผ่านหู แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าถ้อยคำที่ร้อยเรียงกันอยู่บนนั้นเป็นความจริง


⠀⠀⠀ตลอดหลายปีของการดำเนินงาน อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) พิสูจน์ตัวเองด้วยความสำเร็จของการผลักดันทรัพยากรภายในมหาวิทยาลัยให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหนึ่งในกลไกที่สร้างความสำเร็จดังกล่าว เกิดจากการเชื่อมโยงและผสานการทำงานระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชนเข้าด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นในการผลักดันทรัพยากรที่มีอยู่ในมือเพียงลำพังนั้น บางครั้งก็ไม่พอเพียงต่อการสร้างความสำเร็จครั้งต่อไป ในระดับมหภาคหรือในระดับสากล ให้เกิดขึ้นได้โดยง่าย


⠀⠀⠀STeP จึงตระหนักถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดเป็นเครือข่ายที่สามารถช่วยเสริมแรงซึ่งกันและกัน ในการผลักดันความสำเร็จให้เติบโตขึ้นไปอีกระดับ ด้วยแม้แต่ตัวเราเอง ก็ก่อร่างสร้างฐานขึ้นมาจากข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง 7 คณะ ภายใต้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เราจึงเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า

“พลังของความร่วมมือและเครือข่ายพันธมิตรที่เข้มแข็ง สามารถสร้างความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ได้อีกมาก” ✨


⠀⠀⠀แต่ทุกการก้าวย่างไปข้างหน้า ย่อมมีความท้าทายเสมอ ซึ่งหนึ่งสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการสร้างความร่วมมือนั้น คือการทำให้ทุกฝ่ายมองไปยังเป้าหมายเดียวกันและพร้อมที่จะเดินเคียงข้างไปจนถึงปลายทางความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องพึ่งพาความสามารถด้านการบริหารจัดการของทั้ง 3 ทีม ผู้ดูแลความร่วมมือจากสามเส้นทาง ในการทำสิ่งเหล่านั้นให้เป็นจริง


🤝✈️ ขึ้นรูปโครงการ ประสานเชิงนโยบาย ทั้งเครือข่ายภายในและต่างประเทศ : ทีม IASA

⠀⠀⠀หนึ่งในพันธกิจอันเป็นเป้าหมายสำคัญของ STeP คือการมุ่งสร้างพันธมิตรและการทำงานร่วมกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราจึงมีทีม IASA เป็นผู้ “รับจบ” ในการประสานหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องการทำแผนพัฒนาเชิงนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน ทั้งภายในประเทศและจากต่างประเทศ

โดยทางทีมจะให้การดูแลตั้งแต่ในส่วนของการเขียนข้อเสนอโครงการเพื่อนำไปยื่นให้แหล่งทุนพิจารณา รวมถึงการประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนการดำเนินงานในทุกขยัก เพื่อผลักดันให้แผนงานดังกล่าวเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ไปจนถึงระดับประเทศ


🤝👨‍🔬 สะพานเชื่อมเครือข่าย Science Park ภาคเหนือ : ทีม NMCO

⠀⠀⠀หลายครั้งที่การรวมตัวของผู้ที่มีเป้าหมายเดียวกัน ได้สร้างความประจักษ์ให้เห็นว่ามันสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันการศึกษา อันมีจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งเดียวกัน จึงนับเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งที่สุด และเพื่อให้การประสานงานระหว่างเครือข่ายเป็นไปได้อย่างราบรื่น เราจึงต้องพึ่งพาทีม NMCO ในการเป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งนอกจากการประสานองค์รวมแล้ว ทีม NMCO ยังให้การรับผิดชอบในส่วนของการสร้างข้อเสนอโครงการสำหรับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค รวมไปถึงการจัดงานและกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรในเครือข่ายให้ได้รับการยกระดับความสามารถอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการดำเนินงานเพื่อการขับเคลื่อนประเทศต่อไป


🤝🎓 ตัวเร่งปฏิกิริยา ขับเคลื่อนการพัฒนาใน มช. : ทีม IMO

⠀⠀⠀นอกจากความร่วมมือจากภายนอกแล้ว การสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายภายในเองก็สำคัญเช่นกัน ทีม IMO จึงรับหน้าที่ในการบริหารงานนวัตกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อผลักดันงานวิจัยจากภายในมหาวิทยาลัยให้สามารถนำออกไปใช้ได้จริง โดยให้การประสานงานดูแลใน 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาเทคโนโลยี, การจดสิทธิบัตร และการปั้นธุรกิจ

ทีม IMO จึงเปรียบเสมือนตัวเร่งปฏิกิริยา ที่ปูแนวทางให้เกิดกลไกที่สามารถขับเคลื่อนแผนของ มช. ได้ไวขึ้น ราบรื่นขึ้น รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมในการทำงานใหม่ให้บุคลากรภายใน ทั้งอาจารย์และนักวิจัย สามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องได้พร้อมกับพลวัตรของโลก


⠀⠀⠀ความร่วมมือที่หลากหลาย และเครือข่ายในปัจจุบัน นับเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือและภูมิภาคอื่น ๆ ในประเทศ เป็นไปได้อย่างเต็มกำลัง อย่างไรก็ตาม นอกจากการเป็นผู้ผสานความเข้มแข็งเหล่านี้ไว้ด้วยกันแล้ว ทีม IASA, ทีม NMCO และทีม IMO ยังพร้อมเปิดรับความร่วมมือและพันธมิตรใหม่อยู่เสมอ 🫶

ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน องค์กร มหาวิทยาลัย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หรือแม้แต่ภาคประชาชน ที่มีเจตนารมณ์ อยากประสานความร่วมมือเพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน สามารถบอกโจทย์ความต้องการมาได้ที่ ได้ที่ Facebook: อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: STeP หรือเดินทางมาหาเราโดยตรงที่ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) 📍 https://maps.app.goo.gl/Gg5m5CeUoutbA4B18

เชื่อมือเถอะ แผนระดับยุทธศาสตร์ เราก็สร้างความเป็นไปได้มาแล้ว เพราะ STeP เราทำอะไรได้อีกเยอะ 😁

_______

อ่านฉบับเต็ม : https://cmu.to/hcgY8
หรือทำความรู้จักทีมอื่น ๆ จาก STeP ได้ที่ : https://cmu.to/STePKnowWhatWeDo

อุทยานวิทย์ มช. จัดกิจกรรม Focus Group Discussion แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การต่อยอดธุรกิจ ตามติดเทรนด์ตลาดด้านเกษตรและอาหา...
05/04/2024

อุทยานวิทย์ มช. จัดกิจกรรม Focus Group Discussion แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การต่อยอดธุรกิจ ตามติดเทรนด์ตลาดด้านเกษตรและอาหารแปรรูป
----------------

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย คุณชานนทร์ สมิทธิกุล หัวหน้าทีมโรงงานต้นแบบนวัตกรรมอาหารครบวงจร ได้กล่าวต้อนรับและชี้แจงกิจกรรม “แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การต่อยอดธุรกิจ ตามติดเทรนด์ตลาดด้านเกษตรและอาหารแปรรูป” ภายใต้โครงการพัฒนาฟาร์มมหาวิทยาลัยเพื่อการผลิตพืชอาหารปลอดภัยตามแนวทาง BCG Economic Model ปีที่ 2 ในวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2567 ณ ห้องประชุมชั้น 2 โรงงานต้นแบบนวัตกรรมอาหารครบวงจร
กิจกรรมการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสำรวจความต้องการและความพร้อมของผู้ประกอบการ เกษตรกร และผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ในการเพิ่มมูลค่ามะม่วง ข้าวโพดหวาน และวัตถุดิบทางการเกษตรอื่นๆ ด้วยการแปรรูปหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านเทคโนโลยีและบริหารของอุทยานฯ ในโอกาสนี้ อาจารย์ใจรัตน์ จตุรภัทรพร อาจารย์พิเศษภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมนำกิจกรรมกลุ่มในครั้งนี้ นอกจากนี้อุทยานฯ ได้แนะนำเครื่องจักรแก่ผู้ประกอบการในเข้าเยี่ยมชมพื้นที่โรงงานต้นแบบฯ และ NSP INNO STORE
#โรงงานต้นแบบ

🌈แคนาดาลดการปล่อยมลพิษใช้ Heat Pump  ทำให้บ้านเย็นในฤดูร้อนและให้ความร้อนในฤดูหนาว Trend ฮิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ♻️👍--...
05/04/2024

🌈แคนาดาลดการปล่อยมลพิษใช้ Heat Pump ทำให้บ้านเย็นในฤดูร้อนและให้ความร้อนในฤดูหนาว Trend ฮิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ♻️👍
---------------

✨การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่เพิ่มขึ้นไปพร้อมกับความตื่นตัวของชาวแคนาดาที่ต้องการปรับเปลี่ยนสินค้าและบริการให้มีเสถียรภาพต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้มีการติดตั้ง Heat Pump หรือปั๊มความร้อน ซึ่งเป็นระบบการให้พลังงานความร้อนที่นำเอาพลังงานความร้อนไปใช้ในส่วนที่ต้องการความร้อนและนำผลพลอยได้ คือ ความเย็น ลมเย็นหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการทำความเย็นภายในบ้าน เครื่องฮีทปั๊มมีความสามารถในการถ่ายเทความร้อนจากแหล่งที่มีความร้อนสูงไปสู่น้ำหรืออากาศเพื่อผลิตน้ำร้อนหรืออากาศร้อน นิยมใช้ในโรงแรม โรงพยาบาลและโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้น้ำร้อน โดยอาศัยหลักการถ่ายเทความร้อนจากแหล่งที่มีความร้อนสูงกว่าเพื่อมาผลิตน้ำหรืออากาศร้อน ฮีทปั๊ม เป็นเครื่องทำความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า เมื่อเทียบกับเครื่องทำความร้อนแบบอื่นเนื่องจากอาศัยหลักการถ่ายเท ทำให้ใช้พลังงานน้อยกว่าเครื่องทำความร้อนที่ใช้ฮีทเตอร์ โดยใช้อุปกรณ์เดียวกับเครื่องปรับอากาศ โดยที่เครื่องนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องอื่นๆ เนื่องจากใช้พลังงานน้อยกว่า และสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องทำความเย็นได้ตามต้องการ ซึ่ง Heat Pump Technology เป็นระบบทำความร้อนเดียวในโลกที่มีประสิทธิภาพในผลิตความร้อนได้สูงถึง 400% ในขณะที่ระบบการผลิตความร้อนแบบเก่า เช่น หม้อต้มไฟฟ้า แก๊สหรือน้ำมัน จะมีประสิทธิภาพเฉลี่ยเพียง 80% เท่านั้น

