ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ คือส่วนบังคับบัญชาสถานีตำรวจในจังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมด ตั้งอยู่ใกล้สี่แยกหนองประทีป

ตำรวจเชียงใหม่เดินหน้าปราบอาชญากรรมไซเบอร์ รวบ 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับ เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “UFO98” เงินหมุนเวียนกว่า ...
02/09/2026

ตำรวจเชียงใหม่เดินหน้าปราบอาชญากรรมไซเบอร์ รวบ 2 ผู้ต้องหาตามหมายจับ เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “UFO98” เงินหมุนเวียนกว่า 25 ล้านบาท

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มุ่งยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและสังคม พร้อมเตือนเยาวชนและประชาชนอย่าตกเป็นเครื่องมือของขบวนการ “บัญชีม้า” หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “UFO98” ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 25 ล้านบาท

การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ
• พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5
• พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5
• พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่
• พ.ต.อ.นฤบาล จิตทยานันท์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่
• พ.ต.อ.สุรชัย ท่างาม ผกก.สืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่
• พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.แม่ปิง

สั่งการให้ พ.ต.ท.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมกับ สภ.แม่ปิง เข้าดำเนินการสืบสวนและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ

จับกุม 2 ผู้ต้องหา

1. นายธนวรรธน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี
ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1945/2569 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2569
จับกุมเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. ณ บ้านพักในพื้นที่ ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง

2. นายกฤษฎา (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี
ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1946/2569 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2569
จับกุมเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 16.00 น. ณ บ้านพักในพื้นที่ ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง

ของกลาง
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง ตรวจยึดได้จากนายกฤษฎา (สงวนนามสกุล)

ฐานความผิด

สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน, ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด และสนับสนุนการกระทำความผิดฐานจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นการพนันออนไลน์ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน

สืบสวนขยายผลเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “UFO98” ซึ่งลักลอบจัดให้มีการเล่นการพนันผิดกฎหมาย โดยพบว่ามีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 25 ล้านบาท

จากการรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่สามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้รวม 5 ราย

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายธนวรรธน์ฯ และนายกฤษฎาฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งสองราย หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดลำปาง จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและแสดงตัวพร้อมหมายจับ

ผู้ต้องหาทั้งสองรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งสิทธิและข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนติดตามผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

🚨 ตำรวจเชียงใหม่ฝากเตือน “บัญชีม้า” อย่าคิดว่าแค่ให้ยืมบัญชีแล้วจะไม่ผิด

❌ อย่าหลงเชื่อ คำชักชวนประเภท “แค่เปิดบัญชีให้ ได้เงินใช้สบาย ๆ”

❌ อย่าใจอ่อน แม้เป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก หากขอยืมบัญชีธนาคารหรือขอให้ช่วยรับ–โอนเงิน

⚖️ โทษหนักกว่าที่คิด การยินยอมให้ผู้อื่นนำบัญชีไปใช้ในลักษณะที่รู้หรือควรรู้ว่าจะเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอื่น อาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีและมีโทษทั้งจำคุกและปรับ

ด้วยความห่วงใยจากตำรวจภูธรภาค 5 💙
หากพบเบาะแสเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัญชีม้า สามารถติดต่อสถานีตำรวจใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#ตำรวจเชียงใหม่ #ศปอสภจวเชียงใหม่ #สภแม่ปิง #เตือนภัยไซเบอร์ #บัญชีม้า #ปราบเว็บพนัน #อาชญากรรมไซเบอร์ #ตำรวจภูธรภาค5

สภ.เมืองเชียงใหม่รวบ 6 ผู้ต้องหา อุ้มชายวัย 23 ปี กักขังทำร้าย เรียกค่าไถ่ 120,000 บาท ตำรวจช่วยเหลือเหยื่อปลอดภัยวันที่...
27/08/2026

สภ.เมืองเชียงใหม่รวบ 6 ผู้ต้องหา อุ้มชายวัย 23 ปี กักขังทำร้าย เรียกค่าไถ่ 120,000 บาท ตำรวจช่วยเหลือเหยื่อปลอดภัย

