หอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และห้องปฏิบัติการวิจัยดาราศาสตร์

หอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และห้องปฏิบัติการวิจัยดาราศาสตร์ Sirindhorn Observatory Chiang Mai University
http://obs.science.cmu.ac.th/
Email : [email protected]

ห้องปฏิบัติการวิจัยดาราศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

239 ถนนห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
http://obs.science.cmu.ac.th

นักศึกษา ป.เอก คณะวิทย์ มช. พร้อมทีมวิจัย นำนวัตกรรม "ช้างแวน" ร่วมเดินทางสำรวจในเส้นทางจีน–แอนตาร์กติกา สู่การตีพิมพ์ผล...
21/07/2026

นักศึกษา ป.เอก คณะวิทย์ มช. พร้อมทีมวิจัย นำนวัตกรรม "ช้างแวน" ร่วมเดินทางสำรวจในเส้นทางจีน–แอนตาร์กติกา สู่การตีพิมพ์ผลงานคุณภาพระดับสากล

นักศึกษา ป.เอก คณะวิทย์ มช. พร้อมทีมวิจัย นำนวัตกรรม "ช้างแวน" ร่วมเดินทางสำรวจในเส้นทางจีน–แอนตาร์กติกา สู่การตีพิมพ์ผลงานคุณภาพระดับสากล
ทีมนักวิจัยภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำทีมศึกษาวิจัยในหัวข้อ "Cutoff-Rigidity Dependence of Count Rate Ratios and Leader Fractions in a Semileaded Neutron Monitor" โดยใช้เครื่องตรวจวัดนิวตรอน "ช้างแวน" (Changvan) ร่วมเดินทางสำรวจในเส้นทางจีน–แอนตาร์กติกา บนเรือ "มังกรหิมะ" จนนำไปสู่การตีพิมพ์ผลงานคุณภาพระดับสากลในวารสาร The Astrophysical Journal Supplement Series (ApJS)
“ช้างแวน” (Changvan) เป็นเครื่องตรวจวัดนิวตรอนจากรังสีคอสมิกแบบกึ่งตะกั่วที่เคลื่อนย้ายได้ ประกอบด้วยหลอดตรวจวัด 3 หลอดในโครงสร้างเดียวกัน โดยหลอดด้านนอก 2 หลอดมีตะกั่ว ส่วนหลอดกลางไม่มีตะกั่ว
การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์นี้ทำให้เครื่องเดียวสามารถวัดการตอบสนองทั้งสองรูปแบบพร้อมกัน และให้ตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงสเปกตรัมรังสีคอสมิกได้ถึง 3 ค่า ได้แก่ อัตราส่วนอัตรานับ และสัดส่วนลีดเดอร์ของหลอดมีตะกั่วและไม่มีตะกั่ว
ช้างแวนถูกติดตั้งบนเรือตัดน้ำแข็ง Xue Long (มังกรหิมะ) ระหว่างการสำรวจปี 2018–2019 และ 2019–2020 ตามเส้นทางไป–กลับระหว่างเซี่ยงไฮ้กับสถานีจงซาน ทวีปแอนตาร์กติกา
การเดินทางผ่านละติจูดแม่เหล็กที่หลากหลายทำให้เครื่องตรวจวัดชุดเดียวสามารถสแกนการตอบสนองต่อรังสีคอสมิกในช่วงความแข็งแกร่งตัดของสนามแม่เหล็กโลก (Geomagnetic Cutoff) ที่กว้าง ภายใต้การทำงานเกือบต่อเนื่อง
งานวิจัยวิเคราะห์ทั้งอัตรานับ และช่วงเวลาระหว่างสัญญาณ พร้อมคัดกรองข้อมูลที่ถูกรบกวน และแก้ผลของความดันบรรยากาศ จากนั้นสร้างแบบจำลอง Monte Carlo ด้วยโปรแกรม FLUKA ที่จำลองตั้งแต่รังสีคอสมิกเข้าสู่บรรยากาศ การเกิดฝักบัวอนุภาค (Atmospheric Shower) จนถึงการตอบสนองของช้างแวน โดยรวมรูปทรงเครื่องตรวจวัด โครงสร้างเรือ และน้ำทะเลโดยรอบ แล้วตรวจสอบผลกับข้อมูลจริงและการสำรวจด้วยเครื่องแบบมีตะกั่วทุกหลอดในปี 2006–2007 เพื่อแยกผลของสเปกตรัมรังสีคอสมิกออกจากผลของโครงสร้างและการเคลื่อนที่ของนิวตรอนภายในเครื่อง