👉 การใช้ระบบฮีทปั๊มในอุตสาหกรรมหรือโรงงานมีการนำมาใช้มานานแล้ว แต่ในบ้านเรือนยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่ในปัจจุบันรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นของแคนาดามีนโยบายส่งเสริมการลดการปล่อยมลพิษทางอากาศทั้งหมด โดยมีเป้าหมายจะลดการปล่อยมลพิษนี้ลงจากเดิมร้อยละ 37 ภายในปี 2030 และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายใน 2050 ซึ่งระบบฮีทปั๊มถือเป็นอุปกรณ์ที่เข้ามาเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคได้อีกด้วย โดยระบบฮีทปั๊มสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายกับเจ้าของบ้านถึงปีละ 3,500 เหรียญแคนาดามากกว่าวิธีเตาหลอมความร้อน และการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ระบบฮีทปั๊มทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นย่อมเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ระบบนี้มีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้นในอนาคต

🙌💦 ฮีทปั๊มได้รับความนิยมจากชาวแคนาดาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเห็นได้จากการสำรวจพบการติดตั้งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าและยังมีการขยายตัวต่อไปส่งสัญญาณให้เห็นถึงความต้องการของชาวแคนาดาที่ต้องการระบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลแคนาดาก็ได้มีการส่งเสริม เพื่อให้เกิดการลดลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ ออกนโยบายมอบเงินส่วนลดค่าเครื่องและอุปกรณ์มูลค่าประมาณ 130,000 บาท ต่อเครื่อง และรัฐบาลท้องถิ่นยังมีเงินช่วยเหลือสําหรับค่าใช้จ่ายการติดตั้งอีกด้วย โดยที่ค่าใช้จ่ายการติดตั้งระบบฮีทปั๊มอยู่ที่ 156,000 – 364,000 บาท ซึ่งมีผู้ขอรับเงินส่วนลดไปกว่า 40,000 เครื่องแล้ว

🏠 ในบ้านเรือนขณะนี้การติดตั้งระบบฮีทปั๊มยังมีข้อจํากัดบางประการ เนื่องจากต้องมีระบบท่อส่งอากาศภายในบ้านเพื่อรองรับการกระจายความร้อนและความเย็น แต่โดยมีเทคโนโลยีการพัฒนาและการสนับสนุนจากภาครัฐ ระบบฮีทปั๊มที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะสามารถผลักดันให้มีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้นในอนาคต ดังนั้น เมื่อไทยเป็นผู้ส่งออกเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนรายสําคัญของโลก ควรให้ความสำคัญกับการศึกษาและติดตามการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของผู้บริโภคให้ใกล้ชิด เพื่อปรับตัวตามตลาดในการลดขนาดของเครื่องปรับอากาศ และให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงานเพื่อสอดรับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศที่มีความเข้มงวดมากขึ้นในอนาคต

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
https://globthailand.com/canada-21082023/
https://www.centrefornetzero.org/slough-the-centre-of-the-heat-pump-revolution/


Innovation Food Product for The Elderly 👴👵จัดกิจกรรมคัดเลือกเฟ้นหาผู้ประกอบการ-----------------------------------วันนี้ ...
04/04/2024

Innovation Food Product for The Elderly 👴👵
จัดกิจกรรมคัดเลือกเฟ้นหาผู้ประกอบการ
-----------------------------------
วันนี้ (4 เมษายน 2567) ผศ.ดร.สุริยะ ทองมุณี รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รศ.ดร.จุฬาลักษณ์ เขมาชีวะกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ร่วมเป็นกรรมการในการคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรมใหม่ (Innovation Food Product for The Elderly) โดยมี นางสาวสุกัญญา บุญครอง ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบการกว่า 42 ราย ณ NSP Conference Hall (D206) อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่)

ทั้งนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการจัดกิจกรรมคัดเลือกผู้ประกอบการเพื่อเข้าร่วมโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารผู้สูงอายุด้วยนวัตกรรมใหม่ (Innovation Food Product for The Elderly) เพื่อเสริมองค์ความรู้และทักษะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ประกอบการ พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์เพิ่มโอกาสสู่ตลาดสากล

🤝 สามารถติดตามรายชื่อผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการได้ที่👉 อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: STeP เร็ว ๆ นี้ค่ะ 😊
#อาหารผู้สูงอายุ

STeP เปิดบ้านต้อนรับน้อง ๆ นิสิตจากคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มศว. พร้อมนำชมพื้นที่บ่มเพาะผู้ประกอบการนวัตกรรม ----------...
04/04/2024

STeP เปิดบ้านต้อนรับน้อง ๆ นิสิตจากคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มศว. พร้อมนำชมพื้นที่บ่มเพาะผู้ประกอบการนวัตกรรม
------------------

วันที่ 4 เมษายน 2567 เวลา 13.00 น. อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต้อนรับคณะศึกษาดูงาน ได้แก่ อาจารย์และนิสิตจากคณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำนวนกว่า 80 คน ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการและการเป็นผู้ประกอบการ (Startup) ณ NSP Training Hall (D405) อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่)

จากนั้นได้นำน้องๆ เข้าเยี่ยมชมพื้นที่สนับสนุนสตาร์ทอัพในโปรแกรม Basecamp24 และพื้นที่ทดสอบตลาด NSP INNO STORE ทั้งนี้เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่และแนวทางการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศธุรกิจ (Business ecosystems) ในการพัฒนาธุรกิจให้ยั่งยืนต่อไป
#มศว.