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 03.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุชายถูกกลุ่มบุคคลลักพาตัว บริเวณริมถนนเจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุมีการใช้อาวุธปืนลักษณะคล้ายปืนสั้น และนำผู้เสียหายขึ้นรถยนต์สีดำ ก่อนหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ จึงลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยได้รับคลิปวิดีโอจากพลเมืองดีซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ ก่อนเร่งสืบสวนพิสูจน์ทราบตัวผู้ก่อเหตุและผู้เสียหาย

ต่อมาเวลาประมาณ 07.55 น. ญาติของผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่า ผู้เสียหายถูกลักพาตัวและถูกกลุ่มคนร้ายเรียกค่าไถ่ โดยระหว่างให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ผู้เสียหายได้ติดต่อกลับมายังญาติและแจ้งว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเรียกเงินจำนวน 600,000 บาท ก่อนมีการต่อรองเหลือ 120,000 บาท

เมื่อทราบจุดนัดหมายส่งมอบเงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนเข้าจับกุม โดยให้ญาติของผู้เสียหายนำเงินไปวางไว้บริเวณริมแม่น้ำปิงใกล้ท่าเรือหางแม่น้ำปิง ก่อนเจ้าหน้าที่ซุ่มกำลังโดยรอบ

หลังจากวางเงินไม่นาน ชายอายุ 29 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุ ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหยิบเงิน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัว และตรวจพบกล่องบรรจุเงินค่าไถ่ ก่อนสอบถามจนทราบว่าผู้เสียหายถูกนำตัวไปกักขังไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบและพบรถยนต์สีดำคันที่มีลักษณะตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดจอดอยู่บริเวณโรงแรม เมื่อเข้าตรวจสอบพบผู้เสียหายอยู่ภายในรถ มีร่องรอยถูกทำร้ายบริเวณใบหน้าและมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณใบหู เจ้าหน้าที่จึงให้การช่วยเหลือและควบคุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติม

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาบางส่วนให้การรับว่าได้ร่วมกันลักพาตัวผู้เสียหายไปกักขังและเรียกค่าไถ่จริง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจนสามารถติดตามจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติมได้อีก 2 ราย รวมผู้ก่อเหตุที่ถูกจับกุมทั้งหมด 6 คน เป็นชาย 5 คน และหญิง 1 คน

หนึ่งในผู้ต้องหาหญิงให้การว่า ทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่อหรือนกต่อ โดยโทรศัพท์นัดหมายผู้เสียหายให้ออกมาพบ ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะลงมือจับตัวและนำไปกักขัง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวจค้นหาอาวุธที่ใช้ในการก่อเหตุ พบว่าเป็นปืน BB Gun จำนวน 2 กระบอก ประกอบด้วย ปืนสั้น BB Gun 1 กระบอก และปืนยาว M4 BB Gun 1 กระบอก จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อประกอบคดี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาตามพฤติการณ์แห่งคดี ได้แก่ ร่วมกันเรียกค่าไถ่โดยข่มขืนใจ ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายและหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนตามที่พนักงานสอบสวนดำเนินการ

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยผู้ต้องหาทั้ง 6 รายให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา

ต่อมาในเวลา 15.00 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 มอบหมายให้ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ แถลงข่าวผลการจับกุม ณ สภ.เมืองเชียงใหม่

#ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ #ตำรวจเชียงใหม่ #สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ #เชียงใหม่เมืองปลอดภัย

27/08/2026

#5พฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่รถจักรยานยนต์
.. รายการสาระดีความรู้จราจรวันนี้นำเรื่องราวของการใช้รถใช้ถนนคือ การขับขี่รถจักรยานยนต์มาเล่าให้ฟัง ซึ่งเราขับขี่กันอยู่ทุกวันแต่ปฏิบัติถูกต้องหรือไม่จึงเน้นย้ำในเรื่องราวดังต่อไปนี้ครับ

