กองร้อยทหารพรานที่ 4805

กองร้อยทหารพรานที่ 4805 คุณธรรม อุดมการณ์ คือหัวใจทหารพราน เพื่อประชาชน

30/07/2026

📢 แถลงการณ์หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส: ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีข่าวบิดเบือน 📢

จากกรณีที่มีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลว่า มีการควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระแงะ จำนวน 4 นาย ไว้ในค่ายทหารนั้น ทางหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสขอยืนยันว่า "ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่บิดเบือนจากความเป็นจริง" ครับ
ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง มีดังนี้:
ไม่มีการควบคุมตัวหรือกักขัง ทางเจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้มีการเรียกตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเพื่อควบคุมตัวหรือกักขังหน่วงเหนี่ยวแต่อย่างใด
เป็นเพียงการเชิญมาสอบถามข้อเท็จจริง เนื่องจากตำรวจทั้ง 4 นาย เป็นผู้ที่ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จุดเกิดเหตุ (จุดตรวจบูเก๊ะซามี) จึงเป็นการเชิญมาเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนและติดตามตัวผู้ก่อเหตุ
ทุกฝ่ายทำงานบูรณาการร่วมกันเป็นอย่างดี ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ไม่ได้มีความขัดแย้งกันตามที่ผู้ไม่หวังดีพยายามสร้างกระแส
ทางหน่วยฯ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร ❌ งดแชร์หรือส่งต่อข้อความอันเป็นเท็จ ❌ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีที่ต้องการสร้างความแตกแยกครับ
📞 ช่องทางติดต่อ / แจ้งเบาะแส:
เบอร์โทร: 098-345-6829
FB: หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส
Line ID: 098345689
#หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส #ชี้แจงข้อเท็จจริง #ข่าวปลอม #หยุดแชร์ข่าวปลอม

28/07/2026
28/07/2026
28/07/2026

✍️ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ไขข้อสงสัยการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ย้ำการวิพากษ์วิจารณ์ควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่ครบถ้วน

การใช้อำนาจพิเศษของรัฐย่อมถูกตรวจสอบได้ นักวิชาการมีสิทธิตั้งคำถาม ประชาชนมีสิทธิเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เคารพสิทธิมนุษยชน แต่การวิจารณ์ต้องอยู่บนข้อเท็จจริงของคำสั่งที่ครบถ้วน ไม่ใช่เลือกเฉพาะถ้อยคำที่สร้างความหวาดกลัว แล้วทำให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐกำลังเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธกับใครก็ได้

👉 ข้อเท็จจริงข้อที่ 1 คำสั่งไม่ได้อนุญาตให้ “ยิงใครก็ได้ทันที”
ถ้อยคำที่แท้จริงกำหนดว่า เจ้าหน้าที่สามารถใช้อาวุธเมื่อพบ ผู้ก่อเหตุความรุนแรงที่มีพฤติการณ์จะก่อภยันตรายต่อกำลังพล และต้องปฏิบัติภายใต้หลัก ความจำเป็นและความได้สัดส่วน
ดังนั้น เงื่อนไขไม่ใช่เพียงแค่ “น่าสงสัย”ไม่ใช่เพราะประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ และไม่ใช่อำนาจในการยิงผู้ไม่มีอาวุธตามอำเภอใจ

การตัดคำว่า “มีพฤติการณ์จะก่อภยันตราย” และ “ความจำเป็นและความได้สัดส่วน” ออกไป แล้วเหลือเพียงคำว่า “ใช้อาวุธได้ทันที” จึงเป็นการนำเสนอข้อมูลเพียงครึ่งเดียว และเปลี่ยนความหมายของคำสั่งอย่างมีนัยสำคัญ