📲💻 ทำงานแบบอไจล์ (Agile) นั้นเป็นแบบไหน? ดีจริงไหมที่เขาพูดกัน? 🤔🫢 😍 สุดพิเศษ สำหรับชาวมช. และผู้ที่สนใจพัฒนาองค์กรรูปแบ...
04/04/2024

📲💻 ทำงานแบบอไจล์ (Agile) นั้นเป็นแบบไหน? ดีจริงไหมที่เขาพูดกัน? 🤔🫢

😍 สุดพิเศษ สำหรับชาวมช. และผู้ที่สนใจพัฒนาองค์กรรูปแบบทีม Agile 🤝
🔥🔥 ร่วมหาคำตอบไปพร้อมกับ คุณทวิร พานิชสมบัติ (รูฟ) 👑👑
Software Stylist and Founder at ODDS
ผู้เชี่ยวชาญด้าน Agile และ Software Development 🤩🤩
ที่มีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาให้แก่บริษัทชั้นนำมากกว่า 20 ปี 🥳🥳


⛳️ วันอังคาร ที่ 23 เมษายน 2567 🌤 เวลา 13.00 – 16.00 น.

📌 ณ NSP Rice Grain Auditorium อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ
(จังหวัดเชียงใหม่)


😇 สมัครฟรี คลิก👉👉 https://forms.gle/YJzzeXdxYBSr34r77

งานดีๆ แบบนี้ไม่ควรพลาดนะคะ 🥰

#การบริหารจัดการ

STeP หารือความร่วมมือกับอุทยานวิทยาศาสตร์ PACT สาธารณรัฐโปรตุเกส พร้อมต่อยอดระบบนิเวศนวัตกรรมให้กับเครือข่ายอาจารย์ นักว...
04/04/2024

STeP หารือความร่วมมือกับอุทยานวิทยาศาสตร์ PACT สาธารณรัฐโปรตุเกส
พร้อมต่อยอดระบบนิเวศนวัตกรรมให้กับเครือข่ายอาจารย์ นักวิจัย และผู้ประกอบการในธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิตัลสร้างสรรค์ (Creative Digital)
-----------------
รศ. ดร ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอาจารย์ ดร. ภวิกา มงคลกิจทวีผล ผู้จัดการโครงการอุทยานฯ พร้อมด้วยคณาจารย์ วิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CAMT) เข้าร่วมหารือความร่วมมือภายใต้โครงการริเริ่มต่อยอดความร่วมมือ เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร การวิจัยและพัฒนา (Seed Initiatives Proposal) ร่วมกับ Prof. Soumodip Sarkar ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ PACT สาธารณรัฐโปรตุเกส เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ณ PACT, Science and Technology Park สาธารณรัฐโปรตุเกส

🔰โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือความร่วมมือทางวิชาการ การพัฒนาหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา งานวิจัย ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมดิจิทัลสร้างสรรค์ (Creative Digital) และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (Tourism Industry) รวมถึงการเชื่อมโยงองค์ความรู้เพื่อต่อยอดกระบวนการด้านการถ่ายทอดนวัตกรรม (Technology Transfer) โดยเฉพาะด้านดิจิทัลสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

🎯เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรมในการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจกิจพิเศษให้สามารถรองรับการวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Technology) และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่อุตสาหกรรมอนาคต (Future Industry) เพื่อรองรับพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ของประเทศและเพื่อให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21

🎯และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยได้เป็นแกนนำหลักในภาคีสำคัญของโลกด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่ออนาคต

STeP พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้ สู่การจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป แก่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต--------------- ว...
03/04/2024

STeP พร้อมแบ่งปันองค์ความรู้ สู่การจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป แก่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
---------------

วันที่ 3 มีนาคม 2567 เวลา 09.30 น. ผศ.ดร.เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้การต้อนรับผู้บริหารและบุคลากรจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ณ NSP VVIP Lounge อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงาน พร้อมหารือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในส่วนการบริหารจัดการ รูปแบบการดำเนินงาน การบริหารบุคคล ของอุทยานฯ เพื่อนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ซึ่งจะทำให้เกิดการวิจัยและพัฒนาอาหารแปรรูป การบริหารวิชาการ รวมถึงเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของผู้ประกอบการด้านอาหารและชุมชนต่อไป
ในโอกาสเดียวกันนี้ คุณชานนทร์ สมิทธิกุล หัวหน้าทีมโรงงานต้นแบบนวัตกรรมอาหารครบวงจร ได้นำคณะดูงานเข้าเยี่ยมชมพื้นที่โรงงานต้นแบบฯ Innovative Food Fabrication Pilot Plant และปิดท้ายด้วยพื้นที่ทดสอบตลาดนวัตกรรมอย่าง NSP INNO STORE
#การบริหารจัดการ #โรงงานต้นแบบ #มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

คณะผู้บริหารและบุคลากรอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของศาสตราจารย์ ดร.ระ...
03/04/2024

คณะผู้บริหารและบุคลากรอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ
ศาสตราจารย์ ดร.ระวิวรรณ โอฬารรัตน์มณี
คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ด้วยรักและอาลัยยิ่ง

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ
ศาสตราจารย์ ดร.ระวิวรรณ โอฬารรัตน์มณี

คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

พิธีสวดอภิธรรม
วันที่ 4-5 เมษายน พ.ศ.2567 เวลา 19.30 น
ณ ศาลาปฏิบัติธรรม วัดสวนดอก พระอารามหลวง จังหวัดเชียงใหม่

 #กาลครั้งหนึ่ง เมื่อโลกเพรียกหา AI 🧒📘🐉🧙🏽‍♂️✨แต่วัยเด็กยังต้องการเพียงหนังสือนิทานเล่มเดิม __________“คุณเคยมีหนังสือเล่...
02/04/2024

#กาลครั้งหนึ่ง เมื่อโลกเพรียกหา AI 🧒📘🐉🧙🏽‍♂️✨
แต่วัยเด็กยังต้องการเพียงหนังสือนิทานเล่มเดิม
__________

“คุณเคยมีหนังสือเล่มโปรดในวัยเด็กไหม”

หนังสือที่ตอนนี้คุณอาจจำชื่อไม่ได้ แต่ส่วนใดส่วนหนึ่งของมันยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำของคุณ อาจเป็นเนื้อเรื่องที่สนุกจนลืมไม่ลง อาจเป็นตัวเอกที่คุณชื่นชอบอย่างยิ่ง อาจเป็นลายเส้นหรือสีสันของภาพประกอบที่สวยงาม อาจเป็นคำคล้องจองที่คุณสามารถทวนได้ทั้งประโยค อาจเป็นกลิ่นหรือสัมผัสของตัวเล่ม หรืออาจเป็นเสียงของใครสักคนที่เคยอ่านให้คุณฟังก่อนนอน

⠀⠀⠀ความน่าอัศจรรย์หนึ่งของการอ่านหนังสือ คือ มันสามารถส่งผลต่อความทรงจำ และการทำความเข้าใจของคนเราได้มากเกินกว่าเราจะรู้ตัวเสียอีก

🎩 Dr. Seuss ศิลปินผู้สร้างสรรค์หนังสือภาพสำหรับเด็กระดับโลก เคยกล่าวไว้ว่า “ตราบใดที่เธออ่าน เธอยิ่งรอบรู้ ตราบใดที่เธอเรียนรู้ เธอจะไม่มีวันหยุดอยู่กับที่” (The more that you read, the more things you will know. The more that you learn, the more places you'll go.)

นั่นสื่อถึงความสำคัญของการอ่าน ที่ไม่ว่าวันเวลาจะล่วงเลยมาแล้วกี่สิบปี หลายคนก็ยังเห็นด้วยกับประโยคดังกล่าวนี้อยู่ดี


⠀⠀⠀เราทราบกันดี (จากงานวิจัยที่เผยแพร่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา) ว่าการเรียนรู้ด้วยการอ่านนั้น ส่งผลดีสำหรับเด็กได้มากกว่าการดูภาพเคลื่อนไหว เพราะการอ่านช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ทั้งในด้านทักษะภาษา ความคิดสร้างสรรค์ การตั้งคำถาม การฝึกสมาธิ รวมถึงพัฒนาการทางร่างกายของกล้ามเนื้อมัดเล็กจากกับหยิบจับตัวเล่ม และการกรอกตาไล่อ่าน

“หนังสือเด็ก” จึงเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่วางใจ เลือกให้เป็นแหล่งเรียนรู้ชิ้นแรก ๆ สำหรับลูกหลาน

⠀⠀⠀อย่างไรก็ตาม ในโลกศตวรรษที่ 21 ของเรานี้ ที่วิทยาการสร้างความเป็นไปได้ต่าง ๆ มากมาย มนุษย์ใช้ชีวิตกลืนอยู่กับเทคโนโลยีและ AI อย่างแยกไม่ขาย แทบทุกคนมีสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเป็นของตัวเอง ไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็กบางคนก็มีอุปกรณ์เหล่านี้เป็นของตัวเอง

ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องไม่ดีแต่อย่างใด เมื่อมนุษย์ตัวน้อย ๆ เหล่านี้เกิดมาท่ามกลางนวัตกรรมล้ำสมัย การเรียนรู้ที่จะใช้งานและเติบโตไปกับมันก็สำคัญและจำเป็นสำหรับพวกเขามากเช่นกัน

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้สื่อหนังสือเด็กเองก็ปรับตัว แปรเปลี่ยนจากรูปเล่มที่จับต้องได้ ไปอยู่ในรูปแบบ E-Book หนังสือเสียง เกมที่มีเนื้อหานิทานสอดแทรก หรือการอ่านผ่านแว่น AR 🥽


แต่ก็ต้องยอมรับโดยดุษฎี ว่าสื่อนวัตกรรมสมัยใหม่เหล่านี้ ก็ยังทดแทนคุณค่าที่หนังสือมอบให้กับเด็กไม่ได้อยู่ดี


📝 มีการศึกษาจำนวนมากที่ชี้ให้เห็นว่าคนเราจะทำความเข้าใจการอ่านผ่านหนังสือได้ดีกว่าการอ่านผ่านหน้าจอทุกรูปแบบ

⠀⠀⠀🧠 หลัก ๆ เลยนั่นก็เป็นเพราะ สมองของมนุษย์เรา ไม่ได้มีส่วนสำหรับรองรับการอ่านโดยเฉพาะ เราจะทำความเข้าใจการอ่าน เช่นเดียวกับที่ทำความเข้าใจวัตถุต่าง ๆ รอบตัว เราจดจำข้อมูลผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ ที่รวมกันในหน้ากระดาษนั้น ๆ นั่นทำให้การอ่านบนหนังสือที่มีการแยกหน้าซ้ายขวา มีบน-ล่าง มีเหลี่ยมมุม ทำให้สมองของเราสามารถโยงความเข้าใจของเนื้อหาเข้ากับพื้นที่ของหน้ากระดาษได้ดีกว่าการอ่านที่แสดงผลซ้ำ ๆ บนพื้นที่หน้าจอเดิม