1. การสวมหมวกนิรภัยและการใช้สายรัดคางดึงให้แน่นเพื่อไม่ให้หมวกกันน็อคหลุดออก
2. การจะเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่องทางโดยไม่ได้ให้สัญญาณ ไม่มีการเปิดไฟเลี้ยวก่อให้เกิดความสับสนกับคนที่ใช้ทางร่วมกัน
3. การขับขี่รถในพื้นที่การจราจรหนาแน่นและแทรกไปในช่องทางต่าง ๆ จะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุทางถนน
4. มอเตอร์ไซค์ที่ขับด้วยความเร็วแล้วคิดว่าสามารถหยุดรถได้ทันหากมีการหยุดหรือเบรคด้านหน้าแต่แท้ที่จริงแล้วการจะหยุดรถต้องมีระยะทางเข้ามาเป็นส่วนประกอบ
5. การก้มมองโทรศัพท์มือถือ การรับสาย หรือเปลี่ยนเพลงขณะขับรถอาจทำให้เสียสมาธิเพราะการไม่มองถนนแม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่รถยังเคลื่อนต่อจะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้
.. หวังว่าข้อมูลนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในการเดินทางในการใช้เส้นทางการเคารพกฎจราจร , การขับรถอย่างมีวินัย และการคาดการณ์อุบัติเหตุอยู่เสมอจะทำให้เราขับขี่ได้อย่างปลอดภัยครับ

#จราจรเชียงใหม่
#รายการสาระดีความรู้จราจร

26/08/2026

ตำรวจเชียงใหม่แถลงผลปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมตามนโยบายรัฐบาลและ ตร.

ตำรวจเชียงใหม่แถลงผลปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมตามนโยบายรัฐบาลและ ตร.ว...
26/08/2026

ตำรวจเชียงใหม่แถลงผลปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมตามนโยบายรัฐบาลและ ตร.

วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ อาคารหอประชุม ชั้น 2 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมชาย เขียวจักร์ และ พล.ต.ต.ดำเนิน กันอ่อง ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้ง พ.ต.อ.สุรชัย ศุภยศอมร, พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้, พ.ต.อ.นฤบาล จิตทยานันท์, พ.ต.อ.ฤทธิเดช อนันตโสภณ, พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี และ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวผลการปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ”

การแถลงข่าวครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ประกอบด้วย นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมคณะ, นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 และนายสมชาย ติไชย ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 5 กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้

ในการนี้ ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงผลการปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ซึ่งเป็นการบูรณาการกำลังและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม สร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ การปฏิบัติการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กวาดล้างขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎร อย่างจริงจัง เด็ดขาด และเป็นระบบผบ.ตร. มอบหมายให้พล.ต.อ.สำราญ...
26/08/2026

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กวาดล้างขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎร อย่างจริงจัง เด็ดขาด และเป็นระบบ
ผบ.ตร. มอบหมายให้พล.ต.อ.สำราญฯ ปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร., พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E) และ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. และ นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ”

ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายและเน้นย้ำถึงกรอบแนวคิดหลักในการดำเนินงานว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” เพื่อกวาดล้างขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ร่วมกับคณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (DOPA N.I.C.E.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ปปง., สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ปราบปรามขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าวสวมบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) เป็นการออกบัตรให้แก่กลุ่มบุคคลที่ไม่เคยมีประวัติในทะเบียนราษฎรมาก่อน โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นกลุ่มคนตามแนวตะเข็บชายแดน คนพลัดถิ่น คนในถิ่นทุรกันดาร ให้มีฐานข้อมูลอยู่ในระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งส่งผลให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล การทำงาน และสามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ เพื่อพัฒนาไปสู่การได้รับสัญชาติไทยต่อไปได้หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตาม พ.ร.บ.สัญชาติ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องมาจากอำเภอไชยปราการ ร่วมกับชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E. ได้ดำเนินการตรวจสอบการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) ในเขตพื้นที่ อ.ไชยปราการ พบว่าในห้วงปี พ.ศ. 2561 - 2565 มีการออกบัตรทะเบียน 0 จำนวน 5,044 คน ซึ่งมีรายละเอียดที่ผิดปกติ ดังนี้

1. การใช้บ้านเลขที่ที่ไม่มีอยู่จริง(บ้านผี), บ้านเลขที่สมมุติ, สภาพบ้านพักอาศัยไม่ได้ หรือไม่ได้พักอยู่จริง เป็นจุดรวมรายชื่อ
2. การจงใจเก็บลายนิ้วมือให้ไม่สมบูรณ์ (พิมพ์เอียง, พิมพ์ครึ่งนิ้ว) เพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบอัตลักษณ์
3. การรับรองเอกสารเท็จ
4. เอกสารต้นเรื่องสูญหายจำนวนมาก