ผลงานนี้ช่วยยกระดับ “ช้างแวน” จากเครื่องมือตรวจนับรังสีคอสมิก ให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงเชิงสเปกตรัมได้หลายมิติจากเครื่องเดียว กล่าวคือ ไม่เพียงบอกว่ารังสีคอสมิกเพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่ยังช่วยสะท้อนว่าการกระจายพลังงานของอนุภาคเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
งานวิจัยยังเผยให้เห็นว่า นิวตรอนที่เกิดขึ้นในส่วนหนึ่งของเครื่องสามารถเคลื่อนที่ไปยังหลอดตรวจวัดข้างเคียงได้ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาในการแปลผลและออกแบบเครื่องตรวจวัด เมื่อผสานข้อมูลจริงกับแบบจำลอง FLUKA องค์ความรู้นี้จึงสามารถนำไปต่อยอดในการออกแบบ และสอบเทียบเครื่องตรวจวัดรุ่นใหม่ พัฒนาเครือข่ายติดตามสภาพอวกาศ และเชื่อมโยงข้อมูลภาคพื้นดินกับการศึกษากิจกรรมดวงอาทิตย์และสภาพแวดล้อมอวกาศ โดยเพิ่มข้อมูลเชิงสเปกตรัมได้โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องตรวจวัดแยกหลายชุด
“ช้างแวน” ช่วยขยายขอบเขตของเครื่องตรวจวัดนิวตรอน จากเครื่องมือนับอนุภาคให้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเชิงสเปกตรัมได้หลายวิธี จากชุดข้อมูลเดียว พร้อมเสนอคำอธิบายเชิงฟิสิกส์ของการเคลื่อนที่ของนิวตรอนระหว่างหลอดตรวจวัดในโครงสร้างแบบกึ่งตะกั่ว
ผลการทดลองและแบบจำลองจึงเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับงานด้านรังสีคอสมิก ฟิสิกส์อวกาศ การตอบสนองของเครื่องตรวจวัด และการจำลองอนุภาคในบรรยากาศ อีกทั้งช่วยยกระดับการมองเห็นของกลุ่มวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในวารสารนานาชาติชั้นนำด้านดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์
การศึกษาครั้งนี้ นำโดยนักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล University of Delaware Polar Research, Institute of China และ Shinshu University จึงสร้างทั้งนักวิจัยรุ่นใหม่ ทักษะการพัฒนาเครื่องมือ การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และการจำลอง Monte Carlo/HPC พร้อมเชื่อมโยงประเทศไทยกับเครือข่ายวิจัยขั้วโลก และฟิสิกส์อวกาศระดับนานาชาติ องค์ความรู้ด้านการแปรผันของรังสีคอสมิกและสภาพอวกาศมีความสำคัญในระยะยาวต่อสังคมที่พึ่งพาดาวเทียม การสื่อสาร การนำทาง และเทคโนโลยีอวกาศมากขึ้น
“ช้างแวน” แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความสามารถด้านเครื่องตรวจวัดอิเล็กทรอนิกส์วัดเวลา การประมวลผลข้อมูล และการจำลองสมรรถนะเครื่องมือภายในประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาองค์ความรู้จากต่างประเทศ และเป็นฐานเทคโนโลยีสำหรับงานเครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูงและอุตสาหกรรมอวกาศในอนาคต การได้ตัวชี้วัดหลายชนิดจากเครื่องตรวจวัดชุดเดียวมีศักยภาพช่วยเพิ่มความคุ้มค่าของโครงสร้างพื้นฐานการติดตามรังสีคอสมิก
ผลงานได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร The Astrophysical Journal Supplement Series (ApJS), Volume 285, Article 41, 13 pages.
Published online 17 July 2026; 2026 August issue.
DOI: https://doi.org/10.3847/1538-4365/ae8194
อ่านข่าว https://www.cmu.ac.th/th/article/b4725ce3-ee59-45bc-874f-1cf436a1e605



มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Chiang Mai University

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้การ...
16/06/2026

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ Prof. Xiang Yuanbo, Ph.D., Director และ Prof. Nie Jiayu, Ph.D., Program Director, Division II of Big Science Program Management, International Cooperation Center of Ministry of Science and Technology (MOST) สาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสที่มาเยี่ยมเยือนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และหารือความร่วมมือด้านการวิจัยและวิชาการด้านสภาพอวกาศ (Space Weather) และการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานวิจัยขั้นนำของ สาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2569 ณ ห้องพระยาศรีวิสารวาจา สำนักงานมหาวิทยาลัย

Professor Pongruk Sribanditmongkol, M.D., Ph.D., President of Chiang Mai University, together with Associate Professor Winita Punyodom, Ph.D., Vice President, and executive members of the Faculty of Science, welcomed the delegation from the International Meridian Circle Program (IMCP).
The delegation consists of representatives of International Science and Technology Cooperation Center (ISTCC), Ministry of Science and Technology of the People's Republic of China (MOST), as well as senior researchers of National Space Science Center (NSSC), Chinese Academy of Sciences (CAS). This will promote cooperation between Chiang Mai University and Chinese counterparts in the field of space science.

彭陆克·斯里班迪蒙功(Pongruk Sribanditmongkol)教授、医学博士、哲学博士,清迈大学校长,与副校长温妮塔·蓬育东(Winita Punyodom)副教授、哲学博士,以及理学院管理团队共同欢迎了国际子午圈大科学计划(International Meridian Circle Program,IMCP)代表团的来访。
该代表团由来自中华人民共和国科学技术部(MOST)国际科技合作中心(ISTCC)的代表和来自中国科学院(CAS)国家空间科学中心(NSSC)的资深研究人员组成,将推动清迈大学与中方在空间科学领域的合作。





https://www.cmu.ac.th/th/article/94a2ed45-92fa-4905-8620-f4df61448154?fbclid=IwY2xjawSeBP9leHRuA2FlbQIxMABicmlkETFkZm9oZEhMY0NUTUt5OXZvc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHtcUoZ3PeclDE0_Gu1HeGUWFPlwIipj00Qny0CYAhu7z7biu2uEzH-T4GPlv_aem_CwL2C0Lh7EJZZZ8ULza-AQ

ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตราบนิจนิรันดร์ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียง...
12/06/2026

ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษา
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ ตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษา
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ขอแสดงความยินดีกับ✨ทัตพิชา พรมฟู ✨ได้รับคัดเลือกจาก Franco-Thai Young Talent Research Fellowship Program ไปทำวิจัยที่ Re...
11/05/2026

ขอแสดงความยินดีกับ✨ทัตพิชา พรมฟู ✨

ได้รับคัดเลือกจาก Franco-Thai Young Talent Research Fellowship Program ไปทำวิจัยที่ Research Institute in Astrophysics and Planetology (IRAP), Toulouse, France เป็นระยะเวลา 4 เดือน ระหว่าง กันยายน - ธันวาคม 2026

06/05/2026

🌏✨ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอแสดงความยินดีกับ รองศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ นันทิยกุล
อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในโอกาสได้รับการนำเสนอเป็นนักวิจัยต้นแบบระดับนานาชาติ ในบทสัมภาษณ์พิเศษชุด “Bridging Frontiers” โดย The Scientific Committee on Antarctic Research (SCAR) เครือข่ายวิชาการระดับนานาชาติด้านการวิจัยแอนตาร์กติก

🏆 การได้รับการนำเสนอผ่านสื่อทางการของ SCAR ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของนักวิจัยไทยในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้าน วิทยาศาสตร์ขั้วโลก (Polar Science) และถือเป็นอีกหนึ่ง milestone สำคัญของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการยกระดับ Frontier Research สู่เวทีสากล

🚢 บทสัมภาษณ์ดังกล่าวได้นำเสนอเส้นทางการทำงานของ รศ.ดร.วราภรณ์ ที่เชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้าน ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (Astrophysics) เข้ากับการศึกษาสภาพแวดล้อมสุดขั้วของทวีปแอนตาร์กติกา โดยมุ่งเน้นงานวิจัยด้าน รังสีคอสมิก (Cosmic Rays) และ สภาพอวกาศ (Space Weather) ผ่านความร่วมมือระดับนานาชาติ อาทิ โครงการตรวจวัดนิวตรอน Changvan และโครงการ Thai-IceCube

🎓 นอกจากผลงานด้านวิชาการ รศ.ดร.วราภรณ์ ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ และผลักดันให้กลุ่มประเทศที่ยังมีส่วนร่วมในงานวิจัยแอนตาร์กติกไม่มากนัก ได้เข้าถึงโอกาสและมีบทบาทในเวทีวิทยาศาสตร์ขั้วโลกมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนากำลังคนวิจัยและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ

💜 ความสำเร็จครั้งนี้ยังสอดรับกับแนวทางภายใต้โครงการตามพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมงานวิจัยขั้วโลกและการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยไทยในเวทีสากลมาอย่างต่อเนื่อง

📋 อ้างอิงข้อมูล:
The Scientific Committee on Antarctic Research (SCAR). (2026). Bridging Frontiers: An Interview with Dr. Waraporn Nunt
https://scar.org/scar-news/groups-excom/edi-new/bridging-frontiers-an-interview-with-dr-waraporn-nuntiyakul

11/04/2026

Artemis II ได้เดินทางกลับถึงโลกโดยสวัสดิภาพด้วยการลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อเวลา 07:07 น. ตามเวลาในประเทศไทย เป็นการปิดฉากการเดินทางรวม 10 วัน ในการโคจรรอบดวงจันทร์

เมื่อเวลา 00:56 น. (เวลาไทย) นักบินอวกาศของภารกิจ Artemis II ได้เดินทางเข้าใกล้ดวงจันทร์ ทำลายสถิติการเดินทางไกลจากโลกมา...
07/04/2026

เมื่อเวลา 00:56 น. (เวลาไทย) นักบินอวกาศของภารกิจ Artemis II ได้เดินทางเข้าใกล้ดวงจันทร์ ทำลายสถิติการเดินทางไกลจากโลกมากที่สุดของมนุษย์ ซึ่งเดิมเป็นสถิติจากภารกิจ Apollo 13 ที่ระยะ 248,655 ไมล์จากโลก โดยมีเป้าหมายเผื่อสำรวจด้านไกลของดวงจันทร์ (Far side)

ติดตาม live ได้ที่ 👇👇👇
https://www.nasa.gov/live/?utm_source=FBPAGE&utm_medium=NASA+Artemis&utm_campaign=NASASocial&linkId=927102293&fbclid=IwY2xjawRBZqFleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFTSjNWa0FBdFR4U0JqcmpZc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHjqjUg7KM1HOjFyTJeaCkul4Z6eylc81NkN4ZclHa2-PHLDp2e6SbLuQoiqi_aem_rJjxTqpwCXj8aSrkgJABlQ

Approaching the near side of the Moon.

The Artemis II astronauts have surpassed the record for the distance from Earth at 1:56 p.m. EDT (1756 UTC). This record was previously set during the Apollo 13 mission when the astronauts traveled 248,655 miles from Earth. The Moon continues to grow larger and larger in the windows of the Orion spacecraft as the Artemis II mission gears up to observe the far side. The astronauts are predicted to make their closest approach of the Moon around 7:02 p.m. EDT (2302 UTC).

ขอแสดงความยินดีกับ ✨พิทยา อภิวัฒนกุล (มีมี่) ✨นักศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาดาราศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ มช. โดย...
17/03/2026

ขอแสดงความยินดีกับ ✨พิทยา อภิวัฒนกุล (มีมี่) ✨

นักศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาดาราศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ มช. โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วราภรณ์ นันทิยกุล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

ได้รับเชิญให้เข้าร่วมปฏิบัติงานวิจัยกับโครงการ SND@LHC ณ CERN เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม 2569 ถึง 19 มีนาคม 2570

24/02/2026

ดร.ศิรามาศ โกมลจินดา นักวิจัยฟิสิกส์ดาราศาสตร์ไทย
เส้นทางของ ดร.ศิรามาศ เริ่มต้นจากความหลงใหลในจักรวาล ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้มุ่งมั่นศึกษาจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านดาราศาสตร์จาก #มหาวิทยาลัยแคนเทอร์เบอรี (University of Canterbury) ประเทศนิวซีแลนด์ ปัจจุบันรับหน้าที่สำคัญเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ (Thailand Center of Excellence in Physics หรือ ) โดยมีความเชื่อว่า การทำความเข้าใจกลไกของจักรวาลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องไกลตัว แต่เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้มนุษย์เข้าใจโลกและการดำรงอยู่ของชีวิตได้ดียิ่งขึ้น
ดร.ศิรามาศ เป็นหัวหน้ากลุ่มวิจัยระบบนิเวศโลก-อวกาศ และเป็นผู้นำในการก่อตั้ง " #ศูนย์เตือนภัยสภาพอวกาศ" (Space Weather Warning Center) ซึ่งถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางเทคโนโลยี ในทางดาราศาสตร์ "สภาพอวกาศ" หมายถึงสภาวะแวดล้อมในอวกาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามกิจกรรมของดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะการเกิด "พายุสุริยะ" (Solar Storm) ซึ่งเป็นการปลดปล่อยอนุภาคพลังงานสูงและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา หากพายุนี้มีความรุนแรงและพุ่งตรงมายังโลก อาจส่งผลกระทบมหาศาลต่อระบบดาวเทียม การสื่อสารวิทยุ ระบบนำร่องการบิน (GPS) และโครงข่ายไฟฟ้าบนพื้นโลก การทำงานของศูนย์เตือนภัยที่ ดร.ศิรามาศ ดูแลจึงเปรียบเสมือนด่านหน้าในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมรับมือสถานการณ์ได้ทันท่วงที
นอกเหนือจากการเฝ้าระวังภัยจากอวกาศ ดร.ศิรามาศ ยังทำงานวิจัยเชิงบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา " #รังสีคอสมิก" (Cosmic Rays) ซึ่งเป็นอนุภาคพลังงานสูงจากห้วงอวกาศลึกที่อาจส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศและสิ่งมีชีวิต หรือสาขาอย่าง " #ชีวดาราศาสตร์" (Astrobiology) ที่ศึกษาความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตในจักรวาล รวมถึง " #โบราณดาราศาสตร์" (Archaeoastronomy) ที่เชื่อมโยงความรู้ทางดาราศาสตร์เข้ากับประวัติศาสตร์และอารยธรรมมนุษย์
อีกหนึ่งมิติที่สำคัญไม่แพ้งานวิจัย คือบทบาทในการเป็น " #นักสื่อสารวิทยาศาสตร์" ดร.ศิรามาศ ทุ่มเทเวลาในการถ่ายทอดความรู้สู่สาธารณชนและเยาวชน ผ่านการเขียนหนังสือตำราเรียนและหนังสือเสริมความรู้ เช่น "INTENSIVE โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ม.ปลาย" เพื่อย่อยเรื่องราวยากๆ ของเอกภพให้เข้าใจง่าย สร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนไทยกล้าที่จะตั้งคำถามและค้นหาคำตอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

______________
👨‍🚀 ข้อมูลอ้างอิง:
- ภาควิชาฟิสิกส์และวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- INTENSIVE โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ม.ปลาย
- ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์

#ข่าวอวกาศ #ดาราศาสตร์ #อวกาศ #นักวิทยาศาสตร์ไทย

ที่อยู่

Chiang Mai
50200

เบอร์โทรศัพท์

+66823868155

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และห้องปฏิบัติการวิจัยดาราศาสตร์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง หอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และห้องปฏิบัติการวิจัยดาราศาสตร์:

ทางลัด

แชร์