⠀⠀⠀📖 สอง คือ การอ่านในรูปแบบดิจิทัล ที่อาจมีทั้งภาพ เสียง ตัวหนังสือ และการเคลื่อนไหว เป็นการระดมยิงข้อมูลที่มากเกินไปสำหรับเด็ก ซึ่งอาจทำให้เด็กไม่สามารถโฟกัสส่วนใดได้เลย ต่างจากหนังสือที่รวบเอาพื้นที่ความรู้-ความเข้าใจไว้บนหน้ากระดาษ เด็กมีอิสระในการพลิกหน้าเพื่ออ่านต่อไปด้วยจังหวะความเข้าใจของตัวเอง

⠀⠀⠀🦄 สาม เด็กโดยเฉพาะในวัยเด็กเล็ก จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 หนังสือที่เป็นรูปเล่ม จับต้องได้ พลิกหน้ากระดาษได้ สามารถดมกลิ่น หรือเอาเข้าปากได้อย่างไม่เป็นอันตราย จะช่วยในการเรียนรู้ของเด็กได้มากกว่า และที่สำคัญคือช่วยส่งเสริมให้เกิดจินตนาการได้มากกว่าการสื่อสารแบบสูตรสำเร็จบนสื่อดิจิทัล

⠀⠀⠀👨‍👩‍👧‍👦 และ สี่ หนังสือให้พื้นที่สำหรับการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง สำหรับเด็กเล็กที่ยังอ่านด้วยตัวเองไม่ได้ การอ่านหนังสือก็จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากผู้ปกครอง เด็กจะเรียนรู้ภาษาได้ดีผ่านการเชื่อมโยงการออกเสียงกับตัวหนังสือ นั่นหมายความว่าเด็กจะอ่านออกได้เร็วหากมีคนอ่านให้ฟัง และนี่ยังรวมไปถึงการอ่านเพื่อสายสัมพันธ์ของครอบครัวอีกด้วย


⠀⠀⠀ถึงตรงนี้ เราจึงขอถือโอกาสเนื่องในวันที่ 2 เมษายนของทุกปี เป็นวันหนังสือเด็กแห่งชาติ และวันหนังสือเด็กสากล พาหนังสือภาพสำหรับเด็กที่ทรงคุณค่าระดับโลกทั้ง 5 เล่ม มาแนะนำสำหรับผู้ปกครองที่กำลังมองหาหนังสือเด็กดี ๆ ให้ลูกหลานของคุณได้ฝึกการอ่านสนุก ๆ

🐛 หนอนจอมหิว (The Very Hungry Caterpillar, 1969) โดย Eric Carle

⠀⠀⠀หนังสือภาพสำหรับเด็กที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคภาพตัดแปะ ที่ให้สีสันสดใสช่วยดึงความสนใจของเด็ก อีกทั้งเนื้อเรื่องยังพูดถึงวงจรชีวิตของหนอนตัวน้อยจนกว่าจะเติบโตเป็นผีเสื้อ โดยระหว่างทางแทรกความรู้เรื่องการนับเลข การเรียกวัน และชื่อของผลไม้ตามสีสัน เรียกว่าอัดแน่นด้วยคุณภาพ

😼 The Cat in the Hat (1957) โดย Dr. Seuss

⠀⠀⠀หนังสือโดยเจ้าของวลีที่เราเปิดกันในตอนต้นบทความ เกี่ยวกับเจ้าเหมียวที่เข้ามาป่วนในบ้านของสองพี่น้องและชวนเล่นสนุกด้วยกัน ซึ่งจุดเด่นของหนังสือ Dr. Seuss คือการหยิบเอาคำศัพท์ที่เด็กในวัย 3 - 7 ปี ควรจะได้เรียนรู้มาร้อยเรียงเป็นคำคล้องจองให้ฝึกอ่านและท่องจำได้ง่าย อีกทั้งเนื้อหายังช่วยสอนเด็กเกี่ยวกับการเล่นสนุก ทำบ้านรก แล้วก็ต้องเก็บกวาดบ้านด้วยตัวเองด้วย

👹 ดินแดนแห่งเจ้าตัวร้าย (Where the Wild Things Are, 1963) โดย Maurice Sendak

⠀⠀⠀หนังสือภาพสำหรับเด็กขึ้นหิ้งที่ควรค่าแก่การซื้อเก็บไว้อ่าน พูดถึงการผจญภัยในดินแดนเจ้าของร้ายของเด็กดื้อคนหนึ่ง ที่จะพาน้อง ๆ หนู ๆ ผู้อ่านสนุกไปกับการเที่ยวเล่นทั้งหลาย แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเล่นสนุกอย่างไร ก็ต้องกลับมาหาความอบอุ่นของแม่อยู่ดี เป็นหนังสือที่ช่วยสอนถึงความสำคัญของครอบครัว ไม่เฉพาะกับเด็กเท่านั้น แต่หมายถึงกับผู้ปกครองเองก็เช่นกัน