👉 ข้อเท็จจริงข้อที่ 2 ไม่ได้มีคำสั่งให้ค้นบ้านประชาชนทุกหลังทั่วจังหวัด
คำสั่งให้อำนาจตั้งจุดตรวจ ตรวจยานพาหนะต้องสงสัย และตรวจค้นเคหสถานที่ เชื่อได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบ รวมถึงจับกุมหรือกักตัวบุคคลที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรง ขอบเขตการปฏิบัติครอบคลุมจังหวัดนราธิวาสจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้บุกค้นบ้านทุกหลัง หรือถือว่าประชาชนทุกคนเป็นผู้ต้องสงสัย

ในคำสั่งที่เผยแพร่ครั้งนี้ก็ไม่ปรากฏข้อกำหนดห้ามประชาชนออกจากบ้าน หรือสั่งปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งจังหวัด การเรียกว่าเป็น “คุกกลางแจ้ง” จึงเป็นการใช้ถ้อยคำทางการเมืองที่รุนแรงเกินกว่าสาระของคำสั่ง

👉 ข้อเท็จจริงข้อที่ 3 การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ไม่ได้หมายถึงการปล่อยผู้ใช้อาวุธหลบหนี
บทเรียนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ย้ำเตือนรัฐเสมอว่า การใช้อำนาจต้องระมัดระวัง ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่เหมารวมประชาชน และต้องไม่สร้างเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้นมาใหม่

ข้อกังวลเรื่องการตรวจค้น การควบคุมตัว และกลไกตรวจสอบ จึงเป็นเรื่องที่รัฐต้องรับฟังอย่างจริงจัง เพราะกฎอัยการศึกให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารกว้างกว่ากฎหมายในสถานการณ์ปกติ
แต่ข้อกังวลดังกล่าวไม่ควรถูกนำไปสรุปว่ารัฐต้องหยุดตั้งด่าน หยุดตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย หรือหยุดติดตามผู้ก่อเหตุที่เพิ่งใช้อาวุธและระเบิดสังหารคน

เพราะหากรัฐไม่ดำเนินการใด ๆ แล้วผู้ก่อเหตุกลับไปทำร้ายประชาชนอีก ผู้ที่ต้องรับกรรมก็ยังคงเป็นชาวบ้านผู้บริสุทธิ์เช่นเดิม
ตรวจสอบทหารได้ วิจารณ์รัฐบาลได้ แต่ไม่ควรบิดคำสั่งจนสร้างความหวาดกลัวและความไม่ไว้วางใจระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่

“ไม่เข้าใจผู้ที่อ้างตนว่าเป็นนักวิชาการ แต่ไร้ซึ่งหลักการ และมีเจตนาเพียงแค่การปลุกปั่น”

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเป็นสิทธิของทุกฝ่าย แต่ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนและถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน อันจะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และความเชื่อมั่นของสังคมต่อกระบวนการยุติธรรม

ข้อมูลที่มา : ร้อยเอกหญิง ดร.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยและพัฒนาทางนิติศาสตร์ปรีดีพนมยงค์ / รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี .....................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
25 กรกฎาคม 2569

#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

28/07/2026

๑๐ เรื่องราว ใต้ร่มพระบารมี
“สร้างคน สร้างชาติ สร้างความยั่งยืน”

เกียรติภูมิแห่งสยาม เสริมพลังทางการทูตบนเวทีโลก

สถาบันพระมหากษัตริย์มิได้เป็นเพียงศูนย์รวมใจของคนในชาติ แต่ยังเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งเกียรติภูมิของประเทศ ที่ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และยกระดับสถานะของประเทศไทยบนเวทีสากลให้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

ท่ามกลางบริบทโลกที่ซับซ้อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระราชไมตรีเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างดุลยภาพทางการทูต ดังประจักษ์จากการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ ที่ตอกย้ำจุดยืนของไทยในการเจริญสัมพันธไมตรีกับมิตรประเทศอย่างสมดุลและมีเกียรติ ไม่ว่าจะเป็นการเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้รับการถวายพระเกียรติยศสูงสุดด้วยการยิงสลุต 21 นัด ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน หรือการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนในฐานะพระราชวงศ์จากทวีปเอเชียเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเชิญร่วมพระราชพิธีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 80 พรรษา ของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ตลอดจนการเสด็จฯ เยือน สปป.ลาว และสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการเพื่อตอกย้ำภาพความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยาวนานอีกด้วย