จากการสืบสวนเชิงลึกพบคนต่างด้าวที่ทำบัตรทะเบียน 0 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายชัดเจนจำนวน 23 คน จึงได้ดำเนินการส่งตรวจสอบอัตลักษณ์ภาพใบหน้าและลายพิมพ์นิ้วมือ กับฐานข้อมูลคนต่างด้าวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผลการตรวจเปรียบเทียบปรากฏว่าคนต่างด้าวทั้ง 23 คน เป็นบุคคลที่มีหนังสือเดินทางของประเทศเมียนมา 22 คน และ จีน 1 คน พฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 137, 162, 267 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50

คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการ ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง รวม 37 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐ 3 คน (เสียชีวิตแล้ว 2 คน), อดีตกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าบ้าน ผู้เป็นพยานรับรอง 11 คน และบุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 23 คน

จากนั้นพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 และศาลจังหวัดฝาง โดยศาลอนุมัติหมายจับ บุคคล 3 กลุ่ม 36 หมาย ดังนี้

1. กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 1 คน / 2 หมาย คือ นายพงษ์ อดีตปลัดอำเภอไชยปราการ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอ ใน จว.เชียงราย ผู้อนุมัติทะเบียนให้กับคนต่างด้าว ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ รับรองเป็นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50

2. กลุ่มผู้รับรอง จำนวน 11 คน / 11 หมาย ได้แก่
2.1 อดีตกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้รับรอง จำนวน 8 คน / 8 หมาย
2.2 เจ้าบ้าน ผู้รับรอง จำนวน 3 คน / 3 หมาย

ซึ่งได้รับรองให้เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ทั้งที่ไม่มีบ้านอันจะอยู่อาศัยได้จริง ในบ้านมีจำนวนคนต่างด้าวมากผิดปกติ และเอกสารหลักฐานสูญหายเป็นจำนวนมาก ในความผิดฐาน “สนับสนุนหรือช่วยเหลือเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 157, 83, 137, 267 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50

3. กลุ่มบุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จำนวน 23 คน / 23 หมาย ในความผิดฐาน “เป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50 วรรคสอง

ศาลอนุมัติหมายค้น จำนวน 12 หมาย ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของบุคคลที่ถูกออกหมายจับ ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ 20 คน ได้แก่ 1. นายพงษ์ อดีตปลัดอำเภอไชยปราการ 2. กลุ่มอดีตกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าบ้าน ผู้รับรอง จับกุมได้ 10 คน และ 3. กลุ่มบุคคลต่างด้าวผู้สวมสิทธิ์ จับกุมได้ 9 คน (สัญชาติจีน 1 คน และเมียนมา 8 คน)

จากการสืบสวนและการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้ ตรวจพบความผิดปกติอันมีลักษณะเป็นเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญของสำนักทะเบียนอำเภอไชยปราการ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการนำบุคคลต่างด้าวที่เป็นแรงงานในพื้นที่ อ.ไชยปราการ จว.เชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ มาทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) หรือเรียกว่าขบวนการฟอกแรงงาน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้ร่วมบูรณาการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณ กรมการปกครอง, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ป.ป.ท., สำนักงาน ปปง. และทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อปกป้องความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎร ป้องกันการแทรกซึมของอาชญากรรมข้ามชาติ และรักษาความมั่นคงของชาติในระยะยาว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเรียนต่อพี่น้องประชาชน และชาวต่างชาติทุกท่านว่า เรื่องนี้เป็นภารกิจตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา ภายใต้หลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยยึดพฤติการณ์และพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ยึดติดกับตัวบุคคลหรือสถานะของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาค โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ หากประชาชนที่พบความผิดปกติหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการสวมสิทธิทางทะเบียน เช่น มีการจัดหาคนต่างด้าวมาทำบัตรโดยผิดปกติ มีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดเรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางทะเบียน มีการใช้ชื่อบุคคลไทยถือครองธุรกิจแทนคนต่างด้าว มีการเปิดบัญชีจำนวนมากโดยผิดปกติ หรือมีการใช้เอกสารประจำตัวที่สงสัยว่าได้มาโดยมิชอบ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เพื่อเป็นการยกระดับความมั่นคงทางทะเบียน เพราะข้อมูลทะเบียนราษฎรที่ถูกต้องเป็นรากฐานสำคัญของการคุ้มครองสิทธิประชาชน และเป็นด่านแรกในการป้องกันอาชญากรรมหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสวมสิทธิ บัญชีม้า นอมินี ไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการปิดช่องความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและรักษาความมั่นคงของประเทศ

#ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ #ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว #ปราบนอมินี
#ตำรวจเชียงใหม่ #เชียงใหม่เมืองปลอดภัย #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตำรวจแม่วาง รวบ 3 เยาวชน แก๊งลักล้อรถมอเตอร์ไซค์วันที่ 25 สิงหาคม 2569 สภ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เร่งกวาดล้างอาชญากรรมในพื้น...
26/08/2026

ตำรวจแม่วาง รวบ 3 เยาวชน แก๊งลักล้อรถมอเตอร์ไซค์

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 สภ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เร่งกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ ล่าสุด ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธนัญชัย ศิริวรรณา ผกก.สภ.แม่วาง พ.ต.ท.ประจักษ์ จันทิมา รอง ผกก.สส.ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.แม่วาง นำโดย พ.ต.ท.พัฒนพงษ์พันธ์ บุษบง สว.สส.ฯ พร้อมกับพวก ร่วมกันจับกุมเยาวชน 3 ราย หลังร่วมกันตระเวนก่อเหตุลักล้อรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านนำไปขายต่อ พร้อมฝากเตือนสติเยาวชนให้คิดก่อนทำ อย่าเห็นแก่เงินเพียงเล็กน้อยจนต้องเสียอนาคต

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่วางได้รับแจ้งเหตุจากผู้เสียหายว่า ล้อรถจักรยานยนต์ทั้งสองข้างที่จอดไว้บริเวณใกล้หอพักในพื้นที่ ต.ดอนเปา อ.แม่วาง ได้ถูกโจรกรรมหายไป เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนติดตามจนทราบเบาะแสว่ามีกลุ่มเยาวชนในพื้นที่รวมตัวกันออกตระเวนก่อเหตุลักล้อรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปขายต่อ ก่อนนำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านพักของ นายเอ (นามสมมุติ) และตรวจพบของกลางเป็นล้อรถจักรยานยนต์จำนวน 2 ล้อ

จากการสอบสวน นายเอ ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน ออกตระเวนลักล้อรถจักรยานยนต์ของประชาชนจริง ก่อนจะนำไปขายต่อในราคาคู่ละประมาณ 1,600 บาท เพื่อนำเงินมาแบ่งกันใช้จ่ายและซื้อของที่อยากได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ทาง สภ.แม่วาง ได้ฝากเตือนไปยังเยาวชนและประชาชนทั่วไปว่า การลักทรัพย์เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา หากต้องการเงินไว้ใช้จ่าย ขอให้เลือกประกอบอาชีพหรือหารายได้ด้วยวิธีที่สุจริต อย่าเห็นแก่เงินเพียงเล็กน้อยหรือความคึกคะนองชั่วครู่จนต้องหมดอนาคต

ไล่ระทึก! สายตรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ นำกำลังไล่ล่าสกัดจับเก๋งขับซิ่งหวาดเสียว หลบหนีพุ่งชน ตร.เจ็บ คุมตัวค้นประวัติพบรถ...
26/08/2026

ไล่ระทึก! สายตรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ นำกำลังไล่ล่าสกัดจับเก๋งขับซิ่งหวาดเสียว หลบหนีพุ่งชน ตร.เจ็บ คุมตัวค้นประวัติพบรถที่ขับที่แท้เป็นรถขโมยมา

ช่วงค่ำคืนของวันที่ 25 ส.ค.69 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ โดยการอำนวยการโดย พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจ ร่วมกันสกัดจับกุมตัว นายเอก (นามสมมุติ) อายุ 53 ปี ชาว กทม. ภายหลังจากที่ทางบุคตลดังกล่าวได้รถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า ซิตี้ สีแดง ในลักษณะประมาทหวาดเสียวปาดไปมาระหว่างทางโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้ถนน จนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้พบเห็น จึงมีการเปิดสัญญาณไซเรน บีบแตร ส่องไฟฉายไปที่ผู้ถูกจับและรถดังกล่าวพร้อมทั้งได้ตะโกนออกคำสั่ง