🥛 งานแรกของมี้จัง (1996) โดย โยริโกะ ษุษุอิ และ อาคิโกะ ฮายาชิ

⠀⠀⠀หนังสือภาพแสนคลาสสิกที่ผู้เชี่ยวชาญด้านหนังสือเด็กต่างแนะนำ ด้วยภาพประกอบแสนน่ารัก ใส่ใจรายละเอียดในทุกมิติ และเนื้อหาที่เล่าถึงการผจญภัยเล็ก ๆ ของมี้จัง ซึ่งรับหน้าที่ออกไปซื้อของคนเดียวเป็นครั้งแรก ถือเป็นงานใหญ่และเต็มไปด้วยความตื่นเต้นสำหรับเด็กหญิงวัย 5 ขวบ

🦗 กระดุ๊ก กระดิ๊ก กระด๊อก กระแด๊ก โดย เกริก ยุ้นพันธ์, ปรีดา ปัญญาจันทร์ และชีวัน วิสาสะ

⠀⠀⠀หนังสือภาพสำหรับเด็กที่ร่วมกันสร้างสรรค์โดย 3 ศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านหนังสือเด็กของไทย เล่าถึงยายเช้าที่ชอบหาว หัวเราะ หรือจาม โดยอ้าปากกว้าง จนทำให้มีแมลงกระโดดเข้าไปในปาก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องวุ่น ๆ นับเป็นหนังสือที่สอนเรื่องมารยาทสำหรับเด็กที่สนุกเสียจนต้องมีเก็บไว้ให้เด็ก ๆ ได้อ่านตามเสียง ‘กระดุ๊ก กระดิ๊ก กระด๊อก กระแด๊ก’ เลยทีเดียว


⠀⠀⠀ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรามักได้ยินคำว่า “วงการหนังสือกำลังจะตาย เพราะคนอ่านน้อยลง” ซึ่งไม่จริงเลยสักนิด การที่คุณอ่านมาถึงตรงนี้ เป็นข้อพิสูจน์ได้ดีเลยทีเดียว และรู้หรือไม่ว่านิสัยรักการอ่านของเด็ก ๆ นั้น 40% มาจากการเอาผู้ปกครองเป็นแบบอย่าง ด้วยเหตุนี้เราก็คงวางใจได้ว่า หนังสือและหนังสือเด็กก็ไม่ตายจากไปไหนหรอก อย่างน้อย ๆ ก็คงมี “คุณ” และเหล่าเด็กน้อยผู้รักการอ่านที่จะคอยสนับสนุนมันต่อไป 😊

________

✍️ ที่มา : https://cmu.to/Rs3iI
🗃️ ติดตามบทความอื่น ๆ จาก STeP ที่: https://cmu.to/STePArticle

#วันหนังสือเด็ก #หนังสือเด็ก #หนังสือภาพสำหรับเด็ก

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอแสดงความยินดีกับ 🎊👍 ดร.วัฒนจักร พุ่มวิเศษในโอกาสได้ดำรงตำแหน่งผู้อำน...
01/04/2024

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ขอแสดงความยินดีกับ 🎊

👍 ดร.วัฒนจักร พุ่มวิเศษ

ในโอกาสได้ดำรงตำแหน่ง
ผู้อำนวยการกลุ่มอุทยานวิทยาศาสตร์
กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

สวัสดี 1 เมษายน วันโกหกโลก! (   ) 🤡ทำความรู้จักภาวะ “  #การกุเหตุความจำเสื่อม ” อาการที่ทำให้คนโกหกดันเชื่อคำโกหกของตัวเ...
01/04/2024

สวัสดี 1 เมษายน วันโกหกโลก! ( ) 🤡
ทำความรู้จักภาวะ “ #การกุเหตุความจำเสื่อม ” อาการที่ทำให้คนโกหกดันเชื่อคำโกหกของตัวเอง! 😱

โกหกเขาแต่เราเชื่อเอง 🙊🙉
#ทำไมบางคนถึงเชื่อสิ่งที่ตัวเองโกหก
----------------

“เคยโกหกกันไหม?”

บางคนที่ตอบว่า “ไม่เคย” นั่นอาจเป็นการโกหกแล้วก็ได้ 🤭

ไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะยอมรับว่าเราต่างก็เคยโกหกด้วยกันทั้งนั้น การโกหกอยู่ใกล้ตัวเราเสียจนบางครั้ง การสนทนากันปกติก็เกิดการโกหกขึ้นได้ ถ้าเราไม่ได้พูดอย่างที่คิดหรือหมายความอย่างนั้นจริง ๆ

⠀⠀⠀ #การโกหก จึงหมายถึง การที่เราจงใจพูดหรือบอกข้อมูลเท็จให้กับบุคคลอื่น โดยที่เรารู้ว่านั่นไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะด้วยเจตนาที่ดีหรือไม่ก็ตาม

ในทางจิตวิทยา เป็นที่น่าสนใจว่า เวลาคนเราพูดโกหก จะใช้สมองมากกว่าการพูดความจริง เพราะต้องคอยคิดเรื่องและเตือนตัวเองเสมอเพื่อไม่ให้ถูกจับผิด เมื่อสมองเกิดการทำงานเยอะ ปฏิกิริยาทางร่างกายก็จะถูกแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว จึงตามมาด้วยเรื่องของภาษากายที่เราอาจจะพอสังเกตได้บ้าง อาทิ การจับจมูก ป้องปาก หลบตา ซึ่งมันเป็นไปเองตามกลไกการป้องกันตัวของมนุษย์ นั่นทำให้บางครั้งเราก็ “จับโกหก” จากอาการเหล่านี้ได้ไม่ยากนัก

⠀⠀⠀🤥 แต่มีการโกหกอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เราผู้ฟังรู้ดีว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังสื่อสารออกมานั้นเป็นการโกหกคำโต หรือมีส่วนที่บิดเบือนไปจากความจริงมากโข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวตน ภูมิหลัง ความทรงจำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่พยายามจับโกหกเท่าไหร่ก็จับไม่ได้ เพราะผู้พูดแสดงความเชื่อมั่นในคำโกหกของตัวเองราวกับกำลังเอ่ยความจริงทุกประการ

เป็นไปได้ว่าเขากำลังเผชิญอยู่กับภาวะ “ #การกุเหตุความจำเสื่อม ”

⠀⠀⠀🧠 การกุเหตุความจำเสื่อม หรือ เป็นภาวะที่เกิดจากความผิดปกติทางด้านความทรงจำ เมื่อสมองไม่สามารถจดจำรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ได้ทั้งหมด หรือสูญเสียความทรงจำบางส่วนไป ก็จะพยายามสร้างเรื่องราวเพื่ออุดรอยรั่วของความทรงจำเหล่านั้น #จนตัวเราปักใจเชื่อว่าคือเรื่องจริง อาจเป็นได้ทั้งการบิดเบือนเรื่องราวไปเล็กน้อย ไปจนถึงการสร้างเรื่องเหลือเชื่อ เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นภาวะที่สมองกุความทรงจำปลอมขึ้นมาหลอกตัวเราเอง ทำให้เวลาพูดหรือเล่าออกมาจึงมองดูเหมือนว่ากำลัง “โกหกไม่รู้ตัว”

แต่จะเรียกว่าเป็นการโกหกก็อาจไม่ถูกนัก เมื่อผู้ที่เผชิญภาวะนี้ไม่ได้มีเจตนาหรือความตั้งใจที่จะหลอกลวงแต่อย่างใด พวกเขาเพียงเชื่ออย่างสุดใจในชุดความจริงที่ตัวเองมี และในบางรายเชื่อถึงขนาดปฏิเสธหลักฐานหรือข้อโต้แย้งเลยทีเดียว

ซึ่งภาวะนี้ สามารถเกิดได้ในผู้ที่มีโรคทางสมอง เช่น โรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน หรือโรคหลอดเลือดสมองใหญ่โป่งพอง ผู้ที่ได้รับการกระทบกระเทือนทางสมอง หรือผู้ที่มีพฤติกรรมติดสุราเรื้อรัง ไปจนถึงบุคคลทั่วไปอย่างเรา ๆ ที่หากประสบเหตุสะเทือนใจ มีความเครียด หรือได้รับความกดดันจากความจริงที่เผชิญอยู่ สมองก็อาจสร้างความทรงจำปลอมขึ้นมา เพื่อให้เราเกิดความสบายใจและสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้

⠀⠀⠀การโกหกยังมีอีกหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับเจตนา ซึ่งไม่ว่าด้วยเจตนาดีหรือไม่อย่างไร ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่เช่นกันว่า การ “อะลุ้มอล่วยให้โกหก” ก็ช่วยให้เราสามารถรักษาความสัมพันธ์หรือเอาตัวรอดจากบางสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตาม เราก็ควรเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าทุกครั้งที่โกหกนั้น มักแลกมาด้วยความเชื่อใจเสมอ 💔🤦‍♂️

สำหรับ April Fools' Day ที่กำลังมาถึงนี้ ใครที่เป็นสายขี้เล่นก็ขอให้เล่นสนุกอย่างพอดี อย่าเผลอสร้างความเสียหายให้ใครด้วยคำโกหกของเราล่ะ 🤡👍



ขอบคุณแหล่งอ้างอิงจาก
https://academic.oup.com/book/25058/chapter-abstract/189156572?redirectedFrom=fulltext
https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/lying
https://thematter.co/science-tech/why-we-create-our-identity-through-lie/91404

ที่อยู่

ชั้น 2 (อาคาร A) อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่)
Chiang Mai
50100

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: STePผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: STeP:

วิดีโอทั้งหมด

แชร์

STeP

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Science and Technology Park, Chiang Mai University : STeP) องค์กรในกำกับของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีภารกิจหลักในการเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม (University-Industry Linkage : UIL) เพื่อผลักดันให้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของนักวิจัย อาจารย์และผู้เชี่ยวชาญภายในมหาวิทยาลัยออกสู่เชิงพาณิชย์ โดยเน้นความต้องการของภาคเอกชนเป็นหลัก ผ่านกลไกการให้บริการที่หลากหลาย ครอบคลุมถึงการทำวิจัยร่วมกับภาคเอกชน การบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี (Teach Startups) การถ่ายทอดเทคโนโลยี การอนุญาตให้ใช้สิทธิ์เทคโนโลยี การออกแบบนวัตกรรม การให้บริการห้องปฏิบัติการและเครื่องมือปฏิบัติการ การให้บริการโรงงานต้นแบบเทคโนโลยี โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อน เพื่อสร้างฐานความรู้และนวัตกรรม ยกระดับเศรษฐกิจ พร้อมลดความเหลื่อมล้ำในระดับภูมิภาค

ตำแหน่งใกล้เคียง บริการภาครัฐ


Chiang Mai บริการภาครัฐอื่นๆ

แสดงผลทั้งหมด