อีกหนึ่งภาพความประทับใจที่ประจักษ์แก่สายตานานาชาติ คือพระปรีชาสามารถด้านการบิน ทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรภูฏาน และทรงนำเครื่องลงจอด ณ สนามบินที่มีสภาพภูมิประเทศและแนวร่อนลงจอดอันท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ พระราชจริยวัตรอันงดงามขณะเสด็จฯ เยือนต่างประเทศ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงฉลองพระองค์ผ้าไทยอย่างประณีตเรียบหรู ล้วนเป็นการใช้ Soft Power ของไทย สร้างความประทับใจแก่ประชาคมนานาชาติอย่างลึกซึ้ง

บทบาททางการทูตของพระองค์ จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ผสานพลังแห่งวัฒนธรรมเข้ากับการสานสัมพันธไมตรีอันยั่งยืน เพื่อธำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติ และเปิดทางให้ประเทศไทยก้าวเดินบนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิใจ

#เกียรติภูมิแห่งสยาม #เสริมพลังทางการทูตบนเวทีโลก
#๑๐เรื่องราวใต้ร่มพระบารมี #สร้างคน_สร้างชาติ_สร้างความยั่งยืน
#เฉลิมพระชนมพรรษา_พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว_๒๘_กรกฎาคม_๒๕๖๙

🇹🇭 กองทุนหทัยทิพย์ เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ ตามพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลั...
27/07/2026

🇹🇭 กองทุนหทัยทิพย์ เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ ตามพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เพื่อสนับสนุนภารกิจด้าน
ความมั่นคง การบรรเทาทุกข์ และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนและพื้นที่เสี่ยงภัยต่าง ๆ
📌กองทุนมีวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่
* สนับสนุนการดำเนินงานเพื่อความปลอดภัย
และความมั่นคงของประเทศ
* ช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ
* ส่งเสริมสาธารณประโยชน์และคุณภาพชีวิต
ของประชาชน
* สนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์หรือสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
❤️“หทัยทิพย์” มีความหมายสื่อถึง “น้ำใจอันประเสริฐ” หรือ “หัวใจแห่งการให้” สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการส่งต่อความช่วยเหลือ
ความห่วงใย และกำลังใจแก่ประชาชนและ
ประเทศชาติ
📌ช่องทางการบริจาค “กองทุนหทัยทิพย์”
* บัญชีกระแสรายวัน
ธนาคารกรุงเทพ สาขาหลักสี่พลาซ่า
เลขที่บัญชี 229-3-03266-6
* บัญชีสะสมทรัพย์
ธนาคารกรุงเทพ สาขาหลักสี่พลาซ่า
เลขที่บัญชี 229-4-29977-7
* หรือสแกน QR Code ผ่านระบบ e-Donation
ในแอปธนาคาร
สอบถามเพิ่มเติม
สำนักงานกองทุนหทัยทิพย์
โทร. 0-2553-8616-19 (วันและเวลาราชการ)
📍📍หมายเหตุ: ควรตรวจสอบช่องทางอย่างเป็นทางการก่อนบริจาคเนื่องจากมีการแจ้งเตือนเรื่อง
เพจปลอมแอบอ้างรับบริจาคด้วย
#กองทุนหทัยทิพย์ #กองทัพบก #กองทัพภาคที่4

ที่อยู่

ฐานปฏิบัติการโรงงานนราดินขาว
Chuap
96130

เบอร์โทรศัพท์

+66842901632

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กองร้อยทหารพรานที่ 4805ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ องค์กรนั้น

ส่งข้อความของคุณถึง กองร้อยทหารพรานที่ 4805:

ทางลัด

แชร์