แต่เมื่อดำเนินการครบตามขั้นตอน ผู้ถูกจับได้เร่งเครื่องออกไป โดยไม่มีท่าทีจะหยุดรถอีกทั้งได้หักรถเลี้ยวขวาทันทีทำให้รถเฉี่ยวชนเข้ากับรถจักรยานยนต์สายตรวจที่ ส.ต.ท.นวพล ปัญญามี หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่ได้ติดตามผู้ถูกจับ ทำให้รถจักรยานยนต์ล้มลงได้รับความเสียหาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ต้องรักษาโรงพยาบาล แลเหลังจากที่ได้เฉี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมผู้ถูกจับได้ขับขี่หลบหนีต่อไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ใช้หลักการตามยุทธวิธี เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้ถูกจับ ขับขี่รถต่อเนื่องจาก ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นและขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามและกดดันจนทำให้รถยนต์คันดังกล่าวไปจนมุมในบริเวณซอยตัน รถของผู้ถูกจับไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าควบคุมตัวตามหลักยุทธวิธี

หลังการสอบสวนและตรวจสอบหลักฐานแล้ว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ความผิดฐาน ขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ , ขับขี่รถยนต์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบรถที่ผู้ถูกจับใช้ในการขับขี่จนทราบว่าเป็น รถยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า ซิตี้ สีแดง เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรถที่มีเจ้าทุกข์ได้ไปแจ้งความต่อ พนักงานสอบสวนฯ สภ.ช้างเผือก โดยได้แจ้งว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้หายไป เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 05.57 น. ที่บริเวณ 12 ห้วยแก้ว ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่ามีชายไม่ทราบชื่อ มาขับขี่รถคันดังกล่าวออกไป หลังจากนั้นได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

26/08/2026

ด่วน! มท.4 - รอง ผบ.ตร. แถลงปฏิบัติการ “สยบภัยไชยปราการ” ทลายเครือข่ายทุจริตสวมบัตร 0 ทะลักชายแดน รวบอดีตปลัดอำเภอ-อดีตกำนัน พร้อมต่างด้าวสวมสิทธิ์อื้อ โยงขบวนการฟอกแรงงานกระทบความมั่นคงชาติ ณ ภ.จว.เชียงใหม่

ตำรวจเชียงใหม่ ลุยล้างอาชญากรรมไซเบอร์! บุกทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “UFO98” เงินหมุนเวียนกว่า 25 ล้านบาท พร้อมรวบผู้...
24/08/2026

ตำรวจเชียงใหม่ ลุยล้างอาชญากรรมไซเบอร์! บุกทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “UFO98” เงินหมุนเวียนกว่า 25 ล้านบาท พร้อมรวบผู้ต้องหาครอบครองปืนผิดกฎหมาย

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 09.15 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ศปอส.ภ.จว.เชียงใหม่ นำโดย พ.ต.ท.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง รอง ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมกับ สภ.แม่ปิง นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 3 จุด ในพื้นที่ อ.เมืองลำปาง ตามหมายค้นศาลจังหวัดลำปาง หลังสืบสวนขยายผลเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “UFO98” ซึ่งมีเงินหมุนเวียนกว่า 25 ล้านบาท รวมถึงการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพัก 3 จุด ในพื้นที่ ต.พิชัย ต.เวียงเหนือ และ ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายสัจจพลฯ อายุ 40 ปี และ น.ส.กานต์สิริฯ อายุ 22 ปี ในข้อหา สนับสนุนการฟอกเงิน, ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) และสนับสนุนให้มีการเล่นพนันออนไลน์

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายภูมินทร์ฯ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดีอาวุธปืน จำนวน 1 ราย ในข้อหา “ครอบครองอาวุธปืนของผู้อื่นที่มีทะเบียนโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ อาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ G***K ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ซองกระสุนปืน จำนวน 3 อัน และเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 30 นัด

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายแก่ผู้ต้องหาทั้งหมด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

#ตำรวจเชียงใหม่ #ทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ #กวาดล้างอาวุธปืน #ปราบอาชญากรรมออนไลน์ #เชียงใหม่เมืองปลอดภัย

ที่อยู่

490 ถนนเชียงใหม่-ลำปาง ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดChiang Mai
Chiang Mai
50